นครพนม สั่งปิดวัดพระธาตุพนม เซียนมวยติดโควิด-19 กัก รมว.เกษตรฯ 45 คน เข้ม 9 จุดเสี่ยง

นครพนม สั่งปิดวัดพระธาตุพนม เซียนมวยติดโควิด-19 กัก รมว.เกษตรฯ 45 คน เข้ม 9 จุดเสี่ยง

จากกรณีนายนราธิเบต เซียนมวยชื่อดัง ได้โพสต์เฟซบุ๊กว่า เดินทางไปไหว้พระธาตุพนม อ.ธาตุพนม จ.นครพนม พร้อมคณะ วันที่ 11 มี.ค.ที่ผ่านมา เชื่ออาจติดเชื้อไวรัสโคโรน่า โควิด-19ก่อนนี้ที่สนามมวยดัง ผู้ใช้ชิดมีความเสี่ยงติดเชื้อทั้งตำรวจ พระเณร จนท.และเด็กวัด ก่อนถูกกักตัวในบ้าน ต่อมาวันที่ 12 มี.ค. ร.อ.ธรรมนัส พรหมเผ่า รมว.เกษตรฯ เดินทางมาเปิดงานเกษตรลุ่มน้ำโขง แวะไปไหว้ภายในพระธาตุพนม ห่างจากเซียนมวยไม่ถึง 48 ชั่วโมง หวั่นว่าจะติดเชื้อด้วยหรือไม่ ล่าสุด ร.อ.ธรรมนัส ตรวจหาเชื้อที่ รพ.พระราม 9 ตามที่เสนอข่าวไปแล้วนั้น

ความคืบหน้า วันที่ 16 มี.ค. ที่ศาลากลาง จ.นครพนม นายสยาม ศิริมงคล ผวจ.นครพนม เรียกประชุมด่วนหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง และแถลงข่าวถึงกรณีดังกล่าวว่า ตามที่มีข่าวว่ามีผู้ติดเชื้อโควิด-19 เดินทางเข้ามาใน จ.นครพนม ห้วงวันที่ 11-12 มี.ค.ที่ผ่านมา อาจจะมีโอกาสไปสัมผัสกับผู้อื่นที่ไปใช้พื้นที่ต่อเนื่องกัน ทางจังหวัดได้รับรายงานวันที่ 14 มี.ค. ทางผู้ที่เกี่ยวข้องจึงได้สืบสวนและยืนยันสถานะของผู้ที่อ้างว่าติดเชื้อโควิด-19

น.พ.ธราพงษ์ กลับโก รองนายแทพย์สาธารณสุข จ.นครพนม กล่าวว่า จากกรณีมีผู้ไลฟ์ในเฟซบุ๊กว่าเจ้าตัวติดเชื้อไวรัสโคโรน่า โควิด -19 ได้เดินทางมา จ.นครพนม ระหว่างวันที่ 11-12 มี.ค. หลังขึ้นไปไหว้พระธาตุพนม ต่อมามีอาการไข้วันที่ 12 มี.ค. เข้ารับการรักษาที่ รพ.เอกชนแห่งหนึ่งในกรุงเทพฯ เวลา 17.30 น. เจ้าตัวยืนยันว่าผลเป็นบวก จึงได้ตรวจสอบข้อเท็จจริงที่เจ้าตัว พบว่าผู้ติดเชื้อรายนี้พร้อมเพื่อนรวม 4 คน เดินทางมา จ.นครพนม ผ่านทางท่าอากาศยานนครพนม วันที่ 11 มี.ค.เวลา 10.00 น. โดยสายการบินแอร์เอเชีย FD 3398 ที่นั่ง 16 c อาจมีผู้เสี่ยงชิดเชื้อในแถวหน้าและแถวใกล้เคียง

น.พ.ธราพงษ์ กล่าวต่อว่า ต่อมาพบว่ามีเพื่อนที่ จ.นครพนม ไปรับที่สนามบิน จากนั้นเดินทางไปที่ลานพญานาค เวลา 11.45 น. จึงไปรับประทานอาหารที่ร้านแห่งหนึ่งใน อ.เมือง เวลา 14.00 น.เดินทางไปที่วัดพระธาตุพนมวรมหาวิหาร เข้าพบพระครูรูปหนึ่งและเข้าภายในองค์พระธาตุพนมนาน 30 นาที เวลา 16.00 น. ได้เดินมาร้านจำหน่ายเครื่องดื่ม จากนั้น 18.00 น.ได้ไปรับประทานที่ร้านอาหารแห่งหนึ่ง จน 02.20 น. เจ้าตัวและคณะจึงกลับที่พักโรงแรมแห่งหนึ่ง

“วันที่ 12 มี.ค. 09.00 น. เจ้าตัวได้เดินทางไปที่ สภ.เมืองนครพนม 09.30 น.ได้เช่ารถตู้เดินเลาะในตัวเมือง และไปที่สะพานมิตรภาพแห่งที่ 3 กระทั่ง 15.30 น. จึงย้อนกลับมาในตัวเมืองรับประทานที่ร้านอาหารแห่งหนึ่ง 20.00 น. เดินทางกลับเที่ยวบินแอร์เอเชีย เที่ยวบิน 3395 เลขที่นั่ง 16 B รวมสถานที่ร้านอาหารและโรงแรม 9 แห่ง ผู้ที่มีความเสี่ยงสูงได้แก่ผู้ร่วมเดินทางทุกคน ผู้โดยสารเครื่องบินลูกเรือขาไปและกลับ ผู้นั่งอาหารโต๊ะเดียวกัน พนักงานเสิรฟ์ พนักงานโรงแรม พระภิกษุ เด็กวัด พนักงานขับรถรวมทั้งหมด 45 คน” น.พ.ธราพงษ์ กล่าว

ล่าสุดทางสำนักงานสาธารสุข จ.นครพนม ได้ออกติดตามผู้มีความเสี่ยงสูง และพื้นที่ 9 แห่ง พ่นยาฆ่าเชื้อทำความสะอาด และสามารถติดตามบุคคลที่มีความเสี่ยงสูงได้แล้ว 31 คน ทุกคนได้รับการตรวจร่างกายวันนี้โดยชุดเคลื่อนที่เร็ว ใน 31 คนจะถูกกักตัวในที่พัก 14 วัน หากมีอาการผิดปกติเช่นไข้ เจ็บคอ หายใจลำบาก จะเข้ารับตัวไปรักษาทันที ส่วนอีก 14 คนยังติดตามไม่ได้นั้น พบว่าเป็นบุคคลที่นั่งอยู่ใกล้บนเครื่องบินขาไปและกลับ ใน 31 รายที่เฝ้าติดตามยังไม่พบผู้ใดมีอาการไข้ หรือไข้หวัด ยืนยันว่าทุกคนยังปลอดภัย

ด้านนายสยาม กล่าวว่า ส่วนแรกได้สั่งการให้ติดตามบุคคลผู้ใกล้ชิดทั้งหมด 45 คน ส่วนที่ 2 ให้ติดตามยานพาหนะรถยนต์ ส่วนเครื่องบินโดยสารได้แจ้งให้สายการบินทราบแล้ว ส่วนที่ 3 สถานที่ที่เกี่ยวข้อง โดยเฉพาะโรงแรมได้มีการปิด ไม่มีผู้ใดเข้าพัก ทำความสะอาดที่ผู้ติดเชื้อพัก 2 ห้องและผู้ใกล้ชิด 2 ห้องรวม 4 ห้อง จะทำความสะอาดทิ้งระยะเวลาไว้ 3-4 วัน ถ้ามีเชื้อคาดเชื้อนั้นก็จะตายในระยะเวลาที่กำหนด ร้านอาหารก็ได้ปิดเพื่อทำความสะอาดแล้ว ส่วนวัดได้ปิดชั้นในภายใจองค์พระธาตุพนม และรอบกำแพงแก้ว ส่วนชั้นนอกเป็นพื้นที่โล่งเป็นพื้นที่แดดส่องถึงได้พ่นยาฆ่าเชื้อทั้งหมดแล้ว


ภาพ/ข่าว เทพพนม น็อต นคร รายงาน

ปทุมธานี – ปชช.แห่ส่องเลขอ่างน้ำมนต์ฤๅษีเณร

เมื่อเวลา 08.30 น. วันที่ 15 มี.ค. 2563 ที่อาศรมฤๅษีเณร ถนนวงแหวนตะวันตกหมายเลข 9 ปทุมธานี – บางปะอิน มีประชาชนนฝจำนวนมากเดินทางเข้ามาที่อาศรมฤๅษีเณร ธาตุพุทธคุณเพื่อกราบไหว้สิ่งศักดิ์สิทธิ์ในอาศรมเพื่อความเป็นสิริมงคลแก่ตัวเองและครอบครัว พร้อมส่องเลขอ่างน้ำมนต์ก่อนหวยออกในวันพรุ่งนี้

บรรยากาศตลอดทั้งวันที่อาศรมฤๅษีเณรมีประชาชนแวะเวียนเข้ามากราบสิ่งศักดิ์สิทธิ์ภายในอาศรมทั้ง กุมารเจ้าสัวเฮง พ่อปู่ฤๅษีพรหมเมศร์ บันดาลโชคลาภ และมาแก้บนกุมารเจ้าสัวเฮง หลังจากที่มากราบไหว้บนบานขอให้มีโชคลาภ กระทั่งสมหวังโชคลาภตามที่ขอ โดยได้นำ น้ำแดงมาถวายกุมารเจ้าสัวเฮง และฟักทองมาถวาย พ่อปู่ฤๅษีพรหมเมศร์ เป็นจำนวนมาก อีกทั้งยังเข้าร่วมพิธีถวายข้าวสารเพื่ออุทิศส่วนบุญส่วนกุศลให้เจ้ากรรมนายเวรและพิธียกตะข้องเพื่อจะได้ทำมาค้าคล่องและมีความคล่องตัวในหน้าทีการงานไม่ติดขัดใดๆ และยังส่องอ่างน้ำมนต์ที่ศาลาบุญช่วยหน้าพ่อปู่ฤษีพรหมเมศเพื่อหวังโชคลาภ

โดยเลขทั้งหมดมีได้แก่ 1, 2, 4, 5 ,7, 8, ซึ่งตัวเลขดังกล่าวเกิดจาก อาจารย์ฤๅษีเณร ธาตุพุทธคุณ ได้ทำพิธีจรดตัวเลขเรียกว่า เลขโสฬสสะระตะ เป็นพิธีกรรมโบราณ เมื่อประชาชนคอหวยได้เห็น จึงนำไปเสี่ยงโชค เพื่อหวังว่าจะได้ถูกรางวัลได้รับโชคลาภ

จากการสอบถาม นางสาว กัลยากร จิตนิยม อายุ 38 อาชีพพนักงานบริษัท อยู่บ้านเลขที 185/22 หมู่ที่ 1 ตำบล แคราย อำเภอกระทุ่มแบน จังหวัดสมุทรสาคร ได้กล่าวว่าตนได้เดินทางมายังอาศรมฤษีเณรครั้งแรกเมื่อวันที่ 14 กุมภาพันธ์ ตนได้อธิษฐานขอกับเจ้าสัวเฮงว่าหากตนนั้นมีโชคมีลาภหลักหมื่นหลักแสน ตนเองนั้นจะนำจักรยานมาถวาย เมื่อได้ดั่งที่ขอไว้แล้ว วันนี้ตนเองมีเวลาจึงนำจักรยานและน้ำแดงมาแก้บนตามที่ได้อธิษฐานไว้


CR. พี่อนันต์ ปทุมธานี

เพชรบูรณ์ – งูเลื้อยเข้าบ้าน เจ้าของเชื่อจะนำโชคลาภมาให้ เตรียมนำบ้านเลขที่เสี่ยงโชค ก่อนหวยออก

เพชรบูรณ์ งูเลื้อยเข้าบ้าน เจ้าของเชื่อจะนำโชคลาภมาให้ เตรียมนำบ้านเลขที่เสี่ยงโชคก่อนหวยออก

ผู้สื่อข่าวรายงาน เจ้าหน้าที่หน่วยกู้ภัยวังโป่งรวมใจ ได้รับแจ้งจาก นายพีรสิทธิ์ พฤกษชาติ อายุ 65 ปี อาศัยอยู่บ้านเลขที่ 23/9 หมู่1 ต.วังโป่ง อ.วังโป่ง จ.เพชรบูรณ์ ว่ามีงูเลื้อยเข้าบ้าน ซ่อนตัวอยู่ข้างตู้เสื้อผ้า หวั่นเป็นอันตรายต่อลูกหลานที่อยู่ในบ้าน เนื่องจากอาจเป็นงูมีพิษ จึงขอให้ทางเจ้าหน้าที่ที่เชี่ยวชาญด้านการจับงู มาช่วยจับงูตัวดังกล่าว

เมื่อเดินทางไปถึง พบว่างูตัวดังกล่าว ได้ขดตัว ซ่อนอยู่ที่ข้างตู้เสื้อผ้า จึงช่วยกันนำอุปกรณ์ ทำการจับงู จนสามารถจับงูตัวดังกล่าวได้สำเร็จ ตรวจสอบเบื้องต้น พบเป็น งูลายสอ หรือ งูดางแห ซึ่งไม่มีพิษ วัดขนาดความยาว ประมาณ 80 เซนติเมตร หน่วยกู้ภัยวังโป่งรวมใจ จึงได้ช่วยกันนำตัวใส่ถุงปุ๋ยเพื่อไปปล่อยคืนสู่ธรรมชาติตามเดิม ซึ่งขณะกำลังปฏิบัติหน้าที่ พบว่าชาวบ้านใกล้เคียงและเพื่อนบ้านที่ทราบข่าว ต่างพากันมามุงดูเหตุการณ์อย่างใกล้ชิด พร้อมทั้งสอบถามบ้านเลขที่ เพื่อเตรียมนำไปเสี่ยงโชคกันตามความเชื่อที่ว่า หากงูเข้าบ้าน มักจะนำโชคลาภมาให้เสมอ

จากการสอบถาม นายพีรสิทธิ์ พฤกษชาติ อายุ65ปี เจ้าของบ้าน เล่าว่า ก่อนเกิดเหตุ ตนเดินเล่นอยู่แถวหน้าบ้าน ซึ่งเป็นอาคารตึกแถวชั้นเดียว โดยมีลูกหลานเล่นกันอยู่หน้าบ้าน จากนั้นได้เดินเข้าบ้าน เพื่อไปทำกับข้าวกับปลาให้ลูกหลานกิน ขณะกำลังเดินผ่านตู้เสื้อผ้า ได้สังเกตเห็นงูเลื้อยไปมา จึงรู้สึกตกใจมาก เนื่องจากมีลักษณะใกล้เคียง งูเห่า หรือ งูมีพิษ จึงรีบตะโกนบอกลูกหลาน อย่าพึ่งเข้ามาในตัวบ้าน จากนั้นจึงรีบปิดประตูห้อง แล้วโทรศัพท์แจ้งกู้ภัยมาช่วยตรวจสอบ และสามารถจับงูได้สำเร็จและปลอดภัย เมื่อตรวจสอบดูแล้ว ก็พบว่าเป็นงูไม่มีพิษ จึงรู้สึกอุ่นใจยิ่งขึ้น และนอกจากนี้ ตนก็เตรียมนำบ้านเลขที่ไปเสี่ยงโชคในวันหวยออก เพราะเชื่อว่า จะมีโชคลาภจากสัตว์เลื้อยคลาน

ทั้งนี้ งูลายสอ เป็นงูขนาดเล็ก ไม่มีพิษ แต่มีนิสัยดุร้าย ลำตัวมักมีลายดำบนพื้นสีเหลือง อาศัยหากินอยู่ตามพื้นดินและในน้ำ ไม่ขึ้นต้นไม้ ออกหากินในเวลากลางวัน ซึ่งสาเหตุที่พบงูดังกล่าว เนื่องจากบริเวณหลังบ้านติดกับป่าหญ้า ประกอบกับเป็นช่วงหน้าแล้ง อากาศร้อน งูจึงเลื้อยเข้ามาหาอาหาร และซ่อนตัวภายในบ้าน ดังกล่าว


เดชา มลามาตย์/มนสิชา คล้ายแก้ว

เพชรบูรณ์ – ชื่นชม “โรงทานหน้ากากอนามัย” นำมาแจกฟรี 1,000 ชิ้น เพื่อป้องกันและควบคุมโรค COVID – 19 พบหมดเกลี้ยงในเวลาอันรวดเร็ว

เพชรบูรณ์ ชื่นชม “โรงทานหน้ากากอนามัย” นำมาแจกฟรี 1,000 ชิ้น เพื่อป้องกันและควบคุมโรค COVID – 19 พบหมดเกลี้ยงในเวลาอันรวดเร็ว

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ที่มณฑลพิธี เมรุชั่วคราว วัดโคกสง่า หมู่ 7 ตำบลพุขาม อำเภอวิเชียรบุรี จังหวัดเพชรบูรณ์ เหล่าพุทธศาสนิกชน ตลอดจนประชาชนทั้งในและนอกพื้นที่นับพันคน ต่างหลั่งไหลเข้าร่วมพิธีพระราชทานเพลิงศพ พระครูโสภณพัชรศาสน์ (สุทิน หงษ์คำดี) อดีตเจ้าอาวาสวัดโคกสง่า ,อดีตเจ้าคณะตำบลพุขาม ซึ่งมรณภาพด้วยโรคชรา สิริอายุ 79ปี 33 พรรษา โดยมีนายอัครเดช ทองใจสด นายกองค์การบริหารส่วนจังหวัดเพชรบูรณ์ เป็นประธานฝ่ายฆราวาส นำพุทธศาสนิกชน ผู้มีจิตศรัทธา ส่วนราชการ ผู้นำท้องถิ่น พ่อค้าประชาชน เข้าร่วมพิธีพระราชทานเพลิงศพอย่างคับคั่ง

ทั้งนี้ บรรยากาศภายในงาน ได้มีผู้ใจบุญ ผู้มีจิตศรัทธา ต่างนำอาหาร ผลไม้ เครื่องดื่ม น้ำดื่ม มาจัดตั้งโรงทาน ไว้ให้บริการแก่ผู้ที่มาร่วมงาน ได้ดื่มกิน และรับประทานอาหารอย่างอิ่มท้อง เช่นเดียวกับ “โรงทานหน้ากากอนามัย” ของอาจารย์อ๊อด หรือ นายอำนาจ โพธินอก เจ้าของสำนักอาจารย์อ๊อด หมู่ 1 ตำบลพุเตย อำเภอวิเชียร จังหวัดเพชรบูรณ์ ก็ได้ทำการจัดซื้อ “หน้ากากอนามัย” อย่างดี ความหนา 4 ชั้น จำนวนกว่า 1,000 ชิ้น มาร่วมแจกจ่ายฟรี ให้แก่ผู้ที่มาร่วมงานคนละ 1 ชิ้น พร้อมบริการเจลแอลกอฮอร์ล้างมือ เพื่อเป็นการป้องกันและควบคุมโรค COVID – 19 ซึ่งเป็นโรคติดต่ออันตรายอันดับที่ 14 และเป็นภัยต่อสุขภาพของประชาชนทั่วโลกในขณะนี้ โดยพบว่าได้รับความสนใจเป็นอย่างมาก มีผู้เข้าแถวขอรับหน้ากากอนามัย จนแจกหมดเกลี้ยง 1,000 ชิ้น ภายในเวลาอันรวดเร็ว


ราเมธ บงแก้ว/มนสิชา คล้ายแก้ว

ตราด – หมดแล้วหมดเลย ประชาชนชาวตําบลไม้รูด ยังคงให้ความสนใจซื้อหน้ากากอนามัย ผ่านร้านธงฟ้าราคาประหยัด อย่างต่อเนื่อง

ตราด/หมดแล้วหมดเลยประชาชนชาวตําบลไม้รูดยังคงให้ความสนใจซื้อหน้ากากอนามัย ผ่านร้านธงฟ้าราคาประหยัดอย่างต่อเนื่อง

เมื่อช่วงเช้าที่ผ่านมา นายวิโรจน์ พิเภก พาณิชย์จังหวัดตราด พร้อมด้วยหน่วยงานที่เป็นคณะอนุกรรมการคุ้มครองผู้บริโภคระดับจังหวัด ได้นําหน้ากากอนามัยมา จำหน่ายที่ร้านศุภวัฒน์ วุฒิพรประเสริฐ บ้านเลขที่ 33 หมู่ 1 ต.ไม้รูด อ.คลองใหญ่ จ.ตราด หน้ากากอนามัย ที่ได้รับจัดสรรมาจากกรมการค้าภายใน กระทรวงพาณิชย์ เพื่อวางจำหน่ายในร้านธงฟ้าราคาประหยัดพัฒนาเศรษฐกิจท้องถิ่นจังหวัดตราดอําเภอ และตําบลที่ร้านโดยมีประชาชนชาวตําบลไม้รูด เยาวชน ทยอยกันมาซื้อหน้ากากอนามัย ที่มีการจำกัดจำนวนคนละ ไม่เกิน 1 แพ็ค บรรจุ 4 ชิ้น จําหน่ายในราคาแพ็คละ 10 บาท ชิ้นละ 2.50 บาท อย่างต่อเนื่อง

นายวิโรจน์ พิเภก พาณิชย์จังหวัดตราด กล่าวว่า กรมการค้าภายในได้จัดสรรหน้ากากอนามัย ให้กับร้านธงฟ้าราคาประหยัดพัฒนาเศรษฐกิจท้องถิ่นตําบลไม้รูด ร้านดังกล่าว จำนวน 250 ชุด รวม 1,000 ชิ้น โดยใน 1 แพ็ค มีหน้ากากอนามัย 4 ชิ้น ทั้งนี้เพื่อจำหน่ายให้กับประชาชนในราคาประหยัด แพ็คละ 10 บาท พบว่าได้รับความสนใจจากประชาชนชาวตําบลไม้รูดรวมทั้งเยาวชนสนใจเลือกซื้อ เนื่องจากในช่วงนี้อยู่ในช่วงการรณรงค์ป้องกันปัญหาการแพร่ระบาดของโรคไวรัสโควิด – 19 จึงทำให้หน้ากากอนามัยเป็นสินค้าที่ขาดตลาด และเป็นที่ต้องการของประชาชน ทางสำนักงานพาณิชย์จังหวัดตราด จึงได้ดำเนินการขอโควต้าความต้องการไปยังกรมการค้าภายในอย่างต่อเนื่องทุกวันก่อนเวลา 10.00 น. เพื่อให้กรมการค้าภายในจัดสรรหน้ากากอนามัย มาจำหน่ายยังร้านธงฟ้า ฯ ในแต่ละพื้นที่ โดยจะมีคณะอนุกรรมการคุ้มครองผู้บริโภคทั้งในระดับจังหวัด และระดับอำเภอ ทำหน้าที่กำกับดูแลการจำหน่ายหน้ากากอนามัย ที่ได้รับการจัดสรรอย่างต่อเนื่อง

ทั้งนี้ประชาชนชาวตําบลไม้รูด อ.คลองใหญ่สามารถติดตามการจัดสรรหน้ากากอนามัย ที่จะนำไปจำหน่ายยังร้านธงฟ้าในแต่ละพื้นที่ ล่วงหน้า ได้ที่เพจเฟสบุ๊คสำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดตราด หรือสำนักงานพาณิชย์จังหวัดตราดต่อไป


ภาพ/ข่าว วิเชียร ม่วงสี  ผู้สื่อข่าว จ.ตราด
นาย พรเทพ เขม้นเขตวิทย์ รายงานจากศูนย์ข่าวภาคตะวันออก

นนทบุรี – ฝนตกพายุกระหน่ำเมืองนนท์ เสาไฟฟ้าหักโค่น10 ต้น ทับรถยนต์เสียหาย 4 คัน โชคดีไร้เจ็บ

นนทบุรี ฝนตกพายุกระหน่ำเมืองนนท์เสาไฟฟ้าหักโค่น10 ต้น ทับรถยนต์เสียหาย 4 คัน โชคดีไร้เจ็บ

เมื่อเวลา 12.00 น.วันที่ 15 มี.ค.63 เกิดฝนตกและลมกรรโชกแรงในพื้นที่จังหวัดนนทบุรีหลายแห่ง ต่อมาเจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.เมืองนนทบุรี รับแจ้งเหตุเสาไฟฟ้าโค่นพังเสียหายจำนวนหลายสิบต้นภายในซอยจุฬาเกษม แยก18 ถนนงามวงศ์วาน ต.บางเขน อ.เมือง จ.นนทบุรี จึงพร้อมด้วย พ.ต.อ.สีหเดช สระกอบแก้ว ผกก.สภ.เมืองนนทบุรี เจ้าหน้าที่บรรเทาสาธารณภัยจากเทศบาลนครรนนทบุรี เจ้าหน้าที่จากการไฟฟ้านครหลวง เขตนนทบุรี ไปตรวจสอบ

ที่เกิดเหตุภายในซอยดังกล่าวเสาไฟฟ้าล้มลงมา10 ต้น โค่นพังทับรถยนต์เสียหาย 4 คัน รถกระบะตอนเดียว สีบรอนซ์เงิน ไม่ทราบทะเบียน เนื่องจากถูกสายไฟและเสาไฟฟ้าโค่นทับกะบะท้ายทั้งคัน, รถยนต์ฮอนด้าซิตี้ สีขาว ทะเบียน 1กฬ 1652 กรุงเทพ, รถเก๋งเชฟโรเลต รุ่นเทเลเบเซอร์ สีเทาดำ ทะเบียน 2 กฒ 4434 กรุงเทพ, รถแท๊กซี่ โตโยต้าสีฟ้า รุ่นแอลติส ทะเบียน ทส 8112 กรุงเทพ ซึ่งทั้งสี่คันได้รับความเสียหายถูกสายไฟฟ้าและเสาไฟฟ้าพังทับตัวรถ

สอบถามนางสาวกรรณิกา บุญปัญญา อายุ 41 ปี ช่างเย็บผ้าใกล้อาคารที่เกิดเหตุ กล่าวว่า ระหว่างทำงานได้ยินเสียงลมกรรโชกแรงมากก่อนจะมีพายุพัดแรงและฝนตกลงมาอย่างแรงนานกว่า 30 นาที จากนั้นก็ได้ยินเสียงดังทีแรกคิดว่าหม้อแปลงไฟฟ้าระเบิด แต่ก็ไม่กล้าออกมาดู จนกระทั่งไฟดับและทราบว่ามีเสาไฟฟ้าหักโค่นลงมานับสิบต้นและทับรถยนต์เสียหายหลายคัน รวมทั้งรถที่บ้านและรถเพื่อนบ้าน แต่ก็ไม่กล้าเข้าไปดู เพราะเขายังไม่ตัดไฟ อยู่ที่นี่มานานไม่เคยเจอเหตุการณ์แบบนี้ ส่วนมากก็แค่ไฟดับ ครั้งนี้ถือว่ารุนแรงและน่ากลัวกว่าทุกครั้งที่เจอมา

เบื้องต้นเจ้าหน้าที่การไฟฟ้านครหลวงเขตนนทบุรีอยู่ระหว่างทำการกู้เสาไฟฟ้าที่หักโค่นและสายไฟฟ้าจำนวนมากที่พาดพังลงมา เพื่อติดตั้งเสาและสายไฟฟ้าใหม่ คาดว่าคงต้องใช้เวลาหลายชั่วโมงกว่าที่จะจ่ายไฟฟ้าให้กับชาวบ้านในซอยนี้ได้เหมือนเดิม

สาโรจน์ สว่างศรี / นนทบุรี

จันทบุรี-รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงสาธารณสุข นำประชาชนร่วม โครงการก้าวท้าใจ sport city “ ปิดเมืองวิ่ง…จันท์…ฮิ ” (Night Run) ส่งเสริมการออกกำลังกาย เพื่อสุขภาพ ป้องกันไวรัสโควิด-19

จันทบุรี-รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงสาธารณสุข นำประชาชนร่วม โครงการก้าวท้าใจ sport city “ ปิดเมืองวิ่ง…จันท์…ฮิ ” (Night Run) ส่งเสริมการออกกำลังกาย เพื่อสุขภาพ ป้องกันไวรัสโควิด-19

ค่ำวันนี้ ( 14 มี.ค.63 ) ที่สนามกีฬาองค์การบริหารส่วนจังหวัดจันทบุรี กรมอนามัยกระทรวงสาธารณสุข ร่วมกับ สมาคมกีฬาแห่งจังหวัดจันทบุรี ส่วนราชการ และภาคเอกชนที่เกี่ยวข้อง ได้นำข้าราชการ ประชาชน นักเรียน นักศึกษา และ อสม.ที่ร่วมสมัครเข้าร่วมโครงการก้าวท้าใจ sport city ร่วมกิจกรรม วิ่ง Night Run “ ปิดเมืองวิ่ง…จันท์…ฮิ ” โดยมี นายสาธิต ปิตุเตชะ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงสาธารณสุขเป็นประธาน

โอกาสนี้ ดารารับเชิญ หนุ่ม ศรราม เทพพิทักษ์ ได้มาร่วมกิจกรรมพร้อมเป็นพรีเซ็นเตอร์นำเยาวชนร่วมออกกำลังกาย มีการแสดง คีตะมวยไทย จากทีม TO BE NUMBER ONE DANCERISE ก่อนจะปล่อยตัวนักกีฬาที่สมัครเข้าร่วมกิจกรรม แบ่งออกเป็น วิ่งระยะทาง 10.5 กิโลเมตร / วิ่งระยะทาง 6.5 กิโลเมตร และ ระยะทาง 2.5 กิโลเมตร เพื่อส่งเสริมการออกกำลังกายให้สุขภาพแข็งแรงเป็นเกราะป้องกันโรคภัยไข้เจ็บ รวมทั้งไวรัสโควิด-19 และยังส่งเสริมการท่องเที่ยวในจังหวัดจันทบุรี

โดยผู้เข้าร่วมกิจกรรมทุกคนผ่านการคัดกรองจากสำนักงานสาธารณสุข และยืนยันว่าการจัดการแข่งขันครั้งนี้ปลอดภัยจากไวรัสโควิด-19 จุดสตาร์ท เริ่มต้นที่สนามกีฬาจังหวัดจันทบุรี ผ่านชุมชนต่างๆในเขตเทศบาลเมืองจันทบุรี / เทศบาลจันทนิมิต สัมผัสบรรยากาศ แสง สี ยามค่ำคืน แหล่งท่องเที่ยวต่างๆทางประวัติศาสตร์ และวิถีชีวิตชาวจันทบุรี อาทิ ตลาดพลอย ชุมชนท่าเรือจ้าง โบสถ์คาทอลิก ชุมชนริมน้ำจันทบูร ศาลหลักเมือง ศาลสมเด็จพระเจ้าตากสินมหาราช เป็นต้น


ภาพ/ข่าว จรัล บรรยงคเสนา  ผู้สื่อข่าว จ.จันทบุรี
นาย  พรเทพ เขม้นเขตวิทย์ รายงานจากศูนย์ข่าวภาคตะวันออก

อย่าให้จบไปพร้อมกับ COVID-19

เมื่อสถานการณ์โรคระบาด COVID-19 จะจบลง สิ่งที่ทุกภาคส่วนต้องปรับตัว เพื่อรับมือกับภยันตรายใหม่ๆที่จะคลืบคลานเข้ามาเรื่อยๆ เช่น ภัยธรรมชาติ เป็นสิ่งที่อยู่นอกเหนือการควบคุม สงครามทุกมิติทั้งในด้านเศรษฐกิจและการใช้กำลังทางทหาร รวมถึงการใช้อาวุธชีวภาพและใช้เทคโนโลยีล้ำยุคทำลายล้าง

สิ่งเหล่านี้ภาครัฐและทุกหน่วยงานต้องร่วมประชุมหาแนวทางป้องกันและเตรียมมาตรการแต่ละระดับมารองรับเมื่อสถานการณ์เกิดขึ้น ซึ่งการรักษาชีวิตและสุขภาพของพลเมืองในแต่ละประเทศของตนเป็นเรื่องที่สำคัญลำดับแรก ทั้งในเรื่องเศรษฐกิจ โดยเฉพาะ SME และผู้ที่ทำงานหาเช้าชามเย็นชาม

รัฐและหน่วยงานราชการที่เป็นยุคใหม่จะต้องคิดทบทวนข้อผิดพลาด การข่าว การกรองข้อมูล ความเห็นของประชาชน และความพร้อมรับมือหากเกิดวิกฤตใหม่ขึ้นมาอีกในไม่ช้าก็เร็ว การวางแผนวางมาตรการช่วยเหลือทุกอย่างต้องทำการบ้านรอไว้ดีกว่ามาแก้ปัญหาช่วงเหตุการณ์ล่วงเลยมาสักพักแล้ว ซึ่งบางครั้งก็สายเกินกว่าจะแก้ไข หรือได้รับผลกระทบหนักกว่าที่ควรจะเป็น

อย่างกรณีปัจจุบันในเรื่องยกเลิกการใช้เงินสด เหรียญและธนบัตรหยิบจับที่เสมือนเป็นเครื่องมือที่ช่วยในการแพร่กระจายของโรคได้ง่ายขึ้น มาเป็นการจ่ายเงินผ่านระบบดิจิตอล จ่ายด้วยการสแกน QR CODE ถึงเวลาที่ภาครัฐต้องวางระบบและพัฒนาด้านเทคโนโลยีให้สังคมถึงขีดสุดที่ไม่จำเป็นต้องใช้จ่ายในรูปเงินสดอีกต่อไป และวางระบบการป้องกันด้านเทคโนโลยีขั้นสูงสุด เพื่อความเชื่อมั่นปลอดภัยและผลต่อความมั่นคงของประเทศ

ทั้งนี้ไม่ต้องจินตนาการไปไกล เพียงศึกษารูปแบบจากประเทศจีนที่เป็นต้นแบบของสังคมไร้เงินสดแล้วว่า เค้ามีการใช้เทคโนโลยีใดมาพัฒนา การส่งเสริมของภาครัฐแบบไหน การลงทุนของภาคเอกชนโดยมีรัฐคอยกำกับในบางเรื่องที่จำเป็นเท่านั้น และปล่อยให้เอกชนทำงานพัฒนา มีรัฐคอยเป็นลูกพี่ดูแลปกป้อง อย่างที่เห็นได้ชัด คือ HUAWEI, WECHAT, ALIBABA โดยเฉพาะ WECHAT ที่ประชาชนคนจีนขาดไม่ได้

เพราะทุกสิ่งอย่างก็จ่ายผ่าน WECHAT หรือ ALIBABA ก็จ่ายผ่านแพลทฟอร์ม ALIPAY ซึ่งที่เรียกว่า SOCIAL BANKING ที่ประเทศไทยเรายังห่างไกลและสิ่งที่น่าเสียดายที่ประเทศเรายังไม่มีโอกาสสร้างบริษัท START UP ของไทยให้ได้เป็นบริษัทชั้นนำเลย

หรือภาษาง่ายๆที่เรียกว่า ยูนิคอร์น อย่างเช่น กรณี GRAB, GET!, LINEMAN บริษัทเหล่านี้ที่ได้ให้การบริการและความสะดวกแก่ผู้ใช้ในการรับส่งอาหารถึงหน้าประตูบ้าน โดยยอดการใช้บริการเพิ่มขึ้นสูงเป็นเท่าตัวในช่วงวิกฤตนี้ แต่ทั้ง 3 บริษัทดันไม่ใช่ของคนไทยเลย ภาษีก็ไม่ได้เข้าเต็มเม็ดเต็มหน่วย

เรื่องนี้จะมีทางออก 2 ทาง คือ ผลักดันให้มีการจัดเก็บภาษีโดยผ่านระบบ(อาจใช้เวลานาน) หรือส่งเสริมคนไทย ภาครัฐลงทุนร่วมกับภาคเอกชนของไทยให้เกิดขึ้น เพื่อจะเกิดการแข่งขันและมีรายได้เข้ารัฐมากกว่าที่ควรจะเป็น และโดยเฉพาะข้อมูลส่วนบุคคลและพฤติกรรม เราก็ไม่เคยจะมีข้อมูล (DATA) ที่เป็นของคนไทยเองเลย มีแต่ให้ต่างชาติมาเก็บข้อมูลของคนในประเทศเรามากกว่า

เพราะอนาคตสิ่งที่มีค่าเสมือนน้ำมันที่จะกลายเป็นอดีต มันก็คือ “DATA” หรือข้อมูล ซึ่งมันคือข้อมูลและการรู้พฤติกรรมของคนในประเทศมาประมวลผลผ่านกระบวนการการใช้เทคโนโลยี AI หรือที่เรียกว่า ปัญญาประดิษฐ์ มาวิเคราะห์เพื่อรู้ว่าคนนี้ต้องการอะไร เมื่อไหร่ สิ่งไหน รู้มากกว่าที่ตัวเราเองจะรู้ซะอีก


โดย ดร.ธเนษฐ เศรษฐาวาณิช

ในหลวง ทรงมีพระราชสาส์นแสดงความเสียพระราชหฤทัย อดีตเลขาธิการสหประชาชาติ ถึงแก่อนิจกรรม

พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าโปรดกระหม่อมให้ส่งข้อ ความ พระราชสาส์นแสดงความเสียพระราชหฤทัย ไปยังเลขาธิการสหประชาชาติ ในการที่นายฆาบิเอร์ เปเรซ เด กูเอยาร์ (Mr. Javier Pérez de Cuéllar) อดีตเลขาธิการสหประชาชาติ ถึงแก่อนิจกรรม เมื่อวันที่ 4 มีนาคม 2563 ใจความว่า

ฯพณฯ นายอังตอนิอู กูแตร์รึช

เลขาธิการสหประชาชาติ

นครนิวยอร์ก

ข้าพเจ้าและประชาชนชาวไทยขอร่วมกับประชาคมโลก แสดงความอาลัยต่อการถึงแก่อนิจกรรมของ นายฆาบิเอร์ เปเรซ เด กูเอยาร์ (Mr.Javier Perez de Cuellar) อดีตเลขาธิ การสหประชาชาติ คุณูปการที่ท่านได้สร้างไว้แก่สหประชาชาติตลอดช่วงเวลาที่ดำรงตำ แหน่งทั้งสองสมัยนั้น เป็นที่ประจักษ์ชัดว่าเป็นประโยชน์อันยั่งยืนและควรแก่การยกย่องอย่างยิ่ง ด้วยความเป็นนักการทูตและผู้เจรจาไกล่เกลี่ย ข้อพิพาทที่เปี่ยมด้วยความสามารถ ท่านได้ปฏิบัติหน้าที่อย่างเหมาะสมและไม่หยุดยั้ง เมื่อเกิดกรณีที่องค์การสหประชาชาติต้องเผชิญกับความท้าทายจากความขัดแข้งระหว่างประเทศในภูมิภาคต่างๆ ตลอดจนกรณีสงครามกลางเมือง นับเป็นการเสริมสร้างพลังความเข้มแข็งให้กับองค์การสหประชาชาติในฐานะที่ได้รับมอบหมายให้เป็นผู้รักษาสันติภาพและความมั่นคงระหว่างประเทศ

ในนามของประชาชนชาวไทย ข้าพเจ้าขอแสดงความเสียใจอย่างสุดซึ้งมายังท่านองค์การสหประชาชาติและเครือข่าย รวมทั้งครอบครัวของอดีตเลขาธิการสหประชาชาติ ที่ได้สูญเสียบุคคลสำคัญซึ่งได้รับการยกย่องในนานาประเทศเฉกเช่นรัฐบุรุษผู้หนึ่ง

(พระปรมาภิไธย) มหาวชิราลงกรณ พระวชิรเกล้าเจ้าอยู่หัว


นครพนม ระดมตรวจไข้ พระ-เณรวัดธาตุพนม พบพระ 1 รูป เสี่ยงติดโควิด-19 กัก ตร.อีก 8 นาย

นครพนม ระดมตรวจไข้พระ-เณรวัดธาตุพนม พบพระ1รูปเสี่ยงติดโควิด-19 กัก ตร.อีก 8 นาย

เมื่อวันที่ 15 มี.ค. น.พ.จิณณพิภัทร ชูปัญญา นายแพทย์สาธารณสุข จ.นครพนม นายสามารถ สุวรรณมณี นายอำเภอธาตุพนม และนายสุพจน์ ผิวดำ ปลัดอาวุโส อ.ธาตุพนม ระดมเจ้าหน้าที่สาธารณสุข และหน่วยงานเกี่ยวข้องตรวจคัดกรอง พระ-เณร เด็กวัด รวมทั้งเจ้าหน้าที่ภายในวัดดังกล่าว หลังมีกระแสข่าวเซียนมวยคนหนึ่งคือนราธิเบต ทองคำ ได้โพสต์เฟซบุ๊กส่วนตัวว่า ได้เดินทางมากับคณะ เพื่อกราบไหว้ขอพรองค์พระธาตุพนม เมื่อวันที่ 11 มี.ค.ที่ผ่านมา

เซียนมวยชื่อดังรายนี้ยังระบุว่า จนกระทั่งกลับถึงกรุงเทพฯมีไข้ คั่นเนื้อคั่นตัว ก่อนเข้ารับการตรวจกับแพทย์ ปรากฏว่าติดเชื้อโคโรน่า โควิด-19 เชื่อว่ามาจากต้นเหตุที่ไปสนามมวย จึงออกมาเผยแพร่ข้อมูลดังกล่าว เพื่อแสดงความรับผิดชอบต่อสังคม และต้องการให้คณะที่เดินทางร่วมทำบุญในวันเดียวกัน ได้เฝ้าระวังและให้แพทย์ตรวจคัดกรองอาการ เพื่อป้องกันการแพร่ระบาดสู่คนอื่น

ต่อมา พ.ต.อ.ศรีนคร นัยวัฒน์ ผกก.สภ.ธาตุพนม จ.นครพนม ได้มีคำสั่งสถานีตำรวจภูธรอำเภอธาตุพนม ที่ 93/2563 ลงวันที่ 14 มีนาคม 2563 ให้ตำรวจ ทั้ง 2 นาย พร้อมคนใกล้ชิดในครอบครัวกักตัวเองในบ้านพัก เพื่อเฝ้าดูอาการเป็นเวลา 15 วัน และประสานแพทย์ พยาบาล เข้าตรวจดูอาการเบื้องต้น จากการตรวจสอบยังไม่พบว่าตำรวจทั้ง 2 นายมีไข้ แต่ยังต้องเฝ้าระวัง

นอกจากนี้ยังพบว่ามีคณะข้าราชการตำรวจ สังกัด บก.ภ.จว.นครพนม ที่เข้าไปกราบไหว้ขอพร ภายในองค์พระธาตุพนมในวันเดียวกัน อีกจำนวน 8 นาย มียศ พ.ต.อ. จนถึง ด.ต. ล่าสุดถูกให้กักตัวภายในบ้านพัก ตามระยะเวลา 14 วัน จนกว่าจะปลอดภัยจากการติดเชื้อ

วันเดียวกันเจ้าหน้าที่สาธารณสุข จ. ได้ระดมทีมตรวจคัดกรองโรค ตรวจคัดกรองพระ-เณร ลูกวัด ตำรวจที่ดูแลรักษาความปลอดภัยในองค์พระธาตุพนม ตลอดจนเจ้าหน้าที่ภายในวัด เพื่อสังเกตอาการและเฝ้าระวังป้องกันการติดเชื้อ จากการตรวจสอบพบว่ามีพระ 1 รูป ที่ติดตามคณะเซียนมวยชื่อดังที่เข้าข่าย จึงต้องกักตัวภายในกุฏิ 14 วันเฝ้าดูอาการใกล้ชิด

ด้านนายสุพจน์ ผิวดำ ปลัดอาวุโส อ.ธาตุพนม จ.นครพนม เผยว่า หลังทราบข่าวได้ประสานทีมเจ้าหน้าที่จากสำนักงานสาธารณสุข จ.นครพนม สาธารณสุขอำเภอ และหน่วยงานเกี่ยวข้อง ตรวจคัดกรองพระ-เณร เจ้าหน้าที่กลุ่มเสี่ยงภายในวัด เพื่อเฝ้าดูอาการ แต่ยังไม่พบว่ามีบุคคลใด ที่มีอาการผิดปกติ แต่อยู่ในช่วงเฝ้าระวัง

ส่วนบุคคลที่ต้องกักตัวมีตำรวจ 2 นาย พระ 1 รูป ที่เข้าไปกับคณะ รวมทั้งตำรวจที่เดินทางร่วมคณะในวันเดียวกันอีก 8 นาย ซึ่งทางสำนักงานสาธารณสุข จ.นครพนม ได้ประสานเรื่องการกักตัวเอง เฝ้าระวังตามกำหนด ส่วนมาตรการการป้องกันระยะยาว ได้หารือกับทางวัดให้มีการงดให้ประชาชน นักท่องเที่ยว และนักแสวงบุญเข้าไปภายในองค์พระธาตุพนม

ส่วนพื้นที่วัดตามจุดทำบุญทุกจุด ยังคงเปิดเป็นปกติ เพื่อรองรับประชาชน นักท่องเที่ยว ที่มาทำบุญ ซึ่งได้กำชับให้นักท่องเที่ยวช่วยป้องกัน สวมใส่หน้ากากอนามัยในการเข้ามาทำบุญ หากพบกลุ่มเสี่ยงจะต้องงดเข้าในพื้นที่วัด และจะจัดบิ๊กคลีนนิ่งเดย์ เพื่อทำความสะอาด ฉีดยาฆ่าเชื้อ ในพื้นที่วัด ป้องกันการแพร่ระบาดต่อไป


ภาพ/ข่าว เทพพนม น็อต นคร รายงาน