ผู้ว่าฯสระบุรี นำหน่วยบำบัดทุกข์ บำรุงสุข ลงพื้นที่อำเภอวังม่วง จังหวัดสระบุรี เร่งพัฒนาอาชีพและคุณภาพชีวิตพร้อมเยี่ยมชาวบ้านและนักเรียนทุนพระราชทาน

วันที่19มิถุนายน​2552 นายแมนรัตน์ รัตนสุคนธ์ ผู้ว่าราชการจังหวัดสระบุรี นางวรสุดา รัตนสุคนธ์ นายกเหล่ากาชาดจังหวัดสระบุรี พร้อมคณะกรรมการสมาชิกเหล่ากาชาดจังหวัดสระบุรี สมาชิกชมรมแม่บ้านมหาดไทย จ.สระบุรีมีนาย​ศราวุธ​ สุวรรณจูฑะ​ นายอำเภอวังม่วง พร้อมส่วนราชการในจังหวัดสระบุรี ออกให้บริการหน่วยบำบัดทุกข์ บำรุงสุข สร้างรอยยิ้มให้ประชาชน ที่บริเวณวัดมณีโชติ ตำบลแสลงพัน อำเภอวังม่วง จังหวัดสระบุรี โดยจัดให้มีการประชุมเพื่อแก้ไขปัญหาความเดือดร้อนของประชาชนระหว่างส่วนราชการของจังหวัดร่วมกับส่วนราชการของอำเภอ องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น กำนัน ผู้ใหญ่บ้าน ในพื้นที่ ในการสะท้อนปัญหา อุปสรรค และความเดือดร้อนและความต้องการของคนในหมู่บ้าน ในชุมชน
ส่วนนายกิตติพงศ์​ มหิพันธ์​ นายกเทศมนตรี​ ตำบลแสลงพันร่วมลงพื้นที่ เพื่อให้การช่วยเหลือในด้านต่างๆได้ตรงตามความต้องการของชาวบ้าน รวมทั้งการออกให้บริการคำแนะนำต่าง ๆ จากหน่วยงานราชการของจังหวัดและหน่วยงานภาคเอกชน
ในโอกาสนี้นายแมนรัตน์ รัตนสุคนธ์ ผู้ว่าราชการจังหวัดสระบุรี พร้อมนายกเหล่ากาชาดจังหวัดสระบุรี ได้ลงพื้นที่เยี่ยมบ้านผู้ยากไร้ในพื้นที่ โดยผู้ว่าราชการจังหวัดสระบุรี ได้มอบของยังชีพและเครื่องใช้ที่จำเป็นและเงินทุนให้กับครอบครัว จากนั้นลงพื้นที่เพื่อเยี่ยมนักเรียนทุนพระราชทาน มอบทุนการศึกษา สิ่งของเครื่องใช้ ให้กับครอบครัวนักเรียนทุนพระราชทาน โดยผู้ว่าราชการจังหวัดสระบุรี ได้สั่งการให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องเข้าไปดำเนินการช่วยเหลือทั้งด้านที่อยู่อาศัยและการการพัฒนาคุณภาพชีวิต ของพี่น้องประชาชนที่ได้รับความเดือดร้อนในพื้นที่
ทั้งนี้ โครงการ “หน่วยบำบัดทุกข์ บำรุงสุข สร้างรอยยิ้มให้ประชาชน” เป็นการนำกิจกรรมและงานบริการในหน้าที่ของส่วนราชการต่างๆ รวมทั้งหน่วยงานรัฐวิสาหกิจ และภาคเอกชน ออกไปให้บริการแก้ปัญหาความเดือดร้อนของประชาชนในพื้นที่ รวมทั้งเปิดโอกาสให้ประชาชนนำเสนอความเดือดร้อนหรือความต้องการของคนในพื้นที่ให้ทางจังหวัดหรือหน่วยงานที่เกี่ยวข้องได้รับทราบ เพื่อหาแนวทางแก้ไขหรือให้การช่วยเหลือต่อไป/ดำรงค์ชื่นจินดาผู้สื่อข่าวสระบุรีรายงาน

เบตง ปลัดอำเภอเบตง นำทีม อส. จับยาไอซ์ 1 ขีด รับสารภาพ เพื่อนชาวมาเลเซียซึ่งรู้จักช่วงที่ทำงานร้านต้มยำกุ้งในประเทศมาเลเซีย ว่าจ้างให้ขนไปส่ง ได้ค่าจ้าง 5,000 บาท

วันที่ 18 มิ.ย.62 นายชาคร คงเสรีกุล ปลัดอำเภอ หัวหน้ากลุ่มงานความมั่นคงอำเภอเบตง พร้อมด้วยนายมานิตย์ ยศศักดิ์ ปลัดอำเภอรับผิดชอบงานยาเสพติด นำกำลังเจ้าหน้าที่ อส. ไปซุ่มดูบุคคลต้องสงสัยที่เกี่ยวข้องกับยาเสพติด ที่บริเวณชุมชนกาแป๊ะฮูลู กม.5 ถ.สุขยางค์ ต.เบตง อ.เบตง จ.ยะลา ซึ่งอยู่ห่างจากด่านพรมแดนไทย-มาเลเซีย ประมาณ 2 กิโลเมตร หลังได้รับแจ้งจากสายลับว่าจะมีการลักลอบขายยาเสพติด
ต่อมาได้มีชาย หญิง ขี่รถจักรยานยนต์ ยี่ห้อยามาฮ่า รุ่นฟีโน่ สีน้ำเงิน-ขาว หมายเลขทะเบียน 1กข 1587 เบตง ผ่านมา ซึ่งตรงตามที่สายลับแจ้งไว้ เจ้าหน้าที่ อส. ชุดที่ซุ่มดู จึงวิทยุแจ้งให้ ปลัดอำเภอและเจ้าหน้าที่ อส. ชุดจับกุม ตั้งจุดตรวจจุดสกัดชั่วคราว บริเวณหน้ากุโบร์ ชุมชนกาแป๊ะกางา ถ.กาแป๊ะกอตอนอก ต.เบตง เพื่อเรียกขอตรวจค้น ทราบชื่อ นายวสันต์ สาแม อายุ 25 ปี อยู่บ้านเลขที่ 9/1 หมู่2 ต.กาบัง อ.กาบัง จ.ยะลา เป็นคนขี่ และมี น.ส.แก้วตา หลงสมบุญ อายุ 24 ปี อยู่บ้านเลขที่ 3/461 หมู่2 ต.คอกกระบือ อ.เมือง จ.สมุทรสาคร นั่งซ้อนท้าย ซึ่งทั้งสองคน ท่าทางมีพิรุธ ตัวสั่น หน้าซีด ขณะเจ้าหน้าที่เรียกขอตรวจค้น เจ้าหน้าที่ตรวจค้น พบยาไอซ์ 1 ห่อ น้ำหนักประมาณ 100.9 กรัม ห่อหุ้มด้วยถุงพลาสติกสีดำ พันด้วยเทปใส ซุกซ่อนอยู่ในกล่องไก่ KFC  แขวนอยู่บริเวณคอรถจักรยานยนต์
จากการสอบสวน ทั้งสองรับสารภาพว่า ได้รับจ้างจากนายอาเส๋ง ชายชาวมาเลเซีย ซึ่งรู้จักกับนายวสันต์ ช่วงที่ทำงานอยู่ร้านต้มยำกุ้งในประเทศมาเลเซีย ให้นำยาไอซ์จากบริเวณด่านพรมแดนเบตง แล้วขนยาไอซ์ ไปวางไว้ที่บริเวณข้างถนนในหมู่บ้านกาแป๊ะกอตอ จากนั้นจะมีลูกค้ามาเก็บไป โดยให้ค่าจ้าง 5,000 บาท เจ้าหน้าที่จึงตั้งข้อหา ร่วมกันครอบครองยาเสพติดให้โทษประเภท1 (ยาไอซ์หรือเมทแอมเฟตามีน) เพื่อจำหน่ายโดยไม่ได้รับอนุญาต พร้อมทั้งนำตัวและของกลางส่งพนักงานสอบสวน สภ.เบตง ดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป     ภาพ/ข่าว  โยธิน  ประชามตืรัฐ   อ.เบตง  จ.ยะลา  รายงาน

กอง​ปราบ​ฯ​ รวบ 18 มงกุฎ โพสต์เฟซบุ๊กตุ๋นคนใจบุญรับบริจาคเงินช่วยเหลือเด็กพิการ รับหาเงินเล่นเกมส์ออนไลน์

      วันนี้ วันพุธ​ที่​ 19 มิ.ย.62 ที่กองบังคับการ​ปราบปราม (บก.ป.)​ เวลา 13.30 น.​: พล​ตำรวจ​ตรี​ จิรภพ ภูริเดช ผู้บังคับการ​กอง​ปราบปราม​ (ผบก.ป.)​ ได้สั่งการให้ พัน​ตำรวจ​เอก​ แมน เม่นแย้ม ผู้กำกับ​การ​ 4​ กอง​บังคับการ​ปราบปราม​ (ผกก.4 บก.ป.),พัน​ตำรวจ​ตรี​ จักรี กันธิยะ สารวัตร​กอง​กำ​กับการ​ 4​ กอง​บังคับการ​ปราบปราม​ (สว.กก.4 บก.ป.)​ และ​ นายฤชวีพัฒน์ จิราวัฒน์มงคล เจ้าของเพจเฟซบุ๊กนางฟ้าซาลอน

      ร่วมกันแถลงผลการจับกุม นายกีรติ ศรีคำมี อายุ 20 ปี อยู่บ้านเลขที่ 221 หมู่ที่ 4 ต.กุดดินจี่ อ.นากลาง จ.หนองบัวลำภู ตามหมายจับศาลอาญา ที่ 807/2562 ลงวันที่ 4 มิ.ย.62 ข้อหา “ร่วมกันฉ้อโกงประชาชน” โดย​สามารถ​จับกุม​ผู้ต้องหา​ได้ที่ บริเวณหน้าบ้านเลขที่ 70 ม.12 ต.เก่ากลอย อ.นากลาง จ.หนองบัวลำภู

      พ.ต.อ.แมนฯ กล่าวว่า เมื่อปลายปี 2561 นางกันยา พวงนาค อายุ 43 ปี ได้โพสต์ขอความช่วยเหลือจากผู้ใจบุญในการบริจาคเงินและสิ่งของเครื่องใช้จำเป็นเพื่อนำมาดูแลรักษา ด.ช.จตุพล พวงนาค อายุ 12 ปี บุตรชายที่เป็นผู้พิการซ้ำซ้อนและป่วยหนัก ผ่านทาง เฟซบุ๊ก กระทั่งเมื่อช่วงเดือนมีนาคมที่ผ่านมา ด.ช.จตุพล ได้เสียชีวิตลง นางกันยาฯ จึงได้ปิดการรับบริจาค แต่เมื่อวันที่ 21 เมษายน​ 2562​ ที่ผ่านมา นางกันยาฯ พบว่ายังมีมิจฉาชีพบางรายฉวยโอกาสนำข้อมูลการขอความช่วยเหลือบุตรชายไปแอบอ้างหลอกลวงรับบริจาคเงินเพื่อประโยชน์ส่วนตัว ตามเพจเฟซบุ๊กต่างๆ จนทำให้สังคมและเพื่อนบ้านต่างเข้าใจผิด จึงตัดสินใจเข้าแจ้งความกับพนักงานสอบสวน สภ.เมือง​ จ.พะเยา

      พ.ต.อ.แมนฯ กล่าวต่อว่า หลังเจ้าหน้าที่ได้รับทราบเรื่องราวผ่านทางสื่อที่เคยมีการนำเสนอเกี่ยวกับกรณีดังกล่าว จึงได้นำกำลังลงพื้นที่ตรวจสอบข้อเท็จจริง ก่อนจะพบว่ามีการโพสต์แอบอ้างเรียกขอเงินบริจาคจริง โดยมิจฉาชีพกลุ่มนี้จะใช้วิธีสร้างเพจเฟซบุ๊กขึ้นมาในชื่อว่า “ทีมช่วยเหลือเด็กและผู้สูงอายุ” และ “ช่วยเหลือคนไทย ทั่วประเทศ” จากนั้นก็จะนำข้อความเปิดรับบริจาคช่วยเหลือ ด.ช.จตุพลฯ โดยเปลี่ยนแปลงเลขบัญชีของตัวเอง ไปโพสต์ตามเพจเฟซบุ๊กต่างๆ กว่า 20 เพจ นอกจากนี้มิจฉาชีพกลุ่มดังกล่าวยังได้นำข้อมูลการบริจาครับเงินของเด็กพิการหรือผู้ป่วยรายอื่นไปที่ต้องการความช่วยเหลือไปกระทำการในลักษณะแอบอ้างหาผลประโยชน์ส่วนตัวอีกหลายกรณี ที่ผ่านมามีผู้ที่ใจบุญหลงเชื่อยอมโอนเงินให้กับมิจฉาชีพกลุ่มนี้เป็นจำนวนกว่า 1,000 ราย มูลค่าความเสียหายหลายแสนบาท

      พ.ต.อ.แมนฯ กล่าวอีกว่า ต่อมาเจ้าหน้าที่ชุดจับกุมได้ทำการตรวจสอบที่มาที่ไปของบัญชีเฟซบุ๊กดังกล่าวรวมถึงบัญชีธนาคารที่คนร้ายใช้รับโอนเงิน จนกระทั่ง​สามารถรวบรวมพยานหลักฐานออกหมายจับผู้กระทำผิดในคดีนี้ จำนวน 2 ราย คือ นายกีรติฯ ผู้ต้องหารายนี้ และ นายสุรศักดิ์ อนุอันต์ ก่อนจะสืบทราบว่าปัจจุบันนายกีรติฯ ยังคงหลบซ่อนตัวอยู่ในพื้นที่ จ.หนองบัวลำภู จึงนำกำลังเข้าจับกุมตัวได้ดังกล่าว

      จากการสอบสวน นายกีรติฯ ให้การรับสารภาพว่า ได้ร่วมกับนายสุรศักดิ์ฯ ผู้ต้องหาอีกรายที่ยังอยู่ระหว่างการหลบหนี ซึ่งเป็นเพื่อนหมู่บ้านเดียวกันก่อเหตุดังกล่าวจริง โดยช่วงแรกที่ก่อเหตุนั้นเป็นเพียงการทดลองทำกันเล่นๆ ไม่คิดว่าจะได้เงินจริง แต่พอก่อเหตุแล้วเห็นว่าได้เงินจริงและมีคนหลงเชื่อโอนเงินมาให้ทุกวัน ประกอบกับตนเองมีปัญหาทะเลาะกับทางบ้านจึงไม่มีเงินใช้ และอีกส่วนหนึ่งก็ต้องการเงินไปเล่นเกมออนไลน์ด้วยจึงก่อเหตุดังกล่าวมาอย่างต่อเนื่องเกือบ 4 เดือน

      เบื้องต้นเจ้าหน้าที่จึงแจ้งข้อกล่าวหา ก่อนนำตัวส่งพนักงานสอบสวน สภ.เมือง​ จ.พะเยา ดำเนินคดีพร้อมกับขยายผลติดตามจับกุม นายสุรศักดิ์ฯ มาดำเนินคดีตามกฎหมาย​ต่อไป

Cr.เจริญ​ผล​ เอี่ยม​พึ่ง
สุรเชษฐ​ ศิลา​นนท์​ รายงาน​

บช.น.ขอแจ้ง​ ประชาสัมพันธ์ข่าวสารให้ประชาชนได้รับทราบ

      ด้วยกองบัญชาการตำรวจนครบาล ขออนุญาต​ แจ้งการอำนวยความสะดวกด้านการจราจร,การปิดการจราจร,จัดการเดินรถทางเดียว และ ห้ามจอดรถบริเวณพื้นที่จัดพิธีมหามงคลบำเพ็ญ พระราชกุศลอุทิศถวายพระบาทสมเด็จพระปรเมนทรมหาอานันทมหิดล พระอัฐมรามาธิบดินทร,พระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร และเจริญพระพุทธมนต์ถวายพระพรชัยมงคล สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง,พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว และสมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินี ณ พระลานพระราชวังดุสิต ในวันพุธที่ 20 มิถุนายน​ 2562 จึงขอแจ้งให้ประชาชน​ได้รับทราบ ตามแผนที่แนบมาต่อไป​

ทีมงานประชาสัมพันธ์ บช.น.
สุรเชษฐ​ ศิลา​นนท์​ รายงาน​

กอ.รมน. รับไม้ต่อ คสช. หลังสิ้นอำนาจ งัดกฎหมาย พ.ร.บ.ความมั่นคง

      กอ.รมน. เตรียมรับไม้ต่อ คสช. ดูแลความสงบ ระบุใช้ พ.ร.บ.ความมั่นคง สานงานต่อ พร้อมบูรณาการ ประสานทุกหน่วยงาน ดูแลประชาชน หลัง ครม.ชุดใหม่ ถวายสัตย์ปฏิญาณฯ
เมื่อวันที่ 19 มิ.ย. พล.ต.ธนาธิป สว่างแสง โฆษกกองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายในราชอาณาจักร (กอ.รมน.) กล่าวถึงปรับโอนหน้าที่ของ คณะรักษาความสงบเรียบร้อยแห่งชาติ (คสช.) ให้กับกอ.รมน. โดยมีการจัดโครงสร้างไว้รองรับแล้ว ว่า

      หลังจากที่รัฐบาลใหม่ได้ถวายสัตย์ปฏิญาณตนแล้ว การทำงานของ คสช. ก็จะยุติบทบาทลง แต่ในส่วนงานที่ผ่านมาทำแล้วยังเกิดประโยชน์ต่อพี่น้องประชาชน ทำให้พี่น้องประชาชน ลดความเดือดร้อน และทำให้มีคุณภาพชีวิตความเป็นอยู่ดีขึ้น ก็จะยังดำเนินงานสานต่อไป ซึ่งการดำเนินงานของกระทรวง ทบวงกรมต่างๆ ก็จะเข้ามาดูแล รับผิดชอบตามบทบาทอำนาจหน้าที่ ตามกฎหมายของแต่ละกระทรวง

      ในส่วนของ กอ.รมน. จะเข้ามาดูในภาพรวม ในประเด็นด้านความมั่นคง ในทุกมิติที่ทำอยู่ และทำหน้าที่เป็นหน่วยงานในการบูรณาการ ประสานงานผ่านหน่วยงานของกอ.รมน. ผ่านศูนย์ประสานการปฎิบัติที่ 1-5 (ศปป.1-5), กอ.รมน.ภาค1-4 และกอ.รมน.จังหวัด ประเด็นหลักๆคือจะบูรณาการและขับเคลื่อนงานของกระทรวง เช่น หนี้นอกระบบ, การจัดระเบียบสังคม โดยใช้กฎหมายที่มีอยู่คือ พ.ร.บ.การรักษาความมั่นคงภายในราชอาณาจักร พ.ศ.2551 และนำมาบูรณาการกับกระทรวงต่างๆที่มีกฎหมายรองรับอยู่ เข้าไปขับเคลื่อนดูแลแก้ปัญหาที่ส่งผลกระทบ และลดความเดือดของพี่น้องประชาชน

      เมื่อถามว่าในเรื่องของการจัดระเบียบสังคมที่ทางคสช.ได้ดำเนินการมา ไม่ว่าจะเป็นเรื่องของการจัดระเบียบวินรถจักรยานยนต์ หรือ วินรถตู้โดยสาร จะดำเนินการต่อไปอย่างไร พล.ต.ธนาธิป กล่าวว่า เรื่องนี้จะต้องดำเนินการต่อไปโดยมีหน่วยงานที่รับผิดชอบโดยตรง โดยกอ.รมน.จะทำหน้าที่ประสานงาน บูรณาการขับเคลื่อนให้การทำงานเกิดประสิทธิภาพอย่างเป็นระบบยึดถือการดำเนินที่ผ่านมาเป็นกรอบแนวทางที่ได้วางแผนงานไว้

      “ทั้งนี้ กอ.รมน. ได้ใช้ พ.ร.บ.ความมั่นคง ปี 2551 เป็นตัวดำเนินการ แล้วตอนนี้พยายามที่จะปรับให้สอดคล้องตามแผนงานยุทธศาสตร์ชาติ 20 ปี ทั้งนี้ขอยืนยันว่า กอ.รมน. จะดูแลงานด้านความมั่นคงในทุกมิติ สามารถแก้ปัญหาลดความเดือดร้อนส่งเกิดขึ้นให้กับพี่น้องประชาชนให้ดีที่สุด” โฆษก กอ.รมน. กล่าว

สื่อมวลชน​จัดการแข่งขันโบว์ลิ่งการกุศล สภท.54​ ปี​ ชิงถ้วยรางวัลเกียรติยศฯ

      นายอนันต์ นิลมานนท์ นายกสมาคมหนังสือพิมพ์ส่วนภูมิภาคแห่งประเทศไทย (สภท.54​ ปี) กำหนดจัดการแข่งขันโบว์ลิ่งการกุศล ชิงถ้วยรางวัลเกียรติยศฯ ในวันศุกร์ที่ 28 มิถุนายน 2562 เวลา 09.00-14.00 น. ณ Blu-O Rhythm & Bowl ชั้น 4 เมเจอร์ ซีนีเพล็กซ์ รัชโยธิน

      โดยมีวัตถุประสงค์ในการจัดการแข่งขัน เพื่อจัดหารายได้ สนับสนุนกิจกรรมของสมาคมฯ เช่น การจัดประชุมใหญ่สามัญประจำปี 2562 มอบเป็นทุนการศึกษา บุตร-ธิดา สมาชิกสมาคมฯ มอบเป็นสวัสดิการสมาชิกผู้สูงอายุ ตลอดจนกิจกรรมสาธารณประโยชน์ต่างๆ
ชิงถ้วยรางวัลเกียรติยศฯ

ประเภททีม VIP
      -รางวัลชนะเลิศ ประเภททีม VIP ถ้วยรางวัล นายอาคม เติมพิทยาไพสิฐ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม
       -รางวัลชนะเลิศ สามเกมส์สูงสุดชาย ถ้วยรางวัล ดร.วิจารย์ สิมาฉายา ปลัดกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม
      -รางวัลชนะเลิศ สามเกมส์สูงสุดหญิง ถ้วยรางวัล นายยุทธนา หยิมการุณ รองปลัดกระทรวงการคลัง
      -รางวัลชนะเลิศ เกมเดียวสูงสุดชาย ถ้วยรางวัล นายอรรถการ ตฤษณารังสี ประธานสถาบันนวัตกรรมและเทคโนโลยีซันชิโร่
      -รางวัลชนะเลิศ เกมเดียวสูงสุดหญิง ถ้วยรางวัล นายประสิทธิ์ เจียวก๊ก ประธานโครงการ “คืนคุณแผ่นดิน”
      -รางวัลชนะเลิศ ทีมบู้บี้ ถ้วยรางวัล นายอนันต์ นิลมานนท์ นายกสมาคมหนังสือพิมพ์ส่วนภูมิภาคแห่งประเทศไทย​ (สภท.54​ ปี)


ประเภททีมทั่วไป
      -รางวัลชนะเลิศ ประเภททีมทั่วไป ถ้วยรางวัล พลตำรวจ​โท​ สุทธิพงศ์ วงศ์ปิ่น ผู้​บัญชาการ​ตำรวจ​นครบาล​ (ผบช.น.)​
       -รางวัลชนะเลิศ สามเกมส์สูงสุดชาย ถ้วยรางวัล พลตำรวจ​โท​ สมพงษ์ ชิงดวง รักษา​ราชการ​แทน​ผู้บัญชาการ​สำนักงาน​ตรวจ​คน​เข้า​เมือง​ (รรท.ผบช.สตม.)​
      -รางวัลชนะเลิศ สามเกมส์สูงสุดหญิง ถ้วยรางวัล พลตำรวจ​โท​ อำพล บัวรับพร ผู้บัญชาการ​ตำรวจ​ภูธร​ภาค​ 1​ (ผบช.ภ.1)​
      -รางวัลชนะเลิศ เกมเดียวสูงสุดชาย ถ้วยรางวัล พลตำรวจ​ตรี​ มงคล วรุณโณ ผู้บังคับการ​ตำรวจ​นครบาล​ 5​ (ผบก.น.5)​
      -รางวัลชนะเลิศ เกมเดียวสูงสุดหญิง ถ้วยรางวัล พลตำรวจ​ตรี​ เอกชัย บุญวิสุทธิ์ ผู้บังคับการ​ตำรวจ​นครบาล​ 2 (ผบก.น.2)
      -รางวัลชนะเลิศ ทีมบู้บี้ ถ้วยรางวัล นายอนันต์ นิลมานนท์​ นายกสมาคมหนังสือพิมพ์ส่วนภูมิภาคแห่งประเทศไทย (สภท.54​ ปี)

กำหนดการแข่งขัน
วันศุกร์ที่ 28 มิถุนายน พ.ศ.2562
เปิดรับลงทะเบียน 09.00 น.
พิธีเปิดการแข่งขัน​ 09.30 น.
ประกาศผลการแข่งขัน​ 14.00 น.
พิธีปิดการแข่งขัน 14.30 น

      ติดต่อสอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ สมาคมหนังสือพิมพ์ส่วนภูมิภาคแห่งประเทศไทย เลขที่ 299 อาคารสมาคมหนังสือพิมพ์แห่งประเทศไทยในพระบรมราชูปถัมภ์ ชั้น 1 ถนนราชสีมา เขตดุสิต กรุงเทพฯ 10300​ คุณอนันต์ 061-753-1199,คุณกวีพงษ์​ 092-604-6226,โทร.02-668-7172,โทรสาร.02-668-7172 E-mail : ppat2508@hotmail.com

สุรเชษฐ​ ​ศิลา​นนท์​ ​รายงาน​

ผู้การฯ​ 1 ประชุมการจัดระเบียบวินรถจักรยานยนต์รับจ้าง ในพื้นที่ บก.น.1

วันนี้​ วันอังคารที่ 18 มิ.ย.62 เวลา 13.20 น. ณ ห้องประชุมสำราญกิจ บก.น.1​ : พล​ตำรวจ​ตรี​ ดร.เสนิต สำราญสำรวจกิจ ผู้​บังคับการ​ตำรวจ​นครบาล​ 1​ (ผบก.น.1)​ พร้อมด้วย​ พัน​ตำรวจ​เอก​ สรเสริญ ใช้สถิตย์ รองผู้บังคับการ​ตำรวจ​นครบาล​ 1​ (รอง​ผบก.น.1),รองผู้กำกับ​การจราจร​ (รอง​ผกก.จร.)​ และ สารวัตร​จราจร​ (สว.จร.)​ ทุกสถานีตำรวจ​นครบาล​ ในสังกัด กอง​บังคับการ​ตำรวจ​นครบาล​ 1​ (บก.น.1)​ ร่วมประชุมการจัดระเบียบวินรถจักรยานยนต์รับจ้าง ที่มีอยู่ในพื้นที่ กอง​บังคับการ​ตำรวจ​นครบาล​ 1​ (บก.น.1)​

สุรเชษฐ​ ​ศิลา​นนท์​ รายงาน​

“บิ๊กอู๊ด” สั่งตม.สุวรรณภูมิคุมเข้ม พร้อมรับประชุมผู้นำอาเซียน

      วันนี้​ วัน​อังคาร​ที่​ 18 มิ.ย.62 เวลา 10.00 น. ณ ด่าน ตม.ทอ.สุวรรณภูมิ บก.ตม.2​ : พล​ตำรวจ​โท​ สมพงษ์ ชิงดวง รักษา​ราชการ​แทน​ผู้​บัญชาการ​สำนักงาน​ตรวจ​คน​เข้า​เมือง​ (รรท.ผบช.สตม.)​ พร้อมด้วย​ พลตำรวจ​ตรี​ สุรพงษ์ ชัยจันทร์ รอง​ผู้​บัญชาการ​ตำรวจ​ภูธร​ภาค​ 7​ (รอง ผบช.ภ.7)​ ปฏิบัติราชการ กอง​บัญชาการ​สำนักงาน​ตรวจ​คน​เข้า​เมือง​ (บช.สตม.)​ เดินทางไปตรวจเยี่ยมการปฏิบัติหน้าที่ของข้าราชการตำรวจในสังกัดพร้อมมอบสิ่งของบำรุงขวัญและกำลังใจ โดยมี พลตำรวจ​ตรี​ พฤทธิพงษ์ ประยูรศิริ ผู้​บังคับการ​ตรวจ​คน​เข้า​เมือง​ 2​ (ผบก.ตม.2)​ นำข้าราชการในสังกัด​ บก.ตม.2 ให้การต้อนรับและรอรับการตรวจเยี่ยม

      จากนั้น พล.ต.ท.สมพงษ์ฯ ได้ประชุมกำชับให้ข้าราชการตำรวจในสังกัด บก.ตม.2 ที่มีหน้าที่เกี่ยวข้องกับการตรวจคัดกรองบุคคลต่างด้าวที่เดินทางเข้าออกราชอาณาจักร ให้ยกระดับการเฝ้าระวัง เพิ่มความเข้มงวดในการตรวจบุคคลสัญชาติเป้าหมายที่อาจจะมีผลกระทบต่อความไม่สงบในช่วงการประชุมสุดยอดผู้นำอาเซียน ครั้งที่ 34 ระหว่าง วันที่ 22-23 มิ.ย.62 เพื่อเป็นการรักษาความปลอดภัยให้แก่ผู้นำทั้ง 10 ประเทศอาเซียน ที่จะเดินทางมาร่วมประชุม ประเทศไทยในฐานะเจ้าภาพและประธานอาเซียน ต้องดูแลรักษาความปลอดภัยอย่างเข้มงวด

      นอกจากนี้ ยังได้เน้นย้ำถึงการให้บริการอย่างมีประสิทธิภาพด้วยมาตรฐานสากล เพื่อเร่งแก้ภาพลักษณ์ความล่าช้าในการตรวจคนเข้าออก และเข้มงวดกับการตรวจเอกสารการเดินทางให้ถูกต้องตามกฎหมาย ระเบียบ คำสั่ง ของสำนักงานตรวจคนเข้าเมือง เพื่อกวาดล้างปัญหาอาชญากรรมข้ามชาติและคนต่างด้าวที่มีพฤติกรรมเป็นภัยต่อความสงบเรียบร้อยของประเทศ

Cr.ทีมงาน​ประชา​สัมพันธ์​ บช.สตม.
สุรเชษฐ​ ศิลา​นนท์​ รายงาน​

สภาวัฒนธรรมกรุงเทพมหานคร ประชุมขับเคลื่อนงานวัฒนธรรม ตามแผนแม่บทยุทธศาสตร์ชาติ

วันนี้​ วันอังคาร​ที่ 18 มิ.ย.62​ สภาวัฒนธรรมกรุงเทพมหานคร ประชุม ครั้งที่ 3 ประจำปี 2562 เตรียมขับเคลื่อนงานวัฒนธรรมตามแผนแม่บทยุทธศาสตร์ชาติ ณ ห้องประชุม ชั้น 5 สำนักพิจารณาภาพยนตร์และวีดีทัศน์ กรมส่งเสริมวัฒนธรรม นายชาญณรงค์ ลักษณียนาวิน ประธานสภาวัฒนธรรมกรุงเทพมหานคร ได้เป็นประธานการประชุมคณะกรรมการสภาวัฒนธรรมกรุงเทพมหานคร ครั้งที่ 3/2562 สรุปสาระสำคัญดังนี้
ประธานสภาฯ ได้กล่าว ขอบคุณคณะกรรมการสภาวัฒนธรรมกรุงเทพมหานครทุกเขตและเครือข่ายวัฒนธรรมที่ได้เข้าร่วมพิธีเปิดการจัดงานมหรสพสมโภช เนื่องในโอกาสมหามงคลพระราชพิธีบรมราชาภิเษก และเข้าร่วมกิจกรรมจิตอาสาทำความสะอาด ภายหลังการจัดงาน
จากนั้นจึงเข้าสู่วาระการประชุม การเข้าร่วมถวายพระพรชัยมงคลเนื่องในโอกาสมหามงคลเฉลิมพระชนมพรรษาสมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินี และการเข้าร่วมบันทึกเทปถวายพระพรชัยมงคลพระบาทสมเด็จพระปรเมนทรามาธิบดีศรีสินทร มหาวชิราลงกรณฯ พระวชิรเกล้าเจ้าอยู่หัว
การสรรหาและคัดเลือกศิลปินแห่งชาติ พุทธศักราช 2562
การขับเคลือนงานวัฒนธรรมตามแผนแม่บทยุทธศาสตร์ชาติ
การคัดเลือกต้นไม้ “รุกข มรดกของแผ่นดิน ประจำปีงบประมาณ พ.ศ.2562 โดยกรุงเทพมหานครมีต้นไม้ที่ได้รับการคัดเลือก จำนวน 3 ต้น
การเตรียมการจัดงานเทสกาลเข้าพรรษา ประจำปี 2562 ณ icon Siam เขตคลองสาน กรุงเทพมหานคร
และมีเรื่องเสนอเพื่อทราบ จำนวน 6 เรื่อง
-การอนุมัติเงินสนับสนุนงบประมาณจัดโครงการยกย่องเชิดชูเกียรติ ‘ครูภูมิปัญญาเมือง”
-การพิจารณาร่างโครงการและหลักเกณฑ์คัดเลือกผู้ทำคุณประโยชน์ต่อสภาวัฒนธรรมกรุงเทพมหานคร
-การเข้าร่วมประชุมคณะกรรมการศูนย์อำนวยการจิตอาสากรุงเทพมหานคร
-การเปิด เบอร์โทรศัพท์ facebook line และ fan page สภาวัฒนธรรมกรุงเทพมหานคร
-การคัดเลือก 10 แหล่งวัฒนธรรมที่ต้องไปของกรมส่งเสริมวัฒนธรรม
โดยในที่ประชุมได้มีการออกความคิดเห็นและข้อเสนอแนะของ คณะกรรมการสภาวัฒนธรรมจากทั้ง 50เขต และเครือข่ายวัฒนธรรมกรุงเทพมหานคร ที่เป็นประโยชน์ต่อการดำเนินงานของสภาวัฒนธรรมกรุงเทพมหานครเป็นอันมาก
นอกจากนี้ ที่ประชุมยังได้พิจารณาโครงการยกย่องเชิดชูเกียรติผู้ทำคุณประโยชน์ต่อสภาวัฒนธรรมกรุงเทพมหานคร
คณาโชค ตามจิตเจริญ รายงาน ข่าว/ รูบีนา สุวรรณพงษ์ ถ่ายภาพ

กอง​ปราบ​ฯ​ รวบ รวย​ รางหวาย หัวหน้าแก๊งวางยาสลบเหยื่อโจรกรรมรถส่งออกประเทศเพื่อนบ้าน

      วันนี้​ วันอังคาร​ที่ 18 มิ.ย.62​ ที่กองบังคับการปราบปราม (บก.ป.) : พลตำรวจ​ตรี​ จิรภพ ภูริเดช ผู้บังคับการ​กอง​ปราบปราม​ (ผบก.ป.)​ ได้สั่งการให้ พัน​ตำรวจ​เอก​ แมน เม่นแย้ม ผู้กำกับ​การ​ 4​ กอง​บังคับการ​ปราบปราม​ (ผกก.4 บก.ป.)​ และ พัน​ตำรวจ​โท​ ณัฐพงศ์ อำไพจิตร์ สารวัตร​กอง​กำ​กับการ​ 4​ กอง​บังคับการ​ปราบปราม​ (สว.กก.4 บก.ป.)​

      ได้ร่วมกันทำการจับกุม นายธนวัฒน์ สมพรสุขสวัสดิ์ หรือ รวย รางหวาย อายุ 54 ปี อยู่บ้านเลขที่ 76/2 ม.5 ต.รางหวาย อ.พนมทวน จ.กาญจนบุรี ตามหมายจับศาลจังหวัดอ่างทองที่ 111/2558 ลงวันที่ 16 มิ.ย.58 ข้อหา “ปล้นทรัพย์ รับของโจร” และ หมายจับศาลจังหวัดจังหวัดสุพรรณบุรี​ ที่ จ.83/2560 ลงวันที่ 21 มี.ค.60 ข้อหา “ร่วมกันลักทรัพย์หรือรับของโจร” โดยจับสามารถจับกุมตัวผู้​ต้องหา​ได้ที่ บริเวณหน้าบ้านเลขที่ 44/8 หมู่ 8 ต.หน้าไม้ อ.ลาดหลุมแก้ว จ.ปทุมธานี

      พ.ต.อ.แมนฯ กล่าวว่า สืบเนื่องจาก นายธนวัฒน์ หรือ ฉายารวย​ รางหวาย ผู้ต้องหารายนี้ มีพฤติกรรมตั้งตนเป็นหัวหน้าแก๊งโจรกรรมรถยนต์ ออกตระเวนก่อคดีโจรกรรมรถยนต์ชาวบ้านในเขตพื้นที่จังหวัดกาญจนบุรี และ จังหวัด​อ่างทอง จำนวนหลายครั้ง รวมถึงมีพฤติกรรมเป็นพ่อค้ารถเถื่อนรับซื้อรถยนต์ที่ถูกโจรกรรมจากมิจฉาชีพต่างๆ​

      เพื่อนำไปขายที่ประเทศเพื่อนบ้าน โดยก่อนหน้านี้เมื่อปี พ.ศ.2556 นายธนวัฒน์ฯ ได้ถูกจับกุมในข้อหาปล้นทรัพย์ฯ หรือรับของโจรฯ ในพื้นที่ สภ.เมืองอ่างทอง เนื่องจากในคดีดังกล่าวทางชุดจับกุมสืบทราบว่า นายธนวัฒน์​ฯ ได้เป็นผู้รับซื้อรถที่ถูกโจรกรรมจากแก๊งลักรถขบวนการหนึ่งที่มักมีพฤติการณ์ก่อเหตุลงมือกับเหยื่อด้วยการเข้าไปทำทีติดต่อขอซื้อรถกับผู้เสียหายที่มีการโพสต์ประกาศขายรถตามเว็บไซต์ต่างๆ จากนั้นก็จะทำทีชักชวนดื่มสุรา​ แล้วนำยาสลบใส่ลงในแก้วเหล้าหรือน้ำให้ผู้เสียหายที่เป็นเจ้าของรถดื่มจนหมดสติ ก่อนจะรีบลงมือชิงทรัพย์เอารถยนต์ และทรัพย์สินของเหยื่อหนีไป

      พ.ต.อ.แมน กล่าวต่ออีกว่า หลังจากนายธนวัฒน์ฯ ถูกจับกุมในคดีดังกล่าวก็ได้ยื่นเรื่องขอประกันตัวสู้คดีในชั้นศาล เมื่อได้รับการประกันตัวออกมาจึงได้หลบหนีไม่มารายงานตัวตามนัดศาล​ จนกระทั่ง​มีการออกหมายจับในภายหลังเมื่อปี 2558 ทั้งนี้ระหว่างที่กำลังหลบหนีคดีดังกล่าว นายธนวัฒน์ฯ ก็ได้ไปก่อเหตุโจรกรรมรถยนต์ของชาวบ้านรายหนึ่งในพื้นที่ จ.สุพรรณบุรี จนมีการออกหมายจับเพิ่มเติมตามมาในภายหลัง

      อย่างไรก็ตามภายหลังจากเจ้าหน้าที่ชุดจับกุมกองปราบฯ​ ทราบเรื่องก็ได้กระจายกำลังลงพื้นที่สืบหาเบาะแสคนร้ายรายนี้เนื่องจากมีพฤติกรรมที่เป็นภัยต่อสังคม จนกระทั่งสืบทราบว่านายธนวัฒน์ฯ ปัจจุบันได้หนีมากบดานซ่อนตัวอยู่ในพื้นที่ จ.ปทุมธานี จึงนำกำลังเข้าทำการจับกุมตัวได้ดังกล่าว

      จากการสอบสวนนายธนวัฒน์ฯ ให้การรับสารภาพว่าได้กระทำความผิดดังกล่าวจริงในคดีปล้นทรัพย์​ และรับของโจร ที่ จ.อ่างทอง แต่ขอให้การปฏิเสธว่าได้มีส่วนเกี่ยวข้องกับคดีโจรกรรมรถยนต์ชาวบ้านในพื้นที่ จ.สุพรรณบุรี เบื้องต้นเจ้าหน้าที่ยังไม่ปักใจเชื่อ จึงได้นำตัวส่งศาลจังหวัดอ่างทอง เพื่อดำเนินการตามกฎหมายต่อไป

Cr.เจริญ​ผล​ เอี่ยม​พึ่ง
สุรเชษฐ​ ศิลา​นนท์​ รายงาน​