“กนกวรรณ” ลุยเมืองพ่อขุนรามฯ ชูผลิตภัณฑ์ กศน.สู่ตลาดชั้นนำ

          วันนี้​ วันศุกร์ที่ 6 กันยายน 2562 เวลา 08.30 น.ณ ห้องสมุดประชาชน “เฉลิมราชกุมารี” อำเภอสวรรคโลก จังหวัดสุโขทัย : ดร.กนกวรรณ วิลาวัลย์ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงศึกษาธิการ (รมช.ศธ.) พร้อมด้วยนายพะโยม ชิณวงศ์ ประธานคณะทำงาน รมช.ศธ.และคณะลงพื้นที่ตรวจเยี่ยม​ และมอบนโยบายด้านการศึกษา

          กศน.พัฒนาการจัดกระบวนการเรียนรู้โดยใช้ชุมชนเป็นฐานพัฒนาคุณภาพชีวิตประชาชนในหลากหลายมิติ โดยเฉพาะการพัฒนาทักษะอาชีพให้กับประชาชน โดยอาศัยทุนทางวัฒนธรรมเป็นตัวตั้งในการต่อยอดอาชีพ​ และพัฒนาผลิตภัณฑ์ชุมชน เพื่อตอบสนองความต้องการของผู้บริโภค รวมไปถึงการส่งเสริมและให้ความรู้เรื่องการค้าออนไลน์ เพื่อเพิ่มช่องทางการตลาดนำไปสู่การเปิดตลาดอื่น ๆ นอกจากตลาดชุมชน โดยผ่านกระบวนการบ่มเพาะภูมิปัญญาที่มีมาในพื้นที่

          ดร.กนกวรรณฯ กล่าวภายหลังการตรวจเยี่ยมว่า “เป็นที่น่ายินดีที่ผลิตภัณฑ์ชุมชนของชาวสุโขทัยได้รับการพัฒนาและต่อยอดมาถึงจุดที่น่าพอใจ ถือเป็นผลผลิตของการขับเคลื่อนโครงการศูนย์ฝึกอาชีพชุมชนที่ชาว กศน.สุโขทัย ได้ผลักดันสู่การค้าออนไลน์ผ่านศูนย์ OOCC (ONIE Online Commerce Center) อย่างมีคุณภาพ ในการขับเคลื่อนสู่การค้าในโลกยุคดิจิทัล อาทิ กลุ่มแปรรูปผลิตภัณฑ์เสื่อกก

          กศน.อำเภอทุ่งเสลี่ยม ที่สามารถพัฒนาไปสู่กลุ่มวิสาหกิจชุมชนที่สร้างรายได้เสริมให้กับสมาชิกกลุ่มโดยเฉลี่ยในปี​ 2562 กว่าแสนบาท กลุ่มวิสาหกิจชุมชนใบตองคลองกระจง (แปรรูปใบตอง) กศน.อำเภอสวรรคโลก ประสบความสำเร็จจากการยึดอาชีพบรรพบุรุษ พัฒนาต่อยอดสู่การเป็นภาชนะรักษ์โลก ตามโครงการลดปริมาณขยะในชุมชน และได้การรับรองจากสิ่งบ่งชี้ทางภูมิศาสตร์ (GI : Geographical Indications)

          เรื่องใบตอง จากกรมทรัพย์สินทางปัญญา ส่งผลให้เป็นที่ยอมรับทั่วประเทศในเวลาอันรวดเร็ว มีการสั่งออเดอร์สินค้าล่วงหน้าผ่านช่องทางออนไลน์กว่า 100,000 ใบต่อเดือน จากสายการบินชั้นนำเช่น บางกอกแอร์เวย์ และห้างสรรพสินค้าต่างๆในประเทศ โดยในช่วงปี 2562 ที่ผ่านมาสามารถสร้างรายได้เสริมให้กลุ่มกว่า 40,000 บาท ต่อเดือน

          นอกจากชุมชนมีรายได้ มีความเข้มแข็งแล้ว กศน.อำเภอสวรรคโลก ยังได้วางแผนพัฒนาอาชีพให้เกิดเป็นผลิตภัณฑ์ใหม่ๆที่สามารถโจทย์ของผู้บริโภคในรูปแบบใหม่ที่หลากหลายมากยิ่งขึ้นในปีถัดไป รวมถึงกลุ่มผ้าทอตีนจก กศน.อำเภอศรีสัชนาลัย ที่รวมกลุ่มกันแปรรูปสินค้าเป็นเสื้อผ้าสำเร็จรูป และใช้กรรมวิธีเพิ่มมูลค่าสินค้าด้วยวิธีธรรมชาติได้อย่างน่าสนใจ เช่น ผ้าซิ่นตีนจก ผ้าหมักโคลน ผ้าซิ่นมุก ผ้าคลุมไหล่ ย่าม และเสื้อผ้าพื้นเมืองสำเร็จรูป

          โดยสร้างรายได้เสริมให้แต่ละคนในรอบปีที่ผ่านมาเฉลี่ย 3,000-4,000 บาทต่อเดือน นับว่าเป็นการเดินมาถูกทางในการนำเอาทุนทางวัฒนธรรมของชุมชนมาต่อยอดและขยายผลสอดคล้องกับโลกการค้าออนไลน์ได้อย่างลงตัว ซึ่งเราจะไม่หยุดอยู่เพียงเท่านี้ จะจัดสรรงบประมาณเพื่อพัฒนาศักยภาพบุคลากร กศน.และผลักดันอาชีพชุมชนให้มีคุณภาพพร้อมก้าวสู่ตลาดชั้นนำให้มากที่สุด เราจะทลายข้อจำกัดทุกด้านเพื่อยกระดับคุณภาพชีวิตประชาชน​ ไม่เพียงแต่มีความรู้ แต่ต้องอยู่ดีกินดีในทุกพื้นที่ไปด้วยกัน

          นอกจากนี้ ที่นี่ยังมีความโดดเด่นในกิจกรรมส่งเสริมการอ่านภายใต้โครงการ “สุโขทัยเมืองนักอ่าน” ซึ่งเป็นการจัดกระบวนการเรียนรู้ โดยใช้ชุมชนเป็นฐานโดยมีการบูรณาการความร่วมมือในการกระตุ้นและปลูกฝังนักศึกษา ประชาชนให้เห็นคุณค่าและรากเหง้าที่มีในชุมชน เป็นการพัฒนานวัตกรรมส่งเสริม เรียนรู้ลายสือไทยผ่าน QR Code ให้ประชาชนได้ตระหนักและเรียนรู้ถึงรากเหง้าของมรดกทางปัญญาที่ทรงคุณค่าควรแก่การอนุรักษ์และภาคภูมิใจในลายสือไทยซึ่งเป็นต้นกำเนิดของภาษาไทยในปัจจุบัน ผ่านกิจกรรมต่างๆ เช่น การฝึกเขียนลายสือไทย บิงโกลายสือไทย โดมิโน่ลายสือไทย การ์ดคำลายสือไทย เกม Kahoot ลายสือไทย เพื่อสร้างนิสัยรักการอ่านให้เกิดเป็นสังคมแห่งการเรียนรู้ มีรถห้องสมุดเคลื่อนที่ส่งเสริมการอ่าน ซึ่งเป็นอีกหนึ่งช่องทางในการเรียนรู้ของเด็กและเยาวชน ที่ให้บริการครอบคลุมทั่วทุกพื้นที่ของจังหวัดสุโขทัย

          การลงพื้นที่ในครั้งนี้ ได้เห็นความร่วมมือในการขับเคลื่อนการทำงานด้านการศึกษาของชาว กศน.สุโขทัย ในฐานะผู้กำกับดูแลด้านการศึกษา พร้อมที่จะให้การสนับสนุนอย่างเต็มที่เต็มกำลังความสามารถ และขอเป็นกำลังใจแก่คณะผู้บริหาร บุคลากร ภาคีเครือข่าย ผู้นำชุมชน ปราชญ์ชาวบ้าน และผู้เกี่ยวข้องที่ต้องใช้ความรู้ ความสามารถ การทุ่มเทและเสียสละการทำงาน ร่วมให้การสนับสนุนในการจัดการศึกษาให้สำเร็จได้เป็นอย่างดี และช่วยกันพัฒนาการศึกษา พัฒนาประชาชน ให้ชุมชนของเรามีความเข้มแข็ง สร้างสังคมแห่งการเรียนรู้ตลอดชีวิต และเป็นพลังในการขับเคลื่อนงาน กศน. ให้สำเร็จในก้าวต่อไป”

          นอกจากนี้ รมช.ศธ. ได้แสดงความห่วงใยและให้กำลังใจต่อพี่น้องประชาชนชาวจังหวัดสุโขทัยที่ประสบภัยน้ำท่วมอยู่ในขณะนี้ ขอให้ดูแลสุขภาพ ทั้งนี้ได้กำชับและมอบให้ กศน.จังหวัดสุโขทัย เข้าไปดูแล ช่วยเหลือให้ความรู้เกี่ยวกับการดูแลสุขภาวะของประชาชนที่ประสบภัยน้ำท่วมร่วมกับหน่วยงานของสาธารณสุขในพื้นที่อย่างเต็มที่

สุรเชษฐ​ ศิลา​นนท์​ รายงาน​

สืบสวนสตม.รวบหัวหน้าแก็งค้ายาเสพติดข้ามชาติ ชาวเกาหลี หลังเพื่อนร่วมแก๊งถูกจับคาสนามบินอินชอน

          วันนี้​ วัน​ศุกร์ที่ 6 ก.ย.62 เวลา 10.00 น.​ ณ ห้องประชุม 1 ชั้น 3 บก.ตม.1 ศูนย์ราชการเฉลิมพระเกียรติฯ อาคาร B ถนนแจ้งวัฒนะ หลักสี่ กทม.: พล.ต.ท.สมพงษ์ ชิงดวง ผบช.สตม.พร้อมด้วย พล.ต.ต.สุรพงษ์ ชัยจันทร์ รองผบช.ภ.7 ปฏิบัติราชการ สตม.,พล.ต.ต.พนัญชัย ชื่นใจธรรม ผบก.สส.สตม.,พล.ต.ต.อาชยน ไกรทอง ผบก.ตม.3,พล.ต.ต.ณัฐวัฒน์ การดี ผบก.ตม.4,พล.ต.ต.พงศ์อานันต์ คล้ายคลึง ผบก.ตม.5,พล.ต.ต.เจษฎา ใยสุ่น ผบก.ตม.6

          พร้อมด้วยเจ้าหน้าที่ตำรวจปฏิบัติราชการประจำ สตม.ได้แก่​ พ.ต.อ.สถิตย์ พรมอุทัย รองผบก.สส.ภ.2,พ.ต.อ.ทินกร รังมาตย์ รองผบก.ปส.3, พ.ต.อ.มานะ นาคทั่ง รองผบก.ภ.จ.นครศรีธรรมราช,พ.ต.อ.อิทธิพล จันทร์ศรีบุตร รองผบก.สกส.บช.ปส.,พ.ต.อ.ปรม พฤทธิกุล ผกก.ฝอ.บก.สส.ภ.4,พ.ต.อ.ณรงค์ ชนะภัยกุล ผกก.ฝ่ายกิจการต่างประเทศ บก.อก.บช.ส.และ พ.ต.อ.ทิวา โสภาเจริญ ผกก.ฝอ.ศทก.ร่วมแถลงข่าวการจับกุมคนร้ายดังนี้

          ด้วยเจ้าหน้าที่ตำรวจชุดสืบสวน ศูนย์ปราบปรามอาชญากรรมข้ามชาติ สำนักงานตรวจคนเข้าเมือง ได้รับการประสานงานจากสถานทูตเกาหลีใต้ประจำประเทศไทยว่า นายซึง ชุล (Mr.Seungchul) อายุ 39 ปี บุคคลสัญชาติเกาหลีใต้ ถือหนังสือเดินทางสาธารณรัฐเกาหลี เป็นบุคคลที่มีหมายจับตำรวจสากล เลขที่ A-7449/7-2019 ลงวันที่ 8 กรกฏาคม 2562 ในข้อหา “ลักลอบขนยาเสพติดและจำหน่ายยาเสพติด” และทางการเกาหลีใต้ต้องการตัว

          โดย นายซึง ชุล มีพฤติกรรม​เป็นตัวการค้ายาเสพติด​ ทำหน้าที่จัดส่งซื้อยาเสพติดชนิดต่างๆ จากประเทศไทยไปเกาหลี มีแก๊งเพื่อนร่วมชาติเป็นคนลำเลียง ยาเสพติดจากสนามบินสุวรรณภูมิ ประเทศไทย ไปยังสนามบินนานาชาติอินชอน ประเทศเกาหลีใต้ จากการสืบสวนจับกุม​ และขยายผลของเจ้าหน้าที่ตำรวจเกาหลีพบว่า นายซึง ชุล มีความเกี่ยวพันกับคดีลักลอบขนยาเสพติดและจำหน่ายยาเสพติด

          โดยเมื่อวันที่ 22 กุมภาพันธ์ 2562 นายซึง ชุล เป็นผู้จัดหายาเสพติด ได้แก่ โคเคน(Cocaine) 14.43 กรัม,ยาอี(MDMA) 209 เม็ด,เคตามีน​ (Ketamine) 108.34 กรัม,ไอซ์​ (Methamphetamine) 6.28 กรัม และยาหลอนประสาท​ (LSD) 12 แผ่น ให้แก่ นายชัง ฮยุน (Changhyun) และ นายแด กุน (Daegun) ซึ่งทำหน้าที่ลำเลียงยาเสพติด โดยการซุกซ่อนยาเสพติดดังกล่าวในกางเกงชั้นใน ก่อนนำเข้าไปยังประเทศเกาหลีใต้

          ต่อมาวันที่ 30 เมษายน 2562 นายชัง ฮยุน ถูกเจ้าหน้าที่ตำรวจเกาหลีใต้จับกุมตัวได้พร้อมของกลาง โคเคน 1 กรัม และยาอี 3 เม็ด จากการล่อซื้อ เจ้าหน้าที่ตำรวจเกาหลีได้ขยายผลจนกระทั่งเมื่อวันที่ 26 พฤษภาคม 2562 สามารถจับกุมตัว นายแด กุน ได้ที่สนามบินอินชอน พร้อมของกลางโคเคน​ (Cocaine), ยาอี​ (MDMA) 154 เม็ด และเคตามีน​ (Ketamine) ซุกซ่อนอยู่ในกางเกงชั้นใน

          ในชั้นจับกุม​ และชั้นสอบสวน​ ผู้ต้องต้องหาทั้ง 2 รายได้ให้การรับสารภาพและให้การซัดทอดว่ารับยาเสพติดดังกล่าวมาจาก นายซึง ชุล ที่อยู่ในประเทศไทย เหตุเกิดระหว่าง วันที่​ 22 กุมภาพันธ์ 2562–26 พฤษภาคม 2562 ที่ประเทศสาธารณรัฐเกาหลี (เกาหลีใต้)

          จากการสืบสวนทราบว่านายซึง ชุล หัวหน้าขบวนการค้ายาเสพติดข้ามชาตินี้ ได้เดินทางเข้ามาในประเทศไทยหลายครั้ง โดยครั้งล่าสุดได้เดินทางเข้ามา เมื่อวันที่ 22 พฤษภาคม 2562 ประเภทวีซ่า ผ.ผ.90 (90 วัน) อนุญาตให้อยู่ในราชอาณาจักรได้ถึงวันที่ 19 สิงหาคม 2562 ซึ่งจากการลงพื้นที่สืบสวนหาข่าวของชุดสืบสวน พบว่านายซึง ชุล ได้พักอาศัยอยู่ที่โรงแรม ยูไนเต็ด เรสซิเด๊นซ์ ซ.เอกมัย 26 แขวงคลองตันเหนือ เขตวัฒนา กรุงเทพฯ

          จนกระทั่งเวลาประมาณ 15.30 น. ของวันที่ 20 สิงหาคม 2562 พบนายซึง ชุล ได้เดินลงมาจากห้องพัก เจ้าหน้าที่จึงแสดงตนเป็นพนักงานเจ้าหน้าที่ตำรวจตรวจคนเข้าเมือง และขอตรวจสอบหนังสือเดินทางพบว่า นายซึง ชุล อยู่ในราชอาณาจักรโดยการอนุญาตสิ้นสุด ตาม พ.ร.บ.คนเข้าเมือง พ.ศ.2522 (อยู่เกิน 1 วัน) และเป็นบุคคลเดียวกันกับหมายจับตำรวจสากลที่ทางการเกาหลีใต้ต้องการตัว จากการสอบถามนายซึง ชุล ได้ยอมรับว่าเป็นคนที่ทำหน้าที่จัดหายาเสพติดในประเทศไทยและส่งมอบให้เพื่อนร่วมแก๊งทั้ง 2 รายจริง

          โดยเพื่อนร่วมแก๊งจะทำการซุกซ่อนยาเสพติดตามเสื้อผ้า ชุดชั้นใน และลักลอบนำยาเสพติดทั้งหมดเข้าไปในประเทศเกาหลีใต้ หลังจากนั้นจะนำยาเสพติดไปจำหน่ายผ่านโปรแกรมแอฟพลิเคชั่น เทเลแกรม (Telegram) ซึ่งจะขายได้ราคาสูงกว่าที่ประเทศไทยหลายเท่าตัว และตนเองตั้งใจที่จะหลบหนีซ่อนตัวอยู่ในประเทศไทยต่อ เนื่องจากทราบว่าเพื่อนร่วมแก๊งที่ลักลอบขนยาเสพติดเข้าประเทศเกาหลีใต้ทั้ง 2 ราย ถูกจับแล้ว เจ้าหน้าที่ สตม. จึงได้ทำการจับกุมและนำตัวส่งพนักงานสอบสวน สตม. เพื่อดำเนินคดีตามกฎหมาย และดำเนินการประสานกับทางสาธารณรัฐเกาหลีเพื่อส่งตัวกลับไปยังประเทศเกาหลีใต้ต่อไป

          พล.ต.ท.สมพงษ์​ฯ​ ขอฝากประชาสัมพันธ์​ให้ทราบว่า สตม. มีมาตรการในการตรวจสอบ กวดขัน และปราบปรามการกระทำความผิด ในด้านต่างๆ รวมถึงการเฝ้าระวังบุคคลทั้งสัญชาติไทย และสัญชาติอื่นๆ ที่มีหมายจับ และมีการเดินทางเข้า-ออกประเทศไทย หากประชาชนท่านใดพบเห็นเบาะแสการกระทำความผิด กรุณาแจ้งมายัง สำนักงานตรวจคนเข้าเมือง เลขที่ 507 ซ.สวนพลู แขวงทุ่งมหาเมฆ เขตสาทร กรุงเทพมหานคร 10120 หรือที่หมายเลขโทรศัพท์ 1178 หรือที่ www.immigration.go.th จักขอบพระคุณเป็นอย่างยิ่ง

สุรเชษฐ​ ​ศิลา​นนท์​ รายงาน​

ผยช.ต​ชด.มอบถุงพระราชทานให้แก่​ตชด.และทหารกองกำลังผาเมือง​ ดอยหลักแต่ง ต.แม่อาย อ.แม่อาย จ.เชียงใหม่

         เมื่อวันที่ 5 กันยายน 2562 เวลา 13.10 น. ณ ฐานปฏิบัติการ​ ดอยหลักแต่ง ต.แม่อาย อ.แม่อาย จ.เชียงใหม่​ : พล.ต.ต.สุนทร เฉลิมเกียรติ รอง ผบช.ตชด.พร้อมด้วย พ.ต.อ.สมกูล กาญจนอุดมการรอง ผบก.ตชด.ภาค 3,พ.ต.อ.โชคชัย ชูแสง ผกก.ตชด.33,พ.ต.ต.กิตติพงษ์ ชัยอนันต์ ผบ.ร้อย ตชด.334,ร.ต.อ.วิวัฒน์ชัย จันทบูรณ์ รองผบ.ร้อย ตชด.334,ร.ต.อ.อดุลย์ คงคล่อง รองผบ.ร้อย ตชด.334 พร้อมข้าราชการตำรวจ และหน.ส่วนราชการใน พื้นที่ อ.แม่อาย จ.เชียงใหม่

          ร่วมให้การต้อนรับ นายพลากร สุวรรณรัฐ องคมนตรี พร้อมคณะ ให้เกียรติ​เดินทางมาเป็นประธานมอบถุงพระราชทานให้แก่ตำรวจตระเวนชายแดน และทหารกองกำลังผาเมือง จำนวน 40 ชุด ได้ให้โอวาท และรับฟังบรรยายสรุปสถานการณ์จาก พ.ต.ต.กิตติพงษ์ ชัยอนันต์ ผบ.ร้อย ตชด.334 จนถึงเวลา 14.00 น.

          คณะได้เดินทางต่อไปยังโรงเรียนราชประชานุเคราะห์ 30 ต.แม่อาย อ.แม่อาย จ.เชียงใหม่ เพื่อมอบสิ่งของพระราชทาน และอุปกรณ์การเรียนให้แก่นักเรียน ได้ให้โอวาท​ และชมการแสดงของนักเรียน จากนั้นได้เยี่ยมชมศูนย์การเรียนรู้ตามหลักปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียง โดยมี พล.ต.ต.สุนทร เฉลิมเกียรติ รอง ผบช.ตชด.,ร.ต.อ.อดุลย์ คงคล่อง รอง ผบ.ร้อย ตชด.334 พร้อมกำลังพล ร่วมในพิธี

สุรเชษฐ​ ศิลา​นนท์​ รายงาน​

สตม.รวบ แก๊งมองโกเลียล้วงกระเป๋านักท่องเที่ยว BTS สยาม

         วันนี้​ วัน​ศุกร์ที่ 6 ก.ย.62 เวลา 10.00 น.​ ณ ห้องประชุม 1 ชั้น 3 บก.ตม.1 ศูนย์ราชการเฉลิมพระเกียรติฯ อาคาร B ถนนแจ้งวัฒนะ หลักสี่ กทม.: พล.ต.ท.สมพงษ์ ชิงดวง ผบช.สตม.พร้อมด้วย พล.ต.ต.สุรพงษ์ ชัยจันทร์ รองผบช.ภ.7 ปฏิบัติราชการ สตม., พล.ต.ต.พนัญชัย ชื่นใจธรรม ผบก.สส.สตม., พ.ต.อ.สถิตย์ พรมอุทัย รองผบก.สส.ภ.2 ปฏิบิติราชการ สตม., พ.ต.อ.ทินกร รังมาตย์ รองผบก.ปส.3 ปฎิบัติราชการ สตม., พ.ต.อ.อิทธิพล จันทร์ศรีบุตร รองผบก.สกส.บช.ปส. ปฏิบัติราชการ สตม., พ.ต.อ.ทิวา โสภาเจริญ ผกก.ฝอ.ศทก.ปฏิบัติราชการ สตม., พ.ต.อ.รังสิมันต์ สงเคราะห์ธรรม ผกก.กลุ่มงานการมีส่วนร่วมของประชาชน ผอ.สยศ.ปฏิบัติราชการ สตม., พ.ต.อ.สมพงษ์ มั่นหมาย ผกก.(สอบสวน) กลุ่มงานสอบสวน บก.ทล. ปฏิบัติราชการ สตม., พ.ต.อ.ปรม พฤทธิกุล ผกก.ฝอ.บก.สส.ภ.4 ปฏิบัติราชการ สตม., พ.ต.อ.จิรพัฒน์ พรหมสิทธิการ ผกก.(สอบสวน) กลุ่มงานสอบสวน ปฏิบัติราชการ สตม., พ.ต.อ.ณรงค์ ชนะภัยกุล ผกก.ฝ่ายกิจการต่างประเทศ บก.อก.บช.ส. ปฏิบัติราชการ สตม., พ.ต.อ.กฤชมงกุฎ บูรณะภักดี ผกก.2 บก.สส.สตม.,

         พ.ต.ท.จิรพงศ์ รุจิดำรงชัย รองผกก.(สอบสวน) กลุ่มงานสอบสวนและตรวจสอบทรัพย์สิน บก.ปส.3 ปฏิบัติราชการ สตม.,พ.ต.ท.อนุสรณ์ แก่งสันเทียะ รองผกก.4 บก.ปปป. ปฏิบัติราชการ สตม., พ.ต.ท.กัลป์ กลิ่นศรี รองผกก.สส.กก.สส.ภ.จ.แม่ฮ่องสอน ปฏิบัติราชการ สตม. ชุดจับกุมประกอบด้วย พ.ต.ต.บรรจง ทัพภูมี สว.ฝอ.บก.น.1 ปฏิบัติราชการ สตม.,พ.ต.ต.อชิรพงศ์ ประจง สว.ฝอ.ภ.จ.มุกดาหาร ปฏิบัติราชการ สตม.,ร.ต.อ.เอกวิน ชีวมงคล รองสว.ฝอ.สส. ปฏิบัติราชการ สตม.,ร.ต.ท.วิภู อิทธิกมลกุล รองสว.(สอบสวน) สภ.โพธิ์แก้ว ปฏิบัติราชการ สตม.,ด.ต.สมคิด คำสวัสดิ์ ผบ.หมู่ กก.สส.บก.น.1 ปฏิบัติราชการ สตม. พร้อมด้วยเจ้าหน้าที่ศูนย์ควบคุมและหัวหน้าฝ่ายรักษาความปลอดภัยสถานีรถไฟฟ้าบีทีเอส บก.สยาม

          ร่วมแถลงข่าวการจับกุมผู้ต้องหา สัญชาติมองโกเลีย จำนวน 3 คน ดังนี้​ 1.MR.MUNKHDUL อายุ 28 ปี สัญชาติ มองโกเลีย 2.MR.YESUKHEI อายุ 29 ปี สัญชาติ มองโกเลีย และ3.MS.ZOJARGAL อายุ 24 ปี สัญชาติ มองโกเลีย โดยกล่าวหาว่ากระทำความผิดฐาน “ร่วมกันลักทรัพย์ผู้อื่น” โดยเมื่อวันที่ 20 ส.ค.62 เจ้าหน้าที่ตำรวจชุดสืบสวนจับกุม​ สตม. พร้อมด้วยงานรักษาความปลอดภัย บก.สถานีบีทีเอส (BTS) สยาม บริษัท ระบบขนส่งมวลชนกรุงเทพ จำกัด (มหาชน) ได้ร่วมกันจับกุมตัวผู้ต้องหาทั้ง 3 คน สัญชาติมองโกเลีย

          ที่สถานีรถไฟฟ้าบีทีเอสสยาม ตรวจค้นพบของกลาง โทรศัพท์มือถือยี่ห้อ iPHONE รุ่น XR สีดำ จำนวน 1 เครื่อง (ของผู้เสียหาย),บัตรโดยสารรถไฟฟ้าบีทีเอส,บัตรโดยสารเครื่องบิน และกระเป๋าสะพายรวมจำนวน 13 รายการซึ่งผู้ต้องหาทั้ง 3 คน มีพฤติการณ์ในการกระทำผิด เป็นแก๊งต่างชาติเข้ามาก่อเหตุล้วงกระเป๋าคนไทย​ และนักท่องเที่ยวชาวต่างชาติในพื้นที่แหล่งท่องเที่ยว​ และสถานีรถไฟฟ้าบีทีเอส

          เมื่อวันที่ 20 ส.ค.62 ผู้เสียหายชื่อ น.ส.มณฑิตาฯ (อายุ 23 ปี) ให้การว่าตนกับเพื่อน 1 คน ได้เดินทางมาขึ้นรถไฟฟ้าที่สถานีบีทีเอสอโศกเพื่อเดินทางไปสถานีบีทีเอสสยาม ระหว่างที่ตนกำลังจะเดินเข้าช่องทางเข้าเพื่อขึ้นไปยังชานชาลานั้น ได้มีหญิงชาวต่างชาติ ผิวขาว รูปร่างท้วม ลักษณะคล้ายชาวจีน เดินเข้ามาชนทางด้านหลังโดยสังเกตุที่มือของหญิงคนดังกล่าวมีผ้าปิดอยู่ที่มือ ทั้งสองข้าง และมีผู้ชายอีก 1 คน ลักษณะคล้ายชาวจีน เดินอยู่บริเวณด้านข้างของหญิงคนดังกล่าว

          ตนเห็นว่าทั้ง 2 คนลักษณะท่าทางมีพิรุธ จึงรีบเอากระเป๋าสะพายด้านหลังมาเปิดดู แต่ไม่พบว่ามีสิ่งของในกระเป๋าสะพายสูญหาย แต่อย่างใด จึงได้เดินขึ้นไปยืนรอรถไฟฟ้าข้างบนชานชาลา และเมื่อจะหยิบโทรศัพท์มือถือที่เก็บอยู่ในกระเป๋าเสื้อคลุมบริเวณด้านขวามือ จึงพบว่าโทรศัพท์มือถือของตนได้หายไป จึงได้รีบไปแจ้งฝ่ายรักษาความปลอดภัยและเดินทางไปแจ้งความร้องทุกข์ที่ สน.ลุมพินี และเดินทางมาขอดูกล้องวงจรปิดที่สถานีรถไฟฟ้าบีทีเอสสยาม

         เพื่อหาตัวคนร้าย ซึ่งในขณะที่ดูกล้องวงจรปิดอยู่นั้น เจ้าหน้าที่ศูนย์ควบคุมรักษาความปลอดภัยสถานีรถไฟฟ้าบีทีเอส บก.สยาม ได้พบผู้ต้องสงสัย จำนวน 4 คน เดินอยู่ภายในบริเวณชานชาลาสถานีรถไฟฟ้าบีทีเอสสยาม จึงได้เรียกผู้เสียหายมาดูภาพและยืนยันตัวผู้ต้องสงสัย ซึ่งผู้เสียหายสามารถจดจำลักษณะรูปพรรณและยืนยันตัวผู้ต้องหาได้ 2 คน เจ้าหน้าที่ฯ สถานีรถไฟฟ้าบีทีเอสสยาม จึงได้เข้าไปเชิญตัวผู้ต้องหาที่ 1-3 (อีก 1​ คน หลบหนีระหว่างเจ้าหน้าที่เข้าไปเชิญตัว)

          ได้ซักถามและตรวจค้น ผลการตรวจค้นพบโทรศัพท์มือถือยี่ห้อ iPHONE รุ่น XR สีดำ 1 เครื่อง ในกระเป๋าสะพายข้างสีน้ำตาล ของ MR.MUNKHDUL และจากการตรวจสอบกล้องวงจรปิดพบว่าผู้ต้องหาทั้ง 3 คน เดินอยู่ด้วยกัน​ และมี MS.ZOJARGAL เป็นคนลักเอาโทรศัพท์มือถือไปจากผู้เสียหาย เจ้าหน้าที่ชุดจับกุมสำนักงานตรวจคนเข้าเมือง จึงได้ร่วมจับกุมผู้ต้องหาทั้ง 3 คน และได้นำตัวผู้ต้องหาพร้อมของกลางส่งพนักงานสอบสวน สน.ลุมพินี เพื่อดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป

          อนึ่ง จากการตรวจสอบของเจ้าหน้าที่ตำรวจตรวจคนเข้าเมือง พบว่า ผู้ต้องหาทั้ง 3 คน และ MR.NASANBAYAR อายุ 40 ปี สัญชาติ มองโกเลีย (ผู้หลบหนี) เดินทางเข้ามาในราชอาณาจักรไทยพร้อมกัน เที่ยวบินเดียวกัน และพักอาศัยอยู่ที่เดียวกันและเดินทางออกจากที่พัก พร้อมกันวันที่ 20 ส.ค.62 เวลา 12.11 น. อีกทั้งได้ตรวจสอบพบว่าบุคคลทั้ง 4 คน เดินอยู่บริเวณสถานีรถไฟฟ้าบีทีเอสสยามด้วยกัน

          พล.ต.ท.สมพงษ์​ฯ​ ขอฝาก​ประชาสัมพันธ์​ให้ทราบว่า สตม. มีมาตรการในการตรวจสอบ กวดขัน และปราบปรามการกระทำความผิด ในด้านต่างๆ รวมถึงการเฝ้าระวังบุคคลทั้งสัญชาติไทย และสัญชาติอื่นๆ ที่มีหมายจับ และมีการเดินทางเข้า-ออกประเทศไทย หากประชาชนท่านใดพบเห็นเบาะแสการกระทำความผิด กรุณาแจ้งมายัง สำนักงานตรวจคนเข้าเมือง เลขที่ 507 ซ.สวนพลู แขวงทุ่งมหาเมฆ เขตสาทร กรุงเทพมหานคร 10120 หรือที่หมายเลขโทรศัพท์ 1178 หรือที่ www.immigration.go.th จักขอบพระคุณเป็นอย่างยิ่ง

สุรเชษฐ​ ศิลา​นนท์​ รายงาน​

สัตหีบ – เปิดการแข่งขันบาสเกต บอล “เจ็ดหีบ’คัพ” เพื่อเชื่อมความสัมพันธ์ระหว่างสมาชิกบาสเกตบอลในพื้นที่

          ในวันนี้ ดร.สะถิระ เผือกประพันธุ์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร เขต 8 จังหวัดชลบุรี ได้เป็นประธานเปิดการแข่งขัน บาสเกตบอลเชื่อมความสัมพันธ์ เจ็ด หีบ’คัพ ณ สนามการแข่งขันโรงยิมฐานทัพเรือสัตหีบ อ.สัตหีบ จ.ชลบุรี โดยมี นายมนตรี วงศ์หิรัญเดชา ผู้แทนผู้บริหารสวนน้ำการ์ตูนเน็ตเวิร์ค อเมซอน นาวาตรีจตุพร จตุทอง ผู้บังคับการเรือหลวงสัตหีบ หน.ทีมชมรมบาสเก็ตบอลหนองตะเคียน เรือเอกกฤษฏิน โชตินอก นายธงผู้บัญชาการศูนย์การฝึก หน่วยบัญชาการนาวิกโยธิน และนักกีฬาบาสเก็ตบอล ร่วมเป็นเกียรติในพิธีเปิดการแข่งขัน

          นาวาโทฉกาจ ทองพิจิตร รองประธานและเลขานุการอนุกรรมการบาสเก็ตบอลฐานทัพเรือสัตหีบ ผู้ดำเนินการจัดการแข่งขันกล่าวว่า ในนามของคณะกรรมการจัดการแข่งขันบาสเกตบอล เจ็ด หีบ’คัพ ครั้งที่ 1 ซึ่งจัดขึ้นระหว่างวันที่ 30 สิงหาคม ถึงวันที่ 15 กันยายน 2562 มีทีมเข้าร่วมการแข่งขัน จำนวน 10 ทีม มีวัตถุประสงค์ เพื่อเชื่อมความสัมพันธ์ระหว่างสมาชิกบาสเกตบอลในพื้นที่อำเภอสัตหีบและพื้นที่ใกล้เคียงให้มีความสามัคคี รู้แพ้ รู้ชนะ รู้อภัย เพื่อส่งเสริมการเล่นกีฬาและห่างไกลจากยาเสพติด เพื่อเป็นการพัฒนาเด็กและเยาวชนในพื้นที่ให้มีความสามารถในการเล่นกีฬาบาสเกตบอลได้อย่างถูกต้อง และประการสำคัญเพื่อสร้างความสามัคคีในหมู่คณะนักกีฬาบาสเกตบอลในเด็กและเยาวชนได้รู้จักการใช้เวลาว่างให้เกิดประโยชน์ มีสุขภาพร่างกายที่แข็งแรงสมบูรณ์ห่างไกลจากโรคภัยต่างๆ

          โดยนายมนตรี วงศ์หิรัญเดชา ผู้แทนผู้บริหารสวนน้ำการ์ตูนเน็ตเวิร์ค ได้กล่าว ต้อนรับและให้กำลังใจกับทีมนักกีฬาที่เข้าร่วมการแข่งขันว่า พร้อมที่จะให้การสนับสนุนการจัดกิจกรรมของชาวอำเภอสัตหีบ โดยเฉพาะด้านการกีฬา อันจะนำมาซึ่งการสร้างความสัมพันธ์ที่ดีต่อกัน ทำให้ร่างกายสมบูรณ์แข็งแรงและใช้เวลาว่างให้เกิดประโยชน์ด้วยการเล่นกีฬา

          ดร.สะถิระ เผือกประพันธุ์ ประธานในพิธีได้กล่าวขอบคุณคณะะกรรมการจัดการแข่งขัน ที่ให้เกียรติเชิญมาเป็นประธานในพิธีเปิดการแข่งขันในวันนี้ และพร้อมที่จะให้การสนับสนุนส่งเสริมและประสานงานในกิจกรรมต่างๆ ของพี่น้องชาวอำเภอสัตหีบ โดยเฉพาะด้านการแข่งขันกีฬา ซึ่งปัจจุบันมีนายสนธยา คุณปลื้ม เป็นนายกสมาคมกีฬาจังหวัดชลบุรี ที่ให้การสนับสนุนส่งเสริมด้านการกีฬาของจังหวัดชลบุรี ทั้งในระดับท้องถิ่นและระดับชาติ ซึ่งตนเองพร้อมที่จะเป็นตัวเชื่อมและประสานงานให้การกีฬาของอำเภอสัตหีบ ดำเนินการได้อย่างเป็นรูปธรรมต่อไป พร้อมกับขอให้การแข่งขันบาสเกตบอลเชื่อมความสัมพันธ์ 7 หีบ’คัพ ในครั้งนี้ ประสบผลสำเร็จที่ได้ตั้งไว้ทุกประการ

          สำหรับการแข่งขันบาสเกตบอลเชื่อมความสัมพันธ์ 7 หีบ’คัพ ได้เปิดรับสมัครทีมเข้าร่วมการแข่งขันมาตั้งแต่วันที่ 15 สิงหาคม จับสลากแบ่งสายการแข่งขัน เมื่อวันที่ 19 สิงหาคม ที่ผ่านมา โดยใช้กติกาการแข่งขันของสมาคมบาสเกตบอลแห่งประเทศไทย มีทีมเข้าร่วมการแข่งขัน 10 ทีม ประกอบด้วย ชมรมบาสเกตบอลหนองตะเคียน ชมรมบาสเกตบอลบ้านฉาง กลุ่มคนรักบาส เจ๊นาผลไม้ กม.10 พัทยาแบร์ นาวิกโยธิน พลูตาหลวง อังเคิ้ลลุค Happy Rookies โปลิศชาลี และมิกซ์’อิธ สำหรับทีม ที่ได้ลำดับที่ 1 – 3 และผู้เล่นทรงคุณค่า จะได้รับถ้วยรางวัลเกียรติยศและเงินสด จากสวนน้ำการ์ตูนเน้ตเวิร์ค อเมโซน

          นาย มาโนช ประกอบสุข กรรมการจัดการแข่งขันฯ กล่าวในนามของคณะกรรมการจัดการแข่งขันว่า ต้องขอขอบคุณ ฐานทัพเรือสัตหีบ สท.นุชจรี ถนอมสุขสันต์ ร้านสงวนโทรทัศน์ สนามฟุตบอลเต็มข้อสัตหีบ สวนน้ำการ์ตูนเน็ตเวิร์ค อเมโซน พลเรือตรีโกเมศ สะอาดเอี่ยม ผู้บัญชาการศูนย์การฝึก หน่วยบัญชาการนาวิกโยธิน ดร.สะถิระ เผือกประพันธุ์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรเขต 8 จังหวัดชลบุรี BEAT BAR ปายละเมอ อู่สาวิตรีการช่างสัตหีบ รีสอร์ทรักสบาย โดยนางสาวณัฐพัชญ์ สมบูรณ์เจริญ ผู้จัดการเซเว่นสาขาโรงเรียนธัมมสิริศึกษาสัตหีบ คุณสุดาพร เนคมานุรักษ์ เเละคุณสมใจ คุ้มวิลัย ที่ให้การสนับสนุนการจัดการแข่งขันบาสเกตบอล เจ็ดหีบ’คัพ ในครั้งนี้ด้วยความขอบคุณยิ่ง

ภาพ/ข่าว นิราช ทิพย์ศรี /นันทพล ทิพย์ศรี อ.สัตหีบ จ.ชลบุรี 0909535645
นายพรเทพ เขม้นเขตวิทย์ รายงานจากศูนย์ข่าวภาคตะวันออก

ชลบุรี-สายธารน้ำใจสัตหีบสู่ภาคอิสาน “เราจะไม่ทิ้งกัน”

ชลบุรี สายธารน้ำใจสัตหีบสู่ภาคอิสาน “เราจะไม่ทิ้งกัน” ขอให้สู้สู้อย่ายอมแพ้และขอเป็นกำลังใจให้

          ในวันนี้ 6 ก.ย.62 นางธนภร เผือกน้อย ประธานชมรมวรรณศิลป์ไม่สิ้นสายสัตหีบ จิตอาสา ร่วมกับ บริษัท ข้าวขวัญกมล จำกัด โดยนางจงกรณ์ อ้วนสูงเนิน เจ้าของบริษัทฯ และผู้บริหารร้านส้มตำ เฌอเฌอ ได้เชิญชวนผู้ใจบุญร่วมบริจาคสิ่งของเครื่องอุปโภค บริโภค เครื่องนุ่งห่มและอื่นๆ เช่น ข้าวสาร อาหารแห้ง เสื้อผ้า เครื่องใช้ไฟฟ้า น้ำดื่ม และเงินสด เพื่อนำเข้าให้ความช่วยเหลือผู้ที่ได้รับความเดือดร้อนและประสบอุทกภัยในพื้นที่ อ.บ้านไผ่ จ.ขอนแก่น นั้นปรากฏว่าได้รับการสนับสนุนจากคนไทยมีน้ำใจในพื้นที่สัตหีบ พัทยา ตลอดจนผู้ที่ทราบข่าวต่างนำสิ่งของและเงินสดเข้าร่วมบริจาคเพื่อให้ความช่วยเหลือเป็นจำนวนมาก

          หลังจากนี้ได้ร่วมกับสมาชิกชมรมวรรณศิลป์ฯ สโมสรไลออนส์พัทยาพระตำหนัก สโมสรไลออนส์พัทยา สัตหีบ นางยุพินทอง ทิมรอด เจ้าของบ้านโชคชัยและห้องอาหารสไมล์เฮ้าส์ และนายสุทธิชัย เกียรติมนตรี เจ้าของเขียงหมูสัตหีบ ตลอดจนผู้มีจิตศรัทธาอันเป็นกุศลที่ได้มาร่วมกันบริจาคสิ่งของแล้ว ยังได้ร่วมกันค้ดแยกและบรรจุลงหีบห่อเป็นถุงยังชีพ เพื่อส่งมอบให้การช่วยเหลือผู้ที่ได้รับความเดือดร้อนและประสบอุทกภัยในพื้นที่ อ.บ้านไผ่ จ.ขอนแก่น ต่อไป โดย บริษัท ข้าวขวัญกมล จำกัด ได้จัดรถบรรทุก 6 ล้อ พร้อมเจ้าหน้าที่นำส่งให้ถึงมือพี่น้องชาว อ.บ้านไผ่ จ.ขอนแก่น โดยกำหนดออกเดินทางในช่วงเช้าของวันที่ 7 ก.ย.62 คาดว่าจะประสานกับหน่วยงานในพื้นที่ เพื่อแจกจ่ายสิ่งของดังกล่าวให้กับผู้ประสบอุทกภัยได้ในวันที่ 8 ก.ย.62

         คุณตาเจนวิทย์ แสงดารา อายุ 75 ปี และคุณยายยวน แสงดารา อายุ 74 ปี สองสามีภรรยา ชาวบ้านไผ่ จ.ขอนแก่น ที่ได้ย้ายภูมิลำเนามาทำมาหากินในพื้นที่อำเภอสัตหีบกว่า 15 ปี แล้วกล่าวว่า ได้ร่วมกับลูกหลานและผู้มีจิตศรัทธานำสิ่งของมามอบให้ เมื่อรู้ว่าพี่น้องประชาชนในพื้นที่หมู่บ้านของตัวเองประสบอุทกภัย จึงรู้สึกเป็นห่วงถึงแม้ว่าจะจากมานานถึง 15 ปีแล้ว ก็ไม่เคยลืมถิ่นเกิด ขอให้ทุกคนปลอดภัยและขอเป็นกำลังใจให้ …สู้สู้ ครับ

         ด้าน นางธนภร เผือกน้อย ประธานชมรมวรรณศิลป์ไม่สิ้นสายสัตหีบ จิตอาสา นางจงกรณ์ อ้วนสูงเนิน เจ้าของบริษัท ข้าวขวัญกมลฯ และนางยุพินทอง ทิมรอด เจ้าของบ้านโชคชัยและห้องอาหารสไมล์เฮ้าส์ ได้กล่าวขอบคุณทุกท่านที่ได้มาร่วมบริจาคเงินและสิ่งของเพื่อช่วยเหลือพี่น้องประชาชนคนไทยที่ประสบอุทกภัยในครั้งนี้ และพร้อมที่จะนำสิ่งของที่ได้รับบริจาคในครั้งนี้ส่งให้ถึงมือผู้ประสบอุทกภัยโดยเร็วที่สุด พร้อมทิ้งท้ายว่า “เราคนไทยจะไม่ทอดทิ้งกัน” เพื่อเป็นขวัญและกำลังใจให้กับผู้ประสบอุทกภัยในครั้งนี้ด้วย

          และจากอิทธิพลพายุ “โพดุล” ทำให้ฝนตกหนักในพื้นที่ จ.ขอนแก่น ทั้งวันทั้งคืน ชาวบ้านไผ่อ่วม น้ำท่วมหนักในรอบ 40 ปี ทะลักเข้ามากลางดึก จนต้องปีนขึ้นไปอยู่บนหลังคาบ้าน วอนเจ้าหน้าที่เร่งช่วยเหลือโดยด่วน

ภาพ/ข่าว นิราช ทิพย์ศรี /นันทพล ทิพย์ศรี อ.สัตหีบ จ.ชลบุรี 0909535645
นายพรเทพ เขม้นเขตวิทย์ รายงานจากศูนย์ข่าวภาคตะวันออก

ชลบุรี-ตั้งวงกินเหล้า พอเมาด่าถึงบุพการี คว้าเสียมตีเข้ากกหูตาย

          เมื่อช่วงบ่าย ของวันนี้ 6 ก.ย.62 ที่ สภ.พลูตาหลวง อ.สัตหีบ จ.ชลบุรี พล.ต.ต.นันทชาติ ศุภมงคล ผบก.ภ.จ.ชลบุรี พ.ต.อ.วุฒิพงษ์ สมใจ ผกก.สภ.พลูตาหลวง พร้อมเจ้าหน้าที่ตำรวจชุดสืบสวน ได้แถลงข่าวจับกุมตัว นายพจน์ วรแก้ว อายุ 49 ปี ที่อยู่ตามบัตรประชาชน 423/1 ม.1 ต.บึงปลาทู อ.บรรบตพิสัย จ.นครสวรรค์ ตามหมายจับศาลจังหวัดพัทยา ที่ จ.324/2562 ลงวันที่ 5 ก.ย.2562 ในข้อหา ทำร้ายผู้อื่นจนเป็นเหตุให้ผู้นั้นถึงแก่ความตาย หลังก่อเหตุใช้เสียมขุดดินตีเข้ากกหูขวา นายคำภู เสียงเลิศ อายุ 50 ปี พักบ้านเลขที่ตามบัตรประชาชน 71 ม.4 ต.หมูม่น อ.เมืองอุดรธานี จ.อุดรธานี จนเสียชีวิตภายในห้องพักเลขที่ 220/30 ซ.วัดทุ่งโปร่ง ม.8 ต.พลูตาหลวง อ.สัตหีบ จ.ชลบุรี ขณะนั่งดื้มสุรากันช่วงเวลา 20.00 น. ของวันที่ 4 ก.ย.62 ก่อนจะมีคนพบว่าเสียชีวิตในเวลา 10.00 น. ของวันที่ 5 ก.ย.62 เจ้าหน้าที่ได้ติดตามไปจับกุมตัวได้ ที่ ต.หนองปลิง อ.เมือง จ.นครสวรรค์ขณะเดินทางหลบหนีไปยังบ้านเกิด ก่อนนำตัวมาทำแผนประกอบคำรับสารภาพ ณ จุดเกิดเหตุ

          จากการสอบสวนในเบื้องต้น นายพจน์ ให้การรับสารภาพว่า ได้ลงมือทำร้ายนายคำภู จนเสียชีวิตจริง สาเหตุเกิดจากขณะนั่งดื่มสุราด้วยกัน แรกๆ ก็พูดคุยกันปกติ แต่พอเมา นายคำภู ก็มาด่าว่าต่างๆ นานา จนด่าถึงบุพการี ก่อนจะต่อยเข้าที่ใบหน้าของตนอย่างแรงด้วยความโมโห จึงเดินไปหยิบเสียม มาตีเข้าที่กกหู ก่อนที่ผู้ตายจะเดินเข้าไปห้องนอนจนรุ่งเช้าทราบว่าเสียชีวิตจึงได้หลบหนีไป จ.นครสวรรค์ จนมาถูกเจ้าหน้าที่ตำรวจจับกุมดังกล่าว

          พล.ต.ต.นันทชาติ ศุภมงคล ผบก.ภ.จ.ชลบุรี กล่าวว่าหลังเกิดเหตุได้รับทราบข้อมูลเบื้องต้นได้สั่งการให้ชุดสืบสวนภูธรจังหวัดชลบุรีพร้อมด้วยชุดสืบสวน สภ.พลูตาหลวง ลงติดตามหาตัวคนร้ายจนทราบว่าขณะนี้กำลังหลบหนีไปในจังหวัดนครสวรรค์ จึงสามารถจับกุมได้ในที่สุด ซึ่งสาเหตุที่ลงมือมาจากผู้ตายได้ ด่าบุพการี และชกต๋อย ก่อนจึงทำให้ผู้ก่อเหตุโมโหคว้าเสียมมาตีเข้าที่กกหู จนถึงแก่ความตายดังกล่าว จึงอยากจะฝากเตือน พี่น้องประชาชนว่า สุราของมึนเมาเป็นสิ่งไม่ดี “แก้วแรกเรากินสุรา พอแก้วต่อไปสุรากินเรา “ จนควบคุมตัวเองไม่ได้ เราต้องติดคุก เพื่อนต้องเสียชีวิต

ภาพ/ข่าว นิราช ทิพย์ศรี /นันทพล ทิพย์ศรี อ.สัตหีบ จ.ชลบุรี 0909535645
นายพรเทพ เขม้นเขตวิทย์ รายงานจากศูนย์ข่าวภาคตะวันออก

กู้ภัยสัตหีบ นำสิ่งของบริจาคมุ่งหน้าช่วยบรรเทาทุกข์พื้นที่น้ำท่วมจังหวัดอุบลราชธานี

          เมื่อเวลา 17.00 น.ของวันนี้ 6 ก.ย.62 ที่มูลนิธิสว่างโรจนธรรมสถาน อ.สัตหีบ จ.ชลบุรี นายณรงค์ บุญบรรเจิดศรี นายกเทศบาลเมืองสัตหีบ ในฐานะ ประธานมูลนิธิสว่างโรจนธรรมสถาน พร้อมนายสมพล จงกลฐากร ผู้จัดการหน่วยกู้ภัยมูลนิธิสว่างโรจนธรรมสถาน นายพิชิต เกียกกุทัณ หัวหน้าหน่วยกู้ภัยมูลนิธิสว่างโรจนธรรมสถาน เจ้าหน้าที่กู้ภัย ได้ช่วยกันรวบรวมสิ่งของบริจาค เครื่องอุปโภค-บริโภค อาทิ อาหารแห้ง น้ำดื่ม เครื่องนุ่งห่ม ยารักษาโรค และสิ่งของจำเป็นอีกจำนวนมาก ที่พี่น้องประชาชนชาวอำเภอสัตหีบ ได้หลั่งไหลกันนำมาบริจาค เพื่อช่วยเหลือผู้ประสบภัยน้ำท่วม ในพื้นที่ อำเภอม่วงสามสิบ อำเภอดอนมดแดง จังหวัด อุบลราชธานี ขึ้นยานพาหนะ

          นายณรงค์ กล่าวว่า จากเหตุการณ์ในหลายจังหวัดของพื้นที่ของภาคอีสาน ได้เกิดอุกทกภัยครั้งใหญ่ ทำให้ประชาชนในพื้นที่ต่างต้องประสบปัญหาเดือดร้อนอย่างหนัก เทศบาลเมืองสัตหีบได้ร่วมกับมูลนิธิสว่างโรจนธรรมสถานสัตหีบ จึงได้ตั้งจุดรับบริจาค จากใจที่ให้….เติมลมหายใจแก่ผู้ประสบภัย โดยตั้งแต่ในช่วงเช้าได้มีประชาชนจำนวนมาก นำเครื่องอุปโภค-บริโภค มาร่วมบริจาคจำนวนมาก

          โดยสิ่งของทั้งหมด ทางมูลนิธิ ฯ พร้อมอาสาสมัครกู้ภัยจำนวนกว่า 30 นาย พร้อมเรือท้องแบนจะนำลำเลียงโดยรถบัส และรถพ่วง 18 ล้อ ออกเดินทางจากอำเภอสัตหีบ ในช่วงเวลา 19.30 น.ของวันนี้ และจะถึง พื้นที่จังหวัดอุบลราชธานี ในช่วงเช้าวันรุ่งขึ้น และพร้อมแจกจ่ายให้กับประชาชนที่ได้รับความเดือดร้อน โดยจะมีเจ้าหน้าที่กู้ภัยและชุดปฎิบัติการทางน้ำเดินทางไปด้วย ซึ่งจะออกทำการช่วยเหลือประชาชนเพื่อบรรเทาความเดือนร้อนในเบื้องต้น

ภาพ/ข่าว นิราช ทิพย์ศรี /นันทพล ทิพย์ศรี อ.สัตหีบ จ.ชลบุรี 0909535645
นายพรเทพ เขม้นเขตวิทย์ รายงานจากศูนย์ข่าวภาคตะวันออก

นครนายก-ภาคเอกชนรวมพลังสร้างสิ่งแวดล้อมที่ดีในแหล่งท่องเที่ยว

ภาคเอกชนรวมพลังปลูกต้นไม้ทำความดีเพื่อพ่อ บนสันเขื่อนขุนด่านปราการชล อันเนื่องมาจากพระราชดำริ สร้างความร่มรื่น สวยงาม ในแหล่งท่องเที่ยวของจังหวัดนครนายก

          ที่บริเวณลานสันเขื่อนขุนด่านปราการชล ตำบลหินตั้ง อำเภอเมือง จังหวัดนครนายกนายกรวิทย์ วงศ์ประเสริฐ ตัวแทนภาคเอกชนพร้อมคณะได้ร่วมกับจ่าสิบตำรวจสกล ทองคำ ผู้อำนวยการการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย สำนักงานนครนายก และคณะผู้แทนจากเขื่อนขุนด่านฯ ได้ร่วมกันทำความดีเพื่อพ่อ ด้วยการปลูกต้นไม้ตามป้ายต่างๆ เพื่อสร้างสีสันและความสวยงาม ให้กับพื้นที่ รวมถึงการรณรงค์ลด ละการทิ้งขยะ โดยแยกขยะก่อนทิ้ง เพื่อสร้างคุณค่าและสะดวกในการจัดเก็บขยะ เพิ่มบรรยากาศความร่มรื่นและสวยงามในแหล่งท่องเที่ยว

          เขื่อนขุนด่านปราการชล เป็นเขื่อนบดอัดที่ยาวที่สุดในประเทศไทย มีความสูง 91 เมตรบรรจุปริมาณน้ำได้ 224 ล้านลูกบาศก์เมตร ช่วยแก้ปัญหาน้ำท่วม ดินเปรี้ยว ช่วยให้เกษตรกรสามารถทำการเกษตรได้ตลอดปี อีกทั้งยังเป็นแหล่งท่องเที่ยวที่สำคัญแห่งหนึ่งของจังหวัดนครนายก ที่นักท่องเที่ยวสามารถมาเล่นน้ำ ล่องเรือ กันได้ตลอดปี ทุกวันมีนักท่องเที่ยวเดินทางมาพักผ่อนและชมความงามของเขื่อนกันเป็นจำนวนมาก กิจกรรมครั้งนี้ถือเป็นตัวอย่างที่ดีให้กับสังคม และสร้างสิ่งแวดล้อมที่ดีให้กับชุมชนด้วย

ภาพ/สมบัติ เนินใหม่ ข่าว/รัชชานนท์ เนินใหม่ ทีมข่าวภูมิภาค
นายพรเทพ เขม้นเขตวิทย์ รายงานจากศูนย์ข่าวภาคตะวันออก

ปทุมธานี-ฤๅษีเณร นำสิ่งของบริจาคร่วมช่วยผู้ประสบภัยน้ำท่วม

          เมื่อเวลา 15.00 น. วันที่ 6 กันยายน 2562 นายปรีชา จิตบริสุทธิ์ หรือฤๅษีเณร ธาตุพุทธคุณ พร้อมลูกศิษย์ฆราวาสได้นำสิ่งของบริจาคร่วมช่วยผู้ประสบภัยน้ำท่วม จำนวน 3 คันรถกระบะที่อาศรมฤๅษีเณร ธาตุพุทธคุณถนนวงแหวนตะวันตกหมายเลข 9 บางปะอิน-ปทุมธานี นำมามอบให้กับบริษัทเอกชนจังหวัดปทุมธานี เพื่อขนส่งไปช่วยเหลือผู้ประสบภัยน้ำท่วม โดยคณะลูกศิษย์ฤๅษีเณร ธาตุพุทธคุณได้ขนย้ายสิ่งของบริจาคมามอบให้กับบริษัทเอกชน เพื่อที่จะขนย้ายไปช่วยเหลือและส่งต่อให้กับผู้ประสบภัยเดือดร้อยจากภัยน้ำท่วมอยู่ในขณะนี้ในหลายพื้นที่ที่ยังเฝ้ารอการช่วยเหลือรับน้ำใจจากผู้บริจาคอีกจำนวนมาก

          ด้านนายปรีชา จิตบริสุทธิ์ หรือฤๅษีเณร ธาตุพุทธคุณ กล่าวว่า หลังจากที่ทราบว่าทางภาคอีสานเกิดเหตุน้ำท่วม ฤๅษีเณรได้ประกาศบอกญาติโยม สาธุชน ที่มีใจร่วมกันอยากจะทำบุญ มุ่งหวังทำดีเพื่อประเทศชาติในครั้งนี้ เมื่อประชาชนได้บริจาคเป็นเงินมา จึงได้นำเงินไปซื้อสิ่งของมามอบให้แก่ผู้ประสบภัยน้ำท่วมหนักอยู่ขณะนี้ ซึ่งลูกศิษย์ลูกหาที่ได้โชคลาภจากกุมารเจ้าสัวเฮง พ่อปู่ฤๅษีพรหมเมศร์ โดยร่วมมือร่วมใจกัน นำสิ่งของมาร่วมบริจาคในครั้งนี้ บ้างส่วนจึงมีขนม และน้ำแดงรวมอยู่ด้วย และมีผู้ที่นำมาบริจาคสิ่งของเป็นโรงทานที่อาศรมฤๅษีเณร เป็นอาหารแห้ง บะหมี่กึ่งสำเร็จรูป ปลากระป๋อง น้ำดื่ม เมื่อนำสิ่งของมารวมกันแล้วก็ได้นำมามอบให้ศูนย์ช่วยเหลือเพื่อให้เขาจัดเป็นชุดนำไปให้ผู้ประสบภัยเกิดประโยชน์ต่อไป

          ขออนุโมธนาทานบารมีที่ทุกท่านได้มาร่วมกันกระทำด้วย ขอให้ทุกท่านโชคดีมีเงินมีทอง มีโชคมีลาภและมีความสุข ทั้งภายนอกภายใน สุขกายสุขใจ และขอขอบคุณทุกท่านที่นำสิ่งของมาถวายเจ้าสัวเฮงและพ่อปู่พรหมเมศร์ เราจะทำตามจุดประสงค์ของท่านคือให้คนที่เขาลำบากกว่าเราได้มีของกิน ของใช้เพื่อประทังชีวิตของเขาต่อไป.

CR. พี่อนันต์ ปทุมธานี