Phyathai 3 Happy Children’s Day 2026

Phyathai 3 Happy Children’s Day 2026 เนรมิตพื้นที่ Playground มอบความสนุก พร้อมเสริมพัฒนาการ เนื่องในวันเด็กแห่งชาติ ภายใต้แนวคิด “ เด็กเลือกพญา ไท พ่อ แม่ แฮปปี้ ”

โรงพยาบาลพญาไท 3 จัดกิจกรรมวันเด็กแห่งชาติ ในวันอาทิตย์ที่ 10 มกราคม 2569 ณ ลาน OPD ชั้น 1 และศูนย์สุขภาพเด็ก ชั้น 4 โดยเนรมิตพื้นที่ให้กลายเป็นสนามเด็กเล่น (Play Ground) ผ่านกิจกรรม Kids Fun Challenge เพื่อส่งเสริมพัฒนาการทางร่างกาย อารมณ์ และการเรียนรู้ของเด็กๆอย่างรอบด้าน ภายในงานออกแบบกิจกรรมให้สอดคล้องกับพัฒนาการตามช่วงวัยเปิดโอกาสให้เด็กๆได้เรียนรู้ผ่านการเล่นเสริมทักษะและความคิดสร้าง สรรค์ อาทิ ลานรถขาไถ, ลานสไลด์เดอร์และเข้าร่วมฐานกิจกรรมเล่นเกมสะสมแต้มตามล่าของรางวัลกันอย่างสนุกสนาน เช่น ฐานจับคู่ภาพให้ถูกต้อง, ฐานปาถุงถั่วสร้างทักษะความแม่นยำ, ฐานตักไข่ตามจำนวนตัวเลข และฐานระบายสีตามภาพ เป็นต้น

นอกจากนี้ ยังมีการแสดงโชว์มายากลสุดพิเศษ โบโซ่ตัวตลกมาแจกลูกโป่ง ซึ่งได้รับความสนใจจากเด็กๆเป็นอย่างมาก อีกทั้งยังจัดกิจกรรมส่งเสริมสุขภาพสำหรับเด็ก ได้แก่ การสอนการปฐมพยาบาลเบื้องต้น(CPR) และสอนการแปรงฟันอย่างถูกวิธี จากทีมพยาบาลวิชาชีพ เพื่อให้ได้เรียนรู้ควบคู่ไปกับความสนุก เด็กๆที่เข้าร่วมกิจกรรมต่างมีความสุขและรอยยิ้มพร้อมรับขนมและของรางวัลมากมายจากผู้ร่วมสนับสนุนซึ่งสร้างความประทับใจให้กับทั้งเด็กและผู้ปกครองเป็นอย่างยิ่ง พร้อมกันนี้ โรงพยาบาลพญาไท 3 ยังได้ส่งต่อความสุขไปยัง Phyathai 3 Social Club ที่ตลาดฟู้ดวิลล่า ราชพฤกษ์ ด้วยการแจกขนมและของขวัญให้กับเด็กๆ ซึ่งได้รับความสนใจและการตอบรับเป็นอย่างดีเช่นกัน

โรงพยาบาลพญาไท 3 ให้ความสำคัญกับการดูแลสุขภาพเด็กแบบองค์รวม กิจกรรมวันเด็กในครั้งนี้ไม่เพียงมอบความสนุกแต่ยังช่วยส่งเสริมพัฒนาการ การเรียนรู้ และสร้างความสุขให้กับเด็กๆและครอบครัว เพื่อเติบโตอย่างแข็งแรงและมีคุณภาพในอนาคต

สอบถามข้อมูลเพิ่มเติม Phyathai Call Center โทร 1772

Phyathai3Hospital #โรงพยาบาลพญาไท3 #ศูนย์สุขภาพเด็ก #เด็กเลือกพญาไทพ่อแม่แฮปปี้


สร้างสนามบินใหม่ เสี่ยงร้าง! ถ้าไม่แก้คอขวด “ดอนเมือง”

สร้างสนามบินใหม่ เสี่ยงร้าง! ถ้าไม่แก้คอขวด “ดอนเมือง” วันนี้ประเทศไทยมีสนามบินแล้ว 39 แห่ง ทั่วประเทศ แต่เสียงเรียกร้องให้ “สร้างสนามบินเพิ่ม” ในต่างจังหวัดก็ยังดังไม่หยุด ถ้าจังหวัดใด ห่างไกลสนามบินจริง และมีความต้องการเดินทางมากพอ รัฐก็ควรพิจารณาแต่มีเรื่องสำคัญกว่านั้นที่ต้องพูดอย่างตรงไปตรงมา… ถ้าไม่แก้ปัญหาที่สนามบินดอนเมืองทั้งเรื่องเครื่องบินล่าช้า และเพิ่มเที่ยวบินไม่ได้ พูดได้ว่าเกิดสภาพคอขวดขึ้นมาแล้ว สนามบินใหม่ในต่างจังหวัด อาจไม่มีเครื่องบินไปลง และจะกลายเป็น ‘สนามบินร้าง’ ได้ทำไมถึงเป็นเช่นนั้น?เพราะดอนเมืองคือฐานหลักของสายการบินโลว์คอสต์เกือบทั้งหมด เที่ยวบินจากกรุงเทพฯ ไปต่างจังหวัดแทบทั้งหมด “เริ่มต้นที่ดอนเมือง” ถ้าต้นทางติด ปลายทางจะโล่งแค่ไหนก็ไม่มีความหมาย

ปัญหาคือ… ดอนเมือง “เต็มแล้ว” ดอนเมืองรองรับผู้โดยสารได้ประมาณ 30 ล้านคน/ปี แต่วันนี้เกินขีดความสามารถไปแล้ว ดังนั้น จะต้องเพิ่มความจุของดอนเมือง

การเพิ่มความจุสนามบินไม่ใช่แค่สร้างอาคารผู้โดยสารเพิ่ม แต่ต้องเพิ่มให้ครบทั้ง 2 ส่วน คือ

  1. Landside (แลนไซด์) อาคารผู้โดยสาร ถนน ที่จอดรถ
  2. Airside (แอร์ไซด์) รันเวย์ แท็กซี่เวย์ หลุมจอดเครื่องบิน

ถ้าเพิ่มแค่ส่วนเดียว คอขวดก็จะย้ายที่… แต่ไม่หาย

ดอนเมืองติดตรงไหน?

ติดหนักสุดที่แอร์ไซด์ แม้มี 2 รันเวย์ แต่ใช้งานจริง แทบไม่ต่างจากมีรันเวย์เดียว เพราะ…

  1. รันเวย์อยู่ใกล้กัน ห่างกันแค่ 395 เมตร เครื่องบินขึ้น-ลงพร้อมกันไม่ได้
  2. ต้องใช้งานร่วมกับกองทัพอากาศ
  3. ระหว่างรันเวย์ทั้ง 2 เส้น ยังมีสนามกอล์ฟ… เป็นการเล่นกอล์ฟที่แปลกที่สุดและน่าจดจำที่สุดในโลก
  4. หลุมจอดเครื่องบินก็ไม่พอ

ผลคือ เครื่องบินล่าช้า และเพิ่มเที่ยวบินไม่ได้ ด้วยเหตุนี้ แม้สร้างสนามบินใหม่ที่ปลายทาง อาจเสี่ยงต่อการไม่มีเครื่องไปลง ถ้าไม่แก้ปัญหาคอขวดที่ดอนเมืองก่อน

แล้วแผนของ ทอท. ล่ะ?

ตอนนี้ บริษัท ท่าอากาศยานไทย จำกัด (มหาชน) หรือ ทอท. ซึ่งกำกับดูแลสนามบินดอนเมือง กำลังจะสร้างอาคารผู้โดยสารหลังที่ 3 พื้นที่กว่า 160,000 ตร.ม. พร้อมถนนและระบบอำนวยความสะดวกใหม่ แต่ถามว่า… ทอท.มีแนวทางการแก้ปัญหาแอร์ไซด์อย่างไร?

แปลตรงๆ คือ สร้างตึกเพิ่ม เป็นการเพิ่มความจุของแลนด์ไซด์ แต่แอร์ไซด์ยังมีปัญหา เป็นผลให้การสร้างสนามบินใหม่ อาจเสี่ยงต่อการเสียงบประมาณโดยใช่เหตุ สนามบินภูมิภาคซึ่งอยู่ในสังกัดของกรมท่าอากาศยาน (ทย.) ใช้งบก่อสร้างแห่งละประมาณ 3,000-4,000 ล้านบาท ยังไม่รวมค่าดำเนินการและบำรุงรักษาในระยะยาว

สรุปสั้นๆ ก่อนสร้างสนามบินใหม่ในต่างจังหวัด รัฐต้องแก้คอขวดที่ “ดอนเมือง” ให้ได้ก่อน ไม่เช่นนั้น เรากำลังสร้างสนามบินที่เสี่ยงต่อการไม่มีเครื่องบินไปลง!


ดร.สามารถ ราชพลสิทธิ์
อดีตรองผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร และอดีตรองหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์

สภาส่งเสริมวัฒนธรรมอาเซียนเปิดตัว “Rainbow of Equality Thailand 2026” ดันไทยสู่เทศกาลสายรุ้งระดับโลก

สภาส่งเสริมวัฒนธรรมอาเซียน เปิดพิธีและแถลงข่าวงานเทศกาลสายรุ้งระดับโลก “Rainbow of Equality Thailand 2026”

สภาส่งเสริมวัฒนธรรมอาเซียน จัดพิธีเปิดและงานแถลงข่าวเทศกาลสายรุ้งระดับโลก “Rainbow of Equality Thailand 2026” เพื่อขับเคลื่อนการท่องเที่ยวไทยสู่ความยั่งยืนในทุกมิติ สร้างแรงดึงดูดนักท่องเที่ยวคุณภาพ และต่อยอดรายได้สู่ชุมชนอย่างยั่งยืน ผ่านกิจกรรมที่สะท้อนอัตลักษณ์ไทยและพลังของความหลากหลาย ภายในงานนำเสนอแนวคิดหลักในการพัฒนา “การเดินทางท่องเที่ยวอย่างยั่งยืน” ควบคู่กับการสร้างประสบการณ์ท่องเที่ยวเชิงวัฒนธรรมและประเพณีที่เป็นรูปธรรม โดยชูจุดแข็งของประเทศไทยซึ่งมีความหลากหลายทั้งด้านวัฒนธรรม เชื้อชาติ ภาษา และความเชื่อ ให้เป็นพลังสำคัญในการเชื่อมโยงผู้คน สร้างการเรียนรู้ และเกิดการแลกเปลี่ยนอย่างสร้างสรรค์

เน้นตลาดเป้าหมายหลากหลาย เพื่อยกระดับคุณภาพการท่องเที่ยวไทย
งาน “Rainbow of Equality Thailand 2026” วางกลยุทธ์การสื่อสารและกิจกรรมให้ครอบคลุมกลุ่มเป้าหมายที่แตกต่างกัน โดยเฉพาะ
• ตลาดจีน ในฐานะตลาดคุณภาพที่มีศักยภาพต่อประเทศไทย โดยมุ่ง “โปรโมทเส้นทางท่องเที่ยว” ให้เกิดการเดินทางซ้ำและการใช้จ่ายเชิงคุณค่า
• ตลาดวัยรุ่น/คนรุ่นใหม่ สร้างแรงบันดาลใจในการเดินทางที่ให้ความสำคัญกับประสบการณ์ ความหมาย และความรับผิดชอบต่อสังคม
• ตลาดกลุ่มเฉพาะ ได้แก่ กลุ่ม LGBTQ+, กลุ่มรักสุขภาพ และ กลุ่มท่องเที่ยวกับสัตว์เลี้ยง (Pet-Friendly) เพื่อให้การท่องเที่ยวไทยตอบโจทย์ไลฟ์สไตล์ใหม่ ๆ และเกิดความเท่าเทียมในการเข้าถึงการเดินทาง

สภาส่งเสริมวัฒนธรรมอาเซียนย้ำว่า เทศกาลนี้มีเป้าหมายให้เป็น “หนึ่งในกิจกรรมแลกเปลี่ยนวัฒนธรรมและประเพณี” ที่สะท้อนความงดงามแบบไทยอย่างร่วมสมัย โดยเชื่อมโยงเส้นทางท่องเที่ยวกับชุมชน สร้างโอกาสให้ผู้ประกอบการท้องถิ่น และส่งเสริมเศรษฐกิจสร้างสรรค์บนฐานวัฒนธรรม

รวมพลังความหลากหลาย เพื่อก้าวไปข้างหน้าอย่างเท่าเทียม
นอกจากมิติการท่องเที่ยว งาน “Rainbow of Equality Thailand 2026” ยังเป็นพื้นที่ส่งเสริมความเป็นหนึ่งเดียว ความเท่าเทียมเสมอภาค และเอกภาพในสังคม เปิดกว้างให้ทุกคนมีส่วนร่วมอย่างเคารพซึ่งกันและกัน พร้อมเชิญชวนภาครัฐ เอกชน สื่อมวลชน และประชาชน ร่วมเป็นพลังสำคัญในการขับเคลื่อนประเทศไทยสู่อนาคตที่ก้าวหน้าและเท่าเทียม

ท้ายที่สุด สภาส่งเสริมวัฒนธรรมอาเซียนขอเชิญทุกท่านร่วมเป็นหนึ่งในการ “รวมพลังความหลากหลาย เพื่อก้าวไปข้างหน้าอย่างเท่าเทียม”
ไปด้วยกันในเทศกาล Rainbow of Equality Thailand 2026


สุรเชษฐ ศิลานนท์ รายงาน

สมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าสิริวัณณวรี นารีรัตนราชกัญญา โปรดให้ผู้แทนพระองค์ เป็นประธานเปิดงาน “วันนักประดิษฐ์ ประจำปี 2569”

สมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าสิริวัณณวรี นารีรัตนราชกัญญา โปรดให้ผู้แทนพระองค์ เป็นประธานเปิดงาน “วันนักประดิษฐ์ ประจำปี 2569”

วันที่ 8 มกราคม 2569 สมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าสิริวัณณวรี นารีรัตนราชกัญญา โปรดให้ นางรติรส จุลชาต เป็นผู้แทนพระองค์ ไปเป็นประธานเปิดงาน “วันนักประดิษฐ์ ประจำปี 2569 (Thailand Inventors’ Day 2026)” ครั้งที่ 27 และมอบรางวัลการวิจัยแห่งชาติแก่คณะนักวิจัยสาขาต่าง ๆ ณ Event Hall 100–104 ศูนย์นิทรรศการและการประชุมไบเทค บางนา กรุงเทพมหานคร โดยมี ดร.วิภารัตน์ ดีอ่อง ผู้อำนวยการสำนักงานการวิจัยแห่งชาติ (ผวช.) คณะผู้บริหาร และเหล่านักวิจัย นายวันนี นนท์ศิริ หัวหน้าผู้ตรวจราชการกระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม และผู้แทนศูนย์นิทรรศการและการประชุมไบเทค ร่วมต้อนรับ

การจัดงานวันนักประดิษฐ์ โดย สำนักงานการวิจัยแห่งชาติ (วช.) กระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (อว.) ในฐานะหน่วยงานกลางด้านการวิจัยและการประดิษฐ์ ร่วมกับ หน่วยงานภาครัฐภาคเอกชน สถาบันการศึกษา และองค์กรด้านการวิจัยและการประดิษฐ์คิดค้นนานาชาติจัดขึ้นเป็นประจำทุกปี เพื่อน้อมรำลึกถึงวันประวัติศาสตร์ การทูลเกล้าฯ ถวายสิทธิบัตรการประดิษฐ์ “กังหันน้ำชัยพัฒนา” แด่พระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร “พระบิดาแห่งการประดิษฐ์ไทย”

โดยปีนี้ จัดขึ้นภายใต้แนวคิด “ปลดล็อกประเทศไทยด้วยพลังของสิ่งประดิษฐ์และนวัตกรรม (Unlock Thailand–Power of Invention and Innovation)” เพื่อมุ่งเน้นการนำเสนอผลงานประดิษฐ์คิดค้นที่พร้อมต่อยอดสู่การใช้ประโยชน์ในทุกมิติ มีการจัดแสดงผลงานมากกว่า 1,000 ผลงาน อาทิ ผลงาน : สืบสานคุณค่า “ผ้าพื้นถิ่นยะรังวิถี” สู่ผลิตภัณฑ์เครื่องแต่งกายมุสลิมเพื่อเพิ่มมูลค่าเศรษฐกิจชุมชน ผลงานของ ผู้ช่วยศาสตราจารย์ ดร.ปรัชญา บินหมัดหนี คณะศิลปศาสตร์และสังคมศาสตร์ มหาวิทยาลัยฟาฏอนี จ.ปัตตานี เป็นผลงานที่ได้รับรางวัล : รางวัลผลงานวิจัย ระดับดี สาขาสังคมวิทยา “ผ้าพื้นถิ่นยะรังวิถี” เป็นการสร้างอัตลักษณ์ทางวัฒนธรรมเพื่อสร้าง เรื่องราวนําสู่การประยุกต์ลวดลายบนผืนผ้าเพื่อพัฒนาผลิตภัณฑ์ใหม่บนฐานมรดกภูมิปัญญาทางวัฒนธรรม

นอกจากนี้ยังสร้างแพลตฟอร์มการขายบนตลาดดิจิทัลเพื่อส่งเสริมการขายผลิตภัณฑ์ที่ใช้ทุนทางวัฒนธรรมและภูมิปัญญา กลุ่มตัวอย่างที่ใช้ในการวิจัย ได้แก่ กลุ่มผู้ประกอบการวัฒนธรรม ประเภทเครื่องแต่งกายมุสลิม จำนวน 12 กลุ่ม จากชุมชนจำนวน 10 ชุมชน และผู้บริโภคผลิตภัณฑ์ อ.ยะรัง จ.ปัตตานี ผลงาน : หุ่นฝึกฉีดยาเข้ากล้ามเนื้อทารกแรกเกิดด้วยระบบเซนเซอร์ไร้สาย, ผลงานของคณะผู้ประดิษฐ์ : ดร.มนต์อมร ปรีชารัตน์ และคณะ จากสถาบันนวัตกรรมการเรียนรู้ มหาวิทยาลัยมหิดล ได้รับรางวัลผลงานประดิษฐ์คิดค้น ระดับดีมาก สาขาการศึกษา “หุ่นฝึกฉีดยาเข้ากล้ามเนื้อทารกแรกเกิดด้วยระบบเซนเซอร์ไร้สาย” เป็นนวัตกรรมที่ออกแบบเฉพาะสำหรับฝึกทักษะการฉีดยาอย่างถูกต้องในกลุ่มทารกแรกเกิด โดยผสมผสานหุ่นจำลองเสมือนจริงกับระบบเซนเซอร์ตรวจจับตำแหน่ง ความลึก องศา และระยะเวลาในการแทงเข็ม พร้อมเชื่อมต่อแพลตฟอร์มดิจิทัลสำหรับบันทึกผลและวิเคราะห์พฤติกรรมของผู้เรียนแบบเรียลไทม์ หุ่นนี้ช่วยยกระดับการเรียนรู้แบบรายบุคคลและสามารถใช้ประเมินสมรรถนะได้จริง เหมาะสำหรับใช้ในสถาบันการศึกษาด้านสุขภาพ โรงพยาบาล และการฝึกอบรมบุคลากรทางการแพทย์ทั่วประเทศ ผลงานผลิตภัณฑ์เพื่อส่งเสริมสุขภาวะสำหรับผู้สูงอายุ Nifty Elderly จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ผลงานนวัตกรรมวัสดุยางธรรมชาติเทอร์โมพลาสติก : เครื่องมือขับเคลื่อนภูมิปัญญาจักสานสู่สังคมยั่งยืน มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ ผลงานระบบการตรวจวัดการระบาย PM1.0,PM2.5 และ PM10 จากปล่องโรงงานอุตสาหกรรมแบบต่อเนื่องออนไลน์ด้วยเวลาจริง มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลล้านนา ผลงานแซคคาไรซ์ : ไซรัปจากกากรำข้าว สถาบันเทคโนโลยีจิตรลดาและมหาวิทยาลัยราชภัฏพระนครศรีอยุธยา ผลงานเครื่องทอผ้าขนาดเล็ก มหาวิทยาลัยราชภัฏพระนคร และ ผลงาน หุ่นฝึกการทำ CPR สุนัขและแมว จากยางธรรมชาติ บริษัท เอพี2022 จำกัด ฯลฯ

โอกาสนี้ ผู้แทนพระองค์มอบรางวัลการวิจัยแห่งชาติ ประจำปีงบประมาณ 2569 แก่นักวิจัยสาขาต่างๆ จำนวน 167 ราย ประกอบด้วยรางวัลนักวิจัยดีเด่นแห่งชาติ รางวัลผลงานวิจัย รางวัลผลงานประดิษฐ์คิดค้น และรางวัลวิทยานิพนธ์ เพื่อเป็นขวัญและกำลังใจในการสร้าง สรรค์ผลงานวิจัยและนวัตกรรมที่เป็นประโยชน์ต่อประเทศชาติ

ภายในงานยังมีนิทรรศการเฉลิมพระเกียรติฯ และนิทรรศการรางวัลการวิจัยแห่งชาติ เพื่อเชิดชูเกียรตินักประดิษฐ์และนักวิจัยที่มีผลงานโดดเด่น รวมถึงนิทรรศการผลงานประดิษฐ์ที่แบ่งตามกลุ่มเรื่องสำคัญ อาทิ ด้านการเกษตร การแพทย์ พลังงาน และสิ่งแวดล้อม ตลอดจนการประกวดสิ่งประดิษฐ์ระดับเยาวชน “Thailand New Gen Inventors Award” หรือ “I-New Gen” นิทรรศการ IPITEx จัดแสดงผลงานสิ่งประดิษฐ์และนวัตกรรมจากนักประ ดิษฐ์นานาชาติกว่า 23 ประเทศทั่วโลก นิทรรศการเพื่อการเรียนรู้ เวิร์คชอป กิจกรรมเล่นเกม อาทิ เกมส์นักสืบจิ๋ว ตอนสืบจากสาร (เสพติด) Young Detective โดย (วช.) ร่วมกับ โรงเรียนนายร้อยตำรวจ เป็นเกมจำลองสัมผัสประสบการณ์จริงของนักนิติวิทยาศาสตร์ ตรวจหาลายนิ้วมือจากหีบห่อของกลาง วิเคราะห์หลักฐานและสืบหาตัวผู้ต้องสงสัยในคดียาเสพติดเสมือนจริง นิทรรศการ ศูนย์เกษตรวิถีเมือง Urban Farming เรียนรู้ด้านการปลูกพืชในเมือง ภายใต้แนวคิด BCG Model,นิทรรศการในโซน มรดกภูมิปัญญาด้านสมุนไพร Heritage of Herbal Wisdom,Smart Health Care โดยสมาคมวิศวกรรมชีวการแพทย์ไทย พื้นที่เรียนรู้และทดลองประสบการณ์ด้านสุขภาพยุคใหม่ที่ผสานวิศวกรรมชีวการแพทย์เทคโนโลยีดิจิทัล และ AI นวัตกรรมนาโนทางการแพทย์ เป็นต้น

ทั้งนี้ งาน “วันนักประดิษฐ์ 2569” จัดถึงวันที่ 9 มกราคม 2569 ณ Event Hall 100-104 ศูนย์นิทรรศการและการประชุมไบเทค บางนา กรุงเทพมหานคร สามารถติดตามรายละเอียดเพิ่มเติมและลงทะเบียนเข้าร่วมงานได้ที่ https://www.inventorsdayregis.com/-


สุรเชษฐ ศิลานนท์ รายงาน

ชาวไร่ยาสูบทั่วประเทศ จับตานโยบายพรรคการเมือง ชี้ต้องใส่ใจแก้ปัญหาช่วยเหลือชาวไร่ยาสูบ ก่อนตัดสินใจใช้สิทธิ์เลือกตั้ง 2569

ชาวไร่ยาสูบวอนผู้สมัคร ส.ส. และพรรคการเมือง หันมาใส่ใจปัญหาปากท้อง หลังอุตสาห กรรมยาสูบส่อเค้าวิกฤต “บุหรี่เถื่อน-โครงสร้างภาษี” ฉุดซบเซายาวนานนับสิบปี หวังเห็นนโยบายแก้ปัญหาอย่างเป็นรูปธรรม ก่อนตัดสินใจเลือกตั้งใหญ่ 8 กุมภาพันธ์นี้

นายกิตติทัศน์ ผาทอง เลขาภาคีเครือข่ายชาวไร่ยาสูบ ตัวแทนสมาคมชาวไร่ยาสูบจากภาคเหนือ ภาคกลางตอนบน และภาคอีสาน เผยว่า ชาวไร่ยาสูบเป็นเกษตรกรกลุ่มหลักที่ขับเคลื่อนเศรษฐกิจฐานราก มีการปลูกยาสูบในกว่า 20 จังหวัดทั่วประเทศ มากกว่า 25,000 ครัวเรือน คิดเป็นผู้ที่เกี่ยวข้องและพึ่งพาอาชีพนี้มากกว่า 100,000 รายในจังหวัดสำคัญ เช่น เชียงราย เชียงใหม่ พะเยา น่าน แพร่ เพชรบูรณ์ สุโขทัย ร้อยเอ็ด นครพนม โดยอุตสาหกรรมยาสูบมีบทบาทสำคัญในการสร้างรายได้ภาษีบุหรี่ให้รัฐปีละกว่า 5 หมื่นล้านบาท และส่งออกต่างประเทศอีกกว่า 500 ล้านบาทต่อปี

“ทุกวันนี้ ชาวไร่ยาสูบต้องแบกรับต้นทุนการผลิตที่สูงขึ้น ขณะที่ยอดขายบุหรี่ถูกกฎหมายลดฮวบ เพราะผู้บริโภคหันไปสูบบุหรี่เถื่อนและบุหรี่ไฟฟ้าที่ผิดกฎหมาย ส่งผลให้รายได้จากการขายใบยาสูบทั่วประเทศทรุดตัว แม้ก่อนหน้านี้จะมีการเสนอแนวทางแก้ไข ทั้งเรื่องการปรับโครงสร้างภาษียาสูบให้มีความเหมาะสม การเปิดทางสินค้าทางเลือกใหม่ หรือการปราบปรามบุหรี่เถื่อนอย่างจริงจัง เพื่อช่วยเหลือชาวไร่และผู้เกี่ยวข้องในอุตสาหกรรมยาสูบ แต่จนถึงขณะนี้ยังไม่เห็นพรรคการเมืองใดเดินหน้าจริงจัง ทำให้ชาวไร่และประเทศต้องสูญเสียโอกาสทางเศรษฐกิจอย่างน่าเสียดาย” นายกิตติทัศน์ฯ ระบุ

“ที่ผ่านมา ชาวไร่ยาสูบฝากความหวังไว้กับผู้แทนราษฎรในพื้นที่ช่วยเป็นกระบอกเสียง ผลักดันแก้ไขปัญหาในสภา จนได้รับความช่วยเหลือหลายด้าน เช่น เงินชดเชยรายได้ ปรับราคารับซื้อใบยาให้สอดคล้องกับต้นทุนที่สูงขึ้น จึงอยากวิงวอนผู้สมัคร ส.ส. และพรรคการเมืองทุกพรรค ยกระดับปัญหานี้เป็นวาระสำคัญของพรรค เสนอนโยบายช่วยเหลือชาวไร่ยาสูบอย่างจริงจัง เพราะขณะนี้อยู่ในช่วงฤดูกาลเพาะปลูกยาสูบปี 2568/2569 เพื่อสร้างความมั่นใจให้ชาวไร่เดินหน้าประกอบอาชีพต่อไปได้


สุรเชษฐ สิลานนท์ รายงาน

“พรรคไทยชนะ” ปรับทัพสู้ศึกเลือกตั้ง 8 ก.พ.69

เบอร์ 17 พรรคไทยชนะ ปรับทัพสู้ศึกเลือกตั้ง 8 ก.พ.2569 ฤกษ์ดีต้อนรับปีใหม่ จักรพงศ์ ชื่นดวง หัวหน้าพรรคไทยชนะ กล่าวกับผู้สื่อข่าวว่าวันนี้ กรรมการบริหารพรรคไทยชนะมีมติ แต่งตั้งผู้ใหญ่มากคอนเนคชั่นการเมือง นายทหารที่รักชาติยิ่งชีพ พลเอกอำนาจ สมประสงค์ รับตำแหน่ง ประธานที่ปรึกษาพรรคไทยชนะ ประมุขสูงสุดในฐานะที่ปรึกษาพรรค เพื่อร่วมสร้างพรรคการเมืองที่ใสสะอาด เป็นพรรคการเมืองสีทอง สร้างความหวังให้ประชาชนคนไทยทั้งประเทศ ทำให้ประเทศไทยเป็นประเทศ ศิวิไลซ์เหมือนคำทำนาย เป็นแผ่นดินธรรมแผ่นดินทอง

ในการเลือกตั้ง 8 ก.พ.2569 พรรคไทยชนะ พรรคการเมืองของประชาชน ได้ส่งผู้สมัคร สส. ของพรรคไทยชนะ รวม 31 คน ตามฤกษ์วันเกิดพรรคไทยชนะ คือ 31 สิงหาคม 2564 ซี่งประสบแต่ความโชคดีมาโดยตลอดระยะเวลาเข้าสู่ปีที่ 5 และผ่านการเลือกตั้งมาแล้วในปี 2566 โดยส่งผู้สมัคร สส.ลงเลือกตั้งในครั้งนั้น จำนวน 49 คน ได้รับคะแนนเสียงเกือบ 50,000 คะแนน ในครั้งนี้ พรรคไทยชนะมีความมั่นใจว่าด้วยอุดมการณ์และเจตนารมณ์ของพรรคคือ ยึดมั่นในหลักธรรมาภิบาล จะทำให้พรรคไทยชนะได้รับการตอบรับจากเสียงของพี่น้องประชาชนที่ยังไม่ตัดสินใจเลือกพรรคใดให้หันมาเลือกพรรคไทยชนะ และทำให้พรรคไทยชนะเข้าสู่การร่วมรัฐบาล เพื่อผลักดันนโยบายเรื่องปากท้องพี่น้องประชาชน และแก้ไขปัญหาหนี้สิน ยกเลิกเครดิตบูโร สร้างการเมืองใสสะอาด ปลดหนี้ มีที่ดิน เงินทองเหลือใช้ ช่วยเหลือกลุ่ม SMEs ให้เขาถึงแหล่งเงินทุน ลดความเหลื่อมล้ำทางสังคมด้านการศึกษา ฟรี WiFi ชุมชนทุกชุมชน นโยบายรถมอเตอร์ไซค์ไฟฟ้าและโซล่าเซลล์ครัวเรือนคนละครึ่ง นโยบายขึ้นทางด่วนกรุงเทพฯฟรีเพื่อลดปัญหาการจราจร ซึ่งเป็นปัญหาใหญ่ของคนกรุงเทพฯ ทำให้ เพิ่มมูลค่าทางด้านเศรษฐกิจของกรุงเทพมหานครอีกมหาศาล “หากได้ยินคำว่า 17 (สิบเจ็ด)ให้เลือกเบอร์ 17” แล้วจะโชคดีครับ นายจักรพงศ์ ชื่นดวง หัวหน้าพรรคไทยชนะกล่าว


สุรเชษฐ ศิลานนท์ รายงาน

ททท. นำบริษัททัวร์ต่างชาติร่วมพิธีเปิดปราสาทจำลองสมัยพระเจ้าชัยวรมัน

           ในวันนี้( 8 มค. 69) ถือเป็นฤกษ์มงคลวันครูของปีศักราชใหม่พ.ศ.2569 ทางสำนัก สงฆ์พุปะหังวงค์วนาราม ซึ่งนำโดยพระอาจารย์เอกธนัช อริยธัมโม เจ้าสำนักสงฆ์ ได้ร่วมกับบรรดาลูกศิษย์จากหลายจังหวัด จัดพิธีเปิดปราสาทสัจธรรมอริยธัมโม จำลองสมัยพระเจ้าชัยวรมันที่ 7 ซึ่งมีสถาปัตยกรรมศิลปะแบบขอมโบราณสวยงามแปลกตา  ถูกสร้างขึ้นตามนิมิตและจินตนาการ ใช้ฤกษ์วันครูใหญ่ 8 มกราคม ซึ่งเป็นเลขที่ทรงพลังอำนาจในการจัดพิธี โดยมีพระครูสุภัทรญาณนิวิฐ เจ้าคณะอำเภอปากท่อ เป็นประธานฝ่ายสงฆ์ นายสัญญาพุฒิ  เกิดบัณฑิต  อุปนายกสมาคมธุรกิจท่องเที่ยวภายในประเทศ (สทน.) เป็นประธานฝ่ายฆราวาส  มีนางจุไรรัตน์  ชัยทวีทรัพย์  ผู้อำนวยการสำนักงานการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย สำนักงานราชบุรี นายเขมชาติ สถิตย์ตันติเวช  ผู้อำนวยการฝ่ายสื่อสารองค์กร บริษัทผลิตไฟฟ้าราชบุรี จำกัด  พร้อมประชาชน นักท่องเที่ยวทั้งชาวไทยและชาวต่างชาติที่เลื่อมใสศรัทธาร่วมพิธีเป็นจำนวนมาก

      นอกจากนี้ในพิธีครั้งนี้ยังมีพระเกจิชื่อดังมาร่วมพิธีพุทธาภิเษก พิธีเทวาภิเษกเพื่อปลุกเสกวัตถุมงคงที่วางอยู่ในเรือ ซึ่งมีรูปหล่อจำลองของสมเด็จพุฒาจารย์โต พรหมรังสี   ด้านหน้าพระพุทธรูปปางเปิดโลก อาทิ พระอาจารย์สถาพร  วัดสะพานสูง สืบสายหลวงปู่วาด วัดสะพานสูง    พระอาจารย์โฆษิตา โหระคุณ  เรียนสายวิชามาจากอ.สุนทร เผือกเที่ยง จ.ชัย นาท  พุทธคุณเด่นด้านคงกระพันชาตรี งานนี้ยังมีพิธีอาบน้ำมันว่าน พิธีครอบเศียร เจิมมือ ลงนะหน้าทอง จากพระเกจิชื่อดังด้วย ซึ่งหลังจากมีพิธีปลุกเสกวัตถุมงคลเสร็จแล้วยังมีบรรดาลูกศิษย์ที่เลื่อมใสศรัทธาได้มารำถวายในพิธีเปิดปราสาทสัจธรรมอริยธัมโม ซึ่งหลายคนเชื่อว่า จะเกิดความเป็นสิริมงคลกับตัวเองรับปี พ.ศ.ใหม่ จากการที่มาร่วมพิธี  ขณะที่มีบางคนที่มารำถวายมีอาการคล้ายกับไม่รู้ตัวออกอาการประหลาด  

  นายสัญญาพุฒิ  เกิดบัณฑิต  อุปนายกสมาคมธุรกิจท่องเที่ยวภายในประเทศ กล่าวว่า ครั้งแรกที่ได้ยินชื่อนี้บอกได้เลยว่าไม่รู้จัก แต่พอมาแล้วได้รู้  มาสัมผัสแล้วรู้สึกได้ว่าที่นี่มีสิ่งศักดิ์สิทธิ์อยู่เยอะมาก  รู้สึกเลื่อมใสศรัทธา  อนาคตสามารถจะส่งเสริมธุรกิจการท่องเที่ยวได้ เอามาไว้ในโหมดสายมู สายศรัทธา สาเหตุที่สามารถส่งเสริมได้จากการมีสัมผัสความรู้สึกว่าที่นี่มีสิ่งศักดิ์สิทธิ์ไม่เหมือนที่อื่น ยังมีความสวยงาม ความสะอาด บรรยากาศเย็นสบาย   ขณะนี้กำลังประสานงานกับพระอาจารย์ว่าจะมาที่ราชบุรีอีกครั้ง เพื่อเตรียมวางแผนงานที่จะประชาสัมพันธ์ขายความศรัทธา  ความเชื่อ และพ่วงไปกับวิถีชุมชนไปด้วย  

ซึ่งยังมีกลุ่มนักท่องเที่ยวชาวต่างประเทศที่ชอบสายการสักยันต์ จะมีการประชาสัมพันธ์ให้กับนักท่องเที่ยวต่างประเทศด้านความเชื่อ ความศรัทธา  อาจจะขายเป็นทริป 1 วัน 1 คืน  จะให้นักท่องเที่ยวมาใช้จ่ายที่ราชบุรีเชื่อมโยงกับวัดและชุมชนท้องถิ่น เป็นการกระจายรายได้สู่ชุมชน  มาราชบุรีก็จะได้ค่าที่พักโรงแรม  แหล่งท่องเที่ยว วัดได้เกี่ยวกับเรื่องความศรัทธาเกี่ยวกับการสักยันต์ซึ่งเป็นที่นิยมของชาวต่างชาติ  โดยเตรียมนำเสนอในตลาดเวียดนามและอีกหลายแห่งในอนาคต และจะเตรียมเปิดเส้นทางใหม่  ปกติจะพานักท่องเที่ยวไปพัทยา- กรุงเทพฯ   แต่เราจะพามาสายมูสายศรัทธา มากรุงเทพ- ราชบุรี จะพยายามดึงนักท่องเที่ยวมาราชบุรี เพื่อช่วยให้เศรษฐกิจดีขึ้น  ซึ่งกำลังมองว่าในชุมชนใกล้เคียงมีอะไรบ้างที่จะสามารถรับนักท่องเที่ยวได้


สายชล รายงาน

ประชุม กต.ตร. ชลบุรี ทั้งจังหวัดครั้งแรกปี 2569 ผนึกภาครัฐ–เอกชน เสริมศักยภาพงานตำรวจ

ประชุม กต.ตร. ชลบุรี ทั้งจังหวัดครั้งแรกปี 2569 ผนึกภาครัฐ–เอกชน เสริมศักย ภาพงานตำรวจ

วันที่ 9 มกราคม 2569 ที่โรงแรมคริสตัล พาเลส อำเภอบางละมุง จังหวัดชลบุรี ตำรวจภูธรจังหวัดชลบุรี จัดการประชุมคณะกรรมการตรวจสอบและติดตามการบริหารงานตำรวจจังหวัดชลบุรี (กต.ตร.) ครั้งที่ 1/2569 โดยมี นายนริศ นิรามัยวงศ์ ผู้ว่าราชการจังหวัดชลบุรี เป็นประธานการประชุม พร้อมด้วย พล.ต.ต.พงศ์พันธ์ วงษ์มณีเทศ ผู้บังคับการตำรวจภูธรจังหวัดชลบุรี ประธานกต.ตร.จังหวัดชลบุรี , นางสาวบุศรินทร์ ปานกลาง อัยการจังหวัดชลบุรี, นายสุรินทร์ บุญท้วมกต.ตร.จังหวัดชลบุรี ตลอดจนผู้แทนส่วนราชการระดับจังหวัด อำเภอ หน่วยทหาร และภาคส่วนที่เกี่ยวข้อง เข้าร่วมประชุมอย่างพร้อมเพรียง

การประชุมครั้งนี้จัดขึ้นตามระเบียบคณะกรรมการนโยบายตำรวจแห่งชาติ ว่าด้วยคณะกรรม การตรวจสอบและติดตามการบริหารงานตำรวจ พ.ศ. 2567 เพื่อให้การกำกับ ติดตาม และสนับสนุนการบริหารงานตำรวจในพื้นที่จังหวัดชลบุรี เป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพ โปร่งใส และสอดคล้องกับนโยบายด้านความมั่นคงและการพัฒนาพื้นที่ในที่ประชุม นายนริศ นิรามัยวงศ์ ผู้ว่าราชการจังหวัดชลบุรี กล่าวว่า ภารกิจของเจ้าหน้าที่ตำรวจในปัจจุบันมีความซับซ้อนและหนักหน่วง ขณะที่ค่าตอบแทนยังอยู่ในระดับจำกัด การสนับสนุนจากภาคเอกชนและองค์ กรปกครองส่วนท้องถิ่นจึงมีความสำคัญอย่างยิ่งในการช่วยเสริมศักยภาพการปฏิบัติงานของตำรวจ โดยเฉพาะด้านอุปกรณ์ เทคโนโลยี และความคล่องตัวในการทำงาน พร้อมเน้นย้ำให้ทุกภาคส่วนร่วมกันผลักดันการสนับสนุนแก่สถานีตำรวจทั้ง 23 แห่งในพื้นที่จังหวัดชลบุรี เพื่อยกระดับประสิทธิภาพการดูแลความสงบเรียบร้อยและความปลอดภัยของประชาชน ซึ่งจะส่งผลดีต่อเศรษฐกิจและคุณภาพชีวิตของประชาชนในภาพรวม ขณะเดียวกัน ผู้แทน กต. ตร. ในพื้นที่ ได้สะท้อนปัญหาและข้อเสนอแนะต่อที่ประชุม อาทิ การส่งเสริมโครง การชุมชนปลอดภัยและชุมชนสีขาวให้เกิดขึ้นอย่างต่อเนื่อง การเพิ่มบทบาทและการมีส่วนร่วมของประชาชนในงานป้องกันและแก้ไขปัญหาอาชญากรรม รวมถึงการบูรณาการความร่วมมือกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เพื่อแก้ไขปัญหาเชิงพื้นที่อย่างเป็นรูปธรรมและยั่งยืน

สำหรับวาระการประชุมในครั้งนี้ ได้มีการรายงานสถานการณ์และผลการดำเนินงานของตำรวจภูธรจังหวัดชลบุรี ในช่วงระหว่างวันที่ 1 ตุลาคม – 31 ธันวาคม 2568 รวมถึงการพิจารณาแนวทางการบริหารงานตำรวจประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2569 เพื่อกำหนดทิศทาง นโยบาย และกรอบการทำงานในระยะต่อไป โดยมุ่งเน้นการบูรณาการความร่วมมือระหว่างภาครัฐ ภาคเอกชน และภาคประชาชน เพื่อเสริมความเข้มแข็งให้กับระบบการรักษาความปลอดภัยในจังหวัด

อย่างไรก็ตามในช่วงท้ายของการประชุม นายนริศ นิรามัยวงศ์ ได้กล่าวมอบนโยบายในการปฏิบัติงาน โดยเน้นย้ำว่า จังหวัดชลบุรีเป็นพื้นที่ที่มีมูลค่าทางเศรษฐกิจสูงเป็นอันดับต้น ๆ ของประเทศ (ไม่รวมกรุงเทพมหานคร) มีเงินหมุนเวียนทางเศรษฐกิจนับหมื่นล้านบาทต่อปี จึงเป็นพื้นที่ที่อาจตกเป็นเป้าหมายของผู้ก่ออาชญากรรม เจ้าหน้าที่ตำรวจจำเป็นต้องใช้ทั้งทักษะ ประสบการณ์ และองค์ความรู้ในการดูแลความสงบเรียบร้อย หากพื้นที่ขาดความปลอดภัย จะส่งผลกระทบโดยตรงต่อความเชื่อมั่นของนักลงทุน นักท่องเที่ยว และภาพรวมของเศรษฐกิจจังหวัด ซึ่งอาจทำให้ผลิตภัณฑ์มวลรวมลดลงตามลำดับผู้ว่าราชการจังหวัดชลบุรีจึงขอความร่วมมือจากทุกภาคส่วนให้ช่วยกันเป็นหูเป็นตา ดูแลความปลอดภัยในพื้นที่ เพื่อให้จังหวัดชลบุรีมีโครงสร้างทางเศรษฐกิจที่เข้มแข็ง และสามารถขับเคลื่อนการพัฒนาได้อย่างมั่นคงต่อไปในอนาคต


ภาพ/ข่าว
นายโยธิน พรมแตง
บรรณาธิการข่าวอาวุโส
สำนักข่าวความมั่นคง รายงาน

ผู้สมัคร ส.ส. ลพบุรี พรรคเพื่อไทย เขต 2 ลงพื้นที่หาเสียง

จังหวัดลพบุรี – ผู้สมัคร ส.ส. ลพบุรี พรรคเพื่อไทย เขต 2 ลงพื้นที่หาเสียง

“หัวใจคือพี่น้องประชาชน” คะแนนดีวันดีคืน …….นายสิทธิชัย (หน่อง) หล่อประสงค์สุข “พรรคเพื่อไทย” ผู้สมัคร ส.ส.ลพบุรี เขต 2 (เบอร์5) ลงพื้นที่หาเสียงพบปะพี่น้องประชาชนในพื้นที่ อ.เมือง อ.ท่าวุ้ง โดยเน้นนโยบายจับต้องได้อย่างที่ทำมาแล้วประชาชนชาวลพบุรีเห็นเด่นชัด ด้วยความรักและความผูกพัน “หัวใจคือพี่น้องประชาชน” ซึ่งได้รับการตอบรับ ต้อนรับจากพี่น้องประชาชนอย่างดียิ่ง ได้เห็นรอยยิ้ม ได้รับฟังคำแนะนำที่มีค่าจากพี่น้องประชาชน ยิ่งตอกย้ำว่า “ลพบุรีเขต 2 ต้องดีกว่านี้” สิทธิชัย (หน่อง) หล่อประสงค์สุข ผู้สมัคร ส.ส.ลพบุรี เขต 2 เบอร์ 5 พรรคเพื่อไทย พร้อมอาสาเข้ามาแก้ปัญหาเพื่อยกระดับคุณภาพชีวิตของพื้นที่ลพบุรีเขต 2 อย่างเต็มกำลัง


กฤษณ์ สนใจ ลพบุรี 0890899090

โคราช เจ้าภาพหลัก แถลงข่าว มหกรรมการแข่งขันกีฬาคนพิการ อาเซี่ยนพาราเกมส์ ครั้งที่ 13

ศักยภาพ “โคราชเมืองกีฬา” เจ้าภาพหลัก เปิดบ้านรับทัพนักกีฬา 11 ประเทศกลุ่มอาเซียน “ศึกแห่งศักดิ์ศรี” กีฬาคนพิการ “อาเซียนพาราเกมส์” ครั้งที่ 13

โคราช โชว์ศักยภาพเมืองกีฬา แถลงข่าวเปิดบ้านในฐานะเจ้าภาพจัดมหกรรมการแข่งขันกีฬาคนพิการที่ยิ่งใหญ่ที่สุดของภูมิภาค “อาเซียนพาราเกมส์ ครั้งที่ 13” แล้วมาร่วมชม ร่วมเชียร์ ร่วมให้กำลังใจทัพนักกีฬา ในการแข่งขันกีฬาอาเซียนพาราเกมส์ ครั้งที่ 13 ระหว่างวันที่ 20 – 26 มกราคม 2569 ณ จังหวัดนครราชสีมา

เมื่อวันที่ 8 มกราคม 2569 ที่ ลานกิจกรรม ชั้น 1 เดอะมอลล์โคราช นายอนุพงศ์ สุขสมนิตย์ ผวจ.นครราชสีมา นางยลดา หวังศุภกิจโกศล นายก อบจ.นครราชสีมา, นายไมตรี คงเรือง นายกสมาคมกีฬาคนพิการแห่งประเทศไทยในพระบรมราชูปถัมภ์, นายธนากร ประพฤทธิพงษ์ กรรมการสมาคมกีฬาแห่ง จ.นครราชสีมา และ พ.ต.อ.เอนก ศรีกิจรัตน์ รอง ผบก.ตร.ภ. จว.นครราชสีมา ร่วมกันแถลงข่าวการจัดการแข่งขันกีฬาอาเซียนพาราเกมส์ ครั้งที่ 13 พ.ศ. 2568 (ค.ศ.2025) ที่จะจัดขึ้น ณ จังหวัดนครราชสีมา ระหว่างวันที่ 20 – 26 มกราคม 2569 โดยมี นายปรีชา ลิ้มอั่ว ผจก.ปฏิบัติการ บ.เดอะมอลล์ราชสีมา จำกัด กล่าวต้อนรับผู้ร่วมแถลงข่าว ท่ามกลางสื่อมวลชนร่วมทำข่าวเป็นจำนวนมาก

การได้รับเกียรติเป็นเจ้าภาพจัดการแข่งขันกีฬาอาเซียนพาราเกมส์ ครั้งนี้ 13 เป็นสัญญาณที่แสดงให้เห็นว่าประเทศไทย โดย จ.นครราชสีมา จังหวัดที่ได้รับการยกย่องให้เป็น “โคราชเมืองกีฬา” นั้น มีความพร้อมในทุกมิติ ไม่ว่าจะเป็นด้านกีฬา ด้านคมนาคม การท่องเที่ยวทั้งแหล่งท่องเที่ยวทางธรรมชาติ แหล่งท่องเที่ยวทางประวัติศาสตร์ หรือ แม้กระทั่งอาหารพื้นถิ่น ที่พักและโรงแรม โรงพยาบาลหรือสถานพยาบาล ที่จะทำหน้าที่ต้อนรับทัพนักกีฬาคนพิการจาก 11 ประเทศสมาชิกอาเซียน ประกอบด้วย ประเทศบรูไน, กัมพูชา, อินโดนีเซีย, ลาว, มาเลเซีย, พม่า, ฟิลิปปินส์, สิงคโปร์, ประเทศไทย (เจ้าภาพ), ติมอร์-เลสเต และ เวียด นาม เพื่อร่วมสร้างประวัติศาสตร์และส่งเสริมศักยภาพของ “เมืองกีฬาแห่งอีสาน” ให้ประ จักษ์แก่สายตาประชาคมโลก เชื่อว่าจะสามารถสร้างความประทับใจแก่ผู้มาเยือนและสามารถกระตุ้นเศรษฐกิจของ จ.นครราชสีมา ให้กลับมาคึกคัก

ส่วนชนิดกีฬาที่ใช้ในการแข่งขันจำนวน 19 ชนิดกีฬาหลัก และ 2 กีฬาสาธิต ครอบคลุมทั้งกีฬาสากลยอดนิยมและกีฬาที่ต้องใช้ทักษะความสามารถเฉพาะตัวสูง โดยสนามที่ใช้ทำการแข่งขันแต่ละชนิดกีฬา ประกอบด้วย

  • สนามกีฬาเฉลิมพระเกียรติ 80 พรรษาฯ ทำการแข่งขันทั้งสิ้น 11 ชนิดกีฬา ได้แก่ กรีฑา, ว่ายน้ำ, วีลแชร์เทนนิส, ฟุตบอลคนตาบอด (5 คน), วอลเลย์บอลนั่ง, บอคเซีย, จักรยาน (ประเภทลู่), ยิงปืน, แบดมินตัน รวมถึงกีฬาสาธิตอย่าง วีลแชร์รักบี้ และลอนโบวล์ส
  • ห้างสรรพสินค้าเดอะมอลล์โคราช ทำการแข่งขันกีฬายูโด และ วีลแชร์ฟันดาบ
  • ศูนย์การค้าเทอร์มินอล 21 โคราช ทำการแข่งขันกีฬาวีลแชร์บาสเกตบอล
  • โรงแรมเซ็นเตอร์พอยต์ โคราช ทำการแข่งขันกีฬายกน้ำหนัก
  • มหาวิทยาลัยวงษ์ชวลิตกุล ทำการแข่งขันกีฬาโกลบอล และ ยิงธนู
  • ศูนย์การค้าเซ็นทรัล โคราช ทำการแข่งขันกีฬา เทเบิลเทนนิส
  • มหาวิทยาลัยราชภัฏนครราชสีมา ทำการแข่งขันกีฬาฟุตบอลผู้พิการทางสมอง (7 คน) และ กีฬาหมากรุก
  • มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีสุรนารี ทำการแข่งขันกีฬาจักรยาน (ประเภทถนน)
  • ส่วนกีฬา สำหรับกีฬาโบว์ลิ่ง ทำการแข่งขัน ที่กรุงเทพมหานคร ณ เอสพลานาด รัชดา (Esplanade Ratchada) โดยได้มีการวางระบบการจัดการสนามแข่งขันอย่างมีประสิทธิภาพ เพื่ออำนวยความสะดวกและเพิ่มความปลอดภัยให้กับนักกีฬา ซึ่งทุกสนามแข่งขันได้รับการปรับปรุงให้มีมาตรฐานสากล พร้อมสิ่งอำนวยความสะดวกตามหลัก Universal Design เพื่อรองรับนักกีฬาผู้พิการได้อย่างเท่าเทียมทุกสนาม

นอกจากนี้ ในส่วนของ อบจ.นครราชสีมา นางยลดา หวังศุภกิจโกศล นายกอบจ.นครราชสีมา กล่าวว่า ในการแข่งขันกีฬาอาเซียนพาราเกมส์ ครั้งที่ 13 อบจ.นครราชสีมา ได้รับมอบหมายจาก จ.นครราชสีมา ดำเนินการด้านการประชาสัมพันธ์ในการเป็นเจ้าภาพการจัดแข่งขัน เพื่อให้ประชาชนได้รับรู้และสร้างการมีส่วนร่วมในการเป็นเจ้าภาพที่ดีของ จ.นครราชสีมา ให้สมกับที่ได้รับการประกาศให้เป็น “โคราชเมืองกีฬา” Korat Sport City

“ขอเชิญชวนชาว จ.นครราชสีมา ร่วมส่งแรงเชียร์ แรงใจ ให้กับทัพนักกีฬาอาเซียนพาราเกมส์ และร่วมกันเป็นเจ้าภาพที่ดี พร้อมต้อนรับทุกภาคส่วนด้วยความอบอุ่น มีไมตรี อย่างสมเกียรติ เพื่อให้การแข่งขันอาเซียนพาราเกมส์ ครั้งที่ 13 นี้ เป็นพื้นที่แห่งการเชื่อมโยงความสัมพันธ์ และเป็นบทพิสูจน์ถึงความสำเร็จของประเทศไทยในฐานะผู้นำด้านการจัดมหกรรมกีฬาระดับนานาชาติ ที่จะส่งต่อแรงบันดาลใจและรอยยิ้มสู่พี่น้องชาวอาเซียนทุกคนอย่างแท้จริง”


กันตินันท์ เรืองประโคน จ.นครราชสีมา