ตราด จัดโครงการบำบัดทุกข์ บำรุงสุข สร้างรอยยิ้ม ให้กับประชาชน ที่วัดสลักเพชร ต.เกาะช้างใต้

          วันที่ 15 ส.ค.62 นายประเสริฐ ลือชาธนานนท์ ผู้ว่าราชการ จ.ตราด ได้เป็นประธานในการนำเจ้าหน้าที่หน่วยงานภาครัฐระดับจังหวัด ออกให้บริการนอกสถานที่ ตามโครงการบำบัดทุกข์ บำรุงสุข สร้างรอยยิ้ม ให้กับประชาชน ร่วมกับหน่วยแพทย์เคลื่อนที่ พอ.สว. ให้บริการประชาชน ที่ศาลาการเปรียญวัดสลักเพชร บ้านสลักเพชรเหนือ หมู่ที่ 5 ต.เกาะช้างใต้ อ.เกาะช้าง โดยมีหน่วยงานภาครัฐระดับจังหวัดจำนวนหลายหน่วย ลงพื้นที่ ตั้งโต๊ะให้บริการถึงในพื้นที่ ร่วมกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องในพื้นที่ อ.เกาะช้าง การบริการนอกสถานที่ดังกล่าว เพื่อช่วยเหลือประชาชน ลดรายจ่ายในการเดินทางเข้ารับบริการจากหน่วยงานภาครัฐ

          นายจักรกฤษณ์ สลักเพชร นายกอบต.เกาะช้างใต้ ได้กล่าวรายงานปัญหาความต้องการเร่งด่วนของประชาชนในพื้นที่ มีอยู่ 3 เรื่องคือ เรื่องแรก ถนนเชื่อมต่อรอบเกาะช้าง ระหว่างบ้านบางเบ้า-บ้านสลักเพชร ต.เกาะช้างใต้ ที่เหลือระยะทางประมาณ 9 กม. ซึ่งโครงการดังกล่าวได้มีการสำรวจออกแบบ เริ่มตั้งแต่ปี 2551 ผ่านมากว่า 10 ปีแล้ว ยังไม่คืบหน้าโดยเจ้าหน้าที่อุทยานฯเกาะช้าง ได้แจ้งว่า เรื่องดังกล่าวทางกรมอุทยานและส่วนที่เกี่ยวข้องกำลังพิจารณาอยู่ และต้องมีการศึกษาวิเคราะห์ผลกระทบด้านสิ่งแวดล้อม (EIA) เนื่องจากเป็นเขตลุ่มน้ำชั้น A เรื่องที่ 2 ความเดือดร้อนในเรื่องที่ดินทำกินของประชาชนที่ไม่มีเอกสารสิทธิ์ ยังรอการพิสูจน์สิทธิ์อยู่ ขณะที่ประชาชนหลายครัวเรือนก็ได้เกิดข้อพิพาทเรื่องที่ดินทำกินกับหน่วยงานภาครัฐ มาอย่างต่อเนื่อง

         โดยเฉพาะที่หมู่บ้านเจ๊กแบ้หมู่ 3 ต.เกาะช้างใต้ ที่ในอดีตได้มีการประกาศเขตอุทยานทับที่ดินทำกินของประชาชนที่อาศัยทำประโยชน์ มาก่อนการประกาศเขตอุทยานปี พ.ศ. 2525 เรื่องที่ 3 ปัญหาการขาดแคลนน้ำในช่วงฤดูแล้ง โดยมีเจ้าหน้าที่จากหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง คอยตอบคำถาม และให้ชี้แจงความคืบหน้า ของแต่ละโครงการ พร้อมรับปัญหาเพื่อนำไปรายงานให้ส่วนที่เกี่ยวข้องต่อไป ทั้งนี้ ผู้ว่าราชการ จ.ตราด และคณะ ก็ได้ร่วมกัน มอบเบี้ยยังชีพ เงินสงเคราะห์ และถุงยังชีพของเหล่ากาชาด ให้แก่ ผู้ยากไร้ ด้อยโอกาส และนักเรียนที่ครอบครัวมีฐานะยากจน ทางด้านหน่วยแพทย์ พอ.สว.ก็ได้ออกหน่วยแพทย์ให้บริการประชาชน ตรวจสุขภาพ ตรวจรักษาโรค ให้คำแนะนำประชาชนในการดูแลสุขภาพ พร้อมมีบริการตัดผมฟรี ทำหมันสุนัข-แมว ในครั้งนี้ด้วย

ภาพ/ข่าว วรโชติ เกาะช้าง-วิเชียร ม่วงสี ทีมข่าวภูมิภาค/รายงาน

ใจบุญ!! ผบ.ฐานทัพเรือสัตหีบ มอบเครื่องอุปโภคบริโภค ให้บ้านครูบุญชู เพื่อเด็กพิเศษ

          วันนี้ 15 ส.ค.62 พลเรือโท ชุมศักดิ์ นาควิจิตร ผู้บัญชาการฐานทัพเรือสัตหีบ นำคณะนายทหาร ข้าราชการ ร่วมมอบเครื่องทำน้ำแข็ง เครื่องซักผ้า เครื่องอุปโภค บริโภคและสิ่งอำนวยความสะดวกให้กับมูลนิธิบ้านครูบุญชูเพื่อเด็กพิเศษ บ้านเขาบายศรี ต.พลูตาหลวง อ.สัตหีบ จ.ชลบุรี โดยมี นางบุญชู ม่วงไหมทอง ประธานชมรมครูผู้ปกครองเด็กพิเศษบ้านเขาบายศรี ตลอดจนเด็กพิเศษร่วมให้การต้อนรับและแสดงความสามารถในการเต้นบนเวที ซึ่งก็สร้างความประทับใจเป็นอย่างมาก

          นางบุญชู ม่วงไหมทอง กล่าวว่า รู้สึกดีใจและขอขอบคุณ ผู้บัญชาการฐานทัพเรือสัตหีบ ที่เห็นความสำคัญของเด็กๆในบ้านครูบุญชู เพื่อเด็กพิเศษ เนื่องด้วยบ้านครูบุญชู เพื่อเด็กพิเศษ ซึ่งเป็นองค์กรเอกชนไม่แสวงหากำไร ที่ทำหน้าที่ในการดูแลเด็กที่มีความต้องการพิเศษ ดำเนินการโดยมิได้หวังผลกำไร (NGO) มีเด็กในความดูแลรับผิดชอบ จำนวน 190 คน ประกอบด้วย เด็กออทิสติก เด็กบกพร่องทางการมองเห็น เด็กที่มีความบกพร่องทางการได้ยิน เด็กที่มีความบกพร่องทางสติปัญญา เด็กที่มีความบกพร่องทางการเรียนรู้ และเด็กที่มีความบกพร่องทางร่างกาย

         ซึ่งทางผู้บัญชาการฐานทัพเรือสัตหีบได้เห็นถึงความสำคัญของความเป็นอยู่ของเด็กพิเศษ ในวันนี้จึงมามอบเครื่องทำน้ำแข็ง เครื่องซักผ้า เครื่องอุปโภค บริโภคและสิ่งอำนวยความสะดวกที่ต้องทำในชีวิตประจำวัน เช่น การซักเสื้อผ้าของเด็กเพราะมีเด็กพิเศษอยู่ที่แห่งนี้หลายชีวิต เครื่องซักผ้าถือว่าเป็นสิ่งสำคัญเป็นอย่างมาก และเพื่อเป็นการแบ่งปันความรัก สร้างความสุข สร้างรอยยิ้มให้กับเด็กๆบ้านครูบุญชู และเป็นการตอบสนองนโยบายของท่านผู้บัญชาการทหารเรือ ใจความว่ากองทัพเรือต้องเป็นกองทัพทหารของประชาชน และอีกในตอนหนึ่งว่า กองทัพเรือที่ประชาชนเชื่อมั่นและภาคภูมิใจ

ภาพ/ข่าว นิราช ทิพย์ศรี /นันทพล ทิพย์ศรี อ.สัตหีบ จ.ชลบุรี 0909535645
นายพรเทพ เขม้นเขตวิทย์ รายงานจากศูนย์ข่าวภาคตะวันออก

นครนายก ททท. นำเยาวชนสร้างสิ่งแวดล้อมที่ดี ในแหล่งท่องเที่ยว

          การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย สำนักงานนครนายก ได้นำเยาวชนในวัยเรียนทำความดี สร้างสภาพแวดล้อมที่ดีในสถานที่ท่องเที่ยว และชมแหล่งท่องเที่ยวในพื้นที่ทหาร

          ที่ห้องประชุมเขื่อนขุนด่านปราการชล ตำบลหินตั้ง อำเภอเมือง จังหวัดนครนายก จ่าสิบตำรวจสกล ทองคำ ผู้อำนวยการการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย สำนักงานนครนายก ได้จัดกิจกรรรมท่องเที่ยวเพื่อลดความเลื่อมล้ำ และสร้างโอกาสให้ทุกคนได้เดินทางท่องเที่ยว เป็นการส่งเสริมการเรียนรู้พร้อมแบ่งประสบการณ์เล่าความประทับใจให้คนใกล้ชิดและเพื่อนๆ ในกิจกรรมครั้งนี้ได้นำเยาวชนในวัยเรียนที่ขาดโอกาสในการท่องเที่ยวจากจังหวัดปราจีนบุรี มาท่องเที่ยวในจังหวัดนครนายก เยี่ยมชมเขื่อนขุนด่านปราการชล ในโครงการพระราชดำริ พระบาทสมเด็จพระปรมินทรภูมิพลอดุลยเดช บรมนาถบพิตร พร้อมรับฟังการบรรยายความเป็นมาของเขื่อนฯ จากนั้นได้ร่วมกิจกรรมสร้างสิ่งแวดล้อมที่ดีในพื้นที่น้ำตกนางรอง เพื่อรองรับนักท่องเที่ยวที่จะเดินทางมาท่องเที่ยวในน้ำตกแห่งนี้ ที่มีความสวยงามแลเป็นที่รู้จักด้ของนักท่องเที่ยวทั้งชาวไทยและชาวต่างประเทศ

          จากนั้นทางคณะได้นำเยาวชนเข้าเยี่ยมชมแหล่งท่องเที่ยวในพื้นที่โรงเรียนนายร้อยพระจุลจอมเกล้า อาทิ อาคาร 100 ปี หอกระโดดสูง กิจกรรมแอดเวนเจอร์ที่หลากหลาย เพื่อสร้างเสริมประสบการณ์ให้เยาวชนได้เรียนรู้และบอกต่อ เป็นการสร้างโอกาสด้านการท่องเที่ยวให้กับเยาวชน และเป็นพื้นฐานในการสร้างสิ่งแวดล้อมที่ดีให้กับสังคมต่อไป

ภาพ/สมบัติ เนินใหม่ ข่าว/รัชชานนท์ เนินใหม่ ทีมข่าวภูมิภาค
นายพรเทพ เขม้นเขตวิทย์ รายงานจากศูนย์ข่าวภาคตะวันออก

นครนายก ประเมินสถานศึกษาคุณธรรมอาชีวศึกษา สร้างเครือข่ายชุมชนคุณธรรม

         อาชีวศึกษาจังหวัดนครนายก โดยวิทยาลัยเทคนิคนครนายก ได้จัดการประเมิน นิเทศ กำกับ ติดตาม การดำเนินงานตามโครงการสถานศึกษาคุณธรรมอาชีวศึกษา ระดับอาชีวศึกษาจังหวัดนครนายก ประจำปีการศึกษา 2562 สร้างนักศึกษาอาชีวะให้เป็นผู้มีคุณธรรม จริยธรรม และมีความภูมิใจในการทำความดี ณ วิทยาลัยเทคนิคนครนายก

          นายวิวรรธน์ วิไลลักษณ์ ผู้อำนวยการวิทยาลัยเทคนิคนครนายก เปิดเผยว่า กิจกรรมดังกล่าวเป็นการคัดเลือกสถานศึกษาคุณธรรม และแลกเปลี่ยนเรียนรู้ระหว่างสถานศึกษาสังกัดสำนักงานคณะกรรมการการอาชีวศึกษาในพื้นที่จังหวัดนครนายก จำนวน 6 แห่ง ได้แก่ วิทยาลัยเทคนิคนครนายก วิทยาลัยการอาชีพนครนายก วิทยาลัยการอาชีพองครักษ์ วิทยาลัยเทคโนโลยีวีรพัฒน์ วิทยาลัยเทคโนโลยีพณิชยการนครนายก และวิทยาลัยเทคโนโลยีอุตสาหกรรมและพาณิชยศาสตร์ เพื่อพัฒนาคุณธรรมความดี สร้างความภาคภูมิใจในการทำความดี สร้างเครือข่ายชุมชนแห่งคุณธรรม จริยธรรม ปลูกฝังให้นักเรียน นักศึกษาอาชีวะ เป็นผู้จิตอาสา และมีทักษะวิชาชีพคู่คุณธรรม โดยใช้วิธีการนำเสนอผลงานโครงงานสถานศึกษาคุณธรรม แบ่งการประเมินฯ ออกเป็น 3 ระดับ ได้แก่ ระดับสถานศึกษาคุณธรรมอาชีวศึกษาต้นแบบ ระดับสถานศึกษาคุณธรรมอาชีวศึกษา และระดับสถานศึกษาพัฒนาคุณธรรมอาชีวศึกษา

          ผู้อำนวยการวิทยาลัยเทคนิคนครนายก กล่าวต่อว่า การประเมิน นิเทศ กำกับ ติดตาม การดำเนินงานตามโครงการสถานศึกษาคุณธรรมอาชีวศึกษา ระดับอาชีวศึกษาจังหวัดนครนายก ประจำปีการศึกษา 2562 ผลปรากฏว่า ระดับสถานศึกษาคุณธรรมอาชีวศึกษาต้นแบบ ได้แก่ วิทยาลัยการอาชีพนครนายก ระดับสถานศึกษาคุณธรรมอาชีวศึกษา ได้แก่ วิทยาลัยเทคนิคนครนายก รองชนะเลิศอันดับ 1 วิทยาลัยการอาชีพองครักษ์ และระดับสถานศึกษาพัฒนาคุณธรรมอาชีวศึกษา ได้แก่ วิทยาลัยเทคโนโลยีวีรพัฒน์ ส่วนโครงงานคุณธรรม รางวัลชมเชย ได้แก่ วิทยาลัยเทคโนโลยีพณิชยการนครนายก และวิทยาลัยเทคโนโลยีอุตสาหกรรมและพาณิชยศาสตร์ ทั้งนี้ สถานศึกษาที่ได้รับรางวัลชนะเลิศ จะเป็นตัวแทนเข้าร่วมการประเมินฯ ในระดับภาค ภาคตะวันออกและกรุงเทพมหานครต่อไป

ภาพ/สมบัติ เนินใหม่ ข่าว/รัชชานนท์ เนินใหม่ ทีมข่าวภูมิภาค
นายพรเทพ เขม้นเขตวิทย์ รายงานจากศูนย์ข่าวภาคตะวันออก

ปทุมธานี-ผู้รับเหมาดวงดี ถวายศาลาเฮงเฮงและปชช.แห่ส่องเลขเด็ดกันแน่นอาศรม

     เมื่อเวลา 13.30 น. วันที่ 15 ส.ค. 2562 ที่อาศรมฤๅษีเณร ถนนวงแหวนตะวันตกหมายเลข 9 บางปะอิน-ปทุมธานี ผู้สื่อข่าวรายงานบรรยากาศช่วงใกล้วันหวยออก พบว่ามี ประชาชนเดินทางมากราบไหว้สิงศักดิ์สิทธิ์ภายในอาศรมฤๅษีเณร โดยเฉพาะที่อ่างน้ำมนต์ ประชาชนได้ใช้โทรศัพท์มือถือบันทึกภาพภายในอ่างน้ำมนต์หลาย ๆ มุมเอาไว้ดูตัวเลข จากน้ำตาเทียนสีแดง และนายณัฐพัชร์ อรุณภูประเสริฐ อายุ 49 ปี ผู้รับเหมา หลังจากถูกสลากกินแบ่งรัฐบาล จำนวน 70 ใบ ถูกรางวัลเลขท้าย 2 ตัว วันนี้ได้เป็นเจ้าภาพสร้างศาลาเฮงเฮง หลังจากได้โชคใหญ่

     โดยบรรยากาศที่อาศรมฤๅษีเณรตลอดทั้งวัน พบว่ามีประชาชนพาครอบครัวแวะเวียนเข้ามาดูตัวเลขที่ลอยอยู่ในอ่างน้ำมนต์ กราบไหวปู่ฤาษีพรหมเมศ และกุมารเจ้าสัวเฮงเพื่อขอโชคขอลาภก่อนวันหวยออกโดยนักเสี่ยงโชคหลายคนต่างมองไปที่อ่างน้ำมนต์ฤาษีเณร ที่ปรากฏตัวเลขจากหยดเทียนสีแดง ตีเป็นตัวเลข 0 ,1 ,2, 3, 5 และ 6 ลอยเด่นอยู่เหนือผิวน้ำ ทั้งนี้แล้วแต่ความเชื่อของแต่ละท่าน

CR. ภาพ-ข่าว พี่อนันต์ ปทุมธานี

นครนายก อดีตพนักงานเทคนิค 8 ที่ปรึกษาสร้างทางรถไฟทางคู่ โรคกำเริบ นอนตายในห้องพัก

     อดีตพนักงานเทคนิค 8 ที่ปรึกษาสร้างทางรถไฟทางคู่ เกิดโรคกำเริบนอนตายในห้องพัก
ร.ต.อ.สุระชัย กมลพิบูลย์ รอง สว. (สอบสวน) สภ.องครักษ์ จ.นครนายก ได้รับแจ้งมีผู้เสียชีวิตในห้องเช่า หมู่บ้านสวนแสนสุข เลขที่ 93/1043 หมู่ 1 ต. บางปลากด อ.องครักษ์ จึงพร้อมด้วยแพทย์เวร รพ.ศูนย์การแพทย์สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี มศว องครักษ์ และมูลนิธิร่วมกตัญญู (จุดองครักษ์) รีบไปตรวจสอบ
ที่เกิดเหตุเป็นบ้านปูนชั้นเดียวในห้องนอนพบศพทราบชื่อนายสุพรรณ รักษาวงค์ อายุ 68 ปี ชาว จ.นนทบุรี สภาพศพนอนหงาย อยู่บนฟูก มีลอยคราบเลือดแห้งติดมุมปาก มือทั้งสองข้างกำแน่น นุ่งกางเกงขาสั้น สีน้ำเงิน เพียงตัวเดียว ข้างศพมีโทรศัพท์มือถือเสียบปลั๊กชาร์ทแบตเตอร์ลี่ทิ้งไว้ ปลายเท้าพัดลมยังเปิดอยู่ ไม่มีร่องลอยการต่อสู้ เสียชีวิตมาแล้วประมาณ 12 ชม.

     จากการสอบถามนายบุญมี ทองม้วน อายุ 69 ปี หน.วิศวกร เล่าว่า ผู้ตายเคยทำงานรถไฟเป็นพนักงานเทคนิค 8 ปัจจุบันเป็นที่ปรึกษาสร้างทางรถไฟทางคู่ เคยเล่าให้ฟังว่าเป็นโรคเลือดข้น อยู่ระหว่างการรักษา เมื่อ 2 วันก่อนบ่นมือไม่มีแรง ไปหาหมออาการดีขึ้น เลยมาทำงาน เช่าบ้านพักอยู่คนเดียว ตอนเช้าไม่เห็นออกไปทำงานจึงให้พนักงานมาดู ประตูบ้านและห้องนอนไม่ได้ล็อก พอเปิดเข้ามาพบว่านอนตายตัวแข็งทื่อเสียแล้ว
เบื้องต้นเจ้าหน้าที่สันนิษฐานว่า ผู้ตายนอนอยู่คนเดียวเกิดโรคประจำตัวกำเริบขึ้นมา ช่วยเหลือตัวเองไม่ได้เสียชีวิตในที่สุด จึงให้มูลนิธิ ฯ นำศพส่ง รพ.ศูนย์การแพทย์สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี ผ่าชันสูตรหาสาเหตุการตายให้แน่ชัดอีกครั้ง

ภาพ/สมบัติ เนินใหม่ ข่าว/รัชชานนท์ เนินใหม่ ทีมข่าวภูมิภาค
นายพรเทพ เขม้นเขตวิทย์ รายงานจากศูนย์ข่าวภาคตะวันออก

นครนายก-คุณตากินขนมเทียนติดคอเสียชีวิต

    เกิดเหตุสลดเมื่อคุณตาแบ่งขนมเทียนกับหลานกิน เกิดติดคอกะทันหันเสียชีวิต ที่นครนายก เจ้าหน้าที่ตำรวจพร้อมด้วยกู้ชีพสาริกา เข้าตรวจสอบบ้านที่เกิดเหตุหลังได้รับแจ้งว่าพบผู้เสียชีวิตภายในบ้านพัก โดยในที่เกิดเหตุเป็นบ้านปูนชั้นเดียว บ้านเลขที่ 60/1 หมู่11 ตำบลสาลิกา อำเภอเมือง จังหวัดนครนายก บริเวณหน้าบ้านพบศพผู้เสียชีวิตในท่าลักษณะนั่งกับเก้าอี้ หลังพิงกับผนังกำแพงบ้าน ต่อมาทราบชื่อนาย สมเกียรติ ม่วงเขาแดง อายุ73ปี ใกล้กันพบขนมเทียนและขนมเข่งวางกองอยู่ และเปลือกของขนมในถังขยะที่มือกับที่พื้นก็เจอเศษขนมเทียนตกอยู่ โดยไม่พบร่องรอยการต่อสู่

     จากการสอบถามนางสาวรุ่งศิริ ม่วงเขาแดง ลูกสาวผู้เสียชีวิตเล่าว่า พ่อได้อยู่กับแม่ที่ป่วยเป็นอัมพาตตามลำพัง ส่วนตนเพิ่งกลับจากทำงานก็ได้มาพบว่าพ่อของตนเองนั่งหมดสติเสียชีวิตโดยที่แม่ก็ไม่ทราบว่าพ่อเสียชีวิตที่บริเวณเก้าอี้หน้าบ้านไปแล้วโดยยังไม่ทราบสาเหตุ หลังจากนั้นตนเองจึงได้โทรศัพท์แจ้งไปยังเจ้าหน้าที่ตำรวจและกู้ชีพให้เข้าตรวจสอบ โดยหลังจากนั้นได้มีการสอบถามหลานชายตัวเล็กได้เล่าให้ตนเองฟังว่า หลานได้ไปเอาขนมเทียนกับขนมเข่งมาจากบ้านญาติเนื่องจากวันนี้เป็นวันสาทจีน เพื่อเอามาให้ตากิน หลังจากนั้นก็กลับบ้านไป โดยตนเองหลังกลับจากทำงานก็มาพบว่าพ่อเสียชีวิตแบบไม่ทราบสาเหตุเพราะว่าพ่อเป็นคนแข็งแรง ขณะที่ทางเจ้าหน้าที่ตำรวจหลังเข้าตรวจสอบพร้อมด้วยแพทย์เวรเบื้องต้นสันนิฐานว่าผู้เสียชีวิตอาจจะรีบกินขนมเทียนจนทำให้ขนมติดคอเสียชีวิตหรืออาจะเสียชีวิตด้วยโรคประจำตัว โดยทางญาติไม่ติดใจในสาเหตุการตาย เจ้าหน้าที่ตำรวจจึงส่งมอบศพให้ทางญาตินำไปบำเพ็ญกุศลต่อไป

ภาพ/สมบัติ เนินใหม่ ข่าว/รัชชานนท์ เนินใหม่ ทีมข่าวภูมิภาค
นายพรเทพ เขม้นเขตวิทย์ รายงานจากศูนย์ข่าวภาคตะวันออก

สุโขทัย-อุทาหรณ์ช่างซ่อม พกแบตเตอร์รี่สำรองไว้ในรถ เกิดการ อาร์คไฟไหม้วอดทั้งคัน

     วันที่ 15 สิงหาคม 2562 เมื่อเวลา 09:45 น. ศูนย์วิทยุ 191 สุโขทัย รับแจ้งเหตุเพลิงไหม้รถยนต์ เหตุเกิดที่ถนนทางเข้าทุ่งทะเลหลวง จึงประสานหน่วยงานป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย อบต.ปากแคว อบต.บ้านกล้วย นำรถดับเพลิงเข้าระงับเหตุ

     ที่เกิดเหตุพบรถกระบะอีซูซุดีแม็ก 4 ประตูสีดำ หมายเลขทะเบียน กจ 4310 สุโขทัย กำลังถูกไฟไหม้อย่างหนัก เจ้าหน้าที่ดับเพลิงจึงฉีดน้ำสกัดใช้เวลาประมาณ 15 นาที จึงสามารถควบคุมเพลิงไว้ได้ รถถูกไฟไหม้กลายเป็นซาก

     จากการสอบถามทราบว่า รถคันดังกล่าวมีนายนิทัศน์ ติ้มท้วม อายุ 27 ปี ประกอบอาชีพรับซ่อม ไดนาโม แอร์ แบตเตอร์รี่ รับว่าเป็นเจ้าของรถเผยว่าก่อนเกิดเหตุได้ขับรถกำลังจะไปตกปลาที่ทุ่งทะเลหลวง แต่พอมาถึงจุดเกิดเหตุได้กลับรถและภายในรถมีอุปกรณ์ซ่อมไดนาโมแอร์รถยนต์ แบตเตอร์รี่ 1 ลูก และกล่องเก็บอุปกรณ์เครื่องมือ(กล่องเหล็ก) แบตเตอร์รี่ตกจากเบาะนั่งด้านหลัง ทำให้ขั่วบวกและขั่วลบของแบตเตอร์รี่ตกลงกระแทกกับกล่องเครื่องมือ ทำให้เกิดการอาร์ค เกิดไฟลุกภายในรถ ตนจึงพยายามดับไฟแต่ไฟลามไปติดเบาะรถยนต์ ทำให้ไม่สามารถดับได้จึงลงจากรถโทรศัพท์ขอความช่วยเหลือ ส่วนตนได้รับบาดเจ็บไฟไหม้ที่ศรีษะเล็กน้อย

นายพงศ์เทพ สาคร รายงานจากจังหวัดสุโขทัย

สระบุรี​ -​ประชาชนและสถานศึกษา​ คนไทยเชื้อสายจีน​ จัดพิธีไหว้ศาลเจ้า เนื่องในเทศกาลสารทจีน เพื่อขอพร

    วันที่ 15 สิงหาคม 2562 ณ​โรงเรียนสว่างรัตน์พิฉายศึกษา ที่มีนายเอนก สิริแสงทักษิณ​ ผู้ได้รับใบอนุญาต​ นายสุรศักดิ์เตชะกัญญา​ จัดการ พร้อม​นางมาลินี เธียรไฝ่ดี​ ผู้อำนวยการโรงเรียนสว่างรัตน์พิฉายศึกษา ทางโรงเรียนได้รับการอนุเคราะห์จากนายวิบูลย์​ สุขอนันต์ตธรรม​ ประธานมูลนิธิสว่างรัตนตรัยธรรมสถานสระบุรี เป็นผู้ดูแลและอุปถัมภ์ เนื่องในวันสารทจีน​ ถือว่าเป็นวันไหว้สิ่งศักดิ์สิทธิ์​ บรรพบุรษ ของคนไทยเชื้อสายจีนซึ่งทางโรงเรียน สว่างรัตน์พิฉายศึกษาได้นำน้องๆนักเรียนจัดพิธี ในการไหว้สิ่งศักดิ์สิทธิ์ และไหว้บรรพบุรษ ซึ่งทางโรงเรียนและผู้บริหารพร้อมคุณครูจำนวน 28 คน​ นักเรียนอีกจำนวน438คน​ ร่วมกิจกรรมในเทศกาลสารทจีน​ โรงเรียนเปิดการสอนระดับปฐมวัยอนุบาลปีที่ 1 ถึงปีที่ 3 และชั้นประถมศึกษาปีที่ 1 ถึงปีที่ 6 มีการสอน3ภาษาได้แก่ภาษาไทย​ ภาษาจีน​และภาษาอังกฤษ​ ในครั้งนี่ได้นำนักเรียน จัดประเพณีไหว้สิ่งศักดิ์สิทธิ์ในวันสารทจีน​ ทางโรงเรียนจะจัดทุกปี​ ปีละ 2 ครั้งได้แก่ เทศกาลตรุษจีนเทศกาลสารทจีน​เพื่อให้น้องๆนักเรียนได้รู้จักประเพณีและเทศกาลของประเพณีของคนไทยเชื้อสายจีนจึงจัดพิธีไหว้เจ้าและบรรพบุรษกลางแจ้ง​ บริเวณหน้าโรงเรียน เนื่องในวันสารทจีนถือว่าประชาชนคนไทยเชื้อสายจีนต้องการไหว้บรรพบุรุษและสิ่งศักดิ์สิทธิ์

     ส่วนบริเวณศาลเจ้าบรรยากาศเป็นไปด้วยความเรียบง่ายไม่คึกคัก เนื่องจากพี่น้องประชาชนเชื้อสายจีนจะไหว้บริเวณหน้าบ้านของตนเอง บรรยากาศในศาลเจ้ามูลนิธิสว่างรัตนตรัยธรรมสถาน​ ก็ยังมีประชาชนเชื้อสายจีนทยอยมากราบไหว้ที่ศาลเจ้าโดยนำหัวหมู​ เป็ดไก่​ ผลไม้​ ขนมเข่ง​ ขนมเทียน​ มาสักการะเจ้าพ่อในบริเวณศาลเจ้าซึ่งเป็นวัฒนธรรมประเพณี​ ของคนไทยเชื้อสายจีน​ ที่มีเทศกาล เทศกาลตรุษจีน​ เทศกาลสารทจีน ที่คนไทยเชื้อสายจีน ถือว่าเป็นประเพณีและวัฒนธรรมสืบต่อกันมา/

ดำรงค์ ชื่นจินดา/รายงาน

ปทุมธานี ไม่ต้องต่อคิวอีกต่อไป! เล็งใช้แอพพลิเคชั่นช่วยจองคิวอาหารแนวสตรีทฟู๊ด

    นักศึกษาหลักสูตรผู้​บริหารการท่องเที่ยว TME 3 นำเสนอ การท่องเที่ยว “เยาวราช” อย่างยั่งยืน ลดความแออัด โดยใช้ APP เยาวราช 25 Hours เยาวราชย่านชุมชนเก่าแก่ของคนจีนในประเทศไทย ที่เข้ามาตั้งรกรากตั้งแต่สมัยรัชกาลที่ 5 เราจะเห็นได้ว่าที่นี่คึกคักไปด้วยผู้คนตลอดเวลา เพราะเป็นพื้นที่เศรษฐกิจมีแหล่ง Shopping หลากหลายสินค้า แหล่งทำบุญทางวัดไทยวัดจีนและศาลเจ้า แหล่งรวมร้านทองไว้มากมายจนได้ชื่อว่า “ถนนสายทองคำ” อีกทั้งยังเป็นแหล่งสถาปัตยกรรมไทยจีนแห่งเดียวในกรุงเทพ และที่สำคัญที่นี่เป็นแหล่งของตำนานความอร่อยระดับโลก

    ในเวลากลางวันตลอดทั้งความยาวของถนน จะมีร้านอาหารไทยและร้านอาหารจีนตำรับดั้งเดิมให้เลือกสรรมากมาย ในเวลากลางคืนเพราะท้องฟ้ามืดลง ถนนเยาวราชจะสว่างไสวไปด้วยแสงไฟจากร้านอาหารริมทางคุณภาพเรากว่า 140 ร้าน ทำให้ที่นี่เป็นจุดหมายปลายทางในฝันของนักท่องเที่ยวที่ต้องการมาลองลิ้มชิมรถอาหารด้วยตนเอง ทำให้ในปัจจุบันเยาวราชมีนักท่องเที่ยวที่เดินทางมาเยือนเพิ่มมากขึ้นเรื่อยๆ

     นักท่องเที่ยวที่เพิ่มขึ้นช่วยกระตุ้นเศรษฐกิจในเยาวราชให้เติบโต แต่ในขณะเดียวกันเยาวราชก็ต้องเตรียมตัวรับมือกับการทะลักของนักท่องเที่ยว (Over Tourism) ซึ่งในปัจจุบันมีรถไฟฟ้าสายสีน้ำเงิน สถานีวัดมังกรกมลาวาสเปิดให้บริการ ทำให้การเดินทางมายังเยาวราชสะดวกมากขึ้น จึงเกิดการกระจุกตัวของนักท่องเที่ยวโดยเฉพาะบริเวณสตรีทฟู๊ดส่งผลต่อความเป็นระเบียบความสะอาดและความปลอดภัย

     กลุ่มนักศึกษาผู้บริหารระดับสูงการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (TME) รุ่นที่ 3 กลุ่มเชียงแสน จึงนำเสนอแนวคิดที่จะส่งเสริมให้เกิดการกระจายตัวของนักท่องเที่ยวและช่วยบริหารจัดการการท่องเที่ยวบริเวณเยาวราชให้เกิดประสิทธิภาพมากขึ้น โดยใช้ Business Model Canvas ได้แก่ Maximize Destination Value, Maximize Guest Enjoyment และ Minimize Disturbance ซึ่งจะช่วยให้ผู้ประกอบการได้ทำธุรกิจในพื้นที่อย่างยั่งยืน นักท่องเที่ยวประทับใจและไม่ส่งผลกระทบต่อชุมชน

     ทุกวันนี้เยาวราชมีนักท่องเที่ยวหลากหลายสไตล์ที่มีเอกลักษณ์เฉพาะตัวอันได้แก่ นักท่องเที่ยวสไตล์ “FIT”ที่เดินทางเป็นกลุ่มด้วยตนเองซึ่งกำลังเป็นที่นิยม นักท่องเที่ยวกลุ่ม”Gastronomy “ที่มาท่องเที่ยวเพื่อชิมอาหารที่โด่งดังในแต่ละท้องถิ่น นักท่องเที่ยวกลุ่ม”Explorer Experience “ที่ต้องการเปิดประสบการณ์การท่องเที่ยวใหม่ๆ และนักท่องเที่ยวสไตล์ “Solomo”ซึ่งเป็นจำนวนมากที่ใช้สมาร์ทโฟนค้นหาข้อมูลเยาวราช ผ่านโซเชียลมีเดียเพื่อตามมาเที่ยว ดังนั้นการจัดทำแคมเปญนี้จึงนำเสนอในการใช้เทคโนโลยีที่ตอบสนองกับไลฟ์สไตล์ของนักท่องเที่ยว ที่เข้ามาเที่ยวในเยาวราชเพื่อเป็นการบริหารจัดการการท่องเที่ยว โดยแอพพลิเคชั่นที่รวบรวมข้อมูลสถานที่ การเดินทางต่างๆในย่านเยาวราชสามารถดูความหนาแน่นของจำนวนนักท่องเที่ยวในแต่ละร้าน เพื่อให้นักท่องเที่ยวเลือกบริหารจัดการเวลาท่องเที่ยวได้อย่างมีประสิทธิภาพ นอกจากนี้ยังสามารถจองคิวผ่านแอพพลิเคชั่นในระหว่างไปเที่ยวที่จุดอื่นได้อีกด้วย

     ด้านคุณอณัญญา อินพุ่ม ประธานกลุ่มเศรษฐกิจดิจิตอลปทุมธานี หนึ่งในสมาชิกกลุ่มนักศึกษาผู้บริหารระดับสูงการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (TME) ให้ความคิดเห็นว่า กรณีศึกษาดังกล่าวของเยาวราชนั้น หากนำมาปรับใช้โดยเทคโนโลยีเข้าช่วยจะส่งผลให้เกิดประโยชน์อย่างมหาศาล โดยเฉพาะการท่องเที่ยวของประเทศไทย ซึ่งการจัดทำแอพพลิเคชั่นให้กับนักท่องเที่ยวนับเป็นการช่วยให้บริหารจัดการเวลาให้ได้ดียิ่งขึ้น อีกทั้งยังเป็นตัวช่วยหลักในการส่งเสริมการตลาด การช่วยแก้ไขปัญหา Over Tourism และยังช่วยส่งเสริมให้เยาวราชเป็นแหล่งท่องเที่ยวที่ยั่งยืน ทั้งนี้กรณีศึกษาดังกล่าวยังสามารถนำไปใช้กับแหล่งท่องเที่ยวอื่นๆได้อีกด้วย จึงอยากให้ภาครัฐ​และนักธุรกิจ​ในท้องที่แหล่งท่องเที่ยวนั้นๆ​ร่วมมือกัน​นำกรณีศึกษา​เยาวราชไปพัฒนา​ท้องถิ่นของตนต่อไป​

CR. ภาพ-ข่าว พี่อนันต์ ปทุมธานี