นครพนม โควิดทำพิษ เดือดร้อนกันถ้วนหน้า ปิดตลาดคลองถม แต่ห้างใหญ่ไม่ปิด ชาวบ้านโอดสองมาตรฐาน วอนหามาตรการเข้มงวด

นครพนม โควิดทำพิษ เดือดร้อนกันถ้วนหน้า ปิดตลาด คลองถม แต่ห้างใหญ่ไม่ปิด
ชาวบ้านโอดสองมาตรฐาน วอนหามาตรการเข้มงวด ขาดรายได้หนักหนี้สิน

เมื่อวันที่ 20 มีนาคม 2563 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ที่ จ.นครพนม สถานการณ์การแพร่ระบาดของเชื้อโควิด 19 ส่งผลให้ ทางจังหวัดนครพนม ยังเพิ่มความเข้มงวดในการ ดูแลคัดกรอง ควบ คุมป้องกันการแพร่ระบาด ของเชื้อโควิด ถึงแม้ ทางจังหวัดนครพนม จะยืนยัน ไม่พบผู้ติดเชื้อ มีเพียงกลุ่มเสี่ยง จำนวน 18 ราย ที่ต้องกักตัวเป็นเวลา 14 วัน ทั้งนี้ไม่เพียงมีการปิดช่องทางข้ามแดนชั่วคราว หรือ ตลาดจุดผ่อนปรนในพื้นที่อำเภอชายแดน 4 อำเภอ เพื่อให้เดินทางผ่าน สะพานมิตรภาพไทยลาว แห่งที่ 3 นครพนม – คำม่วน เพียงแห่งเดียว ยังได้มีการเข้มงวดปิดสถานประกอบการกลุ่มเสี่ยง อาทิ สถานบันเทิง, ร้านเหล้า, ไม่เว้น ตลาดนัดคลองถม ส่งผลกระทบต่อความเป็นอยู่ บรรดาพ่อค้า แม่ค้า ขาดรายได้หนัก รวมถึง ประชา ชนในพื้นที่ จะต้องเดินทางไปจับจ่ายซื้อของตามตลาดสด ในตัวเมือง นอกจากนี้ยังสร้างความเดือดร้อน ต่อชาวบ้าน ต้องแบกภาระหนี้สิน เนื่องจากรายได้ประจำหดหาย ไม่มีรายได้ จากอาชีพอื่น ชดเชย
 

ขณะเดียวกันได้ มีตัวแทน กลุ่มผู้ประกอบการบางราย ได้ ออกมาสะท้อนปัญหาผ่านสื่อว่า ต้องการเรียกร้อง ให้ทางหน่วยงานเกี่ยวข้อง หามาตรการเข้มงวด ในการตรวจสอบ คัดกรอง แทนการปิดธุรกิจ การค้า ที่ส่งผลกระทบความเป็นอยู่ชาวบ้าน โดยเฉพาะตลาดนัดคลองถม ถือเป็นการกระตุ้นเศรษฐกิจระดับชุมชน รวมถึงการสร้างรายได้ ในชุมชน และ บรรดาพ่อค้า แม่ค้า มีรายได้ ทุกวัน ต้องขาดรายได้หนัก ทั้งที่มีภาระหนี้สิน แต่ในทางตรงกันข้าม บรรดาห้างใหญ่ ที่มี ประชาชน นักท่องเที่ยว เข้าไปจับจ่ายซื้อของ คึกคักกับไม่ มีมาตรการสั่งปิด ถือว่า เป็นสองมาตรฐาน และขอให้ ทางจังหวัด รวมถึง รัฐบาล และหน่วยงานเกี่ยวข้อง ทบทวน หาแนวทางช่วยเหลือ ต่อไป


ภาพ/ข่าว หนึ่ง ประทีป เทพพนม รายงาน

สภ.เมืองมุกดาหาร จับพ่อค้าหัวใสกักตุนสินค้าควบคุม MASK (หน้ากากอนามัย) 8,500 ชิ้น


ภายใต้การอำนวยการของ พ.ต.อ.เกียรติภูมิ สุวรรณไตรย์ ผู้กำกับการ สภ.เมืองมุกดาหาร, พ.ต.ท.รัชพง นามปัดสา รองผู้กำกับการสอบสวน สภ.เมืองมุกดาหาร, ได้สืบสวนทราบว่า ที่บ้านเลขที่ 238 บ้านนาโป ถนนสำราญชายโขงเหนือ ต.มุกดาหาร อ.เมือง จ.มุกดาหาร มีสินค้าหน้ากากอนามัย ซึ่งเป็นสินค้าควบคุม ตามประกาศคณะกรรมการกลางว่าด้วยราคาสินค้าและบริการฉบับที่ 1 พ.ศ.2563 กักตุนอยู่ภายในบ้านเป็นจำนวนมาก จึงได้สั่งการให้ชุดสืบสวนปราบปรามยาเสพติดเมือง นำโดย พ.ต.ท.สุทธิศักดิ์ สอนสะอาด สารวัตรอำนวยการปฎิบัติราชการ สภ.เมืองมุกดาหาร ขอหมายค้นจากศาล จ.มุกดาหาร ที่ ค.65/2563 ลง 18 มีนาคม 2563 เข้าทำการตรวจค้นภายในบ้าน

เมื่อเดินทางไปถึงบ้านได้พบ นายณรงค์ คำสุจริต 49 ปี ที่อยู่ 252 บ้านนาโป ถ.สำราญชายโขงเหนือ ต.มุกดาหาร อ.เมือง จ.มุกดาหาร ได้แสดงตัวเป็นผู้ครอบครองและดูแลบ้าน เจ้าหน้าที่จึงแสดงหมายค้นให้ดู ยอมรับว่าถูกต้อง พร้อมพาเจ้าหน้าที่เข้าตรวจค้น ผลการตรวจค้นภายในบ้านพบกล่องกระดาษขนาดใหญ่จำนวน 4 กล่อง ข้างในพบหน้ากากอนามัยใส่ไว้ในกล่องกระดาษสีฟ้ายี่ห้อ KHAU TRANG 4 LOP นับรวมกันได้ 170 กล่อง แต่ละกล่องจะมีหน้ากากอนามัยบรรจุอยู่จำนวน 50 ชิ้น รวมหน้ากากอนามัยที่ตรวจพบ จำนวน 8,500 ชิ้น จึงได้แจ้งข้อกล่าวหาให้ นายณรงค์ ฯ ทราบว่า กักตุนสินค้าควบคุม(หน้ากากอนามัย) โดยไม่แจ้งปริมาณสถานที่เก็บต่อพนักงานเจ้าหน้าที่ หรือส่งมอบสินค้าควบคุมโดยไม่มีเหตุอันสมควร (พรบ.ว่าด้วยราคาสินค้าและบริการ พ.ศ.2542 ) นำส่ง พนักงานสอบสวน สภ.เมืองมุกดาหารเพื่อดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป.


เดวิท โชคชัย มุกดาหาร รายงาน 092-5259-777

นครพนม สลด! ลูกวัย 14 แย่งมีดช่วยแม่ฟันคอน้าสาว ดับ เผยหาเรื่องทะเลาะวิวาทบ่อยครั้ง

นครพนม สลด! ลูกวัย 14 แย่งมีดช่วยแม่ ฟันคอน้าสาวดับ เผยหาเรื่องทะเลาะวิวาทบ่อยครั้ง

วันที่ 20 มี.ค. ร.ต.อ.ธรรมรัตน์ มะลาศรี รอง สว.(สอบสวน) สภ.นาหว้า จ.นครพนม รับแจ้งเหตุมีคนถูกฆ่าเสียชีวิต บ.ไทยสามัคคี 7 ต.นางัว อ.นาหว้า จ.นครพนม จึงรุดไปพร้อม พ.ต.อ.กิตติพงษ์ พันธ์ศรี ผกก.สภ.นาหว้า เจ้าหน้าที่ชุดสืบสวน เจ้าหน้าที่พิสูจน์หลักฐาน ภ.จว.นครพนม และ กู้ชีพ อบต.นาหว้า

ที่เกิดแหตุเป็นลูกรังหมู่บ้าน พบศพ น.ส.ภัชราภรณ์ โคตรพรหม อายุ 45 ปี สภาพศพนอนหงายเสียชีวิต ที่บริเวณลำคอมีบาดแผลฉกรรจ์ ถูกของมีคมปาดเลือดไหลนองพื้น ที่เกิดเหตุพบอาวุธมีดพร้ายาว 42 ซ.ม.ตกอยู่ เจ้าหน้าที่จึงเก็บไหว้เป็นหลักฐาน ส่วนผู้ก่อเหตุยืนรอมอบตัว ทราบชื่อ ด.ช.เอ (นามสมมุติ) นักเรียนชั้น ม.2 โรงเรียนแห่งหนึ่งในพื้นที่ และเป็นหลานชาย น.ส.ภัชราภรณ์ ผู้ตาย

สอบสวนเบื้องต้นทราบว่า ก่อนเกิดเหตุ น.ส.ภัชราภรณ์ ผู้ตายได้เดินทางมาที่บ้านของ น.ส.ภวนา โคตรพรหม อายุ 51 ปี ซึ่งเป็นบ้านพี่สาว ก่อนที่ น.ส.ภัชราภรณ์ ผู้ตาย น้องสาวจะมีปากเสียงทะเลาะกับ น.ส.ภาวนา ผู้เป็นพี่ จากนั้นผู้ตายได้วิ่งไปเอามีดพร้าที่บ้าน เป็นจังหวะที่ ด.ช.เอ บุตรชาย น.ส.ภาวนา และเป็นหลานผู้ตาย มาพบเห็นเหตุการณ์และได้เข้าเยื้อแย่งมีดพร้า ก่อนที่จะฟันไปที่คอ น.ส.ภัชราภรณ์ ผู้เป็นน้าสาว เสียชีวิตดังกล่าว

ด้าน พ.ต.อ.กิตติพงษ์ กล่าวว่า จากการตรวจสอบประวัติพบว่า น.ส.ภัชราภรณ์ ผู้ตาย มีอาการป่วยทางจิต เป็นคนไข้และกินจิตเวชฯ ก่อนหน้านี้ผู้ตายมาหาเรื่องและมีเรื่องทะเลาะวิวาทกับ น.ส.ภาวนา ผู้เป็นพี่สาวบ่อยครั้ง จนเจ้าหน้าที่มาห้ามหลายต่อหลายครั้ง กระทั่งนำมีดพร้าของตนเองจะมาฟันผู้เป็นพี่สาว แต่ ด.ช.เอ เข้าไปเยื้อแย่ง กระทั่งเกิดเหตุสลดดังกล่าว ซึ่งเจ้าหน้าที่จะได้สอบสวนสาเหตุที่แน่ชัดอีกครั้ง เบื้องต้นแจ้งข้อหา ด.ช.เอ ทำร้ายผู้อื่นถึงแก่ความตาย คุมตัวไปดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป

ภาพ/ข่าว น็อต นคร เทพพนม รายงาน

สนง.ตำรวจแห่งชาติร่วมกับภาคเอกชน มอบเครื่องมือทางการแพทย์แก่รพ. ชาติตระการ

ในยามที่โรงพยาบาลต้องการอุปกรณ์และเครื่องมือทางการแพทย์สำนักงานตำรวจแห่งชาติ
ตำรวจภูธรภาค6 กองบังคับการสืบสวนสอบสวนตำรวจภูธรภาค 6 ร่วมกับภาคเอกชน มอบอุปกรณ์และเครื่องมือทางการแพทย์มูลค่า 294,000 บาท แก่โรงพยาบาลชาติตระการ จ.พิษณุโลก สู้ภัยไวรัสโควิต-19


ภาพ/ข่าว นายพล บึงสามพัน
นายโยธิน พรมแตง รายงาน

นครนายก วัดหลวงพ่อปากแดง เป็นวัดนำล่องประกาศปิดวัดชั่วคราว หวั่นโควิด-19

พระราชพรหมคุณ เจ้าคณะจังหวัดนครนายก เจ้าอาวาสวัดพราหมณี (วัดหลวงพ่อปากแดง) ประกาศปิดวัดชั่วคราว ตั้งแต่วันที่ 20 มีนาคม 2563 ถึง วันที่ 3 เมษายน 2563 เริ่มเปิดวัดในวันที่ 4 เมษายน 2563 เพื่อทำความสะอาดป้องกันโรคโควิด-19

ที่วัดพราหมณี (วัดหลวงพ่อปากแดง) ตำบลบ้านใหญ่ อำเภอเมือง จังหวัดนครนายก
พระเดชพระคุณพระราชพรหมคุณ เจ้าคณะจังหวัดนครนายก เจ้าอาวาสวัดพราหมณี (วัด หลวงพ่อปากแดง) ได้ให้สัมภาษณ์กับผู้สื่อข่าวจังหวัดนครนายก ถึงสาเหตุที่ต้องปิดวัด เพื่อเป็นการนำล่องวัดแรกในจังหวัดนครนายก ตั้งแต่วันที่ 20 มีนาคม 2563 ถึงวันที่ 3 เมษายน 2563 เป็นเวลา 15 วัน และในวันที่ 4 เมษายน 2563 ทางวัดพราหมณีจะได้เปิดตามปกติ
ด้วยในวันนี้ทางวัดพราหมณี ได้ร่วมกับพ่อค้าแม่ค้าที่มาค้าขายในวัดได้ร่วมแรงร่วมใจกันทำ ความสะอาดในบริเวณรอบวัดทั้งหมด เพื่อเป็นการป้องกันการแพร่ระบาดโรคโควิด-19 ในพื้นที่ของวัดพราหมณี เนื่องจากได้มีประชาชนได้เข้ามาท่องเที่ยวในจังหวัดนครนายก และแวะเข้ามากราบไหว้ขอพรหลวงพ่อปากแดง เป็นจำนวนมาก ทางวัดจึงมีมาตรการป้องกันการแพร่ระบาดโรคโควิด-19 จึงมีคำสั่งปิดวัดทำความสะอาดเพื่อเป็นวัดนำล่องในจังหวัดนครนายกดังกล่าว


ภาพ/สมบัติ เนินใหม่ ข่าว/รัชชานนท์ เนินใหม่ ผู้สื่อข่าว จ.นครนายก
นายพรเทพ เขม้นเขตวิทย์ รายงานจากศูนย์ข่าวภาคตะวันออก

ลพบุรี – ตำรวจท่องเที่ยว จัดโครงการจิตอาสาพระราชทานตามแนวพระราชดำริ

ตำรวจท่องเที่ยวลพบุรี จัดโครงการจิตอาสาพระราชทานตามแนวพระราชดำริ “เราทำความดีเพื่อชาติ ศาสน์ กษัตริย์” กิจกรรมจิตอาสาทำความสะอาดอุปกรณ์เครื่องออกกำลังกาย

ที่สนามกีฬาพระราเมศวร ตำบลทะเลชุบศร อำเภอเมืองลพบุรี จังหวัดลพบุรี สถานีตำรวจท่องเที่ยว 2 กองกำกับการ 2 กองบังคับการตำรวจท่องเที่ยว 1 ตำรวจท่องเที่ยวลพบุรี ร่วมกับองค์การบริหารส่วนจังหวัดลพบุรี และภาคีเครือข่าย ร่วมกันจัดกิจกรรมโครงการจิตอาสาพระราชทานตามแนวพระราชดำริ “เราทำความดีเพื่อชาติ ศาสน์ กษัตริย์” เพื่อทำความสะอาดอุปกรณ์เครื่องออกกำลังกายที่ตั้งอยู่ภายในสนามกีฬาพระราเมศวร ซึ่งมีประชาชนมาใช้บริการเป็นจำนวนมากในทุกวัน

ทั้งนี้ เพื่อเป็นการบำรุงดูแลรักษาอุปกรณ์ และจัดระเบียบ ปรับปรุงทัศนียภาพสถานที่บริเวณโดยรอบให้มีความสะอาดสวยงามอยู่เสมอ ทั้งยังเป็นการแสดงออกซึ่งความสมัครสมานสามัคคี และร่วมแรงร่วมใจกันทำความดีโดยไม่หวังผลตอบแทน สมดังพระราชปณิธานของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ที่ทรงพระราชทานโครงการจิตอาสาให้แก่ปวงชนชาวไทย ซึ่งเป็นกิจกรรมที่จัดขึ้นในลักษณะการเป็นจิตอาสาพัฒนา อันเป็นสาธารณประโยชน์ร่วมกัน ของหน่วยงานภาครัฐ องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น และภาคประชาชนในพื้นที่ โดยมีพันตำรวจเอก สิทธิเมศวริย์ ศิวครุปต์ ศรีครุฑรานนท์ ผู้บังคับการ 2 กองบังคับการตำรวจท่องเที่ยว 1 เป็นประธานเปิดกิจกรรม


ภาพ/ข่าว กฤษณ์ ลพบุรี 0890899090
โยธิน พรมแตง รายงาน

คุณยายวัย 98 ปี หายป่วยจากโรคโควิด – 19 เพราะเป็นคนอารมณ์ดี ชอบให้แพทย์ – พยาบาลชมว่าสวย

คุณยายวัย 98 ปี หายป่วยจากโรคโควิด – 19 เพราะเป็นคนอารมณ์ดี ชอบให้แพทย์ – พยาบาลชมว่าสวย

เมื่อวันที่ 1 มี.ค. 2563 หนังสือพิมพ์ฉางเจียง เดลี่ (changjiang Daily) และหนังสือพิมพ์พีเพิลส์ เดลี่ (People’s Daily) ในประเทศจีน ได้รายงานว่า คุณยายวัย 98 ปีพร้อมกับลูกสาววัย 54 ปี ป่วยด้วยโรคโควิด-19 (Covid-19) วันที่ 13 ก.พ. 2563 เข้ารักษาที่โรงพยาบาลเหลยเสินซาน เมืองอู่ฮั่น มณฑลเหอเป่ย ต่อมาวันที่ 1 มี.ค. 2563 แพทย์ได้เปิดเผยว่า คุณยายและลูกสาว ได้หายป่วยจากโรคโควิด-19 แล้ว  ในขณะที่รับการรักษา คุณยายเป็นคนอารมณ์ดี กำลังใจดีมาก ชอบให้แพทย์-พยาบาล ชมว่า คุณยายเป็นคนสวย ถือว่าเป็นผู้ป่วยรายแรกที่มีอายุมากที่สุดที่หายจากโรคโควิด-19 นับตั้งแต่โรคนี้ได้แพร่เชื้อกระจายออกไป

จากข่าวดังกล่าวนั้นจะเห็นได้ว่า นอกจากวิธีการรักษาพยาบาลตามหลักวิชาการแพทย์อย่างถูกต้องแล้ว ยังพบว่า คุณยายเป็นคนมีจิตใจดี อารมณ์ดี และไม่คิดท้อถอยต่อการเจ็บป่วย ร่างกายจึงสร้างภูมิต้านทานต่อสู้กับโรคร้าย ทำให้คุณยายหายจากโรคร้ายนี้ราวกับปาฏิหาริย์ ดังที่พวกเราทราบกันโดยทั่วไปว่า โรคโควิด-19 เป็นโรคที่เกิดใหม่ และอันตรายที่สุดในขณะนี้ ยังไม่มียาหรือวัคซีนอะไรที่จะรักษาหรือยับยั้งโรคชนิดนี้ได้ แพทย์-พยาบาลได้เพียงรักษาไปตามอาการที่เป็นอยู่ในขณะนั้นเท่านั้น ใครมีภูมิต้านทานที่แข็งแรงก็ถือว่าโชคดี สิ่งที่สำคัญที่สุดเราต้องรู้จักปกป้องตัวเอง อย่าให้เชื้อโรคนี้เข้าสู่ภายในร่างกายโดยเด็ดขาด เช่น ทางปาก จมูก หรือดวงตา

สิ่งหนึ่งที่ได้ข้อคิดจากคุณยายท่านนี้ คือ กำลังใจ เพราะกำลังใจคือยาหรือวัคซีนชนิดพิเศษ ที่เราสามารถสร้างมันขึ้นมาได้ วิธีที่สร้างกำลังใจที่ดีที่สุด ก็คือ คิดดี พูดดี และกระทำแต่สิ่งที่ดี ไม่เบียดเบียนตัวเองหรือคนอื่น รู้จักมองโลกในแง่ดี พยายามสร้างอารมณ์ขันและความเบิกบานให้กับตัวเอง มองสิ่งรอบข้างให้เป็นสิ่งสวยงาม พยายามตัดความกังวลและความหดหู่ใจ ปล่อยวาง หรือการนั่งสมาธิวันละ 30 นาที ทุกวันอย่างต่อเนื่อง เชื่อว่า ร่างกายของเราย่อมสร้างภูมิต้านทานโรคขึ้นมาเพื่อปกป้องตัวเอง ดังเช่นคุณยายวัย 98 ปี ในประเทศจีน ที่ไม่เคยท้อถอยต่อโรคร้ายนี้

อย่างไรก็ตาม วันนี้โรคร้ายกำลังแพร่ระบาดไปทุกสถานที่อย่างต่อเนื่อง ในขณะเดียวกันพวกเรากำลังรอคอยยารักษาอย่างมีความหวัง จำเป็นต้องป้องกันไม่ให้เชื้อโรคร้ายนี้เข้าสู่ร่างกายของเราอย่างเด็ดขาด ควรปฏิบัติตามคำแนะนำของแพทย์และมาตรการต่าง ๆ ที่รัฐกำหนดอย่างเคร่งคัด อีกทั้งต้องสร้างกำลังใจให้เข้มแข็ง เชื่อว่า พรุ่งนี้พวกเราจะก้าวพ้นวิกฤตการณ์นี้ไปได้ด้วยดี ขอให้ทุกท่านปลอดภัยจากโรคโควิด-19 นะครับ


Cr. อ.ณัฐพงษ์ นาคถ้ำ

ภาพ : หนังสือพิมพ์ changjiang Daily

นครพนม ชวนหนีโควิด 19 นัดหวดวงสวิงกลางน้ำโขง แห่งแรกของโลก พบโปรเฟิร์น-โปรแอร์

นครพนม ชวนหนีโควิด 19 นัดหวดวงสวิงกลางน้ำโขง แห่งแรกของโลก พบโปรเฟิร์น-โปรแอร์

วันที่ 20 มี.ค. ที่ศาลากลาง จ.นครพนม นายชาตรี จันทร์วีระชัย รองผู้ว่าฯนครพนม, นายสมชาย ชมภูน้อย ผอ.การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย(ททท.) ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ, น.ส.กนกวรรณ ดุงศรีแก้ว รอง ผอ.ททท.สำนักงานนครพนม, และนายศิริพงษ์ แสนสุข ประธานชมรมคนรักกอล์ฟนครพนม ประชุมจัดการแข่งขันกอล์ฟกลางแม่น้ำโขง ภายใต้ชื่อ “Unseen Mekong Golf @ Nakhonphanom” พร้อมระเบิดวงสวิงระหว่างวันที่ 27-29 มี.ค. ที่หาดทรายทองศรีโคตรบูร และสนามกอล์ฟภูกระแต อ.เมือง จ.นครพนม

นายสมชาย กล่าวว่า สถานการณ์ภัยแล้งทำให้ระดับแม่น้ำโขง มีปริมาณลดลงอย่างรวดเร็ว ทำให้เกิดสันดอนทรายผุดขึ้นกลางน้ำโขง โดยเฉพาะหาดทรายทองศรีโคตรบูร หลังโรงแรมฟอร์จูนริเวอร์วิว ทาง จ.นครพนม จะมีกิจกรรมส่งเสริมการท่องเที่ยวให้ประชาชนและนักท่องเที่ยว ดังนั้น ททท. จึงเล็งเห็นความสำคัญในเชิงการท่องเที่ยว จึงจัดกิจกรรมดังกล่าว ถือเป็นแห่งแรกของโลก จำนวน 9 หลุม และที่จะเนรมิตขึ้นใหม่กลางนํ้าโขง ณ หาดทรายทองศรีโคตรบูร อีก 9 หลุม รวมทั้งสิ้น 18 หลุม

นอกจากนี้ได้เชิญนักกอล์ฟที่มีชื่อเสียงได้แก่ “โปรเฟิร์น” อธิจิต ธีระวัฒนศักดิ์ และ “โปรแอร์” ศรุตยา งามอุษาวรรณ ร่วมงานดังกล่าวด้วย โดยโปรกอล์ฟทั้ง 2 คน จะเป็นผู้นำนักกีฬาเดินทางท่องเที่ยวในพื้นที่ จ.นครพนม เพื่อประชาสัมพันธ์การท่องเที่ยวจังหวัดอีกด้วย ส่วนไฮไลต์อยู่ที่เงินรางวัลโฮลอินวัน (Hole-in-one) มูลค่ากว่า 100,000 บาท วันที่ 29 มี.ค. จัดแข่งขันโดยสมาคมคนรักกอล์ฟนครพนม ตามรอย 2 โปรกอล์ฟสาว โดยรับสมัครประเภททีม ทีมละ 5 คน ค่าสมัครทีมละ 8,00 บาท ค่าสมัครประเภทบุคคล คนละ1,500 บาท สนใจสอบถามที่ ททท.สำนักงานนครพนม โทร.04-251-3490-1

นักกีฬากังวลโรคติดเชื้อไวรัสโคโรน่า โควิด-19 ที่มีการระบาดใหญ่นั้น หน่วยงานเกี่ยวกับโรคติดต่อว่า การตีกอล์ฟในที่โล่งมีอากาศถ่ายเทสะดวก โรคโควิด 19 กลัวอากาศลักษณะนี้มาก ขณะที่ จ.นครพนม ยังไม่พบผู้ติดเชื้อแม้แต่รายเดียว แม้แต่ผู้อยู่ใกล้ชิดเซียนมวยชื่อดัง
อีกทั้ง ผลตรวจก็ไม่พบเชื้อดังกล่าวเช่นเดียวกัน จะมีมาตรการป้องกันเข้มข้น เช่น การรับประทานอาหาร ไม่ให้รวมกันเป็นหมู่คณะ จัดหาภาชนะที่ผลิตจากธรรมชาติ เช่น กาบหมาก ยืนยันว่า จ.นครพนมปลอดภัยจากโควิด-19


ภาพ/ข่าว น็อต นคร เทพพนม รายงาน

นครพนม โควิด-19 พ่นพิษ ! แรงงานเวียดนามตกค้างบขส. 200 คน ผู้ว่าฯอนุโลมสั่งข้ามได้แล้ว

นครพนม โควิด-19 พ่นพิษ ! แรงเวียดนามตกค้างบขส. 200 คน ผู้ว่าฯอนุโลมสั่งข้ามได้แล้ว

วันที่ 20 มี.ค. ที่สถานีขนส่งผู้โดยสาร (บขส.) จ.นครพนม ได้มีกลุ่มผู้ใช้แรงงานชาวประเทศเวียดนาม ที่ได้เดินทางจากกรุงเทพฯ ขนข้าวของเครื่องใช้ติดตัวพะรุงพะรัง เพื่อจะต่อรถโดยสารระหว่างประเทศ ไทย-ลาว(นครพนม-คำม่วน) เพื่อขึ้นรถเดินทางไป สปปป.ลาว ผ่านสะพานมิตรภาพไทย-ลาว แห่งที่ 3 ผ่านแขวงคำม่วน เดินทางต่อไปยังภูมิลำเนาที่เวียดนามกลาง เช่น ฮาตินห์ เงอาน และกวางบิงห์ เพื่อหนีจากโรคไวรัสโคโรน่า โควิด -19

โดยแรงงานชาวเวียดนามประมาณ 200 คน เบื้องต้นพบว่าไม่สามารถเดินทางผ่านสะพานดังกล่าว เข้าสู่ สปป.ลาว ได้ สืบเนื่องจากสถานเอกอัครราชทูต ณ นครเวียงจันทน์ ได้ประกาศเรื่องมาตรการการเข้าเมืองของ สปป.ลาว เพื่อป้องกันการแพร่ระบาดของโรคโควิด 19 ระบุว่า 1. รัฐบาล สปป.ลาว สั่งปิดด่านประเพณี ด่านท้องถิ่นทั้งหมด (จุดผ่อนปรน)ตั้งแต่ 19 มี.ค.-20 เม.ย. 2.ยกเลิกออกวีซ่า ที่ด่านทุกประเภท ตั้งแต่ 20 มี.ค.-20 เม.ย. และ 3 ระงับการใช้บัตรผ่านแดน ตั้งแต่ 20 มี.ค.-20 เม.ย. ทำให้ชาวเวียดนามไม่สามารถซื้อตั๋วรถโดยสารระหว่างประเทศได้ เนื่องจากทางการลาวยังไม่อนุญาตให้ผ่านพรมแดน

จากการสอบถามผู้ใช้แรงงานชาวเวียดนามคนหนึ่ง กล่าวว่า แรงงานชาย-หญิง 200 คน ที่ตกค้างใน บขส.แห่งนี้ ส่วนใหญ่เดินทางไปทำงานที่กรุงเทพฯ เป็นพนักงานเสิร์ฟร้านอาหาร และแม่บ้าน หลังจากมีมติ ครม.สั่งปิดสถานบริการ แหล่งบันเทิงเป็นเวลา 14 วัน ทำให้ผู้ทำงานในสถานที่ดังกล่าวว่างงาน ไม่มีรายได้มาดูแลครอบครัว จึงได้นัดแนะกันเก็บข้าวของเดินทางกลับบ้านเกิด

แรงงานชาวเวียดนามคนเดิม กล่าวว่า หากอยู่ในประเทศไทยและเกิดล้มป่วยด้วยโรคโควิด 19 ความที่เป็นคนต่างด้าว จะต้องหาเงินมาชำระค่ารักษาเอง แต่ทว่าหากเดินทางกลับประ เทศเวียดนามก็จะไม่เสียค่ารักษาพยาบาล เมื่อเดินทางมาถึง จ.นครพนม คาดหวังว่าจะได้ซื้อตั๋วรถโดยสารข้ามฝั่งแม่น้ำโขงผ่านสะพานมิตรภาพไทย-ลาว แห่งที่ 3 ไปต่อรถอีกทอดที่แขวงคำม่วน สปป.ลาว แต่พนักงานจำหน่ายตั๋วไม่ยอมขายตั๋วรถให้ แม้จะมีหนังสือเดินทางก็ตาม

ผู้ใช้แรงงานชาวเวียดนามอีกราย กล่าวว่า เมื่อกลับไปถึงบ้านเกิดแล้ว อนาคตโรคโควิด 19 มีวัคซีนยับยั้งการแพร่ระบาดได้แล้ว หรือผ่านพ้นกำหนดปิดสถานบริการครบ 14 วัน ก็ยังจะไม่กลับมาประเทศไทยอีก แต่จะรอจนแน่ใจว่าไม่มีโรคโควิด 19 ระบาดอีกต่อไปแล้ว

ล่าสุดทางเจ้าหน้าที่ตำรวจตรวจคนเข้าเมือง (ตม.) จ.นครพนม อยู่ระหว่างประสานงานกับเจ้าหน้าที่ฝั่งลาวว่าจะดำเนินการกับชาวเวียดนามเหล่านี้อย่างไร หากได้รับอนุญาตก็จะให้ข้ามกลับไปภูมิลำเนาทันที หากไม่อนุญาตก็จะตกเป็นภาระที่ทางไทยต้องจัดหาที่พักให้เป็นการชั่วคราว

ผู้สื่อข่าวรายงานด้วยว่า ส่วนด่านสากล เช่น สะพานมิตรภาพไทย-ลาว แห่งที่ 3 (นครพนม-คำม่วน) ยังเปิดให้บริการต่อไป โดยเพิ่มมาตรการคัดกรองการข้ามแดนของบุคคล พร้อมยกเลิกการตรวจลงตรา (ออกวีซ่า) ที่ด่านทุกประเภท รวมทั้ง E-Visa และยกเลิกการตรวจลงตราประเภทท่องเที่ยวสำหรับผู้ถือหนังสือเดินทางทุกประเทศ ตั้งแต่วันที่ 20 มี.ค-20 เม.ย.นี้
โดยในวันนี้ 20 มี.ค. เป็นวันแรกที่ทางการลาวเริ่มมาตรการดังกล่าว จึงทำให้ชาวเวียดนามที่เข้าไปทำงานที่ประเทศไทย ตกค้างอยู่ที่ บขส.นครพนมจำนวนดังกล่าว

ความคืบหน้าล่าสุด นายสยาม ศิริมงคล ผวจ.นครพนม ได้สั่งการให้ ตม.นครพนม อนุโลมให้แรงงานเวียดนามจำนวน 200 คนแค่วันเดียว เดินทางเข้าสู่ สปป.ลาว ผ่านสะพานฯดังกล่าวได้แล้ว เนื่องจากที่ จ.นครพนม ไม่มีสถานที่กักตัวแรงงานเหล่านี้ 14 วัน โดยรถโดยสารคันแรกที่มุ่งสู่สะพานฯ พบว่ามีชาวเวียดนามเยื้อแย่งขึ้นรถโดยสารกันแน่นขนัด แทบจะหายใจรดต้นคอกัน


ภาพ/ข่าว น็อต นคร เทพพนม รายงาน

มุกดาหาร # ลูกทรพีคลั่งยาบ้า ใช้มีดไล่ฟัน พ่อ,แม่,ยาย สาหัส 3 ราย

มุกดาหาร #ลูกทรพีคลั่งยาบ้าใช้มีดไล่ฟัน พ่อ,แม่,ยาย สาหัส 3 ราย

มุกดาหาร เมื่อวันที่ 19 มีนาคม 2563 พ.ต.ท.ปกรณ์ เรือนแสน สารวัตรสถานีตำรวจภูธรคำป่าหลาย ได้รับแจ้งจากชาวบ้านขอให้ไปช่วยระงับเหตุ ลูกชายเมายาบ้าคลุ้มคลั่งอาละวาด ใช้อาวุธมีดไล่ฟันพ่อแม่บังเกิดเกล้าและญาติ ได้รับปาดเจ็บสาหัสปางตาย 3 ราย จึงนำกำลังเจ้าหน้าที่ตำรวจ ชุดสายตรวจ ชุดสืบสวน พร้อมชุดรักษาความปลอดภัยหมู่บ้าน ไปตรวจสอบที่บ้านเลขที่ 17 หมู่ที่ 2 บ้านสามขา ตำบลคำป่าหลาย อำเภอเมือง จังหวัดมุกดาหาร โดยมีนายหง คำลือไชย อายุ 56 ปี เจ้าของบ้านโดนฟันเข้าที่บริเวณหัว ลำหอ นางทองหมี คำลือไชย ภรรยา และนางสีแพง คำลือไชย คุณยาย ทั้ง2โดนฟันที่บริเวณมือ ซึ่งทั้ง 3 ราย ที่ได้รับปาดเจ็บทางเพื่อนบ้านและเจ้าหน้าที่ได้พาตัวนำส่งโรงพยาบาลมุกดาหารอย่างเร่งรวด ซึ่งผู้ก่อเหตุทราบชื่อภายหลัง นายคมสัน โสดา อายุ 42 ปี เป็นลูกชายนายหง คำลือไชยและนางทองหมี คำลือไชย โดยนายคมสัน โสดา มีพฤติการณ์ที่ชอบเสพยาบ้าเป็นประจำวัน ไม่มีอาชีพหลัก

ขณะที่เจ้าหน้าที่ตำรวจชุดสืบสวน พร้อมด้วยกำลังเจ้าหน้าที่ตำรวจ ชุดสายตรวจ ชุดรักษาความปลอดภัยหมู่บ้าน ตลอดจนกำลังชาวบ้านในพื้นที่ ต่างพากันออกติดตาม กระจายกำลังค้นหาตัวนายคมสัน โสดา ลูกทรพีกระทั้งมาพบตัวที่ป่าละเมาะท้ายหมู่บ้านซึ่งทางนายคมสัน โสดา ผู้ก่อเหตุก็ไม่มีที่ท่าจะวิ่งหลบหนี หรือจะต่อสู้ทางเจ้าหน้าที่แต่อย่างไร กลับยินยอมให้เจ้าหน้าที่เข้ามาจับกุมตัวและอาวุธมีดอย่างง่าย เบื้องต้นทางผู้ก่อเหตุยอมรับคลุ้มคลั่งไล่ทำร้ายพ่อแม่และคุณยายของตนจริงเนื่องจากพึ่งเสพยาบ้ามา และได้มาขอเงินจากพ่อแม่ แต่ท่านไม่ยอมให้เงินไปซื้อยาบ้ามาเสพต่อ จึงได้ก่อเหตุดังกล่าว เจ้าหน้าที่จึงได้นำตัวนายคมสัน โสดา ไปตรวจปัสสาวะพบฉี่เป็นสีม่วง จึงตั้งข้อหาเสพยาเสพติด และส่งดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป.


เดวิท โชคชัย มุกดาหาร รายงาน 092-5259-777