หนุ่มดับเพลิงทรุดหลังจากออกเวรตื่นมาไม่พบรถกระบะตัวเอง

      วันที่ 10 กรกฎาคม 2562 ร.ต.อ.ธนากรณ์ เครืออ้น รอง.สารวัตรสอบสวน สภ.ประจันตคาม จ.ปราจีนบุรี ได้รับแจ้งความจาก นายพินัย สิทธิมงคล อายุ 42 ปี อยู่บ้านเลขที่ 78 ม.2 ต.ประจันตคาม อ.ประจันตคาม จ.ปราจีนบุรี ว่ารถยนต์กระบะ อีซูซุ ดีแม็ก สีขาว หมายเลขทะเบียน บม-2336 ปราจีนบุรี ซึ่งเป็นของตนเองได้สูญหายไปหลังจากจอดไว้ในเทศบาลตำบลประจันตคาม
      นายพินัย เจ้าของรถเล่าว่า เมื่อเวลาประมาณ 16.30 น.วานนี้ 9 กรกฎาคม 2562 ตนได้มาเข้าเวรดับเพลิง และได้จอดรถคันดังกล่าวไว้ในที่ช่องจอดรถ ของปลัดเทศบาล ด้านหลังสำนักงานเทศบาลฯ และตนเองก็ได้เข้าเวรตามปกติ จนในช่วงเช้า เวลาประมาณ 06.30 น. วันนี้ 10 กรกฎาคม 2562 ตนได้ออกมาดูรถ ปรากฏว่าไม่พบรถของตนในที่ตนได้จอดไว้แล้ว จากนั้นจึงได้แจ้ง นายสุวิทย์ โชติรัตน์ นายกเทศมนตรีเทศบาลตำบลประจันตคาม ผู้บังคับบัญชา เพื่อขออนุญาตดูกล้องวงจรปิดภายในสำนักงานซึ่งมีอยู่จำนวนทั้งสิ้น 46 ตัว ทั่วบริเวณเขตเทศบาล
       จนพบเห็นภาพจากกล้องวงจรปิด พบว่าคนร้ายได้เข้ามาทำการขโมยรถของตนออกไปจากที่จอดรถเมื่อเวลาประมาณ 02.40 น.(ตามเวลาจริง) จากนั้นจึงได้เดินทางไปยัง สภ.ประจันตคาม เพื่อแจ้งความร้องทุกข์ต่อ ร.ต.อ.ธนากรณ์ เครืออ้น รอง.สารวัตรสอบสวน เพื่อลงบันทึกประจำวันไว้เป็นหลักฐาน นายพินัยกล่าวต่อว่า ช่วงเวลาดังกล่าวได้มีรถไม่ทราบยี่ห้อ และหมายเลขทะเบียน ได้ขับเข้ามาผ่านที่หน้าสำนักงาน แล้ววนไปจอดที่ด้านหลัง เป็นที่จอดรถของตน จากนั้นได้ขับรถของตนผ่านออกไป ซึ่งรถคันดังกล่าวตนพึ่งผ่อนค่างวดได้เพียง 2 ปี เหลืออีก 6 ปี คงต้องมานั่งผ่อนกุญแจรถต่อไป หากเจ้าหน้าที่ตำรวจยังจับกุมตัวคนร้ายรายนี้มาดำเนินคดีไม่ได้ หากท่านใดพบเห็นรถคันดังกล่าวโปรดแจ้ง สภ.ประจันตคาม ร.ต.อ.ธนากรณ์ โทร. 087-7902027 หรือ 081-2535962

ภาพ/ข่าว ณัฐวัฒน์ กุลเศรษฐ์สุวภา  ทีมข่าวภูมิภาค
นาย  พรเทพ เขม้นเขตวิทย์ รายงานจากศูนย์ข่าวภาคตะวันออก

เปิดโครงการปศุสัตว์เคลื่อนที่เฉลิมพระเกียรติเนื่องในโอกาสมหามงคลเฉลิมพระชนมพรรษา พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว

      วันที่10กรกฎาคม​2562 เวลา09.00น.นายสัตวแพทย์ สรวิศ ธานีโต อธิบดีกรมปศุสัตว์ เป็นประธานเปิดโครงการปศุสัตว์เคลื่อนที่เฉลิมพระเกียรติเนื่องในโอกาสมหามงคลเฉลิมชนมพรรษาพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ที่บริเวณเทศบาลเมืองทับกวาง อ.แก่งคอย จ.สระบุรี มี นายเกียรติศักดิ์ ตรงศิริ รองผู้ว่าราชการจังหวัดสระบุรี หัวหน้าส่วนราชการ เจ้าหน้าที่ปศุสัตว์ในจังหวัดสระบุรี เกษตรกร เข้าร่วมงาน ในการนี้พลอากาศตรีธวัชชัย ศรีแก้ว หัวหน้าแผนกสัตวบาลในพระองค์ 904 ได้เดินทางมาตรวจเยี่ยมชมการปฏิบัติงานของเจ้าหน้าที่ในครั้งนี้ด้วย ซึ่งจังหวัดสระบุรีได้ดำเนินโครงการปศุสัตว์เคลื่อนที่เฉลิมพระเกียรติเนื่องในโอกาสมหามงคลเฉลิมชนมพรรษาพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว เพื่อถวายเป็นพระราชกุศลและน้อมสำนึกในพระมหากรุณาธิคุณที่ทรงมีต่อพสกนิกรผู้เลี้ยงสัตว์
      สำหรับโดยโครงการดังกล่าวจะเป็นประโยชน์แก่ประชาชน เกษตรกรผู้เลี้ยงสัตว์ และสัตว์ที่ถูกทอดทิ้งในสถานสงเคราะห์สัตว์ วัด ชุมชนและในที่สาธารณะ ทำให้มีคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้นและยั่งยืนตลอดไป และเพื่อให้เกิดความกินดีอยู่ดีของประชาชนชาวไทยตามพระราชประสงค์ของพระบาทสมเด็จพรเจ้าอยู่หัว โดยมีพื้นที่เป้าหมาย 13 อำเภอในจังหวัดสระบุรี จำนวน 109 ตำบล 926 หมู่บ้าน ซึ่งเจ้าหน้าที่จากหน่วยงานของกรมปศุสัตว์ทั้งส่วนกลางและส่วนภูมิภาคในเขตพื้นที่ปศุสัตว์เขต 1 มี การนำบริการออกมาให้บริการแก่ประชาชนและหน่วยบริการเคลื่อนที่ลงตามหมู่บ้าน
      ด้านนายสัตวแพทย์สรวิศ ธานีโต อธิบดีกรมปศุสัตว์ ได้กล่าวว่า เนื่องในโอกาสมหามงคลเฉลิมพระชนมพรรษาพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว กรมปศุสัตว์ได้กำหนดจัดโครงการปศุสัตว์เคลื่อนที่เฉลิมพระเกียรติ เพื่อถวายเป็นพระราชกุศลตลอดเดือนกรกฎาคม

โดยการดำเนินการ ใน 10 จังหวัดทั่วประเทศ ดังนี้
            วันที่ 8 ก.ค.62 ณ สวนสาธารณะเฉลิมพระเกียรติ (หอประชุมเทศบาลพนัสนิคม) อ.พนัสนิคม จ.ชลบุรี
            วันที่ 9 ก.ค.62 ณ โรงเรียนอนุบาลมณีราษฎร์วณาลัย ต.ห้วยแถลง อ.ห้วยแถลง จ.นครราชสีมา
             วันที่ 10 ก.ค.62 ณ เทศบาลเมืองทับกวาง ต.ทับกวาง อ.แก่งคอย จ.สระบุรี
            วันที่ 10 ก.ค.62 ณ สนามหน้าศาลากลางจังหวัดสกลนคร
             วันที่ 10 ก.ค.62 ณ โรงเรียนมัธยมสิริวัณวรี 2 อ.รัตภูมิ จ.สงขลา
             วันที่ 23 ก.ค.62 ณ เทศบาลตำบลบ้านสร้าง อ.บางปะอิน จ.พระนครศรีอยุธยา
             วันที่ 23 ก.ค.62 ณ ห้องประชุมใหญ่ อาคารหอประชุมจังหวัดลำปาง ศาลากลางจังหวัดลำปาง
             วันที่ 24 ก.ค.62 ณ เทศบาลตำบลวังกะพี้ อ.เมือง จ.อุตรดิตถ์
             วันที่ 25 ก.ค.62 ณ หอประชุมอำเภอชะอำ จ.เพชรบุรี
            วันที่ 25 ก.ค.62 ณ ศาลาประชาคม อ.กาญจนดิษฐ์ จ.สุราษฏร์ธานี
นอกจากนี้กรมปศุสัตว์ได้จัดให้มีการแสดงนิทรรศการเฉลิมพระเกียรติพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว การจัดกิจกรรมต่างๆ หลากหลาย เพื่อสัตว์เลี้ยงของประชาชน อาทิ การรักษาพยาบาลสัตว์ป่วย การฉีดวัคซีนป้องกันโรคในสัตว์ การผ่าตัดทำหมันสุนัข แมว เพื่อควบคุมโรคพิษสุนัขบ้า การตรวจวินิจฉัยโรคทางห้องปฏิบัติการเคลื่อนที่ การให้ความรู้ แนะนำการจัดการด้านอาหารสัตว์ การจัดการด้านสุขภาพสัตว์ การอบรมเกษตรกรและอาสาปศุสัตว์

/ดำรงค์ชื่นจินดารายงาน

ทหารตำรวจ ปกครอง สนธิกำลัง 3 ฝ่าย บุกทลายบ่อนไฮโล-บ่อนไก่ชน กลางป่าสงวนแห่งชาติ นักพนันนับ 100 วิ่งหนีกระเจิง รวบกำนันดังคาวงเล่นพร้อมผู้ต้องหากว่า20 คน

วันนี้ (10ก.ค62) ร้อเอก ลืชา เผือกผ่อง หัวหน้าชุดปฏิบัติการ รักษาความสงบที่ 7 กองบัญชาการควบคุม มณฑลทหารบกที่ 41 กองทัพภาคที 4 นายอำพล สังข์ทอง หัวหน้าชุดเฉพาะกิจศรีวิชัย และพ.ต.ท.ปรัชญา จันทร์สมวงศ์ รองผู้กำกับสถานีตำรวจภูธรนบพิตำ นครศรีธรรมราช สนธิกำลังกว่า 50นายกำลังบุกทลายบ่อนพนันไฮโล และบ่อนไก่ชนเถื่อนในพื้นที่ป่าสงวนแห่งชาติบ้านปากลง หมู่ 6 ต.กรุงชิง อ.นบพิตำ จ.นครศรีธรรมราช
เมื่อไปถึงพบว่ามีนักพนันทั้งชายหญิงกำลังเล่นไฮโลอย่างสนุกสนาน ส่วนบ่อนไก่ชนซึ่งมีเซียนไก่ชนกำลังเตรียมชนไก่เล่นการพนันนับ 100 คน เมื่อเห็นเจ้าหน้าที่วิ่งหนีกระเจิงเหมือนผึ้งแตกรัง พากันวิ่งเข้าป่าหลบหนีไปคนละทิศละทาง โดยเจ้าหน้าที่ต้องวิ่งไล่ตามจนสามารถจับนักพนันได้จำนวนทั้งหมด 26 คน เป็นนักพนันชายจำนวน 21 คน หญิง5 คน พร้อมของกลางเป็นอุปกรณ์เล่นพนันไฮโลครบชุด เงินสดจำนวนหนึ่ง ไก่ชนที่เซียนไก่ทั้งไว้อีกกว่า 10 ตัว โดยเจ้าหน้าที่ได้ตรวจยึดไว้เป็นของกลาง และพบว่า 1 ในจำนวนนักพนันที่ถูกจับกุมมีนายปรีชา ราชประดิษฐ์ เป็นกำนันของตำบลกรุงชิงร่วมอยู่ด้วย ซึ่งนายปรีชา นั้นพยายามหลบหลีกเจ้าหน้าที่ขณะเข้าจู่โจม แต่ถูกปิดล้อมไว้จนไม่สามารถหลบหนีไปได้ และถูกควบคุมตัวไว้ได้ในที่สุด นอกจากนี้ยังพบว่าสถานที่ดังกล่าวยังเปิดให้บริการ ทั้งอาหารและเครื่องดื่มอย่างครบวงจรเพื่อบริการนักพนันจำนวนมาก
ทั้งนี้สืบเนื่องมาจากชาวบ้านในพื้นที่ได้ร้องเรียนไปยังนายจำเริญ ทิพญพงศ์ธาดา ผู้ว่าราชการจังหวัด ว่ามีผู้มีอิทธิพลรายหนึ่งลักลอบเปิดบ่อนการพนันไฮโลและบ่อนไก่ในป่าสงวนแห่งชาติมอมเมาชาวบ้านโดยไม่เกรงกลัวกฏหมายมานานแล้ว จึงได้สั่งการให้นายอำพลฯ สังข์ทอง หน.ชุด ฉก.ศรีวิชัย ลงพื้นที่ร่วมกับกำลังทหารและตำรวจในท้องที่เข้าทำการตรวจหาข่าว กระทั่งพบว่ามีการลักลอบเปิดบ่อนกันจริง
นายอำพล สังข์ทอง ระบุว่า บ่อนพนันดังกล่าวเปิดเล่นพนันโดยมีนักพนันจำนวนมากไม่เกรงกลัวกฏหมายบ้านเมือง ถือว่าท้าทายอำนาจรัฐ และที่ผ่านมาในพื้นที่เกิดเหตุอาชญากรรมลักเล็กขโมยน้อยบ่อยครั้ง โดยเฉพาะพืชผลทางการเกษตร ผลไม้ ถูกลักขโมยไม่เว้นแต่ละวัน สร้างความเดือดร้อนให้กับชาวบ้านเป็นอย่างมาก จึงประสานงานกับตำรวจทหารเข้าจับกุมดังกล่าว โดยนักพนันทั้งหมดและของกลางส่งพนักงานสอบสวน เพื่อดำเนินคดีแล้ว.

ธีรศักดิ์ อักรกลู

ซีพีเอฟ ผนึกกำลังป้องกัน “อหิวาต์แอฟริกาในสุกร” ส่งมอบศูนย์ทำความสะอาดและฆ่าเชื้อโรค จ.เชียงราย

      อ.เชียงแสน จ.เชียงราย – นายสัตวแพทย์ สรวิศ ธานีโต อธิบดีกรมปศุสัตว์ เป็นประธานเปิดศูนย์ทําความสะอาดและฆ่าเชื้อโรคยานพาหนะขนส่งสินค้าปศุสัตว์ ด่านกักกันสัตว์เชียงราย สาขาเชียงแสน อ.เชียงแสน จ.เชียงราย ซึ่งครบ 5 จังหวัดชายแดน ตามโครงการความร่วมมือระหว่างกรมปศุสัตว์และสมาคมผู้เลี้ยงสุกรแห่งชาติ โดยมี นายสุรชัย สุทธิธรรม นายกสมาคมผู้เลี้ยงสุกรฯ และผู้บริหารบริษัทซีพีเอฟ ร่วมส่งมอบศูนย์ฯ แก่ นายประสงค์ หล้าอ่อน นายอำเภอเชียงแสน จ.เชียงราย

      น.สพ.สรวิศ ธานีโต อธิบดีกรมปศุสัตว์ กล่าวว่า การเปิดศูนย์ทำความสะอาดและฆ่าเชื้อโรคยานพาหนะบรรทุกสินค้าปศุสัตว์ ด่านกักกันสัตว์เชียงราย เป็นหนึ่งใน 5 จังหวัดชายแดน ได้แก่ จังหวัดหนองคาย จังหวัดนครพนม จังหวัดสระแก้ว จังหวัดมุกดาหาร และจังหวัดเชียงราย ที่ภาครัฐและเอกชนร่วมมือดำเนินการตามมาตรการป้องกันและลดความเสี่ยงการระบาดของเชื้อโรคเข้ามาในประเทศไทยและประเทศเพื่อนบ้าน แม้ว่าโรค ASF จะไม่มีผลกระทบกับคน แต่เป็นโรคระบาดที่ร้ายแรงในสุกร ยังไม่มียารักษาหรือวัคซีนป้องกัน ต้องทำลายหมูทิ้งอย่างเดียว และศูนย์ฆ่าเชื้อยานพาหนะ ที่ด่านเชียงแสน มีความพิเศษตรงที่จะช่วยป้องกันความเสี่ยงจากการปนเปื้อนที่อาจเกิดขึ้นระหว่างการขนถ่ายสินค้าปศุสัตว์จากเรือที่มาจากประเทศเมียนมา ลาว และจีน ซึ่งสองประเทศหลังมีการพบการระบาดของโรค ASF แล้ว

      “กรมปศุสัตว์ ขอขอบคุณทุกภาคส่วนรวมทั้ง ซีพีเอฟ เป็นหนึ่งในองค์กรเอกชนที่ให้การสนับสนุนงบประมาณในการก่อสร้างศูนย์ฯ 2 แห่งคือที่เชียงรายและมุกดาหาร ซึ่งจะช่วยป้องกันความเสี่ยงในการระบาดของโรค ASF ที่ส่งผลกระทบต่ออาชีพของเกษตรกร ขณะเดียวกันยังช่วยเพิ่มโอกาสให้กับภาคปศุสัตว์ของไทยอีกด้วย” น.สพ.สรวิศกล่าว

      ทางด้าน นายประสงค์ หล้าอ่อน นายอำเภอเชียงแสน กล่าวว่า เชียงราย มีอาณาเขตติดกับ สปป.ลาว โดยทางแม่น้ำโขง และสะพานเชื่อมถึงกัน ขณะที่ภายในจังหวัดเชียงราย มีผู้เลี้ยงสุกรประมาณ 7,000 ราย มีสุกรรวมกันประมาณ 144,000 ตัว ส่วนใหญ่เป็นการเลี้ยงในโรงเรือนระบบปิดที่ได้มาตรฐาน แต่ก็ยังมีรายย่อยที่อาจมีความเสี่ยงและหากเกิดโรคจะทำให้เสียหาย จึงเป็นเรื่องน่ายินดีที่มีการตั้งศูนย์ฯ ที่ชายแดนดังกล่าว

      นายวิรัตน์ ตันหยง รองกรรมการผู้จัดการอาวุโส ซีพีเอฟ กล่าวว่า ซีพีเอฟตระหนักถึงผลกระทบของโรคระบาด ASF ที่จะมีต่อเกษตรกรและผู้บริโภค รวมถึงเศรษฐกิจโดยรวม ซีพีเอฟ จึงสนับสนุนงบประมาณสร้าง ศูนย์ทำความสะอาดและฆ่าเชื้อโรคยานพาหนะบรรทุกสินค้าปศุสัตว์ 2 แห่ง ที่ อ.เชียงแสน จ.เชียงราย และที่จังหวัดมุกดาหาร รวมเป็นมูลค่าเกือบ 4 ล้านบาท นอกจากนี้ ยังร่วมมือกับกรมปศุสัตว์ลงพื้นที่ให้ความรู้แก่เกษตรกร และผู้ที่เกี่ยวข้องได้เข้าใจและมีความรู้เรื่อง ASF เพื่อที่จะเป็นประโยชน์ในการป้องกันโรค ASF และโรคระบาดอื่นๆ ที่จะเข้ามาส่งผลกระทบต่ออุตสาหกรรมการเลี้ยงสัตว์ในประเทศไทยทั้งในระยะสั้นและระยะยาว

      น.สพ. ดำเนิน จตุรวิธวงศ์ รองกรรมการผู้จัดการอาวุโส ซีพีเอฟ กล่าวว่า ซีพีเอฟยังให้ความร่วมมือในการสร้างเครือข่ายของการรับรู้ข่าวสารในเรื่องของโรค ASF ระหว่างผู้เลี้ยงสุกรรายย่อย ผู้เลี้ยงในโครงการคอนแทร็กฟาร์มมิ่ง กรมปศุสัตว์ และผู้ประกอบการ เพื่อเตรียมความพร้อมในกรณีที่โรคระบาดเกิดขึ้นในประเทศ สามารถเข้าไปจัดการกับสุกรที่ติดโรค และควบคุมการระบาดของโรคได้อย่างรวดเร็วและมีประสิทธิภาพ รวมถึงกระบวนการจัดการชดเชยเพื่อให้สามารถยุติการแพร่ระบาดโรคให้เร็วที่สุด

ศุภเดช ธนูศร / ข่าว/ สภท.54ปี

รถตู้ชนรถจยย.ตัดหน้าเจ็บสาหัส รถตู้ชนรถจักรยานยนต์ขับรถเปลี่ยนเลนตัดหน้ากะทันหันบาดเจ็บสาหัส

เมื่อ10 .30 น.ของวันที่ 10 กรกฎาคม 2560 เจ้าหน้าที่ตำรวจสถานีตำรวจอำเภอปากพลี ได้รับแจ้งเหตุรถตู้ชนรถจักรยานยนต์มีผู้ได้รับบาดเจ็บสาหัส บริเวณถนนสุวรรณศร ขาขึ้นปากพลี-นครนายก กม.ที่7-8 หน้าการประปาส่วนภูมิภาคอำเภอปากพลี จังหวัดนครนายก จึงไปยังที่เกิดพร้อมกู้ภัยปอเต็กตึ้งจุดปากพลี พบรถจักรยานยนต์ฮอนด้าคลิกสีขาวทะเบียน8 กส กรุงเทพมหานคร 6328 สภาพรถจักรยานยนต์พังเสียหายถัดมาพบนายเสกสรรค์ อุปรีบูรณ์ อายุ 43 ปี อยู่บ้านเลขที่117 หมู่ที่11ตำบลหัวสำโรง อำเภอแปลงยาว จังหวัดฉะเชิงเทรา ถูกรถตู้ชนไดรับบาดเจ็บสาหัสนอนอยู่ในที่เกิดเหตุ กู้ภัยปอเต็กตึ้งจึงได้ช่วยนำส่งโรงพยาบาลเร่งด่วน ถัดมาพบรถยนต์ตู้สีเทาทะเบียน ฮอ 3660 กรุงเทพมหานคร บริเวณด้านหน้ารถพังเสีย มีนายอุเทน ศักดิ์ดา อายุ 28 ปีเป็นคนขับรถตู้ไม่ได้รับบาดเจ็บรอเจ้าหน้าที่ตำรวจอยู่ในที่เกิดเหตุ
จากการบอกเล่าของนายอุเทน คนขับรถตู้เล่าว่า ตนขับรถมาจากเส้นทางปราจีนบุรีมุ่งหน้านครนายก พอขับมาถึงจุดเกิดเหตุมีรถจักรยานยนต์ขับอยู่ด้านซ้ายและขับเปเปลี่ยนเลนมาด้านขวาไม่ได้มองหลังว่ามีรถของตนขับตามหลังมาจึงเกิดชนกันและมีผู้ได้รับบาดเจ็บดังกล่าว ส่วนเจ้าหน้าที่ตำรวจได้ไปตรวจสอบที่เกิดเหตุและเก็บข้อมูลหลักฐานพร้อมได้เชิญคนขับรถตู้มาสอบสวนและดำเนินคดีต่อไป

ภาพ/สมบัติ เนินใหม่ ข่าว/รัชชานนท์ เนินใหม่ ทีมข่าวภูมิภาค
นายพรเทพ เขม้นเขตวิทย์ รายงานจากศูนย์ข่าวภาคตะวันออก

ร้องกอ​งปราบฯ​ ขอให้ช่วยรับโอนคดีถูกรุมทำร้ายทั้งหมด 9 คดีมาดำเนินการแทน ตำรวจท้องที่ หลังจากที่ผ่านมาไม่มีความคืบหน้า

      วันนี้​ วันพุธ​ที่ 10 ก.ค.62​ เวลา 10.30 น. ที่กองบังคับการ​ปราบปราม (บก.ป.)​ : นายเอกชัย หงส์กังวาน อายุ 42 ปี และนายอนุรักษ์ หรือฟอร์ด เจนตวนิชย์ อายุ 51 ปี นักกิจกรรมทางการเมือง พร้อมพวกกว่า 10 คน เดินทางเข้าพบ พัน​ตำรวจ​โท​ ชนินทร ง่วนสน สารวัตร​สอบสวน​กอง​กำ​กับการ​ 1​ กอง​บังคับการ​ปราบปราม​ (สว.สอบสวน​ กก.1​ บก.ป.)​ เพื่อขอให้กองปราบฯ ช่วยรับโอนคดีที่ตนถูกทำร้ายจากทั้งหมดรวม 9 คดี มาดำเนินการสอบสวนแทนตำรวจ​ท้องที่​ เนื่องจากที่ผ่านมาหลายคดีไม่มีความคืบหน้า

      นายเอกชัยฯ กล่าวว่า ที่ผ่านมาตนเองเคยถูกลอบทำร้ายรวมทั้งหมดถึง 9 คดี แบ่งเป็น ถูกทำร้ายร่างกาย 7 คดีเผารถยนต์อีก 2 คดี มีเพียง 2 คดีเท่านั้นที่สามารถจับกุมตัวผู้ก่อเหตุได้ ส่วนอีก 1 คดีที่จับกุมผู้ก่อเหตุได้เพียง 1 คน ทั้ง ๆ ที่มีผู้ร่วมก่อเหตุทั้งหมดถึง 3 คน ซึ่งจนถึงขณะนี้ตนคิดว่าคดีที่เหลือทั้งหมดคงไม่มีความคืบหน้าแต่อย่างใด เพราะเชื่อว่า น่าจะมีอิทธิพลเข้ามาบงการ จนทำให้คดีไม่มีความคืบหน้า รวมทั้งขัดขวางกระบวนการสอบสวน จนไม่สามารถจับกุมผู้ก่อเหตุที่แท้จริงได้

      นายเอกชัยฯ กล่าวต่อว่า กรณีที่ตนเชื่้อว่า น่าจะมีกลุ่มอิทธิพลคอยบงการอยู่เบื้องหลัง ก็เช่นในคดีที่จับกุมคนร้ายได้ 1 คนนั้น ซึ่งตนก็ให้ปากคำกับเจ้าหน้าที่ตำรวจไปแล้วว่า มีผู้ร่วมก่อเหตุทั้งหมด 3 คน แต่กลับไม่มีการขยายผลการดำเนินคดีเพิ่มเติม หลังจากจับกุมคนร้ายได้เพียงคนเดียวแล้วรีบปิดคดีไปทันที ทำให้ตนรู้สึกว่าไม่มีความโปร่งใส่ต่อการทำคดี จึงอยากให้กองปราบฯ​ รับโอนทุกคดีจากตำรวจ​ท้องที่ โดยวันนี้ตนได้นำหลักฐานเป็นเอกสารบึนทึกประจำวัน และภาพถ่ายที่ตนถูกทำร้ายในแต่ละคดีมามอบให้พนักงานสอบสวน เพราะเชื่อว่ากองปราบฯ​ จะสามารถทำคดีได้ดีกว่าตำรวจ​ท้องที่​ และก็อยากให้เร่งจับผู้ก่อเหตุทั้งหมดมาดำเนินคดีให้ได้โดยเร็วด้วย

      เบื้องต้น พ.ต.ท.ชนินทรฯ ได้สอบปากคำผู้เสียหายไว้เป็นหลักฐาน ก่อนนำเรื่องเสนอผู้บังคับบัญชาพิจารณาสั่งการต่อไป

Cr.เจริญ​ผล​ เอี่ยม​พึ่ง
สุรเชษฐ​ ศิลา​นนท์​ รายงาน​

ภาคเอกชนมอบหมวกติดกล้องให้แก่จราจรสน.สามเสน​ เพื่อใช้ปฏิบัติ​หน้าที่

วันนี้​ วัน​พุธที่ 10 ก.ค.62 เวลา 13.00 น. ณ โรงเรียนเซ็นคาเบรียล ถนนสามเสน เขตดุสิต กรุงเทพฯ​ : พล​ตำรวจ​ตรี​ นิพนธ์ เจริญผล อดีตรองผู้​บัญชาการ​ตำรวจ​นครบาล​ (รอง​ผบช.น.)​ ในฐานะประธานมูลนิธิ​จราจร พร้อมคณะสมาคมผู้ปกครอง​และครูเซ็นต์​คาเบรียล​ ร่วมกันนำหมวกจราจรนิรภัย​ (กันน็อค) พร้อมกล้องติดหมวกจำนวน​ 20​ ใบ,วิทยุสื่อสารแบบโมบาย​ จำนวน​ 4​ ตัวและ​อุปกรณ์​ รวมมูลค่า​ 1​ แสนบาท เพื่อมอบให้แก่เจ้าหน้าที่​ตำรวจ​จราจร​สถานี​ตำรวจ​นครบาล​สามเสน​ เพื่อให้ตระหนักถึงความปลอดภัยในการขับขี่รถจักรยานยนต์ และใช้ในการปฏิบัติ​หน้าที่​

วัตถุ​ประสงค์​โครงการนี้เป็นการริเริ่มโดย​ พลตำรวจ​โท​ ดำรง​ศักดิ์​ กิตติ​ประภัสสร​์​ ผู้ช่วยผู้บัญชาการ​ตำรวจ​แห่งชาติ​ (ผช.ผบ.ตร.)​ เพื่อให้เจ้าหน้าที่​ตำรวจ​จราจรได้นำไปใช้ให้มีประโยชน์​สูงสุดในการปฏิบัติ​หน้าที่​ ในการรับส่งมอบหมวกจราจรในครั้งนี้​มี พลตำรวจ​ตรี​ ดร.เส​นิต​ สำราญ​สำรวจ​กิจ​ ผู้​บังคับการ​ตำรวจ​นครบาล​ 1​ (ผบก.น.1),พัน​ตำรวจ​เอก​ สรพงษ์​ นาคะโยคี​ ผู้กำกับ​การ​สถานี​ตำรวจ​นครบาล​สามเสน​ ร่วมเป็นตัวแทนรับมอบเพื่อส่งต่อให้เจ้าหน้าที่ตำรวจ​จราจร​สน.สามเสน​ นำไปใช้ปฏิบัติ​หน้าที่​ต่อไป

สุรเชษฐ​ ศิลา​นนท์​ รายงาน​

กองปราบฯ​ ตามรวบเท้าแชร์เมืองเพชรโกง 30 ล้าน

      วันนี้​ วันพุธ​ที่ 10 ก.ค.62​ ที่กองบังคับการ​ปราบปราม (บก.ป.)​ : พลตำรวจ​ตรี​ จิรภพ ภูริเดช ผู้บังคับการ​กอง​ปราบปราม​ (ผบก.ป.)​ ได้สั่งการให้ พัน​ตำรวจ​เอก​ เนติ วงษ์กุหลาบ ผู้กำกับ​การ​ 5​ กอง​บังคับการ​ปราบปราม​ (ผกก.5 บก.ป.)​ และ​ พัน​ตำรวจ​ตรี​ ฐิติวัส แซมเขียว สารวัตร​กอง​กำ​กับการ​ 5​ กอง​บังคับการ​ปราบปราม​ (สว.กก.5 บก.ป.)​

      ร่วมนำกำลังเข้าจับกุม น.ส.ศศิธร หรือตี่ มานิช อายุ 38 ปี อยู่บ้านเลขที่ 45/4 ม.3 ต.แหลมผักเบี้ย อ.บ้านแหลม จ.เพชรบุรี ตามหมายจับศาลจังหวัดเพชรบุรี ที่ 133 / 2562 ลงวันที่ 25 มิถุนายน 2562 ข้อหา “ฉ้อโกงประชาชน” โดยสามารถจับกุม​ผู้ต้องหา​ได้ริมถนนสายสักกระเทียม-นครปฐม ม.14 ต.สักกระเทียม อ.เมือง จ.นครปฐม

      พ.ต.อ.เนติฯ กล่าวว่า ก่อนหน้านี้เจ้าหน้าที่ตำรวจ กก.5 บก.ป.ได้รับการร้องเรียนจากกลุ่มผู้เสียหายว่าถูก น.ส.ศศิธรฯ เท้าแชร์ ชักชวนทางไลน์และเฟซบุ๊กให้มาร่วมเล่นแชร์ โดยใช้เฟซชื่อ “ศศิธร มานิช” แต่ระยะหลัง น.ส.ศศิธรฯ ไม่สามารถจ่ายเงินปันผลให้กับลูกแชร์ได้แล้วหลบหนีไป จากนั้นผู้เสียหายได้รวมตัวกันมาร้องเรียนที่กองปราบปราม บางส่วนเข้าแจ้งความร้องทุกข์ตาม สภ.ต่างๆ ในจังหวัดเพชรบุรี นอกจากนี้ผู้เสียหาย 13 คนได้รวมตัวกันฟ้องศาลจังหวัดเพชรบุรี​ กระทั่งมีการออกหมายจับไว้ ต่อมาตำรวจ กก.5 บก.ป.ได้ร่วมกับชุดสืบสวนตำรวจภูธรภาค 7 ติดตามจับกุมตัว น.ส.ศศิธรฯ ได้ขณะหลบหนีมาทำงานใน จ.นครปฐม

      จากการสอบสวน น.ส.ศศิธรฯ ให้การรับสารภาพว่า ได้ตั้งวงแชร์ชื่อ “ศศิธร มานิช ” ชักชวนเพื่อนและคนรู้จักในจังหวัดเพชรบุรี​ มาร่วมเล่นแชร์โดยตั้งกลุ่มไลน์และมีการชักชวนทางเฟซบุ๊กให้ลูกแชร์หาคนมาร่วมเล่นแชร์ มีวงแชร์ที่ตั้งไว้ประมาณ 100 วง แต่ละวงมีลูกแชร์ประมาณ​ 10-15 คน ส่งค่าแชร์อย่างต่ำมือละ 5,000 บาท ถึง 100,000 บาท รวมมูลค่า กว่า 30 ล้านบาท โดยตั้งวงแชร์มาประมาณ 4 ปีเศษ ระยะแรกลูกแชร์ที่เปียได้ก็ได้รับเงินตรงตามจำนวน ต่อมาระยะหลังมีลูกแชร์บางคนหนีไม่ยอมจ่ายเงิน จึงทำให้หาเงินมาให้ลูกแชร์รายหลังๆไม่ทันจนต้องหลบหนีออกนอกพื้นที่ กระทั่งมาถูกจับกุมดังกล่าว เบื้องต้นเจ้าหน้าที่แจ้งข้อหาตามหมายจับก่อนนำตัวส่งศาลจังหวัดเพชรบุรี ดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป

Cr.เจริญ​ผล​ เอี่ยม​พึ่ง
สุรเชษฐ​ ศิลา​นนท์​ รายงาน​

บช.น.อบรมแก่ทีมงานโฆษก รองโฆษก ผู้ช่วยโฆษก และคณะทำงานด้านการประชาสัมพันธ์

      วันนี้ วัน​พุธที่ 10 กค.62 เวลา 09.00 น. ณ ห้องบุณยะจินดา สโมสรตำรวจ ถนนวิภาวดีรังสิต เขตหลักสี่ กรุงเทพฯ​ : พล​ตำรวจ​ตรี​ จิรสันต์ แก้วแสงเอก รองผู้บัญชาการ​ตำรวจ​นครบาล​ (รอง​ผบช.น.)​ เป็นประธานพิธีการเปิดอบรมด้านการประชาสัมพันธ์แก่ทีมงานโฆษก รองโฆษก ผู้ช่วยโฆษก และคณะทำงานด้านการประชาสัมพันธ์ ของกองบัญชาการตำรวจนครบาล โดยมี พลตำรวจ​ตรี​ ธนธัช น้อยนาค ผู้บังคับการ​ประจำ​กอง​บัญชาการ​ตำรวจ​นครบาล​ (ผบก.ประจำ บชน.)​ ร่วมในพิธี

      ในการนี้ พลตำรวจ​ตรี​ จิรสันต์ แก้วแสงเอก รอง​ผู้​บัญชาการ​ตำรวจ​นครบาล​ (รองผบช.น.)​ ได้บรรยายในหัวข้อ หน้าที่เกี่ยวกับงานด้านประชาสัมพันธ์ และ ดร.พนม ปีย์เจริญ ได้ให้เกียรติเป็นวิทยากรบรรยาย ในหัวข้อการสื่อสารเพื่อความสัมพันธ์ในโลกดิจิทอลโดยมีผู้เข้าร่วมการอบรม จำนวน 241 นาย

Cr.ทีมงานประชาสัมพันธ์ บชน.
สุรเชษฐ​ ศิลา​นนท์​ รายงาน​

สำนักงานตำรวจแห่งชาติ เเถลงข่าวการดำเนินคดีกับผู้ที่ลงข้อความและการส่งต่อข้อความทางสื่อสังคมออนไลน์ ในวิพากษ์วิจารณ์การปฏิบัติหน้าที่ของตำรวจ ซึ่งส่งผลให้ ตร. ได้รับความเสียหายจากกรณีนายสิรวิชญ์ (จ่านิว) โดนทำร้ายร่างกาย

      วันที่ 10 ก.ค. 62 เวลา 10.00 น. พล.ต.ต. ไพบูลย์  น้อยหุ่น ผบก.ปอท., พ.ต.อ. ศิริวัฒน์  ดีพอ รอง ผบก.ปอท., พ.ต.อ.ขวัญชัย  พัฒรักษ์ รอง ผบก.ปอท. และพ.ต.อ.กฤษณะ พัฒนเจริญ รองโฆษก ตร. เเถลงข่าวการดำเนินคดีกับผู้ที่ลงข้อความและการส่งต่อข้อความทางสื่อสังคมออนไลน์ ในวิพากษ์วิจารณ์การปฏิบัติหน้าที่ของตำรวจ ซึ่งส่งผลให้ ตร. ได้รับความเสียหายจากกรณีนายสิรวิชญ์ (จ่านิว) โดนทำร้ายร่างกาย ณ ห้องแถลงข่าว ตร. ชั้น 1 อาคาร 1 ตร.

      พ.ต.อ.กฤษณะ กล่าวว่าปฏิบัติการรวบผู้แชร์ข่าวในลักษณะที่สร้างความเสียหายต่อบุคคลและสำนักงานตำรวจแห่งชาติก่อให้เกิดความสับสน ตื่นตระหนกในสังคมอย่างกว้างขวางตามที่มีบุคคลใช้บัญชี FACEBOOK ชื่อ “เจ๊แน๊ต สุชานันท์” ได้นำเข้าข่าวในลักษณะที่สร้างความเสียหายต่อบุคคลและสำนักงานตำรวจแห่งชาติ และก่อให้เกิดความสับสน ตื่นตระหนกในสังคมอย่างกว้างขวาง

      โดยมีเนื้อหาว่า เรื่องใหญ่ที่ท่านผู้การกองปราบ พล.ต.ต.จิรภพ ภูริเดช ต้องเเก้ปัญหา..ที่มีตำรวจชั้นประทวนในสังกัด “กองปฏิบัติการพิเศษ กองปราบ 4 คน ไปช่วย พล.ต.อ.ชัยวัฒน์ เกตุวรชัย รอง ผบ.ตร. เคยคุมกองปราบมาก่อน เลี้ยงตำรวจโจรในกองปราบไว้ใช้ ได้ก่อเหตุไปดักตีหัว “จ่านิว”และ”ฟอร์ด” กลุ่มเคลื่อนไหวต่อต้านเผด็จการ พล.ต.อ.ชัยวัฒน์ เป็นลูกน้องเเขนซ้ายของ พล.ต.อ.ประวิตร นั่นเอง และ รองช้าง หรือ พล.ต.อ.ชัยวัฒน์ เกตุวรชัย หัวหน้าแก็งค์สีกากี ตามประทืบนักกิจกรรม เอกชัย,ฟอร์ด,จ่านิว ซึ่งไม่เป็นความจริง เข้าข่ายบิดเบือนหรือเป็น ความเท็จ

      เป็นเหตุให้ พล.ต.อ.ชัยวัฒน์ เกตุวรชัย รอง ผบ.ตร.และสำนักงานตำรวจแห่งชาติเสียหาย และประชาชนทั่วไปเกิดความสับสนตื่นตระหนก อันเป็นความผิดในข้อหา “นำเข้าสู่ระบบคอมพิวเตอร์ ซึ่งข้อมูลคอมพิวเตอร์อันเป็นเท็จ โดยประการที่น่าจะก่อให้เกิดความตื่นตระหนกในหมู่ประชาชน” ตาม ม.14(2) พ.ร.บ.ว่าด้วยการกระทำความผิดเกี่ยวกับคอมพิวเตอร์ (ฉบับที่ 2) พ.ศ.2560 ซึ่งมีอัตราโทษจำคุกไม่เกิน 5 ปี หรือปรับไม่เกิน 100,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ

      พ.ต.อ.กฤษณะ กล่าวอีกว่าเมื่อวันที่ 9 ก.ค.2562 ที่ผ่านมา บก.ปอท. ได้ออกหมายเรียกผู้ต้องหาซึ่งเป็นผู้แชร์ข่าว อันเป็นความผิดตาม พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์ฯ จำนวน 13 ราย มีผู้มาพบพนักงานสอบสวน บก.ปอท. เพื่อรับทราบข้อกล่าวหาแล้วจำนวน 8 ราย ซึ่งทาง บก.ปอท. จะได้ดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป

ขอบคุณเรื่องแนะนำจาก

สำนักงานตำรวจแห่งชาติ