ตราด/ผู้ตรวจราชการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ลงพื้นที่ตําบลหาดเล็ก

     ตราด/ผู้ตรวจราชการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ลงพื้นที่ตําบลหาดเล็ก เพื่อนํานโยบายเข้าร่วมประชุุมและตรวจติดตามความก้าวหน้าโครงการตามแผนการลงพื้นที่ตรวจราชการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ประจําปีงบประมาณ 2562

    วันที่ 19 สิงหาคม 2562 ที่ศูนย์รวมราชการบ้านหาดเล็ก โดยมีนายวราวุธ ธรรมชูธัช ผู้ตรวจราชการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ เขต 9 โดยมีจิรโรจน์ ระวีวัฒน์ หัวหน้าด่านกักกันสัตว์ตราด นายสุเทพ กาญจนฤทธิไกร หัวหน้าด่านตรวจพืชท่าเรือคลองใหญ่ นายอุดม ติดไชย หัวหน้าด่านตรวจสัตว์นํ้า จ.ตราด พร้อมด้วย นาวาตรีสรรเสริญ เสรีรักษ์ ประมง จ.ตราด และประมงอําเภอคลองใหญ่ และหน่วยงานให้การต้อนรับคณะผู้ตรวจราชการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ เขต 9 สําหรับลงพื้นที่ในวันนี้เพื่อรับฟังปัญหาต่างๆตามชายแดนครั้งที่ผ่านมา เพื่อนําปัญหาเหล่านี้ ไปแก้ไขและเข้าร่วมประชุมใหญ่ พร้อมด้วยปัญหาการค้าชายแดน การส่งสินค้า การเข้าออกตามชายแดน ปัญหาเหล่านี้จะนําไปแก้ไขและให้มีประสิทธิภาพให้ดีขึ้นต่อไป เพื่อนําเสนอผู้ว่าราชการจังหวัดตราดและแก้ไขต่อไป พร้อมให้กําลังใจผู้ทํางานในพื้นที่

    จากนั้น นายสุเทพ กาญจนฤทธิไกร หัวหน้าด่านตรวจพืชท่าเรือคลองใหญ่ ได้กล่าวถึงประเด็นในพื้นที่ต่างๆที่ผ่านมาก็ไม่มีอะไร เรื่องปศุสัตว์ในพื้นที่ก็ได้มีการป้องกันโรคต่างๆตามชายแดนกันอย่างต่อเนื่อง ถึงแม้ขณะนี้ยังไม่พบโรคต่างๆเข้ามาในประเทศไทย แต่ทางด่านปศุสัตว์ตำบลหาดเล็ก ก็ได้มีการตรวจเข้มเป็นประจํา การเข้าออกช่วงเช้าตลอดทั้งวัน เพื่อลงพื้นที่ติดตามแผนการตรวจราชการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ จํานวน 20 โครงการตามด่านต่างๆ หลังตรวจเสร็จได้ลงพื้นที่หลักเขตชายแดนบ้านหาดเล็กเพื่อถ่ายรูปและรับฟังปัญหาตามชายแดนต่อไป…

ภาพ/ข่าว วิเชียร ม่วงสี  ทีมข่าวภูมิภาค
นาย พรเทพ เขม้นเขตวิทย์ รายงานจากศูนย์ข่าวภาคตะวันออก

ตราด/ชาวบ้านตําบลไม้รูดเฮ บ้านริมนํ้าถูกกฎหมาย ครั้งที่ 2/2562 งวดสุดท้าย

    วันที่ 19 สิงหาคม 2562 เวลา 13.30 น.ที่ผ่านมา ชาวบ้านตําบลไม้รูดเฮ บ้านริมนํ้าถูกกฎหมาย จํานวน 564 ครัวเรือน ครั้งที่ 2/2562 นําโดย องค์การบริหารส่วนตําบลไม้รูด โดยมีนายสุรศักดิ์ อินทรประเสริฐ นายกองค์การบริหารส่วนตําบลไม้รูด ได้กล่าวรายงานในพื้นของตําบลไม้รูดพร้อมด้วย นส.ณัฐสินี อินทรประเสริฐ กํานันตําบลไม้รูด ได้กล่าวขอบคุณหน่วยงานที่ร่วมในพิธีมอบใบอนุญาตให้สิ่งปลูกสร้างล่วงลํ้าแม่นํ้า ปลูกสร้างล่วงลํ้าแม่นํ้า จํานวน 564 ครัวเรือน ของกรมเจ้าท่าเกี่ยวกับใบอนุญาตสิ่งปลูกสร้างแม่นํ้า ที่อาคารเฉลิมพระเกียรติ 50 พรรษา ขององค์การบริหารส่วนตําบลไม้รูด โดยมีนายประพันธ์ ประชุมภู ปลัดอาวุโสอําเภอคลองใหญ่ ได้ให้เกียรติเข้าร่วมในพิธีรับมอบใบอนุญาตปลูกสร้างบ้านในน้ำ พร้อมร่วมรับมอบใบอนุญาตให้ปลูกสร้างสิ่งปลูกสร้างล่วงลํ้าลําแม่นํ้า

     โดยมี นายวงศกร นราธาวา ผู้อํานวยการสํานักงานเจ้าท่าภูมิภาคสาขาตราด ได้เป็นประธานในพิธี เปิดกรวยกระทงดอกไม้ หน้าพระบรมฉายาลักษณ์ สมเด็จพระเจ้าอยู่หัวมหาวชิราลงกรณ บดินทรเทพยวรางกูร พร้อมกล่าวถึง กระบวนการออกใบอนุญาตของพื้นที่ตําบลไม้รูด และยังกล่าวว่ามีความยินดีด้วยที่ตําบลไม้รูดได้ร่วมมือร่วมใจกันเป็นจํานวนมากที่สุดในประเทศไทยในขณะนี้ จึงได้ร่วมตัวกระบวนการขับเคลื่อนและการพัฒนาที่อยู่อาศัยของตําบลไม้รูดต่อไป จึงพร้อมด้วยหัวหน้าส่วนราชการท้องถิ่น กํานัน ผู้ใหญ่บ้าน ตํารวจ สมาชิกสภาองค์การบริหารส่วนตําบลไม้รูด และอีกหลายหน่วยงานเข้าร่วมมอบใบอนุญาตให้ปลูกสร้างสิ่งปลูกสร้างล่วงลํ้าลําแม่นํ้าจํานวน 564 ครัวเรือน ในพื้นที่ตําบลไม้รูด ตั้งแต่ หมู่ 4-5-6 ตําบลไม้รูด หลังจากมอบใบอนุญาตเสร็จทั้ง 3 หมู่บ้าน ได้รับอนุญาตจะต้องชําระค่าตอบแทนเป็นรายปี ให้กับทางราชการ ที่บ้านพักอาศัย ตามรางเมตรละ 5 บาท ต่อปี ด้วย ตามกฎหมายกระทรวงฯต่อไป

ภาพ/ข่าว วิเชียร ม่วงสี  ทีมข่าวภูมิภาค
นาย พรเทพ เขม้นเขตวิทย์ รายงานจากศูนย์ข่าวภาคตะวันออก

นครบาล​ 1​ เปิด​ “โครงการอนุรักษ์ศิลปะและวัฒนธรรม 4 ภาค (ยุทธการ​ การมีส่วนร่วมแบบพลังประชาชน Empowerment)”

     วันนี้ วัน​จันทร์​ที่​ 19 ส.ค.62 เวลา 18.30 น.​ณ​ ลานหน้าสน.ชนะสงคราม​ : พล.ต.ต.เสนิต สำราญสำรวจกิจ ผบก.น.1 ได้เดินทางมาเป็นประธาน เปิดงาน “โครงการอนุรักษ์ศิลปะและวัฒนธรรม 4 ภาค (ยุทธการ​ การมีส่วนร่วมแบบพลังประชาชน Empowerment)

     โดยมี พ.ต.อ.มนต์ชัย ศรีประเสริฐ รองผบก.น.1​ พร้อมด้วย​ พ.ต.อ.รัชพล ชนะศรีขจร รองผบก.น.1,พ.ต.อ.พาติกรณ์ ศรชัย ผกก.สน.ชนะสงคราม,ดร.พีรวัฒน์ สุรเศรษฐ ประธาน​ กต.ตร.กทม.(ภาคประชาชน)​ / ประธาน กิตติมศักดิ์ อนุ กต.ตร.บก.น.1,ดร.ธัชวิน สุรเศรษฐ ประธาน อนุ กต.ตร.บก.น.1 / ประธาน กต.ตร.สน.ชนะสงคราม,ข้าราชการตำรวจ สน.ชนะสงคราม,อนุ กต.ตร.กทม.,อนุ กต.ตร.สน.ชนะสงคราม และเครือข่ายภาคประชาชน เข้าร่วมงาน

สุรเชษฐ​ ศิลา​นนท์​ รายงาน​

สตม.​จับนายจ้างโหด บังคับใช้แรงงาน ทำทารุณ ทำร้ายเหยื่อเด็กหญิงชาวลาว​ หนีเสือปะจระเข้เจอชายแก่หลอกให้ความช่วยเหลือกลับถูกข่มขืน

​     วันนี้​ วันจันทร์ที่ 19 ส.ค.62 เวลา 10.30 น.ณ ตม.จ.ชลบุรี จุดพัทยา ถนนเลียบหาดจอมเทียน ซอย 5 จ.ชลบุรี​ : พล.ต.ท.สมพงษ์ ชิงดวง ผบช.สตม.พร้อมด้วย​ พล.ต.ต.อิทธิพล อิทธิสารรณชัย รองผบช.สตม.,พล.ต.ต.อาชยน ไกรทอง ผบก.ตม 3,พ.ต.อ.ภาส สิริสุขะ รองผบก.ตม.3,พ.ต.อ.รัชธพงศ์ เตี้ยสุด ผกก.สส.บก.ตม.3 และ พ.ต.อ.กฤษฎากรณ์ กลิ่นเกษร ผกก.ตม.จ.สมุทรปราการ ร่วมแถลงข่าวการจับกุม​ และดำเนินคดีผู้ต้องหาคดี ค้ามนุษย์ และข่มขืนเด็ก

     พล.ต.ท.สมพงษ์​ฯ​ กล่าวว่า​ เมื่อวันที่ 8 ส.ค.62 มีพลเมืองดีพาตัว ด.ญ.เอ​ (นามสมมุติ) อายุประมาณ 14 ปี เศษ สัญชาติลาว มาพบเจ้าหน้าที่ตำรวจ ตม.จ.สมุทรปราการ แจ้งความประสงค์จะเดินทางกลับบ้าน ไม่มีเอกสารติดตัวมาด้วย เจ้าหน้าที่​ ตม.ได้สังเกตุตามร่างกาย​ และใบหน้ามีร่องรอยการถูกทำร้ายหลายแผล

     จึงได้สอบถามจนทราบว่าถูกนายจ้างทำร้ายร่างกายจนบาดเจ็บ จึงได้ร่วมกับทีมสหวิชาชีพ ทำการสัมภาษณ์คัดแยกผู้เสียหายจากการค้ามนุษย์ ทราบว่าผู้เสียหายได้เดินทางเข้ามาประเทศไทยเมื่อประมาณปี 2560 เพื่อมาทำงานเป็นคนรับใช้ในบ้านคอยเลี้ยงแมว และสุนัขในบ้านที่เกิดเหตุ ตกลงค่าแรงเดือนละ 3,000 บาท โดยค่าจ้างเดือนแรกหักเป็นค่าเดินทาง ค่าจ้างเดือนต่อไปจะโอนเข้าบัญชีพ่อผู้เสียหาย และให้นอนในห้องร่วมกับสุนัข​ และแมวที่เลี้ยงไว้ ระหว่างที่ทำงานในบ้านที่เกิดเหตุ

     ได้ถูกนายจ้างทำร้ายร่างกาย โดยใช้กรรไกรตัดกระดาษ,กรรไกรตัดแต่งกิ่งไม้ เป็นอาวุธ ทิ่มตามแขน ขา หลัง หน้าอก มีบาดแผล ใช้ของแข็งคล้ายสากกะเบือตีที่บริเวณหน้า ปาก ใช้ไม้แขวนเสื้อยัดเข้าไปในปากแล้วดึงออก ได้รับบาดเจ็บอย่างสาหัส แต่ไม่เคยได้รับการรักษา ปล่อยให้แผลหายเองตามธรรมชาติ มีบางครั้งได้ทานยาแก้ปวดบ้าง ระหว่างพักอาศัยที่บ้านเกิดเหตุ นายจ้างได้บอกว่าห้ามออกไปนอกรั้วบ้าน หากออกไปจะถูกตำรวจจับ หรือมีคนพาไปโกนหัว ทำให้เด็กเกิดความกลัว ไม่กล้าออกไปไหน หากมีเจ้าหน้าที่มาตรวจต้องคอยหลบซ่อน ห้ามไม่ให้เจ้าหน้าที่เห็น

     เมื่อเจ้าหน้าที่กลับไปแล้วนายจ้างจึงไปตามกลับมา ปกตินายจ้างจะอยู่บ้านตลอดเวลา ไม่ออกไปไหน ต่อมาเมื่อประมาณช่วงต้นปี 2562 เด็กเห็นโอกาสที่นายจ้างไม่อยู่จึงรีบหลบหนีออกมาจากบ้าน ไปเร่ร่อนอยู่ข้างทาง สักระยะได้มี นายหลง (นามสมมุติ) พาไปอยู่ด้วย ได้ใช้โอกาสบังคับขืนใจข่มขืนกระทำชำเราโดยเด็กไม่ยินยอม จนชาวบ้านแถวนั้นเห็น ทนไม่ได้ จึงได้พาตัวเด็กมาพบ ตม.จ.สมุทรปราการ เพื่อให้การช่วยเหลือ และพาไปร้องทุกข์กับ พงส.กก.สส.บก.ตม.3 ดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป

     พล.ต.ท.สมพงษ์​ฯ​ กล่าวต่อว่า​ กระทั่งเมื่อวันที่ 9 ส.ค. 62 พงส.กก.สส.บก.ตม.3 ได้รวบรวมพยานหลักฐานขออนุมัติหมายจับศาลจังหวัดสมุทรปราการ จับกุม นายหลง (นามสมมุติ) ในความผิดฐาน “ข่มขืนกระทำชำเราฯ และ ให้การช่วยเหลือ ซ่อนเร้น ให้คนต่างด้าวพ้นจากการจับกุมฯ” และสามารถจับกุมตัวผู้ต้องหาได้ในวันที่ 9 ส.ค. 62​

     หลังจากนั้น​ วันที่ 14 ส.ค. 62 พงส.กก.สส.บก.ตม.3 ได้รวบรวมพยานหลักฐานขออนุมัติหมายจับศาลจังหวัดสมุทรปราการ จับกุม นายจ้าง ในความผิดฐาน “ค้ามนุษย์ฯ และทำร้ายร่างกายสาหัส หน้าเสียโฉมอย่างติดตัว” ศาลอนุมัติตามขอ โดยในวันที่ 16 ส.ค.62 ได้ขอหมายค้นบ้านที่เกิดเหตุ และทำการจับกุมผู้ต้องหาตามหมายจับ พร้อมตรวจสถานที่เกิดเหตุ โดยมี เจ้าหน้าที่​ พฐ.เก็บพยานหลักฐานอาวุธที่ใช้กระทำผิด เพื่อส่งตรวจพิสูจน์ต่อไป สำหรับเด็กได้รับการคุ้มครองตามกระบวนการของกฎหมายในฐานะผู้เสียหายจากการค้ามนุษย์

     พล.ต.ท.สมพงษ์​ฯ​ ฝากประชาสัมพันธ์​ ขอเรียนให้ท่านทราบว่า สตม.ได้ใส่ใจคนต่างด้าวที่เข้ามาพักอาศัยในราชอาณาจักรไทยทุกคน หากพบว่าท่านไม่ได้รับความเป็นธรรม ถูกนายจ้างทำร้ายสามารถแจ้งเบาะแสมาที่ สำนักงาน​ตรวจ​คน​เข้า​เมือง​ประจำ​จังหวัด​ ได้ทุกแห่ง และฝากเตือนถึงนายจ้าง หากท่านรับคนต่างด้าวเข้ามาทำงาน ท่านต้องปฏิบัติต่อคนต่างด้าว ที่ได้รับอนุญาตให้ทำงานอย่างถูกต้องตามกฎหมาย และปฏิบัติอย่างมีมนุษยธรรม หากนายจ้างทำให้ลูกจ้างกลัวว่าจะเกิดอันตรายต่อชีวิตร่างกาย เสรีภาพ ชื่อเสียง หรือทรัพย์สิน หรือขู่เข็ญด้วยประการใดๆ หรือใช้กำลังประทุษร้าย หรือยึดเอกสารสำคัญประจำตัว หรือนำภาระหนี้มาผูกมัด จะผิดฐานค้ามนุษย์ โดยการบังคับใช้แรงงาน ซึ่งมีมาตรการในการตรวจสอบ กวดขัน และปราบปรามการกระทำความผิดในด้านต่างๆ รวมทั้งดำเนินการตรวจสอบชาวต่างชาติที่มีพฤติกรรมไม่เหมาะสม กระทำผิดกฎหมาย ก่อเหตุอันตรายต่อความสงบสุขและความปลอดภัยในชีวิตทรัพย์สินของประชาชน ทำให้เกิดความเสียหายต่อภาพลักษณ์ของประเทศชาติ

     หากประชาชนท่านใดพบเห็นเบาะแสการกระทำความผิด กรุณาแจ้งมายัง สำนักงานตรวจคนเข้าเมือง เลขที่ 507 ซ.สวนพลู แขวงทุ่งมหาเมฆ เขตสาทร กรุงเทพมหานคร 10120 หรือที่หมายเลขโทรศัพท์ 1178 หรือที่ www.immigration.go.th จักขอบพระคุณเป็นอย่างยิ่ง

สุรเชษฐ​ ศิลา​นนท์​ รายงาน​

แปลงใหญ่ มะม่วงโชคอนันต์ สุโขทัย คว้ารับรางวัลดีเด่นระดับประเทศ

       นายสำราญ สาราบรรณ์ อธิบดีกรมส่งเสริมการเกษตร เปิดเผยถึงการจัดประกวดแปลงใหญ่ดีเด่นระดับประเทศ ประจำปี 2562 ว่า เป็นงานที่จัดขึ้นมาเป็นปีที่ 4 แล้ว โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อเป็นขวัญและกำลังใจให้เกษตรกร รวมถึงเป็นแรงกระตุ้นให้เกษตรกรพัฒนาตนเองต่อเนื่อง ไปพร้อมกับการส่งเสริมสนับสนุนจากภาครัฐ สำหรับปีนี้การคัดเลือกแปลงใหญ่ที่มีผลการดำเนินงานดีเด่นเข้าประกวดแปลงใหญ่ดีเด่นตั้งแต่ระดับเขตไปจนถึงระดับประเทศ ประจำปี 2562 ประกอบด้วย ระดับเขตมีการคัดเลือกทั้ง 6 เขต เขตละ 1 แปลง เพื่อเป็นตัวแทนประกวดระดับประเทศ

     ทั้งนี้มีแปลงใหญ่ของแต่ละเขตที่ผ่านการคัดเลือกเข้าประกวดแปลงใหญ่ดีเด่นระดับประเทศ ประจำปี 2562 ได้แก่ เขต 1 แปลงใหญ่มันสําปะหลัง ตําบลวังม่วง อําเภอวังม่วง จังหวัดสระบุรี เขต 2 แปลงใหญ่กล้วยหอมทอง 1 หมู่ที่ 2 ตําบลถ่ำรงค์ หมู่ที่ 3 ตําบลท่าเสน อําเภอบ้านลาด จังหวัดเพชรบุรี เขต 3 แปลงใหญทุเรียน หมู่ที่ 8 ตําบลดงขี้เหล็ก อําเภอเมืองปราจีนบุรี จังหวัดปราจีนบุรี เขต 4 แปลงใหญ่ข้าวอินทรีย์ หมู่ที่ 9 ตําบลดงมะไฟ อําเภอทรายมูล จังหวัดยโสธร เขต 5 แปลงใหญ่ผักบางท่าข้าม ตําบลท่าข้าม อําเภอพุนพิน จังหวัดสุราษฎร์ธานี เขต 6 แปลงใหญ่มะม่วงโชคอนันต์ ตําบลนํ้าชุม อําเภอศรีนคร จังหวัดสุโขทัย

     ซึ่งผลปรากฏว่า รางวัลชนะเลิศอันดับที่ 1 การประกวดแปลงใหญ่ดีเด่นระดับประเทศ ประจำปี 2562 ได้แก่ เขต 6แปลงใหญ่ มะม่วงโชคอนันต์ ต.น้ำชุม อ.ศรีนคร จ.สุโขทัยรางวัลรองชนะเลิศอันดับที่ 1 ได้แก่ เขต 2 แปลงใหญ่กล้วยหอมทอง 1 หมู่ที่ 2 ตําบลถ่ำรงค์ หมู่ที่ 3 ตําบลท่าเสน อําเภอบ้านลาด จังหวัดเพชรบุรี รางวัลรองชนะเลิศอันดับที่ 2 ได้แก่ เขต 4 แปลงใหญ่ข้าวอินทรีย์ หมู่ที่ 9 ตําบลดงมะไฟ อําเภอทรายมูล จังหวัดยโสธร และรางวัลชมเชยลำดับที่ 1 ได้แก่ เขต 1 แปลงใหญ่มันสําปะหลัง ตําบลวังม่วง อําเภอวังม่วง จังหวัดสระบุรี อันดับที่ 2 ได้แก่ เขต 3 แปลงใหญ่ทุเรียน หมู่ที่ 8 ตําบลดงขี้เหล็ก อําเภอเมืองปราจีนบุรี จังหวัดปราจีนบุรี และอันดับที่ 3 เขต 5 แปลงใหญ่ผักบางท่าข้าม ตําบลท่าข้าม อําเภอพุนพิน จังหวัดสุราษฎร์ธานี

     ขณะที่รางวัลแปลงใหญ่ขวัญใจมหาชน ยังตกเป็นของ แปลงใหญ่มะม่วงโชคอนันต์ ต.น้ำชุม อ.ศรีนคร จ.สุโขทัย ที่ควบ 2 ตำแหน่งในปีนี้ เนื่องจากมีความโดดเด่นในด้านการบริหารจัดการกลุ่ม และการเชื่อมโยงเครือข่ายระหว่างกลุ่มเกษตรกรอื่น เครือข่ายศพก. สมาร์ทฟาร์มเมอร์ และยังสมาร์ทฟาร์มเมอร์ เพื่อวางแผนผลิตมะม่วงให้มีผลผลิตตลอดทั้งปีส่งให้บริษัท และตลาดทั่วไป โดยสามารถรักษาความเสถียรของราคาให้มั่นคง ผลผลิตไม่ล้นตลาด ซึ่งนับเป็นกลุ่มแปลงใหญ่ดีเด่นที่นำไปเป็นต้นแบบให้กลุ่มแปลงใหญ่อื่นต่อไปได้ในอนาคต

     ด้าน นายเนตร สมบัติ เกษตรจังหวัดสุโขทัย กล่าวว่า แปลงใหญ่มะม่วงโชคอนันต์ของจังหวัดสุโขทัย เป็นตัวแทนของเขตภาคเหนือ จากจำนวนแปลงใหญ่ทั้งหมด 6 แปลง 6 เขต จุดเด่นที่ทำให้แปลงใหญ่มะม่วงโชคอนันต์ จังหวัดสุโขทัย ได้รับรางวัลในครั้งนี้ คือ การเชื่อมโยงการดำเนินโครงการส่งเสริมการเกษตรแบบแปลงใหญ่ โครงการศูนย์เรียนรู้การเพิ่มประสิทธิภาพการผลิตสินค้าเกษตร (ศพก.) และโครงการพัฒนาเกษตรกรปราดเปรื่อง ทั้ง 3 โครงการเข้าด้วยกัน ซึ่งเป็นนโยบายหลักของกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ โดยแปลงใหญ่มะม่วงโชคอนันต์ สามารถตอบโจทย์ในเรื่องระบบการผลิตทางการเกษตรที่ดี และปลอดภัยตามมาตรฐาน GAP มีการนำนวัตกรรมมาช่วยในเรื่องการลดใช้แรงงานคน ลดต้นทุนการผลิต มีการเพิ่มมูลค่าให้สินค้าเกษตร ด้วยการแปรรูป การสร้างแบรนด์ ใช้หลักการตลาดนำการผลิต การพัฒนาเครือข่ายเข้มแข็ง เครือข่ายเกษตรกรรุ่นใหม่ (Young Smart Farmer) สมาชิกแปลงใหญ่ได้รับผลประโยชน์จากโครงการอย่างแท้จริง มีรายได้จากการผลิตมะม่วงที่แน่นอน ด้วยการมีระบบประกันราคามะม่วง ส่งผลให้มีชีวิตความเป็นอยู่ที่ดีขึ้น และมีความยั่งยืนในอาชีพเกษตรกรรม

นายพงศ์เทพ สาคร รายงานจากจังหวัดสุโขทัย

ทหารพราน 2110 มุกดาหาร สกัดจับเครือข่ายค้ายานรกข้ามชาติลักลอบนำเข้าราชอาณาจักร 10,000 เม็ด

https://youtu.be/VhapPWiho2I

     มุกดาหาร กองร้อยทหารพรานที่ 2110 สนธิกำลัง ฝ่ายปกครอง ฝ่ายความมั่นคง กอ.รมน ตำรวจภูธร สกัดจับเครือข่ายค้ายาบ้าข้ามชาติลักลอบนำยาบ้าเข้ามาแนวชายแดนถูกเจ้าหน้าที่รวบคาเรือหางยาวพร้อมของกลางยาบ้า 10,000 เม็ด

     เมื่อวันที่ 19 สิงหาคม 2562 หน่วยเฉพาะกิจกรมทหารพรานที่ 21 ภายใต้การอำนวยการของ พ.อ.สุภัททร ชูตินันทร์ ผู้บังคับหน่วยเฉพาะกิจกรมทหารพรานที่ 21 ได้สั่งการให้ พ.ต.อัครเดช อัครสาร ผบ.ร้อย.ทหารพรานที่ 2110 หลังได้รับแจ้งจากสายลับว่าเครือข่ายค้ายาบ้าข้ามชาติ จะขนยาบ้ามาทางเรือหางยาว ข้ามแม่น้ำโขงเพื่อส่งให้เครือข่ายค้ายาบ้าฝั่งไทย โดยจะมาขึ้นที่แนวชายแดนริมฝั่งโขงบริเวณ บ้านนาสีนวน ต.นาสีนวน อ.เมืองมุกดาหาร จ.มุกดาหาร จึงประสารหน่วยงานความมั่นคงดังกล่าวนำกำลังร่วมลงตรวจสอบโดยแบ่งกำลังออกชุ่มดัก

     ไม่นานได้เห็นเรือหางยาวแล่นข้ามแม่น้ำโขงมุ่งหน้าเข้ามาฝั่งไทยโดยมีคนขับเรือ 1 คน ก่อนเข้าเทียบท่าคนขับได้ดับเครื่องยนต์หางยาว พอเรือเข้าเทียบท่าคนขับได้ลงจากเรือ มือถือถุงโอวัลตินด้านในบรรจุสิ่งของเดินขึ้นท่าเจ้าหน้าที่จึงแสดงตัวตรวจสอบทราบชื่อคือ ท้าวกิ เทพวงษา อายุ 51 ปี ราษฏรบ้านผักขะน้อย เมืองไกสอนพรมวิหาน แขวงสะหวันนะเขต สปป.ลาว เจ้าหน้าที่ตรวจสอบสิ่งของภายในถุงพบของกลางยาบ้า จำนวน 5 มัด มัดละ 2,000 เม็ด รวมยาบ้า 10,000 เม็ด บรรจุอยู่ในถุงโอวัลติน

     เจ้าหน้าที่จึงนำตัวผู้ต้องหาพร้อมของกลางยาบ้ามาที่กองร้อยทหารพรานที่ 2110 ตรวจนับจำนวนยาบ้า ครบจำนวน 10,000 เม็ด ส่วนผู้ต้องหาเจ้าหน้าที่นำตัวไปสอบสวนว่าจะนำยาบ้ามาส่งให้เครือข่ายเป็นใคร ผู้ต้องหายอมเปิดปากว่าจะนำยาบ้ามาส่งให้ใครแล้ว แต่เจ้าหน้าที่ขอเก็บเป็นความลับก่อนนำผู้ต้องหาพร้อมของกลางยาบ้าส่งพนักงานสอบสวน สภ.เมืองมุกดาหาร เพื่อดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป.


ธานินทร์, ฐานิตา, สมเกียรติ, พวงเพรช/ผู้สื่อข่าวมุกดาหาร

เดวิด มุกดาหาร หัวหน้าศูนย์ข่าว สำนักข่าวความมั่นคง มุกดาหาร รายงาน

บางกอกแอร์เวย์สจัดกิจกรรม “English Club with Bangkok Airways” ส่งเสริมการเรียนรู้ภาษาอังกฤษให้กับเยาวชนในพื้นที่จังหวัดสุโขทัย

     วันนี้ (19 ส.ค.62) เวลา 13.30 น.บริษัท การบินกรุงเทพ จำกัด (มหาชน) หรือ สายการบินบางกอกแอร์เวย์ส โดยส่วนรับผิดชอบต่อสังคม (CSR) จัดกิจกรรม “English Club with Bangkok Airways” เพื่อส่งเสริมการเรียนรู้และสร้าง แรงบันดาลใจให้กับเยาวชนในพื้นที่จังหวัดสุโขทัย ให้เห็นถึงความสำคัญของการใช้ภาษาอังกฤษในชีวิตประจำวัน โดยมีนายชาญณรงค์ ใจสัมฤทธิ์ ผู้จัดการสนามบินสุโขทัย ให้เกียรติเป็นประธานในพิธีเปิด และมีนักเรียนจากโรงเรียนในพื้นที่จังหวัดสุโขทัยกว่า 60 คน เข้าร่วมกิจกรรม ณ โรงเรียนบ้านห้วยตม อำเภอศรีสัชนาลัย จังหวัดสุโขทัย

     สายการบินบางกอกแอร์เวย์ส ตระหนักถึงความสำคัญของการใช้ภาษาอังกฤษในการสื่อสารของเยาวชนรุ่นใหม่ จึงได้จัดกิจกรรม “English Club with Bangkok Airways” ต่อเนื่องเป็นปีที่ 4 โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อสร้าง แรงบันดาลใจและกระตุ้นให้เยาวชนที่อยู่ในพื้นที่จังหวัดสุโขทัยมีความสนใจในการเรียนรู้ภาษาอังกฤษ ผ่านทางกิจกรรมที่มีความสนุกสนานและเข้าใจง่าย อีกทั้งยังเป็นการการสร้างความสัมพันธ์อันดีระหว่างองค์กรและชุมชน รวมถึงพนักงานขององค์กรยังได้นำความรู้ความสามารถที่มีมาช่วยเหลือสังคมด้วย

     สำหรับการจัดกิจกรรมในครั้งนี้ได้รับความร่วมมือจาก 3 โรงเรียน ได้แก่ โรงเรียนบ้านห้วยตม โรงเรียนบ้านดงย่าป่า และโรงเรียนบ้านแม่คุ ในการส่งตัวแทนนักเรียนเข้าร่วมกิจกรรมกว่า 60 คน โดยนักเรียนที่เข้าร่วมจะมีโอกาสได้เรียนรู้และพัฒนาทักษะการใช้ภาษาอังกฤษผ่านกิจกรรมทายคำศัพท์ ใบ้คำศัพท์ เกมส์จับคู่คำศัพท์ และการเล่านิทาน เป็นต้น

นายพงศ์เทพ สาคร รายงานจากจังหวัดสุโขทัย

สลด นักเรียน ขับรถจยย.ไปโรงเรียนถูกรถยนต์ชน เสียชีวิตคาที่ ก่อนถึงโรงเรียน

    เมื่อเวลา 07.30 น.วันที่ 19 ส.ค.2562 ร.ต.อ.อุดม ภู่ภิรมย์ รอง สว (สอบสวน) สภ.หัวไทร จ.นครศรีธรรมราช พร้อมและเจ้าหน้าที่มูลนิธิใต้เต็กตึ้งหัวไทร เข้าทำการชันสูตรศพผู้เสียชีวิต รถยนต์โตโยต้า มีขาว หมายเลขทะเบียน ขล-4236 สงขลา รถจักรยานยนต์ ยี่ห้อฮอนด้า เวฟ สีดำ ทะเบียน 1กฌ-8804 นครศรีธรรมราช ที่ถนนเลี่ยงเมือง หมู่ 10 ต.หัวไทร อ.หัวไทร ทราบชื่อผู้เสียชีวิตคือ น.ส.จีรนันท์ คงบุญทอง อายุ 16 ปี อยู่บ้านเลขที่ 142 หมู่ 3 ต.เขาพังไกร อ.หัวไทร จ.นครศรีธรรมราช เป็นนักเรียนชั้น ม.4 โรงเรียนหัวไทรบำรุงราษฎร์ เสียชีวิตอยู่ในชุดเครื่องแบบนักเรียน สภาพศพคอหัก แขนหัก ขาหัก ตามร่างกายมีบาดแผลฉกรรจ์หลายแห่ง

    จากการสอบสวนเบื้องต้นของตำรวจทราบว่า ก่อนเกิดเหตุ น.ส.จีรนันท์ฯ ผู้ตาย ขี่รถจักรยานยนต์ มุ่งหน้าไปโรงเรียนตามปกติมาตามถนนสี่เลน เมื่อถึงที่เกิดเหตุผู้ตายได้กลับรถที่บริเวณจุดยูเทริน์ช่องทางเล็กๆ ของร่องเกาะกลางถนนก่อนขึ้นไปบนถนนอีกฝั่งเป็นจังหวะเดียวกับรถยนต์คันดังกล่าวแล่นมาด้วยความเร็ว เบรกรถไม่ทันจึงพุ่งชนอย่างจัง จนเป็นเหตุให้ น.ส.จีรนันท์ฯ เสียชีวิตในที่สุด ในขณะที่คนขับรถยนต์นั้นไม่อยู่ในที่เกิดเหตุแล้ว อย่างไรก็ตาม ทราบว่าวันนี้ (19 ส.ค.62) เป็นวันคล้ายวันเกิดของ น.ส.จีรนันท์ฯ อายุครบ 16 ปีบริบูรณ์ แต่มาประสบอุบัติเหตุชีวิตอย่างน่าสลด ขณะที่ผู้ปกครองที่มาเห็นเหตุการณ์อยู่ในสภาพเศร้าเสียใจเป็นอย่างมากดังกล่าว.


ธีรศักดิ์ อักษรกูล/รายงาน

ราษฎรในจังหวัดจันทบุรี ส่งมอบอาวุธปืนและอุปกรณ์การล่าสัตว์คืนป่า-คืนชีวิตให้สัตว์ป่า

     ราษฎรในจังหวัดจันทบุรีส่งมอบอาวุธปืนและอุปกรณ์การล่าสัตว์พร้อมกล่าวคำปฏิญาณยืนยันว่าจะไม่ทำร้ายและล่าสัตว์ป่าในเขตพื้นที่ป่ารอยต่อ 5 จังหวัด ตลอดไป พร้อมร่วมกิจกรรม คืนป่า คืนชีวิตให้สัตว์ป่า ที่ หน่วยเฉพาะกิจทหารพรานนาวิกโยธิน จันทบุรี

    วันนี้ ( 19 ส.ค.62 ) ที่หน่วยเฉพาะกิจทหารพรานนาวิกโยธิน ค่ายเทวาพิทักษ์ อำเภอโป่งน้ำร้อน จังหวัดจันทบุรี พลเอก สุรัตน์ วรรักษ์ เลขานุการมูลนิธิอนุรักษ์ป่ารอยต่อ 5 จังหวัด ได้เดินทางมาตรวจเยี่ยมให้กำลังใจเจ้าหน้าที่ และเป็นประธานเปิดโครงการ คืนป่า คืนชีวิตให้สัตว์ป่า เพื่อถวายเป็นพระราชกุศล สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง โดยพลเรือโท รณรงค์ สิทธินันทน์ ผู้บัญชาการป้องกันชายแดนจันทบุรีและตราด, นายวิทูรัช ศรีนาม ผู้ว่าราชการจังหวัดจันทบุรี นำข้าราชการ ทหาร ตำรวจ เจ้าหน้าที่ป่าไม้ และ ส่วนราชการ ภาคเอกชนที่เกี่ยวข้อง และเยาวชน นักเรียน ให้การต้อนรับ

    โอกาสนี้ราษฎรในพื้นที่และพรานป่าได้ส่งมอบอาวุธปืนและอุปกรณ์การล่าสัตว์ รวมทั้งกล่าวคำปฏิญาณเบื้องหน้าพระบรมฉายาลักษณ์ เพื่อเป็นการยืนยันว่าจะไม่ทำร้ายและล่าสัตว์ป่าในเขตพื้นที่ป่ารอยต่อ 5 จังหวัด ตลอดไป สำหรับอาวุธปืนและอุปกรณ์การล่าสัตว์ป่าในครั้งนี้ที่ราษฎรและพรานป่าในจังหวัดจันทบุรีส่งมอบแก่ทางราชการ ประกอบด้วย ปืนแก็ป 109 กระบอก / ปืนลูกซอง 5 กระบอก / ปืนผูก 6 กระบอก / บ่วงสลิง 50 บ่วง / บ่วงเชือก 300 บ่วง แร้ว 30 อัน ซึ่งจะได้มีการส่งมอบให้เขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าเขาสอยดาว จังหวัดจันทบุรี นำไปจัดนิทรรศการเพื่อสร้างจิตสำนึกให้แก่เยาวชน และ ประชาชนทั่วไปได้ตระหนักถึงโทษของการล่าสัตว์ป่า เพื่อให้ผืนป่ารอยต่อ 5 จังหวัดเป็นป่าปลอดเสียงปืน อย่างแท้จริงตลอดไป

ภาพ/ข่าว จรัล บรรยงคเสนา  ทีมข่าวภูมิภาค
นาย  พรเทพ เขม้นเขตวิทย์ รายงานจากศูนย์ข่าวภาคตะวันออก

สระบุรี​-แม่ค้าตลาดนัดร้องศูนย์ดำรงธรรมจังหวัด กรณี​ อบต.สั่งปิดตลาด

    วันที่ 19 สิงหาคม 2562​ นางกาญจนา​ ชัชวงษ์​ พร้อมตัวแทนผู้ค้าขายตลดนัดต้นแค ตำบลมวกเหล็ก​ อำเภอมวกเหล็กจังหวัดสระบุรีกว่า 150 คนรวมตัวกัน มาร้องศูนย์ดำรงธรรมจังหวัดสระบุรี

     ผู้ว่าราชการจังหวัดสระบุรีจึงมอบให้พันเอกเพิ่มศักดิ์​ ขุนโขลน​ ผู้แทนศูนย์ดำรงธรรมรับเรื่องราวร้องทุกข์และเชิญตัวแทนมาเจรจามีความพอใจ จึงรับหนังสือร้องเรียนเพื่อนำเสนอผู้ว่าราชการจังหวัดสระบุรี จากข้อประเด็นหลักนั้นผู้ค้าขายสินค้าที่นำมาขายจะได้นับความเดือดร้อนไม่มีที่ทำกินเนื่องจากแม่ค้าจะเป็นชาวบ้านในพื้นที่นั้นนำสินค้ามาจำหน่าย​

    จากการลงพื้นที่ปรากฏว่า มีป้ายปิดประกาศขององค์การบริหารส่วนตำบลมวกเหล็ก มีคำสั่งให้ปิดตลาดนัดดังกล่าวโดยหนังสือจากกรมอนามัยที่วินิฉัยว่า ตลาดต้นแคจัดตั้งตลาดไม่ถูกสุขลักษณะและอนามัยตามข้อบังคับตำบลเรื่องตลาดพ.ศ.2541และพรบ.สาธารณสุขพ.ศ.2535 จึงปฏิบัติตามคำสั่งหากไม่ปฎิบัติตามจะถือเป็นขอละเว้นในการปฎิบัติหน้าที่นายกในฐานะผู้บริหาร​ องค์การบริหารส่วนตำบลมวกเหล็ก​ จึงต้องปฏิบัติหน้าที่ชอบด้วยกฏหมายจึงแจ้งให้ผู้ประกอบทราบถึงผลอุทธรณ์ เมื่อวันที่ 8 สิงหาคม ที่ผ่านมาผู้ค้าขายสามารถโต้แย้งคำวินิฉัยอุทธรณ์ ให้ทำการยื่นคำฟ้องเป็นหนังสือยื่นต่อศาลปกครองได้ภายใน 90 วัน

    ทางด้านผู้ประกอบการจะดำเนินการอย่างไรนั้น เจ้าหน้าที่ที่รับเรื่องจะประสานหน่วยงานทางอำเภอ ไกลเกลี่ยประณีประนอมให้ผู้ค้าขายได้ค้าขายต่อไป ส่วนผู้ประกอบการดำเนินตามข้อกฏหมายจะเดินทางไปร้องต่อศาลปกครองในวันที่ 20 สิงหาคมนี้อีกครั้ง

ดำรงค์ ชื่นจินดา/รายงาน