ท่านพล.ต.ต.นิพนธ์ เจริญผล อดีตรองผู้บัญชาการตำรวจนครบาล ประธานมูลนิธิจราจร พร้อมด้วยคุณไม้เอก ฤทธิ์ณประภา (รองประธาน) มอบหนังสือแต่งตั้งที่ปรึกษามูลนิธิจราจรแด่ ร.อ.ดร.เมตตา เต็มชำนาญ “ทหารนักบุญ”

      วันอังคารที่ 28 พ.ค.62 เวลา17.00 น. ท่านพล.ต.ต.นิพนธ์ เจริญผล อดีตรองผู้บัญชาการตำรวจนครบาล ประธานมูลนิธิจราจร พร้อมด้วยคุณไม้เอก ฤทธิ์ณประภา (รองประธาน) มอบหนังสือแต่งตั้งที่ปรึกษามูลนิธิจราจรแด่ ร.อ.ดร.เมตตา เต็มชำนาญ “ทหารนักบุญ” มีคุณพงษ์พจน์ หิรัญพฤกษ์ อ.ธงชัย นิติกุล คุณกริชสุวรรณ ดีสุข อ.อ๊อฟ มหาดไทย คุณธนอนันต์ บุณยรัตพันธุ์ (แมน ซิตี้) กระบี่มือหนึ่ง คุณอำพัน เพ็ญพรหม (โอ่ง บางนา) คุณออน พรนภา คุณปิยะฉัตร สังขโอภาส คุณตุ๊กกี้ รัตนา ลีสุวัฒน์ อ.อุมาเทวี จุติกันต์ ร.ต.สมยศ มีแสงเพชร
      โดยมีคุณพรพิเศษ สมปราชญ์ ประธานบริษัท SPECIAL INTER CO.LTCL. จำหน่ายวิทยุ วอ-สื่อสาร มีจำหน่ายและให้เช่า เป็นเจ้าภาพเลี้ยงอาหารที่ ร้านอาหารเพลิน ถนนวิภาวดี
เลขาแอนนา ถ่ายภาพ- รายงาน

บช.ปส.” ร่วม “กอ.รมน.” โชว์ผลงาน “จับกุมเครือข่ายยาเสพติดรายใหญ่ภาคเหนือ” กว่า 4 ล้านเม็ด

      “บช.ปส.” พร้อมด้วย “กอ.รมน.” โชว์ผลงาน “จับกุมเครือข่ายยาเสพติดรายใหญ่ภาคเหนือ” ได้ของกลาง “ยาบ้า กว่า 4,460,000 เม็ด” ณ.กองบัญชาการตำรวจปราบปรามยาเสพติด (บช.ปส.)

      วันอังคารที่ 28 พฤษภาคม 2562 พล.ท.กิตติธัช บุพศิริ ผอ.ศปป.2.กอ.รมน. พร้อมด้วย พล.ต.อ.เฉลิมเกียรติ ศรีวรขาน รอง.ผบ.ตร. และ พล.ต.ท.ชินภัทร สารสิน ผบช.ปส. , พล.ต.ท.สุธีร์ เนรกัณฐี ผบช.ภ.6 ร่วมกันแถลงข่าว จับกุมผู้ต้องหายาเสพติดรายใหญ่พร้อมด้วยของกลางยาเสพติด “ยาบ้า จำนวน 4,460,000 เม็ด” ณ.กองบัญชาการตำรวจปราบปรามยาเสพติด (บช.ปส.) ถนนวิภาวดี ดินเเดง กทม.

      ทางด้าน พล.ต.ท.ชินภัทรฯ กล่าวว่า ในการจับกุมเครือข่ายผู้ค้ายาเสพติดรายใหญ่ครั้งนี้ สืบเนื่องจากเจ้าหน้าที่ บช.ปส. ลงพื้นที่ทำการสืบสวน เครือข่ายยาเสพติดรายดังกล่าว จนล่าสุดได้รับแจ้งข้อมูลจาก สายลับ ว่ากลุ่มนี้จะมีการลักลอบแอบขนยาเสพติด ยาบ้า ลงมาจากพื้นที่ในจังหวัดภาคเหนือตอนบนเพื่อมาส่งต่อให้กับลูกค้าในพื้นที่ กรุงเทพฯ และ ปริมณฑล โดยจะใช้พาหนะ “รถยนต์ทะเบียน ญฌ 2158 กทม.” และ “รถยนต์ทะเบียน กบ 7714 กาญจนบุรี” เป็นพาหนะในการลำเลียงขนยาเสพติดในครั้งนี้ โดยเส้นทางจะขับหลบเลี่ยงด่านตรวจตามเส้นทางหลักผ่านเส้นทาง จังหวัดเชียงราย ลำปาง จนมาถึง จ.สิงห์บุรี จากนั้นเจ้าหน้าที่ บช.ปส. และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง จึงได้จัดชุดกำลังเจ้าหน้าที่เฝ้าติดตามรถยนต์คันดังกล่าว เเละ ในวันอาทิตย์ที่ 26 พฤษภาคม 2562 ที่ผ่านมา ทาง เจ้าหน้าที่ บช.ปส. พร้อมด้วย เจ้าหน้าที่ตำรวจ สืบสวนภูธร สภ.โกรกพระ จ.นครสวรรค์ จนสามารถติดตามรถยนต์คันดังกล่าวได้และได้ติดตามไล่ล่า ก่อนที่ ผู้ต้องหา จะรู้ตัวโดยผู้ต้องหาได้ทำการขับรถยนต์หนี จนนำรถยนต์มาจอดทิ้งของกลางยาเสพติดไว้ บริเวณร่องน้ำ ข้างสระสาธารณะ ในพื้นที่ ม.1 ต.เนินศาลา อ.โกรกพระ จ.นครสวรรค์ จากการตรวจค้นรถยนต์พบ ยาบ้า ของกลางยาเสพติด ยาบ้า สัญลักษณ์ 999 สีแดงและสีน้ำเงิน ซึ่งเป็นของกลุ่มว้าใต้ สัญลักษณ์ Y1 สีแดง และรูปผลองุ่นสีแดงของกลุ่มว้าเหนือ โดยประมาณ จำนวน 4,460,000 เม็ด มูลค่ากว่า 800 ล้านบาท

      โดยหลังจากนั้นเจ้าหน้าที่ได้ทำการสืบสวนติดตามจนสามารถตามไปจับกุมผู้ต้องหา นายวีรชน อิ่มเปี่ยม อายุ 32 ปี และ นายธนพล ใจห่อ อายุ 23 ปี ชาวจังหวัดกาญจนบุรี ทั้ง 2 คน ได้ ที่บ้านพัก เลขที่ 193/9 ม.2 ต.วังเย็น อ.เมือง จ.กาญจนบุรี ในช่วงเย็นของวันเดียวกัน โดยของกลางทั้งหมดที่ตรวจยึดได้ในคดีนี้มีดังนี้

            1.ยาบ้า จำนวน 4,459,200 เม็ด
            2.รถยนต์นิสสันมาร์ช 1 คัน
            3.รถยนต์มิตซูบิชิปาเจโร่ สีดำ 1 คัน
            4.โทรศัพท์มือถือ 5 เครื่อง
            5.เงินสด และ ทองรูปพรรณ
            6.และ ทรัพย์สิน อื่น กว่า 1 ล้านบาท ( รวมทั้งหมด 9 รายการ )

      เบื้องต้นเจ้าหน้าที่ได้แจ้งข้อหาผู้ต้องหา ร่วมกันกับพวกที่หลบหนีมียาเสพติดให้โทษประเภท 1 (ยาบ้า) ไว้ในครอบครองเพื่อจำหน่าย ก่อนที่จะนำตัวผู้ต้องหาพร้อมด้วยของกลางนำส่งพนักงานสอบสวน บก.ปส.2 ส่งดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป


เนื้อข่าว
ธีรพล ปลื้มถนอม รายงาน

ผบช.น.พร้อมคณะ ร่วมลงนามไว้อาลัย​ อดีตประธานองคมนตรีและรัฐบุรุษ

      วันนี้​ วัน​พุธที่ 29 พ.ค.62 เวลา 11.30 น.ณ บริเวณเต็นท์ลงนามแสดงความไว้อาลัย หน้าบ้านสี่เสาเทเวศร์ : พล​ตำรวจ​โท​ สุทธิพงษ์ วงษ์ปิ่น ผู้​บัญชาการ​ตำรวจ​นครบาล​ ผบช.น. นำคณะ รองผู้บัญชาการ​ตำรวจ​นครบาล​ (รอง​ผบช.น.),ผู้​บังคับการ​ตำรวจ​นครบาล​ (ผบก.)​ ในสังกัดกอง​บัญชาการ​ตำรวจ​นครบาล (บช.น.)​ ร่วมลงนามไว้อาลัย พลเอก​ เปรม ติณสูลานนท์ อดีตประธานองคมนตรีและรัฐบุรุษ

Cr.ทีมงานประชาสัมพันธ์ บช.น.
สุรเชษฐ​ ศิลา​นนท์​ รายงาน​

ผบช.น.พร้อมคณะร่วมบันทึกเทปโทรทัศน์พิธีอาเศียรวาท เนื่องในโอกาสวันพระราชสมภพ สมเด็จพระนางเจ้าสุทิดาพัชรสุธาพิมลลักษณ พระบรมราชินี

      วันนี้​ วันพุธที่ 29 พ.ค.62 เวลา 10.00 น. ณ ห้องส่งสถานีวิทยุโทรทัศน์กองทัพบกช่อง 5 ถนนพหลโยธิน แขวงทุ่งพญาไท เขตราชเทวี กรุงเทพฯ​ : พลตำรวจ​โท​ สุทธิพงษ์ วงษ์ปิ่น ผู้​บัญชาการ​ตำรวจ​นครบาล​ (ผบช.น.)​ พร้อมคณะ รองผู้บัญชาการ​ตำรวจนครบาล​ (รอง​ผบช.น.),ผู้บังคับการ​ตำรวจ​นครบาล​ (ผบก.น.)​ ในสังกัด กอง​บัญชาการ​ตำรวจ​นครบาล​ (บช.น.)​ ร่วมบันทึกเทปโทรทัศน์พิธีอาเศียรวาท เนื่องในโอกาสวันพระราชสมภพ สมเด็จพระนางเจ้าสุทิดาพัชรสุธาพิมลลักษณ พระบรมราชินี โดยมี พลตำรวจ​ตรี​ ภัคพงศ์ พงษ์เภตรา,พล​ตำรวจ​ตรี​ ธิติ แสงสว่าง,พลตำรวจ​ตรี​ ดาวลอย เหมือนเดช,พลตำรวจ​ตรี​ ภาณุรัตน์ หลักบุญ,พลตำรวจ​ตรี​ จิรสันต์ แก้วแสงเอก,พลตำรวจ​ตรี​ สุคุณ พรหมายน,พลตำรวจ​ตรี​ นิตินันท์ เพชรบรม,พลตำรวจ​ตรี​ ธีรศักดิ์ สุริวงศ์,พล​ตำรวจ​ตรี​ ชูฉัตร ธารีฉัตร รองผู้บัญชาการ​ตำรวจ​นครบาล​ (รอง​ผบช.น.),พล​ตำรวจ​ตรี​ ดร.เสนิต สำราญสำรวจกิจ ผู้​บังคับการ​ตำรวจ​นครบาล
      ​ 1​ (ผบก.น.1)​,พลตำรวจ​ตรี​ เอกชัย บุญวิสุทธิ์ ผู้บังคับการ​ตำรวจ​นครบาล​
      2​ (ผบก.น.2)​,พลตำรวจ​ตรี​ สมนึก น้อยคง ผู้บังคับการ​ตำรวจ​นครบาล​
      3​ (ผบก.น.3)​,พลตำรวจ​ตรี​ ธีระพงษ์ วงษ์รัฐพิทักษ์ ผู้บังคับการ​ตำรวจ​นครบาล​
      4​ (ผบก.น.4)​,พลตำรวจ​ตรี​ มงคล วรุณโณ ผู้บังคับการ​ตำรวจ​นครบาล​
      5​ (ผบก.น.5)​,พลตำรวจ​ตรี​ พัฒนา เพศยนาวิน ผู้บังคับการ​ตำรวจ​นครบาล​
      6​ (ผบก.น.6),พลตำรวจ​ตรี​ บุญญฤทธิ์ รอดมา ผู้บังคับการ​ตำรวจ​นครบาล​
      7​ (ผบก.น.7)​,พล​ตำรวจ​ตรี​ สัมฤทธิ์ ตงเต๊า ผู้บังคับการ​ตำรวจ​นครบาล​
      8​ (ผบก.น.8)​,พลตำรวจ​ตรี​ นิธิธร จินตกานนท์ ผู้บังคับการ​ตำรวจ​จราจร​ (ผบก.จร.),พลตำรวจ​ตรี​ สำราญ นวลมา ผู้บังคับการ​สายตรวจ​และปฎิบัติ​การ​พิเศษ​ (ผบก.สปพ.)​ และคณะแม่บ้านชมรมแม่บ้านตำรวจนครบาล เข้าร่วมพิธี ณ ห้องส่งสถานีวิทยุโทรทัศน์กองทัพบกช่อง 5 ถนนพหลโยธิน แขวงทุ่งพญาไท เขตราชเทวี กรุงเทพฯ

Cr.ทีมงานประชาสัมพันธ์ บช.น.
สุรเชษฐ​ ​ศิลา​นนท์​ รายงาน​

ตำรวจปคม.ตามรวบโชเฟอร์รถเมล์สาย 38 หนีคดีลวงอนาจารสาว 16 อีกแค่ 1 เดือน คดีจะหมดอายุความ

      เมื่อวันที่ 28 พ.ค.62​ ที่กองบังคับการ​ปราบปราม​การ​ค้า​มนุษย์​ (บก.ปคม.)​ : พลตำรวจ​ตรี​ วรวัฒน์ วัฒน์นครบัญชา ผู้บังคับการ​ปราบปราม​การ​ค้ามนุษย์​ (ผบก.ปคม.)​ ได้สั่งการให้ พัน​ตำรวจ​เอก​ ภูมินทร์ พุ่มพันธุ์ม่วง รองผู้บังคับการ​ปราบปราม​การ​ค้ามนุษย์​ (รอง​ผบก.ปคม.),พัน​ตำรวจ​เอก​ มารุต กาญจนขันธกุล ผู้กำกับ​การ​ 1​ กอง​บังคับการ​ปราบปราม​การ​ค้ามนุษย์​(ผกก.1 บก.ปคม.)​ และ พัน​ตำรวจ​โท​ มนต์ชัย เพ็งเลิศ สารวัตรกอง​กำ​กับการ​ 1​ กอง​บังคับการ​ปราบปราม​การ​ค้ามนุษย์​ (สว.กก.1 บก.ปคม.)​

      ร่วมกันนำกำลังเข้าจับกุม นายสุคะโชติ คุณศิลป์ อายุ 36 ปี ตามหมายจับศาลจังหวัดธัญบุรี ที่1081/2548 ลงวันที่ 16 พ.ค.48 ในข้อหา “พรากผู้เยาว์อายุเกินกว่าสิบห้าปี แต่ยังไม่เกินสิบแปดปีไปเสียจากบิดามารดาผู้ปกครอง หรือผู้ดูแลเพื่อการอนาจาร “ได้ที่สุขถาวรอพาทเม้นต์ ซอยทุ่งเศรษฐี แยก 21 แขวงดอกไม้ เขตประเวศ กทม.

      พ.ต.อ.มารุตฯ เปิดเผยว่า เหตุการณ์​นี้เกิดขึ้นเมื่อวันที่ 4 ก.ค.47 ขณะนั้นนายสุคะโชติ มีอาชีพขับจยย.รับจ้าง และช่วยพี่สาวขายก๋วยเตี๋ยว อยู่ที่ย่านลำลูกกา ได้ก่อเหตุลวงน.ส.น้ำ (นามสมมติ) ขณะเกิดเหตุเด็กอายุ 16 ปี โดยพาตัวหนีออกจากบ้าน ไปเพื่อกระทำอนาจาร เมื่อผู้ปกครองของผู้เสียหายทราบเรื่อง จึงเข้าแจ้งความดำเนินคดี และศาลออกหมายจับไว้ ส่วนนายสุคะโชติฯ​ ก็รีบหลบหนีออกจากพื้นที่ไปนานเกือบ 15 ปี จนกระทั่งชุดจับกุมทราบว่า ปัจจุบันผู้ต้องหาได้ไปทำงานเป็นพนักงานขับรถโดยสาร ประจำทาง สาย 38 จึงนำกำลังเข้าจับกุมไว้ได้ในที่สุด ก่อนที่คดีจะหมดอายุความในวันที่ 4 ก.ค.62​ ที่จะถึงนี้ ซึ่งอีกประมาณ 1 เดือนกว่า คดีก็จะหมดอายุความแล้ว

      เบื้องต้นจากการสอบสวน นายสุคะโชติฯ ให้การรับสารภาพตลอดข้อกล่าวหา จึงนำตัวส่งพนักงานสอบสวนของสภ.คูคต ดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป

Cr.เจริญ​ผล​ เอี่ยม​พึ่ง
สุรเชษฐ​ ศิลา​นนท์​ รายงาน​

ยะลา เตรียมเปิดสนามบินพาณชย์เบตง กลางปี 63 นำพานักท่องเที่ยว 1.6 ล้านคนต่อปีสู่เบตง

      ยะลา เตรียมเปิดสนามบินพาณชย์เบตง กลางปี 63 นำพานักท่องเที่ยว 1.6 ล้านคนต่อปีสู่เบตง จากการเปิดเผยของ พันจ่าอากาศโทอนันต์ บุญสำราญ นายอำเภอเบตง จังหวัดยะลา เปิดเผยว่า ขณะนี้การก่อสร้างสนามบินพาณชย์เบตง มีความคืบหน้าไปอย่างมาก ในส่วนของทางวิาง หรือรันเวย์ และอาคารที่พักผู้โดยสารนั้น คาดว่าจะดำเนินการก่อสร้างแล้วเสร็จในสิ้นปีนี้ ส่วนการก่อสร้างหอบังคับการบินและศูนย์อุตุนิยมวิทยา เนื่องจากที่ผ่านมาติดปัญหาเรื่องการเวนคืนที่ดินเพิ่งดำเนินกาเสร็จสิ้น ทำให้การรับมอบพื้นที่ก่อสร้างล่าช้า แต่จากการประชุมครั้งล่าสุด โดยมีรัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม ซึ่งเดินทางมาตรวจเยี่ยมหน่วยงานเกี่ยวข้องยืนยันว่า หลังจากได้รับมอบพื้นที่แล้ว จะมีเริ่มก่อสร้างช่วงเดือน มิถุนายน 62 และคาดว่าจะแล้วเสร็จภายใน พฤษภาคม 63 ในส่วนของสายการบินที่มีความประสงคืที่จะทำการบินมาลงยังสนามบินพาณิชย์เบตงนั้น มีเพียง 2 สายการบินที่มีความสนใจ คือ นกแอรืและบางกอกแอร์เวย์ เพราะทั้ง2 สายการบินนี้ มีเครื่องบินที่สามารถนำมาลงจอดบนรันเวย์ที่มีความยาว 1800 เมตร ส่วนสายการบินแอร์เอเซียได้เสนอให้ขยายทางวิ่งหรือรันเวย์ออกไปอีกเป็น 2100 เมตร เพื่อที่จะสามารถรองรับกับเครื่องบินของแอร์เอเซียได้ โดยขณะคณะรับมนตรีเห็นชอบแล้วแต่อยู่ในระหว่างการศึกษาความเป็นไปได้ในการขยายของกรมท่าอากาศยาน
      นายอำเภอเบตง ได้กล่าวอีกว่า หากสนามบินพาณิชย์เบตงเปิดให้บริการจะมีนักท่องเที่ยวเดินทางเข้าออกมาที่อำเภอเบตง ปีละประมาณ 1 ล้านคน เพิ่มขึ้นจากปีที่แล้วที่มีเพียง 8 แสนคน ซึ่งจะทำให้การท่องเที่ยวและเศรษฐกิจในเบตงและอำเภอต่างๆในยะลา ประชาชนในท้องถิ่นมีรายได้เพิ่มขึ้น พร้อมกันนี้ทางเมืองเบตงและจังหวัดยะลามีความพร้อมและศักยภาพในเรื่องโรงแรมที่พัก ร้านอาหาร สถานที่ท่องเที่ยวที่มีการพัฒนาให้มีความสะดวกสบายไว้บริการนักท่องเที่ยว โดยที่ผ่านมาในช่วงเทศกาลมีนักท่องเที่ยวเข้าพักเต็มตลอด ขณะนี้ทางอำเภอเบตงได้สนับสนุนการท่องเที่ยวเชิงนิเวศน์ สร้างและรักษาเอกลักษณ์เรื่องอาหารการกินที่ขึ้นชื่อของเมืองเบตง ไม่ว่าจะเป็น ไก่เบตง ผักน้ำ เคาหยกที่แสนอร่อย และอากาศที่หนาวเย็นสบาย วัฒนธรรมที่หลากหลายก่อเกิดเป็นพหุวัฒนธรรมสังคมที่ร่มเย็น คณาโชค ตามจิตเจริญ รายงาน ภาพ/ข่าว

งดงามตระการตา งานสมโภชศาลพระหลักเมืองและงานกาชาด ปี 62 จังหวัดยะลา

      จังหวัดยะลา นายอนุชิต ตระกูลมุทุตา ผู้ว่าราชการจังหวัดยะลา เป็นประธานเปิดงานสมโภชศาลหลักเมือง และงานกาชาด จังหวัดยะลา ประจำปี 2562 โดยมีหัวหน้าส่วนราชการ เหล่ากาชาดจังหวัดยะลา ทหาร ตำรวจ นักเรียน นักศึกษา ประชาชนในพื้นที่จังหวัดยะลา เข้าร่วมอย่างพร้อมเพรียง นายอนุชิต กล่าวถึงงานในปี 2562 นี้ว่า การจัดงานสมโภชหลักเมือง และงานกาชาดจังหวัดยะลา ถือว่าเป็นประเพณีที่สำคัญของจังหวัดยะลา ซึ่งจัดขึ้นเป็นประจำทุกปี เริ่มมาตั้งแต่ วันที่ 25 พฤภาคม ปี พ.ศ. 2505 เป็นต้นมา จนถึงปัจจุบันเป็นเวลาถึง 57 ปีแล้ว โดยงานในปีนี้จะเริ่มตั้งแต่วันที่ 25 พ.ค.-4 มิ.ย. 2562 รวม 11 วัน 11 คืน เพื่อส่งเสริมภาพลักษณ์ พหุสังคมวัฒนธรรมที่ดีของจังหวัด พร้อมส่งเสริมการท่องเที่ยวของจังหวัดยะลา และเปิดโอกาสให้ประชาชนชาวจังหวัดยะลาและจังหวัดใกล้เคียงได้พักผ่อนหย่อนใจใน และยังเป็นการหารายได้เพื่อสนับสนุนกิจกรรมสาธารณกุศลของเหล่ากาชาดจังหวัดยะลา โดยในงานภาคเช้าจะมีการอัญเชิญหลักเมืองจำลองแห่ไปรอบเมือง เพื่อให้ประชาชนได้สัการะ พร้อมด้วยขบวนแห่ทางวัฒนธรรมที่แสดงถึงความเป็นอยู่ที่สุขสงบ สมกับเป็นจังหวัดพหุวัฒนธรรมที่ผู้คนมีความรักสามมัคี ปรองดอง สันติสุข ร่มเย็น รวมมีการแสดงของดีเมืองยะลา เช่นผลไม้ที่ขึ้นชื่อ จาก 8 อำเภอในจังหวัดยะลา การออกร้านนาวากาชาด การจัดนิทรรศการจากหน่วยงานของรัฐ การแสดงผลงานจากส่วนราชการในจังหวัด การออกร้าของบรรดาบริษัทห้างร้านกว่า 100 คูหา การประกวดธิดานิบง และกิจกรรมบนเวทีบันเทิงหลาหลายวัฒนธรรม ร่วมทั้งการแสดงจากเหล่าศิลปินดาราชื่อดัง นักร้อง นักแสดงมาให้ความสนุกสนามเต็มที่ในงานกาชาดครั้งนี้มากมายทุกคืนในส่วนของมาตรการรักาาความปลอดภัยเป้นไปอย่างเข้มงวด มีการประสานงานการดูแลด้านความปลอดภัยในทุกภาคส่วน จากทหาร ตำรวจ อส. อภปร. อาสาสมัคร ภาคประชาชน คณาโชค ตามจิตเจริญ รายงาน ภาพ/ข่าว

สนธิกำลัง​ชุดสืบสวนสอบสวนตำรวจภูธรจังหวัดสระบุรีบุกจับกุมแก็งค้ายาบ้ารายใหญ่ได้กว่า8,000เม็ด​

     เมื่อ13.00น.วันที่ 27พฤษภาคม2562 ส่วนประสานงานฯจังหวัดสระบุรี มีพันเอก เพิ่มศักดิ์ ขุนโขลน รอง.ผอ.รมน.จังหวัด สระบุรีพร้อมพันตำรวจเอก​ ไพโรจน์​ ตรีโสภณ​ ผู้กำกับสถานีตำรวจภูธร​เเก่งคอยพร้อมชุดสืบสวนสอบสวนสืบทราบว่ามีแหล่งค้ายาบ้าจึงสนธิกำลังเพื่อร่วมกรณีการจับกุม ยาเสพติด(ยาบ้า)จำนวนรวมกว่า8,000​ เม็ดในเขตพื้นที่ริมถนนมิตรภาพ หมู่ที่9ตำบลทับกวาง อำเภอเเก่งคอย จังหวัดสระบุรี เเละขยายผลไปบ้านเลขที่ 64 หมู่5 ตำบลชำผักเเผว อำเภอเเก่งคอย จังหวัดสระบุรี รวบผู้ต้องหา2ราย คือนายชานนท์ สุขศรี อายุ16 ปี เเละนายชวิน ไพรกระโทก 20 ปี ลักษณะการจับกุมเมื่อวันที่26 พฤษภาคม​2562 เวลา 23.00น.เจ้าหน้าที่ได้ทำการล่อซื้อยาเสพติด(ยาบ้า)บริเวณริมถนนมิตร หมู่9 ตำบลทับกวางฯ จากนั้นได้มีนายชานนท์ สุขศรี มาส่งยาเสพติดตามที่นัดหมายกับสายไว้ เจ้าหน้าที่จึงเเสดงตัวจับกุมพบของกลางยาบ้าจำนวน​ 4, 374​ เม็ดอยู่ในถุงสะพายหลังสีน้ำเงิน จึงได้ขยายผลไปยังบ้านเลขที่64 หมู่5 ตำบลชำผักเเผว อำเภอเเก่งคอย จังหวัดสระบุรี ซึ่งเป็นบ้านของผู้ต้องหาพบนายชวิน ไพรกระโทกจึงจับกุมพร้อมของกลางย้าบ้าจำนวน3, 710 เม็ด อยู่ในถุงสะพายหลังสีน้ำเงินเหมือนกัน รวมของกลางยาบ้า 8,084 เม็ด เจ้าหน้าที่จึงนำตัวมาสวบสวนเพื่อขยายผลเเละส่งดำเนินคดีที่ สถานีตำรวจภูธร​ เเก่งคอย ต่อไป

ชาวบ้านตำบลคำป่าหลาย ยื่นหนังสือศูนย์ดำรงธรรม ขอให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ชะลอการขับไล่รื้อถอนสิ่งปลูกสร้างและทำลายทรัพย์สินทางการเกษตรของประชาชนในพื้นที่เขตพื้นที่ป่าสงวนแห่งชาติ ป่าดงหมู แปลงที่ 2 จนกว่าจะพิสูจน์ทราบและได้ข้อมูลที่ชัดเจน ตามมติคณะรัฐมนตรี เมื่อวันที่ 30 มิถุนายน 2541 และตามคำสั่ง คสช.ที่ 66/2557

       เมื่อวันที่ 27 พฤษภาคม 2562 เวลา 09.30 น. นายพงศกร พ่อศรียา .กำนันตำบลคำป่าหลายพร้อมด้วย นายใส ไชยบรรณ อดีตกำนันคำป่าหลายและตัวแทน ชาวบ้านหมู่ที่ 13 บ้านแก้ง หมู่ที่ 5 และหมู่ที่ 6 บ้านนาคำน้อย ตำบลคำป่าหลายอำเภอเมืองจังหวัดมุกดาหาร และชาวบ้านในพื้นที่ ที่ได้รับ ผลกระทบจากการดำเนินการของเจ้าหน้าที่ ตามพระราชบัญญัติป่าสงวนแห่งชาติ พ.ศ.2507 ในเขตพื้นที่ป่าสงวนแห่งชาติ ป่าดงหมู แปลงที่ 2 บริเวณพื้นที่หมู่ที่ 5,6,13 ต.คำป่าหลาย อ.เมืองมุกดาหาร จ.มุกดาหาร เข้ายื่นหนังสือ ต่อผู้ว่าราชการจังหวัดมุกดาหารและศูนย์ดำรงธรรมจังหวัด เพื่อให้แก้ไข ปัญหาดังกล่าว โดยมีนายชยันต์ ศิริมาศ ผู้ว่าราชการจังหวัดมุกดาหาร พร้อมด้วย นายสุรเดช อัคราช ผอ.สำนักงานทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม หน่วยงานที่เกี่ยวข้อง และประชาชน ที่ได้รับผลกระทบ เข้าประชุมหารือ เพื่อแก้ไขปัญหาร่วมกัน ณ ห้องประชุมแก้วกินรี ชั้น 5 ศาลากลางจังหวัดมุกดาหาร

       นายยาน ปาหลา ตัวแทนผู้ได้รับความเดือดร้อน กล่าวว่า ตนพร้อมด้วยราษฎร จำนวน 343 คน ได้ครอบครองพื้นที่ทำกินในป่าสงวนแห่งชาติ “ป่าดงหมู” บริเวณบ้านโนนคำหมู่ที่ 13 บ้านแก้งหมู่ที่ 5 และบ้านนาคำน้อยหมู่ที่ 6 ตำบล คำป่าหลาย อำเภอเมือง จังหวัดมุกดาหาร มาตั้งแต่บรรพบุรุษและได้ครอบครองทำกินมาก่อน มติคณะรัฐมนตรี 30 มิถุนายน 2541 และคำสั่ง คสชที่ 66/2557 ต่อมาในระหว่างปี พ.ศ. 2559 ถึง พ.ศ.2561 เจ้าหน้าที่ได้ทำการตรวจยึดพื้นที่ครอบครองเป็นจำนวนนับพันไร่ และเมื่อวันที่ 23-24 พฤษภาคม 2562 เจ้าหน้าที่ได้เข้ารื้อถอนสิ่งปลูกสร้างและตัดต้นยางพารา ของประชาชน จำนวนหลายไร่ ทำให้ได้รับความเดือดร้อนเป็นอย่างมาก

       จึงขอความอนุเคราะห์มายังผู้ว่าราชการจังหวัดมุกดาหาร เพื่อหาแนวทางช่วยเหลือให้กับราษฎร ตามนโยบายของกรมป่าไม้ “ไม้มีค่า ป่าชุมชน คนอยู่กับป่า” โดยขอให้พิจารณาดำเนินการดังนี้

       1 ขอให้ชะลอการตรวจยึด ขับไล่ออกจากพื้นที่ รื้อถอนสิ่งปลูกสร้าง และทำลายทรัพย์สิน ในแปลงที่ตรวจยึดทุกแปลงไว้ก่อน เนื่องได้เข้าร่วมโครงการ คทช. ตามนโยบายของรัฐบาล ขณะนี้อยู่ระหว่างรอผลการพิจารณา และขอให้เข้าทำประโยชน์ในพื้นที่เดิมอย่างต่อเนื่อง จนกว่าจะมีการแก้ไขปัญหาที่เป็นธรรมแก่ราษฎร

       2 ขอให้ตั้งคณะทำงานระหว่างส่วนราชการและภาคประชาชนฝ่ายละเท่ากัน เพื่อตรวจสอบข้อเท็จจริงการครอบครองทำประโยชน์ในที่ดินทำกิน ตามมติคณะรัฐมนตรี เมื่อวันที่ 30 มิถุนายน 2541 และตามคำสั่ง คสช.ที่ 66/2557 (เรื่อง เพิ่มเติมหน่วยงานสำหรับการปราบปราม หยุดยั้งการบุกรุกทำลายทรัพยากรป่าไม้ และนโยบายการปฏิบัติงานเป็นการชั่วคราวในสภาวการณ์ปัจจุบัน ซึ่งข้อ 2.1 การดำเนินการใดๆ ต้องไม่ส่งผลกระทบต่อประชาชนผู้ยากไร้ ผู้ที่มีรายได้น้อย และผู้ไร้ที่ดินทำกิน ซึ่งได้อาศัยอยู่ในพื้นที่เดิมนั้นๆ ก่อนคำสั่งนี้มีผลบังคับใช้ ยกเว้นผู้ที่บุกรุกใหม่ จะต้องดำเนินการสอบสวน และพิสูจน์ทราบ เพื่อกำหนดวิธีปฏิบัติที่เหมาะสมและดำเนินการตามขั้นตอนต่อไป)

       ซึ่งที่ประชุมใช้เวลากว่า 2 ชั่วโมง จึงได้ข้อสรุปร่วมกันดังนี้ ให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องชะลอการตัดต้นยางพารา การรื้อ สิ่งปลูกสร้างที่เข้าไปทำกินของราษฎรที่ได้รับผลกระทบออกไปก่อน จนกว่าจะได้ข้อมูลที่ชัดเจนว่า มีนายทุน หรือราษฎรที่เข้าไปทำกินในพื้นที่ป่าสงวนแห่งชาติป่าดงหมูแปลงที่ 2 บริเวณพื้นที่หมู่ที่ 5,6,13 ต.คำป่าหลายจำนวนกี่รายและเป็นไปตามมติ คณะรัฐมนตรี เมื่อวันที่ 30 มิถุนายน 2541 และคำสั่ง คสช ที่ 66/2557 หรือไม่

       ทั้งนี้โดยจังหวัดมุกดาหาร จะได้มีการแต่งตั้งคณะกรรมการ ซึ่งประกอบด้วยผู้อำนวยการสำนักงานทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม นายอำเภอเมืองมุกดาหาร กำนัน ผู้ใหญ่บ้าน ในพื้นที่ และหน่วยงานอื่น ๆ ที่เกี่ยวข้อง โดยมีปลัดจังหวัดมุกดาหาร เป็นประธาน ลงพื้นที่ดำเนินการสอบสวน และพิสูจน์ทราบ ข้อมูลที่ชัดเจน จากนั้นจะได้นำปัญหา ข้อมูลที่ได้รับ มาพิจารณาและแก้ปัญหาต่อไป ซึ่งทำให้ราษฎร ที่มายื่นหนังสือในครั้งนี้พอใจและเดินทางกลับ.


ธานินทร์, ฐานิตา / ผู้สื่อข่าวมุกดาหาร
เดวิด มุกดาหาร หน.ศูนย์ข่าว สำนักข่าวความมั่นคง มุกดาหาร รายงาน

วช.หนุนนักวิจัยไทย คว้ารางวัลในเวทีนานาชาติ

       วันนี้​ วัน​จันทร์​ที่ 27 พฤษภาคม 2562 เวลา 10.30 น. ณ ห้องมัฆวานรังสรรค์ ชั้น 3 สโมสรทหารบก​ กรุงเทพมหานคร​ : สำนักงานการวิจัยแห่งชาติ (วช.) กระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (อว.) นำนักวิจัยจากหน่วยงานต่าง ๆ คว้ารางวัลการประกวดสิ่งประดิษฐ์ระดับนานาชาติ ในงาน “The 47th International Exhibition of Inventions Geneva” และ​ “The 30th International Invention, Innovation & Technology Exhibition” (ITEX 2019) โดย รองศาสตราจารย์ นายแพทย์สรนิต ศิลธรรม ปลัดกระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม เป็นผู้มอบประกาศนียบัตร ประกาศเกียรติคุณและแสดงความขอบคุณนักวิจัย​ ในการแถลงข่าว “การนำผลงานวิจัย สิ่งประดิษฐ์ และนวัตกรรมไทยร่วมประกวดและจัดแสดงในเวทีนานาชาติ”

       ศาสตราจารย์ นายแพทย์สิริฤกษ์ ทรงศิวิไล ผู้อำนวยการสำนักงานการวิจัยแห่งชาติ กล่าวว่า จากภารกิจของ วช. ในการส่งเสริมและสนับสนุนนักวิจัยและนักประดิษฐ์ไทยในการนำผลงานที่มีคุณภาพและมีศักยภาพด้านการวิจัยและด้านการประดิษฐ์คิดค้น เข้าร่วมแสดงนิทรรศการและประกวดผลงานในเวทีระดับนานาชาติ นั้น ทำให้
ผลงานวิจัย สิ่งประดิษฐ์ และนวัตกรรมของคนไทยที่ไปเผยแพร่ เป็นที่รู้จักสามารถนำไปสู่การพัฒนาต่อยอดผลงาน และเปิดโอกาสให้มีการสร้างเครือข่ายความร่วมมือระหว่างหน่วยงานในประเทศและต่างประเทศ นอกจากนี้ยังเป็นช่องทางให้นักวิจัยและนักประดิษฐ์ไทยเป็นที่ยอมรับของนานาชาติ อันจะนำไปสู่ผลงานที่ได้มาตราฐานเกิดการยอมรับในทางการตลาดและก้าวสู่เชิงพาณิชย์ ซึ่งสอดคล้องกับนโยบายรัฐบาลในการส่งเสริมสนับสนุนให้ประเทศไทยก้าวสู่ความเป็น “ประเทศ 4.0” ที่มีความสามารถทางการแข่งขันได้ต่อไป ซึ่งที่ผ่านมา วช. ได้นำนักวิจัยและนักประดิษฐ์ไทยคว้ารางวัลเกียรติยศจาก 2 เวที ได้แก่

       1) เวที “The 47th International Exhibition of Inventions Geneva” จัดขึ้นระหว่างวันที่ 10–14 เมษายน 2562 ณ นครเจนีวา สมาพันธรัฐสวิส เป็นเวทีที่ได้รับการสนับสนุนจากรัฐบาลสวิสเซอร์แลนด์ อาทิ The Swiss Federal Government of the State และ The City of Geneva และองค์การทรัพย์สินทางปัญญา แห่งโลกหรือ WIPO (The World Intellectual Property Organization) โดย วช. ได้นำผลงานของนักวิจัยและ นักประดิษฐ์ไทยเข้าร่วมประกวดจำนวน 102 ผลงาน จาก 29 หน่วยงาน ซึ่งภายในงานมีหน่วยงานจากประเทศต่าง ๆ เข้าร่วมกว่า 40 ประเทศ มีผลงานเข้าร่วมประกวดและจัดแสดงกว่า 1,000 ผลงาน และเป็นที่น่ายินดีอย่างยิ่ง ที่ผลงานของนักวิจัยและนักประดิษฐ์ไทยสามารถคว้ารางวัลเหรียญทองเกียรติยศ จำนวน 3 ผลงาน ได้แก่ ผลงานเรื่อง “เซลล์เชื้อเพลิงสังกะสี – อากาศสมรรถนะสูง” ของ รองศาสตราจารย์ ดร.สุรเทพ เขียวหอม และคณะ แห่งคณะวิศกรรมศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ผลงานเรื่อง “การเคลือบผิวดูดซับความร้อนด้วยอนุภาคนาโนกราฟีน – ซิลิกา สำหรับแผงพลังงานรวมแสงอาทิตย์แบบราง” ของ นายพิศิษฐ์ คำหน่อแก้ว และคณะ แห่งศูนย์นาโนเทคโนโลยีแห่งชาติ สำนักงานพัฒนาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งชาติ และผลงานเรื่อง “PEA Solar Hero Application” ของ นายต้องพงษ์ ศรีบุญ และคณะ แห่งการไฟฟ้าส่วนภูมิภาค นอกจากนี้ คณะนักวิจัยและนักประดิษฐ์ไทย ยังได้รับรางวัลเหรียญทอง จำนวน 13 ผลงาน รางวัลเหรียญเงิน จำนวน 36 ผลงาน รางวัลเหรียญทองแดง จำนวน 45 ผลงาน และรางวัลพิเศษ (Special Prize) จากประเทศต่าง ๆ อีกจำนวน 32 รางวัล
       2) เวที“The 30th International Invention, Innovation & Technology Exhibition” (ITEX 2019)
จัดขึ้นระหว่างวันที่ 2 – 4 พฤษภาคม 2562 ณ กรุงกัวลาลัมเปอร์ ประเทศมาเลเซีย เป็นเวทีที่ได้รับการสนับสนุนจาก MINDS (Malaysian Invention & Design Society) มีผลงานเข้าร่วมประกวดและจัดแสดงกว่า 900 ผลงาน
จากประเทศต่าง ๆ จำนวน 21 ประเทศ โดย วช. ได้นำผลงานของนักวิจัยและนักประดิษฐ์ไทยเข้าร่วม 79 ผลงาน
จาก 24 หน่วยงาน และได้รับรางวัลเหรียญทอง จำนวน 21 รางวัล รางวัลเหรียญเงิน จำนวน 49 รางวัล รางวัลเหรียญทองแดง จำนวน 9 รางวัล และรางวัลพิเศษ (Special Prize) จากประเทศต่าง ๆ อีกจำนวน 20 รางวัล

Cr.ทีมงาน​สำนักงานการวิจัยแห่งชาติ (วช.)
สุรเชษฐ​ ศิลา​นนท์​ รายงาน​