ลพบุรี – สาวใหญ่เครียด ถูกออกจากงาน เงินไม่พอใช้ สงสารสามี แอบผูกคอตายคาบ้าน

ลพบุรี สาวใหญ่เครียดถูกออกจากงาน เงินไม่พอใช้ สงสารสามี แอบผูกคอตายคาบ้าน

เมื่อเวลา 18.05 น.วันที่ 18 มี.ค. 63 พ.ต.ท.วีรเทพ วาริน สารวัตรเวรสอบสวน สภ.สระโบสถ์ อ.สระโบสถ์ จ.ลพบุรี ได้รับแจ้งว่ามีผู้ผูกคอตายที่บ้านเลขที่167 หมู่ที่ 2 ต.นิยมชัย จึงได้เดินทางไปตรวจสอบพร้อมประสานแพทย์เวร รพ.สระโบสถ์และสมาคมกู้ภัยโคกสำโรงสงเคราะห์ ศูนย์ราชพฤกษ์สระโบสถ์ ร่วมเดินทางไปเพื่อทำการชันสูตรพลิกศพ

ที่เกิดเหตุเป็นบ้านไม้สองชั้น ที่ใต้ราวบันไดชั้นล่างพบร่างนางวันเพ็ญ สมบัติคำ อายุ 50 ปี นอนหงายอยู่บนพื้น สภาพศพสวมเสื้อยืดแขนสั้นลายขวาง ขาวสลับดำ กางเกงขายาวสีดำ ตรวจสอบที่ลำคอมีรอยรัดจนเขียวช้ำ ซึ่งจากการตรวจสอบสถานที่เกิดเหตุไม่พบร่องรอยการต่อสู้ ตามร่างกายไม่พบบาดแผลการถูกทำร้าย ที่ราวบันไดพบมีเชือกไนล่อนสีเขียวมัดอยู่ 1 เส้น สันนิฐานว่าผู้ตายใช้เชือกดังกล่าวรัดคอตัวเอง โยงกับราวบันไดบ้านจนเสียชีวิต ซึ่งจากการชันสูตรพลิกศพคาดเสียชีวิตมาแล้วไม่ตำกว่า 3-4 ชั่วโม

จากการสอบถามนายเอ (นามสมมุติ) อายุ 16 ปี ลูกชายนางวันเพ็ญ บุตรชายผู้เสียชีวิต ให้ การด้วยความเศร้าโศกเสียใจว่า ตนเองได้เดินทางออกจากบ้านพร้อมพ่อเมื่อช่วงเช้า เพื่อไปฝึกงาน โดยแม่อยู่บ้านคนเดียว จนเมื่อเวลาประมาณ 17.45 น. ได้กลับมาบ้านเรียกแม่ไม่ขานรับ ได้เปิดประตูเข้าไปต้องตกใจสุดขีดเมื่อพบว่าแม่ผูกคออยู่กับราวบันได ตนเองพยามยามแก้เชือก เรียกเพื่อนบ้านช่วยเพื่อปฐมพยาบาลแม่ แต่แม่ได้สิ้นลมไปนานแล้ว เพื่อนบ้านเล่าว่าผู้ตายชอบช่วยเหลือผู้อื่น ขยันทำมาหากิน เมื่อช่วงเที่ยง นางวันเพ็ญยังเดินทางมาช่วยล้างจาน เสริฟอาหารงานบุญภายในหมู่บ้าน และได้บ่นกับเพื่อนๆว่า เครียดเรื่องถูกออกจากงาน เนื่องจากตนเองมีโรคประจำตัว สงสารสามีที่ต้องทำงานคนเดียว รายได้ไม่ค่อยพอใช้จ่าย ซึ่งเพื่อนบ้านก็ได้แต่ปลอบใจ ให้กำลังใจต่อสู้ เพื่อครอบครัวต่อไป จนมาทราบอีกทีว่านางวันเพ็ญผูกคอตายหนีความเครียดที่ถูกออกจากงานแล้ว ทั้งนี้สารวัตรเวรได้นำร่างส่งให้แพทย์พิสูจน์อีกครั้ง ก่อนที่จะมอบศพให้ญาตินำกลับไปประกอบพิธีทางศาสนาต่อไป


ภาพ/ข่าว กฤษณ์ ลพบุรี 0890899090
โยธิน พรมแตง รายงาน

จ.นครพนม ประกอบพิธีทำบุญตักบาตร ถวายเป็นพระราชกุศลแด่ ร.๕ เนื่องในวันท้องถิ่นไทย ประจำปี 2563

จ.นครพนม ประกอบพิธีทำบุญตักบาตรถวายเป็นพระราชกุศลแด่ ร.๕ เนื่องในวันท้องถิ่นไทย ประจำปี 2563

วันพุธที่ 18 มีนาคม 2563 เวลา 07.00 น. ที่ลานพระบรมราชานุสาวรีย์ พระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ ๕ อำเภอเมือง จังหวัดนครพนม นายสยาม ศิริมงคล ผู้ว่าราชการจังหวัดนครพนม พร้อมด้วย นายรังสรรค์ คัมภิรานนท์ รองผู้ว่าราชการจังหวัดนครพนม, นายชาตรี จันทร์วีระชัย รองผู้ว่าราชการจังหวัดนครพนม, นายนิวัต เจียวิริยบุญญา นายกเทศมนตรีเมืองนครพนม, นายวัฒนศักดิ์ เจียวิริยบุญญา รองนายกเทศมนตรีเมืองนครพนม, นายโชคดี มังคละคีรี รองนายกเทศมนตรีเทศบาลเมืองนครพนม, นำหัวหน้าส่วนราชการ คณะผู้บริหารองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น ตลอดจนข้าราชการ พนักงานราชการ และลูกจ้างองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น กำนัน ผู้ใหญ่บ้าน และประชาชนในพื้นที่ร่วมประกอบพิธีทำบุญตักบาตร พระสงฆ์ จำนวน ๙ รูป ถวายเป็นพระราชกุศลแด่พระบาทสมเด็จพระจุลจอม เกล้าเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ ๕ เนื่องในวันท้องถิ่นไทย ประจำปี 2563

ซึ่งทุกคนต่างพร้อมใจกันนำข้าวสารอาหารแห้ง น้ำดื่ม ตลอดจนเครื่องจตุปัจจัยต่างๆ เดินทางมารอตักบาตร ตั้งแต่เวลา 06.30 น. ด้วยน้อมสำนึกในพระมหากรุณาธิคุณที่พระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ ๕ ทรงมีพระบรมราชโองการให้ยกฐานะตำบลท่าฉลอม จังหวัดสมุทรสาคร ขึ้นเป็นสุขาภิบาลท่าฉลอม เมื่อวันที่ 18 มีนาคม 2448 กลายเป็นจุดกำเนิดของการปกครองส่วนท้องถิ่นครั้งแรกในประเทศไทย ในการเริ่มต้นการกระจายอำนาจการปกครองให้แก่ประชาชน จนมีความเข้มแข็ง และเป็นรากฐานการพัฒนาท้องถิ่นให้มีความมั่นคงอย่างยั่งยืนมาจนถึงปัจจุบัน

และคณะรัฐมนตรีได้มีมติ เมื่อวันที่ 22 มิถุนายน 2553 กำหนดให้วันที่ 18 มีนาคมของทุกปี เป็นวันท้องถิ่นไทย ดังนั้น จังหวัดนครพนม จึงได้ร่วมกันประกอบพิธีดังกล่าวขึ้น เพื่อน้อมรำลึกถึงพระมหากรุณาธิคุณของพระองค์ท่าน อีกทั้ง เพื่อให้คณะผู้บริหารองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น ข้าราชการ ตลอดจนบุคลากรองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น ได้ตระหนักถึงหน้าที่ ความรับผิดชอบที่มีต่อประชาชน สังคม และประเทศชาติ รวมถึงให้ประชาชนได้เห็นถึงความสำคัญของการปกครองส่วนท้องถิ่น อันเป็นรากฐานสำคัญของการปกครองในระบอบประชาธิปไตย


ภาพ/ข่าว เทพพนม คุณหนุ่ม นคร รายงาน

จังหวัดนครพนม ประชุมคณะกรรมการโรคติดต่อ ครั้งที่ 2/2563 ติดตามสถานการณ์โรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 (COVID-19) และแถลงข่าวมาตรการป้องกันการระบาดของเชื้อภายในจังหวัด

จังหวัดนครพนม ประชุมคณะกรรมการโรคติดต่อจังหวัดนครพนม ครั้งที่ 2/2563 ติดตามสถานการณ์โรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 (COVID-19) และแถลงข่าวมาตรการป้องกันการระบาดของเชื้อภายในจังหวัด

วันที่ 18 มีนาคม 2563 นายสยาม ศิริมงคล ผู้ว่าราชการจังหวัดนครพนม เปิดประชุมคณะกรรมการโรคติดต่อจังหวัดนครพนม เพื่อหามติมาตรการชะลอและป้องกันการระบาดของเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 (COVID-19)ภายในจังหวัดนครพนม โดยมีส่วนราชการที่เกี่ยวข้อง และ สื่อมวลชนเข้าร่วมการประชุมเป็นจำนวนมาก

สำหรับมติที่ประชุมเห็นชอบและเสนอให้มีแนวทางปฏิบัติดังนี้

  • มาตรการชะลอและป้องกัน การระบาดภายในจังหวัดนครพนม มติที่ประชุมเห็นชอบให้ ปิด/งด สถานบริการทุกแห่ง, สนามกีฬา (ที่มีการสัมผัสร่างกาย มวย ฟุตบอล ฟุตซอล บาสเก็ตบอล วอลเล่ยบอล), สนามชนไก่, สถานประกอบกิจการโรงมหรสพ(โรงภาพยนตร์), สถานประกอบกิจการสถานที่ออกกำลังกาย (การบริการฟิตเนส,) นวดแผนโบราณ (เว้นแต่การให้บริการดังกล่าวในสถานพยาบาลตามกฎหมายว่าด้วยสถานพยาบาล), ร้านเกมส์ รวมถึงสนามเด็กเล่น สวนสนุก ในร่ม เช่น บิ๊กซี โลตัส การจัดตลาดนัดคลองถมหรือตลาดนัดชั่วคราวต่าง ๆ ในส่วนสถานประกอบการคล้ายสถานบริการ, ร้านคาราโอเกะ, ร้านอาหาร, เปิดบริการถึงเวลา 22.30 น. โดยให้สถานบริการดังกล่าวจัดหาแอลกอฮอล์เจลล้างมือ พนักงานประจำร้านให้สวมหน้ากากผ้า ระยะห่างระหว่างโต๊ะไม่น้อยกว่า 1 เมตร มีการทำความสะอาดพื้นผิวโต๊ะ เก้าอี้ด้วยแอลกอฮอล์หรือน้ำยาฆ่าเชื้อทุกครั้งที่มีการเปลี่ยนผู้ใช้บริการ ในห้องสุขาให้จัดหากระดาษเช็ดมือห้าม ไม่ให้มีผ้าเช็ดมือชนิดใช้ร่วมกันร่วมกับต้องจัดสบู่เหลวให้ล้างมือ มีการจัดการขยะที่ถูกต้อง
  • ร้านค้า ต้องให้มีมาตรการป้องกันการแพร่กระจายเชื้อ เช่น การทำความสะอาดพื้นผิวสัมผัส มีการดูแลสุขภาพป้องกันเชื้อของพนักงานเช่นใช้หน้ากากผ้า มีการวางแอลกอฮอล์เจลล้างมือในจุดที่มีการใช้งานร่วมกัน
  • ถนนคนเดิน ตลาดโต้รุ่ง มีมติให้ขยายพื้นที่ระหว่างแผงไม่น้อยกว่า 1 เมตร ให้จัดหาแอลกอฮอล์เจลล้างมือวางไว้ในระยะ 200 เมตร มีการรณรงค์การใช้หน้ากากอนามัยหรือหน้ากากผ้าในระหว่างการเดินถนนคนเดินหรือโต้รุ่ง
  • สถานบันกวดวิชาหรือโรงเรียนกวดวิชา อนุญาติให้จัดการเรียนการสอนห้องละไม่เกิน 20 คน จัดให้นั่งเรียนห่างกันอย่างน้อย 1 เมตร ให้จัดหาแอลกอฮอล์เจลล้างมือ ผู้สอนและผู้เรียนต้องใส่หน้ากากผ้าหรือปรับวิธีการสอนแบบออนไลน์
  • กิจกรรมรวมคนจำนวนมากที่มีความเสี่ยง เช่นการประชุมอบรมตั้งแต่ 50 คน ขึ้นไป ทั้งส่วนของเอกชนและราชการ ให้งดการจัด ทั้งนี้ถ้าไม่สามารถงดได้ ต้องมีการตรวจคัดกรอง วัดอุณหภูมิ จัดหาแอลกอฮอล์เจลล้างมือ จัดที่นั่งให้มีระยะห่างอย่างน้อย 1 เมตร
  • การจัดงานบุญประเพณี งดการจัดคอนเสิร์ต ดนตรี หมอลำ การจัดฉายภาพยนตร์ รำวง และการแสดงสินค้าต่าง ๆ ในกรณีที่ไม่สามารถหลีกเลี่ยงได้จะต้องมีการจัดวัดอุณหภูมิผู้เข้าร่วมกิจกรรมทุกคน จัดที่นั่งห่างกัน
  • พิธีกรรมทางศาสนาและข้อปฏิบัติศาสนากิจต่าง ๆ มีมติให้ หลีกเลี่ยงการรวมคนหมู่มาก หรือให้ปฏิบัติศาสนากิจที่บ้าน ถ้ามีความจำเป็นต้องมารวมตัวกัน ต้องจัดให้มีแอลกอฮอล์เจลล้างมือ ผู้เข้าร่วมพิธีกรรมสวมใส่หน้ากากผ้า จัดให้นั่งห่างกันระยะ 1 เมตร เมื่อเสร็จสิ้นภารกิจแล้ว ให้ล้างทำความสะอาดสถานที่ตามแนวทางปฏิบัติทุกครั้ง
  • การบรรพชาสามเณรภาคฤดูร้อน มีมติให้เลื่อนออกไปก่อน
  • สถานที่ราชการ และรัฐวิสาหกิจ ห้างสรรพสินค้า มีมติให้มีการคัดกรองวัดอุณหภูมิก่อนเข้าปฏิบัติงาน จัดให้มีแอลกอฮอล์เจลล้างมือ บุคลากร/พนักงาน สวมใส่หน้ากากผ้าในการปฏิบัติงาน ทำความสะอาดพื้นผิวและห้องสุขา จำกัดจำนวนคนใช้บริการในแต่ละช่วงเวลา ไม่ให้เกิดความแออัด จัดระยะห่างระหว่างเจ้าหน้าที่ผู้ให้บริการและรับใช้บริการไม่น้อยกว่า 1 เมตร
  • ลดความเสี่ยงของการแพร่กระจายเชื้อในระบบขนส่งสาธารรณะภายในประเทศ จะมีจุดคัดกรองรถโดยสารทั้งสาธารณะประจำทางและไม่ประจำทางก่อนเข้าตัวจังหวัดนครพนม ได้แก่ รถทัวร์ รถเหมา รถจ้างเหมา ก็จะมีการวัดอุณหภูมิผู้โดยสารทั้งขาขึ้นและขาลงทุกสถานี จัดเจลแอลกอฮอล์ล้างมือ ให้พนักงานและผู้โดยสารทุกคนสวนหน้ากากผ้า ถ้าเกิดกรณีที่พบผู้ที่มีไข้ในแจ้งมาที่ 1669 ทางสาธารณะสุขจะออกไปดำเนินการตรวจสอบและตรวจร่างกายอีกครั้ง
  • ด่านจะเปิดทำการเฉพาะด่านสะพานมิตรภาพแห่งที่ 3 ในส่วนด่านชั่วคราวและด่านอื่นๆจะปิดไปก่อน

ทั้งนี้ มติที่ประชุมจะดำเนินการจัดทำเป็นคำสั่งที่มีผลบังคับใช้ ตั้งแต่วันที่ 18 – 31 มีนาคม 2563 ถือเป็นการชะลอป้องกันการระบาดภายในจังหวัดนครพนม ซึ่งผู้ว่าราชการจังหวัดนครพนม นายสยาม ศิริมงคล ยังกล่าวทิ้งท้ายว่า ในวันอาทิตย์ที่ 22 มีนาคม 2563 ที่จะถึงนี้ ทางจังหวัดนครพนม จะดำเนินการฉีดพ่น ทำความสะอาด ฆ่าเชื้อ ในทุกพื้นที่จุดเสี่ยงในจังหวัดนครพนม จึงอยากเชิญชวน พี่น้องประชาชนชาวจังหวัดนครพนม ร่วมกัน ทำความสะอาด ฆ่าเชื้อ ในบ้านเรือน ร้านค้า และสถานที่สาธารณะ เพื่อสร้างความมั่นใจแก่นักท่องเที่ยว และประชาชน ที่จะเดินทางเข้ามาในจังหวัดนครพนม ต่อไป


ภาพ/ ข่าวส.ปชส นพ. เทพพนม รายงาน

นายจุรินทร์ ลักษณวิศิษฏ์ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ ยืนยันรัฐบาลไม่มีนโยบายส่งออกหน้ากากอนามัย

นายจุรินทร์ ลักษณวิศิษฏ์ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ ยืนยันรัฐบาลไม่มีนโยบายส่งออกหน้ากากอนามัยประเภทที่ต้องใช้ในไทย ถือเป็นของจำเป็นของคนทั้งประเทศ

ณ ศูนย์แถลงข่าวรัฐบาล ตึกนารีสโมสร ทำเนียบรัฐบาล นายจุรินทร์ ลักษณวิศิษฏ์ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ พร้อมด้วย นายบุณยฤทธิ์ กัลยาณมิตร ปลัดกระทรวงพาณิชย์ แถลงเกี่ยวการจับกุมดำเนินคดีกรณีของการกระทำความผิดเกี่ยวกับเรื่องของหน้ากากตามพระราชบัญญัติว่าด้วยราคาสินค้าและบริการ สรุปดังนี้

รองนายกรัฐมนตรี กล่าวว่า การดำเนินการดังกล่าวมี 2 กรณี ได้แก่ กรณีที่ 1 คือ การดำเนินคดีในเรื่องที่เกี่ยวข้องกับการขายหน้ากากอนามัยออนไลน์ ซึ่งจะได้มีการดำเนินคดีกับร้านที่ชื่อว่า “ช้าง” และมีการขายหน้ากากอนามัยผิดกฎหมาย บนแพลตฟอร์มที่ชื่อว่า “ช้อปปี้” (Shopee) ยี่ห้อ “เวลแคร์” จำนวน 50 ชิ้นต่อกล่องในราคากล่องละ 1,050 บาท หรือเฉลี่ยชิ้นละประมาณ 21 บาท รวมค่าส่งอีก 80 บาท รวมเป็น 1,130 บาท ด้วยข้อหา ขายเกินราคาที่กำหนด และค้ากำไรเกินควร โดยขายเกินราคาที่กำหนด จะมีโทษจำคุกไม่เกิน 5 ปี หรือปรับไม่เกิน 100,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ ส่วนข้อหาค้ากำไรเกินควรจะมีโทษจำคุกไม่เกิน 7 ปี ปรับไม่เกิน 140,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ จากนี้ไปเจ้าหน้าที่กรมการค้าภายในและผู้เกี่ยวข้องก็จะไปแจ้งความกับตำรวจคุ้มครองผู้บริโภค หรือ ปคบ. เพื่อดำเนินคดีต่อไป โดยจะแจ้งความดำเนินคดีกับร้าน “ช้าง” และกรรมการผู้จัดการช้อปปี้ประเทศไทยจำกัด ทั้งนี้ มีการตรวจสอบพบว่า ภายหลังจากที่ได้มีการแจ้งความดำเนินคดีกับแพลตฟอร์ม Lazada ใน 3 กรณีแล้ว การค้นหาหน้ากากหรือหน้ากากอนามัยในแพลตฟอร์มดังกล่าวก็ดูเหมือนจะหายไปแล้ว อย่างไรก็ตาม หากพบการกระทำความผิดการขายเกินราคาหรือค้ากำไรเกินควร สามารถแจ้งมาได้ที่ 1569 เพื่อที่จะได้ติดตามตรวจสอบและดำเนินคดีต่อไป

โอกาสนี้ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ เตือนแพลตฟอร์มต่างๆ ที่ยังปล่อยให้มีการนำหน้ากากอนามัยซึ่งต้องจำหน่ายในราคาที่กำหนดมาเปิดร้านขาย ถือเป็นการกระทำที่ผิดกฎหมาย แม้แต่การหลีกเลี่ยง ขายสินค้าในราคากำหนด แต่รวมบริการแฝงคือค่าขนส่ง 300 บาท 400 บาท และ 500 บาท เข้าข่ายการทำผิดเช่นกัน ทั้งนี้ การควบคุมราคาจะรวมทั้งสินค้าและค่าบริการ คือค่าขนส่งด้วย สำหรับหน้ากากผ้านั้น ไม่ได้เป็นสินค้าควบคุม เพราะรัฐบาลต้องการส่งเสริมที่จะให้ประชาชนได้มาใช้หน้ากากผ้ามากขึ้น เลี่ยงการใช้หน้ากากอนามัยทางการแพทย์ เพื่อให้บุคลากรทางการแพทย์ได้ใช้หน้ากากอนามัยก่อน รวมถึงบุคคลกลุ่มเสี่ยงอื่น เช่น ผู้ป่วย เป็นต้น ซึ่งหน้ากากผ้าสามารถจำหน่ายออนไลน์ได้โดยไม่ต้องมีการควบคุม กรณี 2 คือ กรมการค้าภาย ได้ตรวจสอบโรงงานผลิตหน้ากากแห่งหนึ่งที่สะแกงาม บริษัทเนชั่นแนล คอตตอน โปรดักท์จำกัด ซึ่งผลิตหน้ากาก Health Mask พบว่า ขายให้กับบริษัท สเปเชียลตี้ เท็ค คอร์ปอเรชั่น เมื่อปรากฏว่า โรงงานผลิตหน้ากากดังกล่าวเป็นโรงงานผลิตหน้ากากที่เข้ากรณีเป็นหน้ากากทางเลือกไม่มี อย. ไม่ว่าจะเป็นโรงงานผลิตหน้ากากประเภทใดก็ต้องแจ้งข้อมูลให้กับกรมการค้าภายในทราบ ดังนั้นข้อหา คือ ไม่แจ้งข้อมูลการผลิต ต้นทุน และสต็อกให้เลขานุการคณะกรรมการ กกร. คือ กรมการค้าภายในทราบ ซึ่งมีโทษจำคุกไม่เกิน 1 ปี ปรับไม่เกิน 20,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ หากตรวจสอบต้นทุนแล้วพบว่าขายเกินราคาที่กำหนดหรือค้ากำไรเกินควร ก็จะแจ้งข้อหาเพิ่มอีก 2 ข้อหา เพราะกรณีหน้ากากทางเลือกนั้น กำหนดไว้ชัดเจนว่าการขายจากโรงงานไปยังผู้ค้าส่งจะบวกได้ไม่เกินร้อยละ 10 จากต้นทุน พบว่าเกินก็จะแจ้งข้อหาเพิ่มเติมกับตำรวจ ปคบ. เช่นเดียวกัน

รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ กล่าวถึงการกระจายหน้ากากอนามัยว่า ที่ประชุมของศูนย์กระจายหน้ากาก ได้พิจารณากระจายหน้ากากไปแล้ว วันนี้มีการแจ้งยอดการผลิต จำนวน 1 ล้าน 8 แสน ชิ้น ส่งให้กระทรวงสาธารณสุขไปบริหารจัดการกระจาย จำนวน 1 ล้านชิ้น ไปยังสถานพยาบาลต่าง ๆ ทั้งของรัฐและเอกชน รวมถึงบุคลากรทางการแพทย์ ส่วนที่เหลือ 8 แสนชิ้น กรมการค้าภายในบริหารจัดการกระจายไปยังร้านค้าต่าง ๆ และร้านขายยา เป็นต้น อย่างไรก็ตามยอมรับว่ายังมีความขาดแคลนหน้ากากอนามัย ไม่พอกับความต้องการของประชาชนทั้งประเทศเพราะข้อจำกัดในเรื่องของการผลิต ซึ่งได้ประสานงานโรงงานการผลิตให้เพิ่มกำลังการผลิตโดยเปลี่ยนไลน์การผลิตจากการผลิตสินค้าชนิดอื่นหันมาผลิตหน้ากากอนามัยเพื่อการแพทย์มากขึ้น ซึ่งปัจจุบันสามารรถเพิ่มมาได้เป็น 1 ล้าน 8 แสนชิ้น ดังกล่าว และแนวโน้มอาจจะเพิ่มเติมขึ้นไปได้อีกจำนวนหนึ่ง ทั้งนี้ ถือหลักในการกระจายหน้ากากอนามัยทางการแพทย์ ให้สถานพยาบาล บุคลากรทางการแพทย์และผู้ป่วย ลำดับแรก ยืนยันรัฐบาลไม่มีนโยบายที่ต้องการให้ส่งออกหน้ากากอนามัยซึ่งเพราะเป็นสินค้าที่ประเทศไทยจำเป็นต้องใช้


ขอบคุณ : กลุ่มประชาสัมพันธ์และเผยแพร่ สำนักโฆษก

กองเรือลำน้ำจัดสร้าง เหรียญที่ระลึกสมเด็จพระเจ้าตากสินมหาราช “รุ่นป้องกันภัย”

กองเรือลำน้ำจัดสร้าง เหรียญที่ระลึกสมเด็จพระเจ้าตากสินมหาราช “รุ่นป้องกันภัย”

พลเรือตรี อาภากร อยู่คงแก้ว ผู้บัญชาการกองเรือลำน้ำ กองเรือยุทธการ ได้จัดสร้างเหรียญที่ระลึก สมเด็จพระเจ้าตากสินมหาราช “รุ่นป้องกันภัย” เพื่อจัดสร้างพลับพลาที่ประทับพระบรมรูป สมเด็จพระเจ้าตากสินมหาราช และเหรียญที่ระลึก ในรัชสมัยสมด็จพระเจ้าตาก สินมหาราช หลังจากทรงตีเมืองจันทบุรี และเมืองตราดได้สำเร็จ พระองค์ทรงรวบรวมไพร่พลและกองทัพเรือ ทรงยกทัพเรือ ออกจากปากน้ำจันทบุรีเช้าอ่าวไทย มุ่งเข้าสู่ปากน้ำพระเจ้ายา ทรงเข้าตีป้อมวิชัย ประสิทธิ์ที่ธนบุรีเป็นที่หมายแรกและยกพลเข้ายืดค่ายต่างๆ คืนจากพม่า

โดยใช้ กำลังทางเรือตลอดลำน้ำเจ้าพระยาไปจนถึงค่ายโพธิ์สามตันที่อยุธยา ขับไล่ทหาร
พม่าออกจากราชอาณาจักร ทรงกอบกู้เอกราชจากการเสียกรุงศรีอยุธยาครั้งที่ 2 เมื่อวันที่ 6 พฤศจิกายน พศ.2310 ทรงสถาปนากรุงธนบุรีเป็นราชธานี และทรง ปราบดาภิเษกขึ้นครองราชย์เป็นพระมหากษัตริย์แห่ กรุงธนบุรี เมื่อวันที่ 28 ธีฝันวาคม พ.ศ.2310 รวมระยะเวลาจนถึงปัจจุบัน 252 ปื นับแต่โบราณกาล การเสด็จโดยทัพเรือของสมเด็จพระเจ้าตากฯ นั้น
เป็นการเสด็จพระราชดำเนินทางน้ำหรือที่เรียกกันว่า “การเสด็จพระราชดำเนิน โดยชบวนพยุหยาตราชลมารค” ทรงใช้เส้นทางแม่น้ำเจ้าพระยาเป็นยุทธศาสตร์ เข้ากอบกู้กรุงศรีอยุธยาคืนได้จนสำเร็จ การรบดังกล่าวได้ถือเป็นแบบอย่างของ การปฏิบัติการตาลำน้ำ อีกทั้งกองเรือลำน้ำ กองเรือยุทธการ มีที่ตั้งอยู่ริมฝั่ง แม่น้ำเจ้าพระยา โดยมีภารกิจจัดและเตรียมพร้อมทางด้านกำลังรบ

สำหรับปฏิบัติการตามลำน้ำในอาณาเขตและลำน้ำภายในประเทศ หนที่รับผิดชอบดูแลป้องกัน ขัดขวาง ทำลายการแทรกซึม และการดำเนินการที่กระทบกระเทือนต่อ ผลประโยชน์ และอธิปไตยของประเทศตามลำน้ำตามอาณาเขต ในการนี้ กองเรือลำน้ำ กองเรือยุทธการ และประชาชนในพื้นที่ ได้มีมติเห็นชอบร่วมกันสมควรจัดสร้างพระบรมรูปสมเด็จพระเจ้าตาก สินมหาราช และพลับพลาที่ประทับพระบรมรูปฯ อัญเชิญมาประดิษฐานไว้ ณ กองเรือลำน้ำ กองเรือยุทธการ เชตบางนา กรุงทพหานคร เพื่อให้ชำราชการกองเรือลำน้ำและประชาชนทั่วไปได้สักการะ เป็นที่ยืดเหนี่ยวจิตใจ และเป็นการเทิดพระเกียรติ สำนึกในพระมหากรุณาธิ คุณ ด้วยพระปรีชาสามารถที่ทรงกอบกู้อกราชและพัฒนา ชาติไทยมาจนทุกวันนี้

พิธีบวงสรวงและพิธีมังคลาภิเษก เหรียญที่ระลึกสมเด็จพระเจ้าตากสินมหาราช ในวันเสาร์ที่ 28 มีนาคม 2563 (เสาร 5 ) ณ ท้องพระโรง พระราชวังเดิม “วันเสาร์ห้า คือ วันเสาร์ ขึ้นหรือแรม 5 ค่ำ เดือน 5 ซึ่งโอกาสที่จะเกิดวันเสาร์ห้า นั้นเกิดได้ยาก ตามคติความเชื่อโบราณเชื่อว่าดาวเสาร์เป็นดาวแห่ง ความเข้มแข็งและมีพลังมาก หากมีการประกอบพิธีพุทธา ภิเษกวัตถุมงคลในวัน เสาร์ห้าจะมีพุทธคุณด้านคงกระพันแคล้วคลาด และเมตตามหานิยมถือว่าเป็น วันธงไชยเป็นฤกษ์งามยามดี มีดาวบนท้องฟ้โคจรในตำแหน่งที่สวยงาม เป็นวันที่ควรจะได้มีกิจกรรมอันเป็นมหามงคลร่วมกันหรือได้ไปอยู่ในพิธีอันเป็นมงคลจะได้อำนวยอวยพรให้เกิดความสุขและเป็นสิริมงคลในอดีตที่ผ่านมาเมื่อมีการประกอบพิธีในวันเสาร์ 5 วัตถุมงคลส่วนใหญ่ มักได้รับความนิยมโดยเฉพาะวันข้างขึ้นจะเป็นมงคล 100% วันเสาร์ที่ 28 มีนาคม พ.ศ.2563 เวลา 14.09 น. ขึ้น 5 ค่ำเดือน5 กองเรือลำน้ำ กองเรือยุทธการ จึงได้กำหนดประกอบพิธีบวงสรวงและพิธีมังคลาภิเษกเหรียญที่ระลึกสมเด็จพระเจ้า ตากสินมหาราชมหาราช ณ ท้องพระโรง พระราชวังเดิม

โดยมีประธานฝ่ายสงฆ์ เจ้าประคุณสมเด็จพระธีรญาณมุนี เจ้าอาวาสวัดเทพศิรินทราวาสราชวรวิหาร ประธานฝ่ายฆราวาส พลเรือเอก ลือชัย รุดดิษฐ์ผู้บัญชาการทหารเรือ ประธานการจัดสร้าง, พลเรือตรี อาภากร อยู่คงแก้ว ผู้บัญชาการกองเรือลำน้ำ กองเรือยุทธการ รองประธานการจัดสร้างม นาวาเอก กรวิทย์ ฉายะรถ รองผู้บัญชาการกองเรือลำน้ำ กองเรือยุทธการ รองประธานการจัดสร้างม และ นาวาเอก มนตรี สิขเรศ รองผู้บัญชาการกองเรือลำน้ำ กองเรือยุทธการ โดยมี สมเด็จพระมหารัชมงคลมุนี (เจ้าคุณธงชัย) ผู้ช่วยเจ้าอาวาสวัดไตรมิตรวิทยารามและ กรรมการมหาเถรสมาคม พร้อมพระเกจิอาจารย์ผู้ทรงวิทยาคมจำนวน 16 รูป นั่งปรกอธิฐานจิต

สำหรับเหรียญที่ระลึกสมเด็จพระเจ้าตากสินมหาราช “รุ่นป้องกันภัย” เหรียญเป็นทรงรูปใช่ป้อม สูงไม่รวมห่วง 3.5 เชนติเมตร ด้านหน้า พิมพ์ภาพนูนครึ่งพระองค์ สวมพระมาลาเส้สูง ฉลองพระองค์เครื่องต้นอย่างบรมราชาภิเษก, ด้านล่างเป็นพระนาม “สมเด็จพระเจ้าตากสินมหาราช”, ด้านหลัง เขียน อักขระ ” นะโม วิมุตตานัง นะโมวิมุตติยา นะกันตัง สุวิตัญจะ นะโมพุทธายะ”

คำแปล : ” ขอนอบน้อมพระพุทธเจ้าทั้งหลายผู้หลุดพันแล้ว (จากเครื่องร้อยรัดทั้งปวง)
ขอนอบน้อมพระธรรมคือข้อปฏิบัติให้ถึงความหลุดพ้น “นะ” (ป้องกันภัย) และสิ่งที่ถักทอเป็นอย่างดี ขอนอบน้อมแด่พระพุทธเจ้า “

อักขระลายพระทัตถ์ สมเด็จพระอริยวงศาคตญาณ สมเด็จพระสังฆราช สกลมหาสังฆปริ ณายก พระราชทานให้ กองเรือลำน้ำ นื่องในโอกาสเข้าฝ้กราบถวายทมิตาสักการะเพื่อนำอักระประทับบนเหรียญที่ระลึก เมื่อวันเสาร์ที่ 25 มกราคม พ.ศ.2563 ณ วัดราชบพิธสถิตมหาสีมารามราชวรวิหาร

ตรามหาเดช หมายถึง ความสำเร็จความเจริญรุ่งเรื่อง เป็นเครื่องหมายแห่งชัยชนะข้อความจากซ้าย – ไปขวา “ที่ระลึกสร้างพลับพลาที่ประทับ สมเด็จพระเจ้าตากสินมหาราช กองเรือลำน้ำ กองเรือยุทธการ”ข้อความด้านล่าง “พุทธศักราช 2563”

สำหรับจำนวนการสร้าง ลำดับ บูชา

  • เนื้อทองคำลงยา (น้ำหนัก 23 กรัม) สร้างจำนวน 39 เหรียญ ราคา 54,999 บาท
  • เนื้อทองคำ (น้ำหนัก 23 กรัม) สร้างจำนวน 99 เหรียญ ราคา 49,999 บาท
  • เนื้อเงินหน้ากากทองคำ สร้างจำนวน 499 เหรียญ ราคา 9,999 บาท
  • เนื้อนวโลหะหน้ากากทองคำ สร้างจำนวน 499 เหรียญ ราคา 8,999 บาท
  • เนื้อเงินลงยา สร้างจำนวน 999 เหรียญ ราคา 2,499 บาท
  • เนื้อเงินบริสุทธิ์ สร้างจำนวน 1,999 เหรียญ ราคา 1,999 บาท
  • เนื้อนวโลหะหน้ากากเงิน สร้างจำนวน 999 เหรียญ ราคา 1,299 บาท
  • เนื้อนวโลหะ สร้างจำนวน 1,999 เหรียญ ราคา 799 บาท
  • เนื้อทองแดงผิวไฟ สร้างจำนวน 9,999 เหรียญ ราคา 199 บาท
  • เนื้อทองแดงรมดำ สร้างจำนวน 9,999 เหรียญ ราคา 199 บาท
  • พระรูปหล่อทรงบัลลังก็เนื้อทองเหสีองรมคำ สูง 9 นิ้ว สร้างจำนวน 99 องค์ ราคา 7,999 บาท

ติดต่อสอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่

  • นาวาเอก ไพฑูรย์ ปานปลอด โทร 081-449-9272
  • นาวาโท ธนรบ มณีวรรณ โทร. 086-398-4654
  • ว่าที่ นาวาโท อนสรนาวีแสงสินชัย โทร. 081-295-7816
  • นาวาตรี เอกศักดิ์ ขจรเนติยุทธ โทร.080-233-6599
  • Link : https://lin.ee/2rUlb6s เหรียญพระเจ้าตากสิน

โดยโอนเงินผ่านบัญชี
ธนาคารทหารไทย จำกัด สาขาปูเจ้าสมิงพราย ชื่อบัญชี “กองทุนสมเด็จพระเจ้าตากสินมหาราช กลน.” หมายเลขบัญชี “003-2-65903-2”


รองผู้ว่าฯ นครศรีธรรมราชได้รับมอบหมายให้ลงพื้นที่ตรวจสอบเรื่อง​ร้องเรียน​ กรณีมีกลุ่ม​ผู้ประกอบการ​มาทำการดูดทราย บริเวณวัดนาเขลียง จ.นครศรีธรรมราช​

ผู้ว่าราชการจังหวัดนครศรีธรรมราช มอบหมายให้ รองผู้ว่าราชการจังหวัดนครศรีธรรมราช ลงพื้นที่ตรวจสอบเรื่อง​ร้องเรียน​ กรณีมีกลุ่ม​ผู้ประกอบการ​มาทำการดูดทราย บริเวณวัดนาเขลียง จ.นครศรีธรรมราช​

วันนี้ ( 18 มี.ค.63 )​ เวลา 10:00 น. นายศิริพัฒ พัฒกุล ผู้ว่าราชการจังหวัดนครศรีธรรมราช มอบหมายให้ นายสมพงษ์ มากมณี รองผู้ว่าราชการจังหวัดนครศรีธรรมราช เป็นประธานลงพื้นที่ตรวจสอบข้อเท็จจริง ในกรณีที่ศูนย์ดำรงธรรมจังหวัดนครศรีธรรมราช ได้รับแจ้งเรื่องร้องเรียนผ่านสายด่วน 1567 ว่ามีกลุ่มผู้ประกอบการมาทำการดูดทราย บริเวณวัดนาเขลียง หมู่ 11 ต.นาแว อ.ฉวาง จ.นครศรีธรรมราช.

ทั้งนี้โดย​เรื่อง​ดังกล่าวได้สร้างความเดือดร้อน​แก่พี่น้อง​ประชาชน​ที่มีบ้านเรือน​อยู่ติดแม่น้ำ​ลำคลอง​เป็นอย่างมาก​ โดยได้รับผลกระทบ​ทั้งในเรื่องตลิ่งบริเวณ​ลำคลอง​พัง อีกทั้ง ยังได้รับความเดือดร้อน​จาก บริเวณแม่น้ำ​ลำคลอง ได้มีเศษ​หินทับถม​ในลำคลอง​เป็นจำนวนมาก ซึ่ง​พี่น้อง​ประชาชน​จึงอยากให้หน่วยงาน​ที่​เกี่ยวข้อง​ลงพื้น​ที่​มาตรวจสอบ​โดย​ด่วน โดยเรื่องดังกล่าวโดย​ทาง​ ผู้ว่าราชการจังหวัด​นครศรีธรรมราช​ จึงได้สั่งการ​ให้ นายสมพงษ์ มากมณี รองผู้ว่าราชการจังหวัดนครศรีธรรมราช นำคณะ​และหน่วยงาน​​ที่​เกี่ยวข้อง ลงพื้นที่ตรวจสอบวันนี้ เพื่อนำข้อมูล​มาดำเนินการ​และส่งเรื่อง​ไปยังหน่วยงาน​ที่เกี่​ยว​ข้องหาทางแก้ไข​ต่อไป..


( เนื้อข่าว​ )​

ธีรพล ปลื้มถนอม​ “พนักงาน​เทศกิจ​ ส.1 เขตพระนคร” รายงาน

พลเอก ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี แถลงมาตรการแต่ละด้าน เพื่อสกัดกั้นการแพร่ระบาดโควิด 19 ผ่านโทรทัศน์รวมการเฉพาะกิจแห่งประเทศไทย

พลเอก ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี แถลงมาตรการแต่ละด้านเพื่อสกัดกั้นการแพร่ระบาดโควิด 19 ผ่านโทรทัศน์รวมการเฉพาะกิจแห่งประเทศไทย

สวัสดีครับพี่น้องชาวไทยที่รักทุกท่านครับ

มื่อวานนี้ขอขอบคุณครับในแรงใจแรงสนับสนุนต่าง ๆ ที่ให้กำลังใจนายกรัฐมนตรีมากมายพอสมควรนะครับ ขอขอบคุณทุกท่าน นายกรัฐมนตรีต้องทำหน้าที่เพื่อประชาชนคนไทยทุกคนอย่างเต็มความสามารถ ท…ุ่มเทกำลังกายกำลังใจทุกอย่าง พร้อมกับบูรณาการร่วมกับคณะรัฐมนตรีทุกท่าน และทำงานกับทุกคนด้วย วันนี้มีเรื่องเรียนให้ทราบดังต่อไปนี้นะครับ

เรียนประชาชนชาวไทยทุกท่าน ปัจจุบันถึงแม้ว่าขณะนี้จะยังไม่เข้าสู่การระบาดในระยะที่ 3 แต่อาจจะมีแนวโน้มในการแพร่กระจายเพิ่มมากขึ้น และเพื่อเป็นการลดการแพร่ระบาดจากกรุงเทพฯ ไปสู่จังหวัดอื่น ๆ จึงจำเป็นต้องเตรียมความพร้อมและหามาตรการรองรับ โดยทุกภาคส่วนจะต้องทำความเข้าใจร่วมกัน เพื่อบูรณาการความร่วมมือ เพื่อหาแนวทางการรองรับสถานการณ์ที่เกิดขึ้นขอขอบคุณทุกส่วนราชการที่ร่วมมือในการประสานงานให้เกิดผลอย่างเป็นรูปธรรม

เมื่อวานนี้มีการประชุมคณะกรรมการบริหารสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคติดต่อเชื้อไวรัสโควิด-19 ซึ่งอาจจะมีข้อมูลชี้แจงไม่ได้มากนัก เพราะหลายเรื่องต้องนำเข้าพิจารณาในคณะรัฐมนตรี เมื่อวานนี้ประชุมไปแล้ว วันนี้ได้นำเรื่องมาเสนอให้คณะรัฐมนตรีรับทราบและมีการพิจารณาดำเนินการในด้านต่าง ๆ 6 ด้าน ได้แก่
(1) ด้านสาธารณสุข
(2) ด้านเวชภัณฑ์ป้องกัน
(3) ด้านข้อมูล การชี้แจงและการรับเรื่องร้องเรียน
(4) ด้านการต่างประเทศ
(5) ด้านมาตรการป้องกัน และ
(6) ด้านมาตรการให้ความช่วยเหลือเยียวยา

และคณะรัฐมนตรีได้มีมติเห็นชอบ ดังนี้
1. ด้านสาธารณสุข เรายังไม่มีการปิดเมือง หรือปิดประเทศ
1.1 ป้องกันและสกัดกั้นการนำเชื้อเข้าสู่ประเทศไทย คือ
(1) ชาวต่างชาติที่เดินทางจากประเทศซึ่งเป็นพื้นที่เขตติดโรคติดต่ออันตราย จำนวน 4 ประเทศ และ 2 เขตปกครองพิเศษ ที่ได้ประกาศไปแล้ว รวมถึงประเทศที่มีการระบาดต่อเนื่อง
– ขาเข้าต้องมีใบรับรองแพทย์อายุไม่เกิน 3 วัน
– ต้องมีประกันสุขภาพ
– ยินยอมใช้ Application ติดตามของรัฐ
– มาตรการนี้ใช้กับการเข้าเมืองทุกช่องทาง ทั้งทางบก-น้ำ-อากาศ
– ตำรวจตรวจคนเข้าเมืองต้องขอดูหนังสือเดินทางของชาวต่างประเทศด้วยว่าประเทศก่อนประเทศสุดท้ายที่จะเข้ามาประเทศไทยนั้นคืออะไรบ้าง เป็นเขตติดต่อโรคหรือไม่ แล้วแจ้งให้กระทรวงมหาดไทยทราบ
– มาตรการกักกันของรัฐ จะต้องถูกกักตัวไว้สังเกตอาการ 14 วัน ตามมาตรการที่มีอยู่แล้วเดิม
(2) การห้ามข้าราชการ พนักงานของรัฐและรัฐวิสาหกิจ เดินทางไปต่างประเทศ ยกเว้นมีเหตุจำเป็น และขอเตือนประชาชนให้งดการเดินทางไปในประเทศซึ่งเป็นพื้นที่เขตติดโรคติดต่ออันตราย และพื้นที่ที่มีการระบาดอย่างต่อเนื่อง

1.2 พัฒนาระบบและกลไกการกักกันผู้ที่ติดเชื้อหรือผู้ที่มีเหตุอันควรสงสัยว่าเป็นโรคติดต่ออันตราย ณ ที่พำนัก ตาม พ.ร.บ. โรคติดต่อ พ.ศ. 2558 ซึ่งมีการจัดตั้งคณะทำงานเรียบร้อยแล้ว
1.3 กำหนดให้ชาวต่างประเทศ รวมทั้งคนไทยที่เดินทางมาจากต่างประเทศ ต้องใช้แอปพลิเคชั่น ติดตามตัวทุกคน
1.4 บุคลากรทางการแพทย์ปัจจุบันเรามีเพียงพอ มีแพทย์ทั้งจากโรงพยาบาลรัฐและโรงพยาบาลเอกชน จำนวน 37,160 คน มีพยาบาลทั้งจากโรงพยาบาลรัฐและโรงพยาบาลเอกชน รวมจำนวน 151,571 คน วันนี้ได้สั่งการให้ทุกโรงพยาบาลเตรียมพื้นที่สำหรับผู้ป่วยติดเชื้อ และเตรียมโรงพยาบาลเฉพาะกิจหรือโรงพยาบาลสนาม เพื่อรองรับหากสถานการณ์ปรับเข้าสู่ระยะที่สาม ทั้งระดับพื้นที่ โรงพยาบาลทหารด้วย
1.5 จัดหาอุปกรณ์ เครื่องมือที่จำเป็น ในปริมาณที่เพียงพอสำหรับรับมือระยะที่ 3 ได้แก่ ยา เวชภัณฑ์ เครื่องมือ และชุดป้องกันโรค ซึ่งมีแผนการผลิตและจัดหาแล้วอย่างต่อเนื่อง
1.6 ขอแนะนำให้คนไทยที่พำนักอาศัยในต่างประเทศได้ชะลอการเดินทางกลับประเทศไทยจนกว่าสถานการณ์การระบาดของโรคจะดีขึ้น หรือไม่ก็ติดต่อไปที่สถานทูต สถานกงสุลทุกประเทศ ในฐานะคนไทย

2. ด้านเวชภัณฑ์ป้องกัน ต้องเร่งผลิตในประเทศ จัดหาจากต่างประเทศให้เพียงพอกับความต้องการ ในเรื่องของ
– เร่งผลิตหน้ากากอนามัย หน้ากากทางเลือก เพื่อเป็นทางเลือกสำหรับการป้องกัน เจล และแอลกอฮอล์เพิ่มเติม ผลิตมากขึ้น วันนี้มีการอนุมัติปลดล็อกในการใช้แอลกอฮอล์ไปทำผลิตภัณฑ์เจล ไปยังภาคเอกชนด้วย วันนี้รัฐบาลกำลังจะทำเจล ผลิตเพื่อแจกจ่ายในสถานที่ร้านค้า ปั๊มน้ำมันบางจาก และ ปตท. ขอให้ติดตามต่อไป ว่าจะได้รับเมื่อไรอย่างไร ขอให้เตรียมอุปกรณ์ไว้ด้วย จะได้ลดภาระในเรื่องการจัดหาอุปกรณ์ ทั้งนี้ จะส่งเสริมให้ประชาชนทั่วไปใช้หน้ากากผ้าเมื่อเดินทางเข้าสถานที่ชุมนุมหรือชุมชน และเร่งผลิตหน้ากากผ้าให้เพียงพอทั้งสองประเภท
– ในส่วนของหน้ากากอนามัยของกลางที่ยึดได้จากการค้าขายออนไลน์ผิดกฎหมาย การค้าขายเกินราคา เหล่านี้ เราจะรวบรวมส่งศูนย์กระจายและบริหารจัดการสินค้าหน้ากากอนามัยเหล่านั้น เพื่อกระจายต่อไป
– ในส่วนของการสำรวจข้อมูลต่าง ๆ ในการส่งออก เรื่องนี้กำลังดำเนินการอยู่ หลายอย่างเป็นข้อตกลง หลายอย่างเป็นสัญญาทางการค้า และมีการผลิตทั้งในประเทศ จำหน่ายในประเทศ และมีการรับจ้างผลิตจากนอกประเทศมาด้วย เป็นแบรนด์เฉพาะของเขา วันนี้กำลังตรวจสอบให้ชัดเจน 5 ถ้ามีความจำเป็นเราสามารถที่จะเอามาใช้ได้สำหรับในประเทศไทย ก็จะดำเนินการ รัฐบาลจำเป็นต้องดูแลในเรื่องเหล่านี้
– การสำรวจความต้องการของเวชภัณฑ์ที่จำเป็น อาทิ ชุดป้องกันสำหรับบุคลากรทางการแพทย์ หน้ากาก N95 และอุปกรณ์อื่น ๆ ที่จำเป็น วันนี้ได้ประสานกับต่างประเทศในการจัดหาเพิ่มเติมให้เพียงพอ ทราบว่ามีประเทศจีนกำลังจะบริจาคให้เราจำนวนหนึ่ง ที่เหลือเราอาจจะต้องมีการเจรจาเพื่อจะซื้อขายกันต่อไปในราคามิตรภาพ ในส่วนของหน้ากาก ในส่วนของยา ในส่วนของอุปกรณ์ต่าง ๆ เหล่านั้น และเราก็มีการพัฒนาของเราไปด้วย ด้วยความร่วมมือระหว่างกัน
– การตรวจสอบการขาย Online การกักตุน และการระบายของสินค้า เป็นเรื่องที่มีความสำคัญอย่างยิ่ง วันนี้รัฐบาลได้แต่งตั้งคณะกรรมการลงไปตรวจสอบแล้ว มีการไปร่วมมือกันทั้งส่วนของกระทรวงพาณิชย์ กรมการค้าภายใน ตำรวจ เจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้อง จะทำให้ข้อมูลเหล่านี้ชัดเจนให้มากยิ่งขึ้น อะไรที่จะสามารถนำมาใช้ได้เพิ่มเติมก็จะได้ดำเนินการ

3. ด้านข้อมูล : การสื่อสารข้อมูลต่าง ๆ ของรัฐบาลหลัก ๆ มาจาก 2 แหล่ง ได้แก่
(1) กระทรวงสาธารณสุข เป็นการแถลงเฉพาะด้านข้อมูลทางการแพทย์ การสาธารณสุข ด้วยการปฏิบัติการตาม พ.ร.บ. โรคติดต่อร้ายแรง
(2) ศูนย์ข้อมูลโควิด-19 เป็นการแถลงภาพรวมในทุกด้านที่เกี่ยวข้อง ในเรื่องเชิงบริหารสถานการณ์ดังกล่าว อย่างที่กราบเรียนไปแล้วว่าหลายเรื่องจำเป็นที่ต้องเข้าคณะรัฐมนตรีด้วย เพราะเป็นมาตรการของรัฐบาล

4. ด้านต่างประเทศ : มีการจัดตั้งทีมงานเพื่อดูแลคนไทยในต่างประเทศ
– ให้กระทรวงการต่างประเทศใช้ประโยชน์จาก TEAM THAILAND ในต่างประเทศ เพื่อเป็นทีมเฉพาะกิจ ดูแลคนไทยในต่างประเทศ เราต้องยอมรับว่าเขาเป็นคนไทยเช่นเดียวกัน ต้องดูแลเขา อย่างไรก็ว่ากันมา รัฐบาลพร้อมจะสนับสนุนให้ โดยมีเอกอัครราชทูตเป็นหัวหน้าทีม
– ในประเทศให้นำผู้แทนภาคเอกชน ภาคประชาชน เข้ามาหารือด้วย เพราะมีหลายส่วน มีคำแนะนำอันเป็นประโยชน์ และมีหลายอย่างที่รับผลกระทบด้วย จะได้หารือกันทีเดียว

5. ด้านมาตรการป้องกัน จะต้องลดโอกาสการแพร่ระบาดของโรคในสถานที่ต่าง ๆ ที่มีความเสี่ยงสูง
5.1 ปิดสถานที่ที่มีความเสี่ยงต่อการแพร่ระบาดของโรคเพิ่มขึ้น ได้แก่
1) สถานที่ซึ่งผู้คนมาร่วมเป็นกิจวัตร เพื่อทำกิจกรรมร่วมกันอาจแพร่เชื้อได้ง่ายแม้จะป้องกันดีแล้ว เรายังมีทางเลือกอื่นทดแทนการชุมนุม ได้แก่ มหาวิทยาลัย โรงเรียนนานาชาติ สถาบันกวดวิชา และทุกสถาบัน ให้ปิดชั่วคราว ตั้งแต่วันพุธที่ 18 มีนาคม 2563 เป็นระยะเวลา 2 สัปดาห์ และให้สถานศึกษาเหล่านั้นได้ดำเนินการป้องกันโรคตามมาตรฐานของกระทรวงสาธารณสุขอย่างเคร่งครัด
2) สถานที่ซึ่งผู้คนไม่ได้มาชุมนุมเป็นกิจวัตร แต่มาเพื่อทำกิจกรรมที่มีการเบียดเสียดใกล้ชิด และเสี่ยงต่อการแพร่เชื้อง่ายทางปาก สัมผัสถูกเนื้อถูกตัวหรือใช้สิ่งของร่วมกันง่ายจะต้อง
2.1) ปิดชั่วคราว จนกว่าสถานการณ์จะคลี่คลาย สำหรับสนามมวย สนามม้า สนามกีฬาที่มีผู้ชมแออัด ในพื้นที่กรุงเทพฯ และปริมณฑล
2.2) ปิดชั่วคราว 14 วัน สำหรับ ผับ สถานบันเทิง สถานบริการ นวดแผนโบราณ ฟิตเนส สปา และโรงมหรสพ ในพื้นที่กรุงเทพฯ และปริมณฑล
สำหรับพื้นที่อื่น ๆ นั้นเป็นเรื่องของผู้ว่าราชการจังหวัดและคณะกรรมการระดับพื้นที่จะได้พิจารณาความเหมาะสมด้วยการดำเนินการดังกล่าว และการที่จะปิด 14 วันนี้ถ้าหากว่าสถานการณ์ยังไม่ดีขึ้น เราอาจจะมีการยืดระยะเวลาออกไปอีก ขอให้ทุกคนอย่าห่วงกังวล
3) งดการจัดกิจกรรมรวมคนจำนวนมากที่มีความเสี่ยงสูงต่อการแพร่ระบาดของโรค เช่น การจัดคอนเสิร์ต การจัดงานแสดงสินค้าต่าง ๆ กิจกรรมทางศาสนา วัฒนธรรม และกีฬา โดยให้ผู้ว่าราชการจังหวัด และคณะกรรมการโรคติดต่อจังหวัด พิจารณาให้ความเห็นชอบด้วย ให้มีการเพิ่มมาตรการป้องกันสำหรับพื้นที่และสถานที่ที่ยังต้องเปิดอยู่
5.2 ลดความเสี่ยงของการแพร่เชื้อในสถานที่ที่มีประชาชนใช้บริการจำนวนมาก ได้แก่ ห้างสรรพสินค้า ตลาด สถานที่ราชการ และรัฐวิสาหกิจ โดยจะต้องดำเนินการตามมาตรการป้องกันที่กระทรวงสาธารณสุขกำหนด
5.3 ร้านค้า ร้านอาหาร ให้มีมาตรการป้องกันการแพร่เชื้อ เช่น การทำความสะอาดพื้นผิวสัมผัส การคัดกรองอุณหภูมิ การใช้หน้ากากอนามัย รวมทั้งลดความแออัด
5.4 ยับยั้งการแพร่ระบาดภายในประเทศ ได้แก่ งดวันหยุดสงกรานต์ ต้องขอความร่วมมือด้วย วันที่ 13 – 15 เมษายน 2563 ขอให้เลื่อนออกไปก่อน เพื่อป้องกันการแพร่ระบาด โดยจะจัดชดเชยวันหยุดให้ในช่วงเวลาที่เหมาะสม
5.5 ลดความเสี่ยงของการแพร่เชื้อในระบบการขนส่งสาธารณะในประเทศ โดยเพิ่มความถี่ของการเดินรถ มีมาตรการดูแลให้เข้มงวดขึ้น ในการเดินทางต่าง ๆ
5.6 งดกิจกรรมที่มีการเคลื่อนย้ายคนข้ามจังหวัดของหน่วยงานที่มีคนเป็นจำนวนมาก เช่น ค่ายทหาร เรือนจำ โรงเรียน หรือหากจำเป็นต้องเคลื่อนย้าย ต้องมีมาตรการป้องกันการแพร่ของโรค รวมถึงการจำกัดการเคลื่อนย้ายแรงงานต่างด้าวด้วย
5.7 ให้ทุกหน่วยงานได้พิจารณามาตรการเหลื่อมเวลาการทำงานและการทำงานที่บ้าน และส่งเสริมให้ใช้ระบบอินเทอร์เน็ต เช่น การประชุมทางไกล โดยให้หน่วยงานราชการทุกหน่วยทำแผนการทำงานจากบ้านและรายงานผลการปฏิบัติต่อศูนย์ฯ
5.8 ให้ผู้ว่าราชการจังหวัด ผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร โดยคณะกรรมการโรคติดต่อจังหวัด และคณะกรรมการโรคติดต่อกรุงเทพมหานคร ใช้อำนาจตาม พ.ร.บ. โรคติดต่อ พ.ศ. 2558 มาตรา 35 เพื่อจำกัด ดูแล การเคลื่อนย้ายที่จะทำให้เกิดการแพร่ระบาด หรือกำหนดมาตรการที่เหมาะสมอื่น ๆ ในการจำกัดพื้นที่เสี่ยงตามข้อมูลที่มีการแพร่ระบาด และแจ้งมาตรการที่จะดำเนินการต่อศูนย์บริหารสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 ให้รับทราบ และให้ความเห็นชอบโดยเร็ว พร้อมทั้งรายงานผลการดำเนินงานเป็นประจำทุกวัน
5.9 ให้เร่งดำเนินการจัดตั้งหน่วยปฏิบัติการควบคุมโรคในทุกอำเภอ เขต หมู่บ้าน ให้ครอบคลุมทุกพื้นที่โดยด่วน และให้ภาคประชาชนเข้ามามีส่วนร่วมด้วยในการดำเนินการเฝ้าระวัง

6.ด้านมาตรการช่วยเหลือเยียวยา ได้แก่
6.1 กลุ่มธุรกิจ โรงงาน สถานประกอบการ โรงแรม และธุรกิจเกี่ยวเนื่องด้านการท่องเที่ยว ให้กระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ กระทรวงการคลัง กระทรวงพาณิชย์ กระทรวงแรงงาน กระทรวงอุตสาหกรรม และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง พิจารณาหามาตรการรองรับเพื่อช่วยเหลือธุรกิจที่ได้รับผลกระทบ ในกรณีที่ต้องชะลอการ lay off พนักงาน ลูกจ้าง อาทิ มาตรการช่วยเหลือการลดราคาห้องพักของธุรกิจโรงแรม
6.2 กลุ่มประชาชนได้รับผลกระทบทางเศรษฐกิจ ให้กระทรวงการคลัง กระทรวงมหาดไทยและหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง พิจารณามาตรการในการให้ความช่วยเหลือประชาชนที่ได้รับผลกระทบทางเศรษฐกิจ รับฟังข้อร้องเรียน ที่ต้องการให้ช่วยเหลือ และมีภาระในในการผ่อนชำระ เช่น รถจักรยานยนต์ ฯลฯ เพื่อให้สถาบันการเงินผ่อนผันการชำระค่างวด รวมถึงประชาชนที่ประกอบอาชีพต่าง ๆ ที่อยู่นอกระบบ เช่น พ่อค้า แม่ค้า ลูกจ้างรายวัน เป็นต้น กลุ่มเกษตรกรที่ได้รับผลกระทบ และพิจารณามาตรการเพื่อนำเสนอเป็นมาตรการบรรเทาผลกระทบทางเศรษฐกิจจากสถานการณ์การแพร่ระบาดฯในระยะที่ 2 ต่อไป
6.3 ให้กระทรวงการคลัง กระทรวงยุติธรรม กระทรวงพาณิชย์ และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ดำเนินการดูแลอย่างเข้มงวดในเรื่องที่เกี่ยวกับผลกระทบที่เกิดจากสถานการณ์ไวรัสโควิด 19 เช่น หนี้นอกระบบ การบังคับคดี การขายฝาก เป็นต้น
6.4 การสร้างขวัญและกำลังใจให้กับกลุ่มบุคลากรทางการแพทย์ ทั้งนี้ สำหรับมาตรการของรัฐบาลเพื่อรองรับผลกระทบที่สืบเนื่องจากการแพร่ระบาดของโรคที่เคยเข้าคณะรัฐมนตรี ขอให้ศูนย์ข้อมูลโควิด นำไปเผยแพร่ ประชาสัมพันธ์ในช่วงทางต่าง ๆ ต่อไป หลายอย่างหลายมาตรการเหล่านี้ หน่วยงานที่เกี่ยวข้องในการปฏิบัติ ต้องไปดำเนินการ ภายใต้ความรับผิดชอบ ให้เกิดผลสัมฤทธิ์เป็นรูปธรรมโดยเร็วที่สุด

ทั้งหมดนี้ที่กราบเรียนให้ทราบคือว่าเราอยู่ในระหว่างที่เราจะต้องสกัดกั้นการแพร่เชื้อจากต่างประเทศ และสกัดกั้นการแพร่กระจายในประเทศให้ได้มากที่สุด เพราะเราจะต้องควบคุมสถานการณ์ ชะลอให้อยู่ในระยะที่ 2 ให้นานที่สุด เพราะฉะนั้นจะมีมาตรการเพิ่มเติมมาตามลำดับ วันนี้มีแค่นี้ วันหน้าอาจจะมีมากขึ้น ขึ้นอยู่กับสถานการณ์การแพร่ระบาดในประเทศของเรา เราจะต้องใช้มาตรการในการควบคุม ป้องกัน รักษา และสื่อสารในทุก ๆ ด้าน เราถือว่าการแก้ไขปัญหา โควิด 19 มีความสำคัญเป็นอันดับ 1 สำหรับประเทศไทยในเวลานี้ เนื่องจากมีผลกระทบต่อชีวิตของประชาชนโดยตรง และเมื่อสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคบรรเทาลงแล้ว รัฐบาลจะได้ดำเนินการฟื้นฟูผลกระทบด้านอื่น ๆ อีกด้วย โดยเฉพาะอย่างยิ่งในด้านเศรษฐกิจต่อไป ทั้งนี้ รัฐบาลจะประเมินสถานการณ์โควิด 19 ทั้งภายในประเทศและต่างประเทศอย่างต่อเนื่อง รวมถึงปัญหาเศรษฐกิจรายวันอย่างใกล้ชิดและรอบคอบ เพื่อเตรียมพร้อมรับมือ ปรับหรือเพิ่มเติมมาตรการต่าง ๆ ให้เกิดความเหมาะสมสอดคล้องกับสถานการณ์ต่อไป ขอบคุณครับ สวัสดีครับ

รองนายกรัฐมนตรี แถลง รัฐบาลอนุมัติงบเสี่ยงภัย สำหรับบุคลากรทางการแพทย์ที่ใกล้ชิดหรือมีความเสี่ยงในการทำงานกับผู้ป่วยไวรัสโควิด-19

รองนายกรัฐมนตรีแถลงรัฐบาลอนุมัติงบเสี่ยงภัยสำหรับบุคลากรทางการแพทย์ ที่ใกล้ชิดหรือมีความเสี่ยงในการทำงานกับผู้ป่วยไวรัสโควิด-19

ณ ศูนย์แถลงข่าวรัฐบาล COVID-19 ตึกนารีสโมสร ทำเนียบรัฐบาล นายอนุทิน ชาญวีรกูล รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข และนายเทวัญ ลิปตพัลลภ รัฐมน ตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี แถลงขยายผลมติ ครม.ที่เกี่ยวข้องกับสถานการณ์ไวรัสโควิด-19

รัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า วันนี้ ไทยพบผู้ติดเชื้อเพิ่มขึ้น 30 ราย ยอดรวมทั้งสิ้น 177 ราย ขณะนี้รัฐบาลได้ทยอยออกมาตรการตามความเหมาะสม โดยมีวัตถุ ประสงค์ เพื่อชะลอจำนวนการเพิ่มขึ้นของผู้ป่วยให้ช้าที่สุด ขอความร่วมมือประชาชนในการป้องกันและระมัดระวังตนเอง ทั้งนี้ สำหรับผู้ที่มีความเสี่ยง สงสัย หรือกังวลว่าจะติดเชื้อโควิด-19 โรงพยาบาลราชวิถีได้ออกแบบสอบถามประเมินความเสี่ยงก่อนมาโรงพยาบาล เพื่อให้ทดลองทำ ประเมินตนเองว่ามีโอกาสติดเชื้อโควิด-19 มากน้อยแค่ไหน หรือสามารถติดต่อขอคำแนะนำและสอบถามมาทางศูนย์บริการข้อมูลภาครัฐ 1111 หรือ สายด่วนกรมควบคุมโรค 1422

จากนั้น นายอนุทิน ชาญวีรกูล รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข กล่าวถึง มาตรการของศูนย์บริหารสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 (COVID-19) ดังนี้

1). มาตรการป้องกันและสกัดกั้นการนำเชื้อไวรัสเข้าสู่ประเทศไทย ผู้ที่จะเดินทางเข้าประ เทศจะต้องมีใบรับรองแพทย์และใบประกันสุขภาพ ติดตั้งแอปพลิเคชั่นติดตามตัว แสดงวัตถุประสงค์ในการเข้าประเทศที่ชัดเจนและยินยอมในการถูกกักตัวเป็นเวลา 14 วัน รวมทั้งให้ข้าราชการ พนักงานในหน่วยงานต่าง ๆ งดการเดินทางไปต่างประเทศ

2). มาตรการชะลอการแพร่ระบาดภายในประเทศ เลื่อนวันหยุดสงกรานต์ (13 – 15 เมษายน 2563) ให้เป็นวันทำงานตามปกติ เพื่อลดความแออัดในการเดินทาง ลดการแพร่กระจายเชื้อสู่ต่างจังหวัด โดยรัฐบาลจะหาวันหยุดชดเชยให้ การปิดสถานบันเทิงในกรุงเทพฯ และปริมณฑล ตามพระราชบัญญัติควบคุมโรคติดต่อ มาตราที่ 35 (1) สั่งให้มีการปิดสถานบันเทิง เป็นเวลา 14 วัน หรือปิดจนกว่าจะมีคำสั่ง ขอความกรุณาผู้ประกอบการทำความสะอาดสถานประกอบการของตน โดยมีเจ้าหน้าที่กระทรวงสาธารณสุขเข้าไปช่วยเหลือและควบคุมดูแล สำหรับโรงเรียน สถาบันกวดวิชา มหาวิทยาลัย กระทรวงสาธารณสุข ได้แจ้งกระทรวงศึกษาธิการให้ทำการปิดการเรียนการสอนเป็นเวลา 14 วัน โดยกระทรวงศึกษาธิการจะพิจารณาตามความเหมาะสมของแต่ละพื้นที่และสถานการณ์ ส่งเสริมการเรียนการสอนออนไลน์ การประชุมแบบ Video Conference และการทำงานที่บ้าน ด้านภัตตา คาร ห้างสรรพสินค้า ตลาด สถานีขนส่ง ขอให้มีการคัดกรองตรวจวัดอุณหภูมิ จัดวางเจลล้างมือ และทำความสะอาดอย่างสม่ำเสมอ โอกาสนี้ รองนายกรัฐมนตรียังกล่าวถึงข่าวดีเพื่อเป็นขวัญและกำลังใจกับบุคลากรทางการแพทย์ ได้มีภาคเอกชนและสมาคมประกันภัย มอบกรมทัณฑ์ให้แก่บุคลากรทางการแพทย์ที่ทำงานใกล้ชิดกับผู้ป่วยโควิด-19 และรัฐบาลยังได้อนุมัติงบเสี่ยงภัยให้ผู้ที่มีความเสี่ยงในการทำงาน จำนวน 1,000 – 1,500 บาทต่อเวรอีกด้วย ขอให้ประชาชนมั่นใจการทำงานของกระทรวงสาธารณสุข กรมควบคุมโรค ที่มีประสิทธิภาพสูงสุด และเตรียมความพร้อมทางด้านเวชภัณฑ์ ยา โรงพยาบาล และบุคคลากร ทั้งนี้ ในการจำกัดการแพร่ระบาดให้แคบที่สุดนั้นต้องอาศัยความร่วมมือของประชาชนเป็นสำคัญ และขอขอบคุณพี่น้องประชาชนที่มีความเข้าใจต่อความตั้งใจของรัฐบาล


พบผู้ติดเชื้อที่เมืองคอนอีก 1 ราย หลังรับเชื้อจากสนามมวย กทม. พ่อบอกเดินสายเล่นพนันและเที่ยวสถานบันเทิง ผวาติดเชื้อด้วย ขณะผู้ว่าเตรียมสั่งระงับการชนไก่-ชนโคทั้งจังหวัด

พบผู้ติดเชื้อที่เมืองคอนอีก 1 ราย หลังรับเชื้อจากสนามมวย กทม.พ่อบอกเดินสายเล่นพนันและเที่ยวสถานบันเทิง ผวาติดเชื้อด้วย ขณะผู้ว่าเตรียมสั่งระงับการชนไก่-ชนโคทั้งจังหวัด

ผู้สื่อข่าวรายงานในวันนี้ (18 มี.ค.63) ว่า มีรายงานผู้ติดเชื้อรายล่าสุดว่าที่ จ.นครศรีธรรมราช มีผู้ติดเชื้อไว้รัสโควิด-19 เป็นรายที่ 2 ได้รับการยืนยันผลการตรวจเชื้อจากกระทรวงสาธารณสุข เป็นชายอายุ 33 ปี ชาวหมู่ 7 ต.โพธิ์เสด็จ อ.เมือง จ.นครศรีธรรมราช โดยได้เข้ากักตัวในฐานะผู้ต้องสงสัยตั้งแต่คืนวันที่ 15 มี.ค.63 ที่ผ่านมา โดยผู้ป่วยรายนี้ได้เข้าคัดกรองที่ รพ.เทศบาลนครนครศรีธรรมราช และพบว่าเป็นผู้ที่อยู่ในสนามมวยลุมพินี กทม.ร่วมกับกลุ่มที่ติดเชื้อ ก่อนจะพบอาการบ่งชี้ในผู้ป่วย จึงถูกส่งตัวไปยัง รพ.มหาราชนครศรีธรรมราช และได้รับการยืนยันพบเชื่อเมื่อวันที่ 17 มี.ค.63

โดยที่บ้านของผู้ป่วยรายนี้มีบิดา น้องชายและน้องสาว อาศัยอยู่รวมกัน 3 คนซึ้งอยู่ในสภาพตระหนกหลังรู้ว่าพบเชื้อในผู้ป่วย อยู่ในระหว่างการรอเจ้าหน้าที่มารับตัวที่บ้าน โดยบิดาของผู้ป่วยเปิดเผยข้อมูลว่า ผู้ป่วยได้กลับมาจากการเล่นพนันมวยที่ กทม.ถึงบ้านวันที่ 8 มี.ค.63 หลังจากนั้นไม่ทราบว่าไปนอนที่ไหนราว 2 คืน ก่อนกลับมาบ้าน ระหว่างนั้นได้ออกตระเวนเล่นพนันชนไก่ ชนโค ในสนาม รวมทั้งการพนันมวยตู้หลายแห่งในพื้นที่แต่ไม่ทราบว่าที่ไหนบ้าง รวมทั้งเข้าสถานบันเทิงบางแห่ง ส่วนตนเองนั้นยอมรับว่าได้อยู่ด้วยกันกับลูกชายในบ้านติดต่อกันอย่างน้อย 3 คืน

ล่าสุดทางเจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้องกำลังเร่งปฏิบัติการสืบสวนโรคอย่างต่อเนื่อง โดยพบว่าการเดินทางไปและกลับ กทม.ของผู้ป่วยรายนี้ได้เช่ารถตู้ไปกับเพื่อน 6-7 คน กลับมาถึง จ.นครศรี ธรรมราช เมื่อวันที่ 8 มี.ค.63 หลังจากนั้นได้ตระเวนเดินทางไปหลายที่ในเขตอำเภอเมืองและอำเภอใกล้เคียง ในบ่อนไก่ชนและบ่อนชนโคตั้งแต่วันที่ 8 มี.ค.-14 มี.ค.63 ซึ่งทุกสนามที่ผู้ป่วยรายนี้เดินทางไปเล่นการพนันถือว่าเป็นกลุ่มเสี่ยงทั้งหมด โดยทางเจ้าหน้าที่ได้แจ้งไว้ว่า หากผู้ใดมีอาการป่วยให้รีบพบแพทย์และขอให้กักตัวเองอย่างน้อย 14 วันเพื่อความปลอดภัยและป้องกันการแพร่ระบาดเพิ่ม

อย่างไรก็ตามในช่วงเช้าวันนี้ (18 มี.ค.63) นายศิริพัฒ พัฒกุล ผู้ว่าราชการจังหวัดนครศรีธรรมราช ได้เรียกประชุมคณะกรรมการโรคระบาดประจำจังหวัดนครศรีธรรมราช ได้เรียกประชุมด่วนและได้เตรียมสั่งการให้ที่ทำการปกครองจังหวัดนครศรีธรรมราช สั่งระงับการชนไก่ และชนวัวในเทศกาลสงกรานต์ทั้งหมดแล้ว ในขณะที่เจ้าหน้าที่ทำงานยากมาก เนื่องจากไม่ได้รับความร่วมมือจากผู้ป่วยมากนักในการให้ข้อมูลต่างๆ เกี่ยวกับโรคนี้ โดยเฉพาะผู้ป่วยรายล่าสุดซึ่งกว่าจะรู้ตัวก็ได้ออกเที่ยวไปทั่วทั้งเมืองนครศรีธรรมราชแล้ว.


ธีรศักดิ์ อักษรกูล รายงาน

สสจ.นครพนม แจงขั้นตอนดูแลบุคคลกลุ่มเสี่ยงและขั้นตอนการปฏิบัติตัวให้ห่างไกล COVID 19

สสจ.นครพนม แจงขั้นตอนดูแลบุคคลกลุ่มเสี่ยงและขั้นตอนการปฏิบัติตัวให้ห่างไกล COVID 19

จากสถานการณ์ปัจจุบัน ที่มีการแพร่ระบาดของไวรัสโควิด 19 ทำให้ประชาชนเกิดความความตื่นกลัวและส่งผลการดำรงชีวิตในแต่ละวัน ทั้งที่ในความเป็นจริงแล้ว ในพื้นที่จังหวัดนครพนมยังไม่พบผู้ที่ติดเชื้อ มีเพียงบุคคลกลุ่มเสี่ยงเท่านั้น วันนี้เรามาลองติดตามดูว่า มีขั้นตอนการปฏิบัติตัวอย่างไรเพื่อให้ห่างไกลจากโรคนี้

นายแพทย์จิณณพิภัทร ชูปัญญา นายแพทย์สาธารณสุขจังหวัดนครพนม เปิดเผยว่า จังหวัดนครพนมได้รับความร่วมมืออย่างดีมากจากตัวแรงงานที่เป็นกลุ่มเสี่ยงตลอดจนครอบครัว ผู้นำท้องถิ่น ผู้นำชุมชน ข้างบ้านก็ไม่ได้รังเกียจรังงอน และขอเรียนว่าบุคคลกลุ่มนี้ไม่ใช่ผู้ป่วย ไม่ใช่ผู้ติดเชื้อ เป็นเพียงผู้ที่เดินทางมาจากพื้นที่เสี่ยงเท่านั้น แต่ตามหลักแล้วต้องเข้าระบบคัดกรอง ระบบเฝ้าระวัง เพราะฉะนั้นทุกคนอย่าได้ตกใจ ซึ่งที่ผ่านมาเนื่องจากเราทราบรายชื่อบุคคลเหล่านี้ล่วงหน้าว่าจะถูกส่งมาที่สนามบินจังหวัดอุดรธานี จึงได้เดินทางไปรับมา โดยในขณะที่รับมาก็จะมีการใส่แมสและห้ามแรงงานลงไปที่ไหน ให้อยู่ในรถตลอดเวลา พอมาถึงจังหวัดนครพนม ก็มีการตรวจไข้ มีการตรวจคัดกรองเรื่องอื่น ๆ เบื้องต้นก่อน เสร็จแล้วก็มีรถรับเข้าไปในพื้นที่

ซึ่งก่อนเข้าไปในพื้นที่ทางหน่วยงานก็มีการเตรียมการก่อน ประกอบไปด้วย เรื่องของสถานที่ที่จะต้องอยู่อย่างเป็นเอกเทศ เรื่องของภาชนะ การอยู่ การกิน ที่จะต้องมีการแยกช้อน ถ้วยชามต่างหาก ไม่ให้ปะปนกับคนอื่น ห้องสุขาก็ต้องใช้คนเดียว ผ้าเช็ดตัวก็ต้องแยก เช่นเดียวกัน เมื่อใช้แล้วจะต้องล้างเอง เสื้อผ้าก็ต้องซักเอง แยกกะละมัง แยกผงซักฟอกไม่ปะปนกับคนอื่นเลย โดยในแต่ละวันจะมีการส่งเจ้าหน้าที่สาธารณสุข ร่วมกับ อสม. เข้าไปตรวจวัดไข้วันละ 2 ครั้ง ถ้ามีอาการผิดปกติเมื่อไหร่จะมีการตรวจละเอียดอีกครั้ง ถ้าไข้สูงถึงขั้นที่ต้องเฝ้าระวังจะนำตัวมาที่โรงพยาบาล เพื่อทำการเก็บตัวอย่างส่งตรวจและทำการรักษา ซึ่งถ้าแรงงานที่เดินทางกลับจากต่างประเทศสามารถปฏิบัติตัวได้ดีอย่างนี้ตลอดครบ 14 วัน นับตั้งแต่วันที่ลงจากสนามบินมาประเทศไทย ก็จะครบระยะเฝ้าระวังถือว่าปกติ

และประเด็นต่อมาคือประเทศไทยเราจะป้องกันเชื้อไวรัสได้หรือไม่ จะเข้าสู่ระยะที่สามหรือไม่นั้น ขึ้นอยู่กับคนไทยทุกคนไม่ได้ขึ้นอยู่กับรัฐบาลเพียงฝ่ายเดียว หรือเจ้าหน้าที่สาธารณสุข เจ้าหน้าที่บ้านเมืองเท่านั้น ซึ่งหากผู้ที่มาจากพื้นที่เสี่ยง เช่น ประเทศที่มีการประกาศเป็นพื้นที่ติดต่อโรคอันตราย ท่านต้องแจ้งเจ้าหน้าที่สาธารณสุขทันที และต้องกักตัวอยู่ภายในบ้าน ไม่ว่าจะมีไข้หรือไม่ก็ตาม อย่าได้ออกไปสู่ที่สาธารณะหรือชุมชน นอกจากนั้นแล้วยังมีประเทศที่มีการระบาดต่อเนื่องที่ประกาศเพิ่มเติม เช่น ประเทศเยอรมนี ฝรั่งเศส อเมริกาและประเทศแถบสแกนดิเนเวีย ก็ถือว่าเป็นพื้นที่ที่มีการระบาดต่อเนื่องอยู่ ถ้ามาจากประเทศเหล่านี้ท่านก็ควรจะรับผิดชอบตนเองและสังคมด้วยการกักตัว 14 วันเช่นกัน

ส่วนประชาชนทั่วไปก็ขอแนะนำว่าในขณะนี้ถ้าหลีกเลี่ยงได้ให้หลีกเลี่ยงพื้นที่ที่มีคนเยอะๆ ไปชุมนุมกัน ควรมีระยะห่างแต่ละคนประมาณ 2 เมตร ก่อนออกไปไหนต้องมีการสวมแมส ไม่ว่าจะเป็น หน้ากากอนามัยของทางราชการหรือหน้ากากผ้า ก็สามารถป้องกันได้ในระดับหนึ่ง และสิ่งที่สำคัญที่สุดคือต้องล้างมือให้เป็นกิจจะลักษณะ เป็นสุขนิสัย ด้วยน้ำสบู่ เจลแอลกอฮอล์ หรือแค่น้ำเปล่าก็ได้ ตามมาด้วยการกินร้อน ช้อนกลาง พยายามอย่ากินข้าวกันเป็นหมู่ ต้องพยายามกินจานใครจานมันจะดีที่สุด รวมทั้งการดูแลรักษาสุขภาพร่างกายให้แข็งแรงสมบูรณ์อยู่เสมอ เพื่อจะได้มีภูมิต้านทานโรคในครั้งนี้ด้วย

ภาพ/ข่าว ส .ปชส นพ. เทพพนม. รายงาน