มุกดาหาร-พาณิชย์ลงตรวจสอบโรงสีข้าว คุมเข้มลักลอบนำเข้าข้าวเปลือกเหนียว ตามแนวชายแดน

พาณิชย์มุกดาหารลงพื้นที่ตรวจสอบโรงสีข้าว และคุมเข้มการลักลอบนำเข้าข้าวเปลือกเหนียว ตามแนวชายแดนจากประเทศเพื่อนบ้าน

          นางจันทิภา ปัทมเสวี พาณิชย์จังหวัดมุกดาหาร พร้อมด้วย นายธิติศักดิ์ ผาสุขนิตย์ชญากุล ผู้อำนวยการกลุ่มกำกับและพัฒนาเศรษฐกิจการค้าจังหวัดมุกดาหาร ลงพื้นที่ตรวจสอบโรงสีข้าว หจก.สมบูรณ์พูนผล เลขที่ 204 หมู่ 1 ตำบลคำป่าหลาย อำเภอเมือง จังหวัดมุกดาหาร และคุมเข้มการลักลอบนำเข้าข้าวเปลือกเหนียว ตามแนวชายแดนจากประเทศเพื่อนบ้าน เข้ามาในประเทศหลังข้าวเหนียวมีราคาสูงขึ้นในช่วงนี้

          นางจันวิภา ปัทมเสวี พาณิชย์จังหวัดมุกดาหาร กล่าวว่า สำหรับข้าวที่จังหวัดมุกดาหารมีพื้นที่ปลูก 4 แสนกว่าไร่ เป็นพื้นที่ปลูกข้าวน้อยที่สุดในภาคอีสาน ผลผลิตจะเป็นข้าวเหนียว 75 % เป็นข้าวจ้าวประมาณ 25 % ประมาณ 3 ใน 5 ส่วนเป็นข้าวเหนียว โดยวิถีชีวิตของชาวมุกดาหาร ปลูกข้าวเสร็จก็จะเก็บข้าวไว้ในยุ้งฉาง ข้าวที่ปลูกได้ส่วนใหญ่เป็นข้าวเหนียวคุณภาพดี ซึ่งจังหวัดมุกดาหารได้รับรางวัลชนะเลิศในเรื่องของข้าวเหนียวตราคุณภาพดีเด่นแห่งประเทศไทย ซึ่งเป็นข้าวเหนียวพิเศษเมล็ดยาว ได้รับรางวัลชนะเลิศ 3 ปีซ้อน ปัจจุบันราคาข้าวเหนียวมีราคาดีขึ้นมาก โดยราคารับซื้อในขณะนี่ราคา 16,000 – 20,000 บาท ถ้าเมื่อเทียบกันปีที่แล้วราคา 9,000 – 10,000 บาท ราคาเพิ่มขึ้น 70 – 80 %

          นางจันวิภา ปัทมเสวี กล่าวอีกว่า จากราคาที่เพิ่มขึ้นสืบเนื่องมาจากภาวะภัยแล้ง โดยทั่วไปประกอบชาวนากลัวไม่มีข้าวไว้รับประทาน ปกติจะทยอยขายทุกปี ตอนนี้ก็จะเก็บไว้บริโภคก่อนเดือนที่ผ่านมา เก็บไว้บริโภคเกิดภาวะที่ว่าไม่มีข้าวเหนียวออก ราคาที่รับซื้อจริงจึงขยับขึ้น ก็นับเป็นความโชคดีของเกษตรกรในช่วงนี้ ราคาข้าวดีชาวนาก็จะได้ราคาที่สูงขึ้น

          ส่วนในเรื่องของการลักลอบนำเข้าข้าวสารเหนียว ทางกระทรวงพาณิชย์ โดยสำนักงานพาณิชย์จังหวัดมุกดาหาร ได้มีหนังสือไปถึงหน่วยงานที่เกี่ยวข้องคือ หน่วยงานความมั่นคงให้เข้มงวดและคุมเข้มในเรื่องของการลักลอบนำข้าวเข้ามาในประเทศไทย…


ขอขอบคุณ ส.ปชส.มุกดาหาร เอื้อเฟื้อข้อมูลข่าวสาร

ธานินทร์, ฐานิตา, สมเกียรติ, พวงเพชร /ผู้สื่อข่าวมุกดาหาร

เดวิด มุกดาหาร หัวหน้าศูนย์ข่าว สำนักข่าวความมั่นคง มุกดาหาร รายงาน

เพชรบูรณ์-ชาวไร่ยาสูบเพชรบูรณ์ยื่นหนังสือ รมช.คลัง ไม่เอาภาษียาสูบ 40 เปอร์เซ็นต์

          ที่สำนักงานยาสูบเพชรบูรณ์ อำเภอเมืองเพชรบูรณ์ นายสันติ พร้อมพัฒน์ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงการคลัง รับหนังสือร้องเรียนจากชาวไร่ยาสูบชาวเพชรบูรณ์ กว่า 500 คน ร้องเรียนปัญหาความเดือนร้อน ขอให้ยกเลิกการขึ้นภาษียาสูบ 40% และหากจำเป็นขอให้ขึ้นเป็นขั้นบันไดแทน พร้อมร่วมเข้าประชุม รับฟังผลการดำเนินงานของสำนักงานยาสูบจังหวัดเพชรบูรณ์ และรับทราบปัญหาความเดือดร้อนจากตัวแทนเกษตรกร โดยมีนายสืบศักดิ์ เอี่ยมวิจารณ์ ผู้ว่าราชการจังหวัดเพชรบูรณ์ นายกฤษณ์ คงเมือง รองผู้ว่าราชการจังหวัดเพชรบูรณ์ นายสงกรานต์ ภักดีจิตร นายกสมาคมชาวไร่ยาสูบเบอร์เลย์ หัวหน้าส่วนราชการที่เกี่ยวข้อง เกษตรกรผู้ปลูกใบยาสูบ เข้าร่วม

          นายสงกรานต์ ภักดีจิตร นายกสมาคมชาวไร่ยาสูบเบอร์เลย์จังหวัดเพชรบูรณ์ กล่าวว่า ชาวไร่ยาสูบทั่วประเทศกำลังกังวลกันอยู่ว่าถ้ามีการปรับภาษีขึ้นไปอีกเป็น 40% ทันทีในวันที่ 1 ต.ค. 63 ก็จะทำให้บุหรี่ราคาแพงขึ้นมากเป็น 90 -100 บาท เพราะจากการปรับขึ้นภาษีสรรพสามิตในปี 2560 ทำให้การยาสูบแห่งประเทศไทย (ยสท.) ประสบปัญหาอย่างหนักอยู่แล้ว จึงต้องมีการตัดโควต้าใบยาจากชาวไร่ถึงร้อยละ 50 ในปีที่ผ่านมา แม้รัฐบาลจะจ่ายเงินชดเชยให้ชาวไร่ยาสูบทั่วประเทศ 159.59 ล้านบาท แต่ความเสียหายโดยรวมในท้องถิ่นของชาวไร่ยาสูบทุกสายพันธุ์ หายไปเกือบ 230 ล้านบาท ถ้าภาษีอัตรา 40% มาจริงๆ ยอดขายของ ยสท. ก็จะลดลงอีกกว่า 50% และเป็นไปได้สูงว่า ยสท. จะไม่รับซื้อโควต้าใบยาสูบไปอีกหลายปี เราอยากได้โควต้าเดิมกลับคืนมา จึงขอให้ท่านรัฐมนตรีช่วยพิจารณาทบทวนการขึ้นภาษี 40% เพื่อให้ยอดขายของ ยสท. ไม่ได้รับผลกระทบมาก และสามารถให้โควต้าปลูกยาสูบเราได้เพิ่มขึ้นหรือเท่าเดิม ชาวไร่จะได้สบายใจและเตรียมกล้า เตรียมดิน เตรียมปุ๋ย เพื่อทำการปลูกใบยาในฤดูกาลนี้ได้

          ด้านนายสันติ พร้อมพัฒน์ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงการคลัง กล่าวว่า ปัญหายาสูบก็มีปัญหาไม่ยิ่งหย่อนไปกว่ายาเส้น แต่ยาสูบก็มีโรงยาสูบของรัฐบาลดูแลดูในระดับหนึ่ง แต่อย่างไรก็ดี เมื่อกำลังผู้บริโภคยาสูบลดลง อันเนื่องมาจากการขึ้นภาษี จนกระทั่งราคาไปเสมอกับยาสูบต่างประเทศ ทำให้หลายคนเลือกสูบของต่างประเทศ ส่งผลให้ยาสูบของโรงยาสูบที่ผลิตลดลงเกินกว่าที่คาดการณ์ จึงต้องมาลดโควต้ายาสูบของเกษตรกร ซึ่งเป็นวงจรเริ่มต้นที่ไม่มีทางเลือก ปัจจุบันก็กำลังมีแนวคิดใหม่ๆว่า จะทำอย่างไร ให้สามารถเพิ่มปริมาณยาสูบของโรงงานยาสูบได้ ถ้าเพิ่มปริมาณได้นั่นหมายความว่าพี่น้องชาว ใบยาสูบ ชาวไร่ ก็จะได้โควต้าคืนมา วิธีการเดียวก็คือ ให้โรงยาสูบเราหาทางความร่วมมือกับผู้ที่ค้ายาสูบของโลก ซึ่งก็มีติดต่อมาบ้างแล้ว ซึ่งปัจจุบันเราก็รับฟังโครงสร้างและกลไกตลาด เพื่อที่จะมีช่องทางมาช่วยเหลือโรงงานยาสูบ เพื่อให้ส่งผลไปที่ชาวไร่ แต่ก็ต้องดูข้อกฎหมายว่ามีอะไรไหมที่ต้องห้าม ที่สามารถให้โรงยาสูบจับมือกับบริษัทต่างประเทศได้ ผมเชื่อว่าเรามีทางออกที่จะจับมือกับต่างประเทศ และเอายาสูบของพี่น้องเกษตรกร ไปผสมในยาสูบของต่างประเทศ หรือมาร่วมกันกับโรงยาสูบรูปแบบใดรูปแบบหนึ่ง ที่จะสามารถเพิ่มโควต้าให้พี่น้องเกษตรกรได้

มนสิชา คล้ายแก้ว

ธนาธร ไหว้ศพชาวบ้านเส้นเลือดในสมองแตกเสียชีวิต เหตุเครียดข้อพิพาทที่ดินแสมสาร

          วันนี้ 23 ส.ค.62 นายธนาธร จึงรุ่งเรืองกิจ หัวหน้าพรรคอนาคตใหม่ พร้อมแกนนำและทีมงานสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร พรรคอนาคตใหม่ จังหวัดชลบุรี ได้เดินทางมารับฟังปัญหาจากประชาชนและนักวิชาการในพื้นที่และร่วมพิธีสวดอภิธรรม นางวันเพ็ญ แก้วใส ผู้เสียชีวิต อายุ 53 ปี ที่วัดช่องแสมสาร อ.สัตหีบ จ.ชลบุรี หนึ่งในผู้เดินทาง มาร่วมยื่นหนังสือร้องขอความเป็นธรรม ต่อสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร พรรคอนาคตใหม่ ที่รัฐสภา เมื่อวันที่ 14 สิงหาคมที่ผ่านมา ขอความเป็นธรรมข้อพิพาทเรื่องที่ดินระหว่างฐานทัพเรือสัตหีบกับชาวชุมชนบ้านช่องแสมสาร จนเกิดอาการเครียด เส้นเลือดในสมองแตก เสียชีวิตเมื่อวันที่ 17 สิงหาคมที่ผ่านมานั้น
 

          สำหรับทีมงานนักวิชาการ ทีมงานพรรคอนาคตใหม่ ได้ลงมาในพื้นที่วันนี้ เพื่อรับรู้สภาพปัญหา สภาพพื้นที่ ในตำบลแสมสารเพื่อร่วมกัน บูรณาการ แก้ไขปัญหาพิพาทที่ดิน แสมสาร ที่ได้มีสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร ของจังหวัด ชลบุรี ถึง 2 ท่าน ทั้งฝ่ายค้านและรัฐบาล ที่ได้ให้ความสำคัญ นำเรื่องปัญหาที่ดินแสมสารเข้าสู่สภาไปก่อนหน้านี้ พร้อมลงไปดูสะพานปลาเพื่อดูปัญหาเรื่องประมง ต่อจากนั้น เดินทางไปวัดช่องแสมสาร เพื่อร่วมงานสวดพระอภิธรรม นางวันเพ็ญ แก้วใส ผู้เสียชีวิต พร้อมเปิดพื้นที่ พูดคุย รับรู้ รับเรื่อง ปัญหาความเดือดร้อนจากประชาชน ที่เป็นปัญหาที่ดิน ปัญหาระดับชาติ มีความซับซ้อนและการต่อสู้ ต่อเนื่องมาอย่างยาวนาน การแก้ไขปัญหาต้องได้รับความร่วมมือจากทุกภาคส่วนเพื่อผลักดัน วางแนวทาง เร่งแก้ไขข้อพิพาท การริดรอนสิทธิ ลดผลกระทบที่จะเกิดขึ้นในอนาคต ต่อพี่น้องประชาชน และเพื่อผลประโยชน์สูงสุดของพี่น้องแสมสารทุกคน ซึ่งจะได้รวบรวมปัญหาความเดือดร้อนของพี่น้องประชาชนไปสู่สภาผู้แทนราษฎร เพื่อหาแนวทางแก้ไขต่อไป

ภาพ/ข่าว นิราช ทิพย์ศรี /นันทพล ทิพย์ศรี อ.สัตหีบ จ.ชลบุรี 0909535645
นายพรเทพ เขม้นเขตวิทย์ รายงานจากศูนย์ข่าวภาคตะวันออก

จังหวัดมุกดาหาร ประกวดออกแบบตราสัญลักษณ์เครื่องหมายรับรองผลิตภัณฑ์และบริการ

          เมื่อวันที่ 23 สิงหาคม 2562 ที่บริเวณหอแก้วมุกดาหาร อำเภอเมือง จังหวัดมุกดาหาร นายศุภกร มูลสุวรรณ รองผู้ว่าราชการจังหวัดมุกดาหาร พร้อมด้วยนางจันทิภา ปัทมเสวี พาณิชย์จังหวัดมุกดาหาร ร่วมกันแถลงข่าวการจัดประกวดออกแบบตราสัญลักษณ์เครื่องหมายรับรองผลิตภัณฑ์และบริการจังหวัดมุกดาหาร (Mukdahan Brand) เพื่อเป็นเอกลักษณ์ ให้กับผลิตภัณฑ์สินค้าและบริการของจังหวัดมุกดาหาร สร้างการรับรู้การจดจำภาพลักษณ์ที่ดีของผู้ประกอบการและผลิตภัณฑ์สินค้าบริการอีกทั้งช่วยให้เพิ่มมูลค่าผลิตภัณฑ์สินค้าบริการ ตลอดจนการสร้างเสริมเศรษฐกิจชุมชนให้เข้มแข็ง สามารถพึ่งพาตนเองได้และเพิ่มช่องทางในการสร้างรายได้ให้กับกลุ่มผู้ประกอบการอีกช่องทางหนึ่ง

          เพื่อเป็นการเพิ่มมูลค่าของผลิตภัณฑ์สินค้าและบริการ สร้างความมั่นใจให้แก่ผู้บริโภค เกี่ยวกับแหล่งผลิต ผลิตภัณฑ์สินค้าหรือบริการ เพื่อเป็นการรับรองและประชาสัมพันธ์เผยแพร่ผลิตภัณฑ์สินค้าและบริการที่มีคุณภาพของจังหวัด ให้เป็นที่รู้จักกว้างขวางมากยิ่งขึ้น

          สำนักงานพาณิชย์จังหวัดมุกดาหาร จึงขอเชิญชวน นักเรียน นักศึกษา สถาบันการศึกษา ภาครัฐ ภาคเอกชน ประชาชนทั่วไปหรือผู้สนใจส่งผลงานเข้าร่วมในการประกวดออกแบบตราสัญลักษณ์ เครื่องหมายรับรองผลิตภัณฑ์และบริการจังหวัดมุกดาหาร ” MUKDAHAN BRAND ” ผู้ชนะเลิศการประกวด จะได้รับรางวัลเงินสด จำนวน 15,000 บาท พร้อมใบเกียรติบัตร เปิดรับสมัครตั้งแต่บัดนี้เป็นต้นไปถึงวันที่ 27 สิงหาคม 2562 ส่งผลงานเข้าประกวดได้ที่ สำนักงานพาณิชย์จังหวัดมุกดาหาร ถนนวิวิธสุรการ ตำบลมุกดาหาร อำเภอเมือง จังหวัดมุกดาหาร 49000 สอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ สำนักงานพาณิชย์จังหวัดมุกดาหาร โทรศัพท์ 042-611575 ในเวลาราชการ


Cr. ส.ปชส.มุกดาหาร

ธานินทร์, ฐานิตา, สมเกียรติ,พวงเพชร /ผู้สื่อข่าวมุกดาหาร

เดวิด มุกดาหาร หัวหน้าศูนย์ข่าว สำนักข่าวความมั่นคง มุกดาหาร รายงาน

ผบ.ทรภ.1 เปิดอาคารอเนกประสงค์ โพธิ์แดง สถานที่ปฏิบัติธรรมสวดมนต์ภาวนาและปฏิบัติศาสนกิจ

          พลเรือโทบรรจบ โพธิ์แดง ผู้บัญชาการทัพเรือภาคที่ 1 เป็นประธานในพิธี เปิดอาคารอเนกประสงค์ “โพธิ์แดง” สำหรับให้พระภิกษุ สามเณร สมณะชีพราหมณ์และประชาชนได้ใช้เป็นสถานที่ปฏิบัติธรรม สวดมนต์ภาวนา ปฏิบัติศาสนกิจและใช้เป็นสถานที่พักอาศัย ณ วัดทรงเมตตาวนาราม ต.บางเสร่ อ.สัตหีบ จ.ชลบุรี เมื่อวันที่ 19 ส.ค.62 ที่ผ่านมา

          นาวาเอกนพล นากสวาท ผู้อำนวยการกองกิจการพลเรือนทัพเรือภาคที่ 1 ได้รายงานถึงความเป็นมาว่า สืบเนื่องจากเมื่อครั้งที่ผู้บัญชาการทัพเรือภาคที่ 1 ดำรงตำแหน่งผู้บัญชาการกองเรือยามฝั่ง กองเรือยุทธการ เมื่อปี พ.ศ.2559 ได้จัดสร้างอาคารอเนกประสงค์หลังนี้ขึ้น ซึ่งจากเดิมเป็นโรงเก็บของที่ชำรุดทรุดโทรม และได้หารือกับเจ้าอาวาสท่านปัจจุบันให้มีการปรับปรุงอาคารดังกล่าว เพื่อให้พระภิกษุ สามเณร สมณะชีพราหมณ์ และประชาชนทั่วไปได้ใช้เป็นสถานที่ปฏิบัติธรรมสวดมนต์ภาวนา และเป็นที่พักอาศัยในขณะปฏิบัติศาสนกิจ

          โดยใช้งบประมาณในการก่อสร้างจากผู้มีจิตศรัทธาร่วมกันบริจาค มีกำลังพลจาก กองเรือยามฝั่ง กองเรือยุทธการ และทัพเรือภาคที่ 1 ดำเนินการปรับปรุงก่อสร้าง ใช้เวลาในการก่อสร้างประมาณ 6 เดือนถึงแล้วเสร็จ ภายในประกอบด้วย ห้องนอน ห้องโถงสำหรับปฏิบัติธรรม ห้องน้ำภายในและภายนอกซึ่งจะสะดวกและเพียงพอสำหรับผู้มาปฏิบัติธรรม ภายหลังการก่อสร้างเสร็จรียบร้อยแล้ว พระครูเมตตาธิการี เจ้าอาวาสวัดทรงเมตตาวนารามทได้เมตตาให้ใช้ชื่อว่า อาคารอเนกประสงค์ “โพธิ์แดง” นับเป็นเกียรติประวัติอันสูงยิ่งแก่ สกุลโพธิ์แดง ในครั้งนี้เป็นอย่างยิ่ง

ภาพ/ข่าว นิราช ทิพย์ศรี /นันทพล ทิพย์ศรี อ.สัตหีบ จ.ชลบุรี 0909535645
นายพรเทพ เขม้นเขตวิทย์ รายงานจากศูนย์ข่าวภาคตะวันออก

ชมรมวรรณศิลป์ฯ ขอเชิญร่วมงานการกุศล หารายได้สมทบกองทุนสมเด็จพระเทพฯ เพื่อผู้ป่วยยากไร้

          นางธนภร เผือกน้อย ประธานชมรมวรรณศิลป์ไม่สิ้นสายสัตหีบ จิตอาสา ได้ประชุมคณะกรรมการชมรมฯ จัดงานการกุศลเพื่อหารายได้สมทบกองทุนสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดา สยามบรมราชกุมารี เพื่อผู้ป่วยยากไร้ โรงพยาบาลสัตหีบ กม.10 ตำบลพลูตาหลวง อำเภอสัตหีบ จังหวัดชลบุรี ในการจัดซื้อเครื่องมือแพทย์ที่จำเป็นแก่ผู้ป่วยติดเตียง ผู้ป่วยพิการ และผู้ป่วยที่มีรายได้น้อย ในวันอังคารที่ 27 สิงหาคม 2562 เวลา 18.00 น. ณ หอประชุมโรงพยาบาลสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ กรมแพทย์ทหารเรือ ตำบลพลูตาหลวง อำเภอสัตหีบ จังหวัดชลบุรี
     

          โดยภายในงานประกอบด้วย การประกวดร้องเพลงไทยสากล ชิงถ้วยรางวัลและเงินรางวัล การเดินแบบกิตติมศักดิ์เพื่อการกุศล การร้องเพลงกิตติมศักดิ์เพื่อการกุศล การจำหน่ายบัตรร่วมงานพร้อมหางบัตรชิงรางวัล ผู้มีเกียรติที่สนใจจะร่วมทำบุญ และร่วมกิจกรรมรื่นเริง สนุกสนานในงานการกุศลครั้งนี้ สามารถแจ้งความประสงค์และสำรองที่นั่งได้ ณ ที่ทำการชมรมวรรณศิลป์ไม่สิ้นสายสัตหีบ จิตอาสา เลขที่ 38/194   หมู่ 5  ตำบลสัตหีบ อำเภอสัตหีบ  จังหวัดชลบุรี  20180 หรือโอนเงินผ่านบัญชีชมรมฯ ในนาม น.ส.
ลลิตา เผือกน้อย ธนาคารกรุงเทพฯ สาขาห้างเทสโกโลตัสสัตหีบ หมายเลขบัญชี 341-4-19656-2 หรือสอบถามรายละเอียดได้ที่ นายสามารถ เมฆใจดี เลขานุการชมรมฯ หมายเลขโทรศัพท์ 092-2585383  ได้ทุกวัน
   

         คุณธนภร เผือกน้อย กล่าวว่า ชมรมวรรณศิลป์ไม่สิ้นสายสัตหีบ จิตอาสา เกิดขึ้นจากการรวมตัวกันของผู้มีจิตอาสาที่ต้องการช่วยเหลือสังคม โดยเฉพาะผู้ยากไร้ ผู้ป่วยติดเตียง และผู้ด้อยโอกาส รวมถึงกิจกรรมการกุศลต่างๆ การจัดกิจกรรมการกุศลในครั้งนี้เพื่อหารายได้สมทบกองทุน สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดา สยามบรมราชกุมารี เพื่อผู้ป่วยยากไร้ ในการจัดซื้อเครื่องมือแพทย์ที่จำเป็นแก่ผู้ป่วยติดเตียง ผู้ป่วยพิการ และผู้ป่วยที่มีรายได้น้อยมอบให้กับ โรงพยาบาลสัตหีบ กม.10 เพื่อดูแลผู้ป่วยได้อย่างดีและมีคุณภาพ จึงใคร่ขอเรียนเชิญผู้มีจิตอันเป็นกุศลได้ร่วมการกิจกรรมในครั้งนี้ ณ หอประชุมโรงพยาบาล สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ กรมแพทย์ทหารเรือ ในวันอังคารที่ 27 สิงหาคม 2562 เวลา 18.00 น. เป็นต้นไป

ภาพ/ข่าว นิราช ทิพย์ศรี /นันทพล ทิพย์ศรี อ.สัตหีบ จ.ชลบุรี 0909535645
นายพรเทพ เขม้นเขตวิทย์ รายงานจากศูนย์ข่าวภาคตะวันออก

สัตหีบ-นาวิกโยธิน จัดจำหน่ายสินค้าราคาประหยัดให้ครอบครัวกำลังพล

         วันนี้ 23 ส.ค.62 พลเรือโท รณรงค์ สิทธินันทน์ ผู้บัญชาการหน่วยบัญชาการนาวิกโยธิน มาเป็นประธานในพิธีเปิดการจำหน่ายสินค้าราคาประหยัด ให้แก่กำลังพล ของ ทร. ณ ลานวาสิตฐี หน่วยบัญชาการนาวิกโยธิน ค่ายกรมหลวงชุมพร กองทัพเรือ อ.สัตหีบ จ.ชลบุรี โดยมี นางสุภาวดี สิทธินันทน์ ประธานชมรมภริยานาวิกโยธิน พร้อมคณะ ข้าราชการ ทหาร ประชาชน เข้าร่วมในพิธีเปิด

         ตามที่สมาคมภริยาทหารเรืออนุมัติ บริษัทชวกร จำกัด จำหน่วยสินค้าราคาประหยัด ในนามร้านค้าสมาคมภริยาทหารเรือ มีวัตถุประสงค์เพื่อเป็นการแบ่งเบาภารระค่าครองชีพครอบครัวของกำลังพลทหารเรือ โดยจำหน่ายสินค้าชุดละ 350 บาท แต่ละชุดประกอบด้วย ข้าวหอมมะลิ น้ำมันพืช ปลากระป๋อง ผงซักฟอก และบะหมี่กึ่งสำเร็จรูป จำนวน 800 ชุด ในพื้นที่ค่ายกรมหลวงชุมพร หน่วยบัญชาการนาวิกโยธิน และรายได้จาการจำหน่วยสินค้าครั้งนี้ จำนำไปเป็นประโยชน์สำหรับกิจกรรมที่เป็นสวัสดิการของกำลังพลและกิจกรรมสาธารณะกุศลของกองทัพเรือต่อไป

          พลเรือโท รณรงค์ สิทธินันทน์ กล่าวว่า สำหรับการจำหน่ายสินค้าราคาประหยัด ในวันนี้ เพื่อลดค่าครองชีพของกำลังพล ซึ่งสินค้าที่นำมานั้นเป็นสินค้าที่มีความจำเป็น ในชีวิตประจำวัน หากในโอกาสต่อไปหากมีกิจกรรมเช่นนี้ จะสนับสนุนให้ดำเนินการอย่างต่อเนื่องต่อไป

ภาพ/ข่าว นิราช ทิพย์ศรี /นันทพล ทิพย์ศรี อ.สัตหีบ จ.ชลบุรี 0909535645

จันทบุรี-ผู้มีจิตศรัทธาหลั่งไหล ร่วมบริจาคสมทบทุนการศึกษา กองทุนนิธิพระพุทธบาทพลวง อีก 133 ทุน รวม 1,733 ทุน

จันทบุรี-ผู้มีจิตศรัทธาหลั่งไหล ร่วมบริจาคสมทบทุนการศึกษา กองทุนนิธิพระพุทธบาทพลวง อีก 133 ทุน รวม 1,733 ทุน ให้โอกาสเด็ก เยาวชน ขาดแคลนทุนทรัพย์เข้าถึงโอกาสทางการศึกษา กำหนดมอบทุน 27 ก.ย.62

         พระครูประดิษฐ์ศาสนการ หรือหลวงปู่นงค์ เจ้าอาวาสวัดทุ่งตาอินท์ ประธานที่ปรึกษากองทุนนิธิพระพุทธบาทพลวง เปิดเผยว่า ในวันที่ 26 – 27 กันยายน 2562 ที่พุทธมณฑล จังหวัดจันทบุรี ตำบลบางกะจะ อำเภอเมืองจันทบุรี กองทุนนิธิพระพุทธบาทพลวง ร่วมกับคณะสงฆ์จังหวัดจันทบุรี และหน่วยงานการศึกษาในจังหวัดจันทบุรี จะจัดโครงการมอบทุนการศึกษาเพื่อเยาวชน ครั้งที่ 2 ให้แก่นักเรียน นักศึกษาที่ขาดแคลนทุนทรัพย์ ใฝ่ดี ใส่ใจการศึกษา มีจิตสาธารณะในจังหวัดจันทบุรี ทั้ง 10 อำเภอ รวม 1,600 ทุน เป็นเงิน 2,300,000 บาท พร้อมทั้งจัดแข่งขันทักษะทางวิชาการ, แข่งขันคัดลายมือ, ประกวดเรียงความ, ตอบปัญหาธรรมะ, แข่งขันทักษะทางดนตรีไทยวงเครื่องสายวงเล็กผสมขิม, วงปี่พาทย์ไม้แข็งเครื่องคู่, วงปี่พาทย์ไม้นวมผสมเครื่องสายเครื่องเดี่ยวและ รำวงกลองยาว ชิงทุนการศึกษารวม 469,800 บาท เป็นการส่งเสริมการศึกษาของเยาวชนในจังหวัดจันทบุรี สร้างขวัญ กำลังใจแก่เด็ก แบ่งเบาภาระค่าใช้จ่ายของผู้ปกครอง

         รวมทั้ง เป็นการส่งเสริมให้เด็กและเยาวชนที่ประพฤติดี มีความกตัญญู ใฝ่ศึกษา ได้เรียนรู้หลักธรรมคำสอนที่ดีงามตามหลักพระพุทธศาสนา เพื่อปรับใช้ในการดำเนินชีวิตเติบโตเป็นผู้ใหญ่ที่ดีต่อไปในอนาคต อย่างไรก็ตาม หลังจากเปิดรับสมัครและคัดเลือกเด็กที่จะได้รับสิทธิ์เข้ารับทุนการศึกษาปรากฏว่ามีผู้มีจิตศรัทธา รวมทั้ง พระภิกษุสงฆ์หลายรูปได้ร่วมบริจาคเงินสมทบเป็นทุนการศึกษาแก่เด็กและ เยาวชนระดับชั้น ประถมศึกษา 1 – 6 ทุนทุนละ 1,000 บาท เพิ่มเติมอีก 133 ทุน เป็นเงิน 133,000 บาท ถ้ารวมกับทุนของกองทุนนิธิพระพุทธบาทพลวง 2,300,000 บาท จะรวมเป็น 2,433,000 บาท จึงทำให้เด็ก เยาวชน มีโอกาสได้เข้าถึงทุนการศึกษาเพิ่มมากขึ้น

ส่วนผู้สนใจร่วมเป็นเจ้าภาพโรงทานในวันจัดงานสามารถติดต่อได้ที่วัดพลวง หรือวัดทุ่งตาอินทร์ หรือที่หมายเลขโทรศัพท์ 08 2507 4974 ( ภาพจากแฟ้ม )

ภาพ/ข่าว จรัล บรรยงคเสนา  ทีมข่าวภูมิภาค
นาย  พรเทพ เขม้นเขตวิทย์ รายงานจากศูนย์ข่าวภาคตะวันออก

ที่ทำการปกครองจังหวัดตราด พัฒนาศักยภาพ เจ้าหน้าที่ปกครอง สนับสนุนเขตเศรษฐกิจพิเศษ ประจำปีงบประมาณ พ.ศ.2562

         วันที่ 23 สิงหาคม 2562 นายประเสริฐ ลือชาธนานนท์ ผู้ว่าราชการจังหวัดตราด เป็นประธานเปิด โครงการเพิ่มประสิทธิภาพการปฏิบัติงานให้ที่ทำการปกครองจังหวัดตราด สนับสนุนเขตเศรษฐกิจพิเศษ ประจำปีงบประมาณ พ.ศ.2562 ซึ่งที่ทำการปกครองจังหวัดตราด จัดขึ้น โดยมีบุคลากรของที่ทำการปกครองจังหวัดและที่ทำการปกครองอำเภอจากอำเภอต่าง ๆ ในจังหวัดตราดรวม 80 คน เข้าร่วมโครงการที่ห้องประชุม พบทะเล โฮเทล & รีสอร์ท ตำบลคลองใหญ่ อำเภอคลองใหญ่ จังหวัดตราด โดยมีนายพีระ การุญ นายอําเภอคลองใหญ่ให้เกียรติเข้าร่วมในฐานะบทบาทข้าราชการฝ่ายปกครองในการขับเคลื่อนและการดําเนินงานเขตเศรษฐกิจพิเศษ

         นายพิชัย ศิลปผดุง จ่าจังหวัดตราด กล่าวว่า ตามที่รัฐบาลได้เลือกพื้นที่อำเภอคลองใหญ่ จังหวัดตราด เป็นเขตพัฒนาเศรษฐกิจพิเศษเพื่อส่งเสริมการค้าและการลงทุนของประเทศไทย โดยใช้ประโยชน์จากความเชื่อมโยงด้านคมนาคมขนส่งของภูมิภาคอาเซียนตามข้อตกลงการค้าเสรีภายใต้กรอบอาเซียนและข้อตกลงภายใต้กรอบเศรษฐกิจอื่นและจากการค้าบริเวณพรมแดนระหว่างประเทศไทยกับประเทศเพื่อนบ้าน ยังได้มอบนโยบายให้ส่วนราชการที่เกี่ยวข้องเร่งรัดการดำเนินงานสนับสนุนการจัดตั้งเขตเศรษฐกิจพิเศษ การสร้างความไว้วางใจ ความสัมพันธ์อันดี และความร่วมมือในด้านต่างๆ ในพื้นที่ชายแดนติดต่อกับประเทศเพื่อนบ้าน ทำการปกครองจังหวัดตราด ในฐานะหน่วยงานในสังกัดกรมการปกครอง กระทรวงมหาดไทย มีภารกิจสำคัญเกี่ยวกับการรักษาความสงบเรียบร้อยและความมั่นคงภายในประเทศ การอำนวยความเป็นธรรม การปกครองท้องที่ การอาสารักษาดินแดน และการทะเบียน อีกทั้งเป็นหน่วยงานที่มีภารกิจใกล้ชิดกับประชาชน และมีกลไกเครือข่ายในระดับพื้นที่ในการบูรณาการการทำงานร่วมกับทุกภาคส่วน และดำเนินการสนับสนุนการขับเคลื่อนเขตพัฒนาเศรษฐกิจพิเศษดังกล่าว โดยเฉพาะการจัดการด้านความมั่นคงและความสงบเรียบร้อยในพื้นที่ชายแดน การป้องกันและปราบปรามยาเสพติด การจัดระบบทะเบียนแรงงานต่างด้าว การค้ามนุษย์ การพัฒนาประสิทธิภาพการผ่านแดน ภารกิจของศูนย์ดำรงธรรมและการเจรจาไกล่เกลี่ยข้อพิพาท และการสร้างการยอมรับและสนับสนุนจากประชาชน

          จึงได้จัดโครงการในครั้งนี้ขึ้น เพื่อเป็นการเติมเต็มความรู้ต่อการปฏิบัติงานของเจ้าหน้าที่ปกครอง โดยมีเนื้อหาในหลายเรื่อง อาทิ สถานการณ์ของจังหวัดในปัจจุบัน แนวโน้มและทิศทางการพัฒนาในอนาคต บทบาทของข้าราชการฝ่ายปกครองในการขับเคลื่อนและสนับสนุนการดำเนินงานเขตเศรษฐกิจพิเศษการจัดการด้านความมั่นคงและความสงบเรียบร้อยในพื้นที่ชายแดน แนวโน้มการพัฒนาด้านเศรษฐกิจของประเทศกัมพูชาที่มีผลกระทบต่อประเทศไทย การส่งเสริมการค้าและการลงทุนของประเทศไทยไปยังประเทศต่างๆ ภายในภูมิภาคอาเซียน และการจัดระเบียบการผ่านแดน การควบคุมแรงงานต่างด้าว ยาเสพติด และการค้ามนุษย์ รวมถึงข้อดี/ข้อเสียของการพัฒนาเป็นเขตเศรษฐกิจพิเศษ

ภาพ/ข่าว วิเชียร ม่วงสี  ทีมข่าวภูมิภาค
นาย พรเทพ เขม้นเขตวิทย์ รายงานจากศูนย์ข่าวภาคตะวันออก

SACICT ชวนช้อปงานคราฟต์ร่วมสมัย ในงาน​ “SACICT Craft Fair 2019” ครั้งที่ 4

ศูนย์ส่งเสริมศิลปาชีพระหว่างประเทศ (องค์การมหาชน) หรือ SACICT คัดสรรผลิตภัณฑ์หัตถศิลป์ไทยตอบโจทย์ไลฟสไตล์คนเมือง กว่า 50 ร้านค้า ในงาน SACICT Craft Fair 2019 เริ่ม 22-26 สิงหาคมนี้ ที่ อีเว้นท์ ฮอลล์ ชั้น 1 เดอะมอลล์ ท่าพระ

          นางสาวแสงระวี  สิงหวิบูลย์ รองผู้อำนวยการศูนย์ส่งเสริมศิลปาชีพระหว่างประเทศ กล่าวว่า งาน SACICT Craft Fair 2019 ในปีนี้ SACICT ได้กำหนดจัดขึ้นทั้งหมด 4 ครั้ง ในศูนย์การค้าชื่อดังของไทย ได้แก่ ครั้งที่ 1 ศูนย์การค้าเดอะมอลล์ บางแค ครั้งที่ 2 ศูนย์การค้าเดอะมอลล์ จ.นครราชสีมา ครั้งที่ 3 ศูนย์การค้าไอคอนสยาม และครั้งที่ 4 นี้ จัดขึ้นที่ศูนย์การค้าเดอะมอลล์ ท่าพระ ระหว่างวันที่ 22-26 สิงหาคม 2562 ณ อีเว้นท์ฮอลล์ ชั้น B ซึ่งตลอด 3 ครั้งที่ผ่านมา ได้รับเสียงตอบรับจากผู้เข้าชมงานเป็นจำนวนมาก

          SACICT CRAFT FAIR เป็นกิจกรรมที่ SACICT จัดขึ้นทุกปี เพื่อขยายช่องทางและสร้างโอกาสให้กับบุคคลที่ทำงานหัตถศิลป์ เช่น ครูศิลป์ของแผ่นดิน ครูช่างศิลปหัตถกรรม ทายาทช่างศิลปหัตถกรรม และสมาชิก SACICT ได้มีโอกาสพบปะผู้ซื้อและแลกเปลี่ยนเรียนรู้ ทักษะการทำงานระหว่างผู้ผลิตด้วยกันเอง

          ภายในงาน SACICT ได้มีการคัดสรรผลิตภัณฑ์หัตถศิลป์ไทยหลากหลายประเภทที่ตอบโจทย์กับไลฟสไตล์ของการใช้ชีวิตปัจจุบัน และกลุ่มผู้รักงานคราฟต์ได้เป็นอย่างดี อาทิ งานผ้า เครื่องจักสาน เครื่องประดับ เครื่องปั้นดินเผา เครื่องหนัง เครื่องใช้ของตกแต่งบ้าน นำมาจัดแสดงและจัดจำหน่าย กว่า 50 ร้าน

          นอกจากนี้ ตลอดการจัดงาน 4 วัน ยังมีศิลปินมาร่วมสร้างความบันเทิง และแบ่งปันประสบการณ์ด้านงานคราฟต์อีกมากมาย อาทิ ไม้ วฤษฎิ์,หนุ่ย เดอะ ว๊อยส์,จอย ชลธิชา,เขต ธาราเขต และ อั๋น ชัยพล  ที่มาร่วมแบ่งปันประสบการณ์ด้านงานคราฟต์

          ผู้สนใจสามารถมาชมและช้อปงานคราฟต์ ได้ที่งาน SACICT Craft Fair 2019 ครั้งที่ 4 ตั้งแต่วันที่ 22–26 สิงหาคม 2562 ณ อีเว้นท์ ฮอลล์ ชั้น B ศูนย์การค้า เดอะมอลล์ท่าพระ สอบถามเพิ่มเติม โทร. 1289 หรือ facebook.com/sacict

สุรเชษฐ​ ศิลา​นนท์​ ​รายงาน​