จัดงานเลื้ยงนักกีฬาสนุกเกอร์มือทองของไทย ต๋อง ศิษย์ฉ่อย ร้านสุนทรี ริมบึงหนองโภชน์

     คุณสุพาพรรณ เหล่าเกียรติพงษ์ และคุณพงษ์ลดา ไชยคูณ (คุณป้าและคุณแม่ของน้องพลอย ขอนแก่น) เป็นเจ้าภาพ เลี้ยงรับรอง คุณสุนทร จารุมนต์ นายกสมาคมกีฬาบิลเลียดแห่งประเทศไทย, คุณศักดา รัตนสุบรรณ, คุณสุทธิเทพ นกเทศ และคณะกรรมการบริหารสมาคมกีฬาบิลเลียดแห่งประเทศไทย พร้อมด้วย ดิไอดอล ต๋อง ศิษย์ฉ่อย, ตั้ม ศิษย์ฉ่อย, คุณพีรพล แสงสุนีย์ คณะที่ปรึกษาของสมาคมหนังสือพิมพ์ส่วนภูมิภาคแห่งประเทศไทย …

      ในโอกาสการจัดการแข่งขัน รายการ Thailand Ranking 2019 ขอนแก่น… ที่ร้านสุนทรี ริมบึงหนองโภชน์ ให้ทุกคนได้ชิมอาหารพื้นเมือง แบบไทยเท่ห์ … Amazing Thailand และอะเมสซิ่งอาหารอีสานอย่าง ต้มยำไข่มดแดง และอื่นๆ อีกมากมาย … อย่างอื่นอุบไว้ก่อนนะ ถ้าอย่างรู้ต้องลองมาเยือนขอนแก่น

      พรุ่งนี้ 14:30 น. (13 ก.ค.62) วันดีเดย์ ชิงชนะเลิศ ถ่ายทอดสดทาง True for You, TSport และเพจสมาคมฯ ระหว่าง ดิไอดอล ต๋องศิษย์ฉ่อย vs นุ๊ค สากล

สนุ้กเกอร์ก็สนุก ท่องเที่ยวก็สะดวกสบาย อาหารอีสานก็แซ่บอีหลี .. ม่วนหลายๆ กันนะครับพี่น้องชาวไทยทุกภาคเลย

สนับสนุนโพสต์โดย
-Fulda(m)berhad
– การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย ททท
– Amazing Thailand 🇹🇭
– CrunchyChilliSPMพริกอบงารสเด็ด
– การกีฬาแห่งประเทศไทย
– สมาคมหนังสือพิมพ์ส่วนภูมิภาคแห่งประเทศไทย

ศุภเดช ธนูศร/ข่าว/ สภท.54ปี

“ทัพเรือภาคที่ 1 ส่งเรือตรวจการณ์ ลาดตระเวนเก็บศพลอยทะเลอ่าวสัตหีบ”

       เมื่อเวลา 13.30 ของวันนี้ 12 ก.ค.62 พลเรือโทบรรจบ โพธิ์แดง ผู้บัญชาการทัพเรือภาคที่ 1 ในฐานะผู้อำนวยการศูนย์อำนวยการรักษาผลประโยชน์ของชาติทางทะเล ภาค 1 (ผอ.ศรชล.ภาค 1) ได้รับแจ้งจาก เรือประมงว่า มีศพลอยทะเล บริเวณ ห่างจากเกาะลิ้น แบริ่ง 278 ประมาณ 5.6 ไมล์ทะเล อ.สัตหีบ จ.ชลบุรี หลังรับแจ้งได้สั่งการไปยัง เรือโทพีระพันธุ์ คำภิระแปง ผู้บังคับการเรือตรวจการณ์ 270 (ต.270) นำเรือเข้าตรวจสอบพบศพลอยทะเล ก่อนเก็บกู้แล้วนำขึ้นเรือเข้าเทียบท่ายังท่าเรือแหลมเทียน ฐานทัพเรือสัตหีบ อ.สัตหีบ จ.ชลบุรี
      ต่อมาในเวลา 18.00 น. ของวันเดียวกัน ร.ต.ท.พัฒนนันท์ สมนวล รองสารวัตรสอบสวน สภ.สัตหีบ จ.ชลบุรี พร้อมด้วย พ.ต.ต.ธนา วิเศษชัย สารวัตรสืบสวน สภ.สัตหีบ เจ้าหน้าที่ชุดสืบสวน หน่วยกู้ภัยมูลนิธิสว่างโรจนธรรมสถาน รุดไปตรวจสอบ บริเวณท่าเรือ จากการตรวจสอบสภาพศพ พบเป็นเพศชาย อายุประมาณ 35-45 ปี ไม่สวมเสื้อและกางเกง สวมเพียงกางเกงในสีดำ เสียชีวิตมาแล้วไม่ต่ำกว่า 7-10 วัน เบื้องต้นจากการตรวจสอบไม่พบร่องรอยการถูกทำร้ายร่างกายแต่อย่างใด โดยเจ้าหน้าที่ได้ส่งร่างไปชันสูตรอย่างละเอียดยัง รพ.สัตหีบ กม.10 เบื้องต้นยังไม่สามารถระบุได้ว่า ผู้ตายเป็นคนสัญชาติใดส่วนสาเหตุการเสียชีวิตยังไม่สามารถระบุได้ว่าเกิดจากสาเหตุใด เนื่องจากสภาพศพเปื่อยยุ่ย ยากต่อการตรวจสอบ ทั้งนี้ต้องรอผลการชันสูตรที่แน่ชัดจากแพทย์
      พลเรือโทบรรจบ โพธิ์แดง ผู้บัญชาการทัพเรือภาคที่ 1 ในฐานะผู้อำนวยการศูนย์อำนวยการรักษาผลประโยชน์ของชาติทางทะเล ภาค 1 กล่าวว่าทัพเรือภาคที่ 1 กองทัพเรือ โดยศูนย์อำนวยการรักษาผลประโยชน์ของชาติทางทะเล ภาค 1 ได้รับการประสานจากเรือประมง ที่แล่นอยู่กลางทะเล ว่าพบศพลอยทะเล จึงได้ส่งเรือตรวจการณ์ ที่กำลังออกลาดตระเวนในพื้นที่ใกล้เคียง ปรับภารกิจออกค้นหาในทันที่ ก่อนจะพบร่างผู้เสียชีวิตและทำการเก็บกู้ร่างเข้าฝั่ง เพื่อให้เจ้าหน้าที่ตำรวจตรวจสอบขณะนี้ได้ประสานยัง ศูนย์ควบคุมการแจ้งเรือเข้า-ออก (PIPO)ตามจังหวัดต่างๆ ในเขตภาคตะวันออกว่ามีการแจ้งลูกประมงพลัดตกน้ำทะเลสูญหายหรือไม่ เพื่อติดต่อเจ้าของเรือ มาสอบสวนสาเหตุการเสียชีวิตและติดตามญาติผู้ตายมารับศพเพื่อดำเนินการตามกฎหมายและพิธีทางศาสนาต่อไป

ภาพ/ข่าว นิราช ทิพย์ศรี /นันทพล ทิพย์ศรี อ.สัตหีบ จ.ชลบุรี 0909535645
นายพรเทพ เขม้นเขตวิทย์ รายงานจากศูนย์ข่าวภาคตะวันออก

ร่วมกันปล่อยแถวระดมกวาดล้างปราบปรามผู้กระทำผิดการแข่งในทาง

      วันที่12 กรกฎาคม 2562 เวลา 18.00 น. พ.ต.อ.พีระเพชร อุบลจิตต์ ผกก.สภ.วิเชียรบุรี, พ.ต.ท.อดิพัฒน์ สีไพสน รอง ผกก.ป.สภ.วิเชียรบุรี, พ.ต.ต.ธรรมศักดิ์ ช่วยบุญ สวป.สภ.วิเชียรบุรี, พร้อมด้วย ข้าราชการตำรวจ สภ.วิเชียรบุรี ประกอบด้วย ร้อยเวร 20 สายตรวจรถยนต์ สายตรวจจักรยานยนต์ ชุดปราบปรามยาเสพติด ชุดสืบสวน และชุดปฏิบัติการสายตรวจจราจร ร่วมกันปล่อยแถวระดมกวาดล้างปราบปรามผู้กระทำผิดการแข่งในทาง และได้ประชุมชี้แจง เรื่อง มาตรการป้องกันปราบปรามผู้กระทำผิดการแข่งรถยนต์และรถจักรยานยนต์ในทางทาง รถดัดแปลงสภาพและรถจักรยานยนต์ก่อความเดือดร้อนรำคาญ แก่ประชาชน โดยการวางมาตรการและวิธีปฏิบัติ ให้ผู้เข้าประชุมได้ทราบเพื่อเป็นการปราบปรามผู้กระทำผิด ในการดัดแปลงสภาพรถและก่อความเดือนร้อนรำคาญแก่ประชาชนในเขตพื้นที่รับผิดชอบของ สภ.วิเชียรบุรี

ศุภเดช ธนูศร / ข่าว/ เพชรบูรณ์

เทศบาลตําบลหาดเล็กจัดเก็บขยะมูลฝอยในชุมชนบ้านคลองมะขาม พร้อมด้วยจัดโครงการรณรงค์กําจัดลูกนํ้ายุงลายป้องกันโรคไข้เลือดในพื้นที่ชุมชนหมู่ 1 ต.หาดเล็ก อ.คลองใหญ่ จ.ตราด

      วันที่ 12 กรกฎาคม 2562 ที่ทําการกํานันตําบลหาดเล็กหมู่ 1 บ้านคลองมะขาม เมื่อเวลา 09.00 น. นายปิยะวุฒิ ประสิทธิเวช กํานันตําบลหาดเล็กหมู่ 1 บ้านคลองมะขาม เป็นประธานกล่าวเปิดจัดเก็บขยะมูลฝอยในชุมชมบ้านคลองมะขามหมู่ 1 ต.หาดเล็ก พร้อมด้วยจัดโครงการรณรงค์กําจัดลูกนํ้ายุงลายป้องกันโรคไข้เลือดออก ในชุมชนบ้านคลองมะขาม พร้อมด้วย นส.กิจปภา ประสิทธิเวช อคีตนายกเทศบาลตําบลหาดเล็ก สมาชิกสภาเทศบาลตําบลหาดเล็ก หน่วยเฉพาะกิจนาวิกโยธิน 182 โรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพตําบลหาดเล็ก โรงเรียนบ้านคลองมะขาม อสม.และประชาชนในชุมชนบ้านคลองมะขามกว่า 300 คน โดยมีนายอุดม กุมภะ เจ้าพนักงานสาธารณสุขชํานาญงาน รักษาการ ผู้อํานวยการกองสาธารณสุขและสิ่งแวดล้อมเทศบาลตําบลหาดเล็ก ปลัดเทศบาลตําบลหาดเล็กเข้าร่วม จัดเก็บขยะมูลฝอยในชุมชนบ้านคลองมะขาม พร้อมด้วยจัดโครงการรณรงค์กําจัดลูกนํ้ายุงลายป้องกันโรคไข้เลือดออกตามชุมชนบ้านคลองมะขาม เทศบาลตําบลหาดเล็ก จึงได้เล็งเห็นถึงความสําคัญของการมีส่วนร่วมในการจัดเก็บขยะมูลฝอยในชุมชนบ้านคลองมะขาม ซึ่งโรคไข้เลือดออก เป็นโรคติดต่อที่สร้างความสูญูเสียชีวิตและค่าใช้จ่าย ในการรักษาพยาบาลและความสูญูเสียทางด้านเศรษฐกิจของประเทศไทย และเป็นปัญหาสาธารณสุขที่สําคัญของประเทศมานาน โดยเฉพาะตําบลหาดเล็ก อําเภอคลองใหญ่เป็นอําเภอที่จัดเป็นอันดับหนึ่งที่มีผู้ป่วยไข้เลือดออกของจังหวัดตราด มีผู้ป่วยเป็นไข้เลือดออกแล้วจํานวน 38 ราย และรอดูอาการอีก 8 ราย โดยมียุงลายเป็นพาหะนําโรคโดยสาเหตุหนึ่งที่ทําให้เกิดปัญหาโรคดังกล่าว เนื่องจากประชาชนในพื้นที่ขาดความรู้ความเข้าใจในการควบคุมป้องกันโรค และปฎิบัติตนไม่ถูกตามหลักสุขอนามัย จึงทําให้เกิดภาวะโรคไข้เลือดออกในชุมชนได้ ทางเทศบาลตําบลหาดเล็ก จึงจําเป็นต้องระดมความร่วมมือจากทุกฝ่ายที่เกี่ยวข้องในพื้นที่ชุมชนบ้านคลองมะขามให้จัดเก็บขยะมูลฝอยในชุมชนเป็นประจําและกําจัดลูกนํ้ายุงลายที่เป็นแหล่งเพาะพันธ์ยุงลายที่เป็นพาหะนําโรคจึงได้รณรงค์ให้ชุมชนตระหนักถึงความสําคัญของปัญหาโรคไช้เลือดออกและร่วมมือกันเฝ้าระวังป้องกันการแพร่ระบาดของโรค ดังนั้นเพื่อเสริมสร้างความรู้ ความเข้าใจ และการป้องกันโรคไข้เลือดออก เช่น เด็กนักเรียน เยาวชน อาสามสมัครชุมชน ผู้นําชุมชน และประชาชน มั่นทําความสะอาดรอบๆบ้านของตนเองและสถานที่ทั่วไปในชุมชน เพื่อให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องทุกระดับ ทุกองค์กรชุมชน และประชาชนทั่วไป ตระหนักถึงความสําคัญในการป้องกันและควบคุมโรคไข้เลือดออกในชุมชนอย่างต่อเนื่องสมํ่าเสมอต่อไป

ภาพ/ข่าว วิเชียร ม่วงสี  ทีมข่าวภูมิภาค
นาย พรเทพ เขม้นเขตวิทย์ รายงานจากศูนย์ข่าวภาคตะวันออก

กองปราบฯ​ ตามรวบหนุ่มออแกไนซ์เซอร์ชักปืนมาเล่น ลั่นใส่เด็กชายสาหัส

      วันนี้​ วันศุก​ร์ที่ 12 ก.ค.62​ ที่กองบังคับการ​ปราบปราม (บก.ป.)​ : พลตำรวจ​ตรี​ จิรภพ ภูริเดช ผู้บังคับการ​กอง​ปราบปราม​ (ผบก.ป.)​ ได้สั่งการให้ พันตำรวจ​เอก​ เนติ วงษ์กุหลาบ ผู้กำกับ​การ​ 5​ กอง​บังคับการ​ปราบปราม​ (ผกก.5 บก.ป.)​ และ​ พัน​ตำรวจ​ตรี​ เกริก เสนาะสำเนียง สารวัตร​กอง​กำ​กับการ​ 5​ กอง​บังคับการ​ปราบปราม​ (สว.กก.5 บก.ป.)​

      ร่วมนำกำลังจับกุม​ นายชนะพันธ์ วิจิตชัยพงษ์ หรือ สุเมธ รอดเสงี่ยม อายุ 43 ปี อยู่บ้านเลขที่ 320/1 ถ.สุคนธวิท ต.ตลาด อ.กระทุ่มแบน จ.สมุทรสาคร ตามหมายจับศาลจังหวัดสมุทรสาคร ที่ จ.726/2549 ลงวันที่ 19 มิ.ย.49 ข้อหา “กระทำโดยประมาทเป็นเหตุให้ผู้อื่นได้รับอันตรายสาหัส มีอาวุธปืนและเครื่องกระสุนปืนไว้ในความครอบครองโดยไม่ได้รับอนุญาต พาอาวุธปืนไปในเมือง หมู่บ้าน หรือทางสาธารณะโดยไม่มีเหตุอันควรและยิงปืนซึ่งใช้ดินระเบิดโดยใช่เหตุในเมือง หมู่บ้านหรือชุมชุมชน” โดยสามารถจับกุมผู้ต้องหา​ได้บริเวณริมถนน หมู่ 12 ต.พันท้ายนรสิงห์ อ.เมือง จ.สมุทรสาคร

      ทั้งนี้สืบเนื่อง​มาจาก​เมื่อกลางดึกวันที่ 22 ม.ค.49 ขณะที่ นายชนะพันธ์ฯ ผู้ต้องหาและเพื่อนๆ รวม 5 คน หนึ่งในนั้นมีเด็กชายด้วย 1 คน นั่งเล่นในหมู่บ้านพงษ์ศิริชัย 2 หมู่ 11 ต.อ้อมน้อย อ.กระทุ่มแบน จ.สมุทรสาคร ระหว่างนั้น นายชนะพันธ์ฯ ได้ชักอาวุธปืนมาโชว์แล้วยิงเล่น 3 นัด จากนั้นได้นำปืนกระบอกดังกล่าวมาหยอกล้อกับเด็กชายปรากฏว่าปืนลั่น 1 นัด เป็นเหตุให้ได้รับบาดเจ็บสาหัส

      ต่อมาผู้เสียหายจึงได้มาแจ้งความไว้ที่ สภ.กระทุ่มแบน ผู้ต้องหาก็หลบหนีออกจากพื้นที่เปลี่ยนชื่อนามสกุล อาศัยไม่เป็นหลักแหล่งทำให้ยากต่อการติดตามจับกุมตัวและหลบหนีนานกว่า 13 ปีิ กระทั่งเจ้าหน้าที่สืบทราบว่า นายชนะพันธ์ฯ ได้มาทำงานเป็นออแกไนซ์เซอร์รับจัดงานตามห้างฯต่างๆ จึงได้ติดตามจับกุมได้ในที่สุด จากการสอบสวน นายชนะพันธ์ฯ ให้การรับสารภาพตลอดข้อกล่าวหา จึงนำตัวผู้ต้องหา​ส่งพนักงานสอบสวน​ สภ.กระทุ่มแบน จ.สมุทร​สาคร​ ดำเนินคดีตามกฎหมาย​ต่อไป

Cr.เจริญ​ผล​ เอี่ยม​พึ่ง
สุรเชษฐ​ ศิลา​นนท์​ รายงาน​

“SACICT Craft Fair 2019” สะพานเชื่อมชุมชนหัตถกรรม

      วันนี้​ วันศุก​ร์ที่​ 12​ ก.ค.62​ ณ​ Grand Hall ชั้น 1​ ห้างฯ​ The Mall บางแค​ : ศูนย์ส่งเสริมศิลปาชีพระหว่างประเทศ (องค์การมหาชน) -SACICT ร่วมพันธมิตรยกระดับชุมชนหัตถกรรมไทย นำผลิตภัณฑ์หัตถศิลป์ร่วมสมัยจัด​ “SACICT Craft Fair 2019” เปิดโอกาสผู้ผลิตพบผู้ใช้

      นางอัมพวัน พิชาลัย ผู้อำนวยการศูนย์ส่งเสริมศิลปาชีพระหว่างประเทศ กล่าวว่า งาน SACICT Craft Fair 2019 นี้ จัดขึ้นเพื่อแสดงและจำหน่ายงานศิลปหัตถกรรมร่วมสมัยซี่งเป็นงานหัตถศิลป์ที่มีการพัฒนาต่อยอดด้วยนวัตกรรมและความคิดสร้างสรรค์ใหม่ ๆ เป็นผลงานของ ครูศิลป์ของแผ่นดิน ครูช่างศิลปหัตถกรรมละ ทายาทช่างศิลปหัตถกรรม และนักสร้างสรรค์ทั้งที่เป็นสมาชิกของ SACICT และผู้ผลิตงานหัตถกรรมที่มีเอกลักษณ์ โดดเด่น โดย SACICT มุ่งเน้นคัดสรรผลิตภัณฑ์ที่สามารถสอดคล้อง กับไลฟ์สไตล์ของผู้คนในปัจจุบัน เพื่อให้สอดคล้องกับกลยุทธ์ “หัตถศิลป์ของชีวิตปัจจุบัน” หรือ “Today Life’s Crafts”

      นางอัมพวันกล่าวต่อไปว่า “ปัจจุบันมีคนรุ่นใหม่ที่สนใจงานศิลปหัตถกรรมเพิ่มมากขึ้น ทั้งในกลุ่มของผู้ผลิต และผู้บริโภค มีผู้นิยมนำงานคราฟต์มาใช้ในชีวิตประจำวัน​ แสดงให้เห็นว่า งานหัตถกรรมฝีมือดียุคนี้ ไม่ได้มีเอาไว้โชว์อีกต่อไปแต่มีเอาไว้ใช้ SACICT เพื่อสนองตอบกระแสนิยมที่เพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง SACICT จึงได้จัด“SACICT Craft Fair 2019”ขึ้น เพื่อเพิ่มช่องทางการจัดจำหน่าย ขณะเดียวกันก็เป็นการเปิดโอกาสให้สมาชิกของ SACICT ที่มีอยู่ทั่วประเทศ 37 ชุมชน 381 ครัวเรือน ทั้งในกลุ่มที่เป็นครูศิลป์ของแผ่นดิน ครูช่างศิลปหัตถกรรม ทายาทช่างศิลปหัตถกรรม ตลอดจนผู้ประกอบการรายใหม่ ได้มีโอกาสพบปะกับกลุ่มผู้ซื้อที่ชื่นชอบในผลงาน ซึ่งจะทำให้ได้รับรู้ถึงความต้องการของผู้บริโภคด้วยตนเองโดยตรง ขณะเดียวกันก็เปิดโอกาสให้กลุ่มคนที่รัก และชื่นชอบงานคราฟต์ได้ชื่นชมกับผลิตภัณฑ์ที่มีเอกลักษณ์ มีความสร้างสรรค์ ได้อย่างสะดวกและเข้าถึงได้ง่ายยิ่งขึ้น”

      ผู้อำนวยการ SACICT กล่าวเสริมว่า หัวใจสำคัญของการจัดงาน SACICT Craft Fair 2019 คือ การสร้างการรับรู้และความตระหนักในคุณค่าและภูมิปัญญางานหัตถศิลป์ เป็นการกระตุ้นให้เกิดการสนับสนุนจากผู้บริโภค เพื่อ นำไปใช้งานให้เกิดประโยชน์ในชีวิตประจำวัน ขณะเดียวกันก็เป็นการกระตุ้นกลุ่มครูฯและทายาทฯ รวมทั้งสมาชิกของ SACICT ได้เกิดการพัฒนาตนเอง และพัฒนาผลิตภัณฑ์ที่ตอบโจทย์ตลาด เพิ่มโอกาสทางการตลาดและช่องทางการจัดจำหน่ายให้เป็นที่รู้จักและยอมรับมากขึ้น ซึ่งจะส่งผลดีต่อชุมชนในภูมิภาคต่าง ๆ ทั่วประเทศ ยกระดับคุณภาพชีวิตความเป็นอยู่ ขับเคลื่อนเศรษฐกิจฐานรากให้มีความแข็งแกร่ง เป็นการพัฒนางานศิลปหัตถกรรมไทยอย่างยั่งยืน โดยคาดหวังยอดจำหน่าย จากการจัดงาน 4 ครั้ง กว่า 50 ล้านบาท

      “SACICT Craft Fair 2019” นี้กำหนดจัด 4 ครั้ง ในห้างสรรพสินค้าชั้นนำที่เป็นพันธมิตร SACICT โดยครั้งที่ 1 จัดขึ้นที่ Grand Hall ชั้น 1-The Mall บางแค ระหว่าง 12-16 ก.ค.62​ นี้ ส่วนครั้งที่ 2 จัดที่ Grand Hall ชั้น 1-The Mall โคราช ระหว่าง 25-29 ก.ค.62​ ครั้งที่ 3 จัดที่ เจริญนครฮอลล์ ชั้น M–ICONSIAM ระหว่าง 14-18 ส.ค.62​ และ ครั้งที่ 4 จัดที่ Event Hall ชั้น 1-The Mall ท่าพระ ระหว่าง 22-26 ส.ค.62​

      ภายในงาน SACICT ได้มีการคัดสรรผลิตภัณฑ์หัตถศิลป์หลากหลายประเภทจากทั่วประเทศมาแสดง​ และจำหน่ายกว่า 50 ร้าน ซึ่งแต่ละร้านล้วนเป็นผลิตภัณฑ์ที่ร่วมสมัยและนำไปใช้งานได้ในชีวิตประจำวัน สามารถตอบโจทย์ สำหรับคนที่มองหางานคราฟต์ที่มีดีไซน์ มีนวัตกรรมและความคิดสร้างสรรค์สำหรับท่านที่สนใจงานหัตถศิลป์สามารถสอบถามเพิ่มเติมได้ที่ โทร. 1289 หรือ facebook.com/sacict

สุรเชษฐ​ ศิลา​นนท์​ รายงาน​

ตม.สืบสวน​ ขยายผลกรณีรถไปรษณีย์ขนแรงงานต่างด้าวพบสาวพม่าเป็นผู้ร่วมขบวนการ

      วันนี้​ วันศุก​ร์ที่​ 12​ ก.ค.62​ ที่ห้องแถลงข่าว​ สตม.สวนพลู​ : พลตำรวจ​โท​ สมพงษ์ ชิงดวง รักษา​ราชการ​แทน​ผู้บัญชาการ​สำนักงานตรวจคนเข้าเมือง​ (รรท.ผบช.สตม.)​ พร้อมด้วย​ พลตำรวจ​ตรี​ ภาคภูมิภิภัทฒ์ สัจจพันธุ์,พล​ตำรวจ​ตรี​ กฤษกร พลีธัญญวงศ์,พลตำรวจ​ตรี​ อิทธิพล อิทธิสารรณชัย,พลตำรวจ​ตรี​ ณฐพล แสวงกิจ,พล​ตำรวจ​ตรี​ สรายุทธ สงวนโภคัย รอง​ผู้​บัญชาการ​สำนักงาน​ตรวจ​คน​เข้า​เมือง​ (รองผบช.สตม.)​,พลตำรวจ​ตรี​ สุรพงษ์ ชัยจันทร์ รองผู้บัญชาการ​ตำรวจ​ภูธร​ภาค​ 7 (รอง​ผบช.ภ.7)​ ปฏิบัติราชการ รองผู้บัญชาการ​สำนักงาน​ตรวจ​คน​เข้า​เมือง​ (รอง​ผบช.สตม.)​,พลตำรวจ​ตรี​ อาชยน ไกรทอง ผู้บังคับการ​ตรวจ​คน​เข้า​เมือง​ 3​ (ผบก.ตม 3)​,พัน​ตำรวจ​เอก​ กฤษณะ พัฒนเจริญ,พัน​ตำรวจ​เอก​ ภาส สิริสุขะรองผู้บังคับการ​ตรวจ​คน​เข้า​เมือง​ 3 (รอง​ผบก.ตม.3)​ และ พัน​ตำรวจ​โท​ ปริวัฒน์ สัจจาพันธ์ สารวัตร​ใหญ่​ตรวจ​คน​เข้า​เมือง​จังหวัด​สมุทรสงคราม​ (สวญ.ตม.จ.สมุทรสงคราม)​ ร่วมแถลงข่าวผลการจับกุมขบวนการขนแรงงานต่างด้าวสัญชาติพม่าในเขตพื้นที่ จ.สมุทรสงคราม​ ดังนี้

      สืบเนื่องมาจากเมื่อวันที่​ 13 พ.ค.62 เวลาประมาณ 20.30 น. เจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.รัตภูมิ จ.สงขลา ได้ร่วมกันจับกุมตัว นายธนาชัย มั่งทิม อายุ 34 ปี พนักงานขับรถบริษัทไปรษณีย์ไทย จำกัด​ (ปัจจุบันถูกไล่ออกแล้ว) ลักลอบใช้รถยนต์บรรทุกของบริษัทไปรษณีย์ไทยขนแรงงานต่างด้าวสัญชาติพม่า จำนวน 13 คน นำส่ง สภ.รัตภูมิ ดำเนินคดี

      จากการสอบสวนขยายผลนายธนาชัยฯ แจ้งข้อมูลว่ามีบุคคลที่เคยติดต่อส่งแรงงานในพื้นที่ จ.สมุทรสงคราม อยู่หลายครั้ง ทาง ตม.จ.สมุทรสงคราม จึงได้ประสานข้อมูลกับชุดจับกุม และส่งข้อมูลบุคคลที่เกี่ยวข้องกับคนต่างด้าวสัญชาติพม่าในพื้นที่ไปให้นายธนาชัยฯ ดู และมีการยืนยันชี้ภาพว่า นางเอ นามสมมุติ​ (ขอสงวนชื่อสกุลจริง) รู้จักกับคนที่นำแรงงานต่างด้าวสัญชาติพม่ามาส่ง จึงขออนุมัติจับกุมจากศาลจังหวัดสงขลา และในวันที่ 4 ก.ค.62 เวลาประมาณ 11.30 น. ตม.จ.สมุทรสงคราม ได้ร่วมกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง​ ร่วมกันทำการจับกุม นางเอฯ อายุ 37 ปี สัญชาติพม่า ตามหมายจับของศาลจังหวัดสงขลา ที่ 343/2562 ลงวันที่ 17 มิ.ย.62 โดยกล่าวหาว่า “สมคบกันตั้งแต่สองคนขึ้นไปเพื่อกระทำผิดฐานค้ามนุษย์ฯ ร่วมกันนำหรือพาคนต่างด้าวเข้ามาในราชอาณาจักรโดยฝ่าฝืนกฎหมาย,ร่วมกันทำให้บุคคลต่างด้าวซึ่งเข้ามาในราชอาณาจักรโดยผิดกฎหมายให้เข้าพักอาศัยซ่อนเร้นหรือช่วยด้วยประการใด ๆ เพื่อให้คนต่างด้าว พ้นจากการจับกุม,เป็นอั้งยี่ ซ่องโจรและมีส่วนร่วมในองค์กรอาชญากรรมข้ามชาติ” จากการค้นบ้านของนางเอฯ พบบัญชีเงินฝากในชื่อลูกสาว มีเงินหมุนเวียนในแต่ละปี 1-4 ล้านบาท ซึ่งจะได้ทำการตรวจสอบและขยายผลตามอำนาจหน้าที่ต่อไป

สตม.ขอเรียนให้ท่านทราบว่า สตม.มีมาตรการในการตรวจสอบ กวดขัน และปราบปรามการกระทำความผิดคนต่างด้าวในด้านต่างๆ รวมถึงการค้ามนุษย์ในทุกรูปแบบ หากประชาชนท่านใดพบเห็นเบาะแสการกระทำความผิดกรุณาแจ้งมายัง สำนักงานตรวจคนเข้าเมือง เลขที่ 507 ซ.สวนพลู แขวงทุ่งมหาเมฆ เขตสาทร กรุงเทพมหานคร 10120 หรือที่หมายเลขโทรศัพท์ 1178 หรือที่ www.immigration.go.th จักขอบพระคุณเป็นอย่างยิ่ง

สุรเชษฐ​ ศิลา​นนท์​ รายงาน​

นายสุรชัย รวิวรรณ ผอ.เขตพระนคร เป็นประธานเปิดงานอบรมแกนนำเยาวชนในสถานศึกษา ตามโครงการ ลดการติดเชื้อ HIV รายใหม่สู่เป้าหมายที่เป็นศูนย์ระดับพื้นที่เขต ณ.โรงเรียนวัดราชบพิธ เขตพระนคร.

      วันศุกร์ที่ 12 กรกฎาคม 2562 เวลา 13:00 น. ณ.ห้องประชุมโรงเรียนวัดราชบพิธ เขตพระนคร นายสุรชัย รวิวรรณ ผอ.เขตพระนคร เป็นประธานเปิดงานอบรมแกนนำเยาวชนในสถานศึกษาตามโครงการลดการติดเชื้อ HIV รายใหม่สู่เป้าหมายที่เป็นศูนย์ระดับพื้นที่เขต

      ทั้งนี้ในการอบรมครั้งนี้มี จนท.สมาคมฟ้าใส เดินทางมาอบรมให้ความรู้ในวันนี้ โดยในวันนี้มีคณะครูและนักเรียน ชั้น ม.2 กว่า 300 คน มาเข้าร่วมกิจกรรมการอบรมในครั้งนี้

      ในเบื้องต้นการจัดอบรมครั้งนี้เพื่อได้ให้ความรู้ในกลุ่มเยาวชนรุ่น​ใหม่ในสถานศึกษาเพื่อให้รู้และเข้าใจ​ในการป้องกันในเรื่อง HIV ต่อไป..


ภาพ​/ข่าว
ธีรพล ปลื้มถนอม รายงาน

ครูตำรวจแดร์สน.พญาไท “ทำด้วยศรัทธาอาสาด้วยใจ”

      วันศุกร์ที่ 12 ก.ค.62​ เวลา 11.00-12.00 น.: พัน​ตำรวจ​เอก​ เจษฎา คุ้มศาสตราผู้กำกับ​การ​สถานี​ตำรวจ​นครบาล​พญาไท​ (ผกก.สน.พญาไท) และพันตำรวจ​โท​ การุณย์ ลิมปิโรจนฤทธิ์ รองผู้กำกับ​การ​ป้อง​กัน​ปราบปราม​สถานีตำรวจ​นครบาล​พญาไท​ (รอง​ผกก.ป.สน.พญาไท)​ มอบหมายให้ ร้อย​ตำรวจ​เอ​ก​ เรืองยศ ขันสุวรรณ รอง​สารวัตร​ป้องกัน​ปราบปราม​สถานีตำรวจ​นครบาล​พญาไท​ (รองสวป.สน.พญาไท) ครูตำรวจแดร์ให้ความรู้แก่เด็กนักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 5/2 โรงเรียนสัมมาชีวศิลป ซอยพญานาค จำนวน 22 คนในโครงการการศึกษาเพื่อต่อต้านการใช้ยาเสพติดในเด็กซึ่งเป็นสัปดาห์​ที่​ 6 นักเรียนแดร์

สุรเชษฐ​ ศิลา​นนท์​ รายงาน​

สวนนงนุชพัทยาเปิดให้เยาวชนไทยในสหรัฐอเมริกาเยือนแผ่นดินแม่ ตะลุยโลกล้านปีศึกษาไดโนเสาร์

       เมื่อวันที่ 12 ก.ค.62 ที่สวนนงนุชพัทยา อ.สัตหีบ จ.ชลบุรี นายกัมพล ตันสัจจา ประธานสวนนงนุชพัทยา ได้ให้การตอบรับ นายสุรศักดิ์ วงศ์ข้าหลวง ประธานกรรมการฝ่ายประเทศสหรัฐอเมริกา ในโครงการเยาวชนไทยในสหรัฐอเมริกาเยือนแผ่นดินแม่ ครั้งที่ 12 และคณะเยาวชนและผู้ปกครองในโครงการ จำนวนกว่า 200 คน จาก 5 รัฐ ได้แก่ แคลิฟอร์เนีย เท็กซัส เนวาดา เนแบรสกา และแอริโซนา พร้อมพาเที่ยวชม สวนกระบองเพชร 2 พาสัมผัสรูปปั้นไดโนเสาร์จำลอง เกือบทุกสายพันธุ์ ไดโนเสาร์ ที่เคยมีอยู่บนโลก ต่างๆทุกทวีปของโลก และชมการแสดง 4 ภาค และการแสดงช้างแสนรู้ อีกด้วย
      นายสุรศักดิ์ วงศ์ข้าหลวง ประธานกรรมการฝ่ายประเทศสหรัฐอเมริกา โครงการเยาวชนไทยในสหรัฐอเมริกาเยือนแผ่นดินแม่ ครั้งที่ 12 กล่าวว่า ต้องขอขอบคุณ นายกัมพล ตันสัจจา ประธานสวนนงนุชพัทยา ที่ให้การตอนรับคณะเราเป็นอย่างดีและให้เข้าชมฟรี อีกด้วย สำหรับโครงการฯ นี้ได้ดำเนินมาเป็นเวลาถึง 30 ปี ซึ่งถือเป็นหนึ่งกิจกรรมที่มีบทบาทสำคัญในการช่วยหล่อหลอมความเป็นไทยในหมู่เยาวชนไทยรุ่นใหม่ที่เกิดและเติบโตในสหรัฐอเมริกา ให้เกิดความรู้ความเข้าใจวิถีชีวิตความเป็นไทย มีความรักและความผูกพันต่อแผ่นดินแม่ และนำประสบการณ์ไปแบ่งปันให้กับผู้อื่น โดยเฉพาะเพื่อนชาวอเมริกัน ซึ่งจะช่วยส่งเสริมความสัมพันธ์ในระดับประชาชน โดยโครงการเยาวชนไทยในสหรัฐอเมริกาเยือนแผ่นดินแม่ จัดขึ้นโดยมูลนิธิโครงการเยาวชนไทยเยือนแผ่นดินแม่ โดยได้รับการสนับสนุนจาก Asian Thai American Youth Heritage Center และสถานกงสุลใหญ่ ณ นครลอสแอนเจลิส โดยนำเยาวชนไทยที่เกิดและเติบโตในสหรัฐอเมริกาเยือนประเทศไทย เพื่อเรียนรู้วิถีชีวิต วัฒนธรรมและประเพณีอันดีงามของไทย ทัศนศึกษาสถานที่สำคัญทางประวัติศาสตร์ รวมทั้งทำกิจกรรมบำเพ็ญประโยชน์ต่าง ๆ ทั้งนี้ โครงการฯ จัดขึ้นทุก 2 ปี โดยในปีนี้จัดขึ้นเป็นครั้งที่ 12 ระหว่างวันที่ 29 มิถุนายน – 14 กรกฎาคม 2562
      นายกัมพล ตันสัจจา ประธานสวนนงนุชพัทยา กล่าวว่าวันนี้ได้มีโอกาศมาตอนรับ คณะโครงการเยาวชนไทยในสหรัฐอเมริกาเยือนแผ่นดินแม่ ครั้งที่ 12 สวนนงนุชมีความยินดีเป็นอย่างมาก ที่เยาวชนไทยในต่างประเทศได้กลับมาประเทศไทยและมาแหล่งท่องเที่ยว สวนสวย ซึ่งสวนนงนุชพัทยาเป็น 1 ใน 10 สวนที่สวยที่สุดในโลก จนกลายเป็นแหล่งท่องเที่ยวยอดนิยมแก่เหล่านักท่องเที่ยวทั้งชาวไทยและต่างประเทศ และวันนี้ ยังได้มาเที่ยวยังสวนไดโนเสาร์ ซึ่งเป็นแหล่งศึกษาการเรียนรู้แก่กลุ่มเยาวชน และนักท่องเที่ยวทั่วไปที่สนใจในเรื่องราวประวัติศาสตร์โลกในยุคดึกดำบรรพ์ที่ไดโนเสาร์ครองพิภพเมื่อ 245 ล้านปีที่ผ่านมา

ภาพ/ข่าว นิราช ทิพย์ศรี /นันทพล ทิพย์ศรี อ.สัตหีบ จ.ชลบุรี 0909535645
นายพรเทพ เขม้นเขตวิทย์ รายงานจากศูนย์ข่าวภาคตะวันออก