กรมพัฒนาฝีมือแรงงาน รับมอบอุปกรณ์ไฟฟ้าและวัสดุก่อสร้าง ช่วยเหลือผู้ประสบอุทกภัยภาคใต้หลังน้ำลด

กรมพัฒนาฝีมือแรงงาน รับมอบอุปกรณ์ไฟฟ้าและวัสดุก่อสร้าง ช่วยเหลือผู้ประสบอุทกภัยภาคใต้หลังน้ำลด

เมื่อวันที่ 26 ธันวาคม 2568 : นายสมาสภ์ ปัทมะสุคนธ์ อธิบดีกรมพัฒนาฝีมือแรงงาน เป็นประธานรับมอบอุปกรณ์ไฟฟ้าและผลิตภัณฑ์ก่อสร้าง เพื่อนำไปใช้ช่วยเหลือผู้ประสบอุทกภัยหลังน้ำลดในพื้นที่ภาคใต้ จาก คุณกอบเกียรติ หลิมเจริญ ผู้อำนวยการด้านเทคนิค ยิปซัมตราช้าง บริษัท สยามอุตสาหกรรมยิปซัม (สระบุรี) จำกัด คุณธีรพงษ์ ธรรมริยา ผู้จัดการทั่วไป สายบริการปรับปรุงบ้าน บริษัท โฮม โปรดักส์ เซ็นเตอร์ จำกัด (มหาชน) คุณบัญชา จุลาเกตุโพธิชัย ผู้จัดการศูนย์ฝึกทักษะฝีมือช่างคอตโต้อะคาเดมี่ บริษัท เอสซีจี เซรามิกส์ จำกัด (มหาชน) คุณเนติวัฒน์ อ่ำรอด ผู้อำนวยการฝ่ายสื่อสารองค์กร บริษัท ปูนซีเมนต์นครหลวง จำกัด (มหาชน) และคุณพงศธร สุดาจันทร์ ผู้จัดการส่วนจระเข้ อะคาเดมี่ บริษัท จระเข้ คอร์ปอเรชั่น จำกัด โดยมีผู้บริหารเครือข่าย ผู้บริหารกรมพัฒนาฝีมือแรงงาน ร่วมเป็นเกียรติ ณ ห้องประชุม ชั้น 6 อาคารสำนักงาน สูง 6 ชั้น กรมพัฒนาฝีมือแรงงาน

นายสมาสภ์ ปัทมะสุคนธ์ อธิบดีกรมพัฒนาฝีมือแรงงาน เปิดเผยว่า กรมพัฒนาฝีมือแรงงาน ได้ดำเนินการช่วยเหลือผู้ประสบอุทกภัยภาคใต้อย่างต่อเนื่อง โดยมีการรับมอบอุปกรณ์และสิ่งของจากภาคเอกชน และจัดตั้ง ศูนย์บริการ “ซ่อม สร้าง สุข” เพื่อซ่อมแซมรถจักรยาน ยนต์ เครื่องใช้ไฟฟ้า และเครื่องยนต์การเกษตรให้ประชาชนฟรี ซึ่งช่วยลดค่าใช้จ่ายได้มาก และยังมีการบูรณาการกับกระทรวงแรงงาน ในการจัดหาช่างฝีมือและฝึกอาชีพเสริมสร้างรายได้หลังน้ำลด

โดยในวันนี้ต้องขอขอบคุณ บริษัท สยามอุตสาหกรรมยิปซัม (สระบุรี) จำกัด, บริษัท โฮม โปรดักส์ เซ็นเตอร์ จำกัด (มหาชน), บริษัท ปูนซีเมนต์นครหลวง จำกัด (มหาชน,) บริษัท เอสซีจี เซรามิกส์ จำกัด (มหาชน) และบริษัท จระเข้ คอร์ปอเรชั่น จำกัด เป็นอย่างยิ่งที่ได้ให้การสนับสนุนอุปกรณ์ไฟฟ้าและผลิตภัณฑ์ก่อสร้าง เพื่อนำไปใช้ช่วยเหลือผู้ประสบอุทกภัยหลังน้ำลดในพื้นที่ภาคใต้ รวมมูลค่าทั้งสิ้น 356,634 บาท ซึ่งการบูรณาการความร่วมมือระหว่างหน่วยงานภาครัฐและเอกชนเป็นนโยบายหลักประการหนึ่งของรัฐบาล ซึ่งกรมพัฒนาฝีมือแรงงานได้ใช้เป็นแนวทางในการปฏิบัติงานมาตลอด รวมทั้งได้ตระหนักเสมอว่าภาคเอกชนมีความสำคัญอย่างยิ่งต่อการพัฒนากำลังแรงงานของประเทศให้แรงงานมีทักษะฝีมือ และสอดคล้องกับความต้องการของตลาดแรงงาน

นายสมาสภ์ฯ กล่าวต่อไปว่า ในวันนี้เครือข่ายที่ให้การสนับสนุนอุปกรณ์และผลิตภัณฑ์ก่อ สร้างจากเครือข่ายพัฒนาฝีมือแรงงาน จำนวน 5 แห่ง ดังนี้ 1) บริษัท สยามอุตสาหกรรมยิปซัม (สระบุรี) จำกัด ให้การสนับสนุนผลิตภัณฑ์ยิปซัม จำนวน 1,000 ตารางเมตร มูลค่า 200,000 บาท 2) บริษัท โฮม โปรดักส์ เซ็นเตอร์ จำกัด (มหาชน) ให้การสนับสนุนอุปกรณ์ไฟฟ้าและวัสดุต่าง ๆ จำนวน 5 รายการ ได้แก่ ชุดสวิตซ์ ชุดปลั๊กไฟ บล็อกลอย สายไฟ VAF และสเปรย์หน้าสัมผัสไฟฟ้า มูลค่า 54,050 บาท 3) บริษัท เอสซีจี เซรามิกส์ จำกัด (มหาชน) ให้การสนับสนุนผลิตภัณฑ์กระเบื้องเซรามิกปูพื้น จำนวน 250 กล่อง มูลค่า 40,750 บาท 4) บริษัท ปูนซีเมนต์นครหลวง จำกัด (มหาชน) ให้การสนับสนุนผลิตภัณฑ์ปูนซีเมนต์ จำนวน 20 ตัน มูลค่า 40,000 บาท และ5) บริษัท จระเข้ คอร์ปอเรชั่น จำกัด ให้การสนับสนุนกาวซีเมนต์และยาแนว มูลค่า 21,834 บาท รวมมูลค่าทั้งสิ้น 356,634 บาท เพื่อนำไปใช้ช่วยเหลือผู้ประสบอุทกภัยหลังน้ำลดในพื้นที่ภาคใต้ต่อไป

“ผมขอขอบคุณเครือข่ายพัฒนาฝีมือแรงงานทั้ง 5 แห่ง ที่ให้ความสำคัญแก่แรงงานและประชาชนที่ประสบอุทกภัยภาคใต้ในครั้งนี้เป็นอย่างยิ่งครับ” อธิบดีกรมพัฒนาฝีมือแรงงาน กล่าวในตอนท้าย


สุรเชษฐ ศิลานนท์ รายงาน

ตำรวจท่องเที่ยวมอบ ‘ของขวัญชิ้นเล็ก ความอุ่นใจชิ้นใหญ่’ ยกระดับความปลอดภัยรับปีใหม่ 2569

ตำรวจท่องเที่ยวมอบ ‘ของขวัญชิ้นเล็ก ความอุ่นใจชิ้นใหญ่’ ยกระดับความปลอดภัยรับปีใหม่ 2569

กองบัญชาการตำรวจท่องเที่ยว ขานรับนโยบายและข้อสั่งการของ นายอรรถกร ศิริลัทธยากร รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา และ พล.ต.อ.กิตติ์รัฐ พันธุ์เพ็ชร์ ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ เดินหน้ายกระดับมาตรการดูแลความปลอดภัยประชาชนและนักท่องเที่ยวในช่วงเทศกาลส่งท้ายปีเก่าต้อนรับปีใหม่ พ.ศ.2569

ภายใต้แนวคิด “ของขวัญชิ้นเล็ก ความอุ่นใจชิ้นใหญ่” พล.ต.ท.ศักย์ศิรา เผือกอ่ำ ผู้บัญชา การตำรวจท่องเที่ยว สั่งการให้หน่วยในสังกัดดูแลความปลอดภัยในแหล่งท่องเที่ยวและสถานที่จัดงานปีใหม่ทั่วประเทศอย่างเข้มข้น พร้อมอำนวยความสะดวกและช่วยเหลือนักท่องเที่ยว ผ่าน “ของขวัญปีใหม่” จากตำรวจท่องเที่ยว ได้แก่

  • ศูนย์คอมมานด์เซ็นเตอร์ สายด่วน 1155 พร้อมช่วยเหลือตลอด 24 ชั่วโมง
  • TPB Application รับแจ้งเหตุ ขอความช่วยเหลือ และค้นหาตำรวจท่องเที่ยวใกล้ตัว
  • รถโมบายตำรวจท่องเที่ยว (Tourist Police Mobile Stations) กำลังเคลื่อนที่เชิงรุก ดูแลความปลอดภัยครอบคลุมแหล่งท่องเที่ยวและจุดจัดงานปีใหม่สำคัญทั่วประเทศ
  • โครงการชุมชนท่องเที่ยวสีขาว (ปลอดภัยยาเสพติด)
  • ความร่วมมือระหว่างตำรวจ ชุมชน และผู้ประกอบการ เฝ้าระวังและป้องกันปัญหายาเสพติด สร้างแหล่งท่องเที่ยวที่ปลอดภัย

กองบัญชาการตำรวจท่องเที่ยวย้ำว่า ความปลอดภัยของนักท่องเที่ยวและพี่น้องประชาชนทุกคน คือความสุขของเรา พร้อมปฏิบัติหน้าที่อย่างเต็มกำลัง เพื่อให้การท่องเที่ยวช่วงเทศกาลปีใหม่เป็นไปด้วยความสุขและปลอดภัย


สุรเชษฐ ศิลานนท์ รายงาน

“ป๊อด ปรีชาชัย” เบอร์ 10 เขต 14 บางกะปิ–วังทองหลาง “พรรครวมไทยสร้างชาติ” ลงพื้นที่ลาดพร้าว 93 หลายพรรคร่วมงานทำบุญปีใหม่ “ชุมชนประชากรไทย” พร้อมใจต้อนรับ

“ป๊อด ปรีชาชัย” เบอร์ 10 เขต 14 บางกะปิ–วังทองหลาง “พรรครวมไทยสร้างชาติ” ลงพื้นที่ลาดพร้าว 93 หลายพรรคร่วมงานทำบุญปีใหม่ “ชุมชนประชากรไทย” พร้อมใจต้อนรับ

วันที่ 1 มกราคม 2569 เวลา 08.00 น. ชาวชุมชนหมู่บ้านประชากรไทย ซอยลาดพร้าว 93 ได้ร่วมกันจัดงานทำบุญต้อนรับวันขึ้นปีใหม่ ประจำปี 2569 เพื่อความเป็นสิริมงคลแก่ชุมชน โดยมีนายดำรงค์ กระต่ายวัง ประธานชุมชน และนายอภิชัย พันธุมาศ กรรมการหมู่บ้านประชากรไทย ให้การต้อนรับผู้เข้าร่วมงานอย่างอบอุ่น

ในโอกาสนี้ มีผู้สมัครรับเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร เขต 14 บางกะปิ–วังทองหลาง จากหลายพรรคการเมือง เข้าร่วมงานทำบุญ ได้แก่ พรรคประชาธิปัตย์ เบอร์ 1, พรรคเพื่อไทย เบอร์ 2, พรรครวมไทยสร้างชาติ เบอร์ 10, และพรรคภูมิใจไทย เบอร์ 13, โดยทุกพรรคได้ร่วมกิจกรรมทำบุญกับประชาชนในพื้นที่ ท่ามกลางบรรยากาศที่เป็นกันเองและเปี่ยมด้วยความสามัคคี


ชยกฤต ศรีพัชรกุล ที่ปรึกษากรมหนังสือพิมพ์ส่วนภูมิภาคแห่งประเทศไทย :รายงาน

มูลนิธิป่อเต็กตึ๊ง ร่วมลงนามถวายพระพร พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว และสมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินี เนื่องในโอกาสวันขึ้นปีใหม่ พุทธศักราช 2569

มูลนิธิป่อเต็กตึ๊ง ร่วมลงนามถวายพระพร พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว และสมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินี เนื่องในโอกาสวันขึ้นปีใหม่ พุทธศักราช 2569

วันพฤหัสบดีที่ 1 มกราคม พ.ศ.2569 ณ ศาลาสหทัยสมาคม ในพระบรมมหาราชวัง กรุง เทพฯ : มูลนิธิป่อเต็กตึ๊ง นำโดย นายสัก กอแสงเรือง รองประธานกรรมการฯ, นายวิชิต ชินวงศ์วรกุล รองประธานกรรมการฯ พร้อมด้วยคณะผู้บริหารมูลนิธิป่อเต็กตึ๊ง และหน่วยงานในเครือ นำแจกันดอกไม้ทูลเกล้าทูลกระหม่อมถวายหน้าพระบรมฉายาลักษณ์ และลงนามถวายพระพร พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว และสมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินี เนื่องในโอกาสวันขึ้นปีใหม่ พุทธศักราช 2569 ณ ศาลาสหทัยสมาคม ในพระบรมมหาราชวัง กรุงเทพฯ

ติดตามข่าวสารกิจกรรม การช่วยเหลือของมูลนิธิป่อเต็กตึ๊ง ได้ที่ เฟซบุ๊ก แฟนเพจ www.facebook.com/atpohtecktung หรือดูรายละเอียดช่องทางที่สะดวกได้ที่ https://linktr.ee/pohtecktung

มูลนิธิป่อเต็กตึ๊ง ช่วยชีวิต รักษาชีวิต สร้างชีวิต” แอปพลิเคชัน และ #สายด่วน ป่อเต็กตึ๊ง1418 ช่วยจริงอุ่นใจแม้ในนาทีฉุกเฉิน


สุรเชษฐ ศิลานนท์ รายงาน

สารวันปีใหม่ พุทธศักราช 2569 จากใจ “พรรคไทยชนะ” เบอร์ 17 ถึงพี่น้องประชาชนชาวไทย

สารวันปีใหม่ พุทธศักราช 2569 จากใจ “พรรคไทยชนะ” เบอร์ 17 ถึงพี่น้องประชา ชนชาวไทย

สวัสดีปีใหม่ 2569 พี่น้องร่วมชาติที่รักทุกท่าน ปีที่ผ่านมาเป็นปีแห่งการพิสูจน์ความแข็ง แกร่ง และความอดทนของพวกเราทุกคน ในศุภวาระดิถีขึ้นปีใหม่นี้ พรรคไทยชนะขอส่งความปรารถนาดีและความห่วงใยมายังพี่น้องประชาชนในทุกพื้นที่ทั่วประเทศ “เพราะความหิวโหยรอไม่ได้ และความยากจนคือศัตรูที่เราต้องเอาชนะ” ตลอดระยะเวลาที่ผ่านมา ภารกิจหลักของพรรคไทยชนะไม่ได้เป็นเพียงแค่การทำงานการเมือง แต่คือการประกาศสงครามกับ ความยากจน ความอดอยาก และความหิวโหย ที่กัดกินคุณภาพชีวิตของพี่น้องชาวไทยมาอย่างยาวนาน เราเชื่อมั่นว่า “ชัยชนะ” ที่แท้จริงของประเทศ ไม่ใช่ตัวเลขทางเศรษฐกิจที่สวยหรูเพียงอย่างเดียว แต่คือการที่คนไทยทุกคนมีกินมีใช้ มีศักดิ์ศรี และไม่มีใครต้องเข้านอนด้วยความหิวโหยอีกต่อไป

ในปี 2569 นี้ พรรคไทยชนะขอให้สัญญากับพี่น้องทุกคนว่า :

• เราจะเดินหน้า ผลักดันนโยบายแก้จน ปลดหนี้ ที่จับต้องได้จริง
• เราจะต่อสู้ เพื่อสวัสดิการที่ทั่วถึงและเท่าเทียม ให้คนชนบท คนแรงงาน
• เราจะสร้างโอกาส ให้ทุกคนเข้าถึง การศึกษา แหล่งทุนและทรัพยากร เพื่อปากท้องที่ดีขึ้น

ขออาราธนาคุณพระศรีรัตนตรัยและสิ่งศักดิ์สิทธิ์ทั้งหลายในสากลโลก ได้โปรดดลบันดาลให้ปี 2569 เป็นปีแห่งจุดเริ่มต้นของชีวิตใหม่ ปีแห่งการหลุดพ้นจากความยากลำบาก และเป็นปีที่พวกเราจะก้าวไปสู่ความมั่งคั่งและยั่งยืนร่วมกัน ไทยชนะ คือ ชัยชนะของประชาชนทุกคน

ด้วยความเคารพรักและเชื่อมั่น
พรรคไทยชนะ เบอร์ 17
1 มกราคม 2569


สุรเชษฐ ศิลานนท์ รายงาน

ตำรวจ บก.ทท.1 จับกุมกลุ่มชาวต่างชาติลักทรัพย์นักท่องเที่ยว บนรถไฟฟ้า BTS

ตำรวจ บก.ทท.1 จับกุมกลุ่มชาวต่างชาติลักทรัพย์นักท่องเที่ยว บนรถไฟฟ้า BTS

เมื่อวันที่ 31 ธันวาคม 2568 : ตำรวจ บก.ทท.1 รายงานผลการปฏิบัติการจับกุมกลุ่มชาวต่างชาติลักทรัพย์นักท่องเที่ยว ตามที่ พล.ต.อ.กิตติ์รัฐ พันธุ์เพ็ชร์ ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ ได้สั่งการให้ทุกหน่วยเพิ่มความเข้มในการดูแลความปลอดภัยประชาชนและนักท่องเที่ยวในห้วงเทศกาลคริสต์มาสและปีใหม่ พุทธศักราช 2569

กองบัญชาการตำรวจท่องเที่ยว โดย พล.ต.ท.ศักย์ศิรา เผือกอ่ำ ผบช.ทท., พล.ต.ต.พงษ์สยาม มีขันทอง รอง ผบช.ทท., พล.ต.ต.กฤษณ์ วาฤทธิ์ รอง ผบช.ทท., พล.ต.ต.มล.สันธิกร วรวรรณ รอง ผบช.ทท. ได้กำชับให้หน่วยงานในสังกัด บช.ทท. เพิ่มความเข้มในการออกตรวจดูแลความปลอดภัยประชาชนและนักท่องเที่ยว ตลอดจนตรวจสอบและติดตามกลุ่มบุคคลต่างด้าวที่แฝงตัวเข้ามาก่อเหตุในแหล่งท่องเที่ยวสำคัญ เพื่อเพิ่มพื้นที่ปลอดภัยและสร้างความเชื่อมั่นด้านความปลอดภัยในชีวิตและทรัพย์สินในช่วงเทศกาลปีใหม่ พุทธศักราช 2569

ภายใต้การอำนวยการของ พล.ต.ต.ดนุ กล่ำสุ่ม ผบก.ทท.1, พ.ต.อ.ศราวุธ ตันกุล รอง ผบก. ทท.1, พ.ต.อ.วีระวิทธ์ ผลประสิทธิ์ รอง ผบก.ทท.1, พ.ต.อ.ปิยรัช สุภารัตน์ รอง ผบก. ทท.1, ว่าที่ พ.ต.อ.ปิยะพงษ์ เอนสาร ผกก.1 บก.ทท.1, พ.ต.ท.ณัฐพล คนหลัก รองผกก.1 บก.ทท.1 ได้สั่งการให้ ว่าที่ พ.ต.ต.ภูมิ มั่นเมือง สว.กก.1 บก.ทท.1 พร้อมเจ้าหน้าที่ตำรวจงานสืบสวน กก.1 บก.ทท.1 ออกสืบสวนติดตามกลุ่มแก๊งชาวต่างชาติที่มีพฤติกรรมลักทรัพย์นักท่องเที่ยวตามแหล่งท่องเที่ยวสำคัญ ห้างสรรพสินค้า และรถไฟฟ้า BTS โดยเฉพาะในช่วงเวลาที่มีผู้โดยสารหนาแน่น

ผลการสืบสวนพบว่า MR.(ขอสงวนชื่อ) อายุ 55 ปี สัญชาติแอลจีเรีย พร้อมพวก มีพฤติกรรมลักทรัพย์ล้วงกระเป๋านักท่องเที่ยวตามแหล่งท่องเที่ยวสำคัญ โดยเคยถูกจับกุมในคดีลักทรัพย์ที่ สน.พญาไท เมื่อปี 2567

ต่อมาเมื่อวันที่ 30 ธันวาคม 2568 มีนักท่องเที่ยวชาวจีนเข้าแจ้งความต่อ พงส.สน.ทองหล่อ ว่าถูกลักทรัพย์ขณะโดยสารรถไฟฟ้า BTS จากสถานีอโศกไปยังสถานีพร้อมพงษ์ จากการตรวจสอบกล้องวงจรปิดพบว่าผู้ก่อเหตุเป็นชาวต่างชาติ 2 คน ซึ่งหนึ่งในนั้นคือ MR.(ขอสงวนชื่อ) งานสืบสวน กก.1 บก.ทท.1 จึงแบ่งกำลังออกหาข่าว จนกระทั่งวันที่ 31 ธันวาคม 2568 พบกลุ่มผู้ต้องหาบริเวณสถานีรถไฟฟ้า BTS สยาม จึงประสานการปฏิบัติกับ คุณธีระ สิริสุขะ หัวหน้างานรักษาความปลอดภัยรถไฟฟ้า BTS

ตรวจสอบและจับกุม พบผู้ต้องหา 1.นาย (ขอสงวนชื่อ) สัญชาติแอลจีเรีย อยู่เกินกำหนดอนุญาต 501 วัน (สิ้นสุด 19 มิ.ย. 2567) และ 2.นาย (ขอสงวนชื่อ) สัญชาติแอลจีเรีย ไม่สามารถแสดงหนังสือเดินทางได้ ตรวจพบหมวกแก๊ปจำนวน 5 ใบ อยู่ในกระเป๋าเป้สีดำที่สะพายอยู่ จึงแจ้งข้อกล่าวหา “เป็นบุคคลต่างด้าวอยู่ในราชอาณาจักรโดยการอนุญาตสิ้นสุด”,“เป็นบุคคลต่างด้าวเข้ามาและอยู่ในราชอาณาจักรโดยไม่ได้รับอนุญาต”

นำตัวส่ง พงส.สน.ปทุมวัน เพื่อดำเนินคดีตามกฎหมาย และได้ประสานข้อมูลไปยัง พงส. สน. ทองหล่อ เพื่อดำเนินการในส่วนที่เกี่ยวข้องต่อไป


สุรเชษฐ ศิลานนท์ รายงาน

รอง ผบ.ตร. กำชับตำรวจจราจรทั่วประเทศ ดูแลเข้มช่วงโค้งสุดท้ายหยุดยาวปีใหม่ ประชาชนเดินทางกลับปลอดภัย ย้ำ “เมาไม่ขับ” หลังพบจับไปกว่า 15,000 ราย

รอง ผบ.ตร. กำชับตำรวจจราจรทั่วประเทศ ดูแลเข้มช่วงโค้งสุดท้ายหยุดยาวปีใหม่ ประชาชนเดินทางกลับปลอดภัย ย้ำ “เมาไม่ขับ” หลังพบจับไปกว่า 15,000 ราย

วันที่ 3 มกราคม 2569 : พล.ต.อ.สำราญ นวลมา รองผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ ในฐานะผู้อำนวยการศูนย์อำนวยการ ป้องกันและลดอุบัติเหตุทางถนนช่วงเทศกาลปีใหม่ พ.ศ.2569 สำนักงานตำรวจแห่งชาติ และผู้อำนวยการศูนย์บริหารงานจราจร สำนักงานตำรวจแห่งชาติ เปิดเผยว่า พล.ต.อ.กิตติ์รัฐ พันธุ์เพ็ชร์ ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ (ผบ.ตร.) ได้กำชับให้เจ้าหน้าที่ตำรวจทุกพื้นที่ดูแลพี่น้องประชาชนต่อเนื่องตลอดช่วงเทศกาลปีใหม่ โดยเฉพาะช่วงการเดินทางกลับเข้ากรุงเทพมหานคร ที่อาจมีการจราจรหนาแน่นในหลายจุดในช่วงสุดท้ายของวันหยุดยาวนี้ จึงได้เน้นย้ำไปยังตำรวจทางหลวง และตำรวจจราจรทั่วประเทศ เข้มงวดในการดูแลอำนวยความสะดวกการจราจร และกวดขัดจับกุมผู้กระทำความผิดกฎหมายจราจรโดยเฉพาะ 10 ข้อหาหลัก เพื่อลดอุบัติเหตุ และเพื่อความปลอดภัยในทุกเส้นทาง

จากสถิติการเกิดอุบัติเหตุทางถนนในช่วง 4 วันของเทศกาลปีใหม่ 2569 คือวันที่ 30 ธันวาคม 2568 ถึงวันที่ 2 มกราคม 2569 ภาพรวมทั้งประเทศ เสียชีวิต 171 ราย บาดเจ็บ 956 ราย พบว่าลดลงจากช่วงเวลาเดียวกันของปีที่ผ่านมา โดยในส่วนของการบังคับใช้กฎหมายเพื่อป้องกันและลดอุบัติเหตุทางถนน ใน 10 ข้อหาหลักที่เป็นสาเหตุของการเกิดอุบัติเหตุ มีการจับกุมรวมทุกคดีใน 10 ข้อหาหลักถึง 313,622 ราย โดยเป็นการจับกุมเมาแล้วขับ รวมแล้วจำนวน 15,404 ราย ในจำนวนนี้เป็นการดำเนินคดีกับผู้กระทำผิดซ้ำเมาแล้วขับ จำนวน 100 ราย ซึ่งผู้กระทำความผิดฐานเมาแล้วขับซ้ำภายใน 2 ปี จะเข้าข่ายความผิดตามพระราชบัญญัติจราจรทางบก พ.ศ.2522 มีโทษสูงขึ้น จำคุกไม่เกิน 2 ปี ปรับตั้งแต่ 50,000–100,000 บาท และศาลสั่งพักใช้หรือเพิกถอนใบอนุญาตขับขี่

ทั้งนี้ ตำรวจจราจรได้เน้นการจัดตั้งด่านตรวจ จุดตรวจจุดสกัด และจุดบริการ เพื่อดูแลการจราจร อำนวยความสะดวก ควบคู่ไปกับการบังคับใช้กฎหมายอย่างเคร่งครัด และการรณรงค์สร้างจิตสำนึกขับขี่ปลอดภัย โดยนอกจากทำให้ประชาชนเดินทางสัญจรอย่างมีความสุขและปลอดภัยตลอดช่วงเทศกาลแล้ว ยังทำให้สามารถจับกุมผู้กระทำความผิดอื่นๆ ได้อีกจำนวนมาก อันเป็นการป้องกันปราบปรามอาชญากรรมอย่างมีประสิทธิภาพ เป็นรูปธรรม โดยจากสถิติการจับกุมผู้กระทำผิดในด่านตรวจ จุดตรวจ และจุดสกัด ทั่วประเทศ ในพื้นที่กองบัญชา การตำรวจนครบาล และตำรวจภูธรภาค 1-9 ในห้วงวันที่ 30 ธันวาคม 2568 – 1 มกราคม 2569 สามารถจับกุมคดียาเสพติด จำนวน 213 คดี, คนต่างด้าวลักลอบเข้าเมือง จำนวน 25 คดี,คดีครอบครองอาวุธปืน วัตถุระเบิด จำนวน 20 คดี และจับกุมบุคคลตามหมายจับ จำนวน 15 ราย

พล.ต.อ.สำราญฯ ได้กำชับให้เจ้าหน้าที่ตำรวจติดตามสถานการณ์อุบัติเหตุทางถนนอย่างต่อเนื่อง โดยเฉพาะช่วงโค้งสุดท้าย 7 วันควบคุมเข้มข้น ถึงวันที่ 5 มกราคม 2569 พร้อมทั้งเพิ่มมาตรการป้องกันและลดความเสี่ยงในจุดเสี่ยง จุดตัด จุดที่เกิดอุบัติเหตุบ่อยครั้ง และเส้นทางสายหลักที่มีปริมาณการจราจรหนาแน่น รวมทั้งเข้มงวดตรวจผู้ขับขี่ทั้งรถส่วนตัว และรถสาธารณะ โดยการปฏิบัติแบบพุ่งเป้า บูรณาการร่วมกับหน่วยงานในพื้นที่อย่างใกล้ชิด เพื่อป้องกันและลดความสูญเสียจากอุบัติเหตุทางถนนให้ได้มากที่สุดในช่วงท้ายของวันหยุดยาว

พล.ต.ท.นิธิธร จินตกานนท์ ผู้บัญชาการศึกษา ในฐานะหัวหน้าคณะทำงานฝ่ายเสริมสร้างภาพลักษณ์ตำรวจจราจร ศูนย์บริหารงานจราจร สำนักงานตำรวจแห่งชาติ เน้นย้ำว่า การบังคับใช้กฎหมายอย่างเข้มงวดมีเป้าหมายเพื่อปกป้องชีวิตของประชาชนทุกคน ขอความร่วมมือประชาชนผู้ใช้รถใช้ถนนทุกคนปฏิบัติตามกฎหมายจราจรอย่างเคร่งครัด ขับขี่ด้วยความปลอดภัยมีน้ำใจต่อเพื่อนร่วมทาง ตรวจสอบความพร้อมของยานพาหนะและพักผ่อนให้เพียงพอก่อนออกเดินทางเพื่อให้การเดินทาง สวมหมวกนิรภัยขณะขับขี่รถจักรยานยนต์ และคาดเข็มขัดนิรภัยทุกครั้ง งดดื่มเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ทั้งก่อนและขณะขับขี่ เพื่อร่วมกันลดความสูญเสียบนท้องถนน

หากประชาชนต้องการสอบถามข้อมูลเส้นทาง แจ้งเหตุ หรือขอความช่วยเหลือ สามารถติดต่อสายด่วนกองบังคับการตำรวจจราจร โทร.1197,สายด่วนตำรวจทางหลวง โทร.1193, หรือสายด่วนสำนักงานตำรวจแห่งชาติ 191 และ 1599 ได้ตลอด 24 ชั่วโมง


สุรเชษฐ ศิลานนท์ รายงาน

พิรุธเยอะ ! โดนรวบคาด่านตรวจ ชายพกปืนโดยไม่ได้รับอนุญาต

พิรุธเยอะ ! โดนรวบคาด่านตรวจ ชายพกปืนโดยไม่ได้รับอนุญาต

วันที่ 3 ม.ค.2569 เวลาประมาณ 01.15 น. ขณะที่เจ้าหน้าที่ตำรวจงานตรวจพิสูจน์ผู้ขับขี่ ชป.7 กก.5 บก.จร. ตั้งจุดตรวจวัดปริมาณแอลกอฮอล์และป้องกันปราบปรามอาชญากรรม บริเวณหน้าศูนย์วัฒนธรรม ถ.เทียมร่วมมิตร เขตห้วยขวาง กทม. อยู่นั้น พบผู้ขับขี่เป็นชาย ขับรถยนต์นั่งส่วนบุคคลไม่เกิน 7 คนเข้ามาในทางเดินรถจุดตรวจวัด เมื่อมาถึงจุดตรวจผู้ขับขี่แสดงอาการมีพิรุธต้องสงสัยคล้ายมีสิ่งของผิดกฎหมาย จึงได้เรียกให้หยุดเพื่อตรวจสอบและขอตรวจค้น

ผลการตรวจค้นพบ อาวุธปืนยี่ห้อ NORINCO ขนาด 9 มม. ซองกระสุนปืนขนาด 9 มม. จำนวน 1 อัน พร้อมกระสุน 6นัด บรรจุอยู่ในตัวปืน อยู่ภายในกระเป๋าหนังสีดำซุกซ่อนอยู่ที่บริเวณเบาะที่นั่งผู้โดยสารด้านหน้ารถยนต์ฯ และพบเครื่องกระสุนปืนขนาด 9 มม. จำนวน 5 นัด อยู่ในกระเป๋าหลังของกางเกงผู้ถูกจับ

จากการสอบถามผู้ถูกจับ รับว่าของกลางที่ตรวจพบเป็นของตนจริง ได้รับจำนำมาจากเพื่อน เจ้าหน้าที่ฯจึงได้แจ้งข้อกล่าวหา “มีอาวุธและเครื่องกระสุนปืนโดยไม่ได้รับอนุญาตจากนายทะเบียน, พกพาอาวุธปืนและเครื่องกระสุนปืนไปในเมือง หมู่บ้าน หรือทางสาธารณะโดยไม่ได้รับใบอนุญาตให้มีอาวุธปืนและเครื่องกระสุนปืนติดตัวและโดยไม่มีเหตุอันควร” จากนั้นควบคุมตัวผู้ต้องหาพร้อมของกลางส่ง พงส.สน.ห้วยขวาง ดำเนินการตามกฎหมาย


สุรเชษฐ ศิลานนท์ รายงาน

ททท.จัดอลังการ เค้าท์ดาวน์กำแพงเพชร โดยมี นายก ส.คิกบ็อคซิ่ง ร่วมเปิดอย่างยิ่งใหญ่!

ททท. ร่วมกับจังหวัดกำแพงเพชร เนรมิต ลานอนุรักษ์วัฒนธรรมไทย สิริจิตอุทยาน เฉลิมฉลองศักราชใหม่ ในงาน “KAMPHAENGPHET GLOW NIGHT COUNTDOWN 2026” ส่งมอบความสุขสุดอลังการ 28 ธันวาคม 2568–1 มกราคม 2569 นี้

การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) ร่วมกับจังหวัดกำแพงเพชร จัดงาน KAMPHAENGPHET GLOW NIGHT COUNTDOWN 2026 เทศกาลส่งท้ายปีเก่า ต้อนรับปีใหม่ 2569 ระหว่างวันที่ 28 ธันวาคม 2568–1 มกราคม 2569 นี้ ณ ลานอนุรักษ์วัฒนธรรมไทยสิริจิตอุทยาน จังหวัดกำแพงเพชร ภายใต้แนวคิด ภาคเหนือ “Season of North สุขทันที…ฤดูนี้ ฤดูเหนือ” ชูเสน่ห์อัตลักษณ์ภาคเหนือ ดึงดูดนักท่องเที่ยวให้มาสัมผัสวัฒนธรรมและเรื่องราววิถีชุมชน และเพื่อเป็นส่งเสริมการท่องเที่ยวและเศรษฐกิจในช่วงปลายเดือนธันวาคมของทุกปี

โดยพิธีเปิดได้รับเกียรติจากนายชาธิป รุจนเสรี ผู้ว่าราชการจังหวัดกำแพงเพชร เป็นประธานในพิธี พร้อมด้วย ว่าที่ร้อยตรีภาณุวัฒน์ ขัดนาค ผู้แทนการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย,นาย ไผ่ ลิกค์ นายกสมาคมกีฬาแห่งจังหวัดกำแพงเพชร และนายก สมาคมกีฬาคิกบ็อกซิ่ง พร้อม หัวหน้าส่วนราชการภายในจังหวัดให้เกียรติร่วมงานในครั้งนี้

ภายในงานได้มีการนำเสนอไฮไลต์การประดับไฟ Lighting ในคอนเซป ลายผ้าไทยทางเหนือ ที่เป็นการถ่ายทอดอัตลักษณ์ของชุมชน ผ่านลายผ้าไทยทางเหนือ ซึ่งสะท้อนภูมิ ปัญญา วิถีชีวิต และสายใยความรักของครอบครัว ที่ตอนนี้ ถือเป็นสิ่งยึดเหนี่ยวจิตใจของเหล่าทหารกล้า คือ “ผ้าถุงแม่” ที่เป็นมากกว่าเครื่องนุ่งห่ม แต่คือผืนผ้าที่แม่ทอ แม่เลือก และแม่ส่งต่อลวดลายแต่ละเส้น คือความรัก ความห่วงใย เป็นความเชื่อและวัฒนธรรมไทยที่มองว่า “ชายผ้าถุงแม่” เป็นเครื่อง รางศักดิ์สิทธิ์ ให้ความคุ้มครอง แคล้วคลาดปลอดภัย โดยเฉพาะทหารไทย หรือผู้ที่ต้องเผชิญอันตราย ซึ่งเป็นสัญลักษณ์ของความรักบริสุทธิ์ ความกตัญญู และพลังจากแม่ เป็นการสร้างบรรยากาศเฉลิมฉลองสุดยิ่งใหญ่ คาดว่ามีผู้เข้าร่วมงานกว่า 10,000 คน พร้อมสร้างความประทับใจและเป็นที่จดจำของนักท่องเที่ยวทั้งชาวไทยและชาวต่างชาติ ตลอดจนยกระดับจังหวัดกำแพงเพชร สู่การเป็นจุดหมายปลายทางการท่องเที่ยวแห่งใหม่อย่างยั่งยืน


สุรเชษฐ ศิลานนท์ รายงาน

“ตม.5” สั่งตั้งกรรมการฯ ตม.ตาก พลาดปล่อยหลุดพม่าขืนใจ ลั่นไม่เว้นวินัย-อาญา สั่งประสานพม่าเร่งติดตามตัว

“ตม.5 สั่งตั้งกรรมการฯ ตม.ตาก พลาดปล่อยหลุดพม่าขืนใจ ลั่นไม่เว้นวินัย-อาญา สั่งประสานพม่าเร่งติดตามตัว“

สืบเนื่องจากกรณีปรากฎการเผยแพร่ข่าวผ่านเพจ ข่าวสดออนไลน์ และเพจ Drama-addict เมื่อวันที่ 3 ม.ค.2569 ว่ามีหญิงสาวรายหนึ่งร้องเรียนขอความเป็นธรรม กรณีมารดาถูกลูกจ้างสัญชาติเมียนมาทำร้ายร่างกายจนถึงแก่ชีวิต เมื่อวันที่ 11 พ.ย.2568 ต่อมาคนร้ายถูกส่งตัวมายัง ตม.จ.ตาก และถูกผลักดันส่งกลับไปยังประเทศเมียนมา ทั้งที่คนต่างด้าวดังกล่าวอยู่ในระหว่างกระบวนการรอดำเนินคดี

กรณีดังกล่าวนั้น วันนี้ (3 ม.ค.2569) พ.ต.อ.ศราวุธ วะเท รอง ผบก.ตม.5 ในฐานะโฆษก บก. ตม.5 เปิดเผยว่า ทาง พล.ต.ต.สราวุธ คนใหญ่ ผบก.ตม.5 ได้รับรายงานเหตุเบื้องต้นแล้ว และได้สั่ง ผกก.ตม.จ.ตาก ตรวจสอบข้อเท็จจริง

ผลการตรวจสอบพบว่า ก่อนเกิดเหตุ เมื่อวันที่ 15 พ.ย.2568 สภ.พะวอ จ.ตาก ได้ส่งตัวนายโทนตาอ่อง สัญชาติเมียนมา มายัง ตม.จ.ตาก เพื่อผลักดันส่งกลับไปนอกราชอาณาจักร และในวันเดียวกัน ได้มีหนังสือแจ้งขอชะลอการส่งกลับ เนื่องจากอยู่ในระหว่างเป็นผู้ต้องสงสัยในคดีฆ่าผู้อื่น แต่ขณะนั้น พนักงานสอบสวนยังไม่ได้ออกหมายจับ เนื่องจากอยู่ในขั้นตอนระหว่างการรอผลตรวจ DNA

จนกระทั่งเมื่อวันที่ 18 ธ.ค.2568 พนักงานสอบสวน สภ.พะวอ จ.ตาก ได้ขออนุมัติหมายจับ นายโทนตาอ่อง ในความผิดฐาน “ฆ่าผู้อื่น” และได้นำหมายจับพร้อมเอกสารที่เกี่ยวข้องมาขอรับตัวผู้ต้องหาตามหมายจับไปดำเนินคดีตามกฎหมาย จึงได้ทราบภายหลังว่า คนต่างด้าวดังกล่าวถูกส่งกลับไปนอกราชอาณาจักรแล้ว ตั้งแต่วันที่ 16 พ.ย.2568 โดยเจ้าหน้าที่งานผลักดัน ตม.จ.ตาก ได้ดำเนินการผลักดันคนต่างด้าวสัญชาติเมียนมา จำนวน 50 ราย กลับเมียนมา จากการตรวจสอบภายหลัง พบว่าในจำนวนนี้มี นายโทนตา อ่อง สัญชาติเมียนมา รวมอยู่ด้วย ซึ่งเจ้าหน้าที่งานผลักดันฯ ยืนยันว่า ไม่ปรากฏว่ามีการรับแจ้งการขอชะลอการส่งกลับแต่อย่างใด

เมื่อทราบเหตุดังกล่าว ผบก.ตม.5 จึงได้สั่งตั้งกรรมการสืบสวนข้อเท็จจริง เจ้าหน้าที่ห้องกัก ตม.จ.ตาก ผลัดที่รับตัวผู้ต้องหา โดยในชั้นนี้ ถือเป็นความบกพร่องที่ปรากฎชัดแจ้ง ซึ่งอยู่ระหว่างตรวจสอบข้อเท็จจริงเพิ่มเติมว่า พบสิ่งบ่งชี้ว่าเป็นความบกพร่องโดยเจตนา หรือประมาทเลินเล่อ เพื่อใช้เป็นข้อมูลดำเนินการทางวินัย และคดีอาญากับผู้ที่เกี่ยวข้องอย่างถึงที่สุดต่อไป

สำหรับตัวผู้ต้องหาตามหมายจับ ซึ่งถูกผลักดันกลับไปยังประเทศเมียนมาแล้วนั้น ผบก.ตม.5 ได้จัดชุดสืบสวนไปประสานงานกับทางเมียนมา เพื่อติดตามตัวกลับมาดำเนินคดีในประเทศ ไทยโดยเร็วที่สุด และได้กำชับการปฏิบัติไปยังหัวหน้าหน่วยในสังกัด หากผู้ต้องกักที่มีสถานะเป็นผู้ต้องสงสัยในคดีอาญา และมีการประสานมายังหน่วย ตม. ในการชะลอการส่งกลับ ให้เจ้าหน้าที่ รายงานให้หัวหน้าหน่วยทราบในทันที เพื่อสั่งการกำชับการปฏิบัติไม่ให้เกิดความบกพร่องและเสียหายต่อไป


สุรเชษฐ ศิลานนท์ รายงาน