เกาะช้าง-ประชุมชี้แจง เจ้าของกิจการโรงแรม ที่ไม่มีใบอนุญาต เร่งเข้าสู่ระบบให้ถูกต้อง ตามคำสั่ง คสช.ที่ 6/2562

          ช่วงบ่ายของวันที่ 21 ส.ค.62 นายสัญญา เกิดมณี นายกเทศมนตรี ต.เกาะช้าง อ.เกาะช้าง จ.ตราด ได้มอบหมายให้ นายธารัช ศิริพันธ์ รองนายกเทศมนตรี ต.เกาะช้าง -นายเมที แสงศักดิ์ดา ผอ.กองช่างเทศบาล ต.เกาะช้าง เจ้าหน้าที่งานป้องกันฯ ร่วมกับ นายทวีลาภ ประสิทธินาวา ปลัดอำเภอเกาะช้าง เข้าร่วมในการประชุมชี้แจง ทำความเข้าใจ แก่ผู้ประกอบกิจการโรงแรม ห้องพัก โฮมสเตย์ (ปล่อยเช่ารายวัน) ที่ยังไม่มีใบอนุญาตประกอบการ ธุรกิจโรงแรม อย่างถูกต้องตามกฏหมาย เป็นไปตามคำสั่ง คสช.ที่ 6/2562 ลงวันที่ 12 มิ.ย.62 ที่ห้องประชุมโรงแรมไชยเชษฐ์ รีสอร์ท หมู่ 4 ต.เกาะช้าง โดยมีเจ้าของ-ตัวแทน ผู้บริหารธุรกิจโรงแรม เข้าร่วมกว่า 150 คน

         ซึ่งเจ้าหน้าที่ได้อธิบาย ทำความเข้าใจ อาคารห้องพักที่เข้าข่ายตาม พ.ร.บ.โรงแรม โดยเฉพาะห้องพักที่เปิดให้บริการนักท่องเที่ยวแบบรายวัน หลังจากเจ้าหน้าที่ได้อธิบาย พร้อมตอบข้อซักถาม จนเป็นที่เข้าใจโดยทั่วกันแล้ว ก็ได้ให้เจ้าของกิจการห้องพักที่เปิดให้บริการรายวัน แต่ยังไม่มีใบอนุญาต ได้กรอกข้อมูลในเอกสารแบบคำขอ ซึ่งจะมีช่องให้ลงอย่างละเอียด กรณีเช่าที่ดินเอกชน-เช่าที่ดินของรัฐ ก็ให้แนบเอกสารหนังสือสัญญาเช่าหรือยินยอม จากหน่วยงานนั้นๆมาด้วย-หนังสือรับรองจาก กำนัน,ผู้ใหญ่บ้าน ผู้ปกครองพื้นที่-เอกสารภ.บ.ท.5 แล้วนำไปยื่นได้ที่ สำนักงานเทศบาล ต.เกาะช้าง พร้อมเอกสาร-หลักฐานที่เจ้าหน้าที่ได้ระบุ ภายในวันที่ 9 ก.ย.62

          หลังจากนั้นเจ้าหน้าที่ของเทศบาล ต.เกาะช้าง -ฝ่ายปกครอง และส่วนที่เกี่ยวข้องอีกหลายฝ่าย ก็จะร่วมกันลงพื้นที่ เพื่อออกตรวจสภาพความพร้อมของสถานประกอบการที่ได้ยื่นคำขอ มีส่วนไหนจะต้องปรับปรุงแก้ไขบ้าง ก่อนจะรวบรวมเสนอให้กับทางจังหวัด-กรม พิจารณาต่อไป

          นายเมที แสงศักดิ์ดา ผอ.กองช่าง เทศบาล ต.เกาะช้าง กล่าวว่า ตามคำสั่ง คสช.ที่ 6/2562 ดังกล่าว เป็นโอกาสที่ดี ของผู้ประกอบกิจการโรงแรม ในพื้นที่เกาะช้าง ที่ยังไม่มีใบอนุญาต มานานหลายปี สามารถยื่นขออนุญาตให้ถูกต้องได้โดยไม่ยุ่งยากมาก สาเหตุที่สถานประกอบการอีกจำนวนมากในพื้นที่เกาะช้าง ยังไม่มีใบอนุญาต ประเด็นหลักๆก็คือ ที่ดินที่ใช้ปลูกสร้างอาคารนั้นๆ มีเพียงเอกสาร ภ.บ.ท.5 และบางส่วนก่อสร้างอาคารไม่เป็นไปตาม พ.ร.บ.ควบคุมอาคาร ทั้งนี้ ที่ผ่านมาได้มีผู้ร้องเรียนไปยังจังหวัด-อำเภอบ่อยครั้ง เนื่องจากเวลาเจ้าหน้าที่หรือพนักงานจากส่วนราชการต่างๆ เดินทางมาจากต่างจังหวัด เพื่อมาราชการหรือทำภารกิจในพื้นที่เกาะช้าง แล้วเข้าพักในโรงแรม-รีสอร์ต ที่ไม่มีใบอนุญาต ก็ไม่สามารถนำใบเสร็จจากโรงแรมที่เข้าพักดังกล่าว ไปยื่นเบิกค่าห้องพักคืนจากหน่วยงานต้นสังกัดได้

ภาพ/ข่าว วรโชติ เกาะช้าง-วิเชียร ม่วงสี ทีมข่าวภูมิภาค/รายงาน

เพชรบูรณ์-ปล่อยแมลงหางหนีบในไร่ข้าวโพด ส่งเสริมแมลงศัตรูธรรมชาติ เพื่อควบคุมหนอนกระทู้ข้าวโพดลายจุด

         ที่ศาลา อเนกประสงค์ บ้านเนินคาย หมู่ 4 ตำบลวังศาล อำเภอวังโป่ง จังหวัดเพชรบูรณ์ นายอำนาจ ปาลาศ เกษตรจังหวัดเพชรบูรณ์ เป็นประธาน เปิด”โครงการ วันรณรงค์ การป้องกัน กำจัดหนอนกระทู้ข้าวโพดลายจุด” ตามโครงการส่งเสริมการควบคุมหนอนกระทู้ข้าวโพดลายจุดชีววิธี

         ซึ่งหนอนกระทู้ข้าวโพดลายจุด เป็นแมลงศัตรูที่สำคัญของประเทศไทย เริ่มพบมีการระบาดครั้งแรกเมื่อเดือนธันวาคม 2561 หลังจากนั้นพื้นที่การระบาดของหนอนกระทู้ข้าวโพดลายจุด เพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่องในช่วงปีที่ผ่านมา กรมส่งเสริมการเกษตรสำนักงานเกษตรจังหวัดเพชรบูรณ์ได้ดำเนินการตามมาตรการต่างๆเพื่อควบคุมหนอนกระทู้ข้าวโพดลายจุด ทั้งการแจ้งเตือนเกษตรกรและให้ความรู้ในการป้องกันกำจัดตามคำแนะนำของกรมวิชาการเกษตร โดยการสนับสนุนแมลงศัตรูธรรมชาติเพื่อควบคุมหนอนกระทู้ข้าวโพดลายจุด ซึ่งสามารถควบคุมการระบาดได้ในระดับหนึ่ง แต่ยังไม่สามารถหยุดยั้งการทำลายของหนอนกระทู้ข้าวโพดลายจุดได้

          กองส่งเสริมการอารักขาพืชและจัดการดินปุ๋ย กรมส่งเสริมการเกษตร จึงให้จังหวัดเพชรบูรณ์ ดำเนินการโครงการส่งเสริมการควบคุมหนอนกระทู้ข้าวโพดลายจุด โดยชีววิธีซึ่งเป็นวิธีการจัดการศัตรูพืชต่อสิ่งแวดล้อมและนำไปสู่ความยั่งยืน โดยมีเกษตรกรชาวอำเภอวังโป่งและเกษตรกรชาวอำเภอชนแดน จำนวน 250 คน เข้าร่วมงาน โดยจัดฐานเรียนรู้ จำนวน 4 ฐาน ฐานที่1 ลักษณะของหนอนกระทู้ข้าวโพดลายจุด ฐานที่2 การสำรวจพื้นที่การระบาดของหนอนกระทู้ข้าวโพดลายจุด ฐานที่3 การป้องกันกำจัดหนอนข้าวโพดลายจุด ฐานที่4 การผลิตแมลงศัตรูธรรมชาติ โดยได้รับความร่วมมือจากศูนย์ส่งเสริมเทคโนโลยีการเกษตรด้านอารักขาพืช จังหวัดพิษณุโลก ศูนย์วิจัยและพัฒนาการเกษตรเพชรบูรณ์ สำนักงานเกษตรอำเภอวังโป่ง ผู้นำท้องถิ่น ผู้นำท้องที่อำเภอวังโป่ง

         จากนั้น นายอำนาจ ปาลาศ เกษตรจังหวัดเพชรบูรณ์ พร้อมคณะ ฯ ได้ลงพื้นที่ไร่ข้าวโพดของนายสุวรรณพงษ์ แพ่งพรม เกษตรกรบ้านเนินคาย หมู่ 4 ตำบลวังศาล อำเภอวังโป่ง ซึ่งปลูกข้าวโพด จำนวน 9 ไร่ อายุข้าวโพด ราว 40 วัน เพื่อให้ความรู้เรื่องการผลิตหรือการเพาะพันธุ์ของแมลงหางหนีบ พร้อมสาธิตวิธีปล่อยแมลงหางหนีบ จำนวน 2,000ตัว ลงแปลงปลูกข้าวโพด จำนวน 9 ไร่ หรือ อัตรา 100 – 1,000 ตัว / ไร่ เพื่อช่วยกำจัดหนอนกระทู้ข้าวโพดลายจุดด้วยศัตรูธรรมชาติ โดยไม่ใช้สารเคมี

          ทั้งนี้ แมลงหางหนีบ เป็นกลุ่มแมลงที่ทำหน้าที่ในการย่อยสลายเศษซากพืช จึงมักพบแมลงหางหนีบอยู่ในที่ชื้น มืด และค่อนข้างอับ ตามแปลงพืชไร่ชนิดต่างๆ เช่น ไร่ข้าวโพด ไร่อ้อย โดยปกติแมลงหางหนีบจะออกหากินเฉพาะกลางคืน สามารถเคลื่อนไหวได้อย่างรวดเร็ว และหากัดกินไข่ตัวหนอน และตัวอ่อนของสัตว์ต่างๆ ที่มีขนาดเล็ก มีความสามารถในการเสาะหาเหยื่อตามซอกมุมได้ดี ซึ่งการทำลายเหยื่อที่เป็นหนอนในไร่ข้าวโพด จะใช้แพนหางที่มีลักษณะคล้ายคีมหนีบลำตัวเหยื่อแล้วกินเป็นอาหาร แต่ถ้าเป็นเพลี้ยอ่อนจะกัดกินโดยตรง โดยแมลงหางหนีบ 1 ตัว จะสามารถกินเหยื่อได้ประมาณ 20-30 ตัวต่อวัน หากแมลงหางหนีบอิ่มแล้ว และยังเจอตัวหนอนจะใช้แพนหางหนีบจนกระทั่งตัวหนอนตาย และจากไปโดยไม่กิน และจะหนีบต่อไปเรื่อยๆ เมื่อเจอหนอนตามไร่ข้าวโพด

เดชา มลามาตย์/มนสิชา คล้ายแก้ว

นครนายก–คืบหน้าเจ้าของที่ เอ่ยปากชม คนที่ติดป้ายประกาศด่ายับ คนทิ้งขยะ เผยมีใจจิตอาสาช่วยสังคมและสิ่งแวดล้อม

          เจ้าของที่เอ่ยปากชมคนที่มาติดป้ายประกาศห้ามทิ้งขยะโดยมีถ้อยคำว่าใครทิ้งขอให้ชิปหายทั้งครอบครัวทั้งที่ตนเองก็ไม่รู้เหมือนกันว่ามีป้ายมาติดตรงที่ตัวเอง

         ที่นครนายก ผู้สื่อข่าวได้ลงพื้นที่อีกครั้งหลังบนถนนเส้นบ้านขาม หมู่ 5 ต.บ้านใหญ่ อ.เมือง จ.นครนายก ที่ได้ป้ายไวนิลขนาด กว้าง 1เมตร x 1เมตร ติดอยู่กับต้นไม้และมีถ้อยคำทึ่รุนแรงว่า “ใครทิ้งขยะข้างทางขอให้ชิปหายทั้งคนทิ้งและครอบครัว ” ซึ่งข้อความของป้ายดังกล่าว ทำเอาผู้ที่ผ่านไปผ่านไปมาถึงกับอึ้งไม่กล้าทิ้งขยะกันเลยทีเดียว

         ต่อมาได้สอบถามเรื่องที่มาที่ไปของป้าย กับนาวสำเนียง ศรีคร่ำ ผู้ช่วยผู้ใหญ่บ้าน หมู่ 5 เล่าว่า เคยมีป้ายแบบนี้มาติดแล้วครั้งนึงและก็ชำรุด หรือถูกเก็บย้ายไปไหนไม่มีใครรู้ และก็มีคนมาติดใหม่ แต่ก็ไม่มีใครเห็นว่าใครมาติดป้ายดังกล่าว จนกระทั่งมาเห็นอีกครั้งในข่าวทีวีว่าในเขตพื้นที่ตัวเองดูแลอยู่ มีเรื่องแบบนี้ และก็ถือว่าเป็นเรื่องที่ดีที่มีมือดีมาเขียนป้ายแบบนี้ จนไม่มีใครกล้ามาทิ้ง แต่ก็อยากจะฝากหน่วยงานที่เกี่ยวข้องให้มาจัดการกับสถานที่ตรงนี้แบบเด็ดขาดและปราศจากขยะ 100% เพราะตรงนี้ก็เหมือนกับเป็นหน้าเป็นตาของจังหวัดนครนายกและยังใกล้สถานที่ตั้งสาธารณสุขจังหวัดอีกด้วย

         นางสำเนียงได้เล่าต่ออีกว่า ที่มีคนมาทิ้งขยะตรงนี้ที่ของคนชื่อยายเชง แต่ยายเชงก็ไม่ได้มาดูแลปล่อยหญ้าขึ้นรก แต่เคยถามไปกับน้องชายเจ้าของที่ก็ยังไม่รู้ว่ามีคนมาติดป้ายเพราะว่ายายเชงอายุตั้ง 85 และป่วยคงไม่สามารถมาติดป้ายได้ แต่ก็ยังเอ่ยปากชมว่าคนที่มาติดป้ายที่มีถ้อยคำรุนแรงขนาดนี้ เข้าใจเขียนเพราะก็ไม่เคยเห็นมาก่อนส่วนใหญ่จะมีแต่ป้ายห้ามทิ้งฝ่าฝืนปรับเท่านั้นเท่านี้ ประมาณนี้ แต่นี่เจอแบบสาปแช่งก็นึกขำเหมือนกันแต่ก็ชื่นชมคนเขียนป้ายต้องมีใจเป็นจิตอาสาช่วยเกลือสังคมและรักษาสิ่งเเวดล้อมให้คนไม่กล้ามาทิ้งขยะตรงนี้อีก ..

ภาพ/สมบัติ เนินใหม่ ข่าว/รัชชานนท์ เนินใหม่ ทีมข่าวภูมิภาค
นายพรเทพ เขม้นเขตวิทย์ รายงานจากศูนย์ข่าวภาคตะวันออก

สุโขทัย-ผู้ตรวจราชการ ส.ป.ก. ลงพื้นที่ตรวจเยี่ยมเจ้าหน้าที่และกลุ่มผู้ปลูกส้มแม่สิน

          วันที่ 21 สิงหาคม 2562 นางสาววรรณพร ดอกจำปา ผู้ตรวจราชการ ตรวจเยี่ยมให้กำลังใจการปฏิบัติงานเจ้าหน้าที่ ส.ป.ก.สุโขทัย ณ.สำนักงานการปฏิรูปที่ดินจังหวัดสุโขทัย โดยมี นายวันชัย สินทรัพย์ ปฏิรูปที่ดินจังหวัดสุโขทัย และเจ้าหน้าที่ให้การต้อนรับ พร้อมนำเสนอผลการดำเนินงานตามแผนงาน ประจำปี 2562 และปัญหาอุปสรรคในการดำเนินงาน

          พร้อมลงพื้นที่เยี่ยมเกษตรกรกลุ่มแม่สินพัฒนาผู้ปลูกส้มเขียวหวานสีทอง ตำบลแม่สิน อำเภอศรีสัชนาลัย จังหวัดสุโขทัย โดยมีปลัดอำเภอ ผู้นำท้องถิ่น เกษตรกร และนักเรียนให้การสร้างและพัฒนาเกษตรกรรุ่นใหม่ ตอนรับ พร้อมพูดคุยปัญหาและอุปสรรคในการทำการเกษตร

          ด้านผู้ใหญ่สมพงษ์ ปลาป๊อก ประธานกลุ่มเกษตรกรแม่สินพัฒนา ได้เล่าถึงความเป็นมาของการปลูกส้มเขียวหวานสีทองว่า ปลูกส้มเขียวหวานสีทองกันมาเกือบ 65 ปี ตั้งแต่รุ่นปู่ รุ่นย่า ก่อนหน้านั้นปลูกพืชตระกูลถั่ว พืชไร่ ข้าวโพด กล้วย ต่อมามีผู้นำกิ่งพันธุ์ส้มเขียวหวานมาจากบางมด (ปัจจุบันคือ แขวงบางมด เขตทุ่งครุ กรุงเทพฯ) จึงเปลี่ยนมาปลูกส้มแทนจากการปลูกถั่วมาก่อน พื้นดินบริเวณนี้จึงมีความอุดมสมบูรณ์และพื้นที่ทั้งตำบลแม่สิน เป็นพื้นที่ราบและที่ลาดเชิงเขา มีแม่น้ำยมและลำห้วยแม่สินไหลผ่าน ยิ่งช่วยให้พื้นที่มีความเหมาะสมแก่การปลูกส้มเขียวหวานสีทอง

          ผู้ใหญ่สมพงษ์ บอกว่า ตนเองปลูกส้มเขียวหวานสีทอง จำนวน 30 ไร่ ให้ผลผลิตหมดแล้วทุกต้น อายุเฉลี่ยของต้นส้ม 30 ปี และให้ข้อมูลเพิ่มเติมว่าเกษตรกรตำบลแม่สิน ร้อยละ 90 ปลูกส้มเขียวหวานสีทองเป็นอาชีพหลัก จนกล่าวได้ว่าส้มเขียวหวานสีทองเป็นพืชเศรษฐกิจที่สำคัญของจังหวัดสุโขทัยนั้น ผลิตที่ตำบลแม่สิน ในอดีตเกษตรกรในตำบลแม่สิน ต่างคนก็ต่างปลูกส้มกันไป ถึงช่วงฤดูเก็บผลผลิตก็ต่างคนต่างขาย ผลผลิตที่ได้ก็มีความแตกต่างกัน บางสวนก็ใช้สารเคมี บางสวนก็ไม่ใช้ แต่พยายามหันมาทำส้มเขียวหวานอินทรีย์

          ผู้ใหญ่สมพงษ์ ยังมีความคิดทำสวนส้มเป็นแหล่งท่องเที่ยวเชิงเกษตร Orange Skywalk สะพานไม้ไผ่กลางสวนส้มสีทอง ซึ่งตั้งอยู่บนเนินกลางหุบเขา เพื่อใช้เป็นทางเดินชมยอดส้มในสวนและทิวทัศน์โดยรอบสวน อันสวยงาม มองทิวทัศได้ 360 องศา สามารถดึงดูดนักท่องเที่ยวให้เข้ามาเที่ยวชม ถือเป็นการต่อยอดในการพัฒนาสวนส้มให้เป็นแหล่งท่องเที่ยวเชิงการเกษตรที่ยั่งยืนได้อีกรูปแบบหนึ่ง

นายพงศ์เทพ สาคร รายงานจากจังหวัดสุโขทัย

การประชุม นขต.กอ.รมน. ครั้งที่ ๘/๒๕๖๒ สรุปผลการปฏิบัติงานในรอบเดือนที่ผ่านมา

     วันนี้ (๒๑ ส.ค. ๖๒) เวลา ๐๙.๓๐ น. พล.ต.ธนาธิป สว่างแสง โฆษก กอ.รมน. ได้เปิดเผยว่า กองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายในราชอาณาจักร (กอ.รมน.) ได้จัดการประชุมหน่วยขึ้นตรง กอ.รมน. ครั้งที่ ๘/๒๕๖๒ โดยมีผู้บังคับหน่วยขึ้นตรงของ กอ.รมน. (ส่วนกลาง) และผู้แทนของ กอ.รมน.ภาค ๑ – ๔ เข้าร่วมประชุมฯ บริเวณชั้น ๓ อาคารรื่นฤดี กอ.รมน. โดยมี พล.อ.ธีรวัฒน์ บุณยะวัฒน์ เลขาธิการ กอ.รมน. เป็นประธานการประชุมฯ สรุปเรื่องที่สำคัญ ดังนี้

เรื่องแรก การสรรหาและเลือกสรรพนักงานราชการ กอ.รมน.
     ตามที่ กอ.รมน. ได้เปิดรับสมัครบุคคลเพื่อเลือกสรรเป็นพนักงานราชการ กอ.รมน. จำนวน ๕๐ อัตรา ตั้งแต่วันที่ ๓๑ กรกฎาคม ถึงวันที่ ๘ สิงหาคม ๒๕๖๒ นั้น มียอดผู้สมัครเข้ารับคัดเลือกจำนวน ๒,๑๖๒ คน และได้ดำเนินการสอบภาควิชาการไปแล้ว เมื่อวันที่ ๑๘ สิงหาคม ๒๕๖๒ ณ มหาวิทยาลัยราชภัฏสวนสุนันทา สำหรับการดำเนินงานในห้วงต่อไปจะเป็นการสอบภาคปฏิบัติและสอบสัมภาษณ์ ในวันที่ ๒๔-๒๕ สิงหาคม ๒๕๖๒ โดยประกาศรายชื่อผู้ผ่านการคัดเลือกฯ ในวันที่ ๓๐ สิงหาคม ๒๕๖๒ ทางเว็บไซต์http://www.isoc.go.thหัวข้อรับสมัครบุคคลเพื่อเลือกสรรเป็นพนักงานราชการ กอ.รมน.

เรื่องที่สอง การป้องกันและแก้ไขปัญหาแรงงานต่างด้าวผู้หลบหนีเข้าเมือง และการค้ามนุษย์
     กอ.รมน. โดยศูนย์ประสานการปฏิบัติที่ ๒ จัดการประชุมสรุปผลการปฏิบัติงาน ตามโครงการตรวจสอบและควบคุมประชากรแรงงานต่างด้าว เพื่อความเรียบร้อยของสังคมไทย โดยมีผู้แทนจาก กอ.รมน.จังหวัด ที่มีหน้าที่ปฏิบัติงานเกี่ยวข้องกับการป้องกันและแก้ไขปัญหาแรงงานต่างด้าว ผู้หลบหนีเข้าเมืองโดยผิดกฎหมายและการค้ามนุษย์ เข้าร่วมประชุมฯ จำนวน ๑๕ จังหวัด โดยมีวัตถุประสงค์ เพื่อสรุปสถานการณ์และแนวโน้มสถานการณ์ด้านแรงงานต่างด้าวผู้หลบหนีเข้าเมือง และการค้ามนุษย์ ตลอดจนรวบรวมปัญหาข้อขัดข้องและข้อเสนอแนะจากเจ้าหน้าที่ผู้ปฏิบัติงาน ของหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง แล้วนำมาวิเคราะห์กำหนดเป็นบทเรียนและเป็นนโยบายในการปฏิบัติงานอันจะนำไปสู่ความสงบเรียบร้อยยิ่งขึ้นของสังคมต่อไป

เรื่องสุดท้าย สรุปผลการปฏิบัติงานในพื้นที่ ๓ จังหวัดชายแดนภาคใต้
     จากผลการประชุม คณะกรรมการขับเคลื่อนการแก้ไขปัญหาจังหวัดชายแดนภาคใต้ (คปต.) ครั้งที่ ๓/๒๕๖๒ โดยมี พลเอกประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรี/ประธาน คปต. เป็นประธานการประชุมฯ ได้สั่งการ ในเรื่องกำลังพลอาสาสมัคร (อส.) ซึ่งถือเป็นมวลชนที่สำคัญ ของการแก้ปัญหาในพื้นที่ ๓ จชต. จึงมีความสำคัญต้องเร่งเพิ่มประสิทธิภาพของกำลังพลอาสาสมัคร อย่างจริงจัง ให้เกิดความเหมาะสมต่อปัญหาและอุปสรรคในการปฏิบัติงาน จำเป็นต้องร่วมกันแก้ไขให้เป็นรูปธรรมโดยเร็ว เพื่อให้เกิดความเข้มแข็ง สามารถปฏิบัติภารกิจได้ตรงตามความต้องการ เร่งจัดวางระบบการฝึกให้กับหน่วยงานที่รับผิดชอบ ได้แก่ กอ.รมน., กรมการปกครอง และ มหาดไทย เพื่อใช้เป็นแนวทางขับเคลื่อนให้เกิดผลอย่างเป็นรูปธรรมอย่างชัดเจน

     สำหรับความคืบหน้าการจัดระเบียบการใช้โทรศัพท์เคลื่อนที่ในพื้นที่ จชต. มีจำนวนยอดนายทะเบียน และผลการลงทะเบียนซิมการ์ดโทรศัพท์ระบบยืนยันตัวตนในพื้นที่ จชต. และ ๔ อำเภอ ของจังหวัดสงขลา ตั้งแต่วันที่ ๑ มิ.ย. ถึง ๑๘ ส.ค. ๖๒ มียอดนายทะเบียนเพิ่มเติมจากเดิม ๓,๘๗๗ คน เป็นยอดรวมทั้งสิ้น ๕,๓๑๐ คน (เพิ่มขึ้น ๑,๔๓๓ คน) แบ่งออกเป็น หน่วยทหาร ๑,๙๙๘ คน ศูนย์ปฏิบัติการอำเภอ จำนวน ๒,๕๘๔ คน และกองกำลังตำรวจจังหวัดชายแดนภาคใต้ จำนวน ๗๒๘ คน และมียอดผู้ลงทะเบียนฯ จำนวน ๒๓๙,๖๘๔ คน คิดเป็นร้อยละ ๑๕.๙๘ จากระบบเครือข่าย AIS จำนวน ๑๔๗,๓๙๔ คน, ระบบเครือข่าย TRUE จำนวน ๔๗,๘๘๔ คน, ระบบเครือข่าย DTAC จำนวน ๔๒,๘๖๘ คน, ระบบเครือข่าย CAT จำนวน ๑,๔๙๙ คน และ ระบบเครือข่ายTOT จำนวน ๓๘ คน

     ในส่วนของความคืบหน้าการใช้ถังแก็สคอมโพสิตแทนถังเหล็กในพื้นที่ จชต. ปัจจุบันมียอด การแลกเปลี่ยนถังแก็สฯ คิดเป็นร้อยละ ๓๓.๑๓ ปัจจุบันศูนย์การประสานการปฏิบัติที่ ๕ ร่วมกับ กองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายในราชอาณาจักรภาค ๔ ส่วนหน้า ได้เร่งประชาสัมพันธ์ ถึงเหตุผลความจำเป็นในการปรับเปลี่ยนถังแก็สรวมทั้งได้มีการประสานงานร่วมกับอธิบดีกรมธุรกิจพลังงาน เพื่อจัดให้มีการประชุมผู้ค้าแก็ส ให้เข้าร่วมโครงการทุกราย เพื่อให้มีผู้เข้าร่วมโครงการฯเป็นไปตามเป้าหมายที่กำหนด

มูลนิธิป่อเต็กตึ๊ง ร่วมกับ กรมการพัฒนาชุมชน กระทรวงมหาดไทย มอบอุปกรณ์การประกอบอาชีพช่วยเหลือครัวเรือนยากจน จังหวัดนนทบุรี

     วันนี้ วัน​พุธ​ที่​ 21 สิงหาคม 62​ ณ วัดบางอ้อยช้าง อ.บางกรวย จ.นนทบุรี​ : มูลนิธิป่อเต็กตึ๊ง โดยคุณวิเชียร เตชะไพบูลย์ ประธานกรรมการมูลนิธิป่อเต็กตึ๊ง พร้อมด้วย คุณจารุรัตน์ คุณัตถานนท์ กรรมการ​ และรองเลขาธิการฯ,คุณสุรพงษ์ เตชะหรูวิจิตร กรรมการและรองเหรัญญิกฯ​ และคณะอำนวยการโครงการแก้ปัญหาความยากจนเชิงบูรณาการ มอบอุปกรณ์การประกอบอาชีพให้กับครัวเรือนยากจนในพื้นที่จังหวัดนนทบุรีเป็นจังหวัดแรก จำนวน 4 ครัวเรือน ให้สามารถประกอบอาชีพเลี้ยงตนเองและครอบครัว ดำเนินชีวิตตามหลักปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียง

     โดยมี คุณอำพล อังคภากรณ์กุล รองผู้ว่าราชการจังหวัดนนทบุรี เป็นประธานในพิธี พร้อมด้วยคุณนิสิต จันทร์สมวงศ์ อธิบดีกรมการพัฒนาชุมชน ร่วมเป็นประธานรับมอบอุปกรณ์ประกอบอาชีพ ณ วัดบางอ้อยช้าง อ.บางกรวย จ.นนทบุรี

     การประสานความร่วมมือแก้ไขปัญหาความยากจนเชิงบูรณาการ มูลนิธิป่อเต็กตึ๊ง โดยฝ่ายสังคมสงเคราะห์ จัดทีมลงพื้นที่ ร่วมกับกรมการพัฒนาชุมชน กระทรวงมหาดไทย พร้อมให้ความรู้ ทักษะ และมีวัสดุอุปกรณ์ไปประกอบอาชีพเลี้ยงตนเองและครอบครัว โดยมูลนิธิป่อเต็กตึ๊งได้จัดหาอุปกรณ์การประกอบอาชีพให้กับครัวเรือนยากจน โดยดำเนินการกลุ่มเป้าหมายแรกในพื้นที่ 25 จังหวัดในภาคกลาง จำนวน 150 ครัวเรือน รวมงบประมาณเป็นเงินทั้งสิ้น จำนวน 3,000,000 บาท (สามล้านบาทถ้วน)

     ตลอดระยะเวลากว่า 109 ปีที่ผ่านมา มูลนิธิป่อเต็กตึ๊ง ได้ขยายขอบข่ายโครงการต่าง ๆ ออกไปอย่างกว้างขวาง ไม่เพียงแต่บำบัดทุกข์ บำรุงสุข แก่ผู้ตกทุกข์ได้ยากโดยไม่จำกัดเชื้อชาติ ศาสนา เท่านั้น แต่ยังได้พัฒนาคุณภาพชีวิตอีกในหลาย ๆ ทาง รวมถึงการสร้างอาชีพ สร้างชีวิตให้กับผู้ยากไร้ ให้มีความรู้ ทักษะ และมีวัสดุอุปกรณ์ไปประกอบอาชีพเลี้ยงตนเองและครอบครัว เพื่อเป็นองค์กรสาธารณกุศลที่ช่วยเหลือประชาชนครบวงจรในทุกๆ ด้าน ต่อไป

มูลนิธิป่อเต็กตึ๊ง “ช่วยชีวิต รักษาชีวิต สร้างชีวิต” #ติดต่อ-สอบถาม#ทีมงานสื่อสารองค์กร​ โทร.086-854-1418​ สายด่วน☎ป่อเต็กตึ๊ง1418

สุรเชษฐ​ ศิลา​นนท์​ รายงาน​

สายตรวจ 3 ประสาน “เขตพระนคร” ลงพื้นที่ตรวจความเรียบร้อยปรับปรุง​ภูมิ​ทัศน์ บริเวณชุมชน​บ้านพานถม ริมคลองบางลำพู เขตพระนคร.

     วันพุธที่ 21 สิงหาคม​ 2562 เวลา 10:00 น. นายสุริยชัย รวิวรรณ “ผู้อำนวยการเขตพระนคร” นำกำลัง​ จนท.สายตรวจ 3 ประสาน เขตพระนคร ลงพื้นที่
ตรวจสอบ​ความเป็นระเบียบ​และปรับปรุงภูมิ​ทัศน์​ บริเวณชุมชน​บ้านพานถม ริมคลองบางลำพู เขตพระนคร กทม.

     โดยวันนี้ นายเจษฎา ประภาสะวัต “หัวหน้าฝ่ายเทศกิจ” พร้อมด้วย นายคณิต ชุมช่วย “หัวหน้างานตรวจและบังคับการฝ่ายเทศกิจ” นำกำลัง จนท.ฝ่ายเทศกิจฯ , จนท.ฝ่ายรักษาฯ จนท.ฝ่ายโยธาฯ จนท.สาธารณสุข​ฯ เขตพระนคร​ ร่วมกับ จนท.ตำรวจฯ จนท.ทหารฯ ลงพื้นที่ร่วมตรวจความ​เรียบร้อยเเละปรับปรุง​ภูมิ​ทัศน์​ในวันนี้ โดยกิจกรรมในวันนี้ จนท.สายตรวจ​ 3 ประสาน “ทหาร ตำรวจ กทม.” ได้ทำการปรับปรุงภูมิ​ทัศน์​ เก็บกวาดขยะ พร้อมทั้ง ทำการประชาสัมพันธ์ในเรื่องการป้องกัน​ยุงลายไม่ให้มีการเเพ่ระบาดของเชื้อไข้เลือดออก​ในชุมชนโดย​กิจกรรม​วันนี้ได้มีพี่น้องประชาชน​ได้ออกมาให้ความร่วมมือเป็นอย่างดี

    เบื้องต้นการลงพื้นที่วันนี้เพื่อปฏิบัติงานตามนโยบายรัฐบาล พลเอกประยุทธ์ จันทร์โอชา “นายกรัฐมนตรีฯ” ในเรื่องการตรวจร่วมทั้ง 3 หน่วยงาน ในโครงการสายตรวจ 3 ประสาน (ทหาร ตำรวจ กทม.) อีกทั้งเพื่อเน้นย้ำในการปฎิบัติงานตามเเนวทางนโยบายของ พล.ต.อ.อัศวิน. ขวัญเมือง (ผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร) ในเรื่อง พรบ. การรักษาความสะอาดเเละความเป็นระเบียบเรียบร้อยของบ้านเมือง พ.ศ.2535 (NOW ทำจริง เห็นผลจริง )…

#สำนักงานเขตพระนคร #สายตรวจ3ประสาน #ทหาร #ตำรวจ #เทศกิจ #ปรับปรุงภูมิทัศน์ #ตามนโยบาย #ผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร #บริเวณชุมชน​บ้านพานถม #ริมคลองบางลำพู #NOW_ทำจริง_เห็นผลจริง


#ขอบคุณภาพข่าว > cr.กลุ่มงานสายตรวจเขตพระนคร #เนื้อข่าว​ > ธีรพล ปลื้ม​ถนอม​ รายงาน

การประชุมเชิงปฏิบัติการ เพื่อแถลงผลการปฏิบัติงานตามแผนแม่บท ประจำปีงบประมาณ 2562

     การประชุมเชิงปฏิบัติการ เพื่อแถลงผลการปฏิบัติงานตามแผนแม่บท ประจำปีงบประมาณ 2562 ของ ศปป. 4 กอ.รมน. โรงแรมเอเซียแอร์พอร์ต จังหวัดปทุมธานี ใน 21 – 23 ส.ค.62 เวลา 0900 น. ณ โรงแรมเอเซียแอร์พอร์ต จังหวัดปทุมธานี

     โดยมี พลโท เรืองสิทธิ์ มิตรภานนท์ ผอ.ศปป.4 กอ.รมน. เป็นประธาน ในพิธีเปิด ผู้เข้าร่วมการประชุมประกอบด้วย ผู้บริหารจาก หน่วยงานที่เกี่ยวของ ผู้แทนกอ.รมน.ภาค กอ.รมน.จังหวัด เข้าร่วม ประชุม 134 คน เพื่อนำผลการประชุมไปบูรณาการ แก้ไขปัญหาการทำลายทรัพยากรธรรมชาติ และสิ่งแวดล้อม ใด้อย่างมีประสิทธิภาพ ต่อไป

ชาวสุราษฏร์ฯ-ท่าฉาง เดือดร้อน ร้องขอนํ้าสะอาดจากอดีตรัฐมนตรี วอนงบประมาณกรมชลฯช่วย

    

    อาทิตย์ที่ 18 สค. 2562 ชาวบ้านหมู่ 10 ต.ท่าเคย อ.ท่าฉาง จ.สุราษฏร์ธานี เมืองหอยใหญ่ ขาดนํ้าอุปโภค,บริโภค รวมตัวกันร้องขอความช่วยเหลือ จากนาย ภิญญา ช่วยปลอด อดีตรัฐมนตรี,สส.และสว.สุราษฏร์ธานี บรรเทาความเดือดร้อน ประสานของบประมาณจากกรมชลประทาน ช่วยแก้ไขให้

     นายภิญญา และคณะจึงลงพื้นที่ตรวจสอบ โดยเร่งดำเนินการประสานพิจารณาสร้างฝายนํ้าล้น จากเดิมที่เคยมีอ่างเก็บนํ้าถึง 400ไร่ ซึ่งบัดนี้ขาดเครื่องผลิตนํ้าสะอาดที่เสียหายมาก
นายภิญญา จึงรับดำเนินการประสาน หน่วยงานของรัฐ เร่งช่วยเหลือ ต่อไป

Cr. ทอนส์79

โผตร.วัดใจลุงตู่

     คล้อยหลังการประชุมที่สำนักงานตำรวจแห่งชาติ เมื่อวันที่ 20 ส.ค.ที่ผ่านมา “บิ๊กแป๊ะ” พล.ต.อ.จักรทิพย์ ชัยจินดา ผบช.ตร.ทำหน้าที่ประธานประชุมข้อมูลประกอบการแต่งตั้งตำรวจระดับรองผบ.ตร.ลงไปจนถึงผู้บังคับการ
วาระประจำปี 2562
จะมี “สร.1” พล.อ.ประยุทธ จันทร์โอชา มาเป็นประธานประชุม ก.ตร.ในวันที่ 29 ส.ค.นี้
ยืนยันได้ทันทีว่า ไม่มีการเลื่อนแต่งตั้ง เสร็จแน่ภายในเดือนนี้
ตำแหน่งนายพลระนาบนี้ ว่างทั้งสิ้น 178 เก้าอี้ นับรวมจากผู้เกษียณอายุราชการประจำปีสิ้นเดือนกันยายนกับตำแหน่งที่เลื่อนชั้นขึ้นไปก่อนหน้าและการโยกย้ายสับเปลี่ยน
โยกย้ายนายพลตำรวจกว่า 300 ตำแหน่ง 
ถือเป็นครั้งแรกของ”ลุงตู่”พล.อ.ประยุทธ จันทร์โอชา บนเก้าอี้นายกรัฐมนตรีปีที่ 5
ที่หลายฝ่ายต่างจับตามอง
แม้ ” ลุงตู่” เคยประกาศใช้หลักอาวุโสแบบทหาร แต่ยังถูกมองว่า พี่ใหญ่มากบารมีอย่าง “ลุงป้อม” พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ ยังสั่งแถวได้
ใน 300 กว่าตำแหน่งนายพลตำรวจ จะแบ่งไล่เรียงตามลำดับ รองผบช.ตร.ว่าง 3 เก้าอี้ ถูกอ้างว่าไม่เข้าหลักเกณฑ์ 33% ส่งผลให้ “บิ๊กติ๊ก” พล.ต.ท.ศตวรรษ หิรัญบูรณะ โดนข้ามหัว ที่อาจมีการแต่งตั้งเลื่อน “บิ๊กดริ๊ง” พล.ต.ท.ศักดา ชื่นภักดี สายตรงบ้านโชคชัย นรต.36 และพล.ต.ท.มนู เมฆหมอก นรต.38 เข้าไลน์ รองผบ.ตร.หลัก ส่วนที่เหลืออีกตำแหน่ง ลุ้นชื่อ สายตรงนายก”ตู่” พล.ต.ท.สุวัฒน์ แจ้งยอดสุข นรต.36 อาวุโสลำดับ 10 ที่อายุราชการเหลือมากที่สุดในรุ่น เกษียณปี 66 มาเป็นว่าที่ผบ.ตร.น้อย 
เก้าอี้ผู้ช่วยผบ.ตร.ว่าง 6 ตำแหน่ง จับตาผู้บัญชาการอาวุโส อะทิเช่น พล.ต.ท.พูลทรัพย์ ประเสริฐศักดิ์ ผบช.ภ.3 พล.ต.ท.รณศิลป์ ภู่สาระ ผบช.ภ. 9 พล.ต.ท.สุรชัย ควรเดชะคุปต์ ผบช.ภ 4 มีสิทธิถูกจ่อดันขึ้นเพื่อเปิดตำแหน่ง
เก้าอี้ผู้บัญชาการที่น่าสนใจ โฟกัสที่ผู้บัญชาการตำรวจนครบาล จดจ้องแคนดิเดทหลายท่าน มีทั้งอาวุโสจ่อคิวในถิ่น อย่าง”บิ๊กอู๊ด” พล.ต.ต.ภคภณ พงษ์เภตรา นรต.38 “บิ๊กยิ้ม” พล.ต.ท.มนตรี ยิ้มแย้ม ที่มีสิทธิสไลด์จากตำแหน่งผบช.ประจำหวังกลับถิ่น “บิ๊กหลวง” พล.ต.ต.ภาณุรัตน์ หลักบุญ นรต.41 และ “บิ๊กแซค” พล.ต.ท.อำพล บัวรับพร นรต.38 อีกท่าน โยกจากเก้าอี้เดิม ผบช.ภ.1ทั้งนี้อาจมีเซอร์ไพรซ์ รุ่นใหญ่นรต.36 มาเสียบแทน
ภูธรภาค 1 โฟกัสชื่อแคนดิเดท พล.ต.ท.ธนา ชูวงษ์ โยกจากผบช.ภ.7 กลับถิ่น พล.ต.ท.มนตรี ยิ้มแย้มและ เจ้าของเก้าอี้เดิมที่ยังต้องลุ้นอย่าง”บิ๊กแซค”พล.ต.ท.อำพล บัวรับพร, ภูธร 2 จับตาชื่อ พล.ต.ท.อิทธิพล พิริยะภิญโญ กับ “บิ๊กปิง” พล.ต.ต.ปิยะพันธ์ ปิงเมือง และ”บิ๊กโอ๊ต”พล.ต.ต.สรายุทธ สงวนโภคัย นรต.41, ภูธร 5-6 จับตา”บิ๊กหลวง” พล.ต.ต.ภาณุรัตน์ หลักบุญ หากผิดหวังเก้าอี้ น.1, ภูธร 9 อาจล็อคสเปค ใช้บริการ นรต.36 เท่านั้น ต้องเป็นสายตรง ผบ.ตร.ที่พร้อมสั่งได้ เหมาะสมเห็นชื่อ”บิ๊กแดง” พล.ต.ต.ชวลิต แสวงพืชน์ โดดเด่นที่สุด
เก้าอี้ผู้บัญชาการตำรวจท่องเที่ยว แปะชื่อ พล.ต.ต.กฤตธาพล ยี่สาคร สายตรงคนโตรัฐบาล
การแต่งตั้งครั้งนี้ น่าสนใจกับการเคลื่อนไหวในตำแหน่งสูงขึ้นของ นรต.36 เพื่อนร่วมรุ่น “ผบ.แป๊ะ” นรต.38 ที่กำลังเติบโตรอเสียบเก้าอี้สำคัญ และ นรต.41 เพื่อน”ผู้กองนัท” ร.อ.ธรรมนัฐ พรหมเผ่า รมช.ว่าการกระทรวงเกษตรฯ มือประสานสิบทิศของรัฐบาล
หลักการข้ามหัวจะมีให้เห็นหรือไม่ ขึ้นอยู่กับประธานก.ตร. “ลุงตู่” จะตัดสิน
เอาหลักเกณฑ์เป็นตัวตั้ง หรือหลักกู จากเดิมที่เคยทำมา
อีกไม่กี่วัน ได้ตระหนักทั่วกัน.

เธียร ทวินัย.