องคมนตรี ตรวจเยี่ยมการดำเนินงานของโรงเรียนราชประชานุเคราะห์ 48 จังหวัดจันทบุรี พร้อมชื่นชมการเรียนการสอนวิชาการควบคู่งานอาชีพให้เด็กมีความรู้ติดตัว

          วันนี้ (19 ก.ค.62) พลเรือเอก พงษ์เทพ หนูเทพ องคมนตรี และประธานกรรมการบริหารมูลนิธิราชประชานุเคราะห์ในพระบรมราชูปถัมภ์ พร้อมคณะเดินทางตรวจเยี่ยมการดำเนินงานของโรงเรียนราชประชานุเคราะห์ 48 จังหวัดจันทบุรี โดยมี นายวิทูรัช ศรีนาม ผู้ว่าราชการจังหวัดจันทบุรี และประธานกรรมการมูลนิธิราชประชานุเคราะห์ ประจำจังหวัดจันทบุรี นำหัวหน้าส่วนราชการ ทหาร ตำรวจ คณะครูอาจารย์ คณะกรรมการสถานศึกษา ให้การต้อนรับ สำหรับโรงเรียนราชประชานุเคราะห์ 48 จังหวัดจันทบุรี เดิมชื่อโรงเรียนศึกษาสงเคราะห์จันทบุรี รับนักเรียนที่ยากไร้ทางเศรษฐกิจ และสังคม ครอบครัวประสบปัญหา ขาดโอกาสทางการศึกษาเข้าเรียนตั้งแต่ระดับชั้นประถมศึกษาปีที่ 1 ถึงมัธยมศึกษาปีที่ 6 จัดรูปแบบการศึกษาในลักษณะการศึกษาสงเคราะห์ให้นักเรียนอยู่ประจำในโรงเรียน ปัจจุบัน มีนักเรียนทั้งสิ้น 536 คน มีบุคลากร ครู พนักงานราชการ ลูกจ้าง 55 คน ถึงแม้เด็กนักเรียนที่เข้าศึกษาที่โรงเรียนนี้จะเป็นเด็กด้อยโอกาสทางสังคม เนื่องจากปัญหาต่างๆ ในครอบครัว แต่เด็กจะมีความพยายาม ขวนขวาย ขยันเล่าเรียนจนจบมัธยมศึกษาตอนปลาย และประสบความสำเร็จในชีวิตไปแล้วหลายรุ่น นอกจากนั้น โรงเรียนราชประชานุเคราะห์ 48 จังหวัดจันทบุรี ยังเป็นโรงเรียนที่ได้รับรางวัลงานสวนพฤกศาสตร์โรงเรียนในโครงการอนุรักษ์พันธุกรรมพืชอันเนื่องมาจากพระราชดำริ สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี ในระดับเกียรติบัตร 1 เป็นโรงเรียนในโครงการเทคโนโลยีสารสนเทศเพื่อการศึกษาของโรงเรียนชนบท ได้รับคัดเลือกเป็นสถานศึกษาพอเพียง ประจำปี 2556 และได้รับรางวัลโรงเรียนส่งเสริมสุขภาพระดับทองอีกด้วย ทั้งนี้โรงเรียนราชประชานุเคราะห์ 48 จังหวัดจันทบุรี ยังมีการจัดการศึกษาเพื่อการมีงานทำโดยมีหลักสูตรที่เน้นการสอนด้านทักษะในการประกอบอาชีพให้กับนักเรียนด้านต่าง ๆ ทั้งด้านเกษตรกรรม การแปรรูปผลผลิตทางการเกษตร งานอาชีพตัดผม การทำผ้าพันคอ การสอนการทำไอติมแท่ง ขนมโดนัท สมุนไพรพื้นบ้านยาหม่อง เป็นต้น ซึ่งภายหลังจบการศึกษานอกจากนักเรียนสามารถที่จะศึกษาต่อแล้ว นักเรียนยังสามารถนำความรู้ที่ได้ไปประกอบอาชีพเลี้ยงตนเองได้อีกด้วย

ภาพ/ข่าว จรัล บรรยงคเสนา  ทีมข่าวภูมิภาค
นาย  พรเทพ เขม้นเขตวิทย์ รายงานจากศูนย์ข่าวภาคตะวันออก

รองผู้ว่าราชการจังหวัดจันทบุรี นำคณะลงพื้นที่ติดตามวางแผนแก้ปัญหาพื้นที่ที่ได้รับผลกระทบจากฝนตกหนัก

         วันนี้ ( 19 ก.ค.62 ) นายวิวัฒน์ มหาผลศิริกุล รองผู้ว่าราชการจังหวัดจันทบุรี ได้นำหัวหน้าส่วนราชการที่เกี่ยวข้อง รวมทั้ง ผู้บริหารองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น ร่วมดูพื้นที่ ที่ประสบปัญหา น้ำรอการระบายจากสภาวะฝนตกหนัก ในพื้นที่ที่เกิดปัญหาซ้ำซาก เพื่อวางแผนเร่งด่วนในการป้องกันปัญหาที่อาจจะเกิดขึ้นอีก ลดผลกระทบต่อราษฎร โดยจุดแรก เป็นพื้นที่บริเวณแอ่งกะทะหน้าสไลเดอร์ ต.ท่าช้าง อ.เมือง ทางจังหวัดร่วมกับเทศบาลเมืองท่าช้างได้เจรจาขอใช้ประโยชน์ที่ดินจากราษฎรในการเพิ่มช่องทางระบายน้ำ เตรียมเปิดช่องทางระบายน้ำกว้าง 4 เมตร จากถนนรักศักดิ์ชมูล จุดที่เกิดเหตุน้ำท่วมผิวจราจรซ้ำซากให้น้ำไหลลงคลองไปถึงคลองน้ำใสอย่างสะดวกยิ่งขึ้น /จุดที่ 2 บริเวณถนนสายพระยาตรัง ช่วงหน้าสหกรณ์ครู – ซอยคลองหลอด สี่แยกคลองน้ำใส ทาง ปภ.เขต 17 และ อบต.ท่าช้าง ได้ติดตั้งเครื่องสูบน้ำเพื่อเร่งระบายน้ำหากเกิดสภาวะฝนตกหนัก น้ำรอการระบาย ลงไปทางซอยคลองหลอด พร้อมทั้งขุดท่อครอสที่อยู่ริมถนนคอนกรีต 2 ข้างทางให้มีช่องทางน้ำระบายลงคลองน้ำใสได้เร็วขึ้น // จุดที่ 3 บริเวณตลาดวรรณการ ตำบลพลับพลา ซึ่งเป็นปัญหาที่เกิดขึ้นจากการก่อสร้างถนนยังไม่แล้วเสร็จ           ซึ่งการประปาจะส่งมอบงานการขยายแนวเขตประปาภายในวันที่ 25 กรกฎาคมนี้ หลังจากนั้นผู้รับเหมาก่อสร้างถนนจะเร่งปรับปรุงเส้นทางให้แล้วเสร็จ รวมทั้งแก้ปัญหาท่อระบายน้ำอุดตันจากเศษวัสดุก่อสร้างและดินโคลน ให้น้ำที่เอ่อล้นถนน และ ส่งผลกระทบต่อราษฎรในพื้นที่ตลาดพลับพลาได้รับการแก้ไข ลดผลกระทบที่อาจจะเกิดขึ้นอีก นอกจากนี้ ปภ.เขต 17 จะนำเครื่องจักรกล รถแบ็คโฮขุดช่องทางระบายน้ำ 2 ฝั่งถนน ไปจนถึงคลองดาวเรือง และ คลองรางน้ำบน เร่งระบายน้ำลงคลองภักดีรำไพ ลดผลกระทบที่เกิดขึ้นในพื้นที่ อย่างไรก็ตาม ปัญหาน้ำท่วมขังทั้ง 3 พื้นที่ จากสภาวะฝนตกหนัก น้ำรอการระบาย จะเกิดขึ้นก็ต่อเมื่อมีสภาวะฝนตกหนัก ถึง หนักมาก และเมื่อปริมาณน้ำฝนลดลง ระดับน้ำก็จะลดลงอย่างรวดเร็วและกลับเข้าสู่สภาวะปกติรวมระยะเวลาที่ส่งผลกระทบประมาณ 3 ชั่วโมง

ภาพ/ข่าว จรัล บรรยงคเสนา  ทีมข่าวภูมิภาค

สำนักงานทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม เปิดโครงการอบรมผู้บังคับบัญชาลูกเสืออนุรักษ์ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมจังหวัดสระบุรี

         สำนักงานทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม เปิดโครงการอบรมผู้บังคับบัญชาลูกเสืออนุรักษ์ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมจังหวัดสระบุรี ณไร่หวานสนิทรีสอร์ทและค่ายลูกเสือตำบลท่ามะปราง​ อำเภอแก่งคอย​ จังหวัดสระบุรี วันที่ 19 กรกฎาคม 2562 เวลา10.00น. นายดุรงค์ฤทธิ์​ ศิริวัฒนพันธ์นายอำเภอแก่งคอย เป็น​ประธาน มีนางรัชนี​ พิมพ์วงศ์​ ผู้อำนวยการส่วนยุทธศาสตร์สำนักทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมจังหวัดสระบุรี​ กล่าววัตถุประสงค์ นับว่าเป็นพระมหากรุณาธิคุณของพระบาทสมเด็จพระมงกุฎเกล้าเจ้าอยู่หัวรัชกาลที่ 6 ทรงพระราชทานกำเนิดลูกเสือไทยขึ้นเมื่อ วันที่ 1 กรกฎาคม 2454
     การเปิดค่ายอบรมผู้บังคับบัญชาลูกเสืออนุรักษ์ธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ของจังหวัดสระบุรี​ เป็นกิจกรรมหนึ่งที่เกิดขึ้นจากความร่วมมือระหว่างกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมร่วมกับกระทรวงศึกษาธิการที่มีภารกิจที่สอดคล้องในการส่งเสริมความรู้ความเข้าใจและฝึกฝนให้เยาวชนของชาติเป็นคนดี​ มีคุณธรรม​ โตขึ้นเป็นพลเมืองที่มีคุณภาพของประเทศชาติและเป็นการสร้างเครือข่ายโรงเรียนลูกเสืออนุรักษ์ธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม​ นำหลักสูตรลูกเสือรักธรรมชาติสิ่งแวดล้อม​ เป็นการขยายวงกว้างให้ควบคุมถึงทั่วจังหวัดเป็นพื้นฐาน รักษ์ ทรัพยากรและสิ่งแวดล้อม เป็นปัจจัยสำคัญการพัฒนาท้องถิ่น​ สู่เมืองสะอาด​ น่าอยู่กำหนดให้สถาบันศึกษาเป็นเป้าหมายในการร่วมโครงการและนำร่องให้เยาวชนและประชาชน ร่วมดูแลรักษา อนุรักษ์ธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมของจังหวัด เป็นการปลูกฝังจิตสำนึก ให้กับเยาวชนตระหนัก ถึงความสำคัญ โดยเฉพาะเยาวชนที่เป็นลูกเสือและเนตรนารีซึ่งเป็นพลังเยาวชนที่มีศักยภาพ ในการสร้างเสริมการทำงานด้านเครือข่ายสิ่งแวดล้อมอย่างเป็นรูปประธรรม เพราะลูกเสือและเนตรนารีเป็นผู้มีระเบียบ​ วินัย​ มีความซื่อสัตย์​ มีความเสียสละบำเพ็ญตนเป็นประโยชน์ต่อผู้อื่นอยู่เสมอ การอบรมลูกเสืออนุรักษ์ธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมเป็นหน่วยลูกเสือพิเศษที่ได้การรับรองจากสำนักงานลูกเสือแห่งชาติเมื่อปี 2552 เนื่องจากกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมและกระทรวงศึกษาธิการลงนามข้อตกลงร่วมมือการพัฒนาการอนุรักษ์ทรัพยากรสิ่งแวดล้อมโดยเยาวชนกับขบวนการลูกเสือ กรมส่งเสริมคุณภาพสิ่งแวดล้อมของคณะรัฐมนตรี ที่มีมติเห็นชอบ จึงได้จัดการอบรม โครงการลูกเสืออนุรักษ์ ธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมขึ้น
     จังหวัดสระบุรีจึงได้จัดอบรมขึ้น ในวันที่ 19 ถึงวันที่ 21 กรกฎาคม 2562 ณไร่หวานสนิทรีสอร์ทและค่ายลูกเสือจังหวัดสระบุรี สระบุรี/ดำรงค์ ชื่นจินดา รายงาน

จังหวัดนราธิวาส ดำเนินกิจกรรม “โรงเรียนของเราน่าอยู่”

          ชุดควบคุมทักษิณสัมพันธ์ หน่วยเฉพาะกิจสันติสุข (ชุด ทสพ.๔๑๒) เข้าดำเนินกิจกรรมนันทนาการ โครงการ “หอพักน่าอยู่ ร่วมใจพัฒนาถูกสุขลักษณะ” เพื่อสร้างบรรยากาศที่สนุกสนานเป็นกันเองให้ผู้เข้าร่วมกิจกรรมได้รู้สึกผ่อนคลาย พร้อมทั้งร่วมกิจกรรมฉีดพ่นยุง ณ อาคารกิจกรรม โรงเรียนดารุลฮิกมะห์ บ้านปูโง๊ะ หมู่ ๑ ตำบลกาลิซา อำเภอระแงะ จังหวัดนราธิวาส ทั้งนี้มี บุคลากรทางการศึกษาและนักเรียน เข้าร่วมกิจกรรมฯ จำนวน ๑๐๐ คน

เหตุว.40 “เสียงร้องไห้ระงม” รถบรรทุกถังออกซิเจนพุ่งชนรถรับส่งนักเรียน บาดเจ็บกว่า 20 คน

          เมื่อวันที่ 18 ก.ค. 2562 เมื่อเวลา 12.00 น. สภ.เมืองมุกดาหาร ได้รับแจ้งเหตุ ว.40 รถบรรทุกถังออกชิเจนชนกับรถรับส่งนักเรียน ส่งผลให้มีผู้ได้รับบาดเจ็บจำนวนมาก โดยเหตุเกิดขึ้นบนถนนชยางกูร บริเวณหน้าห้างโรบินสันสาขามุกดาหาร เขตเทศบาลเมืองมุกดาหาร จึงแจ้ง พ.ต.ท.เชิดชาย​ คำบุญ​ ร้อยเวรสอบสวน พร้อมด้วย หน่วยกู้ชีพหลายพื้นที่และแพทย์โรงพยาบาลมุกดาหาร ร่วมลงพื้นที่ตรวจสอบ และช่วยเหลือผู้บาดเจ็บ

          โดยในที่เกิดเหตุ พบเด็กนักเรียนจำนวนมากซึ่งทั้งหมดกำลังศึกษาอยู่ในชั้นประถมศึกษา บางคนร้องไห้ด้วยความตกใจกับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น รวมถึงมีเด็กนักเรียนบางส่วนที่ได้รับบาดเจ็บ เจ้าหน้าที่จึงนำตัวเด็กนักเรียนที่บาดเจ็บส่งโรงพยาบาล นอกจากนี้ ยังพบรถบรรทุก 6 ล้อ ที่บรรทุกถังออกซิเจนมาเต็มคันสภาพด้านหน้ารถพังยับ โดยในตัวรถมีนายเชิดศักดิ์ นอนรัมย์ อายุ 49 ปี คนขับ และชายอีก 2 คน ติดอยู่ภายในรถ เจ้าหน้าที่ต้องใช้เครื่องตัดถ่างนำตัวออกมา เพื่อส่งรักษายังโรงพยาบาลมุกดาหารต่อไป

          จากการสอบถาม ทราบว่า คุณครูได้นำเด็กนักเรียนชั้นประถมศึกษาของโรงเรียนบ้านสีดา ประมาณ 60 คน มาชมโครงการของสำนักงานเขตพื้นที่ประถมศึกษา หลังเสร็จสิ้นภารกิจจึงเดินทางกลับโรงเรียนด้วยการด้วยการโดยสารรถ 2 แถว 6 ล้อจำนวน 2 คัน ขับตามกันมา เมื่อมาถึงที่เกิดเหตุรถบรรทุก 6 ล้อ ที่บรรทุกออกซิเจนคันดังกล่าวได้พุ่งชนรถนักเรียนคันหลังอย่างแรง จนพุ่งไปชนรถนักเรียนคันหน้าอีกทีหนึ่ง ทำให้นักเรียนได้รับบาดเจ็บดังกล่าว


ธานินทร์, ฐานิตา, สมเกียรติ, ชัยสิทธิ์ /ผู้สื่อข่าวมุกดาหาร
เดวิด มุกดาหาร หัวหน้าศูนย์ข่าว สำนักข่าวความมั่นคง มุกดาหาร รายงาน

สวนนงนุชเปิดบ้านรับพี่น้อง 2 จังหวัดฉะเชิงเทรา สุพรรณบุรี เข้าชมสวนฟรี 1 เดือน พร้อมเปิดตัวไดโนเสาร์กินเนื้อขนาด 9 เมตร อัลติสไปแน๊กซ์

          วันนี้ 18 ก.ค.62 ที่ สวนตะบองเพชร 2 สวนนงนุชพัทยา อ.สัตหีบ จ.ชลบุรี นายกัมพล ตันสัจจา ประธานสวนนงนุชพัทยา พร้อมด้วย นายปทีป (ปอ-ทีป) สมบุญพูลพิพัฒน์ ท่องเที่ยวและกีฬา จังหวัดฉะเชิงเทรา นางดวงใจ กาญธีรานนท์ ผู้อำนวยการสำนักงานการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย จังหวัดสุพรรณบุรี ร่วมกัน เปิดโครงการเที่ยวฟรี 1 เดือน ใน 2 จังหวัด คือ จังหวัดฉะเชิงเทรา และจังหวัดสุพรรณบุรี โดยมี สื่อมวลชน ร่วมเป็นสักขีพยาน
     นายกัมพล ตันสัจจา ประธานสวนนงนุชพัทยา กล่าวว่า สวนนงนุชพัทยา ได้เปิดโครงการเที่ยวฟรี 1 เดือนไม่จำกัดจำนวนครั้ง ให้ประชาชนที่มีภูมิลำเนาใน 2 จังหวัด คือ จังหวัดฉะเชิงเทรา และจังหวัดสุพรรณบุรี เข้าชมสวน ฟรี 1 เดือน ตั้งแต่วันที่ 1-31 สิงหาคม 2562 เพียงยื่นบัตรประจำตัวประชาชนเท่านั้น โดยโครงการดังกล่าว ได้เริ่มมาดำเนินการมาตั้งแต่เดือนพฤศจิกายน 2561
     สำหรับการจัดโครงการ 1 จังหวัดเที่ยวฟรี 1 เดือน เพื่อรองรับ โครงการพัฒนาระเบียงเศรษฐกิจภาคตะวันออก หรือ EEC ตามนโยบายของรัฐบาล และเพื่อเปิดโอกาสให้ประชาชน ได้เข้ามาเที่ยวชมความแปลกใหม่ที่ได้มีการพัฒนาอย่างไม่หยุดนิ่ง มีความเปลี่ยนแปลงมากมายภายในสวนนงนุชพัทยา และสิ่งที่สวนนงนุชพัทยา ปรารถนาอย่างยิ่งก็คือ การที่ประชาชนใน 2 จังหวัดจะสามารถประชาสัมพันธ์ให้กับนักท่องเที่ยวทั้งชาวไทย และชาวต่างประเทศในการบอกเล่าสิ่งดีๆ ในเขตภาคตะวันออก
     ทั้งนี้ภายในพิธีสวนนงนุชพัทยายังได้มีการภูเปิดตัว ไดโนเสาร์กินเนื้อขนาด 9 เมตร อัลติสไปแน๊กซ์ ซึ่งถูกค้นพบที่ประเทศอังกฤษในช่วงปี 1856 ถือว่าเป็นหนึ่งในไดโนเสาร์ตัวแรก ๆที่ถูกค้นพบ โดยไดโนเสาร์ชนิดนี้อาศัยอยู่ในยุคครีเทเชียสตอนต้น ประมาณ 140 ล้านปีก่อน มีลักษณะที่โดดเด่น คือแผงกระโดงหลังที่ยื่นขึ้นมาจากลำตัว

ภาพ/ข่าว นิราช ทิพย์ศรี /นันทพล ทิพย์ศรี อ.สัตหีบ จ.ชลบุรี 0909535645
นายพรเทพ เขม้นเขตวิทย์ รายงานจากศูนย์ข่าวภาคตะวันออก

สัตหีบกลุ่มไปด้วยกันไปได้ไกลร่วมผู้ใหญ่ใจดีนำอาหารมอบให้เยาวชนในการเล่นกีฬาห่างไกลยาเสพติด

          ที่วัดราษฎร์สามัคคี ก.ม. 10 ต.พลูตาหลวง อ.สัตหีบ จ.ชลบุรี นาย พธนกร ใคร่ครวญ ประธานกลุ่มไปด้วยกันไปได้ไกล นายอมตะ ใคร่ครวญ เลขานุการนายก อบต พลูตาหลวง พร้อมด้วยสมาชิกกลุ่มร่วมกับ นาย ยอดชาย ถนอมสิงห์ผู้ใหญ่บ้าน หมู่ที่1 ต.พลูตาหลวง และ ชมรมศิษย์เก่าสิงห์สมุทรเลือดหมูเหลือง 24-27 ร่วมกัน นำอาหารน้ำ มอบให้เด็กๆเยาวชน ที่เล่นกีฬา ภายใน วัดราษฎร์สามัคคี ก.ม. 10 เป็นการสร้างขวัญกำลังใจและเล็งเห็นว่า พวกเด็กๆและเยาวชนเหล่านี้ ใช้เวลาให้เกิดประโยชน์ทำให้ห่างไกลยาเสพติด
          นาย ยอดชาย ถนอมสิงห์ผู้ใหญ่บ้าน หมู่ที่ ตำบลพลูตาหลวง กล่าวว่า ทาง หมู่บ้านได้จัดกิจกรรมเพื่อให้เด็กได้ใช้เวลาว่างให้เกิดประโยชน์และไม่ให้เข้าไปยุ่งเกี่ยวกับยาเสพติด โดยเฉพาะเด็กที่เข้ามาร่วมในครั้งนี้ เป็นกลุ่มเสี่ยงเกือบทั้งหมด เพื่อดึงเด็กกลุ่มเสี่ยงนี้ให้ห่างไกลจากสิ่งเสพติดตามในครั้งนี้จัดแข่งกันทุกวันเสาร์อาทิตย์และวันหยุดจัดกิจกรรมในครั้งนี้มีเด็กๆ ในพื้นที่ใกล้เคียง มาร่วมกิจกรรม ประมาณ 40 ถึง 50 คนต่อวันโดยที่ผู้ปกครองก็ฝากผู้ใหญ่บ้านดูแล
          นาย พธนกร ใคร่ครวญ กล่าวว่า ในการมามอบสิ่งของในวันนี้เป็นการสร้างขวัญและกำลังใจให้กับเด็กๆซึ่งการออกกำลังกายเป็นปัจจัยหนึ่งในการสร้างเสริมสุขภาพ ร่างกายมีภูมิต้านทานโรคเพื่อสุขภาพดีอย่างยั่งยืน อีกทั้งยังเป้นการใช้เวลาให้เกิดประโยชน์ ห่างไกลจากยาเสพติดและ เพื่อเป็นการส่งเสริมให้เด็กได้แสดงความสามารถในกีฬาที่ตนเองมีความถนัด ชื่นชอบ กล้าแสดงออก รู้จักและตระหนักในคุณค่าของตัวเอง

ภาพ/ข่าว นิราช ทิพย์ศรี /นันทพล ทิพย์ศรี อ.สัตหีบ จ.ชลบุรี 0909535645
นายพรเทพ เขม้นเขตวิทย์ รายงานจากศูนย์ข่าวภาคตะวันออก

สำนักงานคุมประพฤติ จังหวัดจันทบุรี จัดประชุมสามัญ อาสาสมัครคุมประพฤติ

          วันนี้ ( 18 ก.ค.62 ) ที่ห้องประชุมหนึ่ง ศาลากลางจังหวัดจันทบุรี นายวิวัฒน์ มหาผลศิริกุล รองผู้ว่าราชการจังหวัดจันทบุรี เป็นประธานในการประชุมสามัญ อาสาสมัครคุมประพฤติ กระทรวงยุติธรรมจังหวัดจันทบุรี โดยมีนางอัญชลี พงษ์พิทักษ์ ผู้อำนวยการสำนักงานคุมประพฤติจังหวัดจันทบุรี นำอาสาสมัครคุมประพฤติ กระทรวงยุติธรรม กระทรวงยุติธรรม จังหวัดจันทบุรี พร้อมด้วยพนักงานคุมประพฤติ เข้าร่วมการประชุม ทั้งนี้เพื่อ รับทราบนโยบายที่เกี่ยวข้องกับการดำเนินงานตามบทบาทหน้าที่ของอาสาสมัครคุมประพฤติกระทรวงยุติธรรม และร่วมพิจารณามีส่วนร่วมในการพัฒนากระบวนการยุติธรรม โอกาสนี้ได้ร่วมปฏิญาณตนว่า จะจงรักภักดีต่อชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์ และจะปฏิบัติหน้าที่ในฐานะอาสาสมัครคุมประพฤติด้วยความซื่อสัตย์สุจริต เสียสละ รักษาจรรยาบรรณและอุทิศตนเพื่อช่วยเหลืองานอย่างเต็มกำลังความสามรถคลอดจนรักความลับของทางราชการโดยเคร่งครัด
          สำหรับ กรมคุมประพฤติ ได้ดำเนินภารกิจหลักในการแก้ไขฟื้นฟู ผู้กระทำผิดโดยการนำภาคประชาชน ที่เป็นอาสาสมัครคุมประพฤติ เข้ามามีส่วนร่วมในการ แก้ไขฟื้นฟู ติดตามดูแล ช่วยเหลือ และสงเคราะห์ผู้กระทำผิดในชุมชน โดยสำนักงานคุมประพฤติจังหวัดจันทบุรี มีอาสาสมัครคุมประพฤติ รวมทั้งสิ้น 178 คน เพื่อให้อาสาสมัครคุมประพฤติ รับทราบนโยบายที่เกี่ยวข้องกับการดำเนินงานตามบทบาทหน้าที่ ของอาสาสมัครคุมประพฤติ กระทรวงยุติธรรม และร่วมในการพัฒนากระบวนการยุติธรรมโดยการนำชุมชนเข้ามามีส่วนร่วม ในการแก้ไขฟื้นฟูผู้กระทำผิด และการให้บริการของงานคุมประพฤติ สำเร็จลุล่วงไปด้วยดี

ภาพ/ข่าว จรัล บรรยงคเสนา  ทีมข่าวภูมิภาค
นาย  พรเทพ เขม้นเขตวิทย์ รายงานจากศูนย์ข่าวภาคตะวันออก

ชาวบ้านตําบลไม้รูดเฮบ้านริมนํ้าถูกกฎหมาย ครั้งที่ 1/2562

          วันที่ 18 กรกฎาคม 2562 เวลา 10.00 น.ที่ผ่านมา ชาวบ้านตําบลไม้รูดเฮบ้านริมนํ้าถูกกฎหมาย จํานวน 372 ครัวเรือน นําโดย องค์การบริหารส่วนตําบลไม้รูด โดยมีนายสุรศักดิ์ อินทรประเสริฐ นายกองค์การบริหารส่วนตําบลไม้รูด พร้อมด้วย นส.ณัฐสินี อินทรประเสริฐ กํานันตําบลไม้รูด ได้ร่วมในพิธีมอบใบอนุญาตให้สิ่งปลูกสร้างล่วงลํ้าแม่นํ้า โดยมีนายประพันธ์ ประทุมชุมภู ปลัดอาวุโสอําเภอคลองใหญ่ เป็นประธานในพิธีบอบใบอนุญาตสิ่งปลูกสร้างล่วงลํ้าแม่นํ้า จํานวน 372 ครัวเรือน ของกรมเจ้าท่าเกี่ยวกับใบอนุญาตสิ่งปลูกสร้างแม่นํ้า ที่อาคารเฉลิมพระเกียรติ 50 พรรษา ขององค์การบริหารส่วนตําบลไม้รูด โดยมีนายประพันธ์ ประชุมภู ปลัดอาวุโสอําเภอคลองใหญ่ ได้เป็นประธานในพิธีเปิดกรวยกระทงดอกไม้ หน้าพระบรมฉายาษณ์ สมเด็จพระเจ้าอยู้หัวมหาวชิราลงกรณ บดินทรเทพยวรางกูร พร้อมร่วมรับมอบใบอนุญาตให้ปลูกสร้างสิ่งปลูกสร้างล่วงลํ้าลําแม่นํ้า โดยมี นายวงศกร นราธาวา ผู้อํานวยการสํานักงานเจ้าท่าภูมิภาคสาขาตราด ได้กล่าวถึง กระบวนการออกใบอนุญาตของพื้นที่ตําบลไม้รูด และยังกล่าวว่ามีความยินดีด้วยที่ตําบลไม้รูดได้ร่วมมือร่วมใจกันเป็นจํานวนมากที่สุดในประเทศไทยในขณะนี้ จึงได้ร่วมตัวกระบวนการขับเคลื่อนและการพัฒนาที่อยู่อาศัยของตําบลไม้รูดต่อไป จึงพร้อมด้วยหัวหน้าส่วนราชการท้องถิ่น กํานัน ผู้ใหญ่บ้าน ตํารวจ สมาชิกสภาองค์การบริหารส่วนตําบลไม้รูด และอีกหลายหน่วยงานเข้าร่วมมอบใบอนุญาตให้ปลูกสร้างสิ่งปลูกสร้างล่วงลํ้าลําแม่นํ้าจํานวน 372 ครัวเรือน ในพื้นที่ตําบลไม้รูด ตั้งแต่ หมู่ 1-2-3 ตําบลไม้รูด หลังจากมอบใบอนุญาตเสร็จทั้ง 3 หมู่บ้าน ได้รับอนุญาตจะต้องชําระค่าตอบแทนเป็นรายปี ให้กับทางราชการ ที่บ้านพักอาศัย ตามรางเมตรละ 5 บาท ต่อปี ด้วย ตามกฎหมายกระทรวงฯต่อไป

ภาพ/ข่าว วิเชียร ม่วงสี  ทีมข่าวภูมิภาค

ฝูงหมาแม่ลูกอ่อนรุมขย้ำเด็กวัยขวบเศษเละทั้งตัว แม่เข้าช่วยเหลือนำส่งโรงพยาบาลประจันตคาม

     วันนี้ 18 กรกฎาคม 2562 น.ส.ดลนภา แซ่อึ้ง อายุ 30 อยู่บ้านเลขที่ 205 ม.15 ต.โพธิ์งาม อ.ประจันตคาม จ.ปราจีนบุรี มารดาของ ด.ญ.น้องชะเอม (น้องภา) นามสมมุติวัยขวบเศษ เล่าว่า เมื่อช่วงเช้าที่ผ่านมา บุตรสาวของตนได้เดินเล่นอยู่บริเวณหน้าบ้านพัก ได้มีสุนัขจำนวนหลายตัวเข้ามารุมกัดบุตรสาวของตนจนส่งเสียงร้องไห้ดังลั่น และมีบาดแผลจำนวนหลายแผลจนเลือดไหลเต็มตัว จากนั้นจึงได้เข้าช่วยเหลือบุตรสาวออกจากสุนัขได้ และให้ย่า คือ นางวาสนา โพธิ์งาม อายุ 50 ปี นำบุตรสาวไปส่งให้แพทย์โรงพยาบาลประจันตคามรักษาบาดแผล และแพทย์ได้ทำการรักษา เบื้องต้นอาการปลอดภัยแล้ว พร้อมให้นอนพักที่โรงพยาบาล
      โดย น.ส.ดลนภา เล่าด้วยเสียงสั่นเครือว่า สุนัขประมาณ 5-6 ตัว มีลูกสุนัขที่พึ่งคลอดออกมาอีกนับ 10 ตัว ซึ่งเจ้าของสุนัข มีบ้านอยู่บริเวณใกล้กัน มักเลี้ยงสุนัขแบบปล่อย ซึ่งสุนัขมักไล่กัดเด็กๆอยู่เป็นประจำ แต่ก็ไม่รุนแรงเหมือนกับที่รุมกัดลูกสาวของตน หลังจากหน่วยงานทราบเรื่อง โดยทาง ปศุสัตว์อำเภอประจันตคาม จะได้ลงพื้นที่ตรวจสอบข้อเท็จจริงกรณีต่อไป และต่อมา นายชวนินทร์ วงศ์สถิต จิรกาล นายอำเภอประจันตคาม พร้อมด้วยกาชาดอำเภอ ได้เข้าเยี่ยมหนูน้อยที่โรงพยาบาลประจันตคาม และได้มอบอาหารแห้ง พร้อมเงินสดจำนวนหนึ่ง

ภาพ/ข่าว ณัฐวัฒน์ กุลเศรษฐ์สุวภา  ทีมข่าวภูมิภาค
นาย  พรเทพ เขม้นเขตวิทย์ รายงานจากศูนย์ข่าวภาคตะวันออก