กอง​ปราบ​ฯ​ รวบสมาชิกแก๊งเงินกู้ดอกเบี้ยโหด ยิงผู้ใหญ่บ้านดับ หลังเจรจาไกล่เกลี่ยช่วยลูกบ้าน

          วันนี้​ วัน​เสาร์​ที่ 10 ส.ค.62​ ที่กองบังคับการ​ปราบปราม​ : พล.ต.ต.จิรภพ ภูริเดช ผบก.ป. ได้สั่งการให้ พ.ต.อ.เนติ วงษ์กุหลาบ ผกก 5 บก.ป. และพ.ต.ต.นิธิ ตรีสุวรรณ สว.กก.5 บก.ป.นำกำลังจับกุม นายปรีชา หรือหนู ไทยโสภา อายุ 52 ปี อยู่บ้านเลขที่ 777 หมู่ 16 ต.วังสมบูรณ์ อ.วังสมบูรณ์ จ.สระแก้ว ตามหมายจับศาลจังหวัดสระแก้วที่ 1639/2546 ลงวันที่ 8 ธ.ค.46 ข้อหา “ร่วมกันฆ่าผู้อื่นโดยไตร่ตรองไว้ก่อน,มีอาวุธปืนและเครื่องกระสุนปืนไว้ในความครอบครองโดยไม่ได้รับอนุญาต” โดย​สามารถ​จับกุม​ผู้ต้องหา​ได้​ที่บ้านเลขที่ 128 หมู่ 9 ต.บ้านยาง อ.เมือง จ.นครปฐม

          พ.ต.อ.เนติฯ กล่าวว่า นายปรีชาฯ ผู้ต้องหา ได้ร่วมกับ​นายสมหมาย ไทยโสภา และนายสมศักดิ์ เสรีไตรรัตน์ ปล่อยเงินกู้นอกระบบ โดยคิดดอกเบี้ยในอัตราเกินกว่าที่กฎหมายกำหนด ให้แก่ชาวบ้านในพื้นที่หมู่ 3 ต.วังสมบูรณ์ อ.วังสมบูรณ์ จ.สระแก้ว ซึ่งชาวบ้านส่วนใหญ่นั้นเป็นลูกหนี้ตามโครงการแก้ปัญหาความยากจน (กข.คจ.) เมื่อถึงกำหนดชำระหนี้ตามโครงการดังกล่าว ชาวบ้านจะยืมเงินจากกลุ่มผู้ต้องหาทั้ง 3 คน ไปใช้หนี้ตามโครงการ โดยกลุ่มผู้ต้องหาจะคิดดอกเบี้ยในอัตราสูง และมักข่มขู่ชาวบ้านที่ไม่มีเงินชำระหนี้

          พ.ต.อ.เนติฯ กล่าวต่อว่า จากนั้น นายสมจิตร แก้วมงคล อายุ 34 ปี ผู้ใหญ่บ้านหมู่ 3 ทราบเรื่องจึงพยายามเป็นตัวแทนชาวบ้านไปพูดคุยไกล่เกลี่ยกับกลุ่มผู้ต้องหาทั้ง 3 คนอยู่หลายครั้ง กระทั่งเมื่อวันที่ 14 เมษายน 2544 เวลา 21.00 น. นายสมจิตรฯ ได้ไปพูดคุยไกล่เกลี่ยกับกลุ่มผู้ต้องหาทั้ง 3 คน ที่บริเวณหน้าสำนักงานบริษัท ส.บุญเหลือ หมู่ 3 ต.วังสมบูรณ์ อ.วังสมบูรณ์ จ.สระแก้ว แต่เกิดมีปากเสียงกันอย่างรุนแรง

          ทำให้นายปรีชาฯ ไม่พอใจใช้อาวุธปืนลูกซอง เบอร์ 12 ที่เตรียมมายิงขึ้นฟ้า 1 นัด และยิงใส่ นายสมจิตรฯ อีก 1 นัด จนเสียชีวิตแล้วแยกย้ายกันหลบหนี จากนั้น นายสมหมายฯ และนายสมศักดิ์ฯ ได้เข้ามอบตัวกับเจ้าหน้าที่ตำรวจ ส่วนนายปรีชาฯ ยังคงหลบหนีคดีอยู่เรื่อยมา กระทั่งล่าสุดเจ้าหน้าที่สืบทราบ นายปรีชาฯ ได้มาประกอบอาชีพเป็นช่างซ่อมรถ และทำไร่อ้อยใน จ.นครปฐม จึงนำกำลังเข้าจับกุมได้หลังหลบหนีคดีมากว่า 18 ปี

          จากการสอบสวน นายปรีชาฯ ผู้ต้องหา ให้การปฏิเสธตลอดข้อกล่าวหา จึงแจ้งข้อหาตามหมายจับ​ ก่อนนำตัวผู้ต้องหา​ส่งพนักงานสอบสวน สภ.วังสมบูรณ์ ดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป

Cr.เจริญ​ผล​ เอี่ยม​พึ่ง
สุรเชษฐ​ ศิลา​นนท์​ รายงาน​

“รมช.เกษตรฯ​ ธรรมนัส” สั่งฝนหลวงช่วยภัยแล้ง จ.ขอนแก่น,จ.ชัยภูมิ และจ.ยโสธร ด่วน เร่งกรมชลฯเปิดทางส่งน้ำดิบทำประปา วิกฤติหนัก

          เมื่อวันที่ 9​ ส.ค.62​ : ร.อ.ดร.ธรรมนัส พรหมเผ่า รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์​ เดินทางไปยังจังหวัดขอนแก่น​ เพื่อตรวจสถานการณ์พื้นที่ที่ได้รับผลกระทบจากภัยแล้ง โดยจังหวัดขอนแก่น​ ประกาศเขตภัยพิบัติแล้งถึง 24 อำเภอ​ จากทั้งหมด 26 อำเภอ ซึ่งที่แรกได้ไปเยี่ยมเยียนประชาชนอำเภอชุมแพ,อำเภออุบลรัตน์ และอำเภอซำสูง โดยให้นโยบายว่า สิ่งที่จำเป็นเร่งด่วนที่สุดตอนนี้คือ การจัดหาแหล่งน้ำเสริมและการเยียวยาเกษตรกรที่ได้รับผลกระทบจากภัยแล้ง ซึ่งสั่งการให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องได้แก่ กรมชลประทาน,กรมฝนหลวง​และการบินเกษตร,กรมส่งเสริมการเกษตร,กรมวิชาการเกษตร และกรมการข้าวบูรณาการช่วยเหลือเกษตรกรและประชาชน​ อย่างเร่งด่วน

          นายทวีศักดิ์ ธนเดโชพล รองอธิบดีกรมชลประทานกล่าวว่า จังหวัดขอนแก่นมีพื้นที่ทั้งหมด 6,803,744 ไร่ เป็นพื้นที่เกษตร 4,873,125 ไร่ พื้นที่ชลประทาน 195,771 ไร่ หรือคิดเป็นร้อยละ 2.87 ของพื้นที่ทั้งหมด อ่างเก็บน้ำขนาดใหญ่มี 1 แห่งคือ เขื่อนอุบลรัตน์ ความจุเก็บกัก 2,431.30 ล้าน ลบ.ม. ซึ่งปัจจุบัน (9 ส.ค.62) มีปริมาณน้ำ 541.41 ล้าน ลบ.ม. คิดเป็นร้อยละ 22.27 ของความจุเก็บกัก น้ำใช้การได้ 40.26 ล้าน ลบ.ม. คิดเป็นร้อยละ 2.18 อยู่ในเกณฑ์น้ำน้อย โดยระบายน้ำเพื่อการอุปโภค-บริโภคและรักษาระบบนิเวศวันละ 0.50 ล้าน ลบ.ม. มีอ่างเก็บน้ำขนาดกลาง 14 แห่ง ความจุรวม 105.88 ล้าน ลบ.ม. มีน้ำ 28.61 ล้าน ลบ.ม. คิดเป็นร้อยละ 27.02 ของความจุทั้งหมด มีน้ำใช้การได้ 13.28 ล้าน ลบ.ม. คิดเป็นร้อยละ 14.96 อ่างขนาดกลางที่มีความจุน้อยกว่าร้อยละ 30 มี 10 แห่ง ส่วนสถานการณ์น้ำ​ แม่น้ำชีตอนบน​ และแม่น้ำชีตอนกลางอยู่ในเกณฑ์น้ำน้อย สำหรับแม่น้ำชีตอนล่าง​ อยู่ในเกณฑ์เฝ้าระวัง เพราะน้ำค่อนข้างน้อย สำหรับสาเหตุที่อ่างขนาดใหญ่​ และขนาดกลางมีน้ำน้อยเนื่องจากฝนตกต่ำกว่าค่าเฉลี่ย โดยเฉพาะในจังหวัดขอนแก่นมีฝนตกสะสม (1 ม.ค.- 9 ส.ค. 62) วัดได้ 507.8 มิลลิเมตรซึ่งต่ำกว่าค่าเฉลี่ยถึงร้อยละ 59.54

          ด้านนายศักดิ์ศิริ อยู่สุข ผู้อำนวยการสำนักงานชลประทานที่ 6 รายงานว่า ได้ช่วยเหลือราษฎรที่ได้รับผลกระทบจากสภาพน้ำในลำน้ำชีตื้นเขินด้วยการระบายน้ำจากเขื่อนลำปาว จังหวัดกาฬสินธุ์ เขื่อนอุบลรัตน์ จังหวัดขอนแก่น พร้อมทั้งได้เพิ่มการระบายน้ำจากเขื่อนมหาสารคาม​ และเขื่อนร้อยเอ็ดเพื่อให้สถานีสูบน้ำเพื่อการประปาที่อยู่ตลอดสองฝั่งลำน้ำชีนำน้ำไปใช้เพื่อการอุปโภค-บริโภค ตลอดจนยังเป็นการรักษาระบบนิเวศน์ของลำน้ำ อีกทั้งนำเครื่องจักรเข้าไปขุดลอกเปิดทางน้ำ ส่งเครื่องสูบน้ำเข้าไปช่วยเหลือ พร้อมลงพื้นที่ชี้แจงสร้างความเข้าใจให้กับประชาชน โดยได้ขอความร่วมมือจากเกษตรกรให้ชะลอการปลูกข้าวออกไป ส่งผลให้ในปัจจุบันสถานการณ์น้ำในแม่น้ำชีดีขึ้น ในปัจจุบันจึงได้พิจารณาปรับลดการระบายน้ำจากเขื่อนลำปาวลงลำน้ำชีเพื่อสำรองน้ำไว้สำหรับการอุปโภค-บริโภค ซึ่งมีความสำคัญมากที่สุด ยืนยันว่า ปัจจุบันไม่มีพื้นที่เสี่ยงขาดแคลนน้ำเพื่อการประปาและจะมีน้ำเพียงพอตลอดถึงฤดูแล้ง 2562/63 สำหรับการให้ความช่วยเหลือในพื้นที่จังหวัดขอนแก่น โครงการส่งน้ำฯ หนองหวาย ได้ส่งน้ำหน้าฝายหนองหวายกว่า 10 ล้าน ลบ.ม. ไปช่วยนาข้าวในอำเภอน้ำพองกว่า 160,000 ไร่ ได้ติดตั้งเครื่องสูบน้ำช่วยเหลือนาข้าว 4,200 ไร่ ที่ตำบลท่ากระเสริม อำเภอน้ำพอง​ และติดตั้งเครื่องสูบน้ำเพื่อสูบน้ำจากอ่างทุ่งพังพืดเข้าสู่บ่อพักน้ำดิบเพื่อผลิตประปาช่วยเหลือราษฎร ตำบลหัวทุ่ง อำเภอพล 430 ครัวเรือน นอกจากนั้นโครงการส่งน้ำฯ ชีกลางเพิ่มน้ำเหนือเขื่อนมหาสารคามเพื่อให้สถานีผลิตน้ำประปาท่าพระ (หนองบัวดีหมี) ตำบลท่าพระ อำเภอเมือง​ มีน้ำดิบใช้ผลิตน้ำประปาด้วย

          สำหรับที่จังหวัดชัยภูมิประกาศเขตภัยพิบัติแล้ง 7 ตำบลในอำเภอบำเหน็จณรงค์​ ได้สูบน้ำจากแหล่งน้ำต่างๆ เข้าช่วยเหลือชาวบ้านแล้ว ส่วนที่จังหวัดยโสธรนั้น โครงการส่งน้ำและบำรุงรักษาชีกลางขุดเปิดสันตะกอนทรายท้ายเขื่อนร้อยเอ็ด เพื่อให้การระบายน้ำลงสู่พื้นที่ตอนล่างเป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพ โดยวันนี้ปรับเพิ่มการระบายน้ำเขื่อนร้อยเอ็ดจากเดิมวันละ 420,000 ลบ.ม. เป็นวันละ 1.80 ล้าน ลบ.ม. เพื่อช่วยเติมน้ำชีตอนล่างหน้าเขื่อนยโสธร จังหวัดยโสธร เพื่อสนับสนุนน้ำในการการผลิตน้ำประปาของการประปาส่วนภูมิภาคสาขา จ.ยโสธร​ ต่อไป

สุรเชษฐ​ ศิลา​นนท์​ รายงาน​

กองปราบฯ​ ร่วมจับผู้ต้องหาร่วมกันฆ่า 2 หนุ่มสุพรรณฯ เมื่อปี 53 หลบหนีคดีนานกว่า 9 ปี

          วันนี้​ วัน​เสาร์​ที่​ 10​ ส.ค.62​ ที่กอง​บังคับการ​ปราบปราม​ : พล.ต.ต.จิรภพ ภูริเดช ผบก.ป.พร้อมด้วย พ.ต.อ.สุรพงษ์ ชาติสุทธิ์ รองผบก.ป,พ.ต.อ.สมพร ทองรอด รองผบก.สส.บช.ภ.6,พ.ต.อ.วิระชาญ ขุนไชยแก้ว ผกก.6 บก.ป.,พ.ต.อ.ภูวดิท คงเพ็ชร ผกก.สภ.อู่ทอง.,พ.ต.ท.พงษ์ปณต ชูแก้ว รองผกก.6 บก.ป.,พ.ต.ท.วันพิชิต วัฒนศักดิ์มณฑา​ รองผกก.6 บก.ป.,พ.ต.ท.พงษ์พันธ์ ศิริภัทรนุกูล รองผกก.6 บก.ป.,พ.ต.ท.อภิชาติ เรนชนะ รองผกก.6 บก.ป.,พ.ต.ต.หัตถพล ทองคำ สว.กก.6 บก.ป.,พ.ต.ต.วาทิต จิตรจันทึก สว.กก.6 บก.ป.พร้อมเจ้าหน้าที่ตำรวจ กก.6 บก.ป.

     ได้ร่วมกันจับกุม นายรุ่งอรุณหรือขอด แคนเพชร อายุ 34 ปี ผู้ต้องหาตามหมายจับศาลจังหวัดสุพรรณบุรี ที่ 364/1553 ลงวันที่ 3 ส.ค.53 ข้อหา “ร่วมกันฆ่าผู้อื่นโดยเจตนา” โดยสามารถจับกุมผู้ต้องหา​ได้ที่ หน้าร้านวัสดุก่อสร้างแห่งหนึ่ง ต.อ่าวนาง อ.เมือง จ.กระบี่ เมื่อวัน     ที่ 8 สิงหาคม 2562 เวลาประมาณ 11.30 น.

          เนื่องด้วย เมื่อวันที่ 30 มิถุนายน 2553 เวลาประมาณ 08.00 น. สภ.อู่ทอง ได้รับแจ้งเหตุว่ามีคนตาย 2 คน ที่บริเวณเพิงพักไม่มีเลขที่ หมู่ 15 ต.จรเข้สามพัน อ.อู่ทอง จ.สุพรรณบุรี เจ้าหน้าที่ตำรวจจึงรุดไปตรวจที่เกิดเหตุ เมื่อไปถึงที่เกิดเหตุพบศพ 2 ศพ ทราบชื่อคือ นายณรงค์ ศรีเหรา และนายวิรัตน์ ฉิมพาลี โดยนายณรงค์ฯ เป็นลูกจ้างเลี้ยงวัวให้กับนายวิรัตน์ฯ สภาพศพ ทั้ง 2 ถูกของมีคมฟันที่บริเวณศีรษะ บริเวณที่เกิดเหตุพบอาวุธมีดตกอยู่ จำนวน 2 เล่ม สภาพที่เกิดเหตุมีร่องรอยการต่อสู้กัน

          จากนั้นเจ้าหน้าที่ตำรวจจึงได้ทำการออกสืบสวนภายในพื้นรับผิดชอบ​ และได้สอบถามพยานถึงรายละเอียดของเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น ซึ่งจากการสืบสวนในคดีนี้ทำให้ทราบว่าคนร้ายในคดีนี้มีจำนวน 2 คน คือนายอนันต์ แผนสมบูรณ์​และนายรุ่งอรุณ​ หรือขอด แคนแพชร (ผู้ต้องหาที่ถูกจับกุม) โดยนายรุ่งอรุณฯ และนายอนันต์ฯ มีคอกวัวและได้เลี้ยงวัวอยู่บริเวณที่เดียวกันและจะไปเที่ยวด้วยกันตลอด เจ้าหน้าที่ตำรวจจึงได้ออกสืบสวนและติดตามจับกุมผู้ต้องหาทั้ง 2 จนทราบว่านายอนันต์ฯได้เสียชีวิตแล้วที่ จ.ขอนแก่น ส่วนนายรุ่งอรุณฯ ยังไม่ทราบว่าหลบหนีอยู่ที่ใด

          ต่อมาเมื่อวันที่ 8 ส.ค.62 เจ้าหน้าที่ตำรวจ กก.6 บก.ป. ได้ทำการสืบสวนหาตัวนายรุ่งอรุณฯ จนทราบว่านายรุ่งอรุณฯ ได้หลบหนีมากบดานอยู่ที่ จ.กระบี่ โดยมาทำงานอยู่ที่ร้านค้าวัสดุก่อสร้างแห่งหนึ่ง ใน ต.อ่าวนาง อ.เมือง จ.กระบี่ จากนั้นเจ้าหน้าที่ตำรวจจึงได้ไปทำการตรวจสอบยังร้านดังกล่าว และพบว่านายรุ่งอรุณฯ ได้มาทำงานอยู่ที่ร้านดังกล่าวจริง เจ้าหน้าที่ตำรวจจึงได้นำกำลังเข้าจับกุมตัว นายรุ่งอรุณฯ

          เบื้องต้นนายรุ่งอรุณฯ ยังให้การปฏิเสธว่าในวันเกิดเหตุ นายอนันต์ฯ ได้มาชวนตนไปทวงเงินค่าขายวัว แต่ตนไม่ได้ไปกับนายอนันต์ฯ จากนั้นไม่นานนายอนันต์ฯ ได้กลับมาหาตน แล้วขอช่วยให้ไปส่งที่บ้าน ตนจึงยอมไปส่งนายอนันต์ฯ ที่บ้าน โดยตนสังเกตุ​เห็นว่าตัวของนายอนันต์ฯ มีเลือดติดอยู่ตามลำตัว แต่ตนไม่ทราบว่านายอนันต์ฯ ไปทำอะไรมา จากนั้นนายอนันต์ฯ ก็พูดว่า “มึงก็พลอยไปกับกูด้วย เพราะมึงมาส่งกู” เมื่อตนกลับมาถึงบ้านตนจึงได้หลบหนีไปบวชที่ จ.กาญจนบุรี จำนวน 1 พรรษา

          จากนั้นเมื่อสึกจากพระตนได้เดินทางลงภาคใต้เพื่อมาหางานทำ จนได้มาทำงานอยู่ที่ร้านช่องพลีก่อสร้าง เจ้าหน้าที่ตำรวจจึงได้แสดงหมายจับ และได้แจ้งข้อกล่าวหา “ร่วมกันฆ่าผู้อื่นโดยเจตนา” พร้อมกับแจ้งสิทธิ์ทั้งหมดให้ทราบ จากนั้นเจ้าหน้าที่​จึงควบคุมตัวผู้ต้องส่งพนักงานสอบสวน​ สภ.อู่ทอง จ.สุพรรณบุรี เพื่อดำเนินคดี​ตามกฎหมายต่อไป

Cr.เจริญ​ผล​ เอี่ยม​พึ่ง
สุรเชษฐ​ ศิลา​นนท์​ รายงาน​

“ดร.หิมาลัย” ปลื้ม​ ร่วมยินดีกับบุตรสาวคนโตรับปริญญาโท ใบที่ 2

          ดร.หิมาลัย ผิวพรรณ พร้อมด้วย ภริยา บินด่วนร่วมแสดงความยินดี กับ น้องพริม หทัยรัตน์ ผิวพรรณ บุตรสาวคนโตทั้งสวยทั้งเก่ง ได้จบการศึกษาระดับปริญญาโท ใบที่ 2 สาขา International Marketing จาก Hult International Business School ณ เมือง Boston ประเทศ สหรัฐอเมริกา เมื่อวันที่ 8 ส.ค. 2562 ที่ผ่านมา

สุรเชษฐ​ ศิลา​นนท์​ รายงาน​

สืบสวนชนะสงคราม​ ติดตาม​คดีรถเฉี่ยวชนคนเดินข้ามถนน ตรงทางม้าลาย บริเวณแยกคอกวัว

ข่าว​ตำรวจ​นครบาล

         วันนี้​ วัน​เสาร์​ที่​ 10 ส.ค.62 เวลา 10.00 น.ณ​ ลานแถลงข่าว​ ชั้น​1​ อาคาร​บช.น.​: พล.ต.ตร.​เสนิต สำราญสำรวจกิจ ผบก.น.1​ พร้อมด้วย​ พ.ต.อ.มนต์ชัย ศรีประเสริฐ, พ.ต.อ.นครินทร์, พ.ต.อ.รัชพล ชนะศรีขจร รอง ผบก.น.1, พ.ต.อ.พาติกรณ์ ศรชัย​ ผกก.สน.ชนะสงคราม, พ.ต.อ.นริศ ปรารถนาพร ผกก.สส.บก.น.1, พ.ต.ท.ไตรรัตน์ เพ็งนู รองผกก.สส.สน.ชนะคราม​ พร้อมกำลังเจ้าหน้าที่ฝ่ายสืบสวน กก.สส.บก.น.1 และกำลังเจ้าหน้าที่ฝ่ายสืบสวน สน.ชนะสงคราม​ ร่วมแถลงคดีขับรถโดยประมาท เฉี่ยวชนผู้อื่นได้รับบาดเจ็บ โดยผู้เสียหายได้เดินข้ามถนน ตรงทางม้าลาย บริเวณแยกคอกวัว ถ.ราชดำเนินกลาง​

          พล.ต.ต.ดร.เสนิต​ฯ​ กล่าวว่า​ เมื่อวันที่ 16 กรกฎาคม 2562 นายวีรวัฒน์ สถิตสวัสดิ์โชค อายุ 27​ ปี ได้เดินข้ามถนนที่ทางม้าลาย บริเวณแยกคอกวัว ถ.ราชดำเนินกลาง แขวงบวรนิเวศ เขตพระนคร กทม. ได้ถูกรถตู้โตโยต้า คอมมูเตอร์ สีขาว พุ่งชนตรงทางม้าลาย ได้รับบาดเจ็บเอ็นหัวเข่าขาด รอผ่าตัดอยู่ที่ รพ.บางไผ่ โดยผู้ขับขี่รถตู้คันดังกล่าวได้หลบหนีไป จึงแจ้งความร้องทุกข์ต่อพนักงานสอบสวน สน.ชนะสงคราม และได้ร้องเรียนผ่านสถานีวิทยุ จส.100

          จากการสืบสวนติดตามผู้กระทำความผิดมาดำเนินคดีตามกฎหมายโดยเร็ว เจ้าหน้าที่ตำรวจได้สืบสวนติดตามโดยตรวจสอบภาพกล้องวงจรปิดบริเวณที่เกิดเหตุ และบริเวณใกล้เคียงจนกระทั่งสืบทราบว่ารถตู้คันดังกล่าวคือรถยนต์ตู้ ยี่ห้อ TOYOTA รุ่น HIACE สีขาว ทะเบียน ฮบ-8258 กรุงเทพมหานคร โดยผู้ขับขี่ในวันเกิดเหตุคือนายสมศักดิ์ พระศรีสวัสดิ์หรือนายเบิร์ด เจ้าหน้าที่ตำรวจจึงได้เชิญตัวให้มาพบพนักงานสอบสวน สน.ชนะสงคราม ซึ่งพนักงานสอบสวนได้แจ้งข้อกล่าวหา “ขับรถโดยประมาทเป็นเหตุให้ผู้อื่นได้รับบาดเจ็บ​ ไม่หยุดรถให้ความช่วยเหลือตามสมควร​ และไม่แสดงตัวไม่แจ้งเหตุต่อพนักงานเจ้าหน้าที่ที่ใกล้เคียงทันที” เพื่อดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป

          พล.ต.ดร.เสนิตฯ​ กล่าวต่อว่าทั้งนี้ได้ฝากถึงประชาชนที่ใช้รถใช้ถนนในการเดินทางให้ระมัดระวังความปลอดภัยในการใช้รถใช้ถนน โดยเฉพาะอย่างยิ่งบริเวณใกล้กับทางม้าลายที่มีคนข้ามถนน และหากพบเห็นผู้กระทำความผิดบนท้องถนนสามารถแจ้งให้เจ้าหน้าที่ตำรวจทราบได้ทางหมายเลขโทรศัพท์ 191 ตลอด 24 ชั่วโมง

สุรเชษฐ​ ศิลา​นนท์​ รายงาน​

กองปราบฯ​ บุกรวบ​ “หอนฉ้าว” เฒ่าหื่นลวนลามเด็กหญิง 5 ขวบ หลบหนีคดีนาน 14 ปี

          วันนี้​ วัน​เสาร์​ที่​ 10 ส.ค.62​ ที่กองบังคับการ​ปราบปราม : พล.ต.ต.จิรภพ ภูริเดช ผบก.ป.ได้สั่งการ พ.ต.อ.เนติ วงษ์กุหลาบ ผกก.5 บก.ป. และ​ พ.ต.ท.ฤทธิชัย ชุมช่วย สว.กก.5 บก.ป. นำกำลังเข้าจับกุม นายหอนฉ้าว​ หรือฉ้าว แซ่อุ่น อายุ 62 ปี อยู่บ้านเลขที่ 21/53 หมู่ที่ 8 ต.บางนายสี อ.ตะกั่วป่า จ.พังงา ตามหมายจับศาลจังหวัดยะลา ที่ จ.96/2548 ลงวันที่ 14 มีนาคม 2548 ข้อหา “กระทำอนาจารเด็กอายุไม่เกินสิบห้าปี,พรากเด็กอายุยังไม่เกินสิบห้าปีไปเสียจาก บิดา มารดา,ใช้กำลังประทุษร้ายผู้อื่น” โดยสามารถจับกุมผู้ต้องหา​ได้ที่บ้านเลขที่ 18 หมู่ 2 ต.ลำภี อ.ท้ายเหมือง จ.พังงา

          ทั้งนี้เมื่อวันที่ 9 ธันวาคม 2547 นายหอนฉ้าวฯ ผู้ต้องหาได้หลอกลวง ด.ญ.เอ (นามสมมติ) อายุ 5 ปี เข้าไปในห้องนอนที่บ้านพักของผู้ต้องหา ก่อนลงมือทำอนาจารโดยใช้อวัยวะเพศถูไถจนสำเร็จความใคร่ จากนั้น ด.ญ.เอฯ ได้เล่าเรื่องที่เกิดขึ้นให้ผู้ปกครองฟัง จึงได้ไปแจ้งความดำเนินคดีกับพนักงานสอบสวน สภ.เมืองยะลา กระทั่งศาลออกหมายจับไว้

         ต่อมาเจ้าหน้าที่สืบทราบว่า นายหอนฉ้าวฯ ได้หลบหนีมากบดานอยู่ใน จ.พังงาบ้านเกิด จึงนำกำลังเข้าจับกุมได้หลังหลบหนีคดีมากว่า 14 ปี สอบสวนเบื้องต้นผู้ต้องหาให้การรับสารภาพตลอดข้อกล่าวหา จึงควบคุมตัวส่งพนักงานสอบสวน สภ.เมืองยะลา เพื่อดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป

Cr.เจริญ​ผล​ เอี่ยม​พึ่ง
สุรเชษฐ​ ศิลา​นนท์​ รายงาน​

“ธรรมนัส รมช.เกษตรฯ” ลงพื้นที่ติดตาม ตรวจภัยแล้ง จ.ขอนแก่น มั่นใจแก้วิกฤติน้ำได้ในปีนี้

          ร.อ.ดร.ธรรมนัส พรหมเผ่า รมช.เกษตร​ฯ ลงพื้นที่ตรวจสถานการณ์ภัยแล้ง และพบปะประชาชนจ.ขอนแก่น ย้ำสั่งให้ทำฝนหลวง ฝนเทียมทั่วประเทศแล้ว พร้อมทำแหล่งน้ำขนาดเล็กช่วยบรรเทาความเดือดร้อนประชาชน มั่นใจ ปีนี้รัฐบาลแก้วิฤติน้ำแล้งได้แน่นอน

          ร.อ.ดร.ธรรมนัส พรหมเผ่า​ รัฐมนตรีช่วยว่าการ​กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ กล่าวภายหลังลงพื้นที่ตรวจสถานการณ์ภัยแล้งในหลายอำเภอของจังหวัดขอนแก่น รวมถึงตรวจปริมาณน้ำในเขื่อนอุบลรัตน์ ว่า หลังจากลงพื้นที่ตรวจสอบแล้วพบว่า ปัญหาสำคัญคือ ภัยแล้งจากฝนทิ้งช่วง ซึ่งได้มอบหมายให้หน่วยงานที่รับผิดชอบที่ได้ลงมาพื้นที่ในครั้งนี้ด้วยเช่น รองอธิบดีกรมชลประทาน อธิบดีกรมพัฒนาที่ดิน กรมฝนหลวง​ และ เลขาธิการ สำนักงานปฏิรูปที่ดินเพื่อเกษตรกรรม หรือ ส.ป.ก.นำปัญหาที่ได้รับฟังจากประชาชนโดยตรงไปแก้ปัญหาโดยด่วน

          สำหรับปัญหาแหล่งน้ำขนาดเล็กนั้น ได้มอบหมายให้ทางกรมพัฒนาที่ดิน ทำแหล่งน้ำขนาดเล็กตามงบประมาณเพื่อเก็บกักน้ำไว้ มั่นใจจะสามารถเยียวยาและป้องกันปัญหา ภัยแล้งในปีหน้าได้ ส่วนกรมฝนหลวง ตนได้สั่งให้ทำฝนหลวง ฝนเทียมทั่วประเทศ แล้วซึ่งการทำฝนหลวงไม่ยาก แต่ขึ้นอยู่กับสภาพภูมิกาศ ความชื้น และเมฆด้วย

          ส่วนปริมาณน้ำในอ่างเก็บน้ำ ถือว่าเป็นปัญหาใหญ่มาก ถือเป็นภาพรวมที่เราต้องแก้ปัญหา เพราะวิกฤติน้ำเหมือนที่เคยเกิดในปี 2558 แต่ก็ผ่านมาได้ ดังนั้นในปีนี้เราก็ต้องสามารถผ่านไปได้เช่นกัน ในรูปแบบบูรณาการ ซึ่งเรื่องนี้ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ได้กำชับให้แก้ปัญหาแบบบเอาจริงเอาจัง ซึ่งทุกภาคส่วนจะร่วมกันแก้ปัญหา ดังนั้นหลังจากรับฟังปัญหาที่จังหวัดขอนแก่นแล้ว ก็จะรีบประชุมกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเพื่อแก้ปัญหาต่อไป

          ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ตั้งแต่ช่วงเช้าที่ผ่านมา ร.อ.ดร.ธรรมนัส พรหมเผ่า รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ พร้อมด้วย นายสมศักดิ์ จังตระกุล ผู้ว่าราชการจังหวัดขอนแก่น,นายเอกราช ช่างเหลา ส.ส.แบบบัญชีรายชื่อ พรรคพลังประชารัฐ และเป็นหัวหน้ากลุ่ม ส.ส.ระบบเขตขอนแก่นและภาคอีสานตอนบนพรรคพลังประชารัฐ ตลอดจน ข้าราชการหน่วยงานสังกัดในพื้นที่ ได้ลงพื้นที่พบปะประชาชน เริ่มจาก วัดโนนแห่โพธิ์ชัย บ้านหอย ต.โนนอุดม อ. ชุมแพ จ. ขอนแก่น เพื่อเป็นประธานในพิธี เททอง หล่อพระโพธิ์ชัยรัตนศรีมงคล เป็นสิริมงคล สร้างขวัญกำลังใจแก่ชาวบ้านและเกษตรกร

          จากนั้น ได้เดินทางไป ตรวจเยี่ยมการดำเนินการพัฒนาแหล่งน้ำ บ้านบึงนาเพียง ต.นาเพียง อ.ชุมแพ จ.ขอนแก่น พร้อมปล่อยพันธุ์ปลา ปลูกต้นไม้ร่วมกับชุมชน ก่อนจะไป ตรวจเยี่ยมสถานการณ์ผลกระทบจากภัยแล้งจังหวัดขอนแก่น ณ เขื่อนอุบลรัตน์ อำเภออุบลรัตน์ ส่วนช่วงบ่ายได้เดินทางไปที่ว่าการอำเภอซำสูง ตรวจเยี่ยมสถานการณ์ผลกระทบจากภัยแล้ง หนองตุกดุก ห้วยสายบาตร ต.กระนวน อ.ซำสูง และพื้นที่ใกล้เคียงเพื่อพบปะประชาชนที่มาคอยต้อนรับจำนวนมาก

สุรเชษฐ​ ​ศิลา​นนท์​ รายงาน​

กรมการค้าภายในส่งเสริมเกษตรอินทรีย์ช่วยชาติ เน้นเทรนด์สุขภาพให้ประชาชนมุ่งสู่ภูมิภาค

          นายวิชัย โภชนกิจ อธิบดีกรมการค้าภายใน กระทรวงพาณิชย์ เชิญชวนประชาชนมาร่วมรักษาสุขภาพดี ร่วมช็อปสินค้าออแกนิคมากมายที่เหมาะกับ Life Style ของตัวคุณ พบการแสดงโชว์จากนักแสดงที่มีชื่อเสียงและกิจกรรมอื่น ๆ มากมาย ที่งานแสดงและจำหน่ายสินค้า Green Life eat Organic สุขภาพดี ไม่มีที่สิ้นสุด ในห้างสรรพสินค้าชั้นนำหลายภูมิภาค และครั้งนี้เป็นครั้งที่ 6 ที่เชียงใหม่ฮอลล์ ศูนย์การค้าเซ็นทรัลพลาซา เชียงใหม่แอร์พอร์ต จังหวัดเชียงใหม่ ตั้งแต่วันที่ 9-12 สิงหาคม 2562

         จากการจัดงานที่ผ่านมามีเสียงตอบรับที่ดีจากประชาชน เนื่องจากปัจจุบันพฤติกรรมผู้บริโภคเน้นเทรนด์การบริโภคที่ใส่ใจกับสุขภาพ ทำให้ตลาดออร์แกนิคในไทยมีความเคลื่อนไหวที่น่าจับตา โดยมีธุรกิจสินค้าเกษตรอินทรีย์ในไทยมีแนวโน้มเติบโตได้ดี ประเมินว่าในปี 2562 มูลค่าตลาดสินค้าเกษตรอินทรีย์ของไทยจะอยู่ที่ 2,700 – 2,900 ล้านบาท ผู้บริโภคชาวไทยจะค่อยๆ ปรับความชอบของตัวเองไปในทางการบริโภคพืชผักมากขึ้น

          กระทรวงพาณิชย์ จึงได้กำหนดยุทธศาสตร์การพัฒนาตลาดสินค้าอินทรีย์ของกระทรวงพาณิชย์ ปี​ 2560–2564 โดยยุทธศาสตร์ที่ 3 ด้านการพัฒนา​ และขยายตลาดสินค้าอินทรีย์ กำหนดให้มีการเพิ่มช่องทางการจำหน่ายและขยายตลาดสินค้าเกษตรอินทรีย์ในประเทศ ซึ่งกรมการค้าภายในมีหน้าที่รับผิดชอบการพัฒนาตลาดสินค้าอินทรีย์ตามยุทธศาสตร์ดังกล่าว

          งาน Green Life eat Organic จะเป็นการนำเสนอความสดใหม่ของสินค้าเกษตรอินทรีย์ มีสินค้าเกษตรอินทรีย์จากเกษตรกรผู้ผลิตโดยตรงส่งถึงมือผู้บริโภค ช่วยให้ประชาชนมีสุขภาพดีในระยะยาว รวมถึงราคาสินค้าราคาพิเศษไม่ผ่านมือพ่อค้าคนกลาง ภายในงานจัดโปรโมชั่น ลด แลก แจก แถม โดยมี Mood & Tone ที่ดูมีสีสัน เพื่อตอกย้ำถึงความ Green Life Eat Organic สุขภาพดี ไม่มีที่สิ้นสุด รวมถึงสามารถติดตามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ Line Official : Green Life Eat Organic งาน Green Life eat Organic

สุรเชษฐ​ ศิลา​นนท์​ รายงาน​

สน.ชนะสงคราม​ จับกุมคนร้ายชิงทรัพย์ บริเวณลานจอดรถกองสลากเก่า

         วันนี้​ วัน​เสาร์​ที่​ 10 ส.ค.62 เวลา 10.00 น.ณ​ ลานแถลงข่าว​ ชั้น​1​ อาคาร​บช.น.​: พล.ต.ตร.​เสนิต สำราญสำรวจกิจ ผบก.น.1​ พร้อมด้วย​ พ.ต.อ.มนต์ชัย ศรีประเสริฐ, พ.ต.อ.นครินทร์, พ.ต.อ.รัชพล ชนะศรีขจร รอง ผบก.น.1, พ.ต.อ.พาติกรณ์ ศรชัย​ ผกก.สน.ชนะสงคราม, พ.ต.อ.นริศ ปรารถนาพร ผกก.สส.บก.น.1, พ.ต.อ.พรศักดิ์ เลารุจิราลัย ผกก.2​ บก.สส.บช.น., พ.ต.ท.พีระศักดิ์ จิโรจน์สกุล รองผกก.สส.บก.น.1, พ.ต.ท.ไตรรัตน์ เพ็งนู รองผกก.สส.สน.ชนะคราม, พ.ต.ท.ยุคณธร ชูแก้ว สว.กก.สส.บก.น.1, พ.ต.ต.ยุทธนา รัตนแพทย์ สว.สส.สน.ชนะสงคราม​ พร้อมกำลังเจ้าหน้าที่ฝ่ายสืบสวน กก.สส.บก.น.1 และกำลังเจ้าหน้าที่ฝ่ายสืบสวน สน.ชนะสงคราม ได้ร่วมแถลงข่าว​การจับกุมคนร้ายชิงทรัพย์ ซึ่งได้ใช้ค้อนตีที่บริเวณท้ายทอย​ ชกที่ปากของผู้เสียหายได้รับบาดเจ็บ และได้ชิงทรัพย์เป็นเงินสดประมาณ 30,000 บาท แล้ววิ่งหลบหนีไป เหตุเกิดบริเวณลานจอดรถกองสลากฯเก่า ถ.ราชดำเนินกลาง

          สืบเนื่องมาจาก​เมื่อวันที่ 8 สิงหาคม 2562 เวลาประมาณ 00.02 น. นางอัมพรพรรณ แดงอุไร อายุ 53 ปี ผู้เสียหายได้เดินจากถนนข้าวสารเพื่อจะมาเอารถยนต์ที่จอดไว้ ที่บริเวณลานจอดรถกองสลากฯเก่า ถนนราชดำเนินกลาง แขวงตลาดยอด เขตพระนคร กทม. ได้มีคนร้ายเป็นชายอายุประมาณ 50 ปีเศษ รูปร่างผอม สวมเสื้อชุดซาฟารีสีน้ำเงิน ได้ใช้ค้อนตีที่บริเวณท้ายทอยและชกที่ปากได้รับบาดเจ็บ โดยได้ชิงทรัพย์เป็นเงินสดประมาณ 30,000 บาท วิ่งหลบหนีไป จากนั้นผู้เสียหายได้ไปรักษาตัวที่ รพ.หัวเฉียว และร้องทุกข์กับพนักงานสอบสวนท้องที่ สน.ชนะสงคราม ตามคดีอาญาที่ 557/2562

          เจ้าหน้าที่​ชุดจับกุม​ได้ร่วมกันสืบสวนจนกระทั่งทราบว่าผู้ก่อเหตุชิงทรัพย์ดังกล่าวข้างต้นคือ นายศักดิ์สิทธิ์ เอี่ยมฉวี อายุ 52 ปี จึงได้รวบรวมพยานหลักฐาน​ และขออนุมัติต่อศาลอาญาเพื่อออกหมายจับ ซึ่งศาลอาญาได้อนุมัติตามหมายจับที่ 1270/2562 ลงวันที่ 9 สิงหาคม 2562 ซึ่งต้องหากระทำความผิดฐาน “ชิงทรัพย์เป็นเหตุให้ได้รับอันตรายแก่กายหรือจิตใจ”

          จึงได้แสดงตัวเป็นเจ้าหน้าที่ตำรวจ และขอตรวจสอบบัตรประจำตัวประชาชนปรากฎว่าเป็นบุคคลตามหมายจับดังกล่าว และรับว่าตนเองเป็นบุคคลตามหมายจับดังกล่าวจริงยังไม่เคยถูกจับกุมตามตามหมายจับ ดังกล่าวมาก่อน ซึ่งนายศักดิ์สิทธิ์ฯ ยอมรับกับเจ้าหน้าที่ตำรวจว่าเป็นผู้ก่อเหตุชิงทรัพย์ นางอัมพรพรรณฯ ที่บริเวณลานจอดรถกองสลากฯเก่าจริง​ โดยนำเงินที่ได้จากการชิงทรัพย์ไปเที่ยวกลางคืน​ และดื่มสุรา​ เจ้าหน้าที่ตำรวจชุดจับกุม จึงได้นำตัวผู้ต้องหา​นำส่งพนักงานสอบสวน​ สน.ชนะสงคราม เพื่อดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป​ อีกทั้งผู้ต้องหายังมีหมายจับศาลจังหวัดตลิ่งชัน ที่ จ.264/2562 ในความผิดฐาน ลักทรัพย์ในเวลากลางคืน และเคยก่อเหตุอีกหลายท้องที่

          ต่อมาเจ้าหน้าที่ตำรวจชุดจับกุมได้รับแจ้งจากสายลับว่า นายศักดิ์สิทธิ์ฯ ผู้ต้องหาได้หลบหนีมาพักอาศัยอยู่ที่​ หมู่บ้านสวีทโฮม ปาร์ค ม.14 ต.บางบัวทอง อ.บางบัวทอง จ.นนทบุรี เจ้าหน้าที่ตำรวจชุดจับกุมจึงได้เดินทางไปเฝ้าสังเกตุ​การณ์ที่บริเวณดังกล่าว จนกระทั่ง เวลาประมาณ 17.00 น. ของวันที่ 9 สิงหาคม 2562 ได้พบ นายศักดิ์สิทธิ์ฯ อยู่บริเวณปากซอยหมู่บ้านสวีทโฮม ปาร์ค 11 หมู่บ้านสวีทโฮม ปาร์ค ม.14 ต.บางบัวทอง อ.บางบัวทอง จ.นนทบุรี

          ทั้งนี้ได้ฝากถึงผู้สื่อข่าว​ และประชาชน ท่านใดสงสัยว่าเคยถูกผู้ต้องหาดังกล่าวลักทรัพย์ สามารถติดต่อที่สน.ชนะสงคราม เพื่อตรวจสอบทรัพย์สิน และฝากถึงประชาชนควรระมัดระวังตัวตลอดเวลา ไม่พาตัวเองเข้าไปอยู่ในที่เปลี่ยว ไม่สวมใส่เครื่องประดับราคาแพงติดตัว และไม่ควรจอดรถไว้ในที่ลับตาคน หรือหากพบเหตุการณ์หรือบุคคลต้องสงสัยว่าจะกระทำความผิดสามารถแจ้งเบาะแสให้เจ้าหน้าที่ตำรวจทราบได้ทางหมายเลขโทรศัพท์ 191 ตลอด 24 ชั่วโมง

สุรเชษฐ​ ศิลา​นนท์​ รายงาน​

จังหวัดยะลา ดำเนินกิจกรรม “พบปะเยี่ยมเยียน และมอบสิ่งของพระราชทาน”

    ชุดควบคุมทักษิณสัมพันธ์ หน่วยเฉพาะกิจสันติสุข (ชุด ทสพ.๓๑๑/สทสพ.๓๐๓) ร่วมกับ หน่วยเฉพาะกิจทหารพรานที่ ๓๓๐๙ และอาสาสมัครอำเภอบันนังสตา เข้าพบปะเยี่ยมเยียน และมอบสิ่งของพระราชทานให้กับนายเล๊าะแม โมงยาเด็ง ผู้ป่วยติดเตียง พร้อมสอบถามสภาพความเป็นอยู่ของครอบครัว และให้กำลังใจกับผู้ป่วย เพื่อสร้างขวัญและกำลังใจในการดำเนินชีวิต ณ บ้านเลขที่ ๒๖ หมู่ที่ ๔ ตำบลจาเนาะปูเต๊ะ อำเภอบันนังสตา จังหวัดยะลา