การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย เปิดที่ทำการแห่งใหม่ในภูมิภาคตะวันออก ททท. สำนักงานจันทบุรี รองรับการขยายตัวด้านการท่องเที่ยวในจันทบุรี

    วันนี้ ( 23 ก.ค.62 ) ที่ อาคารสำนักงาน การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย จังหวัดจันทบุรี หรือ ททท.จันทบุรี บริเวณ ตรงข้าม ห้างสรรพสินค้าโรบินสัน หลังธนาคาร ธนชาติจันทบุรี ฝั่งตลาดมหาราช ททท.จังหวัดจันทบุรี ได้จัดให้มีพิธีเปิด อาคารสำนักงาน ททท.จังหวัดจันทบุรี อย่างเป็นทางการโดยมี นายวิบูลย์ นิมิตวานิช ผู้อำนวยการภูมิภาคตะวันออก และนายพงษ์พัฒน์ วงศ์ตระกูล รองผู้ว่าราชการจังหวัดจันทบุรี นำ หน่วยงานภาครัฐ ภาคเอกชน สภาอุตสาหกรรมการท่องเที่ยวจังหวัดจันทบุรี สมาคมส่งเสริมการท่องเที่ยวจันทบุรี หอการค้าจังหวัดจันทบุรี ผู้ประกอบการด้านการท่องเที่ยวจังหวัดจันทบุรี และสื่อมวลชนร่วมพิธีจำนวนมาก

     โดยสำนักงานททท.จังหวัดจันทบุรีตั้งอยู่อาคารเลขที่ 22/86 หมู่ 7 ถนนภิญญสาสน์ ตำบลจันทนิมิต อำเภอเมือง จังหวัดจันทบุรี ถือเป็นการประชาสัมพันธ์สร้างการรับรู้แก่หน่วยงานภาครัฐ ภาคเอกชน ผู้ประกอบการ พันธมิตร ชุมชน ผู้มีส่วนเกี่ยวข้องในภาคอุตสาหกรรมท่องเที่ยว และสื่อมวลชน ให้ทราบถึงการจัดตั้งสำนักงานสาขาการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทยแห่งใหม่ในภูมิภาคตะวันออกอย่างเป็นทางการรวมทั้งเพื่อแสดงให้เห็นถึงความพร้อมของ ททท.สำนักงานจันทบุรี ที่พร้อมจะส่งเสริม สนับสนุน ประสานงานร่วมกับเครือข่ายทางการตลาด และบูรณาการ การทำงานร่วมกับทุกภาคส่วนด้านอุตสาหกรรมการท่องเที่ยวในพื้นที่จังหวัดจันทบุรีอย่างมีประสิทธิภาพ ตามวิสัยทัศน์ (Vision) พ.ศ. 2560-2564 “ททท. เป็นผู้นำในการส่งเสริมการท่องเที่ยวให้ประเทศไทยเป็นแหล่งท่องเที่ยวยอดนิยม (Preferred Destination) อย่างยั่งยืน” สอบถามข้อมูลข่าวสารการท่องเที่ยวได้ที่ ททท.สำนักงานจันทบุรี : 22/86 หมู่ 7 ถนนภิญญสาสน์ ตำบลจันทนิมิต อำเภอเมืองจันทบุรี จังหวัดจันทบุรี 22000 โทรศัพท์: 039 480 220

ภาพ/ข่าว จรัล บรรยงคเสนา  ทีมข่าวภูมิภาค
นาย  พรเทพ เขม้นเขตวิทย์ รายงานจากศูนย์ข่าวภาคตะวันออก

ข่าวสังคม# ปันน้ำใจให้น้องน้อง ขอขอบคุณผู้ใหญ่ใจดี

     คุณวารี แว่นแก้ว จากกรมบัญชีกลาง,บริษัท​ เจไดมาสเตอร์ จำกัด และ IT Partner ได้ร่วมกันมอบเครื่องคอมพิวเตอร์ จำนวน 6 ชุด และอุปกรณ์กีฬาต่างๆ ให้แก่โรงเรียน ตำรวจ​ตระเวน​ชายแดน​ (ตชด.ห้วยหมากหม่ำ)​ จ.อุดรธานี. โดยมี พลตำรวจ​ตรี​ ปิยะ ต๊ะวิชัย รองผู้​บัญชาการ​ตำรวจ​ตระเวน​ชายแดน​ (รอง​ผบช.ตชด.)​ เป็นตัวแทน​รับมอบ

สุรเชษฐ​ ศิลา​นนท์​ รายงาน​

ศยธท. ร่วมกับโรงเรียนสวนกุหลาบวิทยาลัยชลบุรี จัดอบรมเสริมสร้างเครือข่ายพลเมืองดีวิถีประชาธิปไตย ส่งเสริมธรรมาภิบาลต่อต้านทุจริต (นำร่องระยะที่ 2 รุ่นที่ 21)

     วันจันทร์ที่ 22 กรกฎาคม 2562 ณ หอประชุมโรงเรียนสวนกุหลาบวิทยาลัยชลบุรี. นายประชา เตรัตน์ ประธานกรรมการนโยบายศูนย์เยาวชนธรรมาภิบาลต่อต้านการทุจริต (ศยธท.) เป็นประธานในพิธีเปิด การอบรมเชิงปฏิบัติการเสริมสร้างเครือข่ายพลเมืองดีวิถีประชาธิปไตย ส่งเสริมธรรมาภิบาลต่อต้านการทุจริต โดยมีนายวันชัย ทันสมัย ผู้อำนวยการโรงเรียนสวนกุหลาบวิทยาลัยชลบุรี และนายนิติ วิวัฒน์วานิช นายอำเภอศรีราชา กล่าวต้อนรับ และนายมงคล แสนแก้ว ประธานนักเรียนโรงเรียนสวนกุหลาบวิทยาลัยชลบุรี (นักเรียนแกนนำเครือข่ายเยาวชนส่งเสริมธรรมาภิบาลต่อต้านการทุจริต) กล่าวรายงาน

     ในการอบรมฯ ดังกล่าว มีวัตถุประสงค์เพื่อขับเคลื่อนสังคมคุณธรรม “พอเพียง วินัย สุจริต จิตอาสา” ตามแผนแม่บทส่งเสริมคุณธรรมแห่งชาติ ฉบับที่ 1 และยุทธศาสตร์ชาติที่เกี่ยวข้อง พร้อมทั้งส่งเสริมการเตรียมความพร้อมให้กับประชาชนโดยเฉพาะเยาวชน ก้าวสู่ความเป็นพลเมืองคุณภาพ เป็นกำลังหลักสำคัญของชาติบ้านเมืองทั้งในปัจจุบันและอนาคต มีความรู้ความเข้าใจเกี่ยวกับการปกครองระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข มีส่วนร่วมในการพัฒนาและตรวจสอบร่วมกับหน่วยงานต่างๆ ตลอดจนการส่งเสริมธรรมาภิบาลต่อต้านการทุจริตประพฤติมิชอบ รวมทั้งการคุ้มครองศักดิ์ศรีความเป็นมนุษย์ สิทธิ เสรีภาพ และความเสมอภาค ตามเจตนารมณ์ของรัฐธรรมนูญ

     โดยครั้งนี้ เป็นการลงพื้นที่ขยายผลในสถานศึกษานำร่องระยะที่ 2 รุ่นที่ 21 ณ โรงเรียนสวนกุหลาบวิทยาลัยชลบุรี สังกัดสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษามัธยมศึกษาเขต 18 มีผู้เข้ารับการอบรมประกอบด้วย คณะครู-อาจารย์และเยาวชน/นักเรียน ระดับชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 6 จำนวนทั้งสิ้น 350 คน ได้รับความอนุเคราะห์วิทยากรจากหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ได้แก่ สำนักงาน ป.ป.ช., ป.ป.ท., กกต., ศูนย์สื่อสร้างสรรค์การศึกษา และศูนย์ประสานงานส่งเสริมประชาธิปไตยและตรวจสอบการเลือกตั้ง สมาคมสื่อสร้างสรรค์ เพื่อเด็ก เยาวชน และครอบครัว ภาคตะวันออก โดยกระทรวงยุติธรรม ร่วมกับโรงเรียนสวนกุหลาบวิทยาลัยชลบุรี ร่วมเป็นเจ้าภาพบูรณาการจัดการจัดศึกษา/อบรมในครั้งนี้

นักเรียน ม.3 ซิ่ง จยย.ตัดหน้ารถเก๋งโดนชนกระเด็นตามแรงกระแทกไปไกลกว่า 50 เมตร ตายคาที่

     เมื่อช่วงเช้าวันนี้ (23 ก.ค.62) ร.ต.อ.จเร พูลสวัสดิ์ รอง สว.(สอบสวน) สภ.ท่าศาลา จ.นครศรีธรรมราช พร้อมแพทย์เวร รพ.ท่าศาลา และเจ้าหน้าที่หน่วยกู้ภัยท่าศาลาเข้าตรวจสอบเหตุรถยนต์เก๋งชนกับรถ จยย.ที่จุดกลับรถถนนสายนคร-สุราษฎร์ หมู่ 5 ต.ท่าขึ้น อ.ท่าศาลา มีผู้เสียชีวิต 1 ราย คือ ด.ช.ภคพงษ์ หนูน้อย อายุ 15 ปี อยู่บ้านเลขที่ 10/4 หมู่ 5 ต.ท่าขึ้น อ.ท่าศาลา จ.นครศรีธรรมราช นักเรียนชั้น ม.3 โรงเรียนวัดเทวดาราม นอนเสียชีวิตอยู่ในร่องกลางถนน 4 เลน อยู่ในชุดพละโรงเรียนวัดเทวดาราม สภาพศพคอหัก แขนขาหัก มีบาดแผลฉีกขาดแก้มขวา

     ในที่เกิดเหตุพบรถยนต์เก๋งยี่ห้อโตโยต้า สีฟ้า ทะเบียน กต-2575 นครศรีธรรมราช สภาพด้านหน้าพังยับเยิน และห่างกันประมาณ 50 เมตร พบ จยย.ยี่ห้อฮอนด้า สีฟ้า ทะเบียน ขพท-95 นครศรีธรรมราช พังเสียหายทั้งคัน เบื้องต้นผู้เห็นเหตุการณ์แจ้งว่า ก่อนเกิดเหตุ ด.ช.ภคพงษ์ฯ ผู้ตายได้ขับขี่รถ จยย.มาด้วยความเร็วเพื่อรีบไปโรงเรียน เมื่อมาถึงที่เกิดเหตุเป็นจุดกลับรถ ด.ช.ภคพงษ์ฯ ได้เร่งเครื่องเพื่อตัดข้ามถนนไปยังโรงเรียนโดยไม่หันไปมองรถเก๋งที่กำลังขับมาด้วยความเร็วสูงทำให้โดนชนอย่างจังจนกระเด็นห่างจากจุดเกิดเหตุเกือบ 50 เมตร ทำไห้เสียชีวิตคาที่ดังกล่าว

     ส่วนคนขับรถยนต์เก๋งนั้นไม่อยู่ในที่เกิดเหตุแล้ว ซึ่งเจ้าหน้าที่จะทำการสอบสวนเพื่อติดตามตัวคนขับรถยนต์เก๋งมาสอบปากเพื่อดำเนินการตามกฏหมายต่อไป.ธีรศักดิ์ อักษรกูล

ธีรศักดิ์ อักษรกุล รายงาน

จังหวัดตราด ร่วมกับองค์การบริหารส่วนตําบลไม้รูด จัดกิจกรรมปล่อยพันธุ์กุ้งแชบ๊วย และพันธุ์ปูม้า รวม 4 ล้านตัวลงสู่ทะเล หาดทรายสองสี เนื่องในโอกาสวันเฉลิมพระชนมพรรษา พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว

     วันที่ 23 กรกฎาคม 2562 นายณัฐพงษ์ สงวนจิตร รองผู้ว่าราชการจังหวัดตราด นำข้าราชการราชการ ประชาชน เยาวชน และผู้นำชุมชนในตำบลไม้รูด เข้าร่วมโครงการปล่อยพันธุ์สัตว์น้ำ เนื่องในโอกาสวันเฉลิมพระชนมพรรษา พระบาทสมเด็จพระปรเมนทรรามาธิบดีศรีสินทรมหาวชิราลงกรณ พระวชิรเกล้าเจ้าอยู่หัว วันที่ 28 กรกฎาคม 2562 ซึ่งจังหวัดตราดโดยหน่วยงานสังกัดกรมประมงในพื้นที่และจังหวัดตราด ร่วมกับอำเภอคลองใหญ่ องค์การบริหารส่วนตำบลไม้รูด จัดขึ้นบริเวณหาดทรายสองสี หมู่ที่ 1 ตำบลไม้รูด อำเภอคลองใหญ่ จังหวัดตราด โดยมีนายพีระ การุญ นายอําเภอคลองใหญ่ให้เกียรติร่วมในพิธี พร้อมด้วย
     นาวาตรีสรรเสริญ เสรีรักษ์ ประมงจังหวัดตราด กล่าวว่า โครงการปล่อยพันธุ์สัตว์น้ำ เนื่องในโอกาสวันเฉลิมพระชนมพรรษา พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว 67 พรรษา วันที่ 28 กรกฎาคม 2562 จังหวัดตราดโดยหน่วยงานในสังกัดกรมประมง ร่วมกับหน่วยงานต่าง ๆ จัดขึ้น เพื่อเฉลิมพระเกียรติพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว เนื่องในวันเฉลิมพระชนมพรรษา ของพระองค์ท่าน รวมทั้งยังเป็นการปลูกจิตสำนึกให้ประชาชนและเยาวชน ได้ตระหนักถึงการอนุรักษ์ คุณค่า และการฟื้นฟูทรัพยากรสัตว์น้ำให้สามารถนำไปใช้ประโยชน์ได้อย่างยั่งยืน ทั้งยังเป็นการเพิ่มแหล่งอาหารโปรตีนให้กับประชาชนพื้นที่อีกด้วย สำหรับการจัดปล่อยพันธุ์สัตว์น้ำในครั้งนี้ เป็นการปล่อยพันธุ์กุ้งแชบ๊วย จำนวน 2,000,000 ตัว และพันธุ์ปูม้า จำนวน 2,000,000 ตัว ลงสู่ทะเลบริเวณหาดทรายสองสีแห่งนี

ภาพ/ข่าว วิเชียร ม่วงสี  ทีมข่าวภูมิภาค
นาย พรเทพ เขม้นเขตวิทย์ รายงานจากศูนย์ข่าวภาคตะวันออก

ศูนย์ข่าวมุกดาหาร #ตำรวจชุดสืบอัสวินไล่ล่าสกัดจับรถขนไม้พะยูง 60ท่อน คนขับทิ้งรถหลบหนีริมฝั่งโขง

     มุกดาหาร ตำรวจภูธรเมืองมุกดาหารร่วม ตำรวจตรวจคนเข้าเมืองตม.ตำรวจน้ำและตำรวจป่าไม้ไล่สกัดจับรถกระลักลอบขนไม้พะยูงมาจากภูพาน จ.สกลนครมาส่งนายทุนแนวชายแดนริมฝั่งโขงพื้นที่เมืองมุกดาหาร เตรียมแบกลงเรือหางยาวลำเลียงข้ามโขงส่งขายประเทศเพื่อนบ้านถูกเจ้าหน้าที่ไล่ติดตามตรวจสอบ คนขับจวนตัวไปไม่รอดทิ้งรถพร้อมไม้พะยูงจำนวน 60 ท่อนวิ่งหลบหนี

     เมื่อเวลา 21.30น.กลางดึกวันที่ 22 กรกฎาคม 2562 พ.ต.อ. เกียรติภูมิ สุวรรณไตรย์ ผกก.สภ.เมืองมุกดาหาร ได้รับแจ้งจากแหล่งข่าวว่ามีกลุ่มแก๊งมอดไม้ลักลอบขนไม้พะยูงโดยใช้รถยนต์กระบะ โตโยต้า(TOYOTA)สีขาวทะเบียน บล-8949สกลนคร ติดหลังคาแครี่บอยขนไม้พะยูงเต็มคันรถกำลังขับมาตาถนน ชะยางกูร จะมาส่งให้นายทุ่นขบวนการค้าไม้พะยูงข้ามชาติอยู่แนวชายแดนริมฝั่งโขงบ้านบางทรายใหญ่ ต.บางทรายใหญ่ อ.เมือง จ.มุกดาหาร

     โดยมีเครือข่ายเตรียมแบกไม้พะยูงลงเรือหางยาวลำเลียงข้ามแม่น้ำโขงส่งขายฝั่งประเทศเพื่อนบ้านจึงสั่งการให้ พ.ต.ท.จิรวิทย์ ปานยิ้ม รองผกก.สืบสวน สภ.เมืองมุกดาหาร ประสารหน่วยฝ่ายความมั่นคงนำกำลังร่วมออกตรวจสอบตามถนนที่ออกมาริมฝั่งโขงได้พบรถเป้าหมายขับมาด้วยความเร็วสูงเจ้าหน้าที่จึงไล่ติดตามรถขนไม้พะยูงขับเข้าถนนบ้านโคกสูง-บางทรายใหญ่ คนขับรถขับเข้ามาจอดในพื้นที่ว่างริมฝั่งโขงบ้านบางทรายใหญ่แล้วคนขับก็ทิ้งรถวิ่งหลบหนีไปในความมืด

     เจ้าหน้าที่เดินสอบถามชาวบ้านอยู่บริเวณโดยรอบว่ารถคันดังกล่าวเป็นของใครทุกคนบอกไม่รู้จักตรวจสอบภายในรถพบไม้พะยูงท่อนเต็มคันรถเจ้าหน้าที่จึงทำการตรวจยึดรถพร้อมไม้พะยูงภายในรถโดยใช้รถลากไปที่ สภ.เมืองมุกดาหาร เพื่อตรวจสอบจากการตรวจสอบด้านในรถพบไม้พะยูงรวมจำนวน 60 ท่อนขนาดความยาวส่วนใหญ่จะมีขนาดความยาว 2 เมตร

     พบร่องรอยต้นพะยูงพึ้งถูกตัดโค่นลง สภาพใหม่สดเจ้าหน้าที่จึงทำการตรวจยึดของกลางไม้พะยูงทั้งหมดพร้อมรถมอบให้ป่าไม้ มห.3 คำอาฮวน เพื่อดำเนินการตามกฎหมายและจะตรวจสอบหาเจ้าของรถผู้ครอบครองรถคันดังกล่าวเพื่อนำตัวมาสอบสวนหากมีส่วนเกี่ยวข้องจะถูกดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป.


ธานินทร์, ฐานิตา, สมเกียรติ /ผู้สื่อข่าวมุกดาหาร
เดวิด มุกดาหาร หัวหน้าศูนย์ข่าว สำนักช่าวความมั่นคง มุกดาหาร รายงาน

# ภูเก็ต ตร.ภูธรภาค 8 เอาจริงปรามกลุ่มเด็กแว้นป่วนเมือง​ พร้อมแถลงผลกวาดล้างอาชญากรรม!!

     ตำรวจภูธรภาค 8 แถลงผลกวาดล้างอาชญากรรม ตามแผน “พิทักษ์ภัยให้กับประชาชน 62” และมาตรการป้องกันปราบปรามการแข่งรถในทางและความผิดอื่นที่เกี่ยวข้อง เน้นย้ำทุกสถานีเพิ่มความเข้มข้นในการปฏิบัติการป้องปรามกลุ่มเด็กแว้น

     วันนี้ (22 ก.ค.) พล.ต.ท.พงษ์วุฒิ พงษ์ศรี ผบช.ภ.8 ประธานแถลงข่าวผลการปฏิบัติในการกวาดล้างปิดล้อมตรวจค้นเพื่อป้องกันปราบปรามอาชญากรรม และการป้องกันปราบปรามการแข่งรถในทางและความผิดอื่นที่เกี่ยวข้อง โดยมีรองผู้บัญชาการตำรวจภูธรภาค 8 ผู้บังคับการตำรวจภูธรจังหวัด และผู้กำกับการสถานีตำรวจภูธรในพื้นที่ตำรวจภูธรภาค 8 และเจ้าหน้าที่ตำรวจชุดจับกุม เข้าร่วม ณ ห้องประชุมไม้ขาว ตำรวจภูธรภาค 8 อ.ถลาง จ.ภูเก็ต

     พล.ต.ท.พงษ์วุฒิ พงษ์ศรี ผบช.ภ.8 กล่าวว่า ตามที่สำนักงานตำรวจแห่งชาติ ได้สั่งการให้ดำเนินการตามแผนป้องกันปราบปรามอาชญากรรม ประจำปี 2562 “พิทักษ์ภัยให้กับประชาชน 62” และมาตรการป้องกันปราบปรามการแข่งรถในทางและความผิดอื่นที่เกี่ยวข้อง ตำรวจภูธรภาค 8 ได้ดำเนินการในเรื่องดังกล่าวอย่างจิงจัง โดยด้านแผนการป้องกันปราบปรามอาชญากรรม ได้ดำเนินการภายใต้ยุทธศาสตร์เชิงรุกในการป้องกันปราบปรามอาชญากรรม ตำรวจภูธรภาค 8 ได้นำตัวชี้วัดระบบ KPI มาใช้ โดยกำหนดให้กวาดล้างปิดล้อมตรวจค้นพื้นที่ เพื่อจับกุมสิ่งของผิดกฎหมาย อาวุธปืน อาวุธสงคราม วัตถุระเบิด ยาเสพติด และบุคคลตามหมายจับ เป็นประจำทุกเดือนๆ ละ 2 ครั้ง ครั้งละ 10 วัน กำหนดเป้าหมาย ตามสถานภาพอาชญากรรมของพื้นที่ให้ทุกสถานีในสังกัดดำเนินการ

     ขณะที่ด้านมาตรการป้องกันปราบปรามการแข่งรถในทางและความผิดอื่นที่เกี่ยวข้อง ได้สั่งการให้ทุกสถานีตำรวจระดมสรรพกำลังทั้งฝ่ายสืบสวน ฝ่ายป้องกันปราบปราม ฝ่ายจราจร ทำการปิดล้อมตรวจค้น ตั้งจุดตรวจ จุดสกัด ตามห้วงเวลาที่เหมาะสม จัดทำประวัติร้านค้า ร้านซ่อม ร้านขายอะไหล่ ข้อมูลกลุ่มนักแข่งรถ เพื่อป้องกันปราบปรามและจับกุมความผิดที่เกี่ยวข้องกับการแข่งขันรถในทาง รวมทั้งมาตรการขยายผลดำเนินการกับผู้เกี่ยวข้องที่มีส่วนสนับสนุนการกระทำความผิด สำหรับ เดือน กรกฎาคม 2562 ให้เพิ่มความเข้มข้นในการปฏิบัติจำนวน 2 ห้วงๆ ละ 10 วัน ห้วงที่ 1 ระหว่างวันที่ 11-20 กรกฎาคม และ ห้วงที่ 2 ระหว่างวันที่ 22-31 กรกฎาคม

     สำหรับผลการปฏิบัติการในการปิดล้อมตรวจค้นพื้นที่ เพื่อป้องกันปราบปรามอาชญากรรมที่นำมาแถลงข่าวในวันนี้ เป็นผลการปฏิบัติในห้องที่ 2 ของเดือน มิถุนายน ระหว่างวันที่ 20-29 มิถุนายน 2562 และห้วงที่ 1 ของเดือน กรกฎาคม ระหว่างวันที่ 3-12 กรกฎาคม 2562 ทำการปิดล้อมตรวจค้นพื้นที่เป้าหมาย 3,827 เป้าหมาย พบการกระทำผิด 3,099 เป้าหมาย คิดเป็น 80.97% ไม่พบการประทำผิด 728 เป้าหมาย คิดเป็น 19.03% ,จับกุมสิ่งผิดกฎหมาย 3,206 ราย ผู้ต้องหา 3,454 ราย โดยแบ่งเป็นประเภท พ.ร.บ.อาวุธปืน 317 ราย ผู้ต้องหา 320 คน ของกลางอาวุธปืนธรรมดา 245 กระบอก กระสุน 1,610 นัด อาวุธสงคราม 2 กระบอก กระสุน 326 นัด และวัตถุระเบิด จำนวน 2 ลูก ,ความผิด พ.ร.บ.ยาเสพติด จำนวน 2,491 ราย ผู้ต้องหา 2,555 คน ของกลาง ยาบ้า 595,894 เม็ด ยาไอซ์ 8,606 กรัม เฮโรอีน 0.31 กรัม กัญชาแห้ง 155.99 กรัม พืชกระท่อม 23,898 กิโลกรัม น้ำพืชกระท่อม 377 ลิตร จับกุมคดีค้างเก่า 165 ราย ผู้ต้องหา 165 ราย พ.ร.บ.การพนัน 122 ราย ผู้ต้องหา 262 คน พ.ร.บ.คนข้าเมือง 111 ราย ผู้ต้องหา 152 คน

     พล.ต.ท.พงษ์วุฒิ กล่าวต่อไปว่า ในส่วนการดำเนินการตามมาตรการป้องกันปราบปรามการแข่งขันรถในทางและความผิดอื่นที่เกี่ยวข้อง ซึ่งมี 3 มาตรการเป็นผลการปฏิบัติในระหว่างวันที่ 5-20 กรกฎาคม 2562 ผลการดำเนินการกับผู้ขับขี่และผู้สนับสนุน ได้จับกุมตาม พ.ร.บ.จราจรทางบก พ.ศ.2522 จำนวน 152 ราย ในข้อหา ขับรถไม่ติดแผ่นป้ายทะเบียน 102 ราย ขัดรถกีดขวางการจราจร 23 ราย ขับรถไม่คำนึงถึงความปลอดภัย 8 ราย ขับรถประมาทอันน่าหวาดเสียว 19 ราย ,จับกุม ตาม พ.ร.บ.รถยนต์ พ.ศ.2522 จำนวน 2,604 ราย ในข้อหาเปลี่ยนแปลงตัวรถ 133 ราย ขับรถโดยไม่ได้รับอนุญาต 2,155 ราย ใช้รถอุปกรณ์ส่วนควบไม่ครบ 247 ราย ใช้รถที่ไม่จดต่อทะเบียน 52 ราย ยินยอมให้ผู้ซึ่งไม่มีใบอนุญาตขับรถเข้าขับรถของตนหรือรถที่ตนเป็นคนขับ จำนวน 17 ราย ของกลางที่ตรวจยึดจากการกระทำผิดตามกฎหมายที่เกี่ยวข้อง ประกอบด้วยอุปกรณ์ท่อดัดแปลง 153 ชิ้น ยึดรถยนต์ จำนวน 3 คัน และรถจักรยานยนต์ จำนวน 33 คัน ไว้ตรวจสอบ

     นอกจากนี้ได้ดำเนินการกับร้านค้าแก้ไข ดัดแปลง ตกแต่ง ตามกฎหมายอื่น ได้แก่ จับกุมตาม พ.ร.บ.การสาธารณสุข พ.ศ.2535 ในข้อหา ดำเนินกิจการตามประเภทที่มีข้อบัญญัติท้องถิ่นกำหนดให้เป็นกิจการที่ต้องมีการควบคุมในลักษณะที่เป็นการค้าจำนวน 8 ราย

    สำหรับการดำเนินการ ตามมาตรการป้องกันปราบปราม การแข่งรถในทางและความผิดอื่นที่เกี่ยวข้องนี้ เป็นเรื่องที่รัฐบาลและสำนักงานตำรวจแห่งชาติให้ความสำคัญมาก จึงได้กำชับให้ทุกพื้นที่นำมาตรการต่างๆ ที่สั่งการไว้มาใช้อย่างจริงจัง พล.ต.ท.พงษ์วุฒิ กล่าว-

ขอขอบคุณภูเก็ตอันดามันนิวส์

-สำนักข่าวความมั่นคง- จ.ภูเก็ต

รวบ ส.อบต.หญิง แอบค้ายาเสพติด ได้ของกลาง ยาบ้า ยาไอซ์ และเงินสด

        สภ.วังโป่ง อ.วังโป่ง จ.เพชรบูรณ์ ภายใต้การอำนวยการของ พ.ต.อ.ธีรพงศ์ ผลนาค ผกก.สภ.วังโป่ง ประกอบด้วย พ.ต.ท.สุครีบ ดีสุข รอง ผกก.สภ.วังโป่ง ,พ.ต.ท.กษิเดช วัชรอมรชัย สว.สส.สภ.วังโป่ง พร้อมด้วยชุดสืบ ได้ร่วมกันจับกุม นางสาววิไลลักษณ์ หรือจอย แป้นไม้ อายุ 32 ปี อาศัยอยู่เลขที่ 29 หมู่ 7 ต.วังโป่ง อ.วังโป่ง จ.เพชรบูรณ์ มีตำแหน่งเป็น ส.อบต.แห่งหนึ่ง ในพื้นที่อำเภอวังโป่ง พร้อมด้วยของกลาง ยาบ้าเม็ดสีส้มกลมแบน ด้านหนึ่งเรียบ อีกด้านหนึ่งประทับตรา WY จำนวน 38 เม็ด ,ยาไอซ์ จำนวน 3 ถุง น้ำหนักรวมประมาณ 0.57 กรัม , โทรศัพท์มือถือยี่ห้อ OPPO สีฟ้า จำนวน 1 เครื่อง , เงินสด จำนวน 6,050 บาท ซึ่งสันนิษฐานว่าน่าจะเป็นเงินที่ได้มาจากการซื้อขายยาเสพติด โดยของกลางทั้งหมดถูกเก็บรวมกันไว้ในกระเป๋าถือแบบผ้าสีแดงดำ ซึ่งผู้ต้องหาถืออยู่ในขณะที่เจ้าหน้าที่ตำรวจชุดจับกุมตรวจพบ ระหว่างที่ผู้ต้องหากำลังทำทีแหย่ไข่มดแดงอยู่ริมถนน ภายในหมู่บ้านคลองแสลงกลึง หมู่ที่ 7 ต.วังโป่ง อ.วังโป่ง ห่างจากบ้านผู้ต้องหา ประมาณ 100 เมตร
        เบื้องต้น นางสาววิไลลักษณ์ หรือจอย แป้นไม้ อายุ 32 ปี ได้ให้การยอมรับสารภาพ จึงได้แจ้งข้อกล่าวหา กระทำความผิดฐาน มียาเสพติดให้โทษประเภท1 (เมทแอมเฟตามีน)ไว้ในครอบครองเพื่อจำหน่ายโดยผิดกฎหมาย นำตัวส่งพนักงานสอบสวน ดำเนินคดี พร้อมทั้งจะได้ทำการขยายผลถึงผู้ร่วมขบวนการต่อไป
        สำหรับพฤติการณ์จับกุม ก่อนหน้านี้ เจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.วังโป่ง ได้ดำเนินการจับกุมขบวนการค้ายาเสพติด และได้มีการขยายผลเชิงลึกมาถึง ส.อบต.หญิงรายนี้ จึงได้ทำการติดตามพฤติกรรม ก่อนขอหมายศาล เข้าจับกุมได้ขณะที่ ผู้ต้องหา ทำทีแต่งตัวออกหาแหย่ไข่มดแดงอยู่ริมถนน ทั้งทีไม่ใช่ฤดูหาแหย่ไข่มดแดง ตรวจค้นพบของกลางเป็นยาเสพติด และเงินสด

เดชา มลามาตย์/มนสิชา. คล้ายแก้ว

โรงเรียน น.ว.ม.ราชานุสรณ์ จัดงานเนื่องในโอกาสวันคล้ายวันกำเนิดโรงเรียน

        โรงเรียน นะวะมะ ราชานุสรณ์ จัดกิจกรรมน้อมรำลึกในพระมหากรุณาธิคุณ พระบาทสทเด็จพระบรมชนกกิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร เนื่องในวันคล้ายวันเสด็จพระราชดำเนินทรงดำเนินทรงเปิดโรงเรียน นะวะมะราชานุสรณ์ในที่ 22 กรกฎาคม ของทุกปี
         ที่ชั้น2 หอประชุมเฉลิมพระเกียรติ 7 รอบพระชนมพรรษาฯ นางสาวปาณี นาคะนาท รองผู้ว่าราชการจังหวัดนครนายก เป็นประธานในพิธีรำลึกพระมหากรุณาธิคุณและถวายบังคมพระบรมฉายาลักษณ์พระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศรมหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราชบรมนาถบพิตร เนื่องในโอกาสวันคล้ายวันกำเนิดโรงเรียนนะวะมะราชานุสรณ์ โดยมีคณะครู นักเรียน บุคลากรและผู้มีเกียรติ เข้าร่วมในพิธีจำวนวนมาก
        ด้วยโรงเรียน นวม(นะวะมะ)ราชานุสรณ์ เกิดจากพระราชดำริของพระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศมหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร เมื่อครั้งเสด็จพระราชดำเนินทรงยกช่อฟ้าอุโบสถวัดวังกระโจม อำเภอเมือง จังหวัดนครนายก เมื่อวันที่ 18 กุมภาพันธ์ 2512 พระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร พระราชทานเงินสามแสนบาทเศษ เป็นทุนเริ่มแรกในการสร้างโรงเรียน กับทั้งได้เสด็จพระราชดำเนินทรงเปิดโรงเรียนเมื่อวันที่ 22 กรกฎาคม 2515 และพระราชทานชื่อโรงเรียนและอาคารว่า น.ว.ม.ราชานุสรณ์ที่หมายถึงที่ระลึกแห่งรัชกาลที่ 9 จวบจนปัจบันเป็นเวลา 49 ปี ปัจจุบันเปิดสอนระดับชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 1 ถึงมัธยมศึกษาปีที่ 6 มีนักเรียนจำนวน 759 คนมีครูและบุคลากรทางการศึกษา 70 คน
         ในการจัดกิจกรรมในครั้งนี้ เพื่อรำลึกพระมหากรุณาธิคุณและถวายบังคมพระบรมฉายาลักษณ์ พระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศรมหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร กิจกรรมร้องเพลงรักพ่อไม่มีวันพอเพียง ถวายคำปฏิญาณตนของนักเรียน มอบเกียรติบัตรคุณครูที่มีผลการประเมินด้านการสอนดีเด่น และมอบทุนการศึกษาพร้อมทอดผ้าป่าทางการศึกษาเป็นอันเสร็จพิธี

ภาพ/สมบัติ เนินใหม่ ข่าว/รัชชานนท์ เนินใหม่ ทีมข่าวภูมิภาค
นายพรเทพ เขม้นเขตวิทย์ รายงานจากศูนย์ข่าวภาคตะวันออก

กองทัพเรือร่วมกับเจ้าท่าตรวจสอบเรือบรรทุกสินค้าจอดเกลื่อนหน้าเกาะแสมสาร กีดขวางจราจรทางเรือประมงพื้นบ้าน

        กองทัพเรือโดยทัพเรือภาคที่ 1 ส่งเรือรบ อากาศยาน พร้อมด้วยกรมเจ้าท่า และชุดรักษาความมั่นคงและความสงบเรียบร้อย จ.ชลบุรี (ศคค.ชลบุรี) เข้าตรวจสอบเรือบรรทุกสินค้าขนาดใหญ่ จอดเกลื่อนทะเลน่านน้ำแสมสาร อ.สัตหีบ กีดขวางเส้นทางจราจรทางเรือประมงพื้นบ้าน พร้อมส่งเรื่องให้กรมประมงและกรมเจ้าท่าดำเนินการตามกฏหมายต่อไป
         ในวันนี้ 22 ก.ค.62 พล.ร.ท.บรรจบ โพธิ์แดง ผอ.ศรชล.ภาค 1/ผบ.ทรภ.1 ได้รับแจ้งจากชาวประมงและประชาชนชาว ต.แสมสาร อ.สัตหีบ จ.ชลบุรี ว่ามีเรือบรรทุกสินค้าขนาดใหญ่หลายลำมาจอดทอดสมออยู่ในทะเล บริเวณน่านน้ำช่องแสมสาร อ.สัตหีบ จึงมอบหมายให้ พล.ร.ต.พิชัย ล้อชูสกุล เสนาธิการทัพเรือภาคที่ 1 เข้าตรวจสอบ
        โดยสั่งการให้ น.ต.จตุพร จตุทอง ผู้บังคับการเรือหลวงสัตหีบ (ร.ล.สัตหีบ) เรือตรวจการณ์ใกล้ฝั่ง 270 (ต.270) นายทหารพระธรรมนูญ ทรภ.1 พร้อมเจ้าหน้าที่ชุดตรวจ ศคค.ชลบุรี เข้าทำการตรวจสอบ พบเรือในบริเวณดังกล่าว จำนวนทั้งสิ้น 14 ลำ ประกอบด้วย เรือบรรทุกแก๊ส 1 ลำ เรือบรรทุกน้ำมัน 8 ลำ เรือบาส 3 ลำ และเรือขนส่งสินค้า 2 ลำ
         ในเบื้องต้น จากการประสานท่าเรือมาบตพุด ทราบว่าเรือบรรทุกแก๊ส และเรือบรรทุกน้ำมัน เป็นเรือที่เคยเข้ามาจอดเพื่อรับส่งน้ำมันและแก๊ส ที่ท่าเรือมาบตาพุด แต่ปัจจุบันยังไม่มีแผนในการเข้าจอด ซึ่งโดยปกติเรือที่มีแผนจะเข้าจอดท่าเรือมาบตาพุด จะมีการกำหนดพื้นที่จอดรอ บริเวณพื้นที่จอดเรือหน้าปากร่องน้ำท่าเรือมาบตาพุด จ.ระยอง (โดยไม่เสียค่าใช้จ่าย)
         และจากการสอบถามกัปตันเรือ สาเหตุที่มาจอดบริเวณนี้ เพื่อหลบคลื่นลมและรอแผนการรับน้ำมันเชื้อเพลิงที่ท่าเรือมาบตาพุด ในการนี้ทรภ.1 ได้ประสาน VTS ศรีราชา เจ้าท่าระยอง เจ้าท่าพัทยา และให้ ร.ล.สัตหีบ พร้อมด้วยชุดตรวจของ ศคค.ชลบุรี แจ้งเรือดังกล่าวให้นำเรือไปจอดยังพื้นที่ที่เจ้าท่าได้ระบุไว้ (มาบตาพุด) ซึ่งเรือต่าง ๆ จะเร่งดำเนินการให้เสร็จสิ้นโดยเร็ว พร้อมสั่งการให้ ร.ล.สัตหีบ จอดเรือบริเวณพื้นที่ ก.แสมสาร เพื่อสังเกตุการณ์และติดตามผลการปฏิบัติ ในการเปลี่ยนจุดจอดของเรือสินค้าให้เป็นไปด้วยความเรียบร้อยต่อไป
         นาย อภิชาติ อร่ามรัตน์ ผู้ใหญ่บ้านหมู่ 3 บ้านหัวแหลม ต.แสมสาร กล่าวว่าตามที่ กองทัพเรือโดยทัพเรือภาคที่ 1 ได้เข้ามาช่วยดูแลและประสานในการแก้ไขปัญหาให้กับชาวบ้านและชาวประมงแสมสาร จนสามารถจัดการกับปัญหาดังกล่าวได้อย่างรวดเร็ว ประชาชนชาวแสมสาร รู้สึกซาบซึ้งและขอบพระคุณเป็นอย่างยิ่ง สมแล้วกับคำที่ว่า “กองทัพเรือ เป็นกองทัพ ที่ประชาชนเชื่อมั่นและภาคภูมิใจ” อย่างที่ท่านผู้บัญชาการทหารเรือได้กล่าวไว้

ภาพ/ข่าว นิราช ทิพย์ศรี /นันทพล ทิพย์ศรี อ.สัตหีบ จ.ชลบุรี 0909535645
นายพรเทพ เขม้นเขตวิทย์ รายงานจากศูนย์ข่าวภาคตะวันออก