สำนักงานอัยการภาค 2 จัดพิธีลงนามถวายพระพรชัยมงคล เนื่องในโอกาสพระราชพิธีมหามงคลเฉลิมพระชนมพรรษา 4 รอบ สมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินี 3 มิถุนายน 2569

สำนักงานอัยการภาค 2 จัดพิธีลงนามถวายพระพรชัยมงคล เนื่องในโอกาสพระราชพิธีมหามงคลเฉลิมพระชนมพรรษา 4 รอบ สมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินี 3 มิถุนายน 2569

เวลา 09.30 น. วันที่ 9 มิถุนายน 2569 นายคำนึง วงษ์ทวีทรัพย์ อธิบดีอัยการภาค 2 พร้อมด้วยข้าราชการฝ่ายอัยการสำนักงานอัยการภาค 2 สำนักงานคดีศาลสูงภาค 2 สำนักงาน อัยการจังหวัดพัทยา สำนักงานอัยการคดีศาลแขวงพัทยา สำนักงานอัยการคุ้มครองสิทธิ (สาขาพัทยา) ร่วมพิธีลงนามถวายพระพรชัยมงคล สมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินี เนื่องในโอกาส วันเฉลิมพระชนมพรรษา 3 มิถุนายน 2569 เพื่อแสดงความจงรักภักดี และน้อมสำนึกใน พระมหากรุณาธิคุณ ณ บริเวณโถงชั้น 1 สำนักงานอัยการภาค 2 อำเภอสัตหีบ จังหวัดชลบุรี

ในการนี้ สำนักงานอัยการสูงสุด กำหนดให้จัดกิจกรรมเฉลิมพระเกียรติในโอกาสพระราชพิธีมหามงคลเฉลิมพระชนมพรรษาฯ 4 รอบ โดยให้หน่วยงานในสังกัดสำนักงานอัยการสูงสุด ข้าราชการฝ่ายอัยการและบุคลากรของสำนักงานอัยการสูงสุด ดำเนินการเกี่ยวกับการจัดกิจกรรมเฉลิมพระเกียรติฯ ดังนี้ ตกแต่งสถานที่ประดับพระฉายาลักษณ์ สมเด็จพระนางเจ้าฯ
พระบรมราชินี พร้อมเครื่องราชสักการะ จัดพิธีลงนามถวายพระพรสำหรับข้าราชการฝ่ายอัยการและบุคลากรของสำนักงานอัยการสูงสุด


ภาพข่าว/อำนวยชัย มลิลา
นายโยธิน พรมแตง
บรรณาธิการข่าวอาวุโส สำนักข่าวความมั่นคง รายงาน

บันทึกผ่านเลนส์เป็นประวัติศาตสร์ ภาพถ่ายจากสมรภูมิ

ไม่จำเป็นต้องเป็นมืออาชีพ เพราะสิ่งที่ลั่นชัตเตอร์ในวันนั้นคือ “หัวใจ” และ “สถานการณ์จริง” นี่คือภาพถ่ายจากทหารที่อยู่ในเหตุการณ์จริง แม้พวกเขาจะไม่ใช่ช่างภาพอาชีพ แต่ทุกชัตเตอร์ที่กดลงไปได้ทำหน้าที่ปกป้องและบันทึก ‘หน้าประวัติศาสตร์ที่สำคัญที่สุด’ ของชาติไทย ภาพเหล่านี้บ่งชี้ถึงความสามัคคี ความกล้าหาญ และจิตวิญญาณของทหารไทยที่ไม่เคยยอมแพ้

#กองทัพบก #RTAกองทัพภาคที่2 #บันทึกผ่านเลนส์เป็นประวัติศาตสร์ #combatcamera #ศูนย์ประชาสัมพันธ์กองทัพภาคที่2


พรพิพัฒนื รายงาน

กองทัพภาคที่ 2 รวมพลังปลูกป่า-หญ้าแฝก 1.2 แสนกอ พัฒนาอ่างเก็บน้ำในค่ายสุรนารี เฉลิมพระเกียรติสมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินี

กองทัพภาคที่ 2 รวมพลังปลูกป่า-หญ้าแฝก 1.2 แสนกอ พัฒนาอ่างเก็บน้ำในค่ายสุรนารี เฉลิมพระเกียรติสมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินี

พลโท วีระยุทธ รักศิลป์ แม่ทัพภาคที่ 2 เป็นประธานเปิดกิจกรรมจิตอาสาพัฒนาปลูกต้นไม้และหญ้าแฝก ณ อ่างเก็บน้ำและสวนสุขภาพอิสระภักดี ค่ายสุรนารี อำเภอเมืองนครราชสีมา เพื่อเฉลิมพระเกียรติและน้อมสำนึกในพระมหากรุณาธิคุณ สมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินี เนื่องในโอกาสวันเฉลิมพระชนมพรรษา 3 มิถุนายน 2569

กิจกรรมครั้งนี้ กองพลทหารราบที่ 3 ได้ร่วมแรงร่วมใจกำลังพล ครอบครัว และประชาชนรอบค่ายกว่า 400 คน ร่วมกันปรับปรุงสภาพแวดล้อมและเพิ่มพื้นที่สีเขียว โดยมีกิจกรรมสำคัญ 3 ส่วน คือ

  • ปลูกไม้ยืนต้น 380 ต้น: รอบอ่างเก็บน้ำและแนวลู่วิ่ง (ต้นสาธร, อินทนิล, กัลปพฤกษ์, เสลา, ทองอุไร และชะแมบทอง)
  • ปลูกหญ้าแฝก 120,000 กอ: บริเวณพื้นที่ลาดเอียงริมอ่างเก็บน้ำ เพื่อยึดเกาะและป้องกันการพังทลายของหน้าดิน
  • ฝึกอบรมกู้ชีพขั้นพื้นฐาน: ให้ความรู้เรื่องการทำ CPR, การใช้เครื่อง AED และวิธีช่วยเหลือคนจมน้ำ เพื่อสร้างความปลอดภัยให้ผู้มาใช้บริการสวนสุขภาพ

งานนี้สำเร็จลงได้ด้วยความร่วมมือจากทุกภาคส่วนที่สนับสนุนพันธุ์กล้าไม้และหญ้าแฝก รวมถึงทีมวิทยากรและอุปกรณ์ฝึกอบรมจากโรงพยาบาลและหน่วยกู้ภัยในพื้นที่ (ศูนย์เพาะชำกล้าไม้นครราชสีมา/อุดรธานี, สถานีพัฒนาที่ดินนครราชสีมา, โรงพยาบาลค่ายสุรนารี, โรงพยาบาล ป.แพทย์, ปภ.เขต 5 และมูลนิธิพุทธธรรม 31)

กองทัพภาคที่ 2 ขอขอบคุณทุกภาคส่วนที่ร่วมแรงร่วมใจพัฒนาพื้นที่แห่งนี้ให้เป็นปอดและสวนสุขภาพที่ปลอดภัยของชุมชนอย่างแท้จริง

#วันเฉลิมพระชนมพรรษา #จิตอาสาพระราชทาน 3กองทัพภาคที่2 #กองทัพบก #RTA


พรพิพัฒน์ รายงาน

กองทัพภาคที่ 2 นำร่องกองทัพบก! ปั้นทหารใหม่สู่ยุคดิจิทัลจัดการแข่งขันอากาศยานไร้คนขับ

กองทัพภาคที่ 2 นำร่องกองทัพบก! ปั้นทหารใหม่สู่ยุคดิจิทัลจัดการแข่งขันอากาศ ยานไร้คนขับ

พล.ท. วีระยุทธ รักศิลป์ แม่ทัพภาคที่ 2 เป็นประธานในพิธีมอบรางวัลและปิดการแข่งขันอากาศยานไร้คนขับเบื้องต้น สำหรับทหารใหม่ ผลัดที่ 1/69 เมื่อวันที่ 8 มิถุนายน 2569 โดย ศูนย์อากาศยานไร้คนขับ กองทัพภาคที่ 2 ณ สนามฝึก กรมทหารราบที่ 23 ค่ายสุรธรรมพิทักษ์ จังหวัดนครราชสีมา

กองทัพภาคที่ 2 ถือเป็นหน่วยนำร่องของกองทัพบกที่ให้ความสำคัญกับการฝึกใช้อากาศ ยานไร้คนขับ โดยมีเป้าหมายเพื่อเสริมสร้างทักษะการบินเบื้องต้น และการประยุกต์ใช้ทางยุทธวิธี เพื่อให้ทหารใหม่ทุกนายสามารถนำองค์ความรู้ไปพัฒนาต่อยอด เป็นกำลังสำคัญที่เข้มแข็งของกองทัพบกต่อไป


พรพิพัฒน์ รายงาน

“ปราสาทตาควาย–เนิน 350” คึกคัก เปิดชมอีกครั้ง 13–14 มิ.ย. 69

การเปิดแหล่งท่องเที่ยวเชิงประวัติศาสตร์รอบแรก ระหว่างวันที่ 6 – 7 มิถุนายน 2569 ได้รับความสนใจจากนักท่องเที่ยวอย่างล้นหลาม มีผู้เข้าชมกว่า 3,000 คน ร่วมสัมผัสเสน่ห์ของแหล่งเรียนรู้ทางประวัติศาสตร์ วัฒนธรรม และธรรมชาติแห่งใหม่ของพื้นที่ชายแดนไทย

สำหรับท่านที่พลาดโอกาสในรอบแรก ไม่ต้องเสียดาย! ยังมีรอบเปิดให้นักท่องเที่ยวเข้าชมอีกครั้งในวันที่ 13 – 14 มิถุนายน 2569

ขอเชิญชวนพี่น้องประชาชน นักท่องเที่ยว และผู้สนใจ ร่วมเดินทางมาเยี่ยมชม “ปราสาทตาควาย – เนิน 350” สัมผัสความงดงามของโบราณสถาน เรียนรู้เรื่องราวทางประวัติศาสตร์ และเก็บภาพความประทับใจไปพร้อมกัน วันที่ 13 – 14 มิถุนายน 2569 ปราสาทตาควาย – เนิน 350
แล้วพบกันนะครับ

ปราสาทตาควาย #เนิน350 #ท่องเที่ยวเชิงประวัติศาสตร์ #เที่ยวไทย #UnseenThailand #กองกำลังสุรนารี #กองทัพภาคที่2 #RTA


พรพิพัฒน์ รายงาน

“Seamless Care for All” เขตสุขภาพที่ 10 เปิดเวทีวิชาการใหญ่แห่งปีที่มุกดาหาร ยกระดับระบบสุขภาพไร้รอยต่อ เชื่อมบริการทุกระดับ ดูแลประชาชนทุกช่วงวัย

มุกดาหาร – ผู้ตรวจราชการกระทรวงสาธารณสุข เขตสุขภาพที่ 10 เปิดการประชุมวิชาการประจำปี 2569 ชูแนวคิด “บูรณาการสุขภาพ ดูแลทุกวัย ห่วงใยไร้รอยต่อ” ระดมบุคลากรสาธารณสุข 5 จังหวัดกว่า 400 คน ร่วมแลกเปลี่ยนองค์ความรู้ งานวิจัย และนวัตกรรมด้านสุขภาพกว่า 200 ผลงาน

เมื่อวันที่ 8 มิถุนายน 2569 ที่โรงแรมมุกดาหาร แกรนด์ โฮเทล อำเภอเมืองมุกดาหาร จังหวัดมุกดาหาร มีพิธีเปิดการประชุมวิชาการเขตสุขภาพที่ 10 ประจำปีงบประมาณ 2569 ภายใต้แนวคิด “Seamless Care for All : บูรณาการสุขภาพเขต 10 ดูแลทุกวัย ห่วงใยไร้รอยต่อ” โดยมี นพ.ธิติ แสวงธรรม ผู้ตรวจราชการกระทรวงสาธารณสุข เขตสุขภาพที่ 10 เป็นประธานในพิธีเปิด พร้อมด้วยผู้บริหารสาธารณสุขระดับเขตและระดับจังหวัด บุคลากรทางการแพทย์ นักวิชาการ และภาคีเครือข่ายด้านสุขภาพจาก 5 จังหวัดในเขตสุขภาพที่ 10 เข้าร่วมกว่า 400 คน

ก่อนพิธีเปิด นพ.ณรงค์ จันทร์แก้ว นายแพทย์สาธารณสุขจังหวัดมุกดาหาร ในฐานะเจ้าภาพการจัดงาน ได้กล่าวรายงานถึงความเป็นมาและวัตถุประสงค์ของการประชุมว่า การประชุมวิชาการเขตสุขภาพที่ 10 จัดขึ้นอย่างต่อเนื่องเป็นประจำทุกปี เพื่อเปิดโอกาสให้บุคลากรทางการแพทย์และสาธารณสุขทุกสาขาวิชาชีพ ได้เผยแพร่ผลงานวิจัย นวัตกรรม และองค์ความรู้ทางวิชาการ ตลอดจนแลกเปลี่ยนประสบการณ์การปฏิบัติงาน เพื่อยกระดับคุณภาพระบบบริการสาธารณสุขให้มีประสิทธิภาพและยั่งยืน

ทั้งนี้ สำนักงานสาธารณสุขจังหวัดมุกดาหาร และโรงพยาบาลมุกดาหาร ได้รับมอบหมายจากสำนักงานเขตสุขภาพที่ 10 ให้เป็นเจ้าภาพหลักในการจัดประชุมครั้งนี้ โดยได้รับการสนับสนุนงบประมาณจากสำนักงานเขตสุขภาพที่ 10 และกำหนดวัตถุประสงค์สำคัญไว้ 3 ประการ ได้แก่

  1. บูรณาการการทำงานและเชื่อมโยงเครือข่ายบริการสุขภาพ ทั้งภาครัฐ ภาคเอกชน และองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น ในพื้นที่เขตสุขภาพที่ 10 ซึ่งประกอบด้วยจังหวัดอุบลราชธานี ศรีสะเกษ ยโสธร อำนาจเจริญ และมุกดาหาร ให้สามารถดำเนินงานร่วมกันอย่างมีประสิทธิภาพ
  2. ยกระดับการดูแลสุขภาพเชิงรุกครอบคลุมทุกช่วงวัย ตั้งแต่กลุ่มแม่และเด็ก วัยเรียน วัยรุ่น วัยทำงาน ไปจนถึงผู้สูงอายุและผู้ป่วยระยะประคับประคอง
  3. ลดความเหลื่อมล้ำในการเข้าถึงบริการสุขภาพ โดยมุ่งเน้นการนำเทคโนโลยีและระบบส่งต่อที่มีประสิทธิภาพมาใช้ เพื่อให้ประชาชนได้รับบริการที่รวดเร็ว ปลอดภัย และเท่าเทียม

ด้าน นพ.ธิติ แสวงธรรม ผู้ตรวจราชการกระทรวงสาธารณสุข เขตสุขภาพที่ 10 กล่าวว่า ปัจจุบันระบบสาธารณสุขของประเทศไทยกำลังเผชิญกับความท้าทายหลายประการ ทั้งการเข้าสู่สังคมผู้สูงอายุอย่างสมบูรณ์ การเพิ่มขึ้นของโรคไม่ติดต่อเรื้อรัง (NCDs) และความคาดหวังของประชาชนต่อคุณภาพบริการด้านสุขภาพที่สูงขึ้นอย่างต่อเนื่อง

การพัฒนาระบบสุขภาพในอนาคตจึงจำเป็นต้องอาศัยการบูรณาการการทำงานอย่างไร้รอยต่อ ทั้งในมิติของหน่วยบริการ ตั้งแต่ระดับปฐมภูมิ ทุติยภูมิ และตติยภูมิ รวมถึงการเชื่อมโยงความร่วมมือจากทุกภาคส่วน ทั้งภาครัฐ ภาคเอกชน และองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น เพื่อให้ประชาชนสามารถเข้าถึงบริการสาธารณสุขที่มีคุณภาพได้อย่างทั่วถึง

“แนวคิด Seamless Care for All สอดคล้องกับนโยบายสำคัญของกระทรวงสาธารณสุข ที่มุ่งลดความเหลื่อมล้ำในการเข้าถึงบริการ ยกระดับคุณภาพบริการสุขภาพทุกระดับ และนำเทคโนโลยีดิจิทัลมาพัฒนาระบบสุขภาพ ภายใต้แนวทาง ‘หมอไม่ล้า ประชาชนไม่รอ เชื่อมต่อทุกบริการผ่านเทคโนโลยี’” นพ.ธิติ กล่าว

สำหรับการประชุมครั้งนี้จัดขึ้นระหว่างวันที่ 8–9 มิถุนายน 2569 โดยมีกิจกรรมสำคัญประกอบด้วย การนำเสนอผลงานวิชาการประเภท Oral Presentation และ E-Poster Presentation รวมกว่า 200 ผลงาน การจัดนิทรรศการนวัตกรรมเด่นจากทั้ง 5 จังหวัดในเขตสุขภาพที่ 10 การบรรยายพิเศษจากผู้ทรงคุณวุฒิ ตลอดจนเวทีแลกเปลี่ยนเรียนรู้ด้านการพัฒนาระบบสุขภาพในมิติต่าง ๆ

ผู้เข้าร่วมประชุมประกอบด้วยคณะผู้บริหาร ผู้ทรงคุณวุฒิ แพทย์ พยาบาล บุคลากรสาธารณสุข และภาคีเครือข่ายที่เกี่ยวข้อง รวมทั้งสิ้นกว่า 400 คน โดยมีเป้าหมายร่วมกันในการพัฒนาระบบบริการสุขภาพให้สามารถตอบสนองต่อความต้องการของประชาชนได้อย่างมีประสิทธิภาพและยั่งยืน

การประชุมวิชาการเขตสุขภาพที่ 10 ประจำปีงบประมาณ 2569 ในครั้งนี้ นับเป็นเวทีสำคัญในการรวบรวมองค์ความรู้ งานวิจัย และนวัตกรรมด้านสุขภาพ เพื่อนำไปสู่การพัฒนาระบบบริการสาธารณสุขของภาคตะวันออกเฉียงเหนือตอนล่างให้มีคุณภาพมากยิ่งขึ้น พร้อมรอง รับการเปลี่ยนแปลงทางสังคมและโครงสร้างประชากรในอนาคต อันจะนำไปสู่เป้าหมายสูงสุด คือ การสร้างสุขภาวะที่ดีให้แก่ประชาชนทุกช่วงวัยอย่างทั่วถึง เท่าเทียม และยั่งยืน


จ.มุกดาหาร – ทรงสิทธิ์ สาระกิจ
โทร. 098-869-9888

ระทึกกลางแยก ! เก๋งคุณยายวัย 66 ควันท่วมใต้กระโปรงรถ โชคดี ปภ.มุกดาหาร ระงับเหตุทันท่วงที รอดหวุดหวิด 5 ชีวิต

มุกดาหาร — ระทึกกลางแยก! เก๋งคุณยายวัย 66 ควันท่วมใต้กระโปรงรถ โชคดี ปภ.มุกดาหาร รณรงค์หมวกนิรภัยอยู่ใกล้ สามารถระงับเหตุใว้ทันท่วงที รอดหวุดหวิด 5 ชีวิต

เมื่อเวลา 08.30 น. วันที่ 8 มิ.ย. 2569 นายอดุลย์ ศิริมันต์ หัวหน้าป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย เทศบาลเมืองมุกดาหาร (หน.ปภ.ทม.มุกดาหาร) ได้นำกำลังเจ้าหน้าที่งานป้องกันฯ และเจ้าหน้าที่เทศกิจ ร่วมกันตั้งจุดออกรณรงค์ “ขับขี่ปลอดภัย สวมใส่หมวกนิรภัย 100%” บริเวณสี่แยก ธ.ก.ส. มุกดาหาร เพื่อกวดขันวินัยจราจรและสร้างความปลอดภัยให้กับผู้ใช้รถใช้ถนนในพื้นที่

ต่อมาในเวลา 09.00 น. ระหว่างที่เจ้าหน้าที่กำลังปฏิบัติงานอยู่นั้น ได้มีรถยนต์เก๋งคันหนึ่งขับเข้ามาบริเวณแยก ธ.ก.ส. และเกิดสิ่งผิดปกติขึ้นอย่างรุนแรง เมื่อมีกลุ่มควันหนาทึบพวยพุ่งออกมาจากใต้ฝากระโปรงหน้ารถอย่างน่ากลัว สร้างความตื่นตระหนกให้กับผู้สัญจรไปมา

เมื่อ นายอดุลย์ ศิริมันต์ เห็นเหตุการณ์วิกฤติตรงหน้า จึงไม่รอช้า สั่งการให้คนขับนำรถเข้าจอดแอบข้างทางในจุดที่ปลอดภัยทันที พร้อมทั้งประสานรถดับเพลิงในสังกัด ทม.มุกดาหาร ให้รีบเดินทางมายังจุดเกิดเหตุเพื่อฉีดพรมน้ำลดความร้อนและสกัดกั้นไม่ให้เปลวไฟลุกไหม้ลุกลามได้อย่างทันท่วงที

จากการตรวจสอบภายในรถ พบว่ามีผู้โดยสารนั่งรวมกันมาทั้งหมด 5 ชีวิต โดยมี นางถวิล มองขัน อายุ 66 ปี เป็นคนขับ เดินทางมาจากตำบลชะโนด อำเภอหว้านใหญ่ จังหวัดมุกดาหาร เพื่อพากันไปติดต่อราชการที่สำนักงานพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์จังหวัดมุกดาหาร (พมจ.) แต่กลับมาประสบเหตุดังกล่าวเสียก่อน

เหตุการณ์ในครั้งนี้ นับเป็นความโชคดีอย่างถึงที่สุด ที่ในขณะเกิดเหตุเป็นช่วงเวลาที่เจ้าหน้าที่ ปภ. และเทศกิจ กำลังตั้งจุดรณรงค์ป้องกันอุบัติเหตุทางถนนอยู่ในบริเวณนั้นพอดี ทำให้สามารถเข้าควบคุมสถานการณ์และระงับเหตุร้ายไว้ได้อย่างรวดเร็ว ส่งผลให้ทั้ง 5 ชีวิตปลอดภัย ไม่มีใครได้รับบาดเจ็บ

ส่วนสาเหตุของควันพวยพุ่งคาดว่าเกิดจากระบบเครื่องยนต์หรือระบบไฟฟ้ารถยนต์ขัดข้อง ซึ่งจะได้ตรวจสอบอย่างละเอียดต่อไป


วีระชัย บทมาตย์
ข่าวสาธารณะ รายงาน

หลอนเผานั่งยางตัวเอง ถามแม่ไปตายด้วยไหม พร้อมคำลา “ไปก่อนเด้อ” โอกาสรอดแค่ 10 %

นครพนม – หลอนเผานั่งยางตัวเอง ถามแม่ไปตายด้วยไหม พร้อมคำลา “ไปก่อนเด้อ” โอกาสรอดแค่ 10 %

วันที่ 7 มิถุนายน 2569 เวลาประมาณ 13.00 น. ร.ต.ท.ณัฐพงษ์ ประเสริฐสังข์ รองสารวัตรสอบสวน สภ.หนองฮี อ.ปลาปาก จ.นครพนม ได้รับแจ้งจากนายเด่นศักดิ์ วงศ์ตาขน อายุ 46 ปี ผู้ใหญ่บ้านหนองเทาน้อย หมู่ที่ 2 ต.หนองเทาใหญ่ ว่า เกิดเหตุคนคลุ้มคลั่งใช้น้ำมันเบน ซินราดและจุดไฟเผาตัวเองในห้องน้ำบ้านเลขที่ 70 หมู่ 2 จึงเดินทางไปตรวจสอบ เบื้องต้นผู้ก่อเหตุถูกนำตัวส่งโรงพยาบาลปลาปาก ทราบว่าชื่อนายวศกร บุญก้อน หรือจัด อายุ 40 ปี โดยมีนางลำพร บุญก้อน อายุ 70 ปี ผู้เป็นแม่ที่ยังอยู่ในอาการตกใจ ญาติต้องคอยพยุงไว้ตลอดเวลา พร้อมกับพาไปชี้จุดเกิดเหตุที่อยู่ภายในห้องน้ำ มียางรถยนต์ที่มีร่องรอยไฟไหม้ และแกลลอนน้ำมันขนาด 5 ลิตร จึงบันทึกไว้เป็นหลักฐาน

นางลำพรเล่าว่า นายจัดผู้ก่อเหตุเป็นลูกคนที่ 4 ในจำนวนพี่น้อง 5 คน แต่ก่อนก็เป็นคนดีคนหนึ่ง ภายหลังเข้าไปยุ่งเกี่ยวกับยาเสพติด จนเมียทนอยู่ด้วยไม่ได้ จากนั้นก็เริ่มมีอาการผิดไป จากเดิม และหนักขึ้นเรื่อยๆ จนไม่มีใครเข้าใกล้ แต่ไม่เคยทำร้ายใคร ก่อนจะจุดไฟเผานั่งยางตัวเอง ตอนค่ำวานนี้ (6 มิย.) นายจัดลูกชายมีอาการหลอน บอกให้แม่ไปหาที่หลบ เพราะจะมีคนมาตามฆ่า รุ่งเช้าก็จะเก็บตัวเงียบอยู่ในบ้าน กระทั่งตอนเที่ยงก็เดินออกมาถามแม่ว่า “จะไปฆ่าตัวตาย แม่จะไปตายด้วยไหม” ตนจึงบอกไปแม่รักลูกยิ่งกว่าดวงตา และไม่ให้ลูกไปไหนทั้งสิ้น ก่อนนายจัดจะคว้าแกลลอนน้ำมันที่พ่อเขาสำรองไว้ตัดหญ้า เดินเข้าไปในห้องน้ำ พร้อมคำพูดว่า “ไปก่อนเด้อ” แต่ไม่มีใครกล้าตามไปดูเพราะกลัวถูกทำร้าย สักพักก็มีเสียงไฟลุกพรึ่บในห้องน้ำ พร้อมกับร่างนายจัดผลักประตูห้องน้ำออกมานอนดิ้นด้วยความเจ็บปวด พวกญาติๆ รีบนำน้ำมาดับ พบสภาพนายจัดที่สวมเสื้อยืดกางเกงยีนส์ มีแผลพุพองจากรอยไฟไหม้ไปทั้งตัว จึงแจ้งผู้ใหญ่บ้านนำส่งโรงพยาบาลปลาปาก ซึ่งจากอาการดังกล่าว นายจัดคนเจ็บมีแผลไฟไหม้ทั้งร่าง ทางโรงพยาบาลต้องส่งตัวไปรักษายัง จ.อุดรฯ เพราะมีห้องปลอดเชื้อสำหรับคนไข้จากแผลไฟไหม้เฉพาะ โดยมีโอกาสรอดชีวิตแค่ 10 เปอร์เซ็นต์เท่านั้น

ด้าน นางสาวสิรินรัตน์ ซาเสน อายุ 42 ปี พี่สาวนายจัด ยอมรับว่าน้องชายตกเป็นทาสยาเสพติด แสดงอาการตั้งแต่เช้าถึงตอนเที่ยงก็บอกกับแม่จะไปฆ่าตัวตาย พวกญาติก็คิดว่าเป็นการพูดเล่น จนเกิดเหตุขึ้นจริงๆจึงวิ่งหาน้ำไปดับ ตอนแรกน้องชายยังพอพูดได้ พอนำขึ้นรถกู้ชีพน้องก็หมดสติ เบื้องต้นคาดเกิดจากอาการคลุ้มคลั่ง ทำให้ประสาทหลอน รวมทั้งมียางรถ ยนต์เก่าวางอยู่หน้าห้องน้ำ คนเจ็บจึงนำเข้าไปปิดประตู ราดน้ำมันและจุดไฟเผาตัวเอง


เทพข่าวร้อน & เพลิงพระกาฬ สำนักข่าวความมั่นคงจังหวัดนครพนม รายงาน

ไทย-เกาหลี- ญี่ปุ่น-อเมริกา ร่วมลงนาม MOU ด้านการค้า เทคโนโลยี และวัฒนธรรม บนเวที IDCO GLOBAL MEETING 2026

ไทย-เกาหลี- ญี่ปุ่น-อเมริกา ร่วมลงนาม MOU ด้านการค้า เทคโนโลยี และวัฒนธรรม บนเวที IDCO GLOBAL MEETING 2026

การจัดงาน “IDCO GLOBAL MEETING 2026” ภายใต้แนวคิด “WORLD MEET THAILAND” จัดขึ้นอย่างยิ่งใหญ่ ท่ามกลางบรรยากาศแห่งความร่วมมือระดับนานาชาติ โดยมีนักธุรกิจ ผู้นำองค์กร และแขกผู้มีเกียรติจากหลายชาติเข้าร่วมงานอย่างคับคั่ง อาทิเช่น ไทย, เกาหลีใต้, ญี่ปุ่น, อเมริกา, อินเดีย, เนปาล, อินโดนีเซีย และอีกหลายๆ ประเทศร่วมงาน เมื่อวันที่ 7 มิถุนายน 2569 ที่ห้องประชุมชั้น 3 สโมสรกองทัพบก ถ.วิภาวดีรังสิต กรุงเทพฯ
โดยงานนี้ ประเทศไทย,เกาหลีใต้และญี่ปุ่น ร่วมเป็นเจ้าภาพจัดงาน

สำหรับพิธีเปิดงานได้รับเกียรติจาก ดร.จุฬาภัสส์ พิทักษ์เศรษฐการ ประธานผู้จัดงาน กล่าวต้อนรับผู้เข้าร่วมงาน พร้อมกล่าวถึงบทบาทสำคัญของ IDCO ในการเป็นศูนย์กลางเชื่อมโยงความร่วมมือด้านเศรษฐกิจ การทูต เทคโนโลยี และการพัฒนาในระดับนานาชาติ

จากนั้น พลเอกชนาธิป บุนนาค ประธานในงานพิธี ได้กล่าวเปิดงานอย่างเป็นทางการ พร้อมเน้นย้ำถึงการสร้างเครือข่ายพันธมิตรระหว่างประเทศ เพื่อผลักดันประเทศไทยสู่ศูนย์กลางความร่วมมือแห่งภูมิภาคเอเชีย

ภายในงานยังได้รับเกียรติจาก “จุน ชินโด” ประธานผู้ดำเนินรายการ ที่ทำหน้าที่ดำเนินพิธีอย่างมืออาชีพ และ “ยู ฮี ยอง” ประธานผู้ดำเนินรายการ อดีตประธานสถานีวิทยุกระจายเสียง KBS ประเทศเกาหลีใต้ ที่ร่วมกล่าวแสดงความยินดี พร้อมสนับสนุนความร่วมมือด้านสื่อและวัฒนธรรมระหว่างประเทศ

สำหรับช่วงสำคัญที่ได้รับความสนใจเป็นอย่างมาก คือ “พิธีลงนามบันทึกข้อตกลงความร่วมมือ (MOU) ระหว่างประเทศไทย,สาธารณรัฐเกาหลี และ ประเทศญี่ปุ่น โดย บริษัท คอร์ โอเทค โซลูชั่น จำกัด และ ประเทศสหรัฐอเมริกา ซึ่งถือเป็นอีกก้าวสำคัญของการสร้างความร่วมมือเชิงยุทธศาสตร์ด้านเศรษฐกิจ เทคโนโลยี พลังงานสะอาด และการพัฒนาสินค้าเกษตรคุณภาพสู่ตลาดโลก

นอกจากนี้ ภายในงานยังมีพิธีมอบรางวัลเกียรติยศแก่บุคคลระดับ VVIP และ VIP รวมถึงพิธีมอบรางวัล HERO BUSINESS AWARD 2026 ให้แก่บุคคลและองค์กรที่มีผลงานโดดเด่น ตลอดจนการแสดงศิลปวัฒนธรรมไทยและการแสดงจากนานาชาติ ที่ช่วยสะท้อนเสน่ห์และพลังของประเทศไทยสู่สายตาชาวโลก

IDCO GLOBAL MEETING 2026 จึงไม่เพียงเป็นเวทีแห่งเกียรติยศ แต่ยังเป็นสัญลักษณ์ของการเปิดประตูสู่ความร่วมมือระดับโลกอย่างเป็นรูปธรรม

อนึ่ง มีเทปบันทึกรายการนี้ ออกอากาศ ททบ.5 ในวันที่ 10 มิ.ย.2569 นี้ เวลา 10.20-11.15 น.


สุรเชษฐ ศิลานนท์ รายงาน

รายการมวยไทย SUPER CHAMP พรีเซ็นเต็ดบายวันก่อเกียรติ ท่ามกลางแขกผู้มีเกียรติและแฟนกำปั้น ที่เวทีมวย World Siam Stadium ตะวันนา กรุงเทพฯ

ศักดิ์สรณ์ แก้วเฟื่อง กำปั้นจอมพลิ้วจากสุโขทัย ผ่านเข้ารอบรองชนะเลิศตาม เอ็ม 16 บ้านแรมบ้า จอมลุยจากชลบุรีเป็นคนที่สอง หลังชนะคะแนน ชนะภูมิ ชูตระกูล จากนครปฐม “มวยรอบสากล มุ่งแชมป์เปี้ยนโลก”

เมื่อวันที่ 6 มิ.ย.2569 ที่ เวทีมวย World Siam Stadium ตะวันนา กรุงเทพฯ : ในการแข่งขันมวยไทย SUPER CHAMP พรีเซ็นเต็ดบายวันก่อเกียรติ ร่วมจัดโดย”เสี่ยโก้” นายก่อเกียรติ พาณิชยารมณ์ โปรโมเตอร์มวยโลกเจ้าของรางวัลยอดเยี่ยมเอเชีย 3 สถาบัน และ “เสี่ยอู๊ด” นายสรวีร์ ฤทธิชัย ผู้บริหารวันก่อเกียรติและโปรโมเตอร์เวทีลุมพินี วันนี้มวยรอบสากล ก่อเกียรติมุ่งแชมป์เปี้ยนโลก กลับมาดวลกันต่อในรอบรองชนะเลิศรุ่น 115-117 ปอนด์พร้อมมวยไทย 3 ยกสุดเดือดอีก 7 คู่ ซึ่งนัดนี้โปรโมเตอร์ผู้ร่วมจัดถึงคิวโปรโมเตอร์เมืองเหนือ ป๋อง ลำปาง รับหน้าที่ประกบคู่มวยที่เน้นความดุเดือด เร้าใจ และชกกันสนุก

โดยได้รับเกียรติจากแขกผู้มีเกียรติ, ผู้บริหารภาคเอกชน และแฟนกำปั้นชาวไทยและต่างชาติเข้าชมเป็นจำนวนมาก และถ่ายทอดสดทั่วประเทศเวลา 17.30-20.00 น. ทางช่อง 8 กด 27 โดยการแข่งขันมวยไทย SUPER CHAMP พรีเซ็นเต็ดบายวันก่อเกียรติ ประจำวันเสาร์ที่ 6 มิ.ย.69 มีผลการแข่งขันดังนี้

  • คู่ที่ 1 มวยรอบสากล ก่อเกียรติมุ่งแชมป์เปี้ยนโลก พิกัด 115-117 ปอนด์ (6 ยก) รอบรองชนะเลิศ ชนะภูมิ ชูตระกูล กำปั้นหนุ่มวัย 16 ปีเจ้าของสถิติชนะรวด 5 นัดรวดจากนครปฐม พบกับ ศักดิ์ศรณ์ แก้วเฟื่อง กำปั้นวัย 17 ปีจากสุโขทัยที่ผ่านสังเวียนมา 3 นัดพร้อมสถิติชนะรวด 3 นัดเช่นกัน คู่นี้ออกหมัดแลกกันสนุกตลอด 6 ยกแต่ ศักดิ์ศรณ์ โชว์ลีลาพลิ้วในการเคลื่อนไหวการเข้าทำและ การตั้งรับครบ 6 ยกกรรมการรวมคะแนนแล้วชูมือให้ ศักดิ์ศรณ์ แก้วเฟื่อง จากสุโขทัยชนะคะแนนผ่านเข้ารอบรองชนะเลิศเป็นคนที่ 2 ตาม เอ็ม 16 บ้านแรมบ้า จากชลบุรี
  • คู่ที่ 2 มวยไทย 3 ยกพิกัด 56 ก.ก หนึ่งในแฝดสยามจากปราจีนบุรี จอมน้อย พ.เพชรพิทักษ์ แฝดผู้น้องดวลเดือดกับ เพชรอานนท์ ก้องจักรวาลมวยไทย นักมวยไทยดาวรุ่งวัย 16 ปีจาก สปป.ลาว เจ้าของสถิติชนะรวด 12 นัด ยกแรก เพชรอานนท์ ยิงหมัดซ้ายตรงส่ง จอมน้อย ลงไปให้กรรมการนับ 8 จากนั้นคุมเกมไว้ได้เหนือกว่าก่อนจัดอาวุธมวยไทยชุดใหญ่ใส่ จอมน้อย ในยกที่ 3 ก่อนชนะน็อคเพิ่มสถิติชนะ 13 นัดรวด
  • คู่ที่ 3 มวยไทย 3 ยกพิกัด 64 ก.ก. จอมใหญ่ พ.เพชรพิทักษ์ แฝดผู้พี่พบ ไรอัน สมิธ จากออสเตรเลียที่โชว์อาวุธมวยไทยครบเครื่องก่อนถีบจิกเข้าลิ้นปี่จน จอมใหญ่ คายฟันยางลงไปให้กรรมการนับ 10 ไรอัน สมิธ จากออสเตรเลีย ชนะน็อคไปในยกแรก
  • คู่ที่ 4 มวยไทย 3 ยกพิกัด 65 ก.ก. รุ่งลำพอง พยัคฆ์ภูหลวง นักมวยไทยดาวรุ่งวัย 16 ปีเตรียมตัวมาดีรูปร่างสูงยาว ใช้ความได้เปรียบโจมตีด้วยลูกเตะสูงใส่ คอลลี่ ศศิประภายิม นักมวยไทยชาวโมร็อคโกตลอด 3 ยกก่อนชนะคะแนนไป
  • คู่ที่ 5 มวยไทย 3 ยกพิกัด 55 ก.ก. กิตติศักดิ์ จิ้มแจ่มบ็อกซิ่ง ชนะน็อคยก 2 เพชรเวียงจันทร์ สิงห์มนัสศักดิ์ นักมวยไทยจาก สปป.ลาว
  • คู่ที่ 6 คู่เอกมวยไทย 3 ยกพิกัด 75 ก.ก. รุ่งรัตน์ พุ่มพันธ์ม่วง นักมวยไทยจอมฝีมือจากเมืองช้างสุรินทร์วัย 31 ปี โชว์ความเก๋าส์และประสบการณ์เหนือชั้นชนะคะแนน โจชัว โทมัส นักมวยไทยชาวอเมริกัน
  • คู่ที่ 7 มวยไทย 3 ยกพิกัด 67 ก.ก. อามีร์ วิคตอรี่ไฟท์คลับ จากอิหร่านปะทะเดือดกับ แอนโทนี่ บ้านแรมบ้า จากแคนาดาแบบใครดีใครอยู่มีแผลแตกเลือดอาบทั้งคู่ ก่อนกรรมการชูมือให้ แอนโทนี่ ชนะคะแนนเดือด
  • คู่ที่ 8 มวยไทย 3 ยกพิกัด 48 ก.ก. ฟ้าผ่า จิ้มแจ่มบ็อกซิ่ง นักมวยไทยดาวรุ่งวัย 15 ปีแลกอาวุธมวยไทยครบเครื่องกับ ก้าวหน้า มานพชัยยิม จาก สปป.ลาว ตลอด 3 ยกก่อนกรรมการชูมือให้ ฟ้าผ่า จิ้มแจ่มบ็อกซิ่ง ชนะคะแนนไป

“เสี่ยโก้” นายก่อเกียรติ พาณิชยารมณ์ โปรโมเตอร์มวยโลกเจ้าของรางวัลยอดเยี่ยมเอเชีย 3 สถาบันกล่าวย้ำเชิญชวนแฟนกำปั้นติดตามความมันส์ที่มีทั้งมวยสากลและมวยไทยในรายการเดียว กับ “มวยไทย SUPER CHAMP พรีเซ็นเต็ดบายวันก่อเกียรติ” ทุกวันเสาร์ โดยสัปดาห์หน้าพบกันแน่นอนในวันเสาร์ที่ 13 มิ.ย.2569 ที่ เวทีมวย World Siam Stadium ตะวันนา กรุงเทพฯ เวลา 17.30-20.00 น. ทางช่อง 8 กด 27 แฟนมวยสายเดือดต้องไม่พลาด!


สุรเชษฐ ศิลานนท์ รายงาน