นายกรัฐมนตรี เป็นประธานในพิธี “เปิดการประชุมรัฐมนตรีเศรษฐกิจอาเซียน” ครั้งที่ 51

          วันนี้ (6 กันยายน 2562) เวลา 9.30 น. ณ ห้องบอลรูม โรงแรมแชงกรี-ลา กรุงเทพฯ พลเอก ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม เป็นประธานในพิธีเปิดการประชุมรัฐมนตรีเศรษฐกิจอาเซียน ครั้งที่ 51 และการประชุมที่เกี่ยวข้อง โดยผู้เข้าร่วมประกอบด้วยบุคคลสำคัญ อาทิ นายจุรินทร์ ลักษณวิศิษฎ์ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ รัฐมนตรีเศรษฐกิจอาเซียน รัฐมนตรีคณะมนตรีเขตการค้าเสรีอาเซียน รัฐมนตรีคณะมนตรีเขตการลงทุนอาเซียน และเลขาธิการอาเซียน สรุปสาระสำคัญดังนี้

          นายกรัฐมนตรีรู้สึกยินดีและเป็นเกียรติที่ได้มาร่วมการประชุมรัฐมนตรีเศรษฐกิจอาเซียนครั้งที่ 51 และการประชุมที่เกี่ยวข้อง พร้อมเน้นย้ำจุดกำเนิดของอาเซียนที่เกิดจาก “ความกล้าฝัน” ของผู้ก่อตั้งอาเซียนเมื่อ 52 ปีที่แล้ว และเติบโตอย่างเข้มแข็งจาก “ความกล้าลงมือ” เพื่อขับเคลื่อนอาเซียนให้มีความเจริญก้าวหน้า โดยอาเซียนได้มีการจัดตั้งคณะทำงานเพื่อพัฒนาแนวคิดเขตการค้าเสรีอาเซียน (อาฟต้า) โดยใช้กลไกการลดอัตราภาษีนำเข้าระหว่างกัน ทำให้การค้าภายในภูมิภาคขยายตัว อาเซียนยังเป็นผู้ริเริ่มแนวคิดประชาคมเศรษฐกิจอาเซียน (เออีซี) เพื่อส่งเสริมความร่วมมือด้านเศรษฐกิจระหว่างกัน ตลอดจนเสนอข้อริเริ่มความตกลงหุ้นส่วนทางเศรษฐกิจระดับภูมิภาค (อาร์เซ็ป) เพื่อรักษาบทบาทความเป็นแกนกลางของอาเซียนในการขับเคลื่อนการรวมกลุ่มทางเศรษฐกิจกับคู่ภาคีภายนอกอาเซียน ทั้ง 6 ประเทศ ทั้งนี้ การกล้าลงมือของผู้ขับเคลื่อนอาเซียนมีจุดประสงค์เพื่อให้พลเมืองของอาเซียนทุกคนได้รับประโยชน์และโอกาสอย่างแท้จริง

          ประเทศไทยในฐานะประธานอาเซียนปีนี้ พร้อมร่วมมือกับประเทศสมาชิกและสานต่อการขับเคลื่อนภูมิภาคอาเซียน ตามแนวคิดหลัก คือ “ร่วมมือ ร่วมใจ ก้าวไกล ยั่งยืน” เพื่อสร้างอาเซียนที่มั่นคงแข็งแรง รองรับกระแสความเปลี่ยนแปลงทั้งเชิงภูมิเศรษฐศาสตร์และภูมิรัฐศาสตร์ที่ส่งผลกระทบอาเซียนได้ตลอดเวลา อาทิ ความเปลี่ยนแปลงทางเทคโนโลยีอย่างก้าวกระโดด ความท้าทายทางการค้าโลก และความตื่นตัวด้านการอนุรักษ์สิ่งแวดล้อมและทรัพยากรธรรมชาติ

          นายกรัฐมนตรีเชื่อมั่นว่าการประชุมร่วมกันในวันนี้จะมีบทบาทสำคัญในการขับเคลื่อนความฝันของอาเซียน ผ่านการเตรียมตัวรับมือกับอนาคต เสริมสร้างความเชื่อมโยง และส่งเสริมความยั่งยืนในทุกมิติ เพื่อให้การรวมกลุ่มทางเศรษฐกิจของอาเซียนเจริญก้าวหน้าและใกล้ชิดกันมากขึ้น

          นายกรัฐมนตรีได้กล่าวว่าก่อนพิธีเปิดการประชุมฯ นายกรัฐมนตรีได้มีโอกาสพบปะหารือกับรัฐมนตรีเศรษฐกิจอาเซียน รัฐมนตรีคณะมนตรีเขตการค้าเสรีอาเซียน รัฐมนตรีคณะมนตรีเขตการลงทุนอาเซียน และเลขาธิการอาเซียน โดยนายกรัฐมนตรีเห็นว่าประเทศสมาชิกอาเซียนต้องร่วมมือร่วมใจกันเพื่อรับมือกับสงครามการค้า และเพิ่มมูลค่าทางการค้าระหว่างกันซึ่งต้องอาศัยพลังของอาเซียน โดยย้ำประเด็นสำคัญด้านเศรษฐกิจได้แก่ การผลักดันความตกลงหุ้นส่วนทางเศรษฐกิจระดับภูมิภาค หรือ อาร์เซ็ป ให้สำเร็จภายในปีนี้ การส่งเสริมการค้าชายแดน การเพิ่มมูลค่าสินค้าเกษตร การเตรียมความพร้อมอาเซียนสู่ยุคการปฏิวัติอุตสาหกรรมครั้งที่ 4 การพัฒนาเทคโนโลยี ดิจิทัลและเมืองอัจฉริยะ  การร่วมมือกันแก้ไขปัญหาขยะทะเล การสนับสนุน SMEs และการพัฒนาแรงงานฝีมือ

          ในตอนท้ายนายกรัฐมนตรียืนยันว่าในฐานะประธานอาเซียนมุ่งมั่นและพร้อมร่วมมือกับสมาชิกอาเซียนเพื่อความมั่นคง มั่งคั่ง ยั่งยืนตลอดไป

เอกอัครราชทูตรัฐกาตาร์ประจำประเทศไทย เข้าพบ พลเอก ประยุทธ์ฯ เพื่ออำลาในโอกาสพ้นจากหน้าที่ และพร้อมที่จะสานต่อความร่วมมือในมิติต่างๆ

          วันนี้ (วันศุกร์ที่ 6 กันยายน 2562) เวลา 11.00 น. ณ ห้องสีงาช้าง ตึกไทยคู่ฟ้า ทำเนียบรัฐบาล เชค ญัสซิม บิน อับดุลเราะฮ์มาน บิน มุฮัมมัด อาลอับดุลเราะฮ์มาน อัษษานี (H.E. Sheikh Jassim Bin Abdulrahman Bin Mohammed Alabdulrahman Al-Thani) เอกอัครราชทูตรัฐกาตาร์ประจำประเทศไทย เข้าเยี่ยมคารวะ พลเอก ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม เพื่ออำลาในโอกาสพ้นจากหน้าที่ สาระสำคัญการหารือดังนี้

          นายกรัฐมนตรีขอบคุณเอกอัครราชทูตฯ สำหรับบทบาทอย่างแข็งขัน บทบาทการเป็น Friend of Thailand ในการดำรงตำแหน่ง เป็นผู้มีส่วนสำคัญในการเสริมสร้างความสัมพันธ์เชิงสร้างสรรค์ระหว่างไทย-กาตาร์ ในช่วง 3 ปีที่ผ่านมา และขอให้ถือว่าประเทศไทยเป็นเสมือนบ้านหลังที่ 2 ในโอกาสนี้ขอแสดงความยินดีที่เอกอัครราชทูตฯ ได้รับมอบหมายให้ดำรงตำแหน่งเอกอัครราชทูตรัฐกาตาร์ประจำรัฐสุลต่านโอมาน เชื่อมั่นว่าเอกอัครราชทูตฯ จะประสบความสำเร็จ และส่งเสริมให้ไทยเป็นมิตรประเทศที่ดีกับโอมานด้วย ทั้งนี้ นายกรัฐมนตรียืนยันว่ารัฐบาลยินดีร่วมงานกับเอกอัครราชทูตรัฐกาตาร์ฯ คนใหม่ และสานต่อความร่วมมือระหว่างไทยและกาตาร์ให้แน่นแฟ้น

         เอกอัครราชทูตรัฐกาตาร์ฯ รู้สึกยินดีและเป็นเกียรติอย่างยิ่งที่ได้ดำรงตำแหน่งในประเทศไทย ชื่นชมวัฒนธรรมและความสวยงามในไทย โดยระยะเวลาที่ดำรงตำแหน่งเห็นว่าไทยและกาตาร์มีความสัมพันธ์และความร่วมมือที่ใกล้ชิด และมีพลวัตมากยิ่งขึ้น ทั้งสองฝ่ายมีการแลกเปลี่ยนการเยือนในระดับสูง ทั้งระดับราชวงศ์ และระดับรัฐบาล มีการหารือระดับสูง ส่งผลให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องของทั้งสองฝ่ายได้นำผลจากการหารือไปปฏิบัติเป็นรูปธรรม ทั้งนี้ พร้อมสนับสนุนความร่วมมือระหว่างกันต่อไปเพื่อประโยชน์ของทั้งสองประเทศ ในการนี้ นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทยกาตาร์ และรองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศกาตาร์ ฝากความปรารถนาดีมายังนายกรัฐมนตรีด้วย

          ทั้งสองฝ่ายมีความเห็นตรงกันว่า พร้อมที่จะสานต่อความร่วมมือในมิติต่างๆ และสนับสนุนซึ่งกันและกันในเวทีระหว่างประเทศ โดยมีประเด็นสำคัญที่ได้หารือและพร้อมมีความร่วมมือ ได้แก่ ด้านพลังงาน อาหาร อาหารฮาลาล และการค้าการลงทุน พร้อมกันนี้นายกรัฐมนตรีได้เชิญชวนให้กาตาร์พิจารณาร่วมลงทุนในเขตพัฒนาพิเศษภาคตะวันออก (Eastern Economic Corridor: EEC) เพิ่มขึ้น

          นายกรัฐมนตรีขอบคุณที่กาตาร์ยินดีสนับสนุนและมอบทุนการศึกษาให้กับเยาวชนไทย เพื่อเพิ่มโอกาสและพัฒนาทรัพยากรบุคคลของไทย ทั้งนี้ รัฐบาลไทยยินดีที่ชาวกาตาร์เดินทางมาท่องเที่ยวและรับการรักษาพยาบาลในไทยจำนวนมาก โดยทั้งสองฝ่ายพร้อมประชาสัมพันธ์การท่องเที่ยวระหว่างกันเพื่อส่งเสริมความเข้าใจระดับประชาชน ในตอนท้าย นายกรัฐมนตรีได้ขอให้รัฐบาลกาตาร์พิจารณานำเข้าสินค้าเกษตรกรรมของไทยที่มีคุณภาพเพิ่มขึ้น ได้แก่ ข้าว ยาง และปาล์ม

พล.ท.พรศักดิ์ พูลสวัสดิ์ มทภ.4 /ผอ.รมน.ภาค 4 เป็นประธาน การประชุมชี้แจงสร้างความเข้าใจนโยบาย ของภาครัฐในการจัดตั้งและปฏิบัติงานของ ชป.กร.

           พล.ท.พรศักดิ์ พูลสวัสดิ์ มทภ.4 /ผอ.รมน.ภาค 4 เป็นประธาน การประชุมชี้แจงสร้างความเข้าใจนโยบาย ของภาครัฐในการจัดตั้งและปฏิบัติงานของ ชป.กร. ให้กับเจ้าหน้าที่อาสาสมัครสาธารณสุธประจำหมู่บ้าน (อสม.) ในพื้นที่ จชต. ณ ห้องประชุมวิภาวังศิริกุล  มหาวิทยาลัยนราธิวาสราชนครินทร์ อ.เมืองนราธิวาส จ.นราธิวาส โดยมี ผู้ว่าราชการจังหวัด, นายแพทย์สาธารณสุขจังหวัด, ผู้อำนวยการโรงพยาบาลชุมชน, ผู้อำนวยการโรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพตำบล, เจ้าหน้าที่ชุดปฏิบัติการพลเรือน, อาสาสมัครสาธารณสุขประจำหมู่บ้าน, เข้าร่วมประชุมอย่างพร้อมเพรียง

          จากการจัดตั้งชุดปฏิบัติกิจการพลเรือนขึ้นปฏิบัติงานที่ผ่านมา พบว่ายังไม่สามารถแก้ไขปัญหาต่างๆ ได้อย่างเต็มประสิทธิภาพ เนื่องจากกำลังพลในชุดปฏิบัติการกิจการพลเรือน เป็นบุคคลนอกชุมชน จึงไม่เข้าใจความต้องการในการแก้ไขปัญหา ที่แท้จริงของพี่น้องประชาชนในหมู่บ้านได้ กอ.รมน.ภาค 4 สน. จึงจัดประชุมพบปะหารือขึ้น เพื่อหาแนวทางในการทำงานร่วมกัน และอาสาสมัครสาธารณสุขประจำหมู่บ้าน ต่างก็เป็นบุคคลที่พี่น้องประชาชนในหมู่บ้านให้การยอมรับ ฉะนั้น พี่น้องชาว อสม. จะสามารถช่วยนำทางหรือชี้นำให้เข้าถึงปัญหาในหมู่บ้าน ทั้งยังชี้แนะถึงความต้องการของประชาชนในหมู่บ้านได้อย่างแท้จริง

          โดยแม่ทัพภาคที่ 4 ได้เชิญชวนผู้เข้าร่วมประชุมทุกท่าน ร่วมคิด ร่วมสร้าง ร่วมปฏิบัติภารกิจให้สำเร็จ ตามนโยบายหลักที่ตั้งไว้ คือ ทำพื้นที่ให้ปลอดเหตุ ประชาชนปลอดภัย, ร่วมกันแก้ไขปัญหายาเสพติด, เป็นมิตรทุกภาคส่วน, รวมใจไทยเป็นหนึ่งเดียว และสามัคคี กลมเกลียวสร้างสรรค์สันติสุข อันจะนำมาซึ่งความมั่นคง มั่งคั่ง และยั่งยืน สู่หมู่บ้านของพวกท่านทุกคน

ศูนย์ประชาสัมพันธ์ กองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายในภาค 4 ส่วนหน้า

สมศ.กอ.รมน.ภาค 4 สน. ลงพื้นที่ ติดตาม “โครงการเกษตรเพื่ออาหารกลางวัน” ตามแนวพระราชดำริฯ

          วันที่ 5 กันยายน 2562 เวลา 09.30 น. พันเอก สุธรรม กังแฮ รองผู้อำนวยการสำนักมวลชนและกิจการพิเศษ กองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายในภาค 4 ส่วนหน้า พร้อมด้วย พันตำรวจเอก ณรงค์ ธนานันทกุล รองผู้บังคับหน่วยเฉพาะกิจสงขลา และคณะ ลงพื้นที่ติดตามความคืบหน้าโครงการเกษตรเพื่ออาหารกลางวัน ตามแนวพระราชดำริ สมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้า กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดา ฯ สยามบรมราชกุมารี ที่ โรงเรียนบ้านน้ำเค็ม ตำบลบ้านนา อำเภอจะนะ จังหวัดสงขลา โดยมี ผู้นำท้องที่ ผู้นำท้องถิ่น ตัวแทนเครือข่ายองค์กรภาคประชาชนเพื่อสันติและเศรษฐกิจพอเพียง และบุคลากรโรงเรียนบ้านน้ำเค็ม ร่วมให้การต้อนรับ

          รองผู้อำนวยการสำนักมวลชนและกิจการพิเศษ กองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายในภาค 4 ส่วนหน้า กล่าวว่า การลงพื้นที่ติดตามความคืบหน้าของโครงการในครั้งนี้ ในภาพรวมถือว่าโรงเรียนบ้านน้ำเค็มทำได้ดี แต่อาจมีข้อขัดข้องในเรื่องของการดำเนินการบ้าง ซึ่งวันนี้ก็ได้ร่วมพูดคุยและให้ข้อแนะนำกับทางโรงเรียน เกี่ยวกับการดำเนินงานในระยะต่อไป

          สำหรับ โครงการเกษตรเพื่ออาหารกลางวัน ตามแนวพระราชดำริ สมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้า กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดา ฯ สยามบรมราชกุมารี โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อ พัฒนาเด็กและเยาวชนในถิ่นทุรกันดาร ให้มีชีวิตความเป็นอยู่ที่ดี โดยทรงเล็งเห็นว่าการพัฒนาเด็กทั้งร่างกาย สติปัญญา และอารมณ์ อย่างเต็มศักยภาพ จะส่งผลให้เด็กเติบโตเป็นผู้ใหญ่ที่ดีมีคุณภาพ เป็นกำลังสำคัญในการพัฒนาชุมชนของตนเองและประเทศชาติต่อไป โดยทรงเริ่มต้นการดำเนินงานในโรงเรียนตำรวจตระเวนชายแดน ก่อนที่จะขยายผลต่อไปยังโรงเรียนในสังกัดสำนักงานการประถมศึกษาแห่งชาติ ศูนย์บริการการศึกษานอกโรงเรียน และโรงเรียนสอนศาสนาอิสลาม โดยมุ่งเน้นให้นักเรียน ครู และผู้ปกครอง ร่วมกันทำการเกษตรในโรงเรียนแล้วนำผลผลิตที่ได้มาประกอบเป็นอาหารกลางวัน ซึ่งนอกจากจะช่วยแก้ปัญหาการขาดแคลนอาหารกลางวันแล้ว ยังทำให้นักเรียนได้รับความรู้ด้านโภชนาการ และด้านการเกษตรแผนใหม่ ที่สามารถนำไปใช้ประกอบเป็นอาชีพได้ต่อไป

          โครงการดังกล่าวได้เริ่มดำเนินการมาตั้งแต่ ปี พ.ศ. 2558 จนถึงปัจจุบัน มีโรงเรียนเข้าร่วมโครงการแล้วจำนวน 102 โรงเรียน ซึ่งแต่ละโรงจะได้รับงบประมาณสนับสนุน ในปีแรก 20,000 บาท ส่วนปีต่อไปปีละ 10,000 บาท เพื่อเป็นการต่อยอดโครงการ ฯ ทั้งนี้ กองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายในภาค 4 ส่วนหน้า ได้สนับสนุนโครงการอันเนื่องมาจากพระราชดำริฯ ในพื้นที่รับผิดชอบเพื่อพัฒนาคุณภาพชีวิตของเยาวชน มาอย่างต่อเนื่อง

ข่าว / ธนากรฯ
ภาพ / จัสมินฯ

สมาคมเซอร์เวย์แห่งประเทศไทย ร่วมกับบริษัทประกันภัย จัดประชุมการเตรียมความพร้อม การเครมอุบัติเหตุ รองรับจำนวนประชากรในพื้นที่เศรษฐกิจพิเศษ EEC

https://youtu.be/5Cpd21wxS4Y

         ที่วังปลารีสอร์ท ต.ท่าช้าง อ.เมือง จ.จันทบุรี บริษัทเอาร์ซอส ร่วมกับบริษัทประกันภัย จัดการประชุมเพื่อเตรียมความพร้อม การเครมประกันอุบัติเหตุ รองรับประชากรที่มีแนวโน้มจะเพิ่มขึ้นเนื่องจาก พื้นที่เศรษฐกิจพิเศษหรือ EEC โดย มีนายชำนาญ ชาติพจน์ คณะกรรมการสมาคมเซอร์เวย์แห่งประเทศไทยและผู้ก่อตั้ง SMART SURVEY กล่าวว่า พื้นที่เขตรับผิดชอบในภาคตะวันออกในขณะนี้ คือจังหวัด ชลบุรี รองยอง ชลบุรีและตราด และในอนาคตจะเพิ่ม ปราจีนบุรีและฉะเชิงเทราซึ่งในอนาคต จะเป็นเขตพื้นที่เศรษฐกิจพิเศษหรือ EEC จำนวนประชากรและยายพาหนะ จะเพิ่มขึ้นจำนวนมาก จึงต้องมีการขยายเขตและจำนวนเซอร์เวย์ เพื่อให้รองรับพื้นที่พร้อมทั้งปรับระบบให้เป็น SMART SURVEY เพื่อให้ทันท่วงทีต่อการเครม

          ขณะที่นายศราวุธ โหรสกุล เลขาสมาคมเซอร์เวย์แห่งประเทศไทยและผู้ก่อตั้ง SMART SURVEY กล่าวว่า SMART SURVEY เป็นหนึ่งในโมเดลของสมาคมเซเวย์ประเทศไทย ที่จะมีการขยายให้ครอบคลุมทั่วประเทศ เพื่อการรองรับปริมาณงานเครมของคู่ค้าประกันภัยทั้งหมด อย่างไรก็ตามขณะนี้ได้อยู่ระหว่างการหาเครือข่ายเซอเวย์ในแต่ละจังหวัดทั่วประเทศ โดยเริ่มจากจังหวัดชลบุรี จันทบุรี ตราดและจังหวัดระยอง โดยได้รับการสนับสนุนจากนายกสมาคมสมาคมเซอร์เวย์แห่งประเทศไทยเป็นอย่างดี ทั้งนี้มีเจ้าหน้าที่เซอร์เวย์ในแต่ละอำเภอเข้าร่วมการประชุมครั้งนี้กว่า กว่า 20 คน

ภาพ/ข่าว สุปราณี แก้วหุง/จันทบุรี

น้ำใจคนตราดล้นหลาม หลังทราบข่าวภาคอีสานน้ำท่วม นำของที่จำเป็นร่วมช่วยเหลือจำนวนมาก

          จากสถานการณ์ข่าว น้ำท่วมภาคอีสานหลายจังหวัด ส่งผลกระทบให้หลายพื้นที่ ได้รับความเดือดร้อน ล่าสุด ในวันนี้ วันที่ 5 กันยายน 2562 สมาคมกู้ภัยสว่างบุญช่วยเหลือธรรมสถานตราด ได้เปิดรับบริจาค สิ่งของ เครื่องอุปโภค บริโภค โดยเฉพาะ พวกยาเวชภัณฑ์ต่างๆ เพื่อที่ จะนำไปมอบให้ ผู้ประสบภัยน้ำท่วม จังหวัดยโสธร และจังหวัดใกล้เคียง โดยมีการเปิดรับ ต่อเนื่อง ตั้งแต่ เมื่อวันที่ 3 กันยายน 2562 ที่ผ่านมา ณ จุดสมาคมกู้ภัยสว่างบุญช่วยเหลือธรรมสถานตราด หน้าโรงพยาบาลกรุงเทพตราด

         รวมถึงยังมีอีกหลาย จุดในพื้นที่ จังหวัดตราด ที่ยังทยอยเปิดรับบริจาค สิ่งของอาหารแห้งและยาเวชภัณฑ์ เพื่อนำไปช่วยเหลือผู้ประสบอุทกภัย จ.ยโสธร ซึ่งขณะนี้ กำลังเจ้าหน้าที่ กู้ภัยสว่างบุญช่วยเหลือ จังหวัดตราด อยู่ในพื้นที่ ช่วยเหลือชาวบ้านแล้ว ซึ่งมีรายงานว่า วันนี้ มีมวลน้ำเพิ่มขึ้นในพื้นที่ มีผู้ประสบอุทกภัย จำนวนมาก ได้นำเรือไปช่วยเคลื่อนย้ายผู้คนและสิ่งของขึ้นที่สูง ตลอดทั้งวันก็มี ประชาชนเข้ามาร่วมบริจาคเครื่องอุปโภค บริโภค อย่างต่อเนื่อง โดยสิ่งของที่จำเป็น และยังต้องการอยู่ในขณะนี้ เป็นยาเวชภัณฑ์ ยาแก้หวัด แก้เชื้อราต่างๆ อาหารแห้ง ข้าวสาร มาม่า ปลากระป๋อง น้ำดื่ม ผ้าอนามัย นมผง รวมทั้งอาหารสำหรับสุนัขและแมว

          สำหรับผู้ที่สนใจ ร่วมบริจาค สามารถนำสิ่งของ มาที่สมาคมกู้ภัยสว่างบุญช่วยเหลือ ธรรมสถานตราด หน้าโรงพยาบาลกรุงเทพตราด หรือติดต่อเจ้าหน้าที่ จุดใกล้บ้านท่าน

ภาพ/ข่าว ธนเดช เดชะเทศ  ทีมข่าวภูมิภาค จ.ตราด
นาย พรเทพ เขม้นเขตวิทย์ รายงานจากศูนย์ข่าวภาคตะวันออก

กาชาดจังหวัดปราจีนบุรี จัดอบรมการช่วยฟื้นคืนชีพและการใช้เครื่องกระตุกหัวใจไฟฟ้า

https://youtu.be/fjWBzGiNcLI

          วันที่ 5 กันยายน 2562 ที่หอประชุมศาลากลางจังหวัดปราจีนบุรี นายพิบูลย์ หัตถกิจโกศล ผู้ว่าราชการจังหวัดปราจีนบุรี ได้เป็นประธานเปิดการประชุมเชิงปฏิบัติการพัฒนาทักษะการช่วยฟื้นคืนชีพ และการใช้เครื่องกระตุกหัวใจไฟฟ้าอัตโนมัติ (AED) โดยนางอังคณา หัตถกิจโกศล นายกเหล่ากาชาดจังหวัดปราจีนบุรี ได้กล่าวถึงการจัดอบรมในครั้งนี้ ด้วยกาชาดจังหวัดปราจีนบุรีพร้อมด้วยสาธารณสุขจังหวัดปราจีนบุรีได้เล็งเห็นถึงการเกิดภาวะหัวใจหยุดเต้นเฉียบพลัน เป็นสาเหตุการเสียชีวิตที่สำคัญในจำนวนผู้ป่วยที่หัวใจเกิดภาวะหยุดเต้น ซึ่งส่วนใหญ่โอกาสรอดชีวิตของผู้ป่วยค่อนข้างต่ำ

         ดังนั้นการอบรมในครั้งนี้ เพื่อให้ผู้เข้ารับการอบรม ได้มีความรู้ความสามารถ และทักษะในการช่วยฟื้นคืนชีพ ตลอดจนรู้จักวิธีการใช้เครื่องกระตุกหัวใจไฟฟ้า สามารถช่วยเหลือผู้มีภาวะหัวใจหยุดเต้น โดยเฉพาะคนในครอบครัว ก่อนที่ทีมบุคลากรทางการแพทย์จะเดินทางไปถึง ในปัจจุบันมักมีผู้ป่วยภาวะหัวใจหยุดเต้นเฉียบพลันเพิ่มมากขึ้น แม้กระทั่งคนที่ออกกำลังกายอย่างสม่ำเสมอ หรือนักกีฬาเองก็สามารถเกิดขึ้นได้ตามที่เป็นข่าว การช่วยเหลือเบื้องต้นหากได้มีการฝึกปฏิบัติจนมีทักษะเพียงพอ ก็สามารถช่วยเหลือชีวิตเพื่อนมนุษย์ได้

         สำหรับในวันนี้มีผู้เข้าร่วมรับการอบรมจากส่วนราชการ ประชาชน และจิตอาสา จำนวน 250 คน โดยมีทีมแพทย์ พยาบาล เวชกิจฉุกเฉิน จากโรงพยาบาลต่างๆ มาให้ความรู้และทักษะในการช่วยฟื้นคืนชีพอย่างถูกหลัก สำหรับเครื่องกระตุกหัวใจไฟฟ้าอัตโนมัติ ในจังหวัดปราจีนบุรี จะกระจายการติดตั้งตามสถานที่ราชการ สถานที่ท่องเที่ยว และแหล่งชุมชนจำนวน 22 เครื่อง ซึ่งในวันนี้ผู้เข้ารับการอบรมต่างให้ความสนใจการลงมือปฏิบัติกันอย่างจริงจัง เนื่องจากการอบรมในครั้งนี้ต้องใช้ความระมัดระวังในการช่วยเหลือซึ่งหมายถึงชีวิตของคนเจ็บป่วยที่เรากำลังช่วยชีวิตอยู่

rbt

ภาพ/ข่าว ณัฐวัฒน์ กุลเศรษฐ์สุวภา  ทีมข่าวภูมิภาค จ.ปราจีนบุรี
นาย  พรเทพ เขม้นเขตวิทย์ รายงานจากศูนย์ข่าวภาคตะวันออก

ร.ร.เบญจมราชูทิศ จ.จันทบุรี จัดพิธีถวายราชสดุดีสำนึกในพระมหากรุณาธิคุณรัชกาลที่ 5,6 ครบ 108 ปี วันกำเนิดโรงเรียน

โรงเรียนเบญจมราชูทิศ จังหวัดจันทบุรี จัดพิธีถวายราชสดุดีสำนึกในพระมหากรุณาธิคุณรัชกาลที่ 5 และรัชกาลที่ 6 ครบ 108 ปี วันกำเนิดโรงเรียน ซึ่งก่อตั้งขึ้นเมื่อปีพุทธศักราช 2454

         วันนี้ ( 6 ก.ย.62 ) ที่โรงเรียนเบญจมราชูทิศ จังหวัดจันทบุรี นายพงษ์พัฒน์ วงศ์ตระกูล รองผู้ว่าราชการจังหวัดจันทบุรี นำหัวหน้าส่วนราชการ ทหาร ตำรวจ ข้าราชการ บุคลากรทางการศึกษา นักเรียน ผู้ปกครองร่วมพิธีวางพานพุ่มดอกไม้สด ถวายราชสดุดีสำนึกในพระมหากรุณาธิคุณรัชกาลที่ 5 และรัชกาลที่ 6 เนื่องในกิจกรรมครบ 108 ปี วันกำเนิดโรงเรียน

         ซึ่งโรงเรียนเบญจมราชูทิศจังหวัดจันทบุรี ก่อตั้งขึ้นเมื่อปีพุทธศักราช 2454 และมีอายุครบ 9 รอบ 108 ปีในปีนี้ กิจกรรมประกอบด้วย พิธีอัญเชิญองค์พระเกี้ยวประจำสถาบันจากอาคารเกียรติภูมิ สู่ลานพระบรมราชานุสาวรีย์รัชกาลที่ 5 จากนั้น ประกอบพิธีบวงสรวงถวายราชสดุดี พระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 5 และพระบาทสมเด็จพระมงกุฎเกล้าเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 6 การแสดงเทิดพระเกียรติของนักเรียน

          และมอบทุนการศึกษาจำนวน 228 ทุน ได้แก่ ทุนเบญจสมองดี, ทุนสำหรับนักเรียนที่มีผลการเรียนดีเด่น จำนวน 122 ทุน และทุนวันกำเนิดโรงเรียน จำนวน 106 ทุน ซึ่งเป็นทุนการศึกษาที่ได้รับจากอดีตข้าราชการครู คณะครู ศิษย์เก่า ตลอดจนหน่วยงานห้างร้านและชุมชนร่วมบริจาคทางการศึกษา

ภาพ/ข่าว จรัล บรรยงคเสนา  ทีมข่าวภูมิภาค จ.จันทบุรี
นาย  พรเทพ เขม้นเขตวิทย์ รายงานจากศูนย์ข่าวภาคตะวันออก

อําเภอคลองใหญ่ จ.ตราด-จัดพิธีมอบสิ่งของพระราชทาน ให้แก่ประชาชน ที่สมัครจิตอาสาพระ ราชทาน 904 วปร.

         เมื่อเวลา 14.00 น. วันที่ 5 กันยายน 2562 นายพีระ การุญ นายอําเภอคลองใหญ่ เป็นประธานในพิธีมอบสิ่งของพระราชทาน เบื้องหน้าพระบรมฉายาลักษณ์ พระบาทสมเด็จพระ เจ้าอยู่หัว โดยสิ่งของพระราชทานประกอบด้วย หมวก ผ้าพันคอพระราชทานและบัตรประชาชนจิตอาสา ให้กับประชาชนผู้ที่มาลงทะเบียนจิตอาสาพระราชทาน 904 วปร. รายใหม่ ที่ได้มีการเปิดรับลงทะเบียนในวันที่ 1-10 ของทุกเดือน ตั้งแต่เดือนสิงหาคม ที่หอประชุมเฉลิมพระเกียรติ 88 พรรษา ของอําเภอคลองใหญ่

         โดยมีนายพีระ การุญ นายอําเภอคลองใหญ่ กล่าวว่า ตามที่ศูนย์อํานวยการใหญ่ จิตอาสาพระราชทาน 904 วปร. ได้มอบหมายให้นายอําเภอคลองใหญ่และอําเภอทุกแห่งให้เปิดรับลงทะเบียนจิตอาสาพระราชทาน 904 วปร. รายใหม่ขึ้น เพื่อเป็นการเปิดให้ประชาชนจิตอาสาได้มีส่วนร่วมเป็นจิตอาสาในการบําเพ็ญประโยชน์เพื่อสาธารณะ โดยไม่หวังสิ่งตอบแทน เป็นการประสานการทํางานระหว่างภาครัฐกับภาคประชาชน ในการแก้ไขปัญหาขั้นพื้นฐานของชาติ โดยในรอบที่สอง ของอําเภอคลองใหญ่ มีประชาชนรวมทั้งสิ้น 171 คน มาลงทะเบียนจิตอาสาพระราชทาน 904 วปร. สําหรับการจัดพิธีมอบสิ่งของพระราชทานในครั้งนี้ยังพบว่ามีเด็กนักเรียนที่มีอายุเกิน 7 ปี มาลงทะเบียนจิตอาสาพระราชทาน 904 วปร. ตามประเภทงานที่เด็กนักเรียนสามารถทําได้อีกด้วย

          อย่างไรก็ตาม นอกจากการจัดพิธีมอบสิ่งของพระราชทาน ให้กับจิตอาสาพระราชทาน 904 วปร.เสร็จแล้วได้ร่วมกันทําความสะอาดที่บริเวณสถานที่ราชการอําเภอคลองใหญ่อีกด้วย เพื่อบําเพ็ญประโยชน์ไม่หวังสิ่งตอบแทนต่อไป..

ภาพ/ข่าว วิเชียร ม่วงสี  ทีมข่าวภูมิภาค จ.ตราด
นาย พรเทพ เขม้นเขตวิทย์ รายงานจากศูนย์ข่าวภาคตะวันออก

สระบุรี-กองทัพอากาศ มอบอุปกรณ์ทางการแพทย์, เตียงผู้ป่วย​, เวชภัณฑ์,​ ตู้ยาสามัญประจำบ้าน ให้​ รพ.สต.

         วันที่ 5 กันยายน 2562​ พลอากาศตรี ทศวรรณ รัตนแก้วกาญจน์ รองเจ้ากรมกิจการพลเรือนทหารอากาศ และคณะ เดินทางไปมอบอุปกรณ์ทางการแพทย์ พร้อมเวชภัณฑ์ ให้กับโรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพตำบลมิตรภาพ, โรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพประจำตำบล มิตรภาพ อำเภอมวกเหล็ก จังหวัดสระบุรี ภายใต้การดำเนินงานด้านกิจการพลเรือน ประชาสัมพันธ์สังคมและสิ่งแวดล้อม ตามโครงการปรับวางที่ตั้งหน่วยงานกองทัพอากาศและโรงเรียนนายเรืออากาศนวมินทกษัตริยาธิราช

          โดยมี คุณปรีชา พฤกษา ผู้ช่วยสาธารณสุขอำเภอมวกเหล็ก และ คุณมาโนชย์ วรกุล ผู้อำนวยการโรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพตำบลมิตรภาพ นางณัฐยาน์​ อุทัย​ กำนันตำบลมิตรภาพ​ มวกเหล็กใน​ กำนัน​ ผู้ใหญ่บ้าน​ และ​ อสม.​ ประชาชนในพื้นที่ให้การต้อนรับ ณ โรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพตำบลมิตรภาพ อำเภอมวกเหล็ก จังหวัดสระบุรี

ดำรงค์ ชื่นจินดา/รายงาน