สร้างพระปางนาคปรก เนื่องในวันวิสาขบูชา 2562

      ณ สำนักแม่ชีไทยศาลายา พุทธมณฑล จ.นครปฐม​ : ท่านเจ้าคุณอุดมวัฒนมงคล เจ้าอาวาสวัดถ้ำวัฒนมงคล​ เมตตาเป็นประธานในพิธีเททองหล่อพระพุทธรูปปางนาคปรก หน้าตัก 60 นิ้ว เนื่องในวันวิสาขบูชา โดยมี แม่ชีอนันตา นาคบุญ หัวหน้าสำนักฯ นำคณะแม่ชี 108 รูปและพุทธศาสนิกชนร่วมให้การต้อนรับ พร้อมได้รับเกียรติจาก คุณศิริ สาระผล หัวหน้าทีมงานรายการธรรมะช่อง​ 7HD เป็นพิธีกรดำเนินงานคู่กับ ดร. ปัณฑิพาณ์. ธาราภิบาล เมื่อไม่นานมานี้

      ปัจจุบันสำนักแม่ชีไทยศาลายา พุทธมณฑล เป็นสถานที่ปฎิบัติธรรมสำหรับสตรีและเปิดสอนธรรมศึกษาชั้นตรี โท เอก หลักสูตรพระอภิธรรมแก่แม่ชีและบุคคลทั่วไปตั้งแต่ปี 2555 ซึ่งมีผู้ให้ความสนใจเป็นจำนวนมาก ทำให้อาคารที่พักไม่เพียงพอต่อผู้มาปฏิบัติธรรม ในปีนี้จึงมีโครงการก่อสร้างกุฏิแม่ชีเพิ่มอีกจำนวน 5 หลัง
ห้องน้ำ จำนวน 14 ห้อง และ สร้าง
“รัตนประสาท” อันเป็นเอกลักษณ์สัญลักษณ์ศาสนสถานของ สำนักแม่ชีไทยศาลายา พุทธมณฑล เพื่อผู้หญิงที่ประพฤติปฏิบัติธรรม จึงทำขึ้นเพื่อเป็นสัญลักษณ์ทางพระพุทธศาสนา ก่อสร้าง 3 ชั้นมี 37 ซุ้ม ตั้งเป้าหมายแล้วเสร็จสมบูรณ์ในอีก 3 ปีข้างหน้า

      อีกทั้ง ได้จัดทำกิจกรรมทางพระพุทธศาสนา ในวันธรรมดา วันสำคัญทางศาสนา วันสำคัญของชาติ เช่น วันพ่อแห่งชาติ วันแม่แห่งชาติ วันสงกรานต์ ตลอดจนสวดมนต์ส่งท้ายปีเก่าต้อนรับปีใหม่ นอกเหนือจากรับผู้มาบวชปฏิธรรมทุกวัน โดยปกติธรรมดายังเป็นสถานที่ที่ให้การอบรมปฏิบัติธรรมแก่หมู่คณะนักศึกษา หน่วยงานองค์กรเอกชนพนักงานบริษัทมาโดยตลอด โดยเฉพาะอย่างยิ่ง สำนักแม่ชีไทยศาลายา ยังเป็นสถานที่ให้บริการแก่ประชาชนโดยกระทรวงสาธารณสุขได้มี “โครงการทำดีเพื่อพ่อ / ทำดีเพื่อแผ่นดิน” ให้การบริการฝังเข็มฟรีโดยแพทย์แผนจีนรักษาโรคแก่ประชาชนทั่วไปทุกปีในเดือนธันวาคมมาโดยตลอด และในปีที่ผ่านมา โรงพยาบาลพุทธมณฑล สังกัดกระทรวงสาธารณสุข ได้ใช้เป็นพื้นที่จัดโครงการบูรณาการหน่วยแพทย์เคลื่อนที่ เพื่อดูแลประชาชนอุทิศถวายเพื่อเป็นพระราชกุศลฯ อีกด้วย

สุรเชษฐ​ ศิลา​นนท์​ รายงาน​

ร่วมแถลงข่าวผลการจับกุมตัว​ นายหรือพระทองหล่อ​ ทวีบุตร​

      วันนี้​ วันศุก​ร์ที่ 17 พ.ค.62​ เวลา 10.30 น. ที่กองบังคับการปราบปราม​ (บก.ป.)​ พลตำรวจ​ตรี​ จิรภพ ภูริเดช ผู้บังคับการ​กองปราบปราม​ (ผบก.ป.)​ พร้อมด้วย พัน​ตำรวจ​เอก​ สุรพงษ์ ชาติสุทธิ์ รองผู้บังคับการ​กอง​ปราบปราม​ (รอง​ผบก.ป.),พัน​ตำรวจ​เอก​ เนติ วงษ์กุหลาบ ผู้กำกับ​การ​ 5​ กองปราบปราม​ (ผกก.5 บก.ป.),พัน​ตำรวจ​โท​ เผด็จ งามละม่อม,พัน​ตำรวจ​โท​ พจน์ พุ่มแหยม,พัน​ตำรวจ​โท​ สิทธิเกียรติ ศรีจันทร์​ และพัน​ตำรวจ​โท​ อนุชา ศรีสำโรง รอง​ผู้​กำ​กับการ​ 5​ กอง​ปราบปราม​ (รองผกก.5 บก.ป.)​

      ร่วมแถลงข่าวผลการจับกุมตัว​ นายหรือพระทองหล่อ​ ทวีบุตร​ อายุ 40 ปี​ อยู่บ้านเลขที่ 187 ถนนอ่าวลึก-พระแสง ต.ปลายพระยา อ.ปลายพระยา จ.กระบี่ ผู้ต้องหาตามหมายจับศาลจังหวัดกระบี่ ที่ จ.142/2562 ลงวันที่ 15 มีนาคม 2562 ข้อหา​ “ข่มขืนกระทำชำเราผู้อื่นโดยใช้กำลังประทุษร้ายโดยผู้อื่นอยู่ในภาวะที่ไม่สามารถขัดขืนได้โดยมีอาวุธ” โดยสามารถจับกุมผู้ต้องหา​ได้ที่กลางไร่มันสัมปะหลังหมู่ 5 บ้านหนองปลาดุก ต.ศรีมงคล อ.ไทรโยค จ.กาญจนบุรี

      พ.ต.อ.เนติฯ เปิดเผยว่า สืบเนื่องมาจากเมื่อวันที่ 13 มีนาคม 2562 เจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.คลองท่อม จ.กระบี่ ได้รับแจ้งจากหญิงชราอายุ 78 ปี ผู้เสียหายว่าเมื่อช่วงเย็นของวันที่ 13 มีนาคม 2562 ขณะที่ตนเองเดินเข้าไปเก็บผลไม้ข้างวัดควนใหม่ อ.คลองท่อม จ.กระบี่ ถูกพระลูกวัดดังกล่าวใช้อาวุธมีดจี้คอและฉุดเข้าไปข่มขืนภายในกุฏิร้างด้วยความกลัวจะถูกฆ่าจึงไม่กล้าขัดขึ้นภายหลังสำเร็จใคร่แล้วผู้ก่อเหตุเกรงกลัวความผิดจึงได้หลบหนีไป

      จากการสืบสวนทราบว่าพระที่ก่อเหตุคือพระทองหล่อ ทวีบุตร อายุ 40 ปี ซึ่งบวชจากที่อื่นแล้วมาจำวัดที่เกิดเหตุได้ประมาณ 10 วัน ก่อนจะก่อเหตุดังกล่าวโดยมีพฤติกรรมชอบดื่มสุราเอะโวยวาย แต่เนื่องจากวัดดังกล่าวขณะนั้นไม่มีเจ้าอาวาสเลยต่างคนต่างอยู่ไม่มีใครสนใจใคร กระทั่งวันที่เกิดเหตุทราบว่าพระทองหล่อฯ ได้ดื่มสุราจนเมาแล้วก่อเหตุใช้อาวุธมีดจี้คอหญิงชราก่อนลากตัวเข้าไปข่มขืนในกุฏิร้าง ต่อมาเจ้าหน้าที่ตำรวจกองกำกับการ 5 กองบังคับการปราบปรามได้ติดตามสืบสวนจนทราบว่าพระทองหล่อๆหลบหนีมาพักอาศัยอยู่ที่หมู่ 5 บ้านหนองปลาดุก ต.ศรีมงคล อ.ไทรโยค จ.กาญจนบุรี โดยหลบหนีความผิดแล้วสึกออกมารับจ้างชาวบ้านขุดมันสัมปะหลัง เจ้าหน้าที่จึงได้ออกติดตามสืบสวนหาข่าวจนต่อมาเมื่อวันที่ 16 พฤษภาคม 2562 เวลาประมาณ 15.00 น. เจ้าหน้าที่ตำรวจกองบังคับการปราบปรามสามารถจับกุมตัวนายทองหล่อได้ที่กลางไร่มันสัมปะหลัง จึงควบคุมตัวมาทำการสอบสวน

      จากการสอบสวนนายทองหล่อฯ ให้การรับสารภาพว่าตนเองได้ก่อเหตุข่มขืนหญิงชราผู้เสียหายจริงโดยก่อนก่อเหตุตนเองได้ดื่มสุราภายในวัดและดูคลิปโป๊จนเกิดอารมณ์ทางเพศเห็นหญิงชราผู้เสียหายเดินผ่านมาเก็บผลไม้ภายในวัดจึงได้ใช้อาวุธมีดจี้คอแล้วลากตัวเข้าไปข่มขืนในกุฏิหลังเกิดเหตุกลัวความผิดจึงได้หลบหนีไป

      อีกรายสามารถจับกุมตัว นายอนนท์ ทวีบุตร อายุ 22 ปี อยู่บ้านเลขที่ 133 หมู่ 9 ต.รางหวาย อ.พนมทวน จ.กาญจนบุรี ผู้ต้องหาตามหมายจับศาลจังหวัดกาญจนบุรี ที่ มจ.69/2560 ลงวันที่ 15 กุมภาพันธ์ 2560 ข้อหา​ “กระทำชำเราเด็กอายุไม่เกินสิบห้าปีซึ่งมิใช่ภรรยาหรือสามีของตนโดยเด็กนั้นจะยินยอมหรือไม่ก็ตามพรากเด็กอายุไม่เกินสิบห้าปีไปเสียจากบิดามารดาผู้ปกครองหรือผู้ดูแลและบุกรุกเคหะสถานในเวลากลางคืน” โดยจับกุมผู้ต้องหา​ได้ที่หน้าห้องเช่าไม่มีเลขที่ ม.10 ต.หนองมะค่าโมง อ.ด่านช้าง จ.สุพรรณบุรี

      พ.ต.อ.เนติฯ กล่าวอีกว่า นอกจากนี้เจ้าหน้าที่ยังสามารถจับกุมนายอนนท์ฯ ซึ่งเป็นหลานกับพระทองหล่อ ทวีบุตร ได้ ขณะทำการสืบสวนติดตามจับกุมตัวพระทองหล่อฯ​ นั้น ทราบว่าภายหลังก่อเหตุข่มขืน พระทวีบุตร​ฯ ได้หลบหนีไปพักอาศัยกับหลานชายคือนายอนนท์ฯ ซึ่งจากการตรวจสอบพบว่ามีหมายจับคดีข่มขืนกระทำชำเราเด็กอายุไม่เกินสิบห้าปีท้องที่สภ.ห้วยกระเจา จ.กาญจนบุรี จึงนำกำลังเข้าทำการจับกุมตัวนายอนนท์ฯได้เมื่อวันที่ 16 พฤษภาคม 2552 เวลาประมาณ 10.00 น.

      จากการสอบสวนนายอนนท์ฯหลานชายพระทองหล่อฯ ให้การว่า ได้คบหากับเด็กหญิงผู้เสียหายอายุ 14 ปี ในวันที่เกิดเหตุพ่อแม่เด็กหญิงผู้เสียหายไม่อยู่บ้านไปรับจ้างตัดอ้อยที่ต่างหมู่บ้าน อยู่กันเพียงลำพัง 3 คนพี่น้องที่บ้านพัก ผู้ต้องหาได้ขับรถจักรยานยนต์มาที่บ้านพักแล้วเข้ามาภายในตัวบ้านใช้กำลังลากเด็กหญิงซึ่งเป็นพี่สาวคนโตเข้าไปในห้องนอนแล้วก่อเหตุข่มขืนกระทำชำเราจนสำเร็จความใคร่แล้วหลบหนีไป ต่อมาเช้าวันรุ่งขึ้นแม่ของเด็กหญิงสังเกตุว่าบุตรสาวมีอาการเชื่องซึมจึงเค้นถามจนทราบความจริงว่าเมื่อคืนถูกนายอนนท์ฯ​ ใช้กำลังบังคับข่มขืน จึงพาไปแจ้งความ โดยหลังก่อเหตุนายอนนท์ หลบหนีมาทำงานที่โรงงานน้ำตาลแห่งหนึ่งใน อ.ด่านช้าง จ.สุพรรณบุรี เจ้าหน้าที่ตำรวจชุดจับกุมจึงได้สืบสวนติดตามจับกุมตัว

      เบื้องต้นเจ้าหน้าที่นำตัวนายทองหล่อฯ​ ส่งพนักงานสอบสวน สภ.คลองท่อม และ นายอนนท์ฯ ส่งพนักงานสอบสวน สภ.ห้วยกระเจา ท้องที่เกิดเหตุเพื่อดำเนินคดีตามกฎหมาย​ต่อไป

Cr.เจริญ​ผล​ เอี่ยม​พึ่ง
สุรเชษฐ​ ศิลา​นนท์​ รายงาน​

รองผบ.ตร.ร่วมงานวันสถาปนากองบัญชาการตำรวจตระเวนชายแดน ครบรอบปีที่ 6

      วันนี้​ วันศุก​ร์ที่​ 17​ พ.ค.62​ เวลา 09.30 น. ณ กองบัญชาการตำรวจตระเวนชายแดน ถนนพหลโยธิน พญาไท กรุงเทพมหานคร​ : พลตำรวจเอก เฉลิมเกียรติ ศรีวรขาน รองผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ (รอง​ผบ.ตร.)​ เป็นประธานในพิธีสดุดี​ และวางพวงมาลัยอนุสาวรีย์ พลตำรวจเอกเผ่า ศรียานนท์ เนื่องในโอกาสวันสถาปนากองบัญชาการตำรวจตระเวนชายแดน ครบรอบปีที่ 66

      โดยมี​ พลตำรวจ​โท​ วิชิต​ ปักษา​ รักษาราชการแทนผู้บัญชากาตำรวจตระเวนชายแดน (รรท.ผบช.ต​ชด.)​ พร้อมคณะ รองผู้บัญชาการตำรวจ​ตระเวน​ชายแดน​ (รอง​ผบช.ต​ชด.)​ อดีตผู้บังคับบัญชา ข้าราชการตำรวจและหน่วยงานต่างๆ เข้าร่วมพิธี​ และในเวลา 13.00 น. ได้มีพิธีมอบเครื่องหมายนักโดดร่มกิตติมศักดิ์ เครื่องหมายการต่อต้านการก่อการร้ายกิตติมศักดิ์ เครื่องหมายการต่อต้าน ปราบปรามการก่อความไม่สงบ (ตปส.) กิตติมศักดิ์ ประกาศเกียรติคุณแก่บุคคล หน่วยงานและข้าราชการตำรวจดีเด่นอีกด้วย

      กองบัญชาการตำรวจตระเวนชายแดน ก่อตั้งขึ้น เมื่อวันที่ 6 พฤษภาคม พ.ศ.2496 เพื่อรักษาความมั่นคงและความสงบเรียบร้อยตามแนวชายแดน ภายใต้คุณลักษณะ 3 ประการ คือ ทำการรบในระดับหน่วยขนาดเล็กได้อย่างทหาร ป้องกันและปราบปรามอาชญากรรม ได้อย่างตำรวจ​ พัฒนาและช่วยเหลือประชาชน ได้อย่างข้าราชการพลเรือน โดยมีพลตำรวจเอก เผ่า ศรียานนท์ อดีตอธิบดีกรมตำรวจ เป็นผู้บัญชาการตำรวจตระเวนชายแดนคนแรก กว่า​ 66 ปี ที่ตำรวจตระเวนชายแดน ได้ปฏิบัติงานในพื้นที่ชายแดนและพื้นที่​ ที่มีปัญหาความมั่นคงอย่างมืออาชีพ มุ่งเน้นงานด้านการรักษาความสงบเรียบร้อยและป้องกันปราบปรามอาชญากรรมสำคัญตามแนวชายแดน ดูแลช่วยเหลือพี่น้องประชาชนในยามที่เกิดภัยพิบัติต่างๆ ส่งเสริมการศึกษาให้แก่เด็กและเยาวชนในถิ่นทุรกันดาร จนก่อให้เกิดความสงบเรียบร้อยในพื้นที่ชายแดน ประเทศชาติมีความมั่นคง เด็กเยาวชนและประชาชนในชุมชนชายแดนมีคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้น

      และในก้าวต่อไปของตำรวจตระเวนชายแดนนั้น ยังคงมุ่งมั่นที่จะปฏิบัติภารกิจอย่างเต็มกำลังความสามารถ ด้วยความเสียสละ อดทน และยึดมั่นในอุดมการณ์ของตำรวจตระเวนชายแดน เพื่อปกป้อง เทิดทูนและพิทักษ์รักษาไว้ซึ่งสถาบันชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์ และการปกครองในระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข และความผาสุกของประชาชน ดำรงไว้ซึ่งเกียรติยศและศักดิ์ศรีของหน่วย ครองตนอยู่ในระเบียบวินัย มีอุดมการณ์จิตอาสา ร่วมแรงร่วมใจประกอบกิจกรรมสาธารณะ โดยไม่หวังสิ่งตอบแทนและน้อมนำพระราชประสงค์ของพระบาทสมเด็จพระวชิรเกล้าเจ้าอยู่หัว ในการสืบสานรักษาและต่อยอด โครงการอันเนื่องมาจากพระราชดำริและแนวพระราชดำริต่างๆ ของพระบาทสมเด็จพระมหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร เพื่อความผาสุกของประชาชนและพัฒนาประเทศไปสู่ความมั่นคง มั่งคั่ง ยั่งยืนสืบไป

Cr.ทีมงานประชา​สัมพันธ์​ ตชด.
สุรเชษฐ​ ศิลา​นนท์​ รายงาน​

คณะเจ้าหน้าที่ชุดปฏิบัติการพิเศษ 1362 สำนักป้องกัน ปราบปราม และควบคุมไฟป่า ร่วมกับ ชุดปฏิบัติการปราบปรามการกระทำผิดด้านสัตว์ป่า และพืชป่า (ชุดเหยี่ยวดง) ได้ตรวจสอบการลักลอบค้าสัตว์ป่าคุ้มครองทางอินเตอร์เน็ต

       ตามนโยบาย/ข้อสั่งการของ อธิบดีกรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า และพันธุ์พืช นายธัญญา เนติธรรมกุล​ พบว่ามีการประกาศขายสัตว์ป่าคุ้มครองหลายชนิด เช่น เหยี่ยว นกกาฮัง เสือกระต่าย และหมีควาย ในเฟสบุ๊ค ชื่อ “อ้วน ไจแอนท์ (สุขชัย จันทวงษ์)” สายลับจึงได้ทำการติดต่อล่อซื้อ หมีควาย จำนวน 1ตัว ในราคา 25,000 บาท และนายสุขชัย จันทวงษ์ ได้ให้ชำระค่าหมีควายโดยให้โอนเงินชื่อบัญชี นายกานต์รวี แก้วศรี และได้ส่งหมีควายให้สายลับทางรถทัวร์สาย กรุงเทพ – พิษณุโลก – เขาค้อ เมื่อวันที่ 14 พฤษภาคม 2562 ซึ่งได้ไปลงบันทึกประจำวันไว้เป็นหลักฐานที่ บก.ปทส. เพื่อจะแจ้งความดำเนินคดีภายหลัง เนื่องจากจะขยายผลไปยังบ้านพักอาศัยของนายสุขชัยฯ ในท้องที่จังหวัดสระบุรี เนื่องจากสืบทราบว่ามีการครอบครองเหยี่ยวอยู่ภายในบ้าน และอาจมีสัตว์ป่าคุ้มครองชนิดอื่นๆอยู่ภายในบ้านอีก และเพื่อจับกุมตัวผู้กระทำผิดให้ได้ต่อไป
       วันนี้ 17 พฤษภาคม 2562 เวลา 08.00น. นายศักดิ์ชัย จงกิจวิวัฒน์ ผู้อำนวยการสำนักป้องกัน ปราบปราม และควบคุมไฟป่า ได้สั่งการให้ชุดปฏิบัติการพิเศษ 1362 สำนักป้องกัน ปราบปราม และควบคุมไฟป่า ร่วมกับ ชุดปฏิบัติการปราบปรามการกระทำผิดด้านสัตว์ป่า และพืชป่า (ชุดเหยี่ยวดง) สำนักงานสนับสนุนการป้องกันปราบปรามที่ 1​ (ภาคกลาง) สำนักบริหารพื้นที่อนุรักษ์ที่ 1 สาขาสระบุรี และตำรวจ กก.2​บก.ปทส. นำหมายค้นศาลจังหวัดสระบุรี ที่ 26/2562 ลว. 16 พฤษภาคม 2562 เข้าตรวจค้นบ้านเลขที่ 104​หมู่ที่ 6​ ตำบลบ้านกลับ อำเภอหนองโดน จังหวัดสระบุรี พบนายสุขชัย จันทวงษ์ อยู่ภายในบ้านและนำตรวจค้น พบเหยี่ยวนกเขาชิครา จำนวน 1 ตัว ไม่มีหลักฐานการได้มาของทางราชการแต่อย่างใด และยอม​ รับว่าตนเองเป็นเจ้าของเฟสบุ๊คดังกล่าวข้างต้น และมีการประกาศขายสัตว์ป่าคุ้มครองจริง และสัตว์ป่าคุ้มครองชนิดอื่นๆ ได้ขายไปก่อนที่คณะเจ้าหน้าที่ได้เข้าดำเนินการจับกุม คณะเจ้าหน้าที่พิจารณาแล้ว เห็นว่าการกระทำดังกล่าวเป็นความผิดตามมาตรา 19​ 20​ และ 47 ตาม พ.ร.บ.สงวนและคุ้มครองสัตว์ป่า พ.ศ.2535 ข้อหา “ค้าและครอบครองสัตว์ป่าคุ้มครองโดยไม่ได้รับอนุญาต” จึงควบคุมนายสุชชัย จันทวงษ์ พร้อมเหยี่ยวนกเขาชิครา ส่งพนักงานสอบสวน สภ.หนองโดน จังหวัดสระบุรี ดำเนินคดีตามกฎหมาย และจะได้ไปแจ้งความดำเนินคดีกรณีขายหมีควายกับนายสุขชัย จันทวงษ์ และนายกานต์รวี แก้วศรี ที่เป็นเจ้าของบัญชีที่เจ้าหน้าที่โอนเงินให้ต่อไป รวมมูลค่าของกลางเป็นเงินทั้งสิ้น 55,000 บาท
       อนึ่งในการจับกุมครั้งนี้ นายสุขชัย จันทวงษ์ เป็นเครือข่ายการค้าสัตว์ป่าทางอินเตอร์เน็ตรายใหญ่รายหนึ่ง มีผู้ร่วมขบวนการหลายราย ซึ่งคณะเจ้าหน้าที่ชุดเหยี่ยวดงจะทำการสืบสวนขยายผลจับกุมผู้ร่วมขบวนการต่อไป/ดำรงค์ชื่นจินดาผู้สื่อข่าวสระบุรีรายงาน

กอ.รมน.มุกดาหาร จัดพิธีเปิดการฝึกอบรมโครงการปฏิบัติการจิตวิทยาและการประชาสัมพันธ์ ณ โรงฝึกอบรมบ้านหนองแคน

       เมื่อวันที่ 16 พฤษภาคม 2562 วลา 09.00 น. กองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายในจังหวัดมุกดาหาร โดย พ.อ.โกมล วงศ์อนันต์ หน.กลุ่มงานแผนและนโยบายและการข่าว กอ.รมน.มุกดาหาร เป็นประธาน เปิดการอบรมโครงการปฏิบัติการจิตวิทยาและประชาสัมพันธ์ (ปจว./ปชส.) ประจำปีงบประมาณ 2562 ครึ่งปีหลัง ระหว่างวันที่ 16-17 พฤษภาคม โดยมี รอง ผกก.สส.สภ.ของหลวง, ปลัดอำเภอดงหลวง ร่วมเป็นเกียรติในพิธีเปิดการอบรมโครงการฯ มีผู้นำท้องถิ่น, จนท.ท้องถิ่น และประชาชนเข้าร่วม จำนวน 100 คนโดยมีวัตถุประสงค์คือ

       ​เพื่อให้ผู้นำหมู่บ้าน/ชุมชน มีความรู้ความเข้าใจเกี่ยวกับความสำคัญและแนวความคิดในการปฏิบัติการด้านข่าวสาร ​เพื่อพัฒนาศักยภาพของผู้นำหมู่บ้าน/ชุมชน ให้มีความรู้ความสามารถ มีความเข้มแข็งมีจิตสำนึกในการเป็นผู้นำชุมชน ​​เพื่อให้เกิดพลังมวลชน มีอุดมการณ์ เสียสละทำงานเพื่อหมู่บ้าน/ชุมชน เพื่อสังคม และ เพื่อประเทศชาติ เพื่อให้เกิดความเข้าใจอันดีระหว่างทางการกับผู้นำหมู่บ้าน/ชุมชน ก่อให้เกิดความสะดวกในการประสานงานเพื่อผลประโยชน์ของประเทศชาติ ​เพื่อจัดตั้งเครือข่ายผู้นำหมู่บ้าน/ชุมชน และเพื่อเฝ้าระวัง/แจ้งเตือน ภัยคุกคามรูปแบบต่าง ๆ ในพื้นที่ที่มีผลกระทบต่อความมั่งคง และเพื่อขยายผลเป็นเครือข่ายต่อ


ธานินทร์ ภาพ/ข่าว
เดวิด มุกดาหาร หน.ศูนย์ข่าว สำนักทนายความมั่นคง มุกดาหาร รายงาน

อดีต.สส.พรรคประชาธิปัตย์ ! กล่าวถึงกรณี “ม.จ.จุลเจิม ยุคล” โพสต์พาดพิงถึง “พรรคประชาธิปัตย์”

      นายวัชระ เพชรทอง อดีต.สส.พรรคประชาธิปัตย์ กล่าวถึง ม.จ.จุลเจิม ยุคล โพสต์พาดพิงถึง พรรคประชาธิปัตย์ ว่ามีอีแอบที่อยากเปลี่ยนแปลงสถาบันสำคัญของชาติแฝงตัวอยู่มากและกล่าวถึงบุคคลที่ลงสมัครหัวหน้าพรรคนั้น เป็นสิทธิของท่านที่จะกล่าวหาหรือแสดงความคิดเห็นใดๆ แต่ทว่ามันเป็นความเท็จจึงกระทบต่อชื่อเสียงและเกียรติประวัติของ พรรคประชาธิปัตย์ ย่อมทำให้สาธารณชนเข้าใจผิดได้

      ผมในฐานะ อดีต.สส.2สมัย ขออนุญาตกราบเรียนด้วยความเคารพว่า ในพรรคประชาธิปัตย์ไม่มีอีแอบหรือคุณแอบตามที่ว่าแต่ประการใด ไม่มีใครที่ไม่จงรักภักดีต่อสถาบันสำคัญของชาติ เราเคารพและส่งเสริมการปกครองในระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นพระประมุข นับแต่ก่อตั้งพรรคเมื่อ 6 เมษายน พ.ศ.2489 ” 73 ปี ” ล่วงมาแล้วเป็นที่ประจักษ์ชัดว่าหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ทุกคนจงรักภักดีต่อสถาบันสำคัญของชาติอย่างที่สุดเสมอมา

      การที่ ม.จ.จุลเจิม ยุคล โพสต์กล่าวร้ายต่อพรรคเช่นนั้นย่อมทำให้พรรคเสียหายอย่างร้ายแรง ผม จึงใคร่ขอความกรุณาความเมตตาจาก ราชนิกุลชั้นสูง เช่นท่านเพื่อโปรดให้ความเป็นธรรมต่อ พรรคประชาธิปัตย์ ด้วยส่วนการที่ ม.จ.จุลเจิม สนับสนุนหรือไม่สนับสนุนใครเป็นหัวหน้าพรรคก็เป็นสิทธิของท่านแต่ ผม ยืนยันได้ว่าชาวประชาธิปัตย์มีความจงรักภักดีอย่างยิ่งไม่มีใครมีพฤติกรรมอย่างที่ ม.จ.จุลเจิม กล่าวหาเลยแม้แต่น้อยและไม่ใช่เพียงจงรักภักดีแต่ปาก

      แต่ได้ประพฤติปฏิบัติตามพระบรมราโชวาทของในหลวงรัชกาลที่ 9 ด้วยนานัปการเช่นต่อต้านการทุจริตคอร์รัปชั่นเพื่อรักษาผลประโยชน์ของประเทศชาติอย่างชัดเจนอีกด้วยและยามที่มีภัยต่อสถาบันในทศวรรษที่แล้ว ส.ส.ของพรรคได้ต่อสู้และปกป้องสถาบันสำคัญของชาติอย่างไม่เกรงกลัวภัยอันตรายใดๆจากกองกำลังติดอาวุธอีกด้วยนี่คือพรรคประชาธิปัตย์ พรรคที่มีความจงรักภักดีต่อชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์และประชาชน..


กต.ตร.สภ.เมืองสระบุรีร่วมประชุมและมอบประกาศเกียรติคุณตำรวจดีเด่นพร้อมมอบหมวกนิรภัย200ใบ

      วันนี้ 16 พ.ค. 62 เวลา 18 .00 น. นายมงคล ศิริพัฒนกุล ประธาน กต.ตร.สภ.เมืองสระบุรี , พร้อมคณะกรรมการ กต.ตร.สภ.เมืองสระบุรี, ที่ปรึกษาฯ, พ.ต.อ.ธนินท์รัฐ วิชทิพยนานนท์ ผกก.สภ.เมืองสระบุรี พร้อมข้าราชการตำรวจ สภ.เมืองสระบุรี ร่วมประชุมคณะกรรมการ กต.ตร.สภ.ฯ ณ ห้างหุ้นส่วนจำกัดสระบุรีวณิชชากร และได้มอบใบเกียรติคุณให้แก่ข้าราชการตำรวจดีเด่น พร้อมมอบหมวกนิรภัย ให้แก่ สภ.เมืองสระบุรี จำนวน 200 ใบ เพื่อนำไปดำเนินกิจกรรมตามโครงการ สวมหมวกนิรภัย 100%เพื่อรณรงค์ความปลอดภัยทางถนนให้แก่พี่น้องประชาชนที่ขับขี่รถจักรยานยนต์จะได้ปลอดภัยทั้งชีวิตและทรัพย์สินตามวัตถุประสงค์ต่อไป/ดำรงค์ชื่นจินดาผู้สื่อข่าวสระบุรีรายงาน

พล.อ.ชวลิต ยงใจยุทธ อดีตนายกรัฐมนตรีคนที่ 22 ประธานเปิดงานสมาคมการค้าไทย – จี๋หลิน 73 มณฑล

      วันพฤหัสบดีที่ 16 พ.ค.62 เวลา18.00น. ฯพณฯท่าน พล.อ.ชวลิต ยงใจยุทธ อดีตนายกรัฐมนตรีคนที่ 22 ท่านประจวบ ไชยสาส์น อดีตรองนายกรัฐมนตรี พล.อ.วิชิต ยาทิพย์ อดีตรองผบ.ทบ. สนง.แห่งชาติ
      เป็นประธานเปิดงานสมาคมการค้าไทย – จี๋หลิน 73 มณฑล มี มิสยูหลิน-หลิน นายกสมาคม พร้อมด้วยศ.ดร.มานิต เอื้อทวีกุล ที่ปรึกษาอาวุโส ท่านธงชัย นิติกุล (เทพหัสดิน ณ อยุธยา) คุณชัชนภ เอื้อทวีกุล ดร.รัชต์ ไชยสุข คุณจิดาภา ยิ้มพงษ์ เฮโยคลินิก คุณชนิดา อภิธนากุล (จ้อย กาแลกซี่) คุณพรพิเศษ สมปราชญ์ กริชสุวรรณ ดีสุข อ.อ๊อฟ (ประธานบริหารสำนักข่าวความมั่นคง+ผอ.สำนักข่าวสมาคมตำรวจ) ดร.เบริด์ นพดล ศรีทอง คุณธนพล บังครันเดช คุณผ่องพรรณ สุวรรณดี คุณรัตนาภรณ์ เยี่ยมวัฒนา คุณบุญตา – ค้าเพชรพลอย คุณรัตติกานต์ ทัศนารักษ์
      โดยมี ร.อ.ดร.เมตตา เต็มชำนาญ “ทหารนักบุญ” ติงลี่ -เมืองไทย นำนักร้องชื่อดังของเมืองไทย เจิน- เจิน บุญสูงเนิน และหมีเซี่ย -เมืองไทย ร้องเพลงเจ้าพ่อเซี่ยงไฮ้และเพลงต้องสู้ถึงจะชนะ
ณ.อาคารซีซีทาวเวอร์ชั้น 12 สาธรใต้
เลขาแอนนา ถ่ายภาพ – รายงาน

เกษตรฯ บูรณาการร่วม 24 หน่วยงาน ปลูกป่า 799,910 ต้น สืบสานศาสตร์พระราชาและพระราชินีเฉลิมพระ เกียรติเนื่องในโอกาสมหามงคลพระราชพิธีบรมราชาภิเษก!!

      เนื่องในโอกาสมหามงคลพระราชพิธีบรมราชาภิเษก พุทธศักราช 2562 กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ร่วมกับหน่วยงานร่วมบูรณาการ 24 หน่วยงาน จัดทำโครงการปลูกป่าและไม้ยืนต้นสร้างความชื้นสัมพัทธ์ในอากาศเพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการปฏิบัติการฝนหลวง สืบสานศาสตร์พระราชาและพระราชินีเฉลิมพระเกียรติเนื่องในโอกาสมหามงคลพระราชพิธีบรมราชาภิเษก เพื่อเฉลิมพระเกียรติพระบาทสมเด็จ-พระปรเมนทรรามาธิบดีศรีสินทรมหาวชิราลงกรณ พระวชิรเกล้าเจ้าอยู่หัว ที่ทรงมีพระราชประสงค์และ พระราชปณิธานที่จะสืบสาน รักษา และต่อยอด เกี่ยวกับศาสตร์พระราชาและพระราชินี ของพระบาทสมเด็จ-พระชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร และสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง ที่ทรงมีพระราชดำริในการรักษา ฟื้นฟูป่าไม้ ป่าต้นน้ำ รักษาทรัพยากรธรรมชาติ สร้างความสมบูรณ์ให้แก่ทรัพยากรป่าไม้ อันเป็นปัจจัยสำคัญต่อการดำรงชีวิตอยู่ของคนและสัตว์ รวมถึงประโยชน์ต่อพื้นที่ชุมชนอย่างยั่งยืน

      วันที่ 17 พฤษภาคม 2562 เวลา 13.00 น. นายมีศักดิ์ ภักดีคง รองปลัดกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ เป็นประธานการแถลงข่าวการจัดโครงการปลูกป่าและไม้ยืนต้นสร้างความชื้น สัมพัทธ์ในอากาศ เพื่อเพิ่มประสิทธิ ภาพการปฏิบัติการฝนหลวง สืบสานศาสตร์พระราชาและพระราชินี เฉลิมพระเกียรติ เนื่องในโอกาสมหามงคลพระราชพิธีบรมราชาภิเษก ณ ห้องประชุมกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ห้อง 134-135 พร้อมเปิดเผยว่า สืบเนื่องจากปี 2561 กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม กระทรวงมหาดไทย กระทรวงกลาโหม กระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา กระทรวงวัฒนธรรม กระทรวงศึกษาธิการ กระทรวงการคลัง สำนักงานพระพุทธศาสนา มหาวิทยาลัยแม่โจ้ สถาบันเทคโนโลยี พระจอมเกล้าเจ้าคุณทหารลาดกระบัง มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลล้านนา ทั้งหมด 11 หน่วยงาน 3 สถาบัน ได้ร่วมลงนามในบันทึกข้อตกลงความร่วมมือการบริหารจัดการทรัพยากรเพื่อการผลิตอย่างยั่งยืน เมื่อวันที่ 30 พฤษภาคม 2561 โดยมีเป้าหมายเพื่อร่วมกันบริหารจัดการทรัพยากรอันเป็นสมบัติของชาติเพื่อ การผลิตอย่างยั่งยืน ดำเนินการอื่นๆ ที่เกี่ยวข้องในการจัดการทรัพยากรให้เกิดประโยชน์ต่อส่วนรวม หน่วยงาน ที่เกี่ยวข้อง และประเทศชาติ ซึ่งมุ่งหวังให้คนไทยมีคุณภาพชีวิตและความเป็นอยู่ที่ดี ตลอดจนเป็นการดำเนินการตามนโยบายของรัฐบาลในการพัฒนาสู่ความมั่นคง มั่งคั่ง และยั่งยืนของประเทศ

      โดยในปี 2561 ที่ผ่านมา กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ได้มอบหมายให้กรมฝนหลวงและการบินเกษตร จัดทำโครงการปลูกป่าและไม้ยืนต้นสร้างความชื้นสัมพัทธ์ในอากาศเพื่อเพิ่มประสิทธิภาพ การปฏิบัติการฝนหลวง สืบสาน “ศาสตร์พระราชา” ของพระบาทสมเด็จพระชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร และเฉลิมพระเกียรติพระบาทสมเด็จพระปรเมนทรรามาธิบดีศรีสินทรมหาวชิราลงกรณ พระวชิรเกล้าเจ้าอยู่หัว เนื่องในโอกาสวันคล้ายวันพระราชสมภพ เมื่อวันที่ 28 กรกฎาคม 2561 ซึ่งกิจกรรม ปลูกต้นไม้ดังกล่าว เป็นประโยชน์ต่อการปฏิบัติการฝนหลวงในการเพิ่มต้นทุนความชื้น สัมพัทธ์ตามธรรมชาติ ทำให้กลุ่มเมฆมีการก่อตัวและพัฒนาเป็นกลุ่มฝนตกลงสู่ในพื้นที่ลุ่มรับน้ำตามธรรมชาติและพื้นที่การเกษตร

      สำหรับในปี 2562 เนื่องในโอกาสมหามงคลพระราชพิธีบรมราชาภิเษก กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ และหน่วยงานร่วมบูรณาการ ได้แก่ กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม กระทรวงมหาดไทย กระทรวงกลาโหม กระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา กระทรวงวัฒนธรรม กระทรวงศึกษาธิการ กระทรวงการคลัง สำนักงานพระพุทธศาสนาแห่งชาติ มหาวิทยาลัยแม่โจ้ สถาบันเทคโนโลยีพระจอมเกล้าเจ้าคุณทหารลาดกระบังมหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลล้านนา บริษัท เครือเจริญโภคภัณฑ์ จำกัด บริษัท ปูนซีเมนต์ไทย จำกัด (มหาชน) และการไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย จึงได้ร่วมกันจัดทำ“โครงการปลูกป่าและไม้ยืนต้น สร้างความชื้นสัมพัทธ์ในอากาศเพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการปฏิบัติการฝนหลวง สืบสานศาสตร์พระราชาและพระราชินี เฉลิมพระเกียรติเนื่องในโอกาสมหามงคลพระราชพิธีบรมราชาภิเษก” เพื่อเป็นการสืบสาน ศาสตร์พระราชาและพระราชินี ของพระบาทสมเด็จพระชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถ-บพิตร และสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง และเฉลิมพระเกียรติพระบาทสมเด็จพระปรเมนทรรามาธิบดีศรีสินทรมหาวชิราลงกรณ พระวชิรเกล้าเจ้าอยู่หัว เนื่องในโอกาส มหามงคลพระราชพิธีบรมราชาภิเษก โดยการจัดกิจกรรมดังกล่าว เป็นการสร้างความชื้นสัมพัทธ์ในอากาศให้ มากขึ้นในการเพิ่มโอกาสการเกิดฝน และการปฏิบัติการฝนหลวงประสบผลสัมฤทธิ์เพิ่มขึ้นโดยการฟื้นฟู สภาพป่าเสื่อมโทรมให้สามารถกลับมาอยู่ในสภาพสมบูรณ์ และสร้างผืนป่าให้เกิดความชุ่มชื้น เป็นการเพิ่มป่าต้นน้ำ พื้นที่ป่าชุมชน การปลูกป่าไม้ ป่าเศรษฐกิจ ป่าชุมชน และไม้ยืนต้นบริเวณหัวไร่ปลายนา เพื่อเป็นแหล่งอาหารของสัตว์ป่าในการดำรงชีวิต เป็นแหล่งอาหารและการใช้ประโยชน์สำหรับชุมชนต่อไป
      ด้านนายสุรสีห์ กิตติมณฑล อธิบดีกรมฝนหลวงและการบินเกษตร กล่าวเพิ่มเติมว่า สำหรับการดำเนินงานโครงการปลูกป่าฯ ในปี 2562 แบ่งออกเป็น 3 กิจกรรมหลัก ได้แก่
      1.กิจกรรมพิธีเปิดโครงการฯในวันพฤหัสบดีที่ 23 พฤษภาคม 2562 ซึ่งมีกิจกรรมการปลูกป่าและไม้ยืนต้นพร้อมทั้งปล่อยพันธุ์สัตว์น้ำ ณ อ่างเก็บน้ำนฤบดินทรจินดา ต.แก่งดินสอ อ.นาดี จ.ปราจีนบุรี โดยได้รับเกียรติจาก พลอากาศเอก ชลิต พุกผาสุข องคมนตรี ในฐานะประธานกรรมการที่ปรึกษาผู้ทรงคุณวุฒิฝนหลวง เป็นประธานในพิธีเปิดและร่วมปลูกต้นไม้ พร้อมทั้งร่วมปล่อยพันธุ์สัตว์น้ำ
      2.กิจกรรมการปลูกป่าและไม้ยืนต้น เป็นกิจกรรมการดำเนินการปลูกป่า ป่าไม้ ป่าเศรษฐกิจ ป่าชุมชน และการปลูกไม้โตเร็วตามหัวไร่ปลายนา ร่วมกันระหว่างภาครัฐ เอกชน ส่วนราชการ ประชาชนทั่วไป โดยเลือกพื้นที่ที่เหมาะสม และได้รับการสนับสนุนพันธุ์ไม้ต่างๆ จากหน่วยงานผู้เข้าร่วมโครงการฯ อาทิ มะค่า ยางนา ประดู่ สัก หวาย ขนุน มะม่วง มะขามป้อม มะค่าโมง เป็นต้น โดยในปี 2562 ตั้งเป้าหมายจำนวนต้นไม้ที่จะปลูก จำนวน 799,910 ต้น จากความร่วมมือกับหน่วยงานร่วมบูรณาการทั้งหมด 24 หน่วยงาน สำหรับกรมฝนหลวงและการบินเกษตร จะดำเนินการในช่วงเดือนพฤษภาคม – กันยายน 2562 ในพื้นที่รับผิดชอบของศูนย์ปฏิบัติการฝนหลวง ทั้ง 5 ภูมิภาค ได้แก่ ภาคเหนือ บริเวณ อ.ฮอด อ.อมก๋อย จ.เชียงใหม่ ภาคกลาง บริเวณ อ.หนองบัว อ.ตาคลี จ.นครสวรรค์ อ.ปากท่อ จ.ราชบุรี อ.มวกเหล็ก จ.สระบุรี ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ บริเวณ อ.สังขะ จ.สุรินทร์ อ.เลิงนกทา จ.ยโสธร อ.ห้วยผึ้ง จ.กาฬสินธุ์ อ.พิมาย จ.นครราชสีมา ภาคตะวันออก บริเวณ อ.บ่อทอง จ.ชลบุรี และภาคใต้ บริเวณ อ.แก่งกระจาน จ.เพชรบุรี และ อ.หัวหิน จ.ประจวบคีรีขันธ์
      3.กิจกรรมการโปรยเมล็ดพันธุ์พืชทางอากาศ เป็นกิจกรรมโดยความร่วมมือ ทั้งภาครัฐ เอกชน รวมถึงภาคประชาชนทั่วไป ซึ่งกรมฝนหลวงและการบินเกษตร เป็นเจ้าภาพในการดำเนินการควบคู่ไปกับการปฏิบัติการฝนหลวงในแต่ละวัน โดยเลือกพื้นที่ที่เหมาะสมในการกำหนดการเตรียมเมล็ดพันธุ์พืชเพื่อโปรยทางอากาศ แบ่งการดำเนินการเป็น 3 ระยะ คือ
            1) การจัดหาเมล็ดพันธุ์พืชและเตรียมอุปกรณ์
            2) การปฏิบัติการโปรยเมล็ดพันธุ์พืชทางอากาศ 5 ภูมิภาค ภายหลังเสร็จสิ้นจากการปฏิบัติการฝนหลวงประจำวัน โดยในปี 2562 จะใช้เมล็ดพันธุ์ 11 ชนิด จำนวน 1,080 กิโลกรัม ประกอบด้วย สัก (600 กก.) สมอไทย (80 กก.) สาธร (2 กก.) ไผ่ป่า (2 กก.) ประดู่ป่า (150 กก.) สมอพิเภก (150 กก.) สีเสียดแก่น (5 กก.) มะขามป้อม (1 กก.) มะค่าแต้ (5 กก.) มะค่าโมง (80 กก.) ไม้แดง (5 กก.) พื้นที่ดำเนินการบริเวณ อุทยานแห่งชาติศรีลานนา จ.เชียงใหม่ อุทยานแห่งชาติลำคลองงู จ.กาญจนบุรี อุทยานแห่งชาติเขาใหญ่ จ.นครราชสีมา อุทยานแห่งชาติตาพระยา จ.สระแก้ว และอุทยานแห่งชาติแก่งกระจาน จ.เพชรบุรี และ
      3) การติดตาม และประเมินผลและติดตามโครงการโปรยเมล็ดพันธุ์พืช โดยรวบรวมข้อมูล ชนิด จำนวน พื้นที่บริเวณโปรย เมล็ดพันธุ์พืช ช่วงเวลาการเจริญเติบโตเมล็ดพันธุ์พืช แนวระยะเส้นทางการโปรยเมล็ดพันธุ์พืช มาทำการประเมินผล รวมถึงการติดตามผลการปฏิบัติการด้วย
      อย่างไรก็ตาม การดำเนินโครงการปลูกป่าและไม้ยืนต้นฯ คาดว่าจะสามารถช่วยสร้างความชื้นสัมพัทธ์ในอากาศ เพื่อเพิ่มความชุ่มชื้น พื้นที่ป่าต้นน้ำ แหล่งอาหารสัตว์ป่าในพื้นที่เขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่า และพื้นที่ผืนป่าทั่วประเทศอย่างยั่งยืน ช่วยสร้างความสมบูรณ์ในพื้นที่อยู่อาศัยของสัตว์ป่า ตลอดจนส่งเสริมการมีส่วนร่วมและความสามัคคี ของทุกภาคส่วนตามนโยบายไทยนิยม ยั่งยืน

      ทั้งนี้ จึงขอเชิญชวนพี่น้องประชาชน ร่วมพิธีเปิดโครงการฯ ในวันพฤหัสบดีที่ 23 พฤษภาคม 2562 ณ อ่างเก็บน้ำนฤบดินทรจินดา ต.แก่งดินสอ อ.นาดี จ.ปราจีนบุรี และร่วมกิจกรรมโครงการปลูกป่าและไม้ยืนต้นฯ กับหน่วยงานร่วมบูรณาการในพื้นที่ต่างๆ ทั่วประเทศ เพื่อร่วมกันสร้างความอุดมสมบูรณ์ของทรัพยากรป่าไม้ของประเทศ ตามแนวทางศาสตร์ของพระราชาและพระราชินีสืบต่อไป!!


:กรมฝนหลวงและการบินเกษตร!!

ประธานสมาพันธ์ต่อต้านแชร์ลูกโซ่แห่งประเทศไทย พาผู้เสียหายจากคดีแชร์ลูกโซ่ทุกคดีเข้าร้องทุกข์​ต่อ​พลตำรวจเอกจักรทิพย์​ชัยจินดาผู้บัญชาการ​ตำรวจ​แห่งชาติ

      นายสามารถ เจนชัยจิตรวนิช ประธานสมาพันธ์ต่อต้านแชร์ลูกโซ่แห่งประเทศไทย พาผู้เสียหายจากคดีแชร์ลูกโซ่ทุกคดีเข้าร้องทุกข์​ต่อ​พลตำรวจเอกจักรทิพย์​ชัยจินดาผู้บัญชาการ​ตำรวจ​แห่งชาติ
หลักการที่จะยื่นเรื่องถึงผบ.ตร
            1.คดีที่ผู้เสียหาย​แจ้งความ​ตามท้องที่เกิดเหตุคดีไม่มีความคืบหน้า​
            2.คดีที่ผู้เสียหาย​แจ้งความ​แล้วตำรวจออกหมายจับแล้วแต่ยังจับกุมไม่ได้
            3.คดีผู้เสียหาย​ที่แจ้ง​ความ​ไม่ได้เพราะตำรวจไม่รับขาดเจ้าภาพ
            4.คดีโอดีแคปิตอล​ที่ผู้เสียหาย​ตกค้างขาดเจ้าภาพเนื่ิองจากปอศได้สรุปสำนวน​ฟ้องไปแล้ว
จึงทำให้ผู้เสียหาย​ตกค้่างพอไปแจ้งความตามพื้นที่จะทำให้ผู้เสียหาย​บางคนต้องตกเป็น​ผู้ต้องหา​ไปด้วยเพราะขาดเจ้าภาพทำแบบเป็นระบบแบบคดียูฟัน
            5.ผู้เสียหาย​คดียูฟันจะเดินทางเข้าทวงถามคดีที่ตนฟ้องทีหลังตำรวจยังไม่ฟ้องที่สน.บางนาและอีกหลายพื้นที่ได้แจ้งความ​หลังจากศาลมีคำพิพาก​ษา
            6.ผู้เสียหาย​ในคดีอื่นจะเดินทางมาทวงถาม​ความ​คืบหน้า​หลังแจ้งความ​ไว้ที่ศอปส.ตรแล้ว
ทุกปัญหา​ความเดือดร้อน​ของ​พี่น้อง​ประชาชน​ต้อง​ได้รับการ​ดูแล​แก้ไข​
ตามหลักการ​ที่รัฐบาลได้ให้ความสำคัในการแก้จนแก้โกง
      ดังนั้น​ผู้เสียหาย​ขอให้​เดินทาง​มา​พร้อม​กันพร้อมเอกสารที่แสดงว่าตนเองเป็นผู้เสียหาย​และถ้าผู้เสียหายได้เสนอให้ทางสำนักงานตำรวจแห่งชาติจัดตั้งกองบังคับการปราบปรามการฉ้อโกงประชาชน โดยข้อกฎหมายได้ปรึกษากับทางท่าน กอบศักดิ์ ภูตระกูล อดีตรัฐมนตรีประจำสำนักงานนายกรัฐมนตรี
      ปัจจุบันดำรงตำแหน่งโฆษกพรรคพลังประชารัฐ และพรรคพลังประชารัฐได้การหาเสียงมีการหาเสียงกับประชาชนก่อนเลือกตั้งซึ่งปรากฏในสื่อสาธารณะจนทำให้พรรคพลังประชารัฐชนะการเลือกตั้ง 8 ล้าน 4 แสนคะแนนซึ่งตรงนี้เองขอให้พี่น้องประชาชนมั่นใจขอให้พี่น้องประชาชนมั่นใจทางพักพลังประชารัฐนำโดยท่านกอบศักด ิ์ภูตระกูลและนายสามารถ เจนชัยจิตรวนิชท กรรมการรณรงค์หาเสียงพรรคพลังประชารัฐช จะเร่งดำเนินการเรื่องนี้อย่างเร่งด่วนเพื่อแก้ปัญหาความทุกข์ร้อนของพี่น้องประชาชน