จังหวัดจันทบุรี ประชุมเตรียมความพร้อมการรับเสด็จ สมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าพัชรกิติยาภาฯ ณ อุทยานแห่งชาติเขาชะเมา – เขาวง และ พวา – พลู

          วันนี้ ( 2 ส.ค.62 ) ที่ ห้องประชุมเทศบาลตำบลพวา อ.แก่งหางแมว จ.จันทบุรี /นายพงษ์พัฒน์ วงศ์ตระกูล รอง ผวจ.จังหวัดจันทบุรี เป็นประธานประชุมหน่วยงานราชการ รัฐวิสาหกิจ องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น และผู้เกี่ยวข้อง เพื่อเตรียมความพร้อมการรับเสด็จ สมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าพัชรกิติยาภา นเรนทิราเทพยวดี ที่จะเสด็จฯทอดพระเนตรความก้าวหน้าการสร้างแหล่งอาหาร – แหล่งน้ำ ให้ช้างป่าและสัตว์ป่า ณ อุทยานแห่งชาติเขาชะเมา – เขาวง ในวันพฤหัสบดีที่ 8 สิงหาคม 2562 ให้เป็นไปด้วยความเรียบร้อย และ สมพระเกียรติฯ

          โดยครั้งนี้เป็นการทอดพระเนตร ติดตามความคืบหน้าการแก้ปัญหาช้างป่าที่คาบเกี่ยวในพื้นที่ 2 จังหวัด คือระยอง และ จันทบุรี ซึ่งในส่วนของจังหวัดจันทบุรีสมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าพัชรกิติยาภา ฯ จะเสด็จพระราชดำเนินทอดพระเนตรความก้าวหน้าการสร้างแหล่งอาหาร – แหล่งน้ำ หน่วยพิทักษ์อุทยานแห่งชาติ เขาชะเมา ชบ.7 พวา – พลู ตำบลพวา อำเภอแก่งหางแมว ซึ่งเป็นพื้นที่ที่มีช้างป่าออกมาหากินจำนวนมาก และช้างป่าฝูงนี้จะวนเวียนหากินในพื้นที่ อำเภอแก่งหางแมว ไม่กลับเข้าสู่ป่าใหญ่ เขาอ่างฤาไนย จึงจำเป็นที่ทุกหน่วยงานต้องบูรณาการความร่วมมือเพื่อให้ช้างป่า และ ชาวบ้านได้อยู่ร่วมกันอย่างปกติ และปลอดภัย มีการสร้างแหล่งอาหารให้เพียงพอแก่ช้างป่าเพื่อป้องกันมิให้ช้างป่าออกมาหากินในพื้นที่ชุมชนที่อยู่อาศัยของราษฎร ป้องกันผลกระทบที่อาจเกิดขึ้น รวมทั้งสร้างความสมบูรณ์แก่ทรัพยากรธรรมชาติ

ภาพ/ข่าว จรัล บรรยงคเสนา  ทีมข่าวภูมิภาค
นาย  พรเทพ เขม้นเขตวิทย์ รายงานจากศูนย์ข่าวภาคตะวันออก

จ.จันทบุรี เกิดเหตุ พายุลมแรง พัดต้นไม้ ป้ายโฆษณา หักโค่น สวนผลไม้เกษตรกร รวมทั้งบ้านเรือนประชาชนเสียหายหลายแห่ง

         ที่จังหวัดจันทบุรี ได้เกิดพายุลมแรง จากอิทธิพายุโซนร้อน วิภา มีศูนย์กลางอยู่บริเวณเกาะไหหลำ ประเทศจีนและจะขึ้นฝั่งประเทศเวียดนามใน สองวันนี้ ส่งผลกระทบให้เกิดพายุฝนและลมรุนแรงหลายพื้นทีในจังหวัดจันทบุรี ต้นไม้ กิ่งไม้ ป้ายโฆษณา ได้หักโค่นล้มใส่บ้านเรือนประชาชน เส้นทางคมนาคมได้รับความเสียหายหลายพื้นที่ โดยเฉพาะ สวนผลไม้ ไม่เว้นพื้นที่เขตเมือง มีป้ายโฆษณาถูกแรงลมพัดปลิว เสียหาย ต้นไม้หักโค่น ทำให้กระแสไฟฟ้าดับ หลายจุด บ้านเรือนประชาชนบางแห่งได้รับความเสียหายจากพายุลมแรง แผ่นหลังคาปลิว กระจกแตก ต้นไม้ล้มขวางทางการจราจร

เจ้าหน้าที่กู้ภัย อปพร. ป้องกันและบรรเทาสาธารณะภัยของเทศบาลท้องถิ่นต่าง ๆ การไฟฟ้าส่วนภูมิภาค อาสากู้ภัย และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เร่งสำรวจช่วยเหลือเยียวยา แก้ปัญหาเพื่อให้กลับเข้าสู่ภาวะปกติ ในส่วนของความเสียหายเจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้องได้ออกช่วยเหลือและประเมินความเสียหายเพื่อเยียวยาผู้ได้รับผลกระทบ ต่อไป

อย่างไรก็ตาม สำนักงานอุตุนิยมวิทยา และ สำนักงานป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยจังหวัดจันทบุรี ได้ออกประกาศแจ้งเตือนประชาชน และ เกษตรกร ให้เฝ้าระวังผลกระทบที่อาจจะเกิดขึ้นจากอิทธิพลโซนร้อน วิภา พื้นที่เสี่ยงดินโคลนถล่ม น้ำป่าไหลหลาก น้ำท่วมฉับพลัน น้ำรอการระบายให้ระมัดระวังเป็นพิเศษ พร้อมแจ้งผู้ประกอบการชายทะเล ให้ปักธงแดง เตือนนักท่องเที่ยว งดลงเล่นน้ำทะเลที่อาจจะเกิดอันตรายจากคลื่นลมแรงได้ เรือเล็กควรงดออกจากฝั่ง ในระยะนี้

ภาพ/ข่าว จรัล บรรยงคเสนา  ทีมข่าวภูมิภาค
นาย  พรเทพ เขม้นเขตวิทย์ รายงานจากศูนย์ข่าวภาคตะวันออก

ผู้ว่าราชการจังหวัดจันทบุรี ลงพื้นที่ตรวจเยี่ยมพบปะ มอบนโยบายแนวทางการปฏิบัติราชการ แก่ข้าราชการ กำนัน ผู้ใหญ่บ้าน ขยายผล นโยบายของรัฐบาล

          วันนี้ ( 1 ส.ค.62 ) ที่หอประชุมส่วนอำเภอเมืองจันทบุรี นายวิทูรัช ศรีนาม ผู้ว่าราชการจังหวัดจันทบุรี ได้นำหัวหน้าส่วนราชการที่เกี่ยวข้องเดินทางตรวจเยี่ยม ให้กำลังใจ และมอบนโยบาย แลกเปลี่ยนข้อมูลความคิดเห็น รับทราบปัญหา อุปสรรคกับผู้นำชุมชน ผู้บริหารองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น ข้าราชการระดับอำเภอ กำนัน – ผู้ใหญ่บ้าน ขยายผล นโยบายของรัฐบาลแนะแนวทางการปฏิบัติงาน บำบัดทุกข์ บำรุงสุข แก่ราษฎร สร้างความเชื่อมั่นแก่ประชาชน เน้นย้ำให้ กำนัน ผู้ใหญ่บ้าน ช่วยกันลด อบายมุขในหมู่บ้านของตนเอง

          เพื่อการพัฒนาจังหวัดจันทบุรีอย่างยั่งยืน ตอบสนองความต้องการของประชาชนในท้องถิ่นชนบท แต่ละพื้นที่ ในรูปแบบประชารัฐ ที่มุ่งเน้นการมีส่วนร่วมของภาคประชาชน ช่วยกันขับเคลื่อนแนวทางนโยบายของรัฐบาลตามที่ได้รับมอบหมายให้เกิดประโยชน์แก่ประชาชนสูงสุด ส่งเสริมอาชีพในท้องถิ่น ไม่ทิ้งถิ่นฐาน สร้างความมั่นคง มั่งคั่ง แก่ชุมชน น้อมนำหลักปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียง ไปปฏิบัติในชีวิตประจำวัน เพื่อเป็นพลังของจังหวัดจันทบุรี ทั้งยังต้องช่วยกันส่งเสริมเด็กและเยาวชนให้รู้จักการใช้เวลาว่างให้เกิดประโยชน์ รู้รักสามัคคี เทิดทูนไว้ซึ่งสถาบัน ชาติ ศาสนา และพระมหากษัตริย์

ภาพ/ข่าว จรัล บรรยงคเสนา  ทีมข่าวภูมิภาค
นาย  พรเทพ เขม้นเขตวิทย์ รายงานจากศูนย์ข่าวภาคตะวันออก

ชาวบ้านสุโขทัย วอนผู้ว่าและ ส.ส.ช่วยตามเงิน เวนคืนแก้มลิงวังทองแดง

         ชาวบ้านหมู่ 3 ตำบลวังทองแดง อ.เมือง จ.สุโขทัย จำนวน 10 คน เดินทางมาพบ นายไมตรี ไตรติลานันท์ ผู้ว่าราชการจังหวัดสุโขทัย และนางพรรณสิริ กุลนาถศิริ ส.ส.สุโขทัยเขต 1 เพื่อร้องเรียนและขอความเป็นธรรม ให้ช่วยเร่งรัดเงินชดเชยการเวนคืนที่ดิน บริเวณ ต.วังทองแดง อ.เมือง จ.สุโขทัย ซึ่งเป็นโครงการแก้มลิงวังทองแดง ของสำนักชลประทาน ที่ 4 ซึ่งก่อนจะมีการลงมือทำโครงการแก้มลิงวังทองแดง ทางโครงการได้มีการเข้ามาทำประชามติ ณ ศาลาหมู่บ้านวังทองแดง โดยมีผู้ใหญ่บ้านหมู่ 3 ต.วังทองแดง อ.เมือง จ.สุโขทัย และหน่วยงานชลประทาน เข้ามารับทราบในข้อตกลง ในการจ่ายเงินชดเชยค่าเสียหาย ค่าที่ดิน ค่าเวนคืนที่ดิน ของชาวบ้านที่อยู่ในพื้นที่โครงการแก้มลิงทองแดง ในราคา ไร่ละ 125,000 บาท ซึ่งมีมติในที่ประชุมกับประชาชน เมื่อเดือนกันยายน 2561 ว่าจะมีการจ่ายเงินชดเชยให้ แต่ก็มีการเลื่อนออกไปจนถึงขณะนี้ชาวบ้านกลุ่มดังกล่าวยังไม่ได้รับเงินค่าชดเชยเวนคืนที่ดินเลย

          นางปรีดาพร อิ่มขุนทอง อยู่บ้านเลขที่ 61/1 หมู่ 11 ต.นาขุนไกร อำเภอศรีสำโรง จังหวัดสุโขทัย หนึ่งในผู้เสียหายกล่าว่า ที่ดินของตน จำนวน 7 ไร่ 3 งาน ที่อยู่ในโครงการนี้ โดยหลังจากที่พวกตนตกลงยินยอมให้โครงการแก้มลิงวังทองแดง เข้ามาทำการขุดลอกและเตรียมพื้นที่เพื่อทพแก้มลิงไว้ใช้สำหรับเก็บกักน้ำเพื่อบรรเทาภัยแล้ง จนป่านนี้ก็ยังไม่ได้รับเงินชดเชย อีกทั้งพวกตนก็เป็นคนจน ต้องย้ายที่อยู่อาศัยไปอยู่ที่อื่น มีค่าใช้จ่าย จึงวอน ส.ส.สุโขทัย และผู้ว่าราชการจังหวัด เข้ามาให้การช่วยเหลือพวกตนด้วย

         ภายหลังจากรับทราบปัญหาของชาวบ้านกลุ่มนี้ นายไมตรี ไตรติลานันท์ ผู้ว่าราชการจังหวัดสุโขทัย ได้รับเรื่องไว้และจะติดตามทวงถามไปยังสำนักชลประทานที่ 4 ถึงการเวนคืนที่ดินเพื่อทำแก้มลิงวังทองแดง ซึ่งมีมติชัดเจนอยู่แล้ว่าจะต้องจ่ายให้กับราษฎรไร่ละเท่าไรเวลาไหน แต่ ณ ขณะนี้ ไม่เป็นไปตามที่ได้ตกลงกันไว้ ตนในฐานะผู้ว่าราชการจังหวัดก็จะรับเรื่องไว้และเร่งติดตามทวงถามให้แก่ราษฎรต่อไป

นายพงศ์เทพ สาคร รายงาน

ศูนย์ข่าวมุกดาหาร # กอ.รมน.ร่วมคณะประสานงานการปฏิบัติงานป้องกันและแก้ไขปัญหาการบุกรุกทำลายทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม(ด้านป่าไม้)

     วันที่ 30 กรกฎาคม 2562 เวลา 09.30 น. พลตรี วิชัย มารศรี หัวหน้าคณะประสานงานการปฏิบัติงานป้องกันและแก้ไขปัญหาการบุกรุกทำลายทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม(ด้านป่าไม้) ได้ลงพื้นที่รับทราบและแก้ไขปัญหากรณีวัดรอยพระพุทธบาทภูมโนรมย์ ปลูกสร้างรุกล้ำเขตพื้นที่อุทยาน จังหวัดมุกดาหาร และประชุมร่วมกับ เจ้าหน้าที่หน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ห้องประชุมสำนักงานทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมจังหวัดมุกดาหาร ชั้น 3 ประกอบด้วย นายสุรเดช อัคราช ผู้อำนวยการสำนักงานทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมจังหวัดมุกดาหาร พ.อ.พรเทพ ชิ้นสุวรรณ รองผู้อำนวยการรักษาความมั่นคงภายในจังหวัดมุกดาหาร , พล อ.ต.สมราญ ชมโท (ผู้แทนวัดรอยพระพุทธบาทภูมโนรมย์), หัวหน้าอุทยานแห่งชาติภูผาเทิบ,เจ้าพนักงานที่ดินจังหวัด โยธาธิการและผังเมืองจังหวัด, หัวหน้าสำนักงานจังหวัด นายอำเภอเมืองมุกดาหาร, นายกเทศมนตรีตำบลนาสีนวน

     เพื่อรับทราบ ตรวจสอบข้อเท็จจริงและติดตามการแก้ไขปัญหา กรณีวัดรอยพระพุทธบาทภูมโนรมย์ ปลูกสิ่งก่อสร้างรุกล้ำเขตพื้นที่อุทยานแห่งชาติภูผาเทิบ หลังจากชุด พญาเสือกรมอุทยาน โดยนายชัยวัฒน์ ลิ้มลิขิตอักษร ผู้อำนวยการสำนักบริหารพื้นที่อนุรักษ์ที่ 9 ได้ลงพื้นที่ตรวจสอบ และได้ประชุมหารือกับส่วนราชการที่เกี่ยวข้องและผู้แทนของวัด ในการหาทางออกร่วมกัน เมื่อวันที่ 2 กรกฎาคม 2562 ณ ห้องประชุมดอกช้างน้าว ศาลากลางจังหวัดมุกดาหาร โดยมีนายศักดิ์สิทธิ์ สกุลลิขเรศสีมา รองผู้ว่าราชการจังหวัดมุกดาหาร ได้รับมอบหมายจาก นายชยันต์ ศิริมาศ ผู้ว่าราชการจังหวัดมุกดาหาร เป็นประธานประชุมดังกล่าว ซึ่งที่ประชุมได้มีมติร่วมกัน ให้วัดรอยพระพุทธบาทภูมโนรมย์ ยื่นหนังสือต่อสำนักงานที่ดินจังหวัด ให้ดำเนินการตรวจสอบแนวเขตวัดใหม่ทั้งแปลง ตามเอกสารสิทธิ์ที่ดิน (น.ส.4 จ.) ซึ่งออกโดยกรมที่ดินเมื่อวันที่ 22 กุมภาพันธ์ 2561 พื้นที่ประมาณ 66 ไร่ 3 งาน 33 ตารางวา ภายในวันที่ 15 กรกฎาคม 2562 และให้มีเจ้าหน้าที่ ที่เกี่ยวข้องรวมทั้งผู้แทนจากวัดรอยพระพุทธบาทภูมโนรมย์ ลงพื้นที่ดูการรังวัดด้วย เพื่อให้เกิดความถูกต้องทั้ง 2 ฝ่าย ก่อนที่จะดำเนินการแก้ไขปัญหาต่อไป

     ทั้งนี้สืบเนื่องจาก ได้มีการร้องเรียนว่าวัดรอยพระพุทธบาทภูมโนรมย์ ได้ปลูกสิ่งก่อสร้างพญานาครุกล้ำเข้าไปในเขตอุทยานแห่งชาติภูผาเทิบ ซึ่งจากการตรวจสอบเบื้องต้นทางระบบ จีพีเอส และแนวเขตเดิม ซึ่งมีต้นไม้ขนาดปานกลางเป็นแนวแบ่งเขต ปรากฏว่ามีการเคลื่อนย้ายออกไป และมีการขยับแนวเขตวัดจากเดิมออกไป 16 เมตร ซึ่งเป็นส่วนของหางพญานาค และก่อนหน้านี้เคยมีปัญหาเรื่องการก่อสร้างพระใหญ่วัดรอยพระพุทธบาทภูมโนรมย์ โดยฐานองค์พระกินพื้นที่อุทยานแห่งชาติภูผาเทิบไปประมาณ 6 ไร่ ซึ่งในการแก้ปัญหาดังกล่าว ได้มีการประกาศให้เป็นเขตพุทธอุทยาน โดยให้วัดและจังหวัดมุกดาหารปลูกต้นไม้ทดแทนที่ถูกทำลายไป.


ธานินทร์, ฐานิตา, สมเกียรติ /ผู้สื่อข่าวมุกดาหาร

เดวิด มุกดาหาร หัวหน้าศูนย์ข่าว สำนักข่าวความมั่นคง มุกดาหาร รายงาน

สุโขทัย-วัยรุ่นซิ่งแข่งรถจยย.ก่อนเสียหลักแหกโค้งชนเสาหินอ่อนดับคาที่

https://youtu.be/28k6hzG1LU8

          วันที่ 1 สิงหาคม 2562 ศูนย์วิทยุ191 สุโขทัย รับแจ้งเหตุจากศูนย์วิทยุว่า มีอุบัติเหตุ รถจักรยานยนต์ 2 คันเกิดอุบัติเหตุเสียหลักชนเสาหินอ่อน ทำให้มีผู้เสียชีวิต หลังรับแจ้งจึงออกเดินทางไปยังที่เกิดเหตุเพื่อตรวจสอบ พร้อมประสานแพทย์เวรจากโรงพยาบาลสุโขทัยร่วมชันสูตรในเบื้องต้น

     ในจุดเกิดเหตุบริเวณ วงเวียนหอนาฬิกากลางใจเมืองสุโขทัย พบร่างผู้เสียชีวิต 1 รายทราบชื่อต่อมาคือนายพรพรหม พยัคฆ์ นอนเสียชีวิตอยู่ติดเสาหินอ่อนป้ายชื่อถนนขนาดใหญ่ ห่างจากร่างผู้เสียชีวิตประมาณ 2 เมตร พบผู้ได้รับบาดเจ็บอาการสาหัส 1 ราย ทราบชื่อต่อมานายมานพ ขลัง กู้ภัยบางแก้วจึงประสานรถกู้ชีพโรงบาลสุโขทัยนำส่งโรงพยาบาลสุโขทัย และพบรถจักยานยนต์ยี้ห้อฮอนด้าเวฟสีแดง ทะเบียนกวพ 393 สุโขทัยเป็นของผู้เสียชีวิตกระเด็นอยู่กลางถนนและรถจักยานยนต์ยีห้อฮอนด้า Pcx สีน้ำเงิน ทะเบียน1กฐ 11     87 สุโขทัยกระเด็นอยู่บนฟุตบาท

          ในที่เกิดเหตุได้สอบถามผู้เห็นการณ์เล่าว่าเห็นรถจักยานยนต์ 2 คนนี้ ขับแข่งกันมาด้วยความเร็วผ่าน วงเวียนหอนาฬิกา กลางเมืองสุโขทัย แล้วหลุดโค้งชนฟุตบาทและเสาป้ายหินอ่อนชื่อถนน

          จากนั้นพนักงานสอบสวน พร้อมแพทย์เวรโรงบาลสุโขทัย ชันสูตรศพผู้เสียชีวิตในเบื้องคนแล้วจึงมอบศพให้โรงบาลสุโขทัย เพื่อตรวจสอบสาเหตุการเสียชีวิตอีกครั้ง ก่อนมอบศพให้ญาติรับกลับไปบำเพ็ญกุศลทางศาสนาต่อไป

นายพงศ์เทพ สาคร รายงาน

รัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรมเป็นประธานเปิดโครงการพัฒนาศักยภาพ หมู่บ้านกองทุนแม่ของแผ่นดิน จังหวัดสุโขทัย

          วันนี้ 1 สิงหาคม 2562 เวลา 09.00 น. นายสมศักดิ์ เทพสุทิน รัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรม เป็นประธานเปิดโครงการพัฒนาศักยภาพหมู่บ้านกองทุนแม่ของแผ่นดินในการป้องกันและแก้ไขปัญหายาเสพติด ปีงบประมาณ 2562 จังหวัดสุโขทัย ณ โรงแรมไพลิน อำเภอเมืองสุโขทัย จังหวัดสุโขทัย โดยมี นายนิยม เติมศรีสุข เลขาธิการ ป.ป.ส. พร้อมด้วยคณะกรรมการกองทุนแม่ของแผ่นดินระดับดังหวัด 8 จังหวัด แกนนำหมู่บ้านกองทุนแม่ของแผ่นดินในพื้นที่ จำนวน 231 แห่งและผู้แทนจากหน่วยงานภาคี รวมจำนวน กว่า 1,000 คน เข้าร่วม เพื่อส่งเสริมสนับสนุนให้มีการป้องกัน แก้ไข และเฝ้าระวังปัญหายาเสพติดในหมู่บ้าน/ชุมชนกองทุนแม่ของแผ่นดิน ด้วยการน้อมนำพระบารมีของสถาบันพระมหากษัตริย์ ยึดโยงเพื่อเป็นศูนย์รวมใจให้เกิดพลังความรักความสามัคคีในหมู่บ้าน/ชุมชน

          จากนั้น ในเวลา 11.00 น. รัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรมพร้อมคณะ จะลงพื้นที่ตรวจเยี่ยม 2 พื้นที่ คือ บ้านใหม่บางกระบาน หมู่ 7 ตำบลยางซ้าย อำเภอเมือง จังหวัดสุโขทัย และ บ้านซ่าน หมู่ 1 อำเภอศรสำโรง จังหวัดสุโขทัย การดำเนินงานทั้ง 2 หมู่บ้านมีความโดดเด่น โดยเฉพาะบ้านใหม่บางกระบาน ซึ่งมีกำนัน คือ นางนุศรา บุญผล เป็นผู้นำที่มีจิตใจที่เข็มแข็ง ไม่ย่อท้อกับอุปสรรคและปัญหาที่เกิดขึ้น ทำให้สถานการณ์ยาเสพติดในพื้นที่ สามารถลดความรุนแรงเปลี่ยนเป็นหมู่บ้านที่มีความเข็มแข็ง และยังต่อยอดเป็นศูนย์การเรียนรู้ที่สามารถให้พื้นที่อื่นๆเ ข้ามาศึกษาดูงานและนำไปต่อยอดในพื้นที่อื่นได้ และอีกหมู่บ้าน คือ บ้านซ่าน หมู่ 1 อำเภอศรสำโรง มีนายชัยรัตน์ บัวนาค เป็นผู้ใหญ่บ้าน มีความมุ่งมั่นในการดำเนินงานที่ใช้พลังศรัทธาจากกองทุนหมู่บ้านของแผ่นดิน มีการดำเนินงานในหลากหลายรูปแบบ อาทิ กองทุนขยะเปลี่ยนเป็นเงิน การเยี่ยมบ้านให้กำลังใจ และยังช่วยเหลือผู้ผ่านบำบัดให้มีอาชีพและได้รับเงินทุนสนับสนุนจากสำนักงาน ป.ป.ส. ทำให้ทั้ง 2 หมู่บ้านประสบความสำเร็จตั้งอยู่บนรากฐานการให้โอกาส ความจงรักภักดีต่อสถาบันพระมหากษัตริย์ ทำให้เป็นพลังที่มีความเข้มแข็งอย่างแท้จริงในการเอาชนะปัญหาต่างๆ ได้เป็นผลสำเร็จ หากทุกหมู่บ้าน/ชุมชนทั่วประเทศ ได้ป้องกันและแก้ไขปัญหายาเสพติดตามแนวทางกองทุนแม่ของแผ่นดิน ย่อมเชื่อมั่นได้ว่าเราจะสามารถเอาชนะยาเสพติดได้อย่างยั่งยืน

          โดยนายสมศักดิ์ เทพสุทิน รัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรม กล่าวว่า ปัญหานี้ โดยกำหนดนโยบายให้ทุกภาคส่วน ร่วมมือกันดำเนินการป้องกันและปราบปรามยาเสพติดอย่างครบวงจร สามารถแก้ไขปัญหาได้อย่างมีประสิทธิภาพ โดยเฉพาะการป้องกันในระดับหมู่บ้าน/ชุมชน ซึ่งการดำเนินงานของหมู่บ้านกองทุนแม่ของแผ่นดินในภาพรวมประเทศ มีหมู่บ้านกองทุนแม่ของแผ่นดินตั้งแต่ปี 2547-2561 จำนวน 22,206 หมู่บ้าน/ชุมชน และมีหมู่บ้านต้นกล้าที่เตรียมพร้อมเข้ารับพระราชทานเงินขวัญถุงกองทุนแม่ของแผ่นดินในวันที่ 13 สิงหาคม 2562 จำนวน 1,193 หมู่บ้าน/ชุมชน ที่ก่อให้เกิดการรวมพลังของชุมชน จากพลังศักดิ์สิทธิ์ พลังศรัทธา พลังปัญญา นำไปสู่พลังในการป้องกันและแก้ไขปัญหายาเสพติดในระดับหมู่บ้าน/ชุมชนต่อไป

นายพงศ์เทพ สาคร รายงาน

ปฏิบัติการล้างบ่อนโดยชุดปฏิบัติการพิเศษกรมการปกครอง จับกุมบ่อนใหญ่เย้ยกฎหมาย กลางเมืองบางบ่อ จ.สมุทรปราการ

เมื่อเวลา 19.00 น. ของวันที่ 1 ส.ค 62 นายรณรงค์ ทิพย์ศิริ ผู้อำนวยการส่วนกำกับสืบสวนและปราบปราม สำนักการสอบสวนและนิติการ กรมการปกครอง พร้อมด้วยนายเอก โสภิษฐานน นายอำเภอบางบ่อ จ.สมุทรปราการ พ.ต.อ. สรวิศ สุขแพทย์ ผกก.สภ.บางบ่อ ได้นำกำลังเข้าตรวจค้นอาคารชั้นเดียวไม่มีเลขที่ ตั้งอยู่ในซอยรัตนราช 1 ถนนรัตนราช ตำบลบางบ่อ อำเภอบางบ่อ หลังได้รับแจ้งว่ามีการลักลอบเปิดบ่อนการพนัน มีผู้เล่นจำนวนมาก

จากการตรวจสอบเบื้องต้นรู้ว่าบ่อนการพนันแห่งนี้เป็นสิ่งที่ได้รับการยอมรับอย่างกว้างขวางห่างจาก รพ.บางบ่อเพียง1กม.เท่านั้น ทั้งนี้บ่อนดังกล่าวมีพื้นที่ประมาณ 1ไร่ ลักษณะเป็นบ่อนขนาดใหญ่มีกำแพงรั้วรอบขอบชิด มีพนักงาน2-3 คนเผ้าระวังที่ประตูตลอดเวลา

สำหรับการจับกุมครั้งนี้ สืบเนื่องมาจากทางกรมการปกครอง ได้รับแจ้งเบาะแสจากชาวบ้านว่ามีบ่อนการพนัน ตู้ม้า เจ้าหน้าที่จึงทำการปิดล้อมบริเวณอาคารชั้นเดียวและแสดงตัวเข้าจับกุม โดยพบว่าด้านในมีการเล่นพนันไฮโลและเสือมังกร

รายละเอียดการจับกุม

  • โต๊ะพนันไฮโล 1 โต้ะ และโต๊ะพนันเสือมังกร 3 โต้ะ รวม 4 โต้ะ
  • พบรถยนต์ จำนวน 40 คัน และจักรยานยนต์เกือบ 50 คัน
  • ผู้ถูกจับกุม 116 คน เป็นฝ่ายเจ้ามือ จำนวน 15 คน และนักพนัน จำนวน 101 คน
  • ของกลางเงินสดประมาณ 5 แสนบาท เงินหมุนเวียนในบ่อน เฉพาะวันนี้ 1.2 ล้านบาท

จึงควบคุมผู้ต้องหาทั้งหมดไปเขียนบันทึกการจับกุมและสอบปากคำเพิ่มเติม ก่อนส่งให้พนักงานสอบสวน สภ.บางบ่อดำเนินคดีต่อไป

Cr.จักรรินทร์/รายงาน

ตราด/ กอ.รมน.ตราด จัดโครงการสานไทยใจหนึ่งเดียวสร้างความสามัคคีปรองดอง (สานเสวนา) เพื่อสร้างความสามัคคีปรองดอง พื้นที่อําเภอคลองใหญ่ จ.ตราด

          วันที่ 1 สิงหาคม 2562 ที่หอประชุมเฉลิมพระเกียรติ 88 พรรษา ของอําเภอคลองใหญ่ จ.ตราด น.อ.ไพฑูรย์ เพ็ญต่าย รอง ผอ.รมน.จังหวัดตราด เป็นประธานเปิดโครงการสานไทยใจหนึ่งเดียวสร้างความสามัคคีปรองดอง (สานเสวนา) เพื่อสร้างความสามัคคีปรองดอง พื้นที่อําเภอคลองใหญ่

          โดยมี น.อ.พัฒนพงษ์ นุชนารถ หัวหน้ากลุ่มงานนโยบายแผนและการข่าว กอ.รมน.ตราด กล่าวรายงานถึงวัตถุประสงค์ในการจัดโครงการในครั้งนี้ มีประชาชนอําเภอคลองใหญ่ 20 หมู่บ้าน จํานวน 120 คน เข้าร่วมโครงการ โดยมีนายพีระ การุญ นายอําเภอคลองใหญ่ นายกเทศบาลตําบลคลองใหญ่ พร้อมด้วยหัวหน้าส่วนราชการท้องถิ่นให้เกียรติเข้าร่วมในพิธีเปิดโครงการฯ น.อ.ไพฑูรย์ รองผู้อํานวยการรักษาความมั่นคงภายในจังหวัดตราด กล่าว ตามที่ศูนย์ปรองดองสมานฉันท์เพื่อการปฎิรูป กองอํานวยการรักษาความมั่นคงภายในภาค 1 ในศูนย์ปรองดองสมานฉันท์เพื่อการปฎิรูป กองอํานวยการรักษาความมั่นคงภายในจังหวัดตราด จัดกิจกรรมการอบรม (สานเสวนา) ตามโครงการสานไทยใจหนึ่งเดียว สร้างความสามัคคีปรองดองในพื้นที่อําเภอคลองใหญ่ จ.ตราด โดยมีเป้าหมายเป็นผู้นําชุมชนและประชาชนในพื้นที่ จํานวน 120 คน มีวัตุประสงค์เพื่อให้ประชาชนได้มีโอกาสพบปะและแลกเปลี่ยนข้อคิดเห็นซึ่งกันและกัน เพื่อให้ชุมชนเกิดความรักสามัคคีปรองดอง และเพื่อให้ชุมชนเกิดความเข้มแข็งอันเป็นหนทางนําไปสู่ความมั่นคงของชาติ

          สําหรับการจัดอบรมในครั้งนี้ นอกจากจะมีวิทยากรจากกองอํานวยการรักษาความมั่นคงภายในจังหวัดตราด แล้วยังได้รับการสนับสนุนวิทยากรจาก สํานักงานสาธารณสุขจังหวัดตราด ซึ่งผ่านการอบรมวิทยากรขุนด่านจาก ศูนย์ปรองดองสมานฉันท์เพื่อการปฎิรูป กองอํานวยการรักษาความมั่นคงภายในภาค 1 ประจําปีปิดงบประมาณ 2562 ครั้งสุดท้ายอีกด้วย

ภาพ/ข่าว วิเชียร ม่วงสี  ทีมข่าวภูมิภาค
นาย พรเทพ เขม้นเขตวิทย์ รายงานจากศูนย์ข่าวภาคตะวันออก

รมช.มหาดไทยลงพื้นที่ประสบไฟป่า นำหน้ากากอนามัยแจก จนท.และประชาชนจิตอาสา

         วันนี้ (1 ส.ค.62) ที่สถานีควบคุมไฟป่าพรุควนเคร็ง ต.การะเกด อ.เชียรใหญ่ นครฯ นายนิพนธ์ บุญญามณี รมช.มหาดไทยพร้อมคณะได้เดินทางลงพื้นที่เพื่อเยี่ยมเป็นกำลังใจแก่ จนท.และประชาชนจิตอาสาในการปฏิบัติการดับไฟป่าพรุควนเคร็ง โดยมีการมอบหน้ากากอนามัยจำนวน 2 พันชุดให้กับ จนท.และจิตอาสาที่มาร่วมดับไฟในครั้งนี้
พร้อมกำชับสาธารณสุขให้การดูแลประชาชนหลังควันไฟปกคลุมพื้นที่จำนวนมาก ด้านกองทัพภาคที่ 4 นำรถตั้งโรงครัวพระราชทาน 2 คัน พร้อมนำอุปกรณ์พร้อมดับไฟ จากนั้นก็ได้รับฟังการรายงานผลการปฏิบัติหน้าที่ในการดับไฟโดยประมาณ 20 นาที

          จากนั้นนายนิพนธ์ฯ ได้เปิดเผยผู้สื่อข่าวถึงสถานการณ์ไฟป่าว่า ได้รับรายงานจากเจ้าหน้าที่ว่าที่ผ่านมาเหตุการณ์ไฟป่าไม่ได้เกิดขึ้นมานานมากถึง 3 ปีแล้ว เหตุการณ์ไฟไหม้ป่าพรุควนเคร็ง ครั้งนี้ถือเป็นครั้งที่ 2 ในรอบเดือนที่ผ่านมา โดยรอบนี้ได้เกิดไฟไหม้เมื่อวันที่ 29 กค.ที่ผ่านมาใน หมู่ 4,8 ต.การะเกด และหมู่ 8,9 ต.เขาพระบาท อ.เชียรใหญ่ พบว่ามีพื้นที่ป่าเสม็ดและพื้นที่ทำกินของชาวบ้านได้รับความเสียหายไปแล้วกว่า 2 พันไร่ ราษฎรได้รับผลกระทบกว่า 1,400 ครัวเรือน และมีผู้เจ็บป่วยจากการสูดดมควันไฟ 63 คนในจำนวนนี้มีอาการค่อนข้างหนัก 23 คน

          และสถานการณ์ไฟไหม้ป่าควนเคร็งในครั้งนี้ได้ลุกลามออกไปกินเนื้อที่ใน 4 อำเภอคือ อ.เชียรใหญ่,หัวไทร,เฉลิมพระเกียรติ และร่อนพิบูลย์ โดยเฉพาะผลกระทบจากควันไฟที่ปกคลุมพื้นที่บริเวณกว้างโดยตอนนี้ จนท.สามารถที่จะสกัดไฟไม่ให้ลุกลามเพิ่มขึ้นได้แล้วจากการระดมสรรพกำลังจากหน่วยต่างๆทั้งภาคใต้และภาคอื่นๆเข้ามา โดยเบื้องต้นนั้นก็พยายามสกัดพื้นที่ของไฟไม่ให้ขยายวงออกไป และเรื่องที่ 2 คือการรักษาชีวิตราษฎรหากพื้นที่ใดเสี่ยงมากก็จะต้องอพยพออกจากพื้นที่ไว้ก่อนและผลกระทบจากควันไฟ โดยทางสาธารณสุขได้เตรียมแพทย์พยาบาลในการดูแลคุณภาพชีวิตของประชาชนไว้แล้ว

          ตอนนี้ในส่วนของพื้นที่ได้เตรียมความพร้อมไว้แล้วคิดว่าเบื้องต้นไม่น่าจะมีปัญหา และได้มีการประสานกับกระทรวงเกษตรฯโดยมอบหมายให้กรมชลประทานในการขนส่งเครื่องสูบน้ำเข้ามาในพื้นที่โดยจะมีการวางจุดสูบน้ำ ทางปภ.ก็ได้ส่งรถฉีดน้ำทางไกลในระยะ3กม.โดยได้มีการเคลื่อนย้ายเข้ามาที่นี้แล้วในส่วนของอัตรากำลังทางกองทัพภาคที่4ก็ได้ส่งจนท.กว่า200คนเข้ามาประจำในพื้นที่แล้ว ซึ่งตนมองว่าความพร้อมของจนท.ทุกฝ่ายก็พร้อมเต็มที่ในการช่วยกันดับไฟป่า ส่วนระยะยาวนั้นก็ทราบว่าทางกรมอุทยานฯได้มีการมอบหมายให้มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ศึกษาเรื่องการป้องกันไฟ

          ต่อข้อถามที่มีการระบุว่า ไฟไหม้ป่าพรุควนเคร็งครั้งนี้มาจากฝีมือของมนุษย์นั้น นายนิพนธ์ฯระบุว่า ในส่วนของการทำผิดกฏหมายในการจุดไฟนั้นทางจังหวัดเองก็ได้สั่งการให้ทางอำเภอดูและสร้างความตระหนักแก่ประชาชนเพราะมันก่อให้เกิดความเสียหายและความเดือดร้อนแก่ประชาชนโดยพยายามที่จะทำความเข้าใจกับประชาชนกลุ่มนี้ส่วนการเผาเพื่อบุกรุกที่นั้น ทางอุทธยานก็ดูแลอยู่แล้วส่วนใหนที่เป็นการบุกรุกก็ต้องว่าไปตามกฎหมาย สิ่งที่จะต้องดูแลก็คือทำอย่างไรอย่าให้คนบุกรุกพื้นที่เพิ่มมากขึ้น

          จากนั้น รมช.มหาดไทยได้เดินทางเข้าพื้นที่ หมู่ 4 ต.การะเกด เพื่อดูพื้นที่ไฟไหม้ป่าพรุโดยไปที่บ้านของตาไข่ สดศรี คุณตาวัย 87 ปีที่อาศัยอยู่เพียงลำพังในทุ่งนากับวัวอีก 10 ตัว โดยพบว่าพื้นที่รอบบ้านตาไข่ฯ ได้ถูกไฟลุกลามเข้ามาเกือบถึงตัวบ้านตั้งแต่วันแรกที่เกิดเหตุ และ รมช.มหาดทไยพยายามที่จะพูดคุยเพื่อให้ตาไข่ฯ ออกไปอยู่ในที่ปลอดภัยเนื่องจาอยู่เพียงลำพัง แต่ตาไข่ฯ ก็ยืนกรานว่าจะขออยู่ที่บ้านขอตายที่บ้าน

          ทางด้านของกองทัพภาคที่ 4 ได้มีการจัดกำลังพลทหารร่วม 100 คน ในการสนับสนุนเจ้าหน้าที่จากส่วนต่างๆ พร้อมประเมินสถานการณ์ทุกชั่วโมงและมีการนำรถครัวสนามพระราชทานจำนวน 2 คันเข้าไปประกอบอาหารเลี้ยงประชาชนจิตอาสาและเจ้าหน้าที่ทีมาช่วยกันดับไฟ โดยทางแม่ทัพภาคที่ 4 ได้มีการสั่งเตรียมพร้อมทั้งด้านเครื่องจักรกลขนาดใหญ่และเฮลิคอปเตอร์ลำเลียงน้ำช่วยดับไฟโดยพร้อมสนับสนุนได้ทันที

          ด้านนายถาวรวัฒน์ คงแก้ว รองผู้ว่าราชการจังหวัดนครศรีธรรมราช ได้ประกาศให้พื้นที่ประสบไฟไหม้ป่าพรุควนเคร็ง 3 อำเภอ คือ อ.เชียรใหญ่ , หัวไทร และเฉลิมพระเกียรติ เป็นพื้นที่ประสบภัยพิบัติจากไฟป่าแล้ว และจะเร่งสำรวจความเสียหายเพื่อให้การช่วยเหลือชาวบ้านต่อไป

          สำหรับป่าพรุควนเคร็ง เป็นป่าพรุที่ใหญ่เป็นอันดับ 2 รองจากป่าพรุโต๊ะแดง จ.นราธิวาส โดยพื้นที่ป่าพรุควนเคร็งมีพื้นที่ทั้งหมดประมาณ 250,883 ไร่ เป็นพื้นที่ชุ่มน้ำขนาดใหญ่ในพื้นที่ภาคใต้ตอนกลางครอบคลุมพื้นที่คาบเกี่ยวของ 3 จังหวัด ตั้งแต่ลุ่มน้ำปากพนังในเขตอำเภอเฉลิมพระเกียรติ, เชียรใหญ่, หัวไทร, ชะอวด และร่อนพิบูลย์ จ. นครศรีธรรมราช อ.ควนขนุน จ.พัทลุง จนถึงพื้นที่ตอนบนของทะเลสาบสงขลาในพื้นที่ประกอบด้วยเขตห้ามล่าสัตว์ป่า 2 แห่ง ป่าสเงวนแห่งชาติพื้นที่ของโครงการมูลนิธิชัยพัฒนา เขตพื้นที่เพื่อการปฏิรูปที่ดิน (สปก) เขตพื้นที่เอกชนซึ่งรอบๆ พื้นที่มีประชาชนอยู่อาศัยหลายหมื่นคนที่ผ่านมาตั้งแต่ต้นปี 2562 เกิดไฟป่าไหม้ป่าพรุไปแล้ว 88 ครั้ง เนื้อที่ความเสียหายรวม 4,968 ไร่.

ธีรศักดิ์ อักษรกูล รายงาน