“ครูพี่โอ๊ะ” เดินหน้าทลายทุกข้อจำกัดใจกลางกรุง ประเดิมแห่งแรกที่ศูนย์ กศน.พญาไท พร้อมชมการอบรมทำหน้ากากอนามัยป้องกัน Covid

“ครูพี่โอ๊ะ” เดินหน้าทลายทุกข้อจำกัดใจกลางกรุง ประเดิมแห่งแรกที่ศูนย์ กศน. พญาไท พร้อมชมการอบรมทำหน้ากากอนามัยป้องกัน Covid เน้นสอนให้ทำเป็น ลดรายจ่าย สร้างสุขภาพที่ดีแก่คนในชุมชน

วันที่ 13 มีนาคม 2563 เวลา 09.30 น. : นางกนกวรรณ วิลาวัลย์ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงศึกษาธิการ เดินหน้าตรวจเยี่ยมการดำเนินงานของศูนย์การศึกษานอกระบบและการศึกษาตามอัธยาศัย เขตพญาไท สังกัดสำนักงาน กศน. กรุงเทพมหานคร พร้อมเยี่ยมชมการจัดหลักสูตรรู้เท่าทันป้องกันฝุ่น PM 2.5 และเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 ของชุมชนอินทามระ 11 เพื่อขับเคลื่อนการจัดการเรียนรู้แก่คนทุกช่วงวัย และการเรียนรู้ตลอดชีวิต โดยมีนายปรเมศว์ ศิริรัตน์ ผู้อำนวยการสำนักงาน กศน. กรุงเทพมหานคร พร้อมด้วย นางสาวจำนรรจา ขอบชิต ผู้อำนวยการ ศูนย์ กศน.เขตพญาไท ครู และบุคลากร ให้การต้อนรับ

รมช.ศึกษาธิการ กล่าวว่า การเดินทางไปราชการในทุกวันทุกพื้นที่ เพื่อต้องการไปให้เห็นสภาพการทำงานของคน กศน.จริง ๆ ที่จะสามารถมองเห็นปัญหา และเกิดความเข้าใจที่แท้จริง นำไปสู่การหาแนวทางอุดช่องว่างช่องโหว่ และปรับปรุงการทำงานของ กศน.ให้เกิดประสิทธิภาพสูงสุด ต่อการจัดการศึกษาเรียนรู้ครอบคลุมกลุ่มเป้าหมายถ้วนทั่วทุกกลุ่ม ซึ่งการมาติดตามการทำงานของ ศูนย์การศึกษานอกระบบและการศึกษาตามอัธยาศัย เขตพญาไท ถือเป็นหนึ่งใน 50 ศูนย์ กศน.ในสังกัดสำนักงาน กศน.กรุงเทพมหานคร และเป็นศูนย์แรกที่เดินทางมาเยือน

ซึ่งจากการรายงานผลการดำเนินงาน ต้องขอแสดงความชื่นชมในการนำนโยบาย กศน. WOW WOW ไปสู่การปฏิบัติ ด้วยความทุ่มเทแรงกายแรงใจอย่างดีเยี่ยม จนมีความก้าวหน้าในหลายส่วน ทั้งการพัฒนาครูให้ได้รับการอบรม Google Classroom, การจัดสภาพแวดล้อมให้เอื้อต่อการเรียนรู้, การจัดกระบวนการเรียนรู้ผ่านสื่อสังคมออนไลน์ และเทคโนโลยี เพื่อความยืดหยุ่นและหลากหลาย,การส่งเสริมการผลิตและพัฒนาอาชีพแก่ผู้พิการทางสายตา และจัดตั้ง กศน.แขวงสามเสนใน เป็นศูนย์การเรียนรู้สำหรับคนทุกช่วงวัย กศน. เป็นต้น ซึ่งผลงานต่างๆ เหล่านี้ สร้างความประทับใจให้กับรัฐมนตรีเป็นอย่างมาก โดยเฉพาะการขับเคลื่อนการทำงานร่วมกับเครือข่ายและทุกภาคส่วน อาทิ กองพันทหารม้าที่ 2 รักษาพระองค์ฯ,สมาคมคนตาบอดแห่งประเทศไทย,สภาวัฒนธรรมเขตพญาไท,วิทยาลัยอาชีวศึกษาดุสิตพณิชยการ ตลอดจนชุมชนต่างๆ ด้วย

โดยขอฝากให้ชาว กศน.ร่วมสร้างเกียรติภูมิและศักดิ์ศรีของครู กศน. ในการจัดการศึกษาด้วยความเชื่อมั่น เพื่อสร้างเอกลักษณ์และการยอมรับจากสังคม โดยส่วนตัวรัฐมนตรี เชื่อมั่นในน้ำมือและพลังของครู กศน.อยู่แล้ว ซึ่งมีผลงานเชิงประจักษ์ในหลายส่วน อาทิ ล่าสุด นายสรบรรณ ไกรนรา นักศึกษา กศน.ตำบลคลองฉนาก กศน.อำเภอเมืองสุราษฎร์ธานี เป็นผู้ผ่านการสอบและคัดเลือกบุคคลภายนอก เพื่อบรรจุเป็นนักเรียนนายสิบประจำปี 2562 สาย 1 หน่วยสอบตำรวจภูธรภาค 8 เป็นลำดับที่ 1 และนักศึกษา กศน.อีก 4 คน,การสร้างงาน สร้างอาชีพ และสร้างความเป็นอยู่ที่ดีให้กับประชาชน เป็นต้น ถือว่าเป็นอีกความสำเร็จที่น่าภาคภูมิใจ และขอรักษาชื่อเสียงของชาว กศน.ไว้อย่างยั่งยืนต่อไป

และนอกจากศูนย์ กศน.เขตพญาไท จะพัฒนาการศึกษาขั้นพื้นฐานเพื่อการศึกษาต่อ และมีอาชีพ ของกลุ่มเป้าหมายทั้งบุคคลทั่วไป ทหารกองประจำการ และผู้พิการทางสายตา แล้ว ขอให้ช่วยปลูกฝังความรักและเทิดทูนในสถาบันชาติ ศาสนา และพระมหากษัตริย์ การเรียนรู้ประวัติศาสตร์ชาติไทย โดยดึงผู้เรียนเข้ามามีส่วนร่วมในการสร้างความเป็นพลเมือง ด้วยสื่อ เทคโนโลยี และวิธีการที่เข้ากับยุคสมัย เพื่อให้เกิดการซึมซับและเกิดความรู้สึกที่ออกมาจากภายในจิตใจ พร้อมเชื่อมโยงกับเครือข่ายการทำงาน ที่มีความเชี่ยวชาญในด้านต่าง ๆ เพื่อจัดหลักสูตรที่สอดคล้องกับบริบทของสังคมยุคใหม่ อาทิ จัดทำดอกไม้ประดิษฐ์ “รวงผึ้ง” (ต้นไม้ประจำรัชกาลที่ 10) สำหรับประดับตบแต่งในงานสำคัญของกระทรวงศึกษาธิการ, การจัดแสดงผลงาน ผลิตภัณฑ์ และสินค้า ภายใต้แบรนด์ OOCC “สุดยอด กศน.” และผลงาน สิ่งประดิษฐ์ของกลุ่มผู้พิการ, การจัดอบรมช่างภาพยุคดิจิทัล สอดรับกับความนิยมของคนไทยในปัจจุบัน เป็นต้น

“เมื่อมารับฟังปัญหาและติดตามการทำงาน ก็มีความตั้งใจที่จะช่วยส่งเสริม สนับสนุน เติมเต็มในสิ่งที่ขาดแคลนอย่างเต็มที่ ตามคำที่จะพูดเสมอว่า ต้องการจะทลายทุกข้อจำกัด เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการทำงานของ กศน. โดยในส่วนของศูนย์ฯ แห่งนี้ มีความต้องการด้านอุปกรณ์คอมพิวเตอร์ และสื่อการเรียนการสอน ที่เพียงพอต่อจำนวนผู้เรียน และหลักสูตรการอบรมเพื่อพัฒนาทักษะและอาชีพตามความต้องการของประชาชน จึงขอให้เร่งสรุปประเด็นความต้องการทั้งหมดในภาพรวม พร้อมสำรวจรวบรวมข้อมูลและจำแนกประเภทของอาคารสถานที่ อุปกรณ์ และทรัพยากรต่าง ๆ อย่างชัดเจน ทั้งในส่วนที่ กศน.เป็นเจ้าของ และไม่ได้เป็นเจ้าของ เพื่อจะได้หาแนวทางผลักดันการสนับสนุนได้อย่างตรงจุดที่สุด” รมช.ศึกษาธิการ กล่าว

จากนั้น รมช.ศึกษาธิการ ได้เดินทางต่อไปยังชุมชนอินทามระ 11 ซึ่งศูนย์ กศน.เขตพญาไท ได้จัดหลักสูตรรู้เท่าทันป้องกันฝุ่น PM 2.5 และเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 แก่ประชาชนในชุมชนอินทามระ11 ชุมชนเฉลิมราช ชุมชนอาเซียน และชุมชนลือชา พร้อมพบปะและเยี่ยมเยียนประชาชนอย่างเป็นกันเอง

รมช.ศึกษาธิการ กล่าวตอนหนึ่งว่า ขอแสดงความชื่นชมในความร่วมมือร่วมใจของทุกชุมชน ในการพัฒนาตนเอง พัฒนาชุมชน ที่จะเกิดความเจริญก้าวหน้าต่อการเรียนรู้ตลอดชีวิต ซึ่งการจัดอบรมหลักสูตรรู้เท่าทันป้องกันฝุ่น PM 2.5 และเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 มิเพียงจะหวังจะป้องกันเชื้อไวรัสเพื่อรักษาสุขภาพเท่านั้น แต่ต้องการสร้างความรักความสามัคคีในชุมชนจากความร่วมไม้ร่วมมือ สร้างความอบอุ่นในครอบครัว ที่พ่อแม่ ปู่ย่าตายาย จะได้ทำกิจกรรมร่วมกันกับลูกหลาน และที่สำคัญ เป็นการฝึกทักษะชีวิตในการช่วยเหลือตัวเองของเด็กและเยาวชน ให้เย็บผ้าได้ ปะชุนเป็น และลดรายจ่ายในครัวเรือน

ทั้งนี้ ต้องขอแสดงความขอบคุณศูนย์ กศน.พญาไท และบุคลากร กศน.ทั้ง 16 คน ที่ตั้งใจทำงานหนักเพื่อประชาชนในพื้นที่นี้มาโดยตลอด และแม้จะทำงานท่ามกลางความขาดแคลนในหลาย ๆ เรื่อง แต่ผลงานและรอยยิ้มที่ทุกคนได้สร้างให้กับประชาชนกลุ่มเป้าหมายที่จะได้รับประโยชน์ กว่า 7 หมื่นคน เป็นการแสดงให้เห็นถึงศักยภาพและหัวใจอันเป็นกุศล ที่สร้างความภาคภูมิใจให้กับตนเองและครอบครัว ตลอดจนกระทรวงศึกษาธิการ และรัฐมนตรีคนนี้ก็ยังจะยืนยันคำเดิมว่า ครู กศน.เป็นครูพันธุ์พิเศษ ที่มีความสามารถและหัวใจของผู้ให้การเรียนรู้แก่ประชาชนทุกคนอย่างแท้จริง


Cr.นวรัตน์ รามสูต: สรุป/เรียบเรียง
อิทธิพล รุ่งก่อน: ถ่ายภาพ
กลุ่มประชาสัมพันธ์ สร.ศธ.

สุรเชษฐ​ ​ศิลา​นนท์​ รายงาน​

“บิ๊กอู๊ด” มอบหน้ากากอนามัย จำนวน 20,000 ชิ้น และเจลแอลกอฮอล์ จำนวน 120 ขวด แก่ บก.ตม.2

“บิ๊กอู๊ด” มอบหน้ากากอนามัย จำนวน 20,000 ชิ้น และเจลแอลกอฮอล์ จำนวน 120 ขวด แก่ บก.ตม.2

วันที่​ 13 มี.ค.63 เวลาประมาณ 15.30 น. : พล.ต.อ.จักรทิพย์ ชัยจินดา ผบ.ตร. ได้มอบหมายให้ พล.ต.ท.สมพงษ์ ชิงดวง ผบช.สตม. มอบหน้ากากอนามัย จำนวน 20,000 ชิ้น และเจลแอลกอฮอล์ จำนวน 120 ขวด แก่ บก.ตม.2 ซึ่งมีหน้าที่กำกับ ควบคุม ดูแล ท่าอากาศยานทั่วประเทศ เพื่อสร้างขวัญกำลังใจให้แก่เจ้าหน้าที่ตำรวจตรวจคนเข้าเมือง ซึ่งถือเป็นด่านหน้าในการป้องกัน สกัดกั้น ต่อสู้กับเชื้อไวรัสร้าย ที่ไม่สามารถมองเห็นได้ด้วยตาเปล่า ทำให้มีความเสี่ยงอย่างมาก อาจจะพลาดท่าติดเชื้อโควิด-19 ได้

ถึงแม้ว่า สตม. จะมีมาตรการเข้มงวด โดยให้เจ้าหน้าที่ทุกนาย สวมหน้ากากอนามัยและถุงมือยางทุกครั้งในการปฏิบัติหน้าที่ พร้อมทั้งทำความสะอาดเครื่องมือและอุปกรณ์อย่างสม่ำเสมอทุกๆ 10 นาที เพื่อป้องกันเชื้อไวรัสดังกล่าว รวมถึงการตรวจวัดอุณหภูมิด้วนเครื่องเทอร์โมสแกนทั้งก่อนและหลังการปฏิบัติงาน

ซึ่งทาง จนท.ในสังกัด สตม.เองก็มีขวัญ​กำลังใจในการปฏิบัติหน้าที่และพร้อมปฏิบัติงานอย่างเต็มความสามารถ รวมถึงการป้องกันตนเองตามมาตรการอย่างเข้มแข็ง และปฏิบัติหน้าที่อย่างเต็มกำลังความสามารถต่อไป


สุรเชษฐ​ ศิลา​นนท์​ รายงาน​

สภ.คูคต ภ.จ.ปทุมธานี​ เปิดอาคารใหม่ เน้นบริการประชาชน ส-ร-ด (สะดวก รวดเร็ว ดีเยี่ยม)

สภ.คูคต ภ.จ.ปทุมธานี​ เปิดอาคารใหม่ เน้นบริการประชาชน ส-ร-ด(สะดวก รวดเร็ว ดีเยี่ยม)

วันที่​ 12 มี.ค.63​ : สมเด็จพระมหามงคลมุนี (ธงชัย ธฺมมธโช) เป็นประธานฝ่ายสงฆ์ในพิธีเปิดอาคารสำนักงานแห่งใหม่ของสภ.คูคต โดยมี พล.ต.ท.อำพล บัวรับพร ผบช.ภ.1 เป็นประธานเปิดป้ายอาคารสำนักงานแห่งใหม่ของสถานีตำรวจภูธรคูคต พร้อมด้วย พล.ต.ต.ชัยณรงค์ รอง ผบช.ภ.1, พล.ต.ต.ชยุต มารยาทตร์ ผบก.ภ.จ.ปทุมธานี, พ.ต.อ.ชัชวาล ปี่นทอง, พ.ต.อ. ประเวทย์ ตันสมบูรณ์, พ.ต.อ.ไกลเขต บุรีรักษ์, พ.ต.อ.พีรพล โชติกเสถียร​ รอง ผบก.ภ.จ. ปทุมธานี, พ.ต.อ.วิวัฒน์ อัศะวิบูรณ์ ผกก.สภ.ธัญบุรี, พ.ต.อ.ประวิทย์ บุญธรรม ผกก.สภ.ปากคลองรังสิต, พ.ต.อ.เอกราช ช่วยศรี ผกก.สภ.ลำลูกกา, พ.ต.อ.เศรษฐณัณช์ ทิมวัฒน์ ผกก. สภ.คลองหลวง, พ.ต.อ.สายชล โพธิ์ขอม ผกก.สภ.คูบางหลวง, พ.ต.อ.เอนก สระทองอยู่ ผกก.สภ.เมืองปทุมธานี, พ.ต.อ.กรณ์เสฎฐ์ วงศ์สีชิน ผกก.สภ.คลองสิบสอง, พ.ต.อ.รามณรงค์ เกียรติบุญเกิด ผกก.สภ.คลองห้า​ และพ.ต.อ.ดุรกร สิทธิสมบูรณ์ ผกก.สภ.สามโคก

รวมทั้งแขกผู้มีเกียรติร่วมในพิธีจำนวนมากได้แก่ นายชัยยันต์ ยลสุวรรณ์ ส.ส.ปทุมธานี เขต 4 พรรคเพื่อไทย,นายณรงค์ อู่ทรัพย์ นายกเทศมนตรีเมืองคูคต, นายบุญไกร บุญคุ้ม นายกเทศมนตรีเมืองลำสามแก้ว, นายสุเทพ ด้วงเงิน ปลัดเทศบาลเมืองลาดสวาย, นางสาววีรมณ ยืนนาน อัยการจังหวัดธัญบุรี, นายสุชิต โต๊ะวิเศษกุล ผู้พิพากษาหัวหน้าศาลจังหวัดธัญบุรี, นายสมพล โพธิ์กิ่ง ผู้พิพากษาศาลเยาวชนฯ, นายณยชญ์ ศรีเจริญมงคล คณะกรรมการ กต.ตร.สภ.คูคต ฯลฯ โดยมี พ.ต.อ.เอกนิรุจฒิ์วันสิริภักดิ์ ผกก.สภ.คูคต และข้าราชการตำรวจในสังกัดสถานีตำรวจภูธรคูคตให้การต้อนรับ

พ.ต.อ.เอกนิรุจฒิ์ วันสิริภักดิ์ ผู้กำกับการสถานีตำรวจภูธรคูคต กล่าวว่า อาคารสถานที่ทำการสถานีตำรวจภูธรคูคตหลังใหม่นี้และอาคารที่พักอาศัยได้ก่อสร้างด้วยจำนวนเงิน 52,900,000 บาท ด้วยงบประมาณจัดสรรประจำปี 2561 ถึง 2563 ของสำนักงานตำรวจแห่งชาติ เพื่อทดแทนอาคารสำนักงานสถานีตำรวจภูธรคูคต​ เดิมที่ได้ใช้งานมานานกว่า 34 ปี จนมีสภาพชำรุดทรุดโทรม คับแคบ ไม่เหมาะสมต่อการปฏิบัติงานของข้าราชการตำรวจ และบริการประชาชน

สำหรับอาคารสถานที่ทำการสถานีตำรวจภูธรคูคตหลังใหม่นี้ เป็นอาคารขนาด 4 ชั้น เริ่มก่อสร้างเมื่อเดือนมีนาคม 2561 เสร็จสิ้นในเดือนธันวาคม 2562 ใช้เวลาก่อสร้างทั้งหมด 620 วัน เป็นสถานที่ที่กว้างขวางเพียงพอต่อการการปฏิบัติงานของข้าราชการตำรวจ และเหมาะสมในการให้บริการแก่ประชาชนจำนวนมาก อันสืบเนื่องมาจากการขยายตัวของชุมชนเมือง ประกอบกับพื้นที่รับผิดชอบของสถานีตำรวจภูธรคูคตติดต่อกับเขตรับผิดชอบของกองบัญชาการตำรวจนครบาล ทำให้สถานีตำรวจภูธรคูคตมีความพร้อมและภาพลักษณ์ที่ดี ทำให้การปฏิบัติหน้าที่ของข้าราชการตำรวจสะดวกขึ้น และสามารถปฏิบัติงานได้อย่างมุ่งมั่นเต็มที่ ด้วยบริการที่สะดวก รวดเร็ว และดีเยี่ยมสำหรับประชาชน เป็นที่พึ่งของประชาชน ทำให้ประชาชนเกิดความเชื่อมั่นและศรัทธาต่อข้าราชการตำรวจไทยมากขึ้น


สุรเชษฐ​ ศิลา​นนท์​ รายงาน​

(อว.)​ พร้อมรับมือสถานการณ์การระบาด COVID-19

กระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัย และนวัตกรรม (อว.) มีคณะแพทยศาสตร์ และโรงพยาบาลโรงเรียนแพทย์ในสังกัดกระทรวงการอุดมศึกษาฯ ซึ่งมีความพร้อมทั้งด้านแพทย์ พยาบาล และบุคลากรทางการแพทย์ในโรงพยาบาล

วันที่ 13 มีนาคม 2563​ : ดร.สุวิทย์ เมษินทรีย์​ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัย และนวัตกรรม (อว.)​ ได้ประชุมร่วมกับคณบดีคณะแพทยศาสตร์ และผู้อำนวยการโรงพยาบาลโรงเรียนแพทย์ทุกแห่งทั่วประเทศ ซักซ้อมและยืนยันความพร้อมของ (อว.)​ รองรับสถานการณ์การระบาด COVID-19 ในสถานการณ์ในแต่ละระดับ โดยมีการประสานงานอย่างใกล้ชิดกับกระทรวงสาธารณสุข (สธ.) เพื่อสนับสนุนการทำงานของ (สธ.)​

นอกจากนั้นยังได้มีการจัดทำแผนการเตรียมความพร้อมของเวชภัณฑ์ และมาตรการด้านกำลังคนทางการแพทย์ เช่น การเตรียมโรงพยาบาล หอผู้ป่วยหนัก จัดเตรียมประมาณการบริหารจัดการการเวชภัณฑ์ และการให้บุคลากรทางการแพทย์งดการเดินทางไปยังพื้นที่ระบาดทั้งในและต่างประเทศเพื่อป้องกันการถูกกักตัว 14 วัน เป็นต้น

ในส่วนของความร่วมมือและการประสานงานระหว่างกระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม และกระทรวงสาธารณสุข นั้น (อว.)​ ได้จัดตั้งศูนย์ปฏิบัติการภาวะฉุกเฉินทางการวิจัยและวิชาการ (RKEOC) โดยมอบให้ สำนักงานการวิจัยแห่งชาติ (วช.) เป็นหน่วยดำเนินการหลัก และประสานงานในทุกส่วนของกระทรวงฯ ให้มีกลไกการจัดการความรู้ ประมวลความรู้ที่ถูกต้อง รวดเร็ว เข้าใจง่าย และเชื่อมเข้ากับกลไกของกระทรวงสาธารณสุขและของประเทศ โดย RKEOC ได้จัดทำข้อมูลต่างเพื่อเผยแพร่สถานการณ์ และองค์ความรู้กับประชาชน ทั้งในรูปแบบของ เอกสารเผยแพร่ Infographic และคลิปวิดีโอ เช่น คลิปวิดีโอ “COVID-19 แพร่กระจายได้อย่างไร และคุณจะป้องกันตัวเองได้อย่างไร ?” ร่วมกับองค์การอนามัยโลก

นอกจากนั้น (วช.)​ เป็นแกนกลางร่วมกับกรมควบคุมโรคในศูนย์ประสานงาน Coordinated Research Unit เพื่อเป็นศูนย์ประสานงานความร่วมมือด้านการวิจัย รวบรวมข้อมูลด้านการวิจัย โดยมีที่ตั้งของศูนย์อยู่ที่กรมควบคุมโรค (วช.)​ ได้เตรียมงบประมาณสนับสนุนการวิจัยเร่งด่วนไว้แล้ว 250 ล้านบาท โดยในขณะนี้ได้ให้ทุนวิจัยไปแล้ว 10 โครงการในประเด็นการศึกษาเชื้อและลักษณะพันธุกรรมของเชื้อไวรัส โดยเฉพาะการเปลี่ยนแปลงทางพันธุกรรม แบบจำลองทางคณิตศาสตร์เพื่อเข้าใจการแพร่กระจายของเชื้อ และวิธีการวินิจฉัยและชุดตรวจเพื่อวินิจฉัยที่รวดเร็วแม่นยำ รวดเร็ว และการพัฒนายาและวัคซีน


สุรเชษฐ​ ศิลา​นนท์​ รายงาน​

“บิ๊กอ้อ” นำกำลังทลายแหล่งผลิตกัญชา พร้อมยึดของกลางได้จำนวนมาก

“บิ๊กอ้อ” นำกำลังทลายแหล่งผลิตกัญชาพร้อมยึดของกลางได้จำนวนมาก

วันที่ 12 มี.ค.63 เวลา 14.00 น.​ : พล.ต.ต.อัคราเดช พิมลศรี รองผบช.ภ.3 พร้อมด้วย​ พล.ต.ต.ปวริศ บุญสุทธิ ผบก.สส.ภ.3, พ.ต.อ.ประสงค์ เรืองเดช รอง ผบก.สส.ภ.3, พ.ต.อ. ยุทธพงษ์ รอดนวล ผกก.สส.บก.สส.ภ.3, เจ้าหน้าที่ตำรวจ สส.ภ.3 และ เจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.หนองสรวง ได้สืบทราบว่า โกดังไม่มีเลขที่ ภายใน หจก.วรชัยคอนกรีต ม.1 ต.หนองสรวง อ.ขามทะเลสอ จ.นครราชสีมา มีการผลิตกัญชา โดยการปลูกต้นกัญชาในโกดัง ดังกล่าว

จึงได้เข้าตรวจค้น ตามหมายค้นของศาล ผลการตรวจค้น พบ กัญชา จำนวน 970 ต้น,ต้นกัญชา ในบ้านอีก​ 20 ต้น,กัญชาอัดแห้ง อีก 6 แท่งๆละ 1 กก.และ เมล็ดพันธุ์กัญชา อีกจำนวนมาก โดยมี นายมนตรี หรือ เหน่ง ทิวาวรชัย อายุ 53 ปี แสดงตนเป็นเจ้าของโกดัง และ รับสารภาพผลิตกัญชาโดยการปลูกกัญชาจริง จึงได้จับกุมตัว ผู้ต้องหาพร้อมของกลาง ส่ง พนักงานสอบสวน​ สภ.หนองสรวง​ ดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป


สุรเชษฐ​ ศิลา​นนท์​ รายงาน​

12 มีนาคม รำลึกจ่าเพียร (พล.ต.อ.สมเพียร เอกสมญา) อดีต ผกก.สภ.บันนังสตา จ.ยะลา นักสู้แห่งเทือกเขาบูโด

12 มีนาคม รำลึกจ่าเพียร (พล.ต.อ.สมเพียร เอกสมญา) อดีต ผกก.สภ.บันนังสตา จ.ยะลา นักสู้แห่งเทือกเขาบูโด

ข้อมูล : ศูนย์ประชาสัมพันธ์ กองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายในภาค 4 ส่วนหน้า – เพจใหม่

กองทัพบก ร่วมกับ กอ.รมน.ภาค 4 สน.จัดกิจกรรม “กีฬารู้รักสามัคคี ทำความดี จิตอาสาเพื่อความมั่นคง” ปีที่ 5

กองทัพบก ร่วมกับ กอ.รมน.ภาค 4 สน.จัดกิจกรรม “กีฬารู้รักสามัคคี ทำความดี จิตอาสาเพื่อความมั่นคง” ปีที่ 5 มุ่งเน้นให้เยาวชน มีความสามัคคี อยู่ร่วมกันแบบพหุวัฒนธรรม และห่างไกลจากยาเสพติด

เมื่อวันที่ 12 มีนาคม 2563 เวลา 11.30 น. ณ สนามฟุตซอล เดอะฟาตอนี สเตเดียม ตำบลรูสะมิแล อำเภอเมือง จังหวัดปัตตานี พลตรี ชาญวิทย์ อรรถธีระพงษ์ ผู้ทรงคุณวุฒิฝ่ายกิจการพลเรือน ศูนย์ปฏิบัติการกองทัพบก / ผู้อำนวยการสำนักจิตวิทยากรมกิจการพลเรือน ศูนย์ปฏิบัติการกองทัพบก เป็นประธานในพิธีปิดกิจกรรม “กีฬารู้รักสามัคคี ทำความดี จิตอาสาเพื่อความมั่นคง” จัดขึ้นโดย ฝ่ายกิจการพลเรือนศูนย์ปฏิบัติการกองทัพบก ร่วมกับ กองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายในภาค 4 ส่วนหน้า ซึ่งได้รับความร่วมมือจาก มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์วิทยาเขตปัตตานี, สมาชิกโครงการรู้รักสามัคคีเพราะเราคือพี่น้องกัน, มหาวิทยาลัยราชภัฏยะลา และมหาวิทยาลัยนราธิวาสราชนครินทร์ ภายใต้โครงการรู้รักสามัคคีเพราะเราคือพี่น้องกัน ที่เปิดโอกาสให้เยาวชนในพื้นที่ 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้ และ 4 อำเภอของจังหวัดสงขลา ได้เข้าร่วมแข่งขันกีฬาฟุตซอล เพื่อส่งเสริมการอยู่ร่วมกันแบบพหุวัฒนธรรม และรณรงค์ให้เยาวชนห่างไกลจากยาเสพติด โดยมี หน่วยงานราชการในพื้นที่, ผู้แทนสถาบันการศึกษาในพื้นที่, เยาวชนจาก 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้ และ 4 อำเภอของจังหวัดสงขลา เข้าร่วมกิจกรรมเป็นจำนวนมาก

พลตรี ชาญวิทย์ อรรถธีระพงษ์ ผู้ทรงคุณวุฒิฝ่ายกิจการพลเรือน ศูนย์ปฏิบัติการกองทัพบก / ผู้อำนวยการสำนักจิตวิทยากรมกิจการพลเรือน ศูนย์ปฏิบัติการกองทัพบก กล่าวว่า สำหรับกิจกรรม “กีฬารู้รักสามัคคี ทำความดี จิตอาสาเพื่อความมั่นคง” ในความร่วมมือระหว่างฝ่ายกิจการพลเรือนศูนย์ปฏิบัติการกองทัพบกร่วมกับกองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายในภาค 4 ส่วนหน้า เปิดโอกาสให้เยาวชนในพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้ ได้ใช้กีฬาเป็นตัวสร้างความสัมพันธ์ร่วมกันภายใต้สังคมพหุวัฒนธรรม อีกทั้งเยาวชนได้มีพื้นที่แสดงความสามารถทางด้านกีฬา และเป็นการสร้างภูมิคุ้มกันให้เยาวชนห่างไกลจากยาเสพติด โดยกิจกรรมในครั้งนี้จัดขึ้นต่อเนื่องเป็นปีที่ 5 ซึ่งในปีนี้ได้รับความสนใจจากเยาวชนในพื้นที่เข้าร่วมกิจกรรมเป็นจำนวนมาก

สำหรับกิจกรรม “กีฬารู้รักสามัคคี ทำความดี จิตอาสาเพื่อความมั่นคง” ในครั้งนี้จัดขึ้นเป็นปีที่ 5 โดยมุ่งหวังให้เยาวชนในพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้ห่างไกลจากยาเสพติด ส่งเสริมให้เยาวชนสนใจทางด้านกีฬา และเสริมสร้างสังคมพหุวัฒนธรรมบนพื้นฐานของ ความรัก และความสามัคคี ซึ่งเปิดรับสมัครเยาวชนในพื้นที่ 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้ และ 4 อำเภอของจังหวัดสงขลา อายุระหว่าง 18 – 24 ปี ซึ่งภายในทีมมีทั้งเยาวชนไทย – พุทธ และไทย – มุสลิม แบ่งการแข่งขันออกเป็น 2 รอบ โดยรอบคัดเลือกในระดับจังหวัด กำหนดการแข่งขันระหว่างวันที่ 21 – 26 กุมภาพันธ์ 2563 ที่ผ่านมา มีทีมเข้าแข่งขันทั้งสิ้น จำนวน 112 ทีม โดยในครั้งนี้เป็นการแข่งขันนัดชิงชนะเลิศและเป็นการพบกันระหว่างทีม BURGERZOFF และทีม Hunter จากจังหวัดปัตตานีทั้งคู่ ซึ่งทีม BURGERZOFF สามารถเอาชนะชิงเงินรางวัลพร้อมถ้วยเกียรติยศในครั้งนี้ไปได้

#ศูนย์ประชาสัมพันธ์
#กองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายในภาค4ส่วนหน้า


ขอบคุณข้อมูล : ศูนย์ประชาสัมพันธ์ กองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายในภาค 4 ส่วนหน้า – เพจใหม่

แม่ทัพภาคที่ 4 ให้การต้อนรับ หัวหน้าผู้แทนพิเศษของรัฐบาล ในโอกาสเดินทาง ลงพื้นที่ขับเคลื่อนงานพัฒนา จังหวัดชายแดนใต้

แม่ทัพภาคที่ 4 ให้การต้อนรับ หัวหน้าผู้แทนพิเศษของรัฐบาล ในโอกาสเดินทางลงพื้นที่ขับเคลื่อนงานพัฒนาจังหวัดชายแดนใต้ กระตุ้นเศรษฐกิจ หมุนเวียนอย่างยั่งยืน

ที่ห้องประชุมสำนักงานคณะกรรมการขับเคลื่อนการแก้ไขปัญหาจังหวัดชายแดนภาคใต้ส่วนหน้า (คปต.ส่วนหน้า) อำเภอหนองจิก จังหวัดปัตตานี พลโท พรศักดิ์ พูลสวัสดิ์ แม่ทัพภาคที่ 4 / ผู้อำนวยการรักษาความมั่นคงภายในภาค 4, พลโท สมพล ปานกุล รองผู้อำนวยการรักษาความมั่นคงภายในภาค 4 ส่วนหน้า ให้การต้อนรับ พลเอก ชัยชาญ ช้างมงคล รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงกลาโหม/หัวหน้าผู้แทนพิเศษของรัฐบาล เป็นประธานการประชุมผู้แทนพิเศษของรัฐบาล และหัวหน้าส่วนราชการในพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้ เพื่อติดตามผลการดำเนินงานของหน่วยงานในพื้นที่ และขับเคลื่อนงานตามแผนงาน/โครงการงบประมาณ 2563 จากนั้นในช่วงบ่าย รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวง กลาโหมและคณะ เดินทางต่อไปยัง บ่อน้ำพุร้อนบ้านนากอ ตำบลอัยเยอร์เวง อำเภอเบตง จังหวัดยะลา เพื่อเป็นประธานในพิธีเปิดสถานที่ท่องเที่ยวแห่งใหม่ของอำเภอเบตง ตามแผนงานการขับเคลื่อนพัฒนาจังหวัดชายแดนภาคใต้อย่างเป็นระบบและครบวงจร ผ่านโครงการเมืองต้นแบบ สามเหลี่ยมมั่นคง มั่งคั่ง ยั่งยืน

ทั้งนี้ ตามมติคณะรัฐมนตรีได้กำหนดให้อำเภอเบตง จังหวัดยะลา เป็นเมืองหลัก รองรับ การพัฒนาตามแนวทาง เมืองเพื่อการพึ่งพาตนเองอย่างยั่งยืน ซึ่งได้ให้ความสำคัญกับการพัฒนาใน 3 ประเด็นหลัก ได้แก่ เป็นศูนย์กลางท่องเที่ยวแห่งใหม่ของจังหวัดชายภาคแดนใต้ รองรับกลุ่มนักท่องเที่ยว ทั้งชาวไทยและต่างประเทศ ซึ่งนอกจากจะเป็นแหล่งท่องเที่ยวที่สวยงามแล้ว เบตงยังเป็นจุดเชื่อมต่อและการผสมผสานทางวัฒนธรรมของประชาชนทั้งชาวไทยอิสลาม พุทธ และจีน รวมทั้งชาติพันธุ์ดั้งเดิมอย่าง โอรังอัสรี ได้อย่างลงตัว นอกจากนี้ ด้านอาหารการกิน เบตงยังมีความโดดเด่นเป็นเอกลักษณ์ เฉพาะพื้นที่ สำหรับความมั่นคงในมิติเพื่อรองรับการพัฒนา รัฐบาลได้ผลักดันให้เกิด ความมั่นคงทางพลังงาน การคมนาคมขนส่ง และความมั่นคงทางสาธารณสุขเพื่อให้การพัฒนาเป็นไปโดยพร้อมกันทุกด้าน

จากการรวบรวมข้อมูลที่ประชาชนได้ร่วมกันเสนอไปยังรัฐบาล ผ่านศูนย์อำนวยการบริหารจังหวัดชายแดนภาคใต้ (ศอ.บต.) ต้องการให้มีการพัฒนาศักยภาพของแหล่งท่องเที่ยว เพื่อดึงดูดนักท่องเที่ยวที่ชอบธรรมชาติ ชอบเรียนรู้วิถีชีวิตและความเป็นอยู่ ให้เยี่ยมชมทะเลหมอกอัยเยอร์เวง บ่อน้ำพุร้อนหรือสถานที่อื่นๆ ในอันจะนำไปสู่การกระตุ้นเศรษฐกิจ ให้เกิดการหมุนเวียนได้เป็นอย่างดี และที่สำคัญโครงการดังกล่าว เป็นการขับเคลื่อนด้วยพลังของเด็กและเยาวชนในพื้นที่ ที่ทำงานเชื่อมโยงกับภาครัฐ โดยมีเป้าหมายที่สำคัญคือการสร้างงานสร้างอาชีพที่ยั่งยืน มีรายได้ที่เพียงพอต่อการดำรงชีวิต เพื่อช่วยเหลือดูแลครอบครัวและชุมชนต่อไป

#ศูนย์ประชาสัมพันธ์
#กองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายในภาค4ส่วนหน้า


ขอบคุณข้อมูล : ศูนย์ประชาสัมพันธ์ กองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายในภาค 4 ส่วนหน้า – เพจใหม่

ประชาชนจังหวัดยะลา ร่วมพิธีอัญเชิญองค์พระจำลอง แห่รอบเมืองยะลา เพื่อความเป็นสิริมงคลแก่ชาวไทยเชื้อสายจีน

ประชาชนจังหวัดยะลา ร่วมพิธีอัญเชิญองค์พระจำลองแห่รอบเมืองยะลา เพื่อความเป็นสิริมงคลแก่ชาวไทยเชื้อสายจีน

วันนี้ เวลา 08.00 น. ที่ มูลนิธิพระโพธิสัตว์อวโลกิเตศวร อำเภอเมือง จังหวัดยะลา มูลนิธิพระโพธิสัตว์อวโลกิเตศวร ทำพิธีอัญเชิญองค์พระจำลองภายในศาล 19 องค์ ประทับลงเกี้ยวมงคล ออกแห่รอบเมืองยะลา อันเป็นส่วนหนึ่งของงานแห่พระลุยไฟ สมโภชวันประสูติเจ้าแม่กวนอิมมหาโพธิสัตว์ ประจำปี 2563 เพื่อให้ประชาชนชาวไทยเชื้อสายจีนในเขตเทศบาลนครยะลา ได้กราบไหว้สักการะ เสริมความเป็นสิริมงคล ต่อตนเอง ครอบครัว และเพื่อสร้างขวัญกำลังใจ ปัดเป่าสิ่งอัปมงคลออกจากบ้านเรือน ร้านค้า โดยมี ประชาชน และเยาวชนในพื้นที่ร่วมพิธีเป็นจำนวนมาก การจัดงานแห่พระสมโภชวันประสูติเจ้าแม่กวนอิมมหาโพธิสัตว์ มูลนิธิพระโพธิสัตว์อวโลกิเตศวร จัดขึ้นตามวัตถุประสงค์ เพื่อการอนุรักษ์ประเพณีงานแห่พระลุยไฟให้เป็นวัฒนธรรมท้องถิ่น ส่งเสริมให้เด็ก และเยาวชน ได้มีส่วนร่วมในกิจกรรมแห่พระลุยไฟนอกจากนี้ยังเป็นการน้อมรำลึกวันคล้ายวันประสูติของเจ้าแม่กวนอิมมหาโพธิสัตว์ โดยจัดขึ้นในระหว่างวันที่ 10 – 14 มีนาคม 2563

โดยกิจกรรมในช่วงเช้า มีการประกวดเกี้ยวพระประเภทสวยงาม ทั้งหมด 4 รางวัล ประกอบด้วย รางวัลชมเชยได้แก่ เกี้ยวพระตั้วแป๊ะกง, รางวัลรองชนะเลิศอันดับ 2 ได้แก่ เกี้ยวเจ้าพ่อมังกรเขียว, รางวัลรองชนะเลิศอันดับ 1 ได้แก่เกี้ยวเจ้าแม่กวมอิม และรางวัลชนะเลิศ ได้แก่ เกี้ยวเจ้าพ่อเสือ ทั้งนี้พิธีลุยไฟจะจัดขึ้นหลังจากได้มีการแห่องค์พระจำลอง ทั้ง 19 องค์ เสร็จสิ้น ซึ่งตามความเชื่อก่อนที่จะอัญเชิญองค์พระต่าง ๆ กลับเข้าสู่แท่นบูชาภายในศาลเจ้า จะมีพิธีลุยไฟขึ้น เพื่อเป็นการชำระล้างสิ่งที่แอบแฝงมากับผู้หามเกี้ยวพระ ส่วนพิธีลุยไฟเริ่มต้นจากพิธีก่อกองไฟ จากนั้นจะมีผู้เดินลุยไฟเปิดทางก่อนที่ผู้หามเกี้ยวจะนำองค์เจ้าแม่กวนอิม เปิดไฟเป็นองค์แรก และตามด้วยองค์พระต่าง ๆ จนครบทั้ง 19 องค์ หลังจากลุยไฟเสร็จก็จะนำองค์พระกลับเข้าสู่ภายในศาลเจ้าต่อไป

#ศูนย์ประชาสัมพันธ์
#กองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายในภาค4ส่วนหน้า
#เครดิตภาพ : ประยุทธ์ ชูประดิษฐ์


ขอบคุณข้อมูล : ศูนย์ประชาสัมพันธ์ กองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายในภาค 4 ส่วนหน้า – เพจใหม่

หน่วยเฉพาะกิจ กรมทหารพรานที่ 42 อบรมกำลังพล สร้างความรู้ สู้ไวรัสโคโรน่า (COVID -19)

หน่วยเฉพาะกิจกรมทหารพรานที่ 42 อบรมกำลังพล สร้างความรู้ สู้ไวรัสโคโรน่า (COVID -19) #เราจะก้าวข้ามวิกฤตโควิด 19 ครั้งนี้ไปด้วยกัน

เมื่อเวลา 09.00 น. หน่วยเฉพาะกิจกรมทหารพรานที่ 42 โดย พันเอกสมคิด คงแข็ง ผู้บังคับหน่วยเฉพาะกิจกรมทหารพรานที่ 42 มอบหมายให้ ร้อยตรีวสันต์ ไกรเวช นายทหารฝ่ายกำลังพล จัดการอบรมทำความเข้าใจให้กับกำลังพลของหน่วย เกี่ยวกับโรคไวรัสโคโรน่า (COVID-19) โดยแนะนำแนวทางการป้องกันการติดเชื้อ ทำความเข้าใจเกี่ยวกับโรค การสวมใส่หน้ากากอนามัย การทำความสะอาดที่พัก สำนักงาน โดยกำชับกำลังพลให้ระวังดูแลรักษาสุขภาพตนเอง ล้างมือให้สะอาด และสวมหน้ากากอนามัยเมื่ออยู่ในสถานที่ปิด ซึ่งมีวัตถุประสงค์เพื่อให้กำลังพลของหน่วยได้มีความรู้ความเข้าใจเกี่ยวกับโรคไวรัสโคโรน่า(COVID-19) ตามนโยบายของกองทัพบกและกองทัพภาคที่ 4 ณ หน่วยเฉพาะกิจกรมทหารพรานที่ 42 บ้านพิกุล ตำบลควน อำเภอปะนาเระ จังหวัดปัตตานี

นอกจากนี้เตรียมจัดกำลังพลลงพื้นที่สร้างความเข้าใจในการดูแลป้องกันตนเองที่ถูกต้องให้แก่พี่น้องประชาชนในพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้

#หน่วยเฉพาะกิจกรมทหารพรานที่ 42
#ศูนย์ประชาสัมพันธ์
#กองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายในภาค4ส่วนหน้า


ข้อมูล : ศูนย์ประชาสัมพันธ์ กองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายในภาค 4 ส่วนหน้า – เพจใหม่