ผอ.สวนกุหลาบฯ การันตีนักเรียน-ครู 59 คนที่ไปดูงานญี่ปุ่น หลังกักตัวเองครบ 14 วัน ปลอดภัยแข็งแรงดี

ผอ.สวนกุหลาบฯ การันตีนักเรียน-ครู 59 คนที่ไปดูงานญี่ปุ่นหลังกักตัวเองครบ 14 วันปลอดภัยแข็งแรงดี

วันที่ 14 มี.ค.63​ เวลา 11.00 น.​ ที่โรงเรียนสวนกุหลาบวิทยาลัย เชิงสะพานพุทธฯ เขตพระนคร กทม. : นายจิณณภัทร พิบูลวิทิตธำรง ผู้อำนวยการโรงเรียนสวนกุหลาบวิทยาลัย เปิดเผยว่า หลังจากนักเรียนห้องเรียนพิเศษ gifted ชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 5 จำนวน 53 คน รวมครูที่ปรึกษา 6 คน เดินทางไปดูงานโครงการทัศนศึกษาที่มหาวิทยาลัยโอซาก้ามประเทศญี่ปุ่น ระหว่างวันที่ 23–29 ก.พ.63 ที่ผ่านมาและเดินทางกลับประเทศไทยเช้ามืดวันเสาร์ที่ 29 ก.พ.63

จากนั้นทางโรงเรียนได้ให้คณะทั้ง 59 คน ให้ความร่วมมือกักตัวเองอยู่ในบ้านที่พักของแต่ละคน ทุกคนเชื่อฟังและให้ความร่วมมือเป็นอย่างดี​ โดยในวันนี้เป็นวันที่ครบกำหนด 14 วัน พบว่าทุกคนปลอดภัยดี สุขภาพร่างกายแข็งแรง ไม่มีไข้หรืออาการใดที่จะบ่งบอกถึงการเป็นโรค covid-19

หลังจากนี้คณะนักเรียน​ และครูทั้งหมดสามารถทำกิจกรรมดำเนินชีวิตตามปกติ แนะนำให้ปฏิบัติตัวเคร่งครัดในเรื่องสุขอนามัยพื้นฐาน รวมทั้งสวมหน้ากากอนามัย ใช้เจลแอลกอฮอล์ ล้างมือด้วยสบู่และน้ำบ่อยๆ หลีกเลี่ยงการเดินทางไปในสถานที่มีคนพลุกพล่าน


สุรเชษฐ​ ​ศิลา​นนท์​ รายงาน​

นำร่อง มอบถุงขยะติดเชื้อ ให้กับโรงพยาบาลทั่วประเทศ เริ่มจากโรงพยาบาลตำรวจ

นำร่องมอบถุงขยะติดเชื้อให้กับโรงพยาบาลทั่วประเทศ เริ่มจากโรงพยาบาลตำรวจ

วันที่ 13 มีนาคม 2563 เวลา 10.30 น. ณ ลานดนตรีจิตอาสา ชั้น 2 อาคารมหาภูมิพลราชานุสรณ์ 88 พรรษา  โรงพยาบาลตำรวจ​ : นายชื่นชอบ คงอุดม ผู้ช่วยรัฐมนตรีประจำกระทรวงการคลัง​ มอบหน้ากากอนามัยจำนวน 1,000 ชิ้น ให้กับโรงพยาบาลตำรวจ และถุงขยะใช้ใส่อุปกรณ์ทางการแพทย์ “ฮีโร่” แบบมาตรฐานจำนวน 1,000,000 ชิ้น ให้กับกระทรวงสาธารณสุข โรงพยาบาลในสังกัดกทม. และโรงพยาบาลตำรวจ

โดยมี​ นายธนิตพล ไชยนันทน์ ที่ปรึกษารัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงสาธารณสุข​ เป็นผู้รับมอบถุงขยะให้กับกระทรวงสาธารณสุขเพื่อส่งต่อให้กับโรงพยาบาลทั่วประเทศ​ มี​ นายวิรัตน์ มนัสสนิทวงศ์ รองผู้อำนวยการสำนักสิ่งแวดล้อมกรุงเทพมหานคร​ เป็นผู้รับมอบถุงขยะให้กับโรงพยาบาลสังกัดกทม.

พลตำรวจตรี ธนิต จิรนันท์ธวัช นายแพทย์ (สบ.6) ประธานคณะทำงานสื่อสารองค์กรและโฆษกโรงพยาบาลตำรวจ เป็นผู้รับมอบหน้ากากอนามัย จำนวน 1,000 ชิ้น และถุงขยะให้กับโรงพยาบาลตำรวจ​ ซึ่งถุงขยะนี้ได้รับการสนับสนุนจาก คุณทวี จุลศักดิ์ศรีสกุล กรรมการผู้จัดการบริษัทคิงส์แพ็ค อินดัสเตรียลจำกัด ให้กับโรงพยาบาลตำรวจ และกระทรวงสาธารณสุข รวมถึงโรงพยาบาลในสังกัดกทม. และโรงพยาบาลทั่วประเทศ จำนวน 1,000,000 ชิ้น

นายชื่นชอบฯ กล่าวว่า “นอกจากโรงพยาบาลจะขาดแคลนหน้ากากแล้ว ถุงขยะยังเป็นสิ่งหนึ่งที่มีความสำคัญเพราะเป็นที่สำหรับเก็บขยะเพื่อป้องกันการแพร่กระจายของเชื้อโรคอีกด้วย จึงได้เป็นผู้ประสานงานรวบรวมอุปกรณ์ป้องกันทางการแพทย์เพื่อมอบให้กับโรงพยาบาลและบุคลากรทางการแพทย์ที่จำเป็นต้องใช้  เพราะเราทำงานใกล้ชิดกับภาคเอกชนและประชาชนมาโดยตลอด ตั้งแต่เกิดวิกฤติฝุ่น  PM2.5 ทางพรรคก็เริ่มประสานงานรวบรวมความต้องการต่างๆ เพื่อจัดการแก้ปัญหาความเดือดร้อน และในขณะนี้เกิดภาวะเสี่ยงต่อการระบาดของไวรัสโควิด-19 พอดีว่าเราทำงานตรงนี้อยู่แล้ว จึงรวบรวมภาคเอกชน มาทำงานช่วยเหลือ สนับสนุนส่วนต่างๆ ได้อีกทาง และขอเป็นกำลังใจให้กับทีมแพทย์ พยาบาล บุคลากรทางการแพทย์ทุกท่านที่เสียสละและปฏิบัติหน้าที่อย่างเหน็ดเหนื่อย”


Cr.ศูนย์ประชาสัมพันธ์​โรงพยาบาลตำรวจ​ โทร.02-2076186 “ศูนย์กลางข่าวสาร ประสานฉับไว ใส่ใจประชาชน”
สุรเชษฐ​ ศิลา​นนท์​ รายงาน​

นายกสมาคม แม่บ้านตำรวจ นำหน้ากากอนามัยแบบผ้า​ และ เจลแอลกอฮอล์ล้างมือ​ มอบให้กับข้าราชการตำรวจ ในสังกัด​ ตร.

นายกสมาคมแม่บ้านตำรวจ นำหน้ากากอนามัยแบบผ้า​ และ เจลแอลกอฮอลล์ ล้างมือ​ มอบให้กับข้าราชการตำรวจ ในสังกัด​ ตร.

วันที่ 13 มีนาคม 2563 เวลา 10.00 น. ณ ห้องโถงอาคาร 1 ตร. : ดร.บุษบา ชัยจินดา นายกสมาคมแม่บ้านตำรวจ นำหน้ากากอนามัยแบบผ้า​ Cotton100% (มีช่องใส่แผ่นกรองฝุ่น) และ เจลแอลกอฮอลล์ ล้างมือ ที่ทางสมาคมแม่บ้านตำรวจร่วมกันจัดทำ มามอบให้กับข้าราชการตำรวจ ในสังกัดสำนักงานตำรวจแห่งชาติ เพื่อนำมาวางไว้บริเวณจุดทางเข้าออกทุกชั้นทุกอาคาร บริเวณหน้าลิฟต์ เพื่อให้ข้าราชการตำรวจ และประชาชนที่มาติดต่อราชการ มีสุขอนามัยที่ดี โดยมีผู้แทนสำนักงานตำรวจแห่งชาติมารับมอบ

สุรเชษฐ​ ศิลา​นนท์​ รายงาน​

“ครูพี่โอ๊ะ” เดินหน้าทลายทุกข้อจำกัดใจกลางกรุง ประเดิมแห่งแรกที่ศูนย์ กศน.พญาไท พร้อมชมการอบรมทำหน้ากากอนามัยป้องกัน Covid

“ครูพี่โอ๊ะ” เดินหน้าทลายทุกข้อจำกัดใจกลางกรุง ประเดิมแห่งแรกที่ศูนย์ กศน. พญาไท พร้อมชมการอบรมทำหน้ากากอนามัยป้องกัน Covid เน้นสอนให้ทำเป็น ลดรายจ่าย สร้างสุขภาพที่ดีแก่คนในชุมชน

วันที่ 13 มีนาคม 2563 เวลา 09.30 น. : นางกนกวรรณ วิลาวัลย์ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงศึกษาธิการ เดินหน้าตรวจเยี่ยมการดำเนินงานของศูนย์การศึกษานอกระบบและการศึกษาตามอัธยาศัย เขตพญาไท สังกัดสำนักงาน กศน. กรุงเทพมหานคร พร้อมเยี่ยมชมการจัดหลักสูตรรู้เท่าทันป้องกันฝุ่น PM 2.5 และเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 ของชุมชนอินทามระ 11 เพื่อขับเคลื่อนการจัดการเรียนรู้แก่คนทุกช่วงวัย และการเรียนรู้ตลอดชีวิต โดยมีนายปรเมศว์ ศิริรัตน์ ผู้อำนวยการสำนักงาน กศน. กรุงเทพมหานคร พร้อมด้วย นางสาวจำนรรจา ขอบชิต ผู้อำนวยการ ศูนย์ กศน.เขตพญาไท ครู และบุคลากร ให้การต้อนรับ

รมช.ศึกษาธิการ กล่าวว่า การเดินทางไปราชการในทุกวันทุกพื้นที่ เพื่อต้องการไปให้เห็นสภาพการทำงานของคน กศน.จริง ๆ ที่จะสามารถมองเห็นปัญหา และเกิดความเข้าใจที่แท้จริง นำไปสู่การหาแนวทางอุดช่องว่างช่องโหว่ และปรับปรุงการทำงานของ กศน.ให้เกิดประสิทธิภาพสูงสุด ต่อการจัดการศึกษาเรียนรู้ครอบคลุมกลุ่มเป้าหมายถ้วนทั่วทุกกลุ่ม ซึ่งการมาติดตามการทำงานของ ศูนย์การศึกษานอกระบบและการศึกษาตามอัธยาศัย เขตพญาไท ถือเป็นหนึ่งใน 50 ศูนย์ กศน.ในสังกัดสำนักงาน กศน.กรุงเทพมหานคร และเป็นศูนย์แรกที่เดินทางมาเยือน

ซึ่งจากการรายงานผลการดำเนินงาน ต้องขอแสดงความชื่นชมในการนำนโยบาย กศน. WOW WOW ไปสู่การปฏิบัติ ด้วยความทุ่มเทแรงกายแรงใจอย่างดีเยี่ยม จนมีความก้าวหน้าในหลายส่วน ทั้งการพัฒนาครูให้ได้รับการอบรม Google Classroom, การจัดสภาพแวดล้อมให้เอื้อต่อการเรียนรู้, การจัดกระบวนการเรียนรู้ผ่านสื่อสังคมออนไลน์ และเทคโนโลยี เพื่อความยืดหยุ่นและหลากหลาย,การส่งเสริมการผลิตและพัฒนาอาชีพแก่ผู้พิการทางสายตา และจัดตั้ง กศน.แขวงสามเสนใน เป็นศูนย์การเรียนรู้สำหรับคนทุกช่วงวัย กศน. เป็นต้น ซึ่งผลงานต่างๆ เหล่านี้ สร้างความประทับใจให้กับรัฐมนตรีเป็นอย่างมาก โดยเฉพาะการขับเคลื่อนการทำงานร่วมกับเครือข่ายและทุกภาคส่วน อาทิ กองพันทหารม้าที่ 2 รักษาพระองค์ฯ,สมาคมคนตาบอดแห่งประเทศไทย,สภาวัฒนธรรมเขตพญาไท,วิทยาลัยอาชีวศึกษาดุสิตพณิชยการ ตลอดจนชุมชนต่างๆ ด้วย

โดยขอฝากให้ชาว กศน.ร่วมสร้างเกียรติภูมิและศักดิ์ศรีของครู กศน. ในการจัดการศึกษาด้วยความเชื่อมั่น เพื่อสร้างเอกลักษณ์และการยอมรับจากสังคม โดยส่วนตัวรัฐมนตรี เชื่อมั่นในน้ำมือและพลังของครู กศน.อยู่แล้ว ซึ่งมีผลงานเชิงประจักษ์ในหลายส่วน อาทิ ล่าสุด นายสรบรรณ ไกรนรา นักศึกษา กศน.ตำบลคลองฉนาก กศน.อำเภอเมืองสุราษฎร์ธานี เป็นผู้ผ่านการสอบและคัดเลือกบุคคลภายนอก เพื่อบรรจุเป็นนักเรียนนายสิบประจำปี 2562 สาย 1 หน่วยสอบตำรวจภูธรภาค 8 เป็นลำดับที่ 1 และนักศึกษา กศน.อีก 4 คน,การสร้างงาน สร้างอาชีพ และสร้างความเป็นอยู่ที่ดีให้กับประชาชน เป็นต้น ถือว่าเป็นอีกความสำเร็จที่น่าภาคภูมิใจ และขอรักษาชื่อเสียงของชาว กศน.ไว้อย่างยั่งยืนต่อไป

และนอกจากศูนย์ กศน.เขตพญาไท จะพัฒนาการศึกษาขั้นพื้นฐานเพื่อการศึกษาต่อ และมีอาชีพ ของกลุ่มเป้าหมายทั้งบุคคลทั่วไป ทหารกองประจำการ และผู้พิการทางสายตา แล้ว ขอให้ช่วยปลูกฝังความรักและเทิดทูนในสถาบันชาติ ศาสนา และพระมหากษัตริย์ การเรียนรู้ประวัติศาสตร์ชาติไทย โดยดึงผู้เรียนเข้ามามีส่วนร่วมในการสร้างความเป็นพลเมือง ด้วยสื่อ เทคโนโลยี และวิธีการที่เข้ากับยุคสมัย เพื่อให้เกิดการซึมซับและเกิดความรู้สึกที่ออกมาจากภายในจิตใจ พร้อมเชื่อมโยงกับเครือข่ายการทำงาน ที่มีความเชี่ยวชาญในด้านต่าง ๆ เพื่อจัดหลักสูตรที่สอดคล้องกับบริบทของสังคมยุคใหม่ อาทิ จัดทำดอกไม้ประดิษฐ์ “รวงผึ้ง” (ต้นไม้ประจำรัชกาลที่ 10) สำหรับประดับตบแต่งในงานสำคัญของกระทรวงศึกษาธิการ, การจัดแสดงผลงาน ผลิตภัณฑ์ และสินค้า ภายใต้แบรนด์ OOCC “สุดยอด กศน.” และผลงาน สิ่งประดิษฐ์ของกลุ่มผู้พิการ, การจัดอบรมช่างภาพยุคดิจิทัล สอดรับกับความนิยมของคนไทยในปัจจุบัน เป็นต้น

“เมื่อมารับฟังปัญหาและติดตามการทำงาน ก็มีความตั้งใจที่จะช่วยส่งเสริม สนับสนุน เติมเต็มในสิ่งที่ขาดแคลนอย่างเต็มที่ ตามคำที่จะพูดเสมอว่า ต้องการจะทลายทุกข้อจำกัด เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการทำงานของ กศน. โดยในส่วนของศูนย์ฯ แห่งนี้ มีความต้องการด้านอุปกรณ์คอมพิวเตอร์ และสื่อการเรียนการสอน ที่เพียงพอต่อจำนวนผู้เรียน และหลักสูตรการอบรมเพื่อพัฒนาทักษะและอาชีพตามความต้องการของประชาชน จึงขอให้เร่งสรุปประเด็นความต้องการทั้งหมดในภาพรวม พร้อมสำรวจรวบรวมข้อมูลและจำแนกประเภทของอาคารสถานที่ อุปกรณ์ และทรัพยากรต่าง ๆ อย่างชัดเจน ทั้งในส่วนที่ กศน.เป็นเจ้าของ และไม่ได้เป็นเจ้าของ เพื่อจะได้หาแนวทางผลักดันการสนับสนุนได้อย่างตรงจุดที่สุด” รมช.ศึกษาธิการ กล่าว

จากนั้น รมช.ศึกษาธิการ ได้เดินทางต่อไปยังชุมชนอินทามระ 11 ซึ่งศูนย์ กศน.เขตพญาไท ได้จัดหลักสูตรรู้เท่าทันป้องกันฝุ่น PM 2.5 และเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 แก่ประชาชนในชุมชนอินทามระ11 ชุมชนเฉลิมราช ชุมชนอาเซียน และชุมชนลือชา พร้อมพบปะและเยี่ยมเยียนประชาชนอย่างเป็นกันเอง

รมช.ศึกษาธิการ กล่าวตอนหนึ่งว่า ขอแสดงความชื่นชมในความร่วมมือร่วมใจของทุกชุมชน ในการพัฒนาตนเอง พัฒนาชุมชน ที่จะเกิดความเจริญก้าวหน้าต่อการเรียนรู้ตลอดชีวิต ซึ่งการจัดอบรมหลักสูตรรู้เท่าทันป้องกันฝุ่น PM 2.5 และเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 มิเพียงจะหวังจะป้องกันเชื้อไวรัสเพื่อรักษาสุขภาพเท่านั้น แต่ต้องการสร้างความรักความสามัคคีในชุมชนจากความร่วมไม้ร่วมมือ สร้างความอบอุ่นในครอบครัว ที่พ่อแม่ ปู่ย่าตายาย จะได้ทำกิจกรรมร่วมกันกับลูกหลาน และที่สำคัญ เป็นการฝึกทักษะชีวิตในการช่วยเหลือตัวเองของเด็กและเยาวชน ให้เย็บผ้าได้ ปะชุนเป็น และลดรายจ่ายในครัวเรือน

ทั้งนี้ ต้องขอแสดงความขอบคุณศูนย์ กศน.พญาไท และบุคลากร กศน.ทั้ง 16 คน ที่ตั้งใจทำงานหนักเพื่อประชาชนในพื้นที่นี้มาโดยตลอด และแม้จะทำงานท่ามกลางความขาดแคลนในหลาย ๆ เรื่อง แต่ผลงานและรอยยิ้มที่ทุกคนได้สร้างให้กับประชาชนกลุ่มเป้าหมายที่จะได้รับประโยชน์ กว่า 7 หมื่นคน เป็นการแสดงให้เห็นถึงศักยภาพและหัวใจอันเป็นกุศล ที่สร้างความภาคภูมิใจให้กับตนเองและครอบครัว ตลอดจนกระทรวงศึกษาธิการ และรัฐมนตรีคนนี้ก็ยังจะยืนยันคำเดิมว่า ครู กศน.เป็นครูพันธุ์พิเศษ ที่มีความสามารถและหัวใจของผู้ให้การเรียนรู้แก่ประชาชนทุกคนอย่างแท้จริง


Cr.นวรัตน์ รามสูต: สรุป/เรียบเรียง
อิทธิพล รุ่งก่อน: ถ่ายภาพ
กลุ่มประชาสัมพันธ์ สร.ศธ.

สุรเชษฐ​ ​ศิลา​นนท์​ รายงาน​

“บิ๊กอู๊ด” มอบหน้ากากอนามัย จำนวน 20,000 ชิ้น และเจลแอลกอฮอล์ จำนวน 120 ขวด แก่ บก.ตม.2

“บิ๊กอู๊ด” มอบหน้ากากอนามัย จำนวน 20,000 ชิ้น และเจลแอลกอฮอล์ จำนวน 120 ขวด แก่ บก.ตม.2

วันที่​ 13 มี.ค.63 เวลาประมาณ 15.30 น. : พล.ต.อ.จักรทิพย์ ชัยจินดา ผบ.ตร. ได้มอบหมายให้ พล.ต.ท.สมพงษ์ ชิงดวง ผบช.สตม. มอบหน้ากากอนามัย จำนวน 20,000 ชิ้น และเจลแอลกอฮอล์ จำนวน 120 ขวด แก่ บก.ตม.2 ซึ่งมีหน้าที่กำกับ ควบคุม ดูแล ท่าอากาศยานทั่วประเทศ เพื่อสร้างขวัญกำลังใจให้แก่เจ้าหน้าที่ตำรวจตรวจคนเข้าเมือง ซึ่งถือเป็นด่านหน้าในการป้องกัน สกัดกั้น ต่อสู้กับเชื้อไวรัสร้าย ที่ไม่สามารถมองเห็นได้ด้วยตาเปล่า ทำให้มีความเสี่ยงอย่างมาก อาจจะพลาดท่าติดเชื้อโควิด-19 ได้

ถึงแม้ว่า สตม. จะมีมาตรการเข้มงวด โดยให้เจ้าหน้าที่ทุกนาย สวมหน้ากากอนามัยและถุงมือยางทุกครั้งในการปฏิบัติหน้าที่ พร้อมทั้งทำความสะอาดเครื่องมือและอุปกรณ์อย่างสม่ำเสมอทุกๆ 10 นาที เพื่อป้องกันเชื้อไวรัสดังกล่าว รวมถึงการตรวจวัดอุณหภูมิด้วนเครื่องเทอร์โมสแกนทั้งก่อนและหลังการปฏิบัติงาน

ซึ่งทาง จนท.ในสังกัด สตม.เองก็มีขวัญ​กำลังใจในการปฏิบัติหน้าที่และพร้อมปฏิบัติงานอย่างเต็มความสามารถ รวมถึงการป้องกันตนเองตามมาตรการอย่างเข้มแข็ง และปฏิบัติหน้าที่อย่างเต็มกำลังความสามารถต่อไป


สุรเชษฐ​ ศิลา​นนท์​ รายงาน​

สภ.คูคต ภ.จ.ปทุมธานี​ เปิดอาคารใหม่ เน้นบริการประชาชน ส-ร-ด (สะดวก รวดเร็ว ดีเยี่ยม)

สภ.คูคต ภ.จ.ปทุมธานี​ เปิดอาคารใหม่ เน้นบริการประชาชน ส-ร-ด(สะดวก รวดเร็ว ดีเยี่ยม)

วันที่​ 12 มี.ค.63​ : สมเด็จพระมหามงคลมุนี (ธงชัย ธฺมมธโช) เป็นประธานฝ่ายสงฆ์ในพิธีเปิดอาคารสำนักงานแห่งใหม่ของสภ.คูคต โดยมี พล.ต.ท.อำพล บัวรับพร ผบช.ภ.1 เป็นประธานเปิดป้ายอาคารสำนักงานแห่งใหม่ของสถานีตำรวจภูธรคูคต พร้อมด้วย พล.ต.ต.ชัยณรงค์ รอง ผบช.ภ.1, พล.ต.ต.ชยุต มารยาทตร์ ผบก.ภ.จ.ปทุมธานี, พ.ต.อ.ชัชวาล ปี่นทอง, พ.ต.อ. ประเวทย์ ตันสมบูรณ์, พ.ต.อ.ไกลเขต บุรีรักษ์, พ.ต.อ.พีรพล โชติกเสถียร​ รอง ผบก.ภ.จ. ปทุมธานี, พ.ต.อ.วิวัฒน์ อัศะวิบูรณ์ ผกก.สภ.ธัญบุรี, พ.ต.อ.ประวิทย์ บุญธรรม ผกก.สภ.ปากคลองรังสิต, พ.ต.อ.เอกราช ช่วยศรี ผกก.สภ.ลำลูกกา, พ.ต.อ.เศรษฐณัณช์ ทิมวัฒน์ ผกก. สภ.คลองหลวง, พ.ต.อ.สายชล โพธิ์ขอม ผกก.สภ.คูบางหลวง, พ.ต.อ.เอนก สระทองอยู่ ผกก.สภ.เมืองปทุมธานี, พ.ต.อ.กรณ์เสฎฐ์ วงศ์สีชิน ผกก.สภ.คลองสิบสอง, พ.ต.อ.รามณรงค์ เกียรติบุญเกิด ผกก.สภ.คลองห้า​ และพ.ต.อ.ดุรกร สิทธิสมบูรณ์ ผกก.สภ.สามโคก

รวมทั้งแขกผู้มีเกียรติร่วมในพิธีจำนวนมากได้แก่ นายชัยยันต์ ยลสุวรรณ์ ส.ส.ปทุมธานี เขต 4 พรรคเพื่อไทย,นายณรงค์ อู่ทรัพย์ นายกเทศมนตรีเมืองคูคต, นายบุญไกร บุญคุ้ม นายกเทศมนตรีเมืองลำสามแก้ว, นายสุเทพ ด้วงเงิน ปลัดเทศบาลเมืองลาดสวาย, นางสาววีรมณ ยืนนาน อัยการจังหวัดธัญบุรี, นายสุชิต โต๊ะวิเศษกุล ผู้พิพากษาหัวหน้าศาลจังหวัดธัญบุรี, นายสมพล โพธิ์กิ่ง ผู้พิพากษาศาลเยาวชนฯ, นายณยชญ์ ศรีเจริญมงคล คณะกรรมการ กต.ตร.สภ.คูคต ฯลฯ โดยมี พ.ต.อ.เอกนิรุจฒิ์วันสิริภักดิ์ ผกก.สภ.คูคต และข้าราชการตำรวจในสังกัดสถานีตำรวจภูธรคูคตให้การต้อนรับ

พ.ต.อ.เอกนิรุจฒิ์ วันสิริภักดิ์ ผู้กำกับการสถานีตำรวจภูธรคูคต กล่าวว่า อาคารสถานที่ทำการสถานีตำรวจภูธรคูคตหลังใหม่นี้และอาคารที่พักอาศัยได้ก่อสร้างด้วยจำนวนเงิน 52,900,000 บาท ด้วยงบประมาณจัดสรรประจำปี 2561 ถึง 2563 ของสำนักงานตำรวจแห่งชาติ เพื่อทดแทนอาคารสำนักงานสถานีตำรวจภูธรคูคต​ เดิมที่ได้ใช้งานมานานกว่า 34 ปี จนมีสภาพชำรุดทรุดโทรม คับแคบ ไม่เหมาะสมต่อการปฏิบัติงานของข้าราชการตำรวจ และบริการประชาชน

สำหรับอาคารสถานที่ทำการสถานีตำรวจภูธรคูคตหลังใหม่นี้ เป็นอาคารขนาด 4 ชั้น เริ่มก่อสร้างเมื่อเดือนมีนาคม 2561 เสร็จสิ้นในเดือนธันวาคม 2562 ใช้เวลาก่อสร้างทั้งหมด 620 วัน เป็นสถานที่ที่กว้างขวางเพียงพอต่อการการปฏิบัติงานของข้าราชการตำรวจ และเหมาะสมในการให้บริการแก่ประชาชนจำนวนมาก อันสืบเนื่องมาจากการขยายตัวของชุมชนเมือง ประกอบกับพื้นที่รับผิดชอบของสถานีตำรวจภูธรคูคตติดต่อกับเขตรับผิดชอบของกองบัญชาการตำรวจนครบาล ทำให้สถานีตำรวจภูธรคูคตมีความพร้อมและภาพลักษณ์ที่ดี ทำให้การปฏิบัติหน้าที่ของข้าราชการตำรวจสะดวกขึ้น และสามารถปฏิบัติงานได้อย่างมุ่งมั่นเต็มที่ ด้วยบริการที่สะดวก รวดเร็ว และดีเยี่ยมสำหรับประชาชน เป็นที่พึ่งของประชาชน ทำให้ประชาชนเกิดความเชื่อมั่นและศรัทธาต่อข้าราชการตำรวจไทยมากขึ้น


สุรเชษฐ​ ศิลา​นนท์​ รายงาน​

(อว.)​ พร้อมรับมือสถานการณ์การระบาด COVID-19

กระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัย และนวัตกรรม (อว.) มีคณะแพทยศาสตร์ และโรงพยาบาลโรงเรียนแพทย์ในสังกัดกระทรวงการอุดมศึกษาฯ ซึ่งมีความพร้อมทั้งด้านแพทย์ พยาบาล และบุคลากรทางการแพทย์ในโรงพยาบาล

วันที่ 13 มีนาคม 2563​ : ดร.สุวิทย์ เมษินทรีย์​ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัย และนวัตกรรม (อว.)​ ได้ประชุมร่วมกับคณบดีคณะแพทยศาสตร์ และผู้อำนวยการโรงพยาบาลโรงเรียนแพทย์ทุกแห่งทั่วประเทศ ซักซ้อมและยืนยันความพร้อมของ (อว.)​ รองรับสถานการณ์การระบาด COVID-19 ในสถานการณ์ในแต่ละระดับ โดยมีการประสานงานอย่างใกล้ชิดกับกระทรวงสาธารณสุข (สธ.) เพื่อสนับสนุนการทำงานของ (สธ.)​

นอกจากนั้นยังได้มีการจัดทำแผนการเตรียมความพร้อมของเวชภัณฑ์ และมาตรการด้านกำลังคนทางการแพทย์ เช่น การเตรียมโรงพยาบาล หอผู้ป่วยหนัก จัดเตรียมประมาณการบริหารจัดการการเวชภัณฑ์ และการให้บุคลากรทางการแพทย์งดการเดินทางไปยังพื้นที่ระบาดทั้งในและต่างประเทศเพื่อป้องกันการถูกกักตัว 14 วัน เป็นต้น

ในส่วนของความร่วมมือและการประสานงานระหว่างกระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม และกระทรวงสาธารณสุข นั้น (อว.)​ ได้จัดตั้งศูนย์ปฏิบัติการภาวะฉุกเฉินทางการวิจัยและวิชาการ (RKEOC) โดยมอบให้ สำนักงานการวิจัยแห่งชาติ (วช.) เป็นหน่วยดำเนินการหลัก และประสานงานในทุกส่วนของกระทรวงฯ ให้มีกลไกการจัดการความรู้ ประมวลความรู้ที่ถูกต้อง รวดเร็ว เข้าใจง่าย และเชื่อมเข้ากับกลไกของกระทรวงสาธารณสุขและของประเทศ โดย RKEOC ได้จัดทำข้อมูลต่างเพื่อเผยแพร่สถานการณ์ และองค์ความรู้กับประชาชน ทั้งในรูปแบบของ เอกสารเผยแพร่ Infographic และคลิปวิดีโอ เช่น คลิปวิดีโอ “COVID-19 แพร่กระจายได้อย่างไร และคุณจะป้องกันตัวเองได้อย่างไร ?” ร่วมกับองค์การอนามัยโลก

นอกจากนั้น (วช.)​ เป็นแกนกลางร่วมกับกรมควบคุมโรคในศูนย์ประสานงาน Coordinated Research Unit เพื่อเป็นศูนย์ประสานงานความร่วมมือด้านการวิจัย รวบรวมข้อมูลด้านการวิจัย โดยมีที่ตั้งของศูนย์อยู่ที่กรมควบคุมโรค (วช.)​ ได้เตรียมงบประมาณสนับสนุนการวิจัยเร่งด่วนไว้แล้ว 250 ล้านบาท โดยในขณะนี้ได้ให้ทุนวิจัยไปแล้ว 10 โครงการในประเด็นการศึกษาเชื้อและลักษณะพันธุกรรมของเชื้อไวรัส โดยเฉพาะการเปลี่ยนแปลงทางพันธุกรรม แบบจำลองทางคณิตศาสตร์เพื่อเข้าใจการแพร่กระจายของเชื้อ และวิธีการวินิจฉัยและชุดตรวจเพื่อวินิจฉัยที่รวดเร็วแม่นยำ รวดเร็ว และการพัฒนายาและวัคซีน


สุรเชษฐ​ ศิลา​นนท์​ รายงาน​

“บิ๊กอ้อ” นำกำลังทลายแหล่งผลิตกัญชา พร้อมยึดของกลางได้จำนวนมาก

“บิ๊กอ้อ” นำกำลังทลายแหล่งผลิตกัญชาพร้อมยึดของกลางได้จำนวนมาก

วันที่ 12 มี.ค.63 เวลา 14.00 น.​ : พล.ต.ต.อัคราเดช พิมลศรี รองผบช.ภ.3 พร้อมด้วย​ พล.ต.ต.ปวริศ บุญสุทธิ ผบก.สส.ภ.3, พ.ต.อ.ประสงค์ เรืองเดช รอง ผบก.สส.ภ.3, พ.ต.อ. ยุทธพงษ์ รอดนวล ผกก.สส.บก.สส.ภ.3, เจ้าหน้าที่ตำรวจ สส.ภ.3 และ เจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.หนองสรวง ได้สืบทราบว่า โกดังไม่มีเลขที่ ภายใน หจก.วรชัยคอนกรีต ม.1 ต.หนองสรวง อ.ขามทะเลสอ จ.นครราชสีมา มีการผลิตกัญชา โดยการปลูกต้นกัญชาในโกดัง ดังกล่าว

จึงได้เข้าตรวจค้น ตามหมายค้นของศาล ผลการตรวจค้น พบ กัญชา จำนวน 970 ต้น,ต้นกัญชา ในบ้านอีก​ 20 ต้น,กัญชาอัดแห้ง อีก 6 แท่งๆละ 1 กก.และ เมล็ดพันธุ์กัญชา อีกจำนวนมาก โดยมี นายมนตรี หรือ เหน่ง ทิวาวรชัย อายุ 53 ปี แสดงตนเป็นเจ้าของโกดัง และ รับสารภาพผลิตกัญชาโดยการปลูกกัญชาจริง จึงได้จับกุมตัว ผู้ต้องหาพร้อมของกลาง ส่ง พนักงานสอบสวน​ สภ.หนองสรวง​ ดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป


สุรเชษฐ​ ศิลา​นนท์​ รายงาน​

12 มีนาคม รำลึกจ่าเพียร (พล.ต.อ.สมเพียร เอกสมญา) อดีต ผกก.สภ.บันนังสตา จ.ยะลา นักสู้แห่งเทือกเขาบูโด

12 มีนาคม รำลึกจ่าเพียร (พล.ต.อ.สมเพียร เอกสมญา) อดีต ผกก.สภ.บันนังสตา จ.ยะลา นักสู้แห่งเทือกเขาบูโด

ข้อมูล : ศูนย์ประชาสัมพันธ์ กองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายในภาค 4 ส่วนหน้า – เพจใหม่

กองทัพบก ร่วมกับ กอ.รมน.ภาค 4 สน.จัดกิจกรรม “กีฬารู้รักสามัคคี ทำความดี จิตอาสาเพื่อความมั่นคง” ปีที่ 5

กองทัพบก ร่วมกับ กอ.รมน.ภาค 4 สน.จัดกิจกรรม “กีฬารู้รักสามัคคี ทำความดี จิตอาสาเพื่อความมั่นคง” ปีที่ 5 มุ่งเน้นให้เยาวชน มีความสามัคคี อยู่ร่วมกันแบบพหุวัฒนธรรม และห่างไกลจากยาเสพติด

เมื่อวันที่ 12 มีนาคม 2563 เวลา 11.30 น. ณ สนามฟุตซอล เดอะฟาตอนี สเตเดียม ตำบลรูสะมิแล อำเภอเมือง จังหวัดปัตตานี พลตรี ชาญวิทย์ อรรถธีระพงษ์ ผู้ทรงคุณวุฒิฝ่ายกิจการพลเรือน ศูนย์ปฏิบัติการกองทัพบก / ผู้อำนวยการสำนักจิตวิทยากรมกิจการพลเรือน ศูนย์ปฏิบัติการกองทัพบก เป็นประธานในพิธีปิดกิจกรรม “กีฬารู้รักสามัคคี ทำความดี จิตอาสาเพื่อความมั่นคง” จัดขึ้นโดย ฝ่ายกิจการพลเรือนศูนย์ปฏิบัติการกองทัพบก ร่วมกับ กองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายในภาค 4 ส่วนหน้า ซึ่งได้รับความร่วมมือจาก มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์วิทยาเขตปัตตานี, สมาชิกโครงการรู้รักสามัคคีเพราะเราคือพี่น้องกัน, มหาวิทยาลัยราชภัฏยะลา และมหาวิทยาลัยนราธิวาสราชนครินทร์ ภายใต้โครงการรู้รักสามัคคีเพราะเราคือพี่น้องกัน ที่เปิดโอกาสให้เยาวชนในพื้นที่ 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้ และ 4 อำเภอของจังหวัดสงขลา ได้เข้าร่วมแข่งขันกีฬาฟุตซอล เพื่อส่งเสริมการอยู่ร่วมกันแบบพหุวัฒนธรรม และรณรงค์ให้เยาวชนห่างไกลจากยาเสพติด โดยมี หน่วยงานราชการในพื้นที่, ผู้แทนสถาบันการศึกษาในพื้นที่, เยาวชนจาก 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้ และ 4 อำเภอของจังหวัดสงขลา เข้าร่วมกิจกรรมเป็นจำนวนมาก

พลตรี ชาญวิทย์ อรรถธีระพงษ์ ผู้ทรงคุณวุฒิฝ่ายกิจการพลเรือน ศูนย์ปฏิบัติการกองทัพบก / ผู้อำนวยการสำนักจิตวิทยากรมกิจการพลเรือน ศูนย์ปฏิบัติการกองทัพบก กล่าวว่า สำหรับกิจกรรม “กีฬารู้รักสามัคคี ทำความดี จิตอาสาเพื่อความมั่นคง” ในความร่วมมือระหว่างฝ่ายกิจการพลเรือนศูนย์ปฏิบัติการกองทัพบกร่วมกับกองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายในภาค 4 ส่วนหน้า เปิดโอกาสให้เยาวชนในพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้ ได้ใช้กีฬาเป็นตัวสร้างความสัมพันธ์ร่วมกันภายใต้สังคมพหุวัฒนธรรม อีกทั้งเยาวชนได้มีพื้นที่แสดงความสามารถทางด้านกีฬา และเป็นการสร้างภูมิคุ้มกันให้เยาวชนห่างไกลจากยาเสพติด โดยกิจกรรมในครั้งนี้จัดขึ้นต่อเนื่องเป็นปีที่ 5 ซึ่งในปีนี้ได้รับความสนใจจากเยาวชนในพื้นที่เข้าร่วมกิจกรรมเป็นจำนวนมาก

สำหรับกิจกรรม “กีฬารู้รักสามัคคี ทำความดี จิตอาสาเพื่อความมั่นคง” ในครั้งนี้จัดขึ้นเป็นปีที่ 5 โดยมุ่งหวังให้เยาวชนในพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้ห่างไกลจากยาเสพติด ส่งเสริมให้เยาวชนสนใจทางด้านกีฬา และเสริมสร้างสังคมพหุวัฒนธรรมบนพื้นฐานของ ความรัก และความสามัคคี ซึ่งเปิดรับสมัครเยาวชนในพื้นที่ 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้ และ 4 อำเภอของจังหวัดสงขลา อายุระหว่าง 18 – 24 ปี ซึ่งภายในทีมมีทั้งเยาวชนไทย – พุทธ และไทย – มุสลิม แบ่งการแข่งขันออกเป็น 2 รอบ โดยรอบคัดเลือกในระดับจังหวัด กำหนดการแข่งขันระหว่างวันที่ 21 – 26 กุมภาพันธ์ 2563 ที่ผ่านมา มีทีมเข้าแข่งขันทั้งสิ้น จำนวน 112 ทีม โดยในครั้งนี้เป็นการแข่งขันนัดชิงชนะเลิศและเป็นการพบกันระหว่างทีม BURGERZOFF และทีม Hunter จากจังหวัดปัตตานีทั้งคู่ ซึ่งทีม BURGERZOFF สามารถเอาชนะชิงเงินรางวัลพร้อมถ้วยเกียรติยศในครั้งนี้ไปได้

#ศูนย์ประชาสัมพันธ์
#กองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายในภาค4ส่วนหน้า


ขอบคุณข้อมูล : ศูนย์ประชาสัมพันธ์ กองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายในภาค 4 ส่วนหน้า – เพจใหม่