
13 มีนาคม 2565 วันคล้ายวันสถาปนาเมืองธัญญบุรี อำเภอธัญบุรี เดิมชื่ออำเภอรังสิต อยู่ในเขตพระมหานคร ในบริเวณซึ่งเรียกว่า “ทุ่งหลวง” ขึ้นอยู่กับมณฑลกรุงเทพฯ กระทรวงโยธาธิการ ทุ่งหลวงดังกล่าวนี้เป็นพงรกชัฏ ส่วนที่ดินอุดมดี แต่ขาดน้ำ โดยเหตุที่ไม่มีลำคลองไหลผ่าน พระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว ทรงมีพระราชดำริที่จะแก้ไขเกื้อกูลที่ดินในทุ่งหลวงให้เกิดประโยชน์แก่ประชาราษฎรด้วยการที่จะมีคลองขึ้นในบริเวณทุ่งนี้ เมื่อมีผู้ทราบกระแสพระราชดำริ จึงได้ชักชวนกันเข้าเป็นบริษัทขุดคลอง ชื่อ “บริษัทขุดคลองและคูนาสยาม” แล้วขอพระราชทานพระบรมราชานุญาตขุดคลองในทุ่งหลวงบริษัทขุดคลองและคูนาสยาม ได้ลงมือขุดคลองตั้งแต่ พ.ศ.๒๔๓๓ เป็นต้นมา โดยมีพระบรมวงศ์เธอพระองค์เจ้าสายสนิทวงศ์ เป็นประธานอำนวยการ ม.ร.ว.สุวพรรณ สนิทวงศ์ เป็นผู้ช่วย เมื่อเสร็จแล้ว พระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว ได้พระราชทานนามว่า “คลองรังสิตประยูรศักดิ์”คลองนี้เริ่มขุดจากริมน้ำเจ้าพระยาที่ตำบลบ้านใหม่ อำเภอเมืองปทุมธานี ตรงไปทางทิศตะวันออกถึงเขตจังหวัดนครนายก ทั้งสองฝั่งคลองรังสิตประยูรศักดิ์ มีคลองซอยห่างกันประมาณ ๖๐ เส้น จากคลองที่ ๑ – ๑๗ จึงทำให้น้ำซึ่งไหลมาจากภูเขาบรรทัดผ่านคลองรังสิตและคลองซอย ทำให้บังเกิดประโยชน์ทางกสิกรรมแก่ชาวไร่ ชาวนา ในแถบนั้นเป็นอย่างยิ่งเป็นเหตุให้ท้องที่แถบนี้เจริญขึ้น กลายเป็นแหล่งชุมนุมหนาแน่นตามลำดับ

พระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว ทรงมีพระราชปณิทานอันแน่วแน่ที่จะพัฒนาทุ่งหลวงแถบนี้ให้เจริญก้าวหน้าในอนาคต จึงได้เสด็จเปิดเมืองธัญญบุรีด้วยพระองค์เอง ปรากฎตามหลักฐานในหนังสือราชกิจจานุเบกษา เล่มที่ ๑๙ หน้า ๑๐๒๘ สรุปโดยสังเขป ดังนี้
“ที่เมืองธัญญบุรีได้มีการสร้างสถานที่ราชการต่างๆ อาทิ ที่ว่าราชการเมือง ศาล เรือนจำ โรงพักพลตระเวน (สถานนีตำรวจ) บ้านพักผู้ว่าราชการเมือง เป็นต้น เสร็จเรียบร้อยแล้ว พ.ท.พระฤทธิจักรกำจร ก็ได้ตระเตรียมตกแต่งบริเวณสถานที่ด้วยต้นไม้รวงข้าว โคมไฟ ตั้งปรำดาดด้วยฟางข้าวประดับด้วยราชวัตร-ฉัตรธง (ข้าว) เป็นทิวแถวตลอดสองข้างทาง ตั้งแต่สะพานท่าน้ำหน้าเมือง และสถานที่อื่นๆ ตลอดคลองรังสิตประยูรศักดิ์ ก็มีการประดับประดาด้วยราชวัตรฉัตรธง (ธงช้าง) ต้นไม้ โคมไฟ ตลอดเป็นระยะๆ ตั้งแต่สะพานหน้าเมืองจนถึงสถานีรถไฟรังสิตดูครึกครื้นสวยงามยิ่งนัก”
ครั้นถึงวันที่ ๑๓ มีนาคม ๒๔๔๕ เวลาเช้า พระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว ทรงเครื่องแบบทหารเต็มยศ พร้อมด้วยสมเด็จพระบรมโอรสาธิราช (รัชกาลที่ ๗) และพระบรมวงศานุวงศ์ เสด็จโดยพระที่นั่งจากวังสวนดุุสิตถึงสถานีรถไฟสามเสน ประทับรถพระที่นั่งโดยมีรถไฟใช้ฝีจักรจูงรถพระที่นั่งออกจากสถานีรถไฟสามเสนประมาณโมงเศษ ถึงสถานีรถไฟคลองรังสิต เวลาเช้า ๒ โมงเศษ ณ ที่ัน้นมีพ่อค้า ประชาชนทั้งเมืองปทุมธานีและเมืองธัญญบุรีมารับเสด็จกันอย่างมากมาย พ.ท.พระฤทธิจักรกำจร ผู้ว่าราชการเมืองธัญญบุรี ได้อันเชิญดอกไม้ธูปเทียนและเครื่องสักการะบูชาทูลเกล้าถวายเชิญเสด็จเข้าสู่เมืองธัญญบุรีโดยเรือพระที่นั่งชื่อ “สมจิตรหวัง” โดยมีเรือกลไฟลากจูงเรือพระที่นั่งถึงเมืองธัญญบุรีเวลาประมาณ ๔ โมงเศษ ในระยะทาง ๓๖๘ เส้นเมื่อเรือพระที่นั่งเทียบท่าหน้าเมืองแล้ว
ณ ที่นั้นได้มีข้าราชการในมณฑลกรุงเทพฯ และหัวเมืองตลอดทั้งพ่อค้าประชาชนมารอรับเสด็จอย่างคับคั่ง พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวเสด็จขึ้นจากเรือพระที่นั่งพร้อมด้วยพระบรมวงศานุวงศ์พระราชดำเนินไปประทับ ณ ที่ว่าราชการเมือง ประทับ ณ ห้องเจริญพระพุทธมนต์มีพระราชดำรัสกับพระเถระผู้ใหญ่ คือ พระศาสนโสภณครู่หนึ่งแล้วทรงจุดธูปเทียนบูชาพระรัตนตรัยและทรงศีลเวลาประมาณ ๔ โมงเศษ ได้พระฤกษ์พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวประทับที่พระราชบัลลังก์ พ.ท.พระฤทธิจักรกำจร กราบทูลเกล้าถวายชัยมงคลในการที่ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ ให้สร้างเมืองเสร็จแล้ว นำคำถวายรายงานชัยมงคลพร้อมด้วยประวัติเมืองบรรจุหีบทองคำลงยาราชาวดี

ซึ่งบรรดาข้าราชการได้พร้อมใจกันทำขึ้นทูลเกล้าถวายพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวมีพระราชดำรัสตอบ เสร็จแล้วเสด็จออกที่ว่าราชการเมืองทรงชักเชือกเปิดแพรคลุมป้ายชื่อเมืองพระสงฆ์สวดชัยมงคลคาถา ทหารกองเกียรติยศบรรเลงเพลงสรรเสริญพระบารมี ประโคมแตรสังข์ ฆ้องชัยพิณพาทย์ และได้ชักธงประจำเมืองขึ้นสู่ยอดเสา พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวออกให้ข้าราชการ พ่อค้า ประชาชน เฝ้าชมพระบารมี พ.ท.พระฤทธิจักรกำจร ผู้ว่าราชการเมือง พร้อมด้วยกรมการในเมืองนี้ได้ทูลเกล้าถวายนามพ่อค้าและราษฎรที่ถวายข้าว ในการนี้พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวได้พระราชทานสัญญาบัตรและเครื่องราชอิสริยาภรณ์ และเหรียญแก่ข้าราชการและกำนัน เสร็จแล้วเสด็จทอดพระเนตรห้องต่างๆ ของศาลาว่าราชการเมือง และสถานที่ราชการต่างๆ เช่น โรงพักพลตระเวน(สถานีตำรวจ) ศาล และโรงพิพิธภัณฑ์ ซึ่งประดับประดาด้วยต้นข้าวและเครื่องจับปลาชนิดต่างๆ เสร็จแล้วเสด็จขึ้นประทับที่บ้านผู้ว่าราชการเมืองชั้นบน ทรงเปลี่ยนเครื่องทรงออกเป็นเครื่องทรงธรรมดา และเสวยพระกยาหารกลางวัน พร้อมด้วยพระบรมวงศานุวงศ์ ส่วนข้าราชการเลี้ยงกันบริเวณรอบๆ บ้านพักผู้ว่าราชการเมือง พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวทอดพระเนตรการแข่งม้า เวลาบ่าย ๓ โมงเศษ เสด็จออก พระราชทานแจกเสมาแก่เด็กและประชาชนที่เฝ้าคอย เสร็จแล้วเสด็จพระราชดำเนินกลับประทับเรือพระที่นั่งผ่านวัดมูลจินดารามหยุดเรือพระที่นั่งที่สะพานหน้าวัดมูลจินดาราม เสด็จพระราชดำเนินประทับในพระอุโบสถพระปฏิบัติราชประสงค์อ่านคำกราบบังคมทูลที่ได้ทรงพระมหากรุณาธิคุณที่ทรงพระราชทานวิสุงคามสีมาเสร็จแล้วทรงปิดทองศิลานิมิตต์
สำหรับชื่ออำเภอธัญญบุรี ที่ใช้ “ญ” ตัวเดียวนั้น ใช้ตามประกาศสำนักนายกรัฐมนตรี ลงวันที่ ๑ มิถุนายน ๒๕๑๐ ให้เขียนชื่ออำเภอธัญบุรี มี “ญ” ตัวเดียวเพื่อให้เป็นไปตามประกาศของราชบัณฑิตยสถานในเรื่อง การเขียนชื่ออำเภอต่างๆ (เดิมอำเภอธัญบุรีมี “ญ” สองตัว) เมืองธัญญบุรี แต่เดิมมามีเขตการปกครอง ๔ อำเภอ คือ อำเภอเมือง อำเภอลำลูกกา อำเภอคลองหลวง และอำเภอหนองเสือ เมืองธัญญบุรีดำรงสภาพเป็นอยู่นานถึง ๓๑ ปี จากนั้นทางรัฐบาลได้ยุบเมืองธัญญบุรี ไปขึ้นกับจังหวัดปทุมธานี เมื่อ พ.ศ.๒๔๗๕ มีฐานะเป็นอำเภอขั้นเอกขึ้นกับจังหวัดปทุมธานีโดยคำว่า “ธัญญบูรี” หมายถึง “เมืองแห่งข้าว” เป็นพระนามพระราชทาน เพื่อให้สอดคล้องกับ เมืองมีนบุรี(เขตมีนบุรี ในปัจจุบัน)ที่หมายถึง”เมืองแห่งปลา”
ต่อมาเมื่อวันที่ ๑ มิถุนายน พ.ศ. ๒๕๑๐ ราชบัณฑิตยสถานได้ทำการปรับเปลี่ยนการใช้ภาษาใหม่ จึงเป็น “ธัญบุรี” มาจนถึงปัจจุบัน