จังหวัดจันทบุรี จัดโครงการธรรมะสู่คนทั้งมวล กิจกรรมเทิดไท้องค์ราชันและเฉลิมพระเกียรติ เนื่องในโอกาสวันเฉลิมพระชนมพรรษา 28 กรกฎาคม 2562

          วันนี้ ( 24 ก.ค.62 ) ที่วัดไผ่ล้อม ( พระอารามหลวง ) จังหวัดจันทบุรี นายวิทูรัช ศรีนาม ผู้ว่าราชการจังหวัดจันทบุรี ได้นำประชาชนทุกหมู่เหล่าร่วมทำบุญตักบาตรอาหาร คาว – หวานและร่วม กิจกรรมโครงการธรรมะสู่คนทั้งมวล กิจกรรมเทิดไท้องค์ราชันและเฉลิมพระเกียรติ เนื่องในโอกาสวันเฉลิมพระชนมพรรษา 28 กรกฎาคม 2562 เพื่อส่งเสริมส่งเสริมให้ประชาชนทุกหมู่เหล่า เด็ก เยาวชน ผู้สูงอายุ คนพิการ ทุพพลภาพ และ ด้อยโอกาส ได้นำหลักธรรมทางศาสนาไปปรับใช้ในการพัฒนาคุณภาพชีวิต ยึดหลักธรรมคำสอนทางพระพุทธศาสนาเป็นที่ยืดเหนี่ยวจิตใจเพื่อความสงบสุขของครอบครัว และสังคม โอกาสนี้ พระอรรถโมลี เจ้าคณะอำเภอเมืองจันทบุรี เจ้าอาวาสวัดไผ่ล้อม ( พระอารามหลวง ) ได้แสดงพระธรรมเทศนา และนำเจริญจิตภาวนาถวายเป็นพระราชกุศล พระบาทสมเด็จพระวชิรเกล้าเจ้าอยู่หัว ฯ ผู้ทรงพระคุณอันประเสริฐ นับเป็นโอกาสมหามงคลที่พสกนิกรปวงชนชาวไทยทุกหมู่เหล่าจักได้สำนึกในพระมหากรุณาธิคุณของพระองค์ที่ได้ทรงประกอบพระราชกรณียกิจนานัปการโดยเฉพาะด้านการพระพุทธศาสนา พระองค์ทรงได้ส่งเสริมสนับสนุน ทำนุบำรุงพระพุทธศาสนาให้เจริญรุ่งเรือง อันเป็นการแสดงถึงพระราชศรัทธาปสาทะในพระพุทธศาสนาอย่างแน่นแฟ้น ยังผลให้ปวงพสกนิกรชาวไทยต่างปลื้มปีติและซาบซึ้งในพระราชศรัทธาแห่งพระองค์ และพร้อมที่จะน้อมนำพระราชจริยวัตรอันงดงามในการทรงบำเพ็ญบุญบารมีไปเป็นแบบอย่างปฏิบัติสืบต่อไป

ภาพ/ข่าว จรัล บรรยงคเสนา  ทีมข่าวภูมิภาค
นาย  พรเทพ เขม้นเขตวิทย์ รายงานจากศูนย์ข่าวภาคตะวันออก

นครนายก# คณะกรรมการตรวจเยี่ยมและติดตามโครงการสร้างความปรองดองสมานฉันท์ โดยใช้หลักธรรมทางพระพุทธศาสนา(หมู่บ้านรักศิล5)

          ที่ศาลาเอนกประสงค์วัดป่าขะ หมู่ที่3 ตำบลป่าขะ อำเภอบ้านนา จังหวัดนครนายก พระเดชพระคุณ พระเทพศาสนาภิบาล รองประธานคณะกรรมการสร้างความปรองดองสมานฉันท์โดยใช้หลักธรรมทางพระพุทธศาสนาหมู่บ้านรักษาศิล5 ประธานสงฆ์ พระราชพรหมคุณ เจ้าคณะจังหวัดนครนายก พระครูปริยัติโพธิสุนทร เจ้าคณะอำเภอเมืองนครนายก กล่าวรายงานสรุปผลการดำเนินงานโครงการหมู่บ้านรักษาศิล 5 นายณัฐพงศ์ ศิริชนะ ผู้ว่าจังหวัดนรคนายก กล่าวถวายให้การต้อนรับคณะสงฆ์ โดยมีข้าราชการ ผู้นำชุมชน ประชาชน นักเรียน นักศึกษา เข้าร่วมในพิธีจำนวนมาก พร้อมเชิญประธานคณะกรรมการตรวจเยี่ยมและติดตามการดำเนินงาน ชมการแสดงรำไทยเวียง คีรีวัน ชมรำวงชาติพันธ์ ชมการแสดงลำตัดศิล 5 ชมสามเณรท่องกลอนศิล 5 พร้อมปล่อยพันธุ์ปลา จากนั้นคณะกรรมการตรวจเยี่ยมติดตามโครงการ พร้อมคณะสงฆ์ ผู้นำชุมชน ได้ลงพื้นที่ศูนย์เรียนรู้และขับเคลื่อนปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียง (ตลาดชมทุ่ง) บ้านวังไทร-มาบช้าง หมู่ที่ 11 ตำบลบ้านา อำเภอบ้านนา จังหวัดนครนายกและเดินทางเยี่ยมชมศูนย์การเรียนรู้ โครงการอันเนื่องมาจากพระราชดำริ ระดับอำเภอ บ้านทุ่งกระโปร่ง หมู่ที่ 12 ตำบลป่าขะ อำเภอบ้านนา จังหวัดนครนายก เยี่ยมชมศูนย์การเรียนรู้ทุ่งควายลุย ชมสวนเกษตรอินทรีแบบผสมผสานและวิถีชิวิตแบบพอเพียง ชมสวนหนึ่งไร่พอ บ้านทุ่งกระโปร่ง เป็นอันเสร็จสิ้นการตรวจเยี่ยมโครงการดังกล่าว

ภาพ/สมบัติ เนินใหม่ ข่าว/รัชชานนท์ เนินใหม่ ทีมข่าวภูมิภาค
นายพรเทพ เขม้นเขตวิทย์ รายงานจากศูนย์ข่าวภาคตะวันออก

แสนสุข/ชลบุรี รวบครบ จบยกแก๊ง 4 เดนมนุษย์ใส่กุญแจมือหลังร่วมกันรุมโทรม ด.ญ.13 ถ่ายคลิปแบล็กเมล์เอาเงิน3พัน เจ้าหน้าที่กันตัววุ่น ขณะนำตัวทำแผนประกอบคำรับสารภาพ ไทยมุงอื้อต่างรอจังหวะเข้าประชาทัณฑ์



     จากกรณีด.ญ.อายุ 13 ปี เข้าแจ้งตำรวจ ว่าถูกแฟนหนุ่มพาไปให้เพื่อนรุมข่มขืน รวม 4 คน จนสำเร็จความใคร่ โดยมีการจับใส่กุญแจมือ พร้อมถ่ายคลิปไว้ข่มขู่ขอเงิน 3,000 บาท หากไม่จ่ายเงินจะนำคลิปไปเผยแพร่ในโลกโซเชียล เหตุเกิดเมื่อวันที่ 2 ก.ค.ที่ผ่านมา เวลา 20.50 น.

     ความคืบหน้าล่าสุด ที่สภ.แสนสุข จ.ชลบุรี พล.ต.ต.นันทชาติ ศุภมงคล ผบก.ภ.จว.ชลบุรี เข้าสอบปากคำผู้ต้องหาอีก 2 คนซึ่งเป็นผู้ใหญ่ที่ร่วมก่อเหตุรุมโทรมด.ญ.13 ปี หลังถูกตำรวจชุดสืบสวนติดตามจับกุมตัว ซึ่งก่อนหน้านี้เยาวชนอีก 2 คนถูกจับกุมตัวได้ก่อนแล้ว พร้อมของกลางกุญแจมือ

     พล.ต.ต.นันทชาติ เปิดเผยว่า คดีนี้ที่เกิดเหตุแยกเป็น 2 จุด จุดแรกเป็นเยาวชน 2 คนก่อเหตุ ส่วนอีกจุดเป็นผู้ใหญ่ 2 คนร่วมกันก่อเหตุภายในบ้านพักคนงานแกะหอย สอบสวนเบื้องต้น ผู้ต้องหาให้การว่าไม่ได้มีการถ่ายคลิปไว้ แต่มีการถ่ายภาพไว้

     “ส่วนเรื่องกุญแจมือยอมรับว่าใส่เด็กจริง แต่อ้างว่าตอนข่มขืนไม่ได้มีการใส่กุญแจมือ ซึ่งคดีนี้ยังต้องมีการสอบสวนปากคำผู้ต้องหาอย่างละเอียด และต้องมีเจ้าหน้าที่สหวิชาชีพร่วมด้วยเนื่องจากบางคนยังเป็นเยาวชน รวมทั้งเด็กผู้เสียหายด้วย โดยวันนี้ 23 ก.ค. จะนำตัวไปทำแผนประกอบคำรับสารภาพ”

     สำหรับการจับกุมครั้งนี้ ตำรวจชุดสืบสวน สภ.แสนสุข จับกุมนายบิ๊ก ได้เป็นคนแรก จากนั้นเข้าตรวจค้นบ้านพัก ในพื้นที่ ต.แสนสุข อ.เมืองชลบุรี ซึ่งเป็นที่เกิดเหตุ ก่อนจับกุม นายณัฎฐพัชร์ ณีวงศ์ อายุ 29 ปี ไว้ได้พร้อมของกลาง เสื้อผ้า 1 ชุด จากนั้นขยายผลตามไปจับ นายกอล์ฟ อายุ 16 ปี สัญชาติเมียนมา ได้ขณะออกเรือหาปลา

     ต่อมาเข้าจับกุม นายเลิศ อายุ 18 ปี สัญชาติกัมพูชาได้เป็นสุดท้าย พร้อมของกลางกุญแจมือเสื้อยืดแขนสั้นคอกลมสีเทา เขียนคำว่าบ้านปู กางเกงลายดอกสีน้ำเงินอีก 1 ตัว

     โดยแจ้งข้อหา พรากเด็กอายุไม่เกินสิบห้าปีไปเสียจากบิดามารดาผู้ปกครองหรือผู้ดูแลเพื่อการอนาจาร/พาเด็กอายุยังไม่เกินสิบห้าปีไปเพื่ออนาจารแม้ผู้นั้นจะยินยอมก็ตาม/และกระทำชำเราเด็กอายุไม่เกินสิบห้าปีซึ่งมิใช่ภริยาหรือสามีของตนโดยเด็กนั้นจะยินยอมหรือไม่ก็ตาม

     ต่อมา พนักงานสอบสวน สภ.แสนสุข ได้นำตัวผู้ต้องหาซึ่งเป็นเยาวชนอายุ 14 ปี และ 16 ปี ไปสอบปากคำเกี่ยวกับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นอย่างละเอียดต่อหน้าสหวิชาชีพ และนำตัวผู้ต้องหาอีก 2 ราย อายุ 29 ปี และแรงงานต่างด้าว ไปทำแผนประกอบคำรับสารภาพที่จุดเกิดเหตุ ซึ่งมีทั้ง 2 จุดด้วยกัน โดยจุดแรกเป็นจุดที่เพื่อนผู้เสียหายไปรับตัวเด็กหญิงอายุ 13 ปี ไปส่งให้กับเพื่อนชาย โดยซ้อนรถจักรยานยนต์ไปถึง และมีเพศสัมพันธ์กับเยาวชนจนสำเร็จความใคร่

     จากนั้นก็พาไปยังจุดที่ 2 ซึ่งอยู่ห่างจากจุดแรกประมาณ 1 กิโลเมตร โดยเป็นจุดที่ผู้ต้องหาอีก 2 คน ใส่กุญแจมือ และลงมือข่มขื่นเหยื่อที่บ้านพักแห่งหนึ่ง ที่ใกล้กับเขาสามมุก ทั้งนี้ ตลอดการทำแผนมีประชาชนจำนวนมากที่สนใจไปยืนดูการทำแผนประกอบคำรับสารภาพในจุดเกิดเหตุ ซึ่งทางเจ้าหน้าที่ต้องกันคนออกห่าง เนื่องจากเกรงว่าจะเข้าไปรุมประชาทันฑ์

     พล.ต.ต.นันทชาติ ศุภมงคล ผบก.ภ.จว.ชลบุรี เปิดเผยว่า ในวันนี้เยาวชนทั้ง 2 คน ที่ไม่ได้มาทำแผน ส่งศาลจังหวัดชลบุรีแผนกคดีเยาวชนและครอบครัว ส่วนอีก 2 คนที่คือ นายณัฎฐพัชร์ ณีวงศ์ อายุ 29 ปี ทำงานเป็นลูกจ้างโรงงานแห่งหนึ่ง และเป็นหลานของเจ้ปูซึ่งเป็นเจ้าของบ้านพักที่ก่อเหตุ และ นายเอ (นามสมมติ) อายุ 18 ปี สัญชาติกัมพูชา เป็นคนงานรับจ้างแกะหอย ส่งศาลจังหวัดชลบุรีในช่วงเช้าของวันที่ 24 ก.ค.ต่อไป

ทีมข่าวอาชญากรรม รายงาน

การประชุม นขต.กอ.รมน. ครั้งที่ ๗/๒๕๖๒ สรุปผลการปฏิบัติงานในรอบเดือนที่ผ่านมา

การประชุม นขต.กอ.รมน. ครั้งที่ ๗/๒๕๖๒
     วันนี้ (๒๓ ก.ค. ๖๒) เวลา ๐๙.๓๐ น. พล.ต.ธนาธิป สว่างแสง โฆษก กอ.รมน. ได้เปิดเผยว่า กองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายในราชอาณาจักร (กอ.รมน.) ได้จัดการประชุมหน่วยขึ้นตรง กอ.รมน. ครั้งที่ ๗/๒๕๖๒ โดยมีผู้บังคับหน่วยขึ้นตรงของ กอ.รมน. (ส่วนกลาง) และผู้แทนของ กอ.รมน.ภาค ๑ – ๔ เข้าร่วมประชุมฯ บริเวณชั้น ๓ อาคารรื่นฤดี กอ.รมน. โดยมี พล.อ.ธีรวัฒน์ บุณยะวัฒน์ เลขาธิการ กอ.รมน. เป็นประธาน การประชุมฯ สรุปเรื่องที่สำคัญ ดังนี้
เรื่องแรก การทำลายของกลางคดีละเมิดทรัพย์สินทางปัญญา
     กองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายในราชอาณาจักร ได้จัดการประชุมคณะทำงานทำลายของกลาง คดีละเมิดทรัพย์สินทางปัญญาที่คดีถึงที่สุดแล้ว ในครั้งที่ ๑/๒๕๖๒โดยมี ผู้อำนวยการศูนย์การปฏิบัติที่ ๓ กองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายในราชอาณาจักร/ประธานคณะทำงานทำลายของกลางคดีละเมิดทรัพย์สินทางปัญญา เป็นประธานการประชุม และมี กรมทรัพย์สินทางปัญญา เป็นเลขาการประชุม โดยที่ประชุมฯได้มีมติกำหนดจัดพิธีทำลายของกลางในช่วงเดือนสิงหาคม หรือประมาณต้นเดือนกันยายน ๒๕๖๒ ด้วยวิธีเผาและการบดทำลายด้วย รถบดหรือเครื่องบด รวมทั้งวิธีการใช้เครื่องตัดเพื่อให้ของกลางเสื่อมสภาพและไม่สามารถ นำกลับมาใช้ได้อีก โดยที่ไม่เป็นมลภาวะเป็นพิษต่อสิ่งแวดล้อม
     สำหรับของกลางคดีละเมิดทรัพย์สินทางปัญญาที่คดีถึงที่สุด และพร้อมที่จะนำมาทำลายร่วมกัน ในปีงบประมาณ ๒๕๖๒ อาทิ รองเท้า กระเป๋า เสื้อ กางเกง ชุดกีฬา ที่ปลอมเครื่องหมายการค้า มีหน่วยที่ดำเนินการจับกุมยึดของกลาง ได้แก่ สำนักงานตำรวจแห่งชาติ ของกลางที่ยึดได้ จำนวน ๒๕๑,๐๖๔ ชิ้น, กรมสอบสวนคดีพิเศษ(DSI) ของกลางที่ยึดได้จำนวน ๕๔๗,๖๑๗ ชิ้น และ กรมศุลกากร ของกลางที่ยึดได้ จำนวน ๙,๘๑๑,๓๔๐ ชิ้น รวมจำนวนทั้งสิ้น ๑๐,๖๑๐,๐๒๑ ชิ้น
เรื่องที่สอง การจัดทำบันทึกความเข้าใจความร่วมมือ (MOU) ระหว่าง กองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายในราชอาณาจักร กับ วัดแสงอรุณหรือวัดป่าดานวิเวก และมูลนิธิพุทธะสมุนไพรคู่แผ่นดินไทยในพระบรมราชูปถัมภ์
     กองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายในราชอาณาจักร ได้จัดทำบันทึกความเข้าใจความร่วมมือ (MOU) ระหว่าง กองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายในราชอาณาจักร กับ วัดแสงอรุณหรือวัดป่าดานวิเวก และมูลนิธิพุทธะสมุนไพรคู่แผ่นดินไทยในพระบรมราชูปถัมภ์ โดยมีเจตนารมณ์ร่วมกันเพื่อประโยชน์ของประเทศชาติ ในการคุ้มครองป้องกันอนุรักษ์พัฒนาและ การใช้ทรัพยากรในโครงการอย่างยั่งยืน ทั้งนี้เพื่อเป็นไปตามพระธรรมวินัยกฎหมาย ว่าด้วยการป่าไม้ และกฎหมายอื่นๆที่เกี่ยวข้อง โดยมี ผู้อำนวยการศูนย์ประสานการปฏิบัติที่ ๔ เป็นผู้แทนของกองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายในราชอาณาจักร ร่วมลงนามในบันทึกความเข้าใจความร่วมมือกับเจ้าอาวาสวัดแสงอรุณฯ และ ผู้ว่าราชการจังหวัดบึงกาฬ ในวันที่ ๒๕ มิถุนายน ๒๕๖๒ ณ วัดแสงอรุณ ตำบลศรีชมพู อำเภอโซ่พิสัย จังหวัดบึงกาฬ
     สำหรับการลงนามฯดังกล่าว เป็นไปตามภารกิจหลักในการเสริมสร้างความมั่นคง ด้านทรัพยากรธรรมชาติ พลังงาน อาหารและสิ่งแวดล้อม เพื่อให้สอดคล้องกับยุทธศาสตร์ชาติ ๒๐ ปี ในด้านการสร้างการเติบโตบนคุณภาพชีวิตที่เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม มีวัตถุประสงค์เพื่อร่วมกันดูแลรักษาป่า ระหว่างวัดที่อยู่ในพื้นที่ของกรมป่าไม้และพื้นที่สำนักงานปฏิรูปที่ดินเพื่อเกษตรกรรม จำนวนกว่า ๓,๐๐๐ ไร่ ซึ่งการลงนามในครั้งนี้จะทำให้การดูแลผืนป่าแห่งนี้มีประสิทธิภาพตามวัตถุประสงค์และก่อให้เกิดประโยชน์กับชุมชน และประเทศชาติโดยรวมต่อไป
เรื่องสุดท้าย การลงทะเบียนซิมการ์ดโทรศัพท์ในพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้
     ปัจจุบันการติดตามความคืบหน้า การลงทะเบียนซิมการ์ดโทรศัพท์ในพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้ ถือเป็นมาตรการที่สำคัญในการแก้ไขปัญหาการก่อเหตุความไม่สงบในพื้นที่ โดยกองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายในราชอาณาจักร ภาค ๔ ส่วนหน้า ได้จัดเจ้าหน้าที่อำนวยความสะดวก ในการลงทะเบียนซิมการ์ดโทรศัพท์โดยแบ่งออกเป็น ๒ ขั้นตอน
     ขั้นตอนที่ ๑ กองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายในราชอาณาจักร ภาค ๔ ส่วนหน้าสนับสนุนเจ้าหน้าที่รับลงทะเบียน มีจำนวนยอดทั้งสิ้น ๓,๘๗๓ นาย แบ่งออกเป็น ทหาร(กอ.รมน.ภาค๔ ส่วนหน้า) จำนวน ๑,๓๓๒ นาย, ตำรวจ (กกล.ตร.จชต.) จำนวน ๖๖๙ นาย และเจ้าหน้าที่ ศูนย์ปฏิบัติการอำเภอ จำนวน ๑,๘๗๒ นาย ในส่วนของสำนักงานคณะกรรมการกิจการกระจายเสียงกิจการโทรทัศน์และกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ(กสทช) จัดทำแอพลิเคชั่นการลงทะเบียนซิมการ์ดโทรศัพท์ระบบ “สองแชะ อัตลักษณ์”
     ขั้นตอนที่ ๒ ขั้นตอนการตรวจสอบสิทธิและการลงทะเบียนระบบ “สองแชะ อัตลักษณ์”(เป็นการบันทึกหมายเลขประจำตัวบัตรประชาชนและภาพใบหน้าของเจ้าของซิมการ์ดโทรศัพท์) สรุปมีผู้ใช้บริการโทรศัพท์เคลื่อนที่มาลงทะเบียนแล้ว จำนวน ๑๔๘,๗๙๖ คน
     จากการดำเนินการดังกล่าว สามารถทำให้ป้องกันผู้แอบอ้างการใช้ซิมการ์ดโทรศัพท์เคลื่อนที่ ไปใช้ในทางที่ผิดกฎหมาย อีกทั้งเพื่อสร้างความปลอดภัยในการดำเนินชีวิตและทรัพย์สินให้กับพี่น้องประชาชนในพื้นที่
     กองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายในราชอาณาจักร จึงขอเชิญชวนพี่น้องประชาชนในพื้นที่ ๓ จังหวัดชายแดนภาคใต้และ ๔ อำเภอ ของจังหวัดสงขลา ได้ร่วมกันลงทะเบียนซิมการ์ดได้จนถึงวันที่ ๓๑ ตุลาคม ๒๕๖๒ ณ ศูนย์บริการโทรศัพท์เคลื่อนที่ทุกระบบที่ให้บริการอยู่ในพื้นที่ฯ
๒๓ กรกฎาคม ๒๕๖๒

ศูนย์ข่าวมุกดาหาร # ตชด.234 ปฏิบัติการยึดยานรก 4,000,000เม็ด ยาไอซ์ 100 กิโล กัญชา 360 กิโล

     (แถลงข่าว) ตำรวจตระเวนชายแดนที่ 234 ร่วมฝ่ายความมั่นคงสกัดจับยึดกลุ่มขบวนการค้ายาเสพติดข้ามชาติ ฝั่งประเทศเพื่อนบ้านลักลอบขนยาเสพติดยาบ้าจำนวน 4,000,000 เม็ด ยาไอซ์ 100 กิโลกรัม และกัญชา 360 กิโลกรัม ข้ามโขงมาตามแนวชายแดนริมฝั่งแม่น้ำโขงแต่ไม่พบผู้ต้องหา

     เมื่อเวลา 15.00น.วันที่ 23 กรกฎาคม 2562 ณ กองร้อยตำรวจตระเวนชายแดนที่ 234 จังหวัดมุกดาหาร พล.ต.ต.ปิยะ ต๊ะวิชัย รอง ผบช.ตชด/รอง ผอ.ศปทส.ตชด., พล.ต.ต.ณัฐ สิงห์อุดม ผบก.ตชด.ภาค2,เดินทางเฮลิคอปเตอร์มาเป็นประธานแถลงข่าว สืบเนืองเมื่อกลางดึกของวันที่ 22 เจ้าหน้าที่ตำรวจตระเวนชายแดนที่ 234 สนธิกำลังหน่วยความมั่นคงสกัดจับยึดยาเสพติดล็อตใหญ่โดยมียาบ้ารวมจำนวน 4,000,000 เม็ด ยาไอซ์ 100 กิโลกรัม และกัญชาอัดแท่ง จำนวน 360 กิโลกรัม ของกลุ่มขบวนการค้ายาเสพติดข้ามชาติ

     ลักลอบขนข้ามโขงมาทางเรือหางยาวนำเข้าแนวชายแดนริมฝั่งโขงพื้นที่ท่าทรายของบริษัทสมบูรณ์ธารา จำกัดอยู่ริมฝั่งโขงบ้านพาลุกา ม.4 ต.ชะโนดโดยเจ้าหน้าที่ตรวจพบกระสอบบรรจุยาเสพติดกองกันเป็นจุดๆตามแนวชายแดนริมฝั่งโขงบ้านทรายทอง ม.ที่ 6 ต.บางทรายน้อย อ.หว้านใหญ่ จ.มุกดาหารเตรียมส่งให้กลุ่มเครือข่ายค้ายาเสพติดข้ามชาติคนไทยไหวตัวไม่ยอมมารับของ

     เจ้าหน้าที่ต้องแบ่งกำลังตามตรวจยึดหลังเฝ้ารอจนสว่างแต่ไร้วี่แววไม่มีผู้ใดมารับเจ้าหน้าที่จึงทำการตรวจยึดยาเสพติดทั้งหมดนำมาตรวจสอบอยู่ที่ กองร้อยตำรวจตระเวนชายแดนที่ 234 มุกดาหารเพื่อตรวจสอบ พบมียาบ้ารวมจำนวน 4,000,000 เม็ด ยาไอซ์ 100 กิโลกรัม และกัญชาอัดแท่ง จำนวน 360 กิโลกรัม เจ้าหน้าที่จึงนำของกลางทั้งหมดมาตั้งโต๊ะแถลงข่าวก่อนนำของกลางส่งพนักงานสอบสวน สภ.หว้านใหญ่เพื่อดำเนินการตามกฎหมายต่อไป.


ธานินทร์, ฐานิตา, สมเกียรติ /ผู้สื่อข่าวมุกดาหาร
เดวิด มุกดาหาร หัวหน้าศูนย์ข่าว สำนักข่าวความมั่นคง มุกดาหาร รายงาน

ร่วมสร้างชาติให้กับคนรุ่นใหม่ กับ “อารยศิลป์ สร้างชาติ”

     นักศึกษาหลักสูตร “นักบริหารระดับสูงเพื่อการสร้างชาติ” (นสช.) รุ่นที่ 5 ได้เล็งเห็นถึงความสำคัญว่าการพัฒนาที่ยั่งยืน จำเป็นต้องเริ่มตั้งแต่การพัฒนากระบวนการความคิดที่ดีเป็นจุดแรก โดยเห็นว่ากลุ่มเยาวชน ซึ่งเป็นกลุ่มคนที่ต้องเติบโตขึ้นไปประกอบสัมมาชีพ ทุกส่วนในสังคม ในอนาคตนั้น หากได้รับพัฒนาแนวความคิด ดีอย่างถูกต้องตั้งแต่ยังเป็นเยาวชน ย่อมเป็นการเตรียมการที่ดีในการเติบโตขึ้นเป็นผู้ใหญ่ที่ดีในสังคม ส่งผลดีต่อ ความสำเร็จของตัวเยาวชนเอง ครอบครัว หน่วยงานหรือองค์กรที่เกี่ยวข้อง สังคม และประเทศชาติจึงได้จัดตั้ง
     โครงการค่ายเยาวชนสร้างชาติเพื่อสร้างเยาวชนให้เป็นคนดี คนเก่ง และคนกล้า อยู่ร่วมกับสังคมไทยได้อย่างมี ความสุข สามารถเติบโตเป็นผู้ใหญ่ที่มีคุณธรรม จริยธรรม และเป็นผู้ใหญ่ที่มีคุณภาพ ซื่อสัตย์สุจริต เสียสละ ส่วนตัว เพื่อประโยชน์ส่วนรวม มีความรับผิดชอบต่อสังคม สามารถนำพาประเทศไทยให้เจริญรุ่งเรืองมั่นคงยั่งยืน ในอนาคตได้
จึงได้ร่วมกันจัดตั้งโครงการอารยศิลป์ สร้างชาติ ซึ่งจะจัดขึ้นในวันที่ 6 – 11 สิงหาคม พ.ศ. 2562 โดย ภายในงานเป็นการระดมทุนจากการจำหน่ายผลงานศิลปกรรม ซึ่งมีทั้งงานจิตรกรรม ประติมากรรม ภาพพิมพ์ จากศิลปินแห่งชาติศิลปินชั้นนำ และจากหลากหลายผลงานของนักสะสม อาทิอ.ช่วง มูลพินิจ (ศิลปินแห่งชาติ) , ดร.สมบัติ เมทนี(ศิลปินแห่งชาติ) , ชศูกัดิ์วิษณุคารณ , สุวัฒน์วรรณมณี, ประทีป คชบัว , รศ.ดร.สุวัฒน์ แสนขัติยรัตน์, มล.จักรพล รัชนี, อภิชัย การิกาญจน์, ดินหิน รักพงศ์อโศก , สุวิทย์ใจป้อม , ทรงเดช ทิพย์ทอง ฯลฯ มาจัดแสดงนิทรรศการ สาธิตการทำผลงาน และจัดจำหน่ายภายในงาน อีกทั้งยังมีการจัดจำหน่ายผลงาน
     

     ศิลปกรรม ทางออนไลน์ในเพจ อารายศิลป์ สร้างชาติโดยทางโครงการได้ตั้งเป้าหมาย จำนวน 5,000,000 บาท เพื่อนำไปสมทบทุนกับโครงการค่ายเยาวชนสร้างชาติ โดยเยาวชนสร้างชาติรุ่น 4 ดำเนินการโดย NBI รุ่น 5ของ สถาบันสร้างชาติ โดย ศ.ดร.เกรียงศกัดิ์เจริญวงศ์ศกัดิ์ โครงการค่ายเยาวชนสร้างชาติได้ทำการคัดเลือกโรงเรียนเข้าร่วมโครงการจำนวน 321 สถาบัน ประกอบด้วย ระดับมัธยมศึกษาตอนปลาย และสถาบันอาชีวศึกษาใน 17 จังหวัดของภาคกลาง รวมกรุงเทพมหานครด้วย โดยมีเยาวชนเข้าร่วมโครงการ 963 คนและได้เข้าค่ายอบรม ระหว่างวันที่ 23-25 พฤศจิกายน พ.ศ. 2561 ที่ผ่านมา ทั้งนี้เยาวชนทั้งหมดที่เข้าร่วมโครงการต้องกลับไปจัดตั้งชมรมเยาวชนสร้างชาติ ในทุกสถาบัน และต้องเพิ่มสมาชิกชมรม เพื่อร่วมทำกิจกรรมที่เป็นประโยชน์กับสถาบัน โรงเรียน และชุมชน โดยรอบ ซึ่งจะมีทีมบัณฑิตครูอาสาเข้าไปช่วยดูแลเป็นที่ปรึกษาให้กับเยาวชนทุกชมรม
     

สนใจติดต่อสั่งจองภาพได้ที่เบอร์ 099-789-1536 หรือทาง Inbox ใน Fan Page ได้ https://www.facebook.com/%E0%B8%AD%E
414081769315669/

ศูนย์ข่าวมุกดาหาร # ” มุกดาหาร ปฏิบัติงานหน่วยแพทย์เคลื่อนที่ พอ.สว. เนื่องในวันคล้ายวันเสด็จสวรรคตสมเด็จพระศรีนครินทราบรมราชชนนี และโครงการหน่วยบำบัดทุกข์ บำรุงสุข สร้างรอยยิ้มให้ประชาชน ครั้งที่ 10 ประจำปี 2562 “

     เมื่อวันที่ 23 ก.ค. 2562 ที่โรงเรียนสยามกลการ 4 บ้านนาซิง หมู่ที่ 4 ตำบลเหล่าหมี อำเภอดอนตาล จังหวัดมุกดาหาร นายชยันต์ ศิริมาศ ผู้ว่าราชการจังหวัดมุกดาหาร มอบหมายให้นายศักดิ์สิทธิ์ สกุลลิขเรศสีมา รองผู้ว่าราชการจังหวัดมุกดาหาร เป็นประธาน นำส่วนราชการ หน่วยงานภาครัฐ ภาคเอกชน หน่วยแพทย์เคลื่อนที่ พอ.สว. สำนักงานเหล่ากาชาดจังหวัดมุกดาหาร ออกปฏิบัติงานหน่วยแพทย์เคลื่อนที่ พอ.สว. เนื่องในวันคล้ายวันเสด็จสวรรคตสมเด็จพระศรีนครินทราบรมราชชนนี เพื่อช่วยเหลือให้การรักษา ป้องกันโรค ส่งเสริมสุขภาพและฟื้นฟูสุขภาพอนามัยของประชาชน ทำให้ พี่น้องประชาชน มีความรู้ในเรื่องการดูแลตนเอง รวมทั้งบุคคลในครอบครัว เป็นการสร้างสุขภาพที่ยั่งยืน ไม่ต้องรอให้เจ็บป่วยแล้วจึงมารับการรักษา ซึ่งทำให้เกิดการสูญเสียทางด้านเศรษฐกิจ ทั้งในระดับครอบครัวและประเทศชาติ โดยจังหวัดมุกดาหาร ได้ดำเนินการร่วมกับโครงการ ” หน่วยบำบัดทุกข์ บำรุงสุข สร้างรอยยิ้มให้ประชาชน ” โดยนำบริการของทุกภาคส่วนราชการ ภาคเอกชน มาสู่ประชาชนในพื้นที่ ในรูปแบบการบริการเคลื่อนที่ และเคาน์เตอร์บริการในลักษณะหน่วยบริการ one stop service เพื่อเป็นการอำนวยความสะดวก ให้แก่ประชาชนและเป็นการออกพบปะประชาชน เพื่อรับทราบปัญหา ความต้องการของประชาชน รวมถึงเป็นการสร้างความสัมพันธ์ที่ดี ระหว่างภาครัฐกับประชาชน และสามารถบำบัดทุกข์ บำรุงสุข ให้กับประชาชนได้อย่างมีประสิทธิภาพ

     นอกจากนี้ ยังมีส่วนราชการ หน่วยงานภาครัฐ และภาคเอกชน กว่า 60 หน่วยงานได้ร่วมนำกิจกรรมที่หลากหลาย มาให้บริการแก่ประชาชนในพื้นที่ รวมทั้งสำนักงานเหล่ากาชาดจังหวัดมุกดาหาร นำสิ่งของอุปโภคบริโภค เช่น ยาตำราหลวง รถจักรยาน ผ้าห่ม ถุงยังชีพ แว่นตา ผ้าขนหนูและผ้าถุง ทุนการศึกษา มอบให้กับเด็ก ๆ นักเรียน เยาวชน ผู้สูงอายุ ผู้พิการ และผู้ยากจนด้วย


ธานินทร์, ฐานิตา, สมเกียรติ /ผู้สื่อข่าวมุกดาหาร
เดวิด มุกดาหาร หัวหน้าศูนย์ข่าว สำนักข่าวความมั่นคง มุกดาหาร รายงาน

นาทีรวบแก๊งทวงหนี้โหดขณะตระเวนเก็บเงินลูกหนี้-ระบุกู้ 2 หมื่นจ่ายวันละ 1,000 บาทกว่า 2 เดือนแล้ว-ผู้ว่าฯสั่งเอาจริงหลังชาวบ้านร้องเรียนหนัก

     วันนี้ (22 ก.ค.62) ที่บริเวณทางเข้าหมู่บ้านเมืองทอง ต.ในเมือง อ.เมือง จ.นครศรีธรรมราช นายอำพล สังข์ทอง หัวหน้าชุดเฉพาะกิจ (ฉก.) ศรีวิชัย ของผู้ว่าฯ จู่โจมเข้าทำการจับกุมแก๊งทวงหนี้นอกระบบที่กำลังตระเวนเก็บเงินรายวันจากลูกหนี้ โดยพบว่ามีหญิงสาวคนหนึ่งกำลังจ่ายเงินค่างวดรายวันให้แต่ไม่ครบจำนวน ทำให้แก๊งทวงหนี้ดังกล่าวไม่พอใจจึงเกิดการโต้เถียงและข่มขู่ลูกหนี้จนสร้างความตกใจให้กับลูกหนี้เป็นอย่างมาก
     ซึ่งเจ้าหน้าที่เข้าทำการจับกุมตัวแก๊งทวงหนี้ที่มากับรถยนต์กระบะยี่ห้ออีซูซุ สีขาว ทะเบียน กท-5755 กำแพงเพชร พบชายฉกรรจ์ 2 คน คือนายชาลี แย้มบัญชา อายุ 35 ปี อยู่บ้านเลขที่ 227/3 หมู่ 1 ต.ไตรตรึงษ์ อ.เมือง จ.เพชรบุรี นั่งเบาะซ้าย และนายชัยพร งามคำ อายุ 33 ปี อยู่บ้านเลขที่ 107 หมู่ 2 ต.อ่างทอง อ.เมือง จ.กำแพงเพชร คนขับ พร้อมของกลางเงินสดอีกจำนวน 23,400 บาท จึงได้แจ้งข้อกลาวหาผิด พ.ร.บ.เรียกดอกเบี้ยเกินอัตราที่กฎหมายกำหนด
     เบื้องต้นนายชาลีฯ และนายชัยพรฯ ผู้ต้องหาทั้ง 2 แจ้งว่า พักอยู่ที่ จ.สุราษฎร์ธานี โดยทุกวันจะออกมาเก็บเงินจากลูกหนี้เป็นรายทางในทุกอำเภอที่ขับรถยนต์ผ่าน ซึ่งล่าสุดเก็บเงินจากลูกหนี้ในพื้นที่ อ.สิชล จ.นครศรีธรรมราช มาแล้ว 1 ราย และได้นัดลูกหนี้ที่หมู่บ้านเมืองทองในเขตเทศบาลนครนครศรีธรรมราชก่อนจะไปเก็บเงินรายวันอีกหลายราย ปรากฏว่ารายนี้เงินไม่พอจ่ายรายวันจึงได้บอกให้ไปหา จนกระทั่งมีเจ้าหน้าที่เข้ามาปิดล้อมจับกุมดังกล่าว
     นายอำพล สังข์ทอง หัวหน้าชุด ฉก.ศรีวิชัย ระบุว่า ชาวบ้านร้องเรียนเข้ามาไม่เว้นแต่ละวัน ซึ่งลูกหนี้รายหนึ่งบอกว่า ได้กู้เงินมา 20,000 บาท โดนหักวันแรก 1,000 บาท ค่าทำสัญญา 1,000 บาท ได้มา 18,000 บาท หลังจากนั้นก็จะมาเก็บวันละ 1,000 บาท จ่ายมาร่วม 2 เดือนแล้ว ถือว่าผิดกฎหมาย โดยทางผู้ว่าราชการจังหวัดฯมีนโยบายให้กำจัดแก็งส์ทวงหนี้ที่เก็บดอกเบี้ยโหดเกินจริงต่อไป โดยเจ้าหน้าที่ได้ควบคุมตัวทั้งสองไปสอบปากคำลงบันทึกจับกุมและส่งพนักงานสอบสวน สภ.เมือง เพื่อดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป.

ธีรศักด ิ์อักษรกลู/รายงาน

สมาคมส่งเสริมการเลี้ยงไก่ แห่งประเทศไทยในพระบรมราชูปถัมภ์จัดเทิดพระเกียรติเนื่องในโอกาสวันเฉลิมพระชนมพรรษา 28 กรกฎาคม พระบาทสมเด็จพระปรเมนทรรามาธิบดีศรีสิน มหาวชิราลงกร พระวชิรเกล้าเจ้าอยู่หัวฯ

       ที่สโมสร “พนาวัลย์ สมาร์ท แลนด์” อ.ศรีราชา จ.ชลบุรี สมาคมส่งเสริมการเลี้ยงไก่แห่งประเทศไทยในพระบรมราชูปถัมภ์โดย ดร.ฉวีวรรณ คำพา นายกสมาคมส่งเสริมการเลี้ยงไก่แห่งประเทศไทยในพระบรมราชูปถัมภ์ ได้จัดงาน เทิดพระเกียรติพระบาทสมเด็จพระปรเมนทรรามาธิบดีศรีสิน มหาวชิราลงกร พระวชิรเกล้าเจ้าอยู่หัว พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 10 เนื่องในโอกาสวันเฉลิมพระชนมพรรษา 67 พรรษา วันที่ 28 กรกฎาคม เพื่อเป็นการแสดงความจงรักภักดีด้วยสำนึกในพระมหากรุณาธิคุณ และเป็นการแสดงความรัก ความสามัคคีของทุกภาคส่วน
     โดยมี สมาคมส่งเสริมการเลี้ยงไก่แห่งประเทศไทยในพระบรมราชูปถัมภ์ คณะผู้บริหารในเครือฉวีวรรณกรุ๊ป และนักเรียนโรงเรียนสุรศักดิ์วิทยาคม เข้าร่วมในพิธี โดยได้ประกอบพิธีถวายเครื่องราชสักการะถวายพระพรชัยมงคล พิธีถวายราชสดุดีเฉลิมพระเกียรติ และถวายพระพรชัยมงคล พระบาทสมเด็จพระปรเมนทรรามาธิบดีศรีสินทร มหาวชิราลงกรณ พระวชิรเกล้าเจ้าอยู่หัว เนื่องในโอกาสวันเฉลิมพระชนมพรรษา 67 พรรษา
     ซึ่งในครั้งนี้ ดร.ฉวีวรรณ คำพา นายกสมาคมส่งเสริมการเลี้ยงไก่แห่งประเทศไทยในพระบรม เป็นประธานในพิธีเปิดกรวยดอกไม้ธูปเทียนแพ ถวายราชสักการะเบื้องหน้าพระบรมฉายาลักษณ์พระบาทสมเด็จพระปรเมนทรรามาธิบดีศรีสิน มหาวชิราลงกร พระวชิรเกล้าเจ้าอยู่หัว และประธานฯ กล่าวถวายราชสดุดีเฉลิมพระเกียรติถวายพระพรชัยมงคล หลังจากนั้นทางวงโยธวาทิต นักเรียนโรงเรียนสุรศักดิ์วิทยาคม บรรเลงเพลงสรรเสริญพระบารมีและเพลงสดุดีจอมราชา และมีการขับเสภา และรำถวาย เทิดพระเกียรติแด่พระองค์ท่าน เนื่องในโอกาสวันเฉลิมพระชนมพรรษา 67 พรรษา โดยนักเรียนโรงเรียนสุรศักดิ์วิทยาคม

ภาพ/ข่าว นิราช ทิพย์ศรี /นันทพล ทิพย์ศรี อ.สัตหีบ จ.ชลบุรี 0909535645
นายพรเทพ เขม้นเขตวิทย์ รายงานจากศูนย์ข่าวภาคตะวันออก

ครอบครัวคุณปลื้ม เป็นประธานสวดพระอภิธรรม พล ร ท จำรัส เผือกประพันธ์

     เมื่อเวลา 19.30 น. ของวันที่ 22 ก.ค.62 ที่ฌาปนสถานกองทัพเรือ อ.สัตหีบ จ.ชลบุรี นายสนธยา คุณปลื้ม นายกเมืองพัทยา เป็นประธานในพิธีสวดพระอภิธรรมศพ พล.ร.ท.จำรัส เผือกประพันธุ์ อายุ 69 ปี ข้าราชการบำนาญกองทัพเรือ อดีตข้าราชการบำนาญสังกัด หน่วยบัญชาการนาวิกโยธิน กองทัพเรือ นักเรียนเตรียมทหาร รุ่นที่ 11 นักเรียนนายเรือ รุ่นที่ 68 สามี นางสุพัตรา เผือกประพันธุ์ ผู้บริหารห้างทองสุพัตราเยาวราช บิดา ดร.สะถิระ (ดร.เอ) เผือกประพันธุ์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร เขต 8 อ.สัตหีบ จ.ชลบุรี เสียชีวิตจากหัวใจล้มเหลวเฉียบพลัน เมื่อวันที่ 17 ก.ค.62 ที่ผ่านมา
     โดยมี พระครูเกษมกิตติโสภณ เจ้าอาวาสวัดสามัคคีบรรพต พระเถรานุเถระในพื้นที่อำเภอสัตหีบ พลเรือเอก นพดล สุภากร ผู้บัญชาการ กองเรือยุทธการ พลเรือโทพงษ์ศักดิ์ ภูรีโรจน์ อดีตผู้บัญชาการหน่วยบัญชาการนาวิกโยธิน พลเรือเอก ธนะกาญจน์ ใคร่ครวญ อดีตผู้บัญชาการหน่วยบัญชาการนาวิกโยธิน พลเรือโท นพดล ปัญญาโฉม ประธานกรรมการดำเนินการสหกรณ์ออมทรัพย์นาวิกโยธิน จำกัด นายวิทยา คุณปลื้ม นายกองค์การบริหารส่วนจังหวัดชลบุรี นางสติล คุณปลื้ม ประธานคณะกรรมการพัฒนาสตรีภาคกลาง นายณรงค์ชัย คุณปลื้ม นายกเทศมนตรีเมืองแสนสุข จ.ชลบุรี ตลอดจน สหกรณ์ออมทรัพย์นาวิกโยธิน จำกัด ,หมู่บ้านนาวีเฮาส์ ,คณะกรรมการพัฒนาสตรี อ.สัตหีบ,ลุ่มเพื่อนแม่สัตหีบ,รพ.หนองหญ้าไซ, ข้าราชการทหาร, ตำรวจ, องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น ,กำนันผู้ใหญ่บ้านอำเภอสัตหีบ,นักธุรกิจ, ญาติพี่น้อง, ประชาชนชาวอำเภอสัตหีบและใกล้เคียง และแขกผู้มีเกียรติจำนวนมากร่วมงานในพิธีสวดพระอภิธรรมศพ อย่างพร้อมเพรียง
     

สำหรับ ประวัติ พลเรือโท จำรัส เผือกประพันธุ์ เกิดเมื่อวันที่19 ธันวาคม 2492 ที่บ้านเลขที่ 33 หมู่ 7 ตำบลคำหยาด อำเภอโพธิ์ทอง จังหวัดอ่างทอง บิดาซื่อนายลด มารดาชื่อ นางผิว เผือกประพันธุ์ อาชีพเกษตรกร มีพี่น้องรวม 4 คน ได้แก่ พลเรือโท จำรัส เผือกประพันธุ์ นางอนงค์ ควงฉวี นางอรอุไร หล่อเหลี่ยม นายอนันทชัย เผือกประพันธุ์ (เสียชีวิต) สมรสกับ นางสุพัตรา เผือกประพันธ์ มีบุตรจำนวน 5 คน ได้แก่ นายชัยพร จริยธรรมานุกูล นายจีรศักดิ์ เผือกประพันธุ์ นายสุรชัย เผือกประพันธุ์ นายพงศ์พันธุ์ เผือกประพันธุ์ ดร.สะถิระ เผือกประพันธุ์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร เขต 8 จังหวัดชลบุรี ประวัติการศึกษาจบการศึกษาชั้นประถมศึกษา จากโรงเรียนวัดโพธิ์ทอง จบการศึกษาชั้นมัธยมศึกษาจากโรงเรียนวัดโพธิ์ทอง “จินดามณี”นักเรียนจ่าทหารเรือทหารเรือรุ่น 09 จบการศึกษาโรงเรียนเตรียมทหาร รุ่นที่ 11 นักเรียนนายเรือรุ่นที่ 68 เข้ารับการศึกษาหลักสูตรชั้นนายเรือนาวิกโยธิน พ.ศ.2519 หลักสูตรเสนาธิการทหารเรือ หลักสูตรวิทยาลัยเสนาธิการทหาร สำเร็จการฝึก หลักสูตรส่งทางอากาศนาวิกโยธิน ,หลักสูตรรบพิเศษแขนงการลาดตระเวนสะเทินน้ำสะเทินบกและจู่โจมนาวิกโยธิน ประวัติการรับราชการ เป็นว่าที่เรือตรี พรรคนาวิกโยธินกองทัพเรือเมื่อปีพุทธศักราช 2518 หลังจากนั้นได้เข้ารับ ราชการในหน่วยบัญชาการนาวิกโยธิน ที่อำเภอสัตหีบ จังหวัดชลบุรี จนเกษียณอายุราชการ ตำแหน่งที่สำคัญ ได้แก่ ผู้บังคับหมวดปืนเล็กกองร้อยปืนเล็กที่ 3กองพันทหารราบที่ 7 กรมนาวิกโยธิน ,ผู้บังคับกองร้อยปืนเล็กที่1 กองพันทหารราบที่7 กรมนาวิกโยธิน,ผู้บังคับหมวดปืนเล็กกองร้อยปืนเล็กที่2กองพันทหารราบที่7 กรมผสมนาวิกโยธิน,ผู้บังคับกองร้อยปืนเล็กที่2 กองพันทหารราบที่7 กรมนาวิกโยธิน ,ผู้บังคับกองพันทหารราบที่7กรมทหารราบที่ 3 กรมนาวิกโยธิน ,ผู้บังคับกองพันนักเรียนที่2ศูนย์ฝึกทหารใหม่ กรมยุทธศึกษาทหารเรือ ,หัวหน้าข่าว กองยุทธการและข่าว ฐานทัพเรือสัตหีบ,รองผู้บังคับการกรมทหาราบที่ 1 กองพลนาวิกโยธิน , ผู้อำนวยการกองอาชีวะสงเคราะห์ กรมสวัสดิการทหารเรือ , เสนาธิการกองพลนาวิกโยธิน , รองผู้บัญชาการกองพลนาวิกโยธิน , ประธานกรรมการสหกรณ์ออมทรัพย์นาวิกโยธิน จำกัด ขณะรับราชการได้รับพระราชทานสายสะพายเครื่องราชอิสริยาภรณ์อันมีเกียรติยิ่งมงกุฏไทย ชั้นมหาวชิรมงกุฎ (ม.ว.ม.) สายสะพายเส้นที่ 3
     ในการนี้ พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ พระราชทานโกศแปดเหลี่ยม พร้อมฉัตรเบญจาตั้งประดับ ปี่ กลองชนะประโคมเวลาพระราชทานน้ำหลวงอาบศพ และทรงรับศพอยู่ในพระบรมราชานุเคราะห์ มีพระพิธีธรรมสวดพระอภิธรรม กำหนด 3 คืน ตั้งแต่วันที่ 19-21 ก.ค.62 ในเวลา 19.30 น. วันที่ 22-26 พิธีสวดพระอภิธรรมศพ เวลา 19.30 น.ทุกคืน และวันเสาร์ที่ 27 กรกฎาคม 2562 เวลา 16.00 น. พิธีพระราชทานเพลิงศพ ภรรยา บุตร ญาติ สกุล “เผือกประพันธ์” ขอกราบเรียนและเรียนเชิญมาด้วยความเคารพ

ภาพ/ข่าว นิราช ทิพย์ศรี /นันทพล ทิพย์ศรี อ.สัตหีบ จ.ชลบุรี 0909535645
นายพรเทพ เขม้นเขตวิทย์ รายงานจากศูนย์ข่าวภาคตะวันออก