กอง​ปราบ​ฯ​ รวบแก๊งล้วงกระเป๋ามืออาชีพ ออกตระเวนเดินสายก่อเหตุตามสถานที่ท่องเที่ยวสำคัญ

เมื่อวันอาทิตย์​ที่ 19 พ.ค.62​ ที่กองบังคับการปราบปราม (บก.ป.) : พล​ตำรวจ​ตรี​ จิรภพ ภูริเดช ผู้บังคับการ​กอง​ปราบปราม​ (ผบก.ป.)​ ได้สั่งการให้ พัน​ตำรวจ​เอก​ เนติ วงษ์กุหลาบ ผู้กำกับ​การ​ 5​ กอง​ปราบปราม​ (ผกก.5 บก.ป.)​ และ พัน​ตำรวจ​ตรี​ นิธิ ตรีสุวรรณ สารวัตร​กอง​กำ​กับการ​ 5​ กอง​ปราบปราม​ (สว.กก.5 บก.ป.)​

นำกำลังเข้าจับกุม น.ส.พัชรา  บรรจงชอบ  อายุ 46 ปี อยู่บ้านเลขที่ 61 ซอยชุมชนริมคลองสามัคคี แขวงและเขตคลองเตย กทม. ตามหมายจับศาลจังหวัดราชบุรีที่ 208/2561 ลงวันที่ 29 มิถุนายน 2561 ข้อหา​ “ร่วมลักทรัพย์ โดยร่วมกันกระทำความผิดด้วยกันตั้งแต่สองคนขึ้นไป โดยใช้ยานพาหนะเพื่อสะดวกแก่การกระทำความผิด หรือการพาทรัพย์นั้นไป หรือเพื่อให้พ้นการจับกุม หรือร่วมกันรับของโจร และกระทำการเป็นซ่องโจร” จับกุมผู้ต้องหา​ได้ที่ภายในลานวัดเจริญธรรม ม. 5 ต.เจริญธรรม อ.วิหารแดง จ.สระบุรี

ทั้งนี้สืบเนื่องมาจากเมื่อวันที่ 26 พ.ค. 61 เจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.ดำเนินสะดวก ได้รับแจ้งเหตุว่ามีแก๊งล้วงกระเป๋าจำนวน 12 คน ก่อเหตุล้วงกระเป๋าขโมยเอาทรัพย์สินมีค่าของนักท่องเที่ยวในสถานที่ท่องเที่ยวสำคัญอย่าง ตลาดน้ำดำเนินสะดวก และ ตลาดน้ำอัมพวา จ.สมุทรสงคราม ได้ทรัพย์สินมีค่าไปรวมประมาณกว่า 1 แสนบาท จนทำให้ประชาชนและนักท่องเที่ยวได้รับความเดือดร้อนกันเป็นอย่างมาก จึงนำกำลังลงพื้นที่ก่อนสามารถจับกุมตัวผู้ก่อเหตุได้ในที่เกิดเหตุจำนวน 4 คน ส่วนผู้ร่วมก่อเหตุที่เหลืออีก 8 คน อย่างไรก็ตามต่อมาเจ้าหน้าที่ตำรวจกองปราบฯ​ ชุดจับกุมสืบทราบว่า น.ส.พัชราฯ ผู้ต้องหารายนี้ซึ่งเป็น 1 ในผู้ร่วมก่อเหตุในวันดังกล่าวซึ่งอยู่ระหว่างการหลบหนีคดีได้มาขายของอยู่ภายในตลาดนัดวัดเจริญธรรม จึงนำกำลังเข้าไปทำการจับกุมตัวได้ดังกล่าว

จากการสอบสวน น.ส.พัชราฯ ให้การรับสารภาพ โดยยอมรับว่าตนและพวกได้เช่ารถตู้ ออกเดินทางจากชุมชนริมคลองสามัคคี แขวงและเขตคลองเตย กทม. เพื่อเดินทางไปที่เกิดเหตุทั้ง 2 แห่ง เพื่อจะไปก่อเหตุ โดยก่อนการก่อเหตุจะมีการแบ่งหน้าที่กันทำ บางคนมีหน้าที่ในการล้วงกระเป๋า บางคนมีหน้าที่เดินไปขวางหน้าเหยื่อเพื่อให้เหยื่อหยุดเดิน บางคนมีหน้าที่เดินตามหลังเพื่อบังไม่ให้ผู้อื่นเห็นขณะก่อเหตุ ซึ่งหลังจากได้ทรัพย์สินมาแล้วก็จะนำมาแบ่งกัน โดยแต่ละครั้งจะได้ทรัพย์สินไม่ต่ำกว่าแสนบาท นอกจากนี้ยังยอมรับอีกว่าเคยก่อเหตุในลักษณะนี้มาแล้วไม่ต่ำกว่า 20 ครั้ง ซึ่งสถานที่ก่อเหตุส่วนใหญ่จะเป็นสถานที่มีผู้คนพลุกพล่าน เช่นตลาดน้ำอัมพวา ตลาดน้ำดำเนินสะดวก ตลาดรังสิต ตลาดสำเพ็ง ห้างสรรพสินค้าแพ็ทตินัม ตลาดนัดบางปูแลนด์ เป็นต้น อย่างไรก็ตามจากการตรวจสอบประวัติพบว่า น.ส.พัชรา เคยถูกดำเนินคดีในข้อหาลักทรัพย์มาแล้ว 3 ครั้ง โดยครั้งล่าสุดเพิ่งพ้นโทษออกมาเมื่อวันที่ 10 มีนาคม 2561 กระทั่งมาก่อเหตุดังกล่าว เขื้องต้นจึงแจ้งข้อกล่าวหาก่อนนำตัวส่ง สภ.ดำเนินสะดวก ดำเนินการตามกฎหมายต่อไป

Cr.เจริญ​ผล​ เอี่ยม​พึ่ง
สุรเชษฐ​ ศิลา​นนท์​ รายงาน​

บิ๊กเเจ็ค ลั่น ! ฉะเตือนสติ “นายสาทิตย์ฯ” ยังคงมึน

      นายสาทิตย์ฯ” ยังคงมึน งง คล้ายๆเป็นโฆษก “ลุงกำนันฯ” ที่ออกมากล่าวว่า “สส.” ส่วนใหญ่หนุนร่วมรัฐบาล..

      วันอาทิตย์ที่ 19 พฤษภาคม 2562 “นายวัชระ เพชรทอง” อดีต.สส.พรรคประชาธิปัตย์ กล่าวถึง “นายสาทิตย์ วงศ์หนองเตย” สส.ตรัง ที่ออกมาระบุว่า สส. ส่วนใหญ่หนุนร่วมรัฐบาล “ลุงตู่” เอาใจ 7.5 ล้านเสียง ให้กลับมาแม้มีคนขวางโลกอยู่ก็ตาม

      คำพูดของ “นายสาทิตย์ฯ” คล้ายๆยังเป็นโฆษกของ “ลุงกำนันฯ” จะเชื่อถือได้หรือไม่ให้ดูที่การเลือกตั้งหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ที่ผ่านมาเพราะ “นายสาทิตย์ฯ” เลือกหัวหน้า “พรรค” คนละคนกับ “นายชวน หลีกภัย” อดีตหัวหน้าพรรค ทั้งๆที่อยู่จังหวัดตรังนี่คือประชาธิปไตยในพรรคประชาธิปัตย์แต่ละคนเกิดทางการเมืองได้เพราะ “นายชวน หลีกภัย” เป็นส่วนใหญ่แต่จะปฏิบัติตามแนวทางและอุดมการณ์ พรรค หรือไม่เป็นเรื่องของแต่ละคน

      “นายสาทิตย์ฯ” ให้เหตุผลในการเข้าร่วมรัฐบาลว่าต้องการดึง 7.5 ล้าน เสียงกลับคืนมาก็เป็นสิทธิ์ “นายสาทิตย์ฯ” แต่สมาชิกพรรคจำนวนมากก็ไม่ต้องการให้ พรรค ไปหนุนการสืบทอดอำนาจของ “เผด็จการทหาร” ความคิดเห็นหลากหลายแล้วแต่มติของ พรรค จะออกมาซึ่งจะถือเป็นที่สุด

      พรรค ต้องรับฟังเสียงอย่างรอบด้านจะเข้าร่วมรัฐบาลเพื่อสร้างผลงานเอาใจ “ขาเชียร์ลุงตู่” แบบมีเงื่อนไขให้ประชาชนได้ประโยชน์สูงสุด หรือจะใช้ทฤษฎี “ม้าไม้เมืองทรอย” เพื่อสั่งสอน “เผด็จการ” หรือเป็น “ฝ่ายค้าน” อันคมกริบ ผม เชื่อมั่น “นายจุรินทร์ ลักษณะวิศิษฐ์” หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ เพราะเคยเป็นประธานวิปฝ่ายค้านที่รัฐบาล “เข็ดขยาด” มาแล้ว

      ส่วนกรณีที่ “นายสาทิตย์ฯ” ว่ามีคนขวางโลก “นายสาทิตย์ฯ” ควรมองตนเองด้วยว่ามีส่วนสำคัญทำให้เกิด คสช. ใช่หรือไม่ และคนที่มีความคิดต่างจากนายสาธิตเช่น “นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ” อดีตหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ ก็เป็นเหตุผลที่มีค่าควรรับฟังมิใช่หรือ

      และแม้ ผม ไม่ได้เกิดที่เมืองตรังผมไม่ได้เป็น สส. ตรังผมก็ต้องเดินตามหลัง “นายชวน หลีกภัย” และแม้ ผม ได้เกิดเมืองตรัง ผม ต้องเดินตามหลัง “นายชวนฯ” “นายบัญญัติฯ” เพราะพ่อสั่งเอาไว้..

พล.ท.กิตติธัช บุพศิริ “ผอ.ศปป.2 กอ.รมน.เปิดงานการฝึกอบรมภาคีเครือข่ายในการป้องกันปัญหายาเสพติดและการแก้ไขปัญหาแรงงานต่างด้าวหลบหนีเข้าเมืองโดยผิดกฎหมาย

      “การฝึกอบรมภาคีเครือข่ายในการป้องกันปัญหายาเสพติดและการแก้ไขปัญหาแรงงานต่างด้าวหลบหนีเข้าเมืองโดยผิดกฎหมาย” ณ.ห้องประชุมใหญ่การศึกษานอกโรงเรียน จังหวัดพระนครศรีอยุธยา..

      สืบเนื่องเมือ่วันที่ 14 พฤษภาคม 2562 ที่ผ่านมา เวลา 09:30 น. พล.ท.กิตติธัช บุพศิริ ผอ.ศปป.2 กอ.รมน. เป็นประธานในพิธีเปิดงาน “การฝึกอบรมภาคีเครือข่ายในการป้องกันปัญหายาเสพติดและการแก้ไขปัญหาแรงงานต่างด้าวหลบหนีเข้าเมืองโดยผิดกฎหมาย” ณ.ห้องประชุมใหญ่การศึกษานอกโรงเรียน อ.พระนครศรีอยุธยา จ.พระนครศรีอยุธยา

      ทั้งนี้ในการจัดงานครั้งนี้เพื่อมีวัตถุประสงค์ให้ประชาชนในพื้นที่รวมตัวสร้างภาคีเครือข่ายภาคประชาชนในการเฝ้าระวังและแจ้งข้อมูลข่าวสารเกี่ยวกับปัญหายาเสพติด และ ปัญหาแรงงานต่างด้าวผู้หลบหนีเข้าเมืองโดยผิดกฎหมาย ในพื้นที่ เพื่อทางเจ้าหน้าที่ได้นำข้อมูลข่าวสารต่างๆเก็บรวบรวม เพื่อนำไปรวบรวมวิเคราะห์ในการวางแผนป้องกัน และ แก้ไขปัญหาการใช้แรงงานต่างด้าวผิดกฎหมายในพื้นที่ได้อย่างมีประสิทธิภาพ…

เนื้อข่าว
ธีรพล ปลื้มถนอม รายงาน

แสงเทียนแห่งศรัทธา พุทธศาสนิกชนแห่ร่วมเวียนเทียนวันวิสาขบูชา วันสำคัญของโลก

      วันที่ 18 พฤษภาคม​2562 เวลา19.30น.​ ณ​ วัดมงคลชัยพัฒนา​ ซึ่งเป็นวันวิสาขบูชา​ และวันที่สำคัญของโลก ได้จัดให้มีพิธีเวียนเทียนขึ้น โดยมีนาย​กกชัย​ ฉายรัศมีกุล​ นายอำเภอ​ เฉลิมพระเกียรติ​ เป็นประธานพร้อมนาย​ สมศักดิ์​ สรรพโกศลกุล​ ผู้อำนวยการสำนักจัดการทรัพยากรป่าไม้ที่5(สระบุรี)​พร้อมหัวหน้าส่วนราชการ​ องค์การบริหารส่วนท้องถิ่น​ กำนันผู้ใหญ่บ้าน​ ภาครัฐ​ ภาคเอกชน​ และพุทธศานิกชน​ เดินเวียนรอบโบสถ์ พร้อมด้วยพระสงฆ์ สามเณร และพุทธศาสนิกชนที่เดินทางมาร่วมเวียนเทียนบริเวณรอบโบสถ์แน่นไปถนัดตา
      วันวิสาขบูชา นับว่าเป็นวันสำคัญสากลทางพระพุทธศาสนา สำหรับชาวพุทธทุกนิกายทั่วโลก เป็นวันหยุดราชการในหลายๆ ประเทศ อีกทั้งยังเป็นวันสำคัญในระดับนานาชาติตามข้อมติของสมัชชาใหญ่แห่งสหประชาชาติ เนื่องจากเป็นวันคล้ายวันที่เกิดเหตุการณ์สำคัญที่สุดในพระพุทธศาสนา 3 เหตุการณ์ ได้แก่ การประสูติ ตรัสรู้ และปรินิพพานของพระพุทธโคดม ซึ่งทั้ง 3 เหตุการณ์นี้ได้เกิดขึ้นตรงกัน ณ วันขึ้น 15 ค่ำ เดือน 6 หรือวันเพ็ญแห่งเดือนวิสาขะ (ต่างปีกัน) ชาวพุทธจึงถือว่าเป็นวันที่รวมการเกิดเหตุการณ์อันน่าอัศจรรย์ยิ่ง และเรียกการบูชาในวันนี้ว่า วิสาขบูชา ย่อมาจาก วิสาขปุรณมีบูชา หมายถึง การบูชาในวันเพ็ญขึ้น15ค่ำเดือน6
      สำหรับประเทศไทย นอกจากพุทธศาสนิกชนจะเดินทางเข้าวัดบำเพ็ญกุศล ถือศีล ฟังธรรมแล้ว​ และเวียนเทียนรอบพระอุโบสถในช่วงค่ำ เพื่อถวายเป็นพุทธบูชาอีกด้วย เมื่อวันวิสาขบูชามาถึง พุทธศาสนิกชนชาวไทยนิยมทำบุญตักบาตรในตอนเช้า และตลอดวันก็จะมีการบำเพ็ญกุศลความดีอื่นๆ อาทิ ตั้งใจรักษาศีล 5 ศีล 8 งดเว้นการทำบาปทั้งปวง มีการทำบุญถวายสังฆทาน​ เดินทางไปเวียนเทียนรอบพระอุโบสถด้วย/ดำรงค์ชื่นจินดาผู้สื่อข่าวสระบุรีรายงาน

กอ.รมน.มุกดาหาร เข้าตรวจค้นจับกุมไอ้ “โก้” มีพฤติกรรมเกี่ยวข้องกับยาเสพติด และอาวุธปืน

      เมื่อวัน 18 พฤษภาคม 2562 เวลา 15.20 น กองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายในจังหวัดมุกดาหาร ภายใต้การอำนวยการ ของ พ.อ.พรเทพ ชิ้นสุวรรณ รอง ผอ.รมน.จังหวัดมุกดาหาร(ท), พ.อ.โกมล วงศ์อนันต์ หน.กลุ่มงานนโยบายแผนและการข่าว กอ.รมน.มุกดาหาร พ.ต.ท.อาคม นารินทร์ สวญ.สภ.บ้านค้อ กอ.รมน.จังหวัดมุกดาหาร ชรต.209 กอ.รมน.จังหวัดมุกดาหาร ร่วมบูรณาการกับ เจ้าหน้าที่ ตร.สภ.บ้านค้อ, กกล.รส.จว.ม.ห.(ชป.รส.อ.คำชะอี ร้อย รส.ร.๓ พัน ๑) และ ชปข.สขว.กอ.รมน. ในการร่วมกันจับกุม นายพีรพล หรือโก้ ชนะพจน์ อายุ 19 ปี อยู่บ้านเลขที่ 87 ม.9 บ.หนองสระพัง ต.โพนงาม อ.คำชะอี จว.ม.ห. หลังได้รับแจ้งจากสายลับว่านายพีรพลฯ มีพฤติกรรม จำหน่ายยาเสพติดในพื้นที่ ต.โพนงาม อ.คำชะอี จว.ม.ห. และมีอาวุธปืนในครอบครอง หลังเข้าตรวจสอบบ้านหลังดังกล่าว พบนายพีรพลฯ อยู่ภายในบ้าน จนท.ได้แสดงตัวและเข้าตรวจค้น พบอาวุธปืนพกสั้นไทยประดิษฐ์ 1 กระบอก และกระสุนขนาด .38 จำนวน 1 นัด อยู่ในกระเป๋าลายพรางภายในห้องนอนของ นายพีรพลฯ ซึ่งนายพีรพลฯ ยอมรับว่าอาวุธปืนและเครื่องสุนเป็นของตนจริง เจ้าหน้าที่จึงได้นำตัว ผตห.พร้อมของกลางส่ง พนักงานสอบสวน สภ.บ้านค้อดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป.


ธานินทร์, ฐานิตา / ผู้สื่อข่าว มุกดาหาร
เดวิด มุกดาหาร หน.ศูนย์ข่าว สำนักข่าวความมั่นคง มุกดาหาร รายงาน

“บิ๊กอวบ” สั่งหยุดรถลง ช่วยเหลือคนเจ็บบาดจากอุบัติเหตุรถชน 2 ราย กลางสี่แยกไฟแดงเพลินจิต

      นี่เป็นภาพเหตุการณ์ของวันนี้ วัน​เสาร์​ที่​ 18 พ.ค.62​ เวลา 19.00 น. ที่ผ่านมา ในขณะที่ พลตำรวจ​เอก​ เฉลิมเกียรติ ศรีวรขาน รองผู้บัญชาการ​ตำรวจ​แห่งชาติ​ (รอง​ผบ.ตร.) กำลังเดินทางไปตรวจสอบความปลอดภัย ที่โรงพยาบาลจุฬาฯ ได้ผ่านไปพบอุบัติเหตุ​รถยนต์ ชนกับรถจักรยานยนต์ บริเวณสี่แยกเพลินจิต เขตปทุมวัน กทม.จึงสั่งให้หยุดรถแล้วลงไปอำนวยความสะดวก พร้อมสอบถามเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น ก่อนจะประสานเจ้าหน้าที่หน่วยกู้ภัย และรถกู้ชีพ เข้าช่วยเหลือผู้ได้รับบาดเจ็บ จำนวน 2 ราย

      โดยได้สั่งการให้ ตำรวจจราจร สน.ลุมพินี คอยอำนวยความสะดวกการจราจร และเร่งระบายรถที่ติดขัด เนื่องจากเหตุรถชนกัน และบริเวณดังกล่าวเป็นย่านศูนย์การค้า ก่อนจะนำผู้บาดเจ็บทั้ง 2 ส่ง โรงพยาบาลตำรวจ แล้วถึงเดินทางต่อไป

Cr.ทีมงาน​ประชา​สัมพันธ์​ สท.ตร.
สุรเชษฐ​ ศิลา​นนท์​ รายงาน​

สำนักงานตรวจคนเข้าเมือง จัดกิจกรรมจิตอาสา ตามโครงการจิตอาสา”เราทำความดีด้วยหัวใจ”ตามแนวพระราชดำริ

วันนี้​ วัน​เสาร์​ที่​ 18 พ.ค.62​ เวลาประมาณ 09.00 น.: พล​ตำรวจ​โท​ สมพงษ์ ชิงดวง รักษา​ราชการ​แทน​ผู้​บัญชาการ​สำนักงาน​ตรวจ​คน​เข้า​เมือง​ (รรท.ผบช.สตม.)​ เป็นประธานเปิดกิจกรรมจิตสาอา ตามโครงการจิตอาสา​ ”เราทำความดี ด้วยหัวใจ”ตามแนวพระราชดำริ โดยมีข้าราชการตำรวจตรวจคนเข้าเมือง,ตำรวจภูธรจังหวัดปทุมธานี,สถานีตำรวจภูธรสามโคก จ.ปทุมธานี​ และประชาชนจิตอาสา รวมจำนวน 707 นาย ร่วมกันทำความสะอาด เก็บกวาดขยะ ปรับภูมิทัศน์บริเวณวัดโบสถ์ ต.บางกระบือ อ.สามโคก จ.ปทุมธานี

Cr.ทีมงาน​ประชา​สัมพันธ์​ สตม.
สุรเชษฐ​ ศิลา​นนท์​ รายงาน​

จับผู้ต้องหาแก๊งสกริมเมอร์ หลบหนีนาน 10 ปี จนมุมตำรวตจ ปอศ.-ทางหลวง เมืองนครศรี

วันนี้​ วัน​เสาร์​ที่ 18 พ.ค.62​ เวลา 16.30 น.​: พล​ตำรวจ​ตรี​ ไมตรี ฉิมเฉิด ผู้บังคับการ​​ปราบปราม​อาชญากรรม​ทางเศรษฐกิจ​ (ผบก.ปอศ.)​ พร้อมด้วย​ พัน​ตำรวจ​เอก​ สมพล อิสสระเสรี รองผู้บังคับการ​ปราบปราม​อาชญากรรม​ทางเศรษฐกิจ​ (รอง​ผบก.ปอศ.)​ ได้สั่งการให้ พัน​ตำรวจ​เอก​ ภาดล จันทร์ดอน ผู้กำกับ​การ​ 5​ กองบังคับการ​ปราบปราม​อาชญากรรม​ทางเศรษฐกิจ​ (ผกก.5 บก.ปอศ.)​ และ​ พัน​ตำรวจ​โท​ ประวิทย์ ว่องไว รองผู้กำกับ​การ​กอง​บังคับการ​ปราบปราม​อาชญากรรม​ทางเศรษฐกิจ​ (รอง​ผกก.5 บก.ปอศ.)​ ประสานข้อมูลกับ กอง​บังคับการ​ตำรวจ​ทางหลวง​ (บก.ทล.)​ ตั้งจุดตรวจจุดสกัดพร้อมกับจับกุม นายอำพล อนันมา อายุ 42 ปี ผู้ต้องหาตามหมายจับศาลอาญา ที่ จ.1136/2554 ลง 26 กันยายน 2554 ของ กก.5 บก.ปอศ. ข้อหา ปลอมและใช้บัตรอิเล็กทรอนิกส์ปลอมฯ โดยจับกุมได้ที่บริเวณ จุดตรวจจุดสกัด ทล.403 กม.66-67 ต.กะปาง อ.ทุ่งสง จ.นครศรีธรรมราช เมื่อช่วงเย็นของวันที่ 17 พ.ค.62​ ที่ผ่านมา

พ.ต.อ.ภาดลฯ กล่าวว่า เมื่อปี พ.ศ. 2552 พนักงานสอบสวน กก.5 บก.ปอศ. ได้รับแจ้งจากเจ้าหน้าที่ควบคุมและป้องกันการทุจริต ธนาคารไทยพาณิชย์ จำกัด (มหาชน) ว่ามีรายการปฏิเสธการใช้บัตรเครดิตจากลูกค้าผู้ถือบัตรเครดิตของธนาคารไทยพาณิชย์ จำนวน 2 ราย น่าจะเป็นการใช้บัตรเครดิตปลอม เจ้าหน้าที่ตำรวจฝ่ายสืบสวนจึงสืบสวน ทราบว่าคนร้ายนำข้อมูลในแถบแม่เหล็กจากบัตรเครดิตจริงของลูกค้าไปคัดลอกลงบัตรปลอม (Skimmer) และนำไปใช้รูดซื้อสินค้ากระทั่งทราบว่าคนร้ายในคดีนี้คือ นายอำพลฯ พนักงานสอบสวนจึงได้รวบรวมพยานหลักฐานขออนุมัติศาลอาญาออกหมายจับผู้ต้องหารายนี้ ในข้อหาปลอมและใช้บัตรอิเล็กทรอนิกส์ปลอม และได้ติดตามตัวมาโดยตลอด

ทั้งนี้ พล.ต.ต.ไมตรีฯ เห็นว่าคดีนี้ก่อให้เกิดความเสียหายต่อความน่าเชื่อถือของธนาคารพาณิชย์ และอาจก่อให้เกิดผลกระทบต่อเศรษฐกิจในวงกว้างเนื่องจากประชาชนอาจขาดความมั่นใจในการใช้บัตรเครดิต จึงได้สั่งการให้ พ.ต.อ.ภาดลฯ ติดตามจับกุมคนร้ายมาดำเนินคดี จากการสืบสวนทราบว่า นายอำพลฯ ผู้ต้องหาหลบหนีการจับกุมไปพักอาศัยอยู่ในพื้นที่จังหวัดนครศรีธรรมราช จึงได้ประสานข้อมูลกับกองบังคับการตำรวจทางหลวง โดยมี พัน​ตำรวจ​เอก​ จิรประภาพ สุทธปรีดา ผู้กำกับ​การ​ 7​ กองบังคับการ​ตำรวจ​ทางหลวง​ (ผกก.7 บก.ทล.)​ และ พัน​ตำรวจ​โท​ ศุภกร ตังคะประเสริฐ สว.ส.ทล.4 กก.7 บก.ทล.(นครศรีธรรมราช) ตั้งจุดสกัดเพื่อจับกุมผู้ต้องหารายนี้ตามเส้นทางที่คาดว่าจะหลบหนี และสามารถจับกุมนายอำพลฯ​ ได้ที่บริเวณจุดตรวจจุดสกัด บริเวณ ทล.403 กม.66-67 ต.กะปาง อ.ทุ่งสง จ.นครศรีธรรมราช หลังจากหลบหนีคดีมานานถึง 10 ปี

จากการสอบสวน นายอำพลฯ รับสารภาพว่านำบัตรเครดิตปลอมไปใช้ซื้อสินค้าจริง ได้รับบัตรปลอมมาจากเพื่อนซึ่งถูกจับไปก่อนแล้ว สินค้าที่ซื้อมานั้นนำไปให้เพื่อนคนดังกล่าว ตนเองได้รับส่วนแบ่งเป็นเงินค่าจ้างจำนวนหนึ่งนำไปใช้สอยส่วนตัว โดยก่อเหตุลักษณะนี้เพียงครั้งนี้ครั้งเดียว เมื่อทราบว่าตนถูกดำเนินคดีและถูกออกหมายจับจึงหลบหนีไปพักอาศัยที่จังหวัดนครศรีธรรมราช เบื้องต้นเจ้าหน้าที่ตำรวจนำตัวส่งพนักงานสอบสวน กก.5 บก.ปอศ. ดำเนินคดีตามกฎหมาย​ต่อไป

Cr.เจริญ​ผล​ เอี่ยม​พึ่ง​
สุรเชษฐ​ ศิลา​นนท์​ รายงาน​

บรรยากาศ​ ชาวพุทธศาสนิกชนไทย​ ร่วมทำบุญใส่บาตรเนื่องในวันวิสาขบูชาโลก

      วันที่18​พฤษภาคม​2562เวลา07.30น.​ ท่านพระครู​ สิริสารวิสิฐ​ เจ้าคณะอำเภอหนองแคเจ้าอาวาสวัดบ้านลาดและชาวพุทธศาสนิกชนร่วมทำบุญใส่บาตรเนื่องในวันวิสาขบูชาประชาชนรับข้าวทิพย์และร่วมทำบุญในช่วงเย็นจะมีการเวียนเทียนรอบอุโบสถ
       ในช่วงเช้ามีบรรยากาศที่ชาวพุทธศาสนิกชนชาวไทยทั่วประเทศได้ร่วมทำบุญในวันวิสาขบูชาซึ่งเป็นวันเพ็ญขึ้น15ค่ำเดือน6​ ในวันวิสาขบูชา​ เป็นวันที่สำคัญวันหนึ่งแห่งพุทธศาสนาวันวิสาขบูชาที่เวียนมาถึงประชาชนรำลึกถึงพระเมตตาพระบารมีในการประสูติ​ ตรัสรู้​ ปรินิพพาน​ สามเหตุการณ์บรรจบครบรัศมีทุกหมู่เหล่าชาวพุทธอัญชลีแด่องค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้า​ ช่วงเย็นการเวียนเทียนเพื่อบูชาสัมมาสัมพุทธเจ้า​ ทุกวัด ก่อนถึงวันวันวิสาขบูชามีการกวนข้าวมทุตาญาต หรือกวนข้าวทิพย์​ ที่พระพุทธเจ้าได้เสวยแล้วได้ตรัสรู้​ รู้แจ้งเห็นจริงว่ามีการ​ เกิด​ แก่​ เจ็บ​ ตาย​ ไม่ว่า​ พืช​ สัตว์มนุษย์​ ที่ทุกคนหนีไม่พ้นจะมีรวย​หรือจะจน​ ก็หนีไม่พ้น​ จึงได้เป็นการตรัสรู้​ และมีพระภิษุสงฆ์มาร่วมกันโดยไม่ได้นัดหมายและปรินิพพานเป็นการเสื่อมไปของร่างกายและพระองค์จึงละทิ้งสังขารเป็น​ การเกิด การตรัสรู้​ ปรินิพพาน​ ภายในวันเดียวกันคือ​ วันขึ้น15ค่ำเดือน6​ จึงเป็นวันวิสาขบูชาของทุกปี/ดำรงค์ชื่นจินดาผู้สื่อข่าวสระบุรีรายงาน

บรรยากาศ​ ชาวพุทธศาสนิกชนไทย​ ร่วมทำบุญใส่บาตรเนื่องในวันวิสาขบูชาโลก

      วันที่18​พฤษภาคม​2562เวลา07.30น.​ ท่านพระครู​ สิริสารวิสิฐ​ เจ้าคณะอำเภอหนองแคเจ้าอาวาสวัดบ้านลาดและชาวพุทธศาสนิกชนร่วมทำบุญใส่บาตรเนื่องในวันวิสาขบูชาประชาชนรับข้าวทิพย์และร่วมทำบุญในช่วงเย็นจะมีการเวียนเทียนรอบอุโบสถ
      ในช่วงเช้ามีบรรยากาศที่ชาวพุทธศาสนิกชนชาวไทยทั่วประเทศได้ร่วมทำบุญในวันวิสาขบูชาซึ่งเป็นวันเพ็ญขึ้น15ค่ำเดือน6​ ในวันวิสาขบูชา​ เป็นวันที่สำคัญวันหนึ่งแห่งพุทธศาสนาวันวิสาขบูชาที่เวียนมาถึงประชาชนรำลึกถึงพระเมตตาพระบารมีในการประสูติ​ ตรัสรู้​ ปรินิพพาน​ สามเหตุการณ์บรรจบครบรัศมีทุกหมู่เหล่าชาวพุทธอัญชลีแด่องค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้า​ ช่วงเย็นการเวียนเทียนเพื่อบูชาสัมมาสัมพุทธเจ้า​ ทุกวัด ก่อนถึงวันวันวิสาขบูชามีการกวนข้าวมทุตาญาต หรือกวนข้าวทิพย์​ ที่พระพุทธเจ้าได้เสวยแล้วได้ตรัสรู้​ รู้แจ้งเห็นจริงว่ามีการ​ เกิด​ แก่​ เจ็บ​ ตาย​ ไม่ว่า​ พืช​ สัตว์มนุษย์​ ที่ทุกคนหนีไม่พ้นจะมีรวย​หรือจะจน​ ก็หนีไม่พ้น​ จึงได้เป็นการตรัสรู้​ และมีพระภิษุสงฆ์มาร่วมกันโดยไม่ได้นัดหมายและปรินิพพานเป็นการเสื่อมไปของร่างกายและพระองค์จึงละทิ้งสังขารเป็น​ การเกิด การตรัสรู้​ ปรินิพพาน​ ภายในวันเดียวกันคือ​ วันขึ้น15ค่ำเดือน6​ จึงเป็นวันวิสาขบูชาของทุกปี/ดำรงค์ชื่นจินดาผู้สื่อข่าวสระบุรีรายงาน