ตม.นครพนม กดดันผู้ต้องหามอบตัว คดีร่วมกันค้ามนุษย์

         วันนี้​ วันศุกร์ที่ 30 ส.ค.62 เวลา 13.30 น. ณ โรงแรมสุนีย์ แกรนด์โฮเทล แอนด์ คอนเวนชั่นเซ็นเตอร์ จ.อุบลราชธานี : พล.ต.ท.สมพงษ์ ชิงดวง ผบช.สตม.พร้อมด้วย พล.ต.ต.ภาคภูมิภิภัทฒ์ สัจจพันธุ์, พล.ต.ต.กฤษกร พลีธัญญวงศ์, พล.ต.ต.อิทธิพล อิทธิสารรณชัย, พล.ต.ต.ณฐพล แสวงกิจ รองผบช.สตม., พล.ต.ต.ณัฐวัฒน์ การดี ผบก.ตม.4, พ.ต.อ.พิชญ์วุฒิ สงวนสมบัติศิริ, พ.ต.อ.นิธิศ ปิติธีรโชติ, พ.ต.อ.พัลลภ สุริยกุล ณ อยุธยา, พ.ต.อ.ชัยยศ วรักษ์จุนเกียรติ รองผบก.ตม.4​ และ พ.ต.อ.เศรษฐภัทร ณ สงขลา ผกก.สส.บก.ตม.4 ร่วมแถลงผลการจับกุม ดังนี้

         ตม.จ.นครพนม ได้รับการประสานจากฝ่ายปกครอง อ.ธาตุพนม จ.นครพนม ว่ามีเด็กชาวลาว 7 คนถูกหน่วงเหนี่ยวกักขังได้หลบหนีออกมาขอความช่วยเหลือจากชาวบ้าน จึงได้ประสานเจ้าหน้าที่ผู้เกี่ยวข้องทำการสัมภาษณ์คัดแยกเหยื่อจากการค้ามนุษย์ หลังจากได้ข้อมูลการคัดแยกเหยื่อ​ และการสืบสวนขยายผล ตามคำให้การของผู้เสียหาย จึงทราบว่าผู้กระทำความผิดประกอบด้วย นางแก้ว ไม่ทราบชื่อจริงนามสกุลจริง สัญชาติลาว อายุประมาณ 60 ปี เป็นผู้นำพาผู้เสียหายทั้ง 7 ราย จากฝั่ง สปป.ลาว มาส่งให้กับชายไทยไม่ทราบชื่อ​ ที่บริเวณจุดผ่อนปรนทางการค้าชายแดน อ.ธาตุพนม จ.นครพนม

          ต่อมาชุดสืบสวน ตม.จ.นครพนม ได้ทำการสืบสวนในระบบ Biometrics รวมถึงพยานหลักฐานจากจุดที่พบเด็กครั้งแรก จากกล้องวงจรปิดและพยานแวดล้อมจนมีข้อมูลว่าชายไทยไม่ทราบชื่อดังกล่าวคือ นายอินทร์ธง อายุ 83 ปี สัญชาติไทย ได้ใช้รถยนต์กระบะรับเด็กมาจากจุดผ่อนปรน ทางการค้าชายแดน อ.ธาตุพนม จ.นครพนม และนำตัวกักขังไว้ที่บ้านพักแห่งหนึ่งใน ต.ดอนนางหงส์ อ.ธาตุพนม จ.นครพนม จนกระทั่งต่อมาผู้เสียหายทั้ง 7 คน ได้หลบหนีและมาขอความช่วยเหลือจากเจ้าหน้าที่และในระหว่างที่รวบรวมพยานหลักฐานเพื่อขออนุมัติอออกหมายจับ ปรากฏว่าเมื่อวันที่ 4 สิงหาคม 2562 นายอินทร์ธงฯ ผู้ต้องหาได้เข้ามอบตัวกับพนักงานสอบสวน สภ.หลักศิลา จ.นครพนม เพื่อรับทราบข้อกล่าวหาและต่อสู้คดีตามกฎหมายต่อไป

สุรเชษฐ​ ศิลา​นนท์​ รายงาน​

กอ.รมน.ภาค 4 สน. แจง “Fake News” ป่วน 3 จชต. สร้างความสับสน

         เมื่อวันที่ 29 ส.ค..62 เวลา 09.00 น. พ.อ.วัชรกร อ้นเงิน ผู้ช่วยโฆษก กอ.รมน.ภาค 4 สน. เปิดเผยว่า จากกรณีเพจ Suara Patani, ข่าวความจริง สามจังหวัดภาคใต้, Patani Kita, Fajar Harian, ประวัติศาสตร์และเรื่องราวที่เกิดขึ้นในดินแดนปาตานี และเพจ Cerita.Patani ได้มีการนำเสนอข้อมูลข่าวสารที่บิดเบือนจากข้อเท็จจริง และยังมีลักษณะชี้นำใส่ร้ายป้ายสีให้เกิดความสับสนขึ้นในสังคม โดยมีเจตนาที่จะทำลายความน่าเชื่อถือในการปฏิบัติของเจ้าหน้ารัฐมาโดยตลอด โดยดูได้จากในหลายๆเหตุการณ์ที่ปรากฏผ่านสื่อดังกล่าวในห้วงที่ผ่านมา พบว่ากลุ่ม Fake News เหล่านี้ มีการโพสต์ข้อความบิดเบือน กล่าวหาโจมตีหน่วยงานภาครัฐ โดยไม่มีเหตุผลและปราศจากข้อเท็จจริง ทำให้ได้รับความเสียหาย และเกิดการเข้าใจผิดจากผู้ติดตามข่าวสาร

         ตัวอย่างเช่น จากกรณีล่าสุด การเสียชีวิตของนายอับดุลเลาะ อีซอมูซอ ผู้ต้องสงสัยคดีความมั่นคงได้ช็อคหมดสติภายในหน่วยซักถาม หน่วยเฉพาะกิจกรมทหารพรานที่ 43 ค่ายอิงคยุทธบริหาร เมื่อเวลา 03.00 น. ของวันที่ 21 ก.ค. ที่ผ่านมา โดยส่งเข้าทำการรักษาพยาบาล ณ โรงพยาบาลค่ายอิงคยุทธบริหาร โรงพยาบาลปัตตานี และโรงพยาบาลสงขลานครินทร์ ตามลำดับ โดยเมื่อเวลา 04.00 น. ของวันที่ 25 ส.ค. ที่ผ่านมา นายอับดุลเลาะ อีซอมูซอ ได้เสียชีวิตลงด้วยอาการปอดอักเสบติดเชื้ออย่างรุนแรง จากคำแถลงการณ์ถึงสาเหตุการเสียชีวิตของโรงพยาบาลสงขลานครินทร์ และจากกรณีดังกล่าวได้มี เพจข่าวความจริง สามจังหวัดภาคใต้ และในกลุ่มเพจ Fake News ได้ออกมากล่าวหาชี้นำสังคมว่าผลการแถลงของคณะกรรมการสิทธิมนุษยชน จชต. มีความคลุมเครือในหลายประเด็น ซึ่งย้อนแย้งจากความเป็นจริงอย่างชัดเจน จากการแถลงการณ์ในประเด็นต่างๆของทางคณะกรรมการฯ มีความชัดเจนเป็นอย่างมากในเนื้อหา และสามารถตอบคำถามซึ่งเป็นข้อสงสัยของสังคมได้ครบทุกประเด็น เช่น

  1. การตรวจสอบการปฏิบัติของเจ้าหน้าที่ประจำศูนย์ซักถาม พบว่าได้ดำเนินการตามขั้นตอนทุกประการ และไม่พบความผิดปกติใดๆ
  2. การตรวจสอบสถานที่ศูนย์ซักถาม พบว่าเป็นไปตามมาตรฐาน สำหรับกล้องวงจรปิดที่ไม่สามารถใช้การได้เนื่องจากอาคารดังกล่าว เป็นอาคารใหม่เพิ่งสร้างเสร็จและเริ่มใช้งาน เมื่อ พ.ค. ที่ผ่านมา ตัวกล้องได้ติดตั้งเรียบร้อยแล้ว แต่ยังไม่มีการส่งมอบจากบริษัท จึงยังไม่ได้มีการใช้งาน โดยปัจจุบันบริษัทได้ดำเนินการส่งมอบเป็นที่เรียบร้อยแล้ว กล้องทุกตัวสามารถใช้งานได้เต็มประสิทธิภาพ
  3. การตรวจสอบสาเหตุการเสียชีวิต ยืนยันจากคำแถลงการของโรงพยาบาลสงขลานครินทร์ เกิดจาก อาการปอดอักเสพติดเชื้ออย่างรุนแรง โดยมีสาเหตุนำจากภาวะสมองขาดเลือด และขาดออกซิเจน ซี่งคณะกรรมการฯ ได้รวบรวมข้อเท็จจริงจากความเห็นของแพทย์ที่ให้การรักษา สรุปได้ว่าการขาดออกซิเจนของสมอง กรณีของนายอับดุลเลาะฯ น่าจะเกิดจากการแตกของหลอดเลือดในสมอง จากโรคหลอดเลือดโป่งพอง ซึ่งเป็นโรคที่จะไม่ปรากฏอาการใดๆ และไม่มีอาการแจ้งเตือนก่อนที่จะเกิดการแตกออก อาการเช่นนี้จะส่งผลต่อเนื้อเยื้อสมองอย่างรุนแรง สอดคล้องกับการเอ็กซเรย์คอมพิวเตอร์สมอง พบว่ามีเลือดออกใต้เยื้อหุ้มสมองชั้นใน ซึ่งหากมีการกระแทกจากภายนอกจะมีเลือดออกที่เยื้อหุ้มสมองชั้นนอกเป็นลำดับแรก หรือหากมีการกระทำอื่นใดที่ทำให้ไม่มีออกซิเจนไปเลี้ยงสมอง ตามที่มีการกล่าวอ้าง เช่น ใช้ถุงคลุม หรือใช้ผ้าเปียกปิดหน้า หรือการกระทำอื่นๆที่ทำให้เกิดภาวะปิดกั้นทางเดินหายใจ ซึ่งจากการสอบถามกับทางทีมแพทย์ พบว่าหากเกิดกรณีดังกล่าวขึ้นจริง จะต้องมีการแสดงถึงจุดที่เลือดออกบ้าง เช่นที่ชัดเจนคือเยื้อบุหลอดเลือดแตกและมีเลือดออกที่ตา เหงือก หรือบริเวณริมฝีปาก และใบหน้าจะบวมคล้ำ ซึ่งกรณีของนายอับดุลเลาะฯ ไม่ปรากฎอาการดังกล่าว
  4. การช่วยเหลือครอบครัวของนายอัลดุลเลาะฯ ทางคณะกรรมการฯ จะรวบรวมข้อเท็จจริงและผลการวินิจฉัยของแพทย์ รายงานให้ ศอ.บต. ทราบ เพื่อพิจารณาดำเนินการในส่วนที่เกี่ยวข้องต่อไป ทั้งนี้ คณะกรรมการฯมีมติ เห็นควรให้ความช่วยเหลือตามหลักมนุษยธรรม ตามความเหมาะสม โดยจะเชิญภรรยาและครอบครัวของนายอับดุลเลาะฯมาหารือต่อไป
  5. รวมไปถึงเหตุลอบยิงนายอับดุลตอเละ กาสอ เสียชีวิตในพื้นที่ อ.เทพา จ.สงขลา เมื่อวันที่ 8 ส.ค. ที่ผ่านมา เพจ Fake News ดังกล่าว ได้โพสต์รูปภาพพร้อมข้อความที่บิดเบือนข้อเท็จจริง กล่าวหา โจมตีว่าเป็นการกระทำของเจ้าหน้าที่รัฐ ซึ่งจากภาพความเป็นจริง ในการรวบรวมวัตถุพยานในที่เกิดเหตุทั้งปลอกกระสุนขนาด 5.56 มม. และขนาด 9 มม. และจากผลการตรวจทางนิติวิทยาศาสตร์ ชี้ชัดว่าอาวุธปืนที่คนร้ายใช้ลอบยิงนายอับดุลตอเละ กาสอ เสียชีวิต เป็นอาวุธที่คนร้ายเคยใช้ก่อเหตุในพื้นที่ จ.ปัตตานี และ 4 อำเภอของ จ.สงขลา รวม 13 คดี สำหรับอาวุธปืน M16 ที่ใช้ในการก่อเหตุพบเป็นปืนที่แย่งชิงมาจากการโจมตีจุดตรวจ ชคต.ปะกาฮะรัง จ.ปัตตานี เมื่อวันที่ 23 ก.ค. ที่ผ่านมา อีกทั้งปืนกระบอกดังกล่าวยังใช้ยิงก่อกวนเหตุระเบิดตู้ ATM ในพื้นที่ จ.ปัตตานี เมื่อวันที่ 4 ก.ค. ซึ่งมีความเชื่อมโยงกันในหลายเหตุการณ์จึงสามารถสรุปได้ว่าเป็นคนร้ายกลุ่มเดียวกัน และจากเหตุระเบิดตู้ ATM.ก็เช่นกันมีความพยายามออกมาชี้นำสังคมโดยโพสต์ภาพรอยเท้าบริเวณหลังเสื้อของเจ้าหน้าที่รักษา
  6. ความปลอดภัยมหาวิทยาลัยฟาตอนี ว่าเป็นการกระทำของเจ้าหน้าที่รัฐ รวมไปถึงในอีกหลายเหตุการณ์ที่เพจ Fake News เหล่านี้ ล้วนแล้วแต่มีความพยายามบิดเบือน ไร้ความน่าเชื่อถือ ปราศจากข้อมูลข้อเท็จจริงอย่างสิ้นเชิง และจากกรณีดังกล่าว พล.ท.พรศักดิ์ พูลสวัสดิ์ แม่ทัพภาคที่ 4 /ผู้อำนวยการรักษาความมั่นคงภายในภาค 4 ได้สั่งการให้ส่วนที่เกี่ยวข้องเฝ้าติดตามความเคลื่อนไหวกลุ่ม Fake News อย่างใกล้ชิด พร้อมทั้งสั่งการให้ทีมกฎหมาย กอ.รมน.ภาค 4.สน. เร่งรัดรวบรวมพยานหลักฐานเพื่อดำเนินคดีตามกฎหมายกับแอดมินเพจดังกล่าวให้ได้โดยเร็ว ซึ่งหากปล่อยไว้อาจสร้างความสับสนให้เกิดขึ้นในสังคมอย่างเป็นวงกว้าง

          จึงขอให้พี่น้องประชาชนติดตามข่าวสารการชี้แจงข้อเท็จจริงจากเจ้าหน้าที่เท่านั้น รวมทั้งบริโภคข้อมูลข่าวสารอย่างระมัดระวัง และตรวจสอบข้อเท็จจริงก่อนที่จะมีการส่งต่อ หรือแชร์ข้อมูลดังกล่าวออกไป เพื่อไม่ให้ตกเป็นเครื่องมือของกลุ่มไม่หวังดี และอาจจะมีความผิดทางกฎหมาย ซึ่งต้องระวางโทษจำคุกไม่เกิน 5 ปี หรือปรับไม่เกิน 100,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ หากมีข้อสงสัยสามารถสอบถามเจ้าหน้าที่ได้โดยตรงที่เบอร์สายด่วน 1341 ได้ตลอด 24 ชั่วโมง

ที่มา กอ.รมน.ภาค 4 สน.

ฝ่ายปกครองโชว์ผลงาน บุกทลายบ่อนที่เปิดเย้ยกฎหมายลาดพร้าว127 วันเดียว 2 จุด หลังได้รับแจ้งจากพลเมืองดี

          เมื่อวันที่ 29 ส.ค. 62 เวลา 18.00 น. นายรณรงค์ ทิพย์ศิริ ผอ.ส่วนกำกับสืบสวนและปราบปราม สำนักการสอบสวนและนิติการกรมการปกครอง, นายราเยส ราย หัวหน้ากำกับสืบสวนและปราบปราม1 นำกำลังฝ่ายปกครองกว่า 10 นาย พร้อมด้วย พ.ต.ท.สุรพงศ์ สาขากร สว.สส.สน.ลาดพร้าว และฝ่ายสืบสวน สน.ลาดพร้าว บุกเข้าจับบ่อนการพนันจำนวน 2 จุด

โดยจุดแรก อยู่ภายในซอยลาดพร้าว 127 แขวงคลองจั่น เขตบางกะปิ ลักษณะเป็นตึกแถว 2 คูหาติดกัน ซึ่งจากการตรวจค้นตึกแรกพบของกลางดังนี้

  1. ตู้สล็อตลูกดีด จำนวน 4 ตู้
  2. ตู้สล็อตผลไม้ จำนวน 1 ตู้
  3. ผู้ดูแล 1 คน
  4. ผู้เล่นเป็นชายอีก 4 คน

และตึกที่ติดกัน พบของกลางดังนี้

  1. โต๊ะคอมพิวเตอร์พนันบอลออนไลน์มีใบเสร็จ 4 ตู้
  2. โต๊ะคอมพิวเตอร์เสือมังกร 4 ตู้
  3. ตู้ปลาขนาดใหญ่ จำนวน 1 ตู้
  4. เงินสดจำนวน 39,000 บาท
  5. ผู้ดูแลจำนวน 2 คน แยกเป็นชาย 1 คน หญิง 1 คน
  6. ผู้เล่นอีกจำนวน 12 คน เป็นชายทั้งหมด

จุดที่ 2 อยู่บริเวณซอยนวมินทร์ 6 แขวงคลองจั่น เขตบางกะปิ อยู่ภายในแฟลตการเคหะคลองจั่น เข้าตรวจสอบด้านในพบของกลางดังนี้

  1. ตู้สล็อตลูกดีด จำนวน 4 ตู้
  2. ผู้ดูแลจำนวน 1 คน
  3. คนเล่น 6 คน

          เจ้าหน้าที่จึงควบคุมตัวผู้เล่นและผู้ดูแลพร้อมของกลางทั้งหมดไปที่ สน.ลาดพร้าว เบื้องต้นเจ้าหน้าที่แจ้งข้อหาแก่ผู้ดูแลทั้งหมด “จัดให้มีการเล่นการพนันไฮโลพนันเอาทรัพย์สินกัน และเป็นเจ้ามือรับกินรับใช้” และแจ้งข้อหากับผู้เล่น “ลักลอบเล่นการพนันโดยผิดกฎหมาย” นำตัวพร้อมของกลางส่งพนักงานสอบสวน สน.ลาดพร้าว ดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป

ขอบคุณภาพข่าวจากปฏิบัติการพิเศษกรมการปกครอง

บ.โรเบิร์ตชอว์ (Rober tshaw) ขยายปีก เปิดตัวศูนย์กระจายสิน ค้าในไทย

โรเบิร์ตชอว์ (Robertshaw)บริษัทผู้ผลิตและวิศวกรรมระดับโลกจากอเมริกา ที่มุ่งเน้นเรื่องการควบคุมและโซลูชั่นสำหรับเครื่องใช้ไฟฟ้าขนาดใหญ่ในครัวเรือนและเครื่องใช้ไฟฟ้าเชิงพาณิชย์เปิดตัวศูนย์กระจายสินค้าในไทย ที่จังหวัดชลบุรี)
       

          (ศรีราชา จ.ชลบุรี )- เมื่อวันที่ 29 สิงหาคม 2562 มร.มาร์ค บัลคิวนาส (Mr.Mark Barcunas) ประธานเจ้าหน้าที่บริหารและประธาน บริษัท โรเบิร์ตชอว์ (Robertshaw) ซึ่งเป็นบริษัทผู้ผลิตและวิศวกรรมระดับโลกจากอเมริกา ที่มุ่งเน้นเรื่องการควบคุมและโซลูชั่นสำหรับเครื่องใช้ไฟฟ้าขนาดใหญ่ในครัวเรือนและเครื่องใช้ไฟฟ้าเชิงพาณิชย์ ได้นำทีมผู้บริหารบริษัทฯพร้อมพนักงานทำพิธีเปิดตัวศูนย์กระจายสินค้าแห่งใหม่แห่งแรกในประเทศไทย โดยมีลูกค้ารายใหญ่ของบริษัทพร้อมด้วย นางจีรนันท์ เกตุสาลี สมาชิกสภาเทศบาลเจ้าพระยาสุรศักดิ์ และแขกผู้มีเกียรติทั้งไทยและต่างชาติเข้าร่วมแสดงความยินดี
     

         มร.มาร์ค บัลคิวนาส (Mr.Mark Barcunas) ประธานเจ้าหน้าที่บริหารและประธานเปิดงาน กล่าวว่า “การลงทุนของเราในประเทศไทยนั้น เป็นการช่วยสนับสนุนยุทธศาสตร์ธุรกิจในการให้บริการด้านวิศวกรรมระดับโลกและการผลิตที่ทันสมัยในภูมิภาคที่ลูกค้าของเราดำเนินงานและได้เริ่มการขยายกิจการ” มร.มาร์ค บัลคิวนาส (Mr.Mark Barcunas) กล่าวเพิ่มเติมว่า “ด้วยจำนวนวิศวกรกว่า 200 รายทั่วโลก โรเบิร์ตชอว์ จึงมีความพร้อมเป็นอย่างดีที่จะมอบความเชี่ยวชาญทางวิศวกรรมในวงกว้างในเทคโนโลยีด้านเครื่องกลไฟฟ้าพื้นฐาน เครื่องจักรกล และอิเล็กทรอนิกส์ ตลอดจนการนำไปประยุกต์ใช้” ให้กับลูกค้าได้อย่างมีคุณภาพ
       

          โดยศูนย์กระจายสินค้าแห่งใหม่ของ บริษัทโรเบิร์ตชอว์ (Robertshaw) ตั้งอยู่บนพื้นที่ 16,000 ตารางฟุตแห่งแรกในประเทศไทย ซึ่งตั้งอยู่เลขที่ 158/2 (M1/1) อำเภอศรีราชา จังหวัดชลบุรี ซึ่งใช้เวลาขับรถจากกรุงเทพฯประมาณ 1 ชั่วโมงครึ่งเท่านั้น  และยังตั้งอยู่ใกล้กับบริษัทผู้ผลิตอุปกรณ์เครื่องใช้ไฟฟ้ารายอื่นๆ ในบริเวณเดียวกันอีกด้วย
สำหรับศูนย์กระจายสินค้าแห่งนี้ มีจุดเด่นคือสามารถส่งมอบสินค้าได้อย่างเที่ยงตรง ไม่ว่าจะเป็นส่วนประกอบสำคัญและบริการเสริมมูลค่าเพิ่ม ซึ่งคลอบคลุมการทดสอบผลิตภัณฑ์ การประกอบชิ้นส่วนอุปกรณ์ และการผลิตสำหรับอุตสาหกรรมเบา
       

          ปัจจุบัน บริษัทโรเบิร์ตชอว์ (Robertshaw) ได้ดำเนินงานอยู่ในประเทศต่างๆ ทั่วโลกกว่า 15 ประเทศ นอกเหนือไปจากศูนย์กระจายสินค้าแห่งใหม่ในประเทศไทยแล้ว บริษัทยังมีศูนย์การดำเนินงานอื่นๆ ในภูมิภาคเอเชีย ได้แก่ โรงงานที่เมืองชิงเต่า ประเทศจีน และปูเน่ ประเทศอินเดีย รวมทั้งศูนย์กระจายสินค้าในนอร์ท ร็อคส์ ประเทศออสเตรเลียอีกด้วย.
     

          ทั้งนี้สำหรับข้อมูลเกี่ยว บริษัทโรเบิร์ตชอว์ (Robertshaw) เป็นบริษัทผู้ผลิต วิศวกรรมและการออกแบบระดับโลกอเมริกา ซึ่งจำหน่ายอุปกรณ์ชิ้นส่วนหลักในการควบคุมพลังงานและการควบคุมระบบการหมุนเวียนสำหรับเครื่องใช้ไฟฟ้าขนาดใหญ่ และได้ยกระดับการทำงาน รวมทั้งเทคโนโลยีไปสู่ตลาดในอุตสาหกรรมที่ใกล้เคียงกัน รวมทั้งช่องทางบริการหลังการขาย การประยุกต์ใช้งานครอบคลุมถึงระบบการควบคุมเครื่องซักผ้า เครื่องอบผ้า เครื่องล้างจาน ตู้เย็น เครื่องใช้ไฟฟ้า ระบบปรุงอาหารที่ใช้ไฟฟ้าหรือแก็ส เครื่องผลิตน้ำแข็ง ระบบแจกจ่ายของเหลว เครื่องทำความร้อนแบบหม้อต้ม วาวล์แก็สสำหรับระบบทำความร้อน ระบบควบคุมอุณหภูมิและของเหลวสำหรับยานยนต์/ ออฟโร้ด  สำหรับข้อมูลเพิ่ม สามารถดูได้ที่เว็บไซต์ www.robertshaw.com

 พัทยา จ.ชลบุรี / โยธิน พรมแตง -คัมภีร์ อาบสุวรรณ์ – วิรัตน์ ขำแตร -ทนงค์ ปรีเปรม *086-1499878

บก.ปอศ รับมอบตัวผู้ต้องหา คดี “ฉ้อโกง,ฉ้อโกงประชาชน,นำเข้าซึ่งข้อมูลอันเป็นเท็จ สู่ระบบคอมพิวเตอร์”

         วันนี้​ วัน​พฤหัสบดี​ที่ 29 ส.ค.62​ ที่บก.ปอศ.​: พล.ต.ต ไมตรี ฉิมเฉิด ผบก.ปอศ. สั่งการให้​ พ.ต.อ.ภาดล จันทร์ดอน ผกก.กก.5 บก.ปอศ. และเจ้าหน้าที่กก.5 บก.ปอศ. รับมอบตัวนางสาวศิริรัตน์ จันทร์ปรุ ที่ 1239/2562 ลงวันที่ 20 สิงหาคม 2562 ในความผิดฐาน “ฉ้อโกง,ฉ้อโกงประชาชน,นำเข้าซึ่งข้อมูลอันเป็นเท็จ สู่ระบบคอมพิวเตอร์”

          สืบเนื่องจากราวเดือนมีนาคมที่ผ่านมา ผู้เสียหายได้มาร้องทุกข์ผ่านทาง​ ศปอส.ตร. ว่าถูกผู้ต้องหาใช้อุบายหลอกลงทุนโดยการชักชวนกลุ่มผู้เสียหาย ซึ่งเป็นกลุ่มแม่ค้าที่ซื้อขายสินค้าออนไลน์ผ่านทางแอพพลิเคชั่นเฟสบุ๊ก ชื่อ “สานฝันปันรวย” มีสมาชิกประมาณ 40 คน ร่วมลงทุนเป็นตัวแทนขายสินค้า และสั่งซื้อสินค้า หรือสต๊อกสินค้า ตัวใหม่จำนวนหลายรายการ เช่น สบู่,ครีม​ และเซรั่ม ยี่ห้อ Areeya ซึ่งสมาชิกที่ลงทุนไม่ต้องนำสินค้าไปจำหน่ายเอง  จะมีทีมงานของผู้ต้องหา เป็นผู้นำสินค้าไปขายให้ โดยอ้างว่าทีมงานดังกล่าวไม่มีทุน จึงต้องการเงินทุนเพื่อใช้ในการสต๊อกสินค้า ซึ่งหากสมาชิกสั่งซื้อสินค้าในจำนวนมากจะทำให้สามารถซื้อสินค้าในราคาต้นทุนที่ต่ำส่งผลให้กำไรสูงขึ้น  เช่น  หากสต๊อกสินค้า 1 ล้านชิ้น ราคา 23 บาท ทีมขายจะสั่งซื้อ 100 ชิ้น ในราคา 40 บาท ทำให้ได้กำไรชิ้นละ 17 บาท ทำให้มีผู้หลงเชื่อจำนวนมาก

          ต่อมาเมื่อครบกำหนด ส่งมอบสินค้าก็ไม่มีสินค้าที่สมาชิกสั่งซื้อผลิตสต๊อกออกมาขาย เมื่อสอบถามก็บ่ายเบี่ยงโดยอ้างว่าทาง อย. มีความเข้มงวดมากต้องรอสินค้าได้รับอนุญาตก่อนจึงจะนำออกมาขายได้ และผัดผ่อนเรื่อยมา เป็นเหตุให้กลุ่มผู้เสียหาย ได้รับความเสียหาย 153,781,966 บาท ต่อมาพนักงานสอบสวนได้ออกหมายจับ กระทั่งผู้ต้องหารายนี้ทราบว่าถูกออกหมายจับ จึงประสานเข้ามอบตัว ทั้งนี้ผู้ต้องหาให้การปฎิเสธ จึงนำตัวส่งพนักงานสอบสวนกก.5​ บก.ปอศ. ดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป

Cr.เจริญ​ผล​ เอี่ยม​พึ่ง​
สุรเชษฐ​ ศิลา​นนท์​ รายงาน​

รมช.ศธ.3 เปิดงาน”สืบสาน รักษา ต่อยอด ครูประวัติศาสตร์ชาติไทย” ถวายสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง

          เมื่อวันที่ 28 สิงหาคม 2562 ที่ผ่านมา​ ณ ห้องรอยัลจูบิลี่ บอลรูม ชาเลนเจอร์ อิมแพค เมืองทองธานี จังหวัดนนทบุรี​ : ดร.กนกวรรณ วิลาวัลย์ รมช. ศึกษาธิการ เป็นประธานเปิดงาน “สืบสาน รักษา ต่อยอด ครูประวัติศาสตร์ชาติไทย ของสำนักงาน กศน. ถวายสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง” โดยมีผู้บริหารกระทรวงศึกษาธิการ ครูผู้สอนประวัติศาสตร์ บุคลากร กศน. ที่ผ่านการอบรมจิตอาสา 904 วิทยากร ผู้บริหารในส่วนภูมิภาค และผู้ที่เกี่ยวข้อง เข้าร่วมกว่า 1,490 คน

          สำนักงาน กศน.ได้ดำเนินการจัดโครงการอบรมประวัติศาสตร์ชาติไทยและบุญคุณของพระมหากษัตริย์ไทย เพื่อเสริมสร้างอุดมการณ์รักชาติ ศาสนา และสถาบันพระมหากษัตริย์ไทยให้แก่ครู กศน. ทั่วประเทศ มาตั้งแต่ปี พ.ศ. 2560 และได้ขยายผลการดำเนินงานจัดอบรมหลักสูตรแบบเข้มข้นภายใต้โครงการ “การอบรมวิทยากรประวัติศาสตร์ชาติไทย” เพื่อสร้างครูผู้สอนประวัติศาสตร์ชาติไทยในสังกัดสำนักงาน กศน.ในอันที่จะสืบสาน รักษา ต่อยอดตามพระราชดำรัสของสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง ซึ่งสำนักงาน กศน. ได้จัดงาน “สืบสาน รักษา ต่อยอดครูประวัติศาสตร์ชาติไทยของสำนักงาน กศน. ถวายสมเด็จพระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง” ขึ้น เพื่อเทิดพระเกียรติสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถพระบรมราชชนนีพันปีหลวง ในโอกาสวันเฉลิมพระชนมพรรษา วันที่ 12 สิงหาคม 2562 และเพื่อเผยแพร่การดำเนินงานการจัดกิจกรรมต่าง ๆ ของครู กศน. ทั่วประเทศที่ผ่านการอบรมหลักสูตรดังกล่าว เพื่อสร้างขวัญ กำลังใจให้แก่ครู กศน. ในการที่จะปฏิบัติภารกิจต่อไป

          ดร.กนกวรรณฯ กล่าวตอนหนึ่งในพิธีเปิดงานว่า “ประเทศไทยเป็นประเทศที่ปกครองด้วยระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุขมาเป็นเวลายาวนาน สถาบันพระมหากษัตริย์เป็นสัญลักษณ์แห่งการดำรงอยู่ของชาติไทย ทุกคราวที่ประเทศไทยต้องเผชิญวิกฤตนานาประการ ประเทศชาติก็สามารถผ่านพ้นมาได้เสมอ ด้วยพระบารมีแห่งองค์บูรพมหากษัตริย์ไทยทุกพระองค์ตราบจนปัจจุบันนี้

          ดังนั้น การเผยแพร่ความรู้ การสอนให้เยาวชน ประชาชนไทยได้มีความเข้าใจที่ถูกต้องในเรื่องสถาบันพระมหากษัตริย์และประวัติศาสตร์ชาติไทยจึงเป็นเรื่องที่สำคัญอย่างยิ่งต่อการสร้างจิตสำนึกและอุดมการณ์รักชาติ ศาสนา และสถาบันพระมหากษัตริย์ และขอชื่นชมครู กศน.และผู้ที่เกี่ยวข้องทุกท่านในการปฏิบัติภารกิจนี้อย่างเข้มแข็งและสร้างสรรค์ ซึ่งการจัดงานในครั้งนี้ ถือว่าเป็นการประกาศศักยภาพของครู กศน. ที่มากกว่าการเป็นครูสอนด้านวิชาการ แต่เป็นครูที่สามารถสร้างอุดมการณ์ในการเป็นพลเมืองที่ดี เป็นพลเมืองที่มีจิตสำนึกรักชาติ ศาสนา และเทิดทูนสถาบันพระมหากษัตริย์ อันจะเป็นรากฐานสำคัญในการขับเคลื่อนการพัฒนาประเทศชาติให้มีความเข้มแข็ง มั่นคง และยั่งยืน และหวังเป็นอย่างยิ่งว่าการสืบสาน รักษา และต่อยอดอุดมการณ์ดังกล่าวของครู กศน. จะคงอยู่และสามารถขยายผลไปสู่นักศึกษาและประชาชนในพื้นที่ต่าง ๆ ทั่วประเทศต่อไป

สุรเชษฐ​ ศิลา​นนท์​ รายงาน​

นครบาล​ 1​ ร่วมเปิดโครงการ ค่ายผู้นำเยาวชนดีเด่นสร้างชาติ ประจำปี 2562

          วันนี้​ วันพฤหัสที่ 29 สิงหาคม 2562​ เวลา 09.00​ น.ณ สภาสังคมสังเคราะห์ แห่งประเทศไทย​ : นายแพทย์ ขจิต ชูปัญญา รองประธานสภาสังคมสงเคราะห์แห่งประเทศไทย ให้เกียรติ​เป็นประธา​นเปิด “โครงการ ค่ายผู้นำเยาวชนดีเด่นสร้างชาติ ประจำปี 2562​” ซึ่งมี​ พล.ต.ต.ดร.เสนิต สำราญสำรวจกิจ ผบก.น.1 ในฐานะประธานค่ายผู้นำเยาวชนดีเด่นสร้างชาติ ได้ให้การต้อนรับ

          โดยมีนางมนสิการ สำราญสำรวจกิจ รองประธานค่ายฯ กล่าวรายงานความเป็นมาของโครงการ พร้อมกันนี้ พ.ต.อ.มนต์ชัย ศรีประเสริฐ รอง ผบก.น.1 ได้สนับสนุนนมสดพร้อมดื่มมิ้ลด์แอนด์มอลจำนวน 200 ขวด,คุณกิตติพงษ์ เตรัตนชัย กต.ตร.กทม./ที่ปรึกษา บกน.1 ได้มอบเงินสนับสนุน 100,000 บาท,ดร.พีรวัฒน์ สุรเศรษฐ ที่ปรึกษารองผบ.ตร.และประธา กต.ตร.กทม.(ภาคประชาชน)ได้มอบเงินสนับสนุน 50,000 บาท,ดร.ธัชวิน สุรเศรษฐ ที่ปรึกษารองผบ.ตร.และที่ปรึกษา บช.ทท.และประธานอนุกต.ตร.บก./ประธานกต.ตร.สน.ชนะสงคราม ได้มอบเงินสนับสนุน 50,000 บาท,สโมสรโรตารี่ ทวีวัฒนา ได้มอบเครื่องกรองน้ำดื่ม จำนวน 2 เครื่อง​ และผู้สนับสนุนอื่นๆอีกหลายรายการ ซึ่งโครงการนี้ฯ​ จัดขึ้นที่ ไร่พฤษาวัลเล่ย์ อ.มวกเหล็ก จ.สระบุรี ตั้งแต่วันที่ 29 ส.ค.-1 ก.ย.62

สุรเชษฐ​ ศิลา​นนท์​ รายงาน​

เสมา 3 ห่วงใยประชาชน สั่ง กศน. ปูพรมให้ความรู้ประชาชน รับมือโรคติดต่อที่มาพร้อมกับหน้าฝน

          ดร.กนกวรรณ วิลาวัลย์ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงศึกษาธิการ แสดงความห่วงใยต่อประชาชน ขอให้ทุกคนดูแลรักษาสุขภาพร่างกายในช่วงฤดูฝน กำชับให้ กศน. บูรณาการร่วมกับสถานพยาบาลของรัฐ เช่น รพ.สต. หรือ อสม. และหน่วยงานที่เกี่ยวข้องในพื้นที่ ให้คำแนะนำ รณรงค์ให้ความรู้กับประชาชนในการรักษาสุขภาพ และความปลอดภัยในช่วงหน้าฝน

          ดร.กนกวรรณฯ กล่าวแสดงความห่วงใยในสุขภาพและการเดินทางของนักเรียน นักศึกษา ประชาชน ว่า “ในช่วงนี้ประเทศไทยเข้าสู่ฤดูฝนอย่างเป็นทางการ และในบางพื้นที่มีพายุ ฝนตกหนักเกือบทุกวัน อากาศที่เย็นลงและความชื้นที่เพิ่มขึ้นแม้จะช่วยคลายความร้อนลงได้มาก แต่ความชื้นที่เพิ่มมากขึ้นนี้เองที่กลับเปิดโอกาสให้เชื้อโรคหลายๆ ชนิด เติบโตและแพร่กระจายได้มากขึ้นไปด้วย เพราะในฤดูฝนอากาศยังค่อนข้างเปลี่ยนแปลงได้ง่าย เดี๋ยวร้อน เดี๋ยวเย็น ฝนตก อบอ้าวทำให้ร่างกายปรับสภาพไม่ทัน อาจเกิดอาการเจ็บป่วยในที่สุด โดยเฉพาะ 5 กลุ่มโรคติดต่อ ที่มักเกิดขึ้นในหน้าฝน ที่ต้องระวังเป็นพิเศษตามที่กรมควบคุมโรค กระทรวงสาธารณสุข ประกาศเตือน ได้แก่

  1. กลุ่มโรคติดต่อของระบบทางเดินอาหาร ได้แก่ โรคอุจจาระร่วงเฉียบพลัน อาหารเป็นพิษ ไทฟอยด์ บิด เชื้อไวรัสตับอักเสบชนิดเอ และบี
  2. กลุ่มโรคติดต่อของระบบทางเดินหายใจ ได้แก่ โรคไข้หวัดใหญ่ หวัด หลอดลมอักเสบ ปอดอักเสบ
  3. กลุ่มโรคติดต่อที่เกิดจากยุง ได้แก่ ไข้เลือดออก ไข้สมองอักเสบเจอี โรคมาลาเรีย
  4. กลุ่มโรคติดเชื้อผ่านทางบาดแผล หรือเยื่อบุผิวหนัง ได้แก่ โรคไข้ฉี่หนู หรือแลปโตสไปโรซิส
  5. กลุ่มโรคเยื่อบุตาอักเสบ หรือโรคตาแดง

          ตนจึงได้กำชับให้ กศน. ทั่วประเทศประชาสัมพันธ์ ให้ความรู้แนะนำแก่ประชาชนโดยประสานและบูรณาการความร่วมมือกับหน่วยงานด้านสาธารณสุข และหน่วยงานอื่นๆ ที่เกี่ยวข้องในพื้นที่ รวมถึงการดูแล ป้องกันภัยสำหรับตนเองและบุตรหลาน เมื่อเกิดอุทกภัยหรือน้ำท่วมขัง เช่น ภัยจากสัตว์เลื้อยคลาน และภัยจากกระแสไฟฟ้าที่อาจรั่วซึม เป็นต้น

          นอกจากนี้ได้มอบหมายให้สำนักงาน กศน.และ สำนักงานคณะกรรมการส่งเสริมการศึกษาเอกชน หรือ สช. แจ้งสถานศึกษาทุกแห่งในสังกัดให้พิจารณาและระมัดระวังเรื่องการสัญจรในหน้าฝนโดยเฉพาะการจัดทัศนศึกษา หรือศึกษาดูงานของนักเรียน นักศึกษาและบุคลากร โดยก่อนการเดินทางผู้ขับขี่ต้องเตรียมคนขับและยานพาหนะให้พร้อมก่อนการเดินทาง โดยเน้นเตรียมความพร้อมสภาพร่างกายคนขับ พักผ่อนให้เพียงพอ หลีกเลี่ยงการขับรถติดต่อกันเป็นเวลานาน หากต้องเดินทางไกลควรแวะพักเป็นระยะหรือมีคนขับสับเปลี่ยนกัน ไม่ควรดื่มเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ ทุกชนิดหรือทานยาที่ทำให้ง่วง เช่น ยาลดน้ำมูก ยาภูมิแพ้ ยาแก้ไอ เป็นต้น และขอให้ตรวจสอบสภาพรถ ตรวจเช็คลมยาง ไฟส่องสว่างและไฟเลี้ยว ตรวจระบบเบรกให้มีความสมบูรณ์สามารถใช้งานได้เต็มประสิทธิภาพ และปฏิบัติตามกฎจราจรอย่างเคร่งครัด เพื่อลดความเสี่ยงจากการเกิดอุบัติเหตุ รวมถึงงดเดินทางในเวลากลางคืนเพื่อความปลอดภัยของนักเรียนและครู ดังนั้นขอให้หน่วยงาน สถานศึกษาทุกแห่งให้ความสำคัญในความปลอดภัยและสุขภาพของนักเรียน เพื่อป้องกันการเจ็บป่วย ที่อาจจะเกิดขึ้น” ดร.กนกวรรณฯ กล่าว

สุรเชษฐ​ ศิลา​นนท์​ รายงาน​

พ่อเมืองโคราช แฮปปี้​ ทำหนังสือให้กำลัง กลุ่มจิตอาสา ​วปร.904​

“ผู้ว่าฯโคราช”แฮปปี้กิจกรรมจิตอาสารักษ์ลำตะคอง “กลุ่มชมรมฮักเขาใหญ่“ ทำหนังสือชื่นชมกลุ่มจิตอาสาพระราชทาน 904 วปร. มุ่งมั่นทำความดีต่อไป

          เมื่อวันที่ 28 ส.ค.62​ นครราชสีมา​ : ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ที่ศูนย์อำนวยการจิตอาสาพระราชทาน 904 วปร.จังหวัดนครราชสีมา ได้รับหนังสือจาก นายวิเชียร จัทรโนทัย ผู้ว่าราชการจังหวัดนครราชสีมา เรื่องขอชื่นชมการจัดกิจกรรมจิตอาสารักษ์ลำตะคอง ของ​ “กลุ่มชมรมฮักเขาใหญ” เมื่อวันอาทิตย์ที่ 25 สิงหาคม 2562​ ที่ผ่านมา ณ สะพานไตรสวัสดิ์ บ้านท่างอย ท้ายอ่างเก็บน้ำลำตะคอง ตำบลจันทึก อำเภอปากช่อง จังหวัดนครราชสีมา เพื่อสร้างขวัญกำลังใจให้กับกลุ่มจิตอาสาพระราชทานมุ่งมั่นทำความดีต่อไป

          ผู้สื่อข่าวรายงานอีกว่า สำหรับข้อความระบุว่า ทางศูนย์อำนวยการจิตอาสาพระราชทาน 904 วปร. จังหวัดนครราชสีมา พิจารณาแล้วเห็นว่า การจัดกิจกรรมจิตอาสารักษ์ลำตะคอง ของ”กลุ่มชมรมฮักเขาใหญ่​” ที่ร่วมแรงร่วมใ่จกันเก็บขยะมูลฝอย รวมทั้งทำการขุดลอกผักตบชวา เพื่อเปิดทางเร่งระบายน้ำให้ไหลลงเขื่อนลำตะคอง บริเวณดังกล่าว ซึ่งแสดงให้เห็นถึงความปรองดอง ความสามัคคี ความสมัครสมาน ความเสียสละ ของทีมงานจิตอาสาพระราชทาน​ “กลุ่มชมรมฮักเขาใหญ่” รวมถึงประชาชนที่อาศัยอยู่บริเวณอ่างลำตะคอง

          นอกจากนี้ยังเป็นการช่วยกันดูแลรักษาลำตะคองที่เป็นสายน้ำแห่งชีวิตของคนโคราช โดยความร่วมมือร่วมใจกันประกอบกับกิจกรรมสาธารณะ เพื่อประโยชน์ต่อส่วนรวม โดยไม่หวังสิ่งตอบแทน จึงก่อให้เกิดความรักความผูกพันในสถาบันของชาติ คือ สถาบันชาติ สถาบันศาสนา สถาบันพระมหากษัตริย์ และ ประชาชนคนในชาติ คนในชุมชน มีความสุขอย่างยั่งยืน สนองพระราชจากปณิธานของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว “สืบสาน รักษา และต่อยอด“

          ทั้งนี้จากการดำเนินงานกิจกรรมดังกล่าว จึงขอชื่นชม​ “กลุ่มชมรมฮักเขาใหญ่” รวมถึง กลุ่มบุคคลประชาชนในพื้นที่ หน่วยงานที่เกี่ยวข้องทุกฝ่าย เพื่อเป็นขวัญกำลังใจให้รักษาคุณความดีนี้ไว้ตลอดไป

Cr.ตุ๋ย~อาชญากรรม​ นครราชสีมา
สุรเชษฐ​ ศิลา​นนท์​ รายงาน​

บ.สหมงคลประกันภัย จก. (มหาชน)ฉลองครบรอบ 68 ปี ก้าวปีที่ 69 ประสบความสำเร็จ อย่างมั่นคง

          วันนี้​ วัน​พฤหัสบดี​ที่​ 29 สิงหาคม 2562 เวลา 09.00 น.​ : ณ บริษัท สหมงคลประกันภัย จำกัด (มหาชน) โดยมี ดร.หิมาลัย ผิวพรรณ ประธานที่ปรึกษา พร้อมด้วย นายสมศักดิ์ รัตนเดชาพิพัฒน์ ผู้บริหารระดับสูง,พล.ท.สราวุธ กาพย์เดโช รองกรรมการผู้จัดการ,น.ส.มัลลิกา โกวิทคณิต ผู้ช่วยกรรมการผู้จัดการ รวมทั้ง ผู้บริหาร พนักงาน ได้ร่วมกันจัดงานทำบุญฉลองครบรอบ 68 ปี ก้าวปีที่ 69 ในการก่อตั้ง บริษัท​ สหมงคลประกันภัย จำกัด (มหาชน) ซึ่งเป็น​ บริษัท ประกันวินาศภัย ที่ได้รับความเชื่อถือ มากว่า 68 ปี โดยมีรางวัลแห่งความภาคภูมิใจ เป็นบริษัทประกันวินาศภัยที่มีการพัฒนาดีเด่น ประจำปี 2557

          ประวัติความเป็นมา บริษัทสหมงคลประกันภัย จำกัด​ (มหาชน) เริ่มก่อตั้งโดยกลุ่มธุรกิจค้าข้าวสาร​ และพืชผลทางการเกษตร ซึ่งดำเนินธุรกิจส่งออกสินค้าเกษตรไปจำหน่ายยังต่างประเทศ รวมทั้งให้เช่าคลังสินค้า เพื่อเป็นที่พักสินค้าขณะรอการส่งออก ต่อมาได้ขยายธุรกิจทางด้านการรับประกันอัคคีภัย จึงได้ก่อตั้งบริษัทขึ้นอย่างเป็นทางการภายใต้ชื่อ “บริษัท สหมงคลประกันภัย​ และคลังสินค้า จำกัด”เมื่อวันที่ 29 สิงหาคม 2494 ด้วยทุนจดทะเบียน 10 ล้านบาท ต่อมาในปี พ.ศ.2510 บริษัทได้หันมาเน้นการดำเนินธุรกิจด้านการประกันภัยเพียงอย่างเดียว​ และทำการเปลี่ยนชื่อใหม่เป็น​ “บริษัท สหมงคลประกันภัย จำกัด” หรือ “THE UNION PROSPERS INSSURANCE COMPANY LIMITED” ซึ่งมีความหมายว่า​ “โชคดีมีชัยด้วยความร่ำรวย​ และประสบความสำเร็จร่วมกันอย่างสมบูรณ์พูนสุข”

          จากนั้นบริษัทได้จดทะเบียนแปรสภาพเป็นบริษัทมหาชน เมื่อวันที่ 19 กันยายน 2555 โดยใช้ชื่อ​ “บริษัท สหมงคลประกันภัย จำกัด​ (มหาชน) ”ด้วยทุนจดทะเบียน 280 ล้านบาท จากประสบการณ์อันยาวนาน ภายใต้การบริหารงานอย่างโปร่งใส​ และนโยบายการให้บริการด้วยความซื่อตรง เรายังคงมุ่งมั่นที่จะพัฒนาศักยภาพด้านต่าง ๆ อย่างไม่หยุดยั้ง เพื่อให้ บริษัท สหมงคลประกันภัย จำกัด (มหาชน) เป็นองค์กรมหาชนที่เติบโตอย่างมั่นคง มีความแข็งแกร่งทางการเงิน และมีบริการที่เป็นเลิศเพื่อให้ลูกค้าไว้วางใจและได้รับความพึงพอใจสูงสุดตลอดไป

          นอกจากนี้ ในรากฐานแห่งความมั่นคง ถือว่าเป็นความสำเร็จอีกก้าวหนึ่ง ของบริษัท​ สหมงคลประกันภัย จำกัด​ (มหาชน) ที่ได้รับความไว้วางใจ จากนักลงทุนประเทศจีน ที่มีความรู้ ความสามารถ ด้านประกันวินาศภัยที่มีฐานะทางการเงินที่แข็งแกร่ง มีระบบงานที่เป็นมาตรฐาน ให้บริการที่สร้างความพึงพอใจสูงสุดแก่ลูกค้า เติบโตอย่างมั่นคงและยั่งยืน”

          เพื่อก้าวสู่ปีที่ 69 นี้ บริษัท สหมงคลประกันภัยจำกัด (มหาชน)ได้มุ่งสู่การเป็นบริษัทประกันภัยที่ทันสมัย พร้อมคิดค้นออกแบบผลิตภัณฑ์ใหม่และพัฒนาผลิตภัณฑ์ที่มีอยู่ให้ครบวงจร เพื่อตอบสนองทุกกลุ่มของลูกค้า เพื่อให้ลูกค้ามีทางเลือกในการใช้บริการที่ดีขึ้น อีกทั้งบริษัท สหมงคลประกันภัย​ จำกัด (มหาชน) ยังได้มีการนำเทคโนโลยีอันทันสมัยมาใช้ในการดำเนินธุรกิจ​ และให้บริการเพื่อให้เกิดความสะดวกรวดเร็ว มีคุณภาพ ในทุกเวลา และทุกสถานที่ตอบรับการเศรษฐกิจของประเทศที่กำลังขยายตัวในยุค 4.0 อย่างต่อเนื่องในอนาคต

          การดำเนินธุรกิจประกันวินาศภัยของบริษัทประสบความสำเร็จมาโดยตลอดและได้รับความไว้วางใจจากลูกค้าเสมอมา จวบจนถึงปัจจุบันบริษัทได้ให้บริการแก่ลูกค้ามาเป็นระยะเวลา 69 ปี ด้วยคำขวัญที่ว่า “โชคดี มีชัย ด้วยความ ร่ำรวย และ ประสบความสำเร็จ ร่วมกัน อย่างสมบูรณ์”

สุรเชษฐ​ ศิลา​นนท์​ รายงาน​