นครนายก – สลด.ฟ้าผ่าควายท้องแก่ตาย 2 ตัว

         ที่นครนายก เมื่อเวลา17.00 น ของวันที่ 9 ก.ย.62 ผู้สื่อข่าวได้รับรายงานว่า มีควายตัวเมียท้องแก่ 2 ตัว ถูกฟ้าผ่าตาย ในพื้นที่ตำบลสาลิกา ในที่เกิดเหตุพบควาย 2 ตัว เพศเมียนอนตายอยู่ใต้ต้นพุทราขนาดใหญ่ อยู่กลางทุ่งนาของชาวบ้าน ส่วนควายตัวอื่นอีก 8 ตัวไม่เป็นอะไร เจ้าของต้องรีบวิ่งไปปลดเชือกที่ผูกเอาไว้กับต้นไม้ให้ควายรีบออกห่างจากที่เกิดเหตุ

         จากการสอบถามนายคณิต คงโพธิ์น้อย อายุ 69 ปี อยู่บ้านเลขที่ 18/2 หมู่ 2 ตำบลสาลิกา อำเภอเมือง จังหวัดนครนายก เล่าว่าตอนเองกับภรรยา ได้เลี้ยงควายเอาไว้ทั้งหมด 4 ตัว โดยทุกวันจะนำควายทั้งหมด มาล่ามเอาไว้กับต้นพุทราเพื่อให้กินหญ้า ซึ่งอยู่ไม่ไกลกับบ้านมากนัก โดยควายที่เลี้ยงเป็นควายไทยแท้ และวันนี้เมื่อช่วงเวลา 16.30 น ได้เกิดฝนตก หนักลงในพื้นที่ ตนและภรรยารีบวิ่งกลับบ้านโดยปล่อยควายเอาไว้ทั้งหมด จู่ๆก็เห็นสายฟ้าแลปอยู่ประมาณ 3 ครั้ง ท้องฟ้าสว่าง และก็ได้ยินเสียงฟ้าผ่าลงมาที่ต้นพุทราที่ตนเองล่ามควายเอาไว้เสียงดังสนั่นไปทั่วบริเวณ หลังจากนั้นก็เห็นว่าควาย 2 ตัว ล้มหน้าคว่ำลงกับพื้นแน่นิ่งไป แต่ก็ยังไม่กล้าเดินออกไปดูเพราะเกรงจะได้รับอันตราย จนฝนเริ่มเบาลงจึงเดินออกไปดูจึงรู้ว่าควายของตนถูกฟ้าผ่าตายไปแล้ว

          โดยควายที่ถูกฟ้าผ่าตายทั้ง 2 ตัวนั้น เป็นควายเพศเมียซึ่งทั้งคู่กำลังตั้งท้องแก่ จวนจะคลอดแล้ว ตนเองกับภรรยารู้สึกสงสารและเสียดายเพราะทั้ง 2 ตัวกำลังจะคลอดลูกเพื่อเอาไว้ทำพันธ์ต่อ สรุปเหตุฟ้าผ่าในครั้งนี้ได้ฆ่าชีวิตควายตายไปทั้งหมด 4 ตัว โดยหลังจากนี้จะได้นำควายทั้งหมดไปขุดหลุมฝังต่อไป     

ภาพ/สมบัติ เนินใหม่ ข่าว/รัชชานนท์ เนินใหม่ ทีมข่าวภูมิภาค
นายพรเทพ เขม้นเขตวิทย์ รายงานจากศูนย์ข่าวภาคตะวันออก

ธารน้ำใจ ชาวอำเภอสัตหีบ ช่วยเหลือผู้ประสบภัยน้ำท่วมในจังหวัด อุบลราชธานี

          นายพิชิต เกียกกุทัณฑ์ หัวหน้าหน่วยกู้ภัยมูลนิธิสว่างโรจนธรรมสถาน ได้นำเจ้าหน้าที่มูลนิธิสว่างโรจนธรรมสถาน ร่วมกับงานป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยเทศบาลเมืองสัตหีบ เจ้าหน้าที่หน่วยกู้ภัย ได้ช่วยกันลำเลียงสิ่งของบริจาค เครื่องอุปโภค-บริโภค อาทิ อาหารแห้ง น้ำดื่ม เครื่องนุ่งห่ม ยารักษาโรค และสิ่งของจำเป็นอีกจำนวนมาก ที่พี่น้องประชาชนชาวอำเภอสัตหีบ ได้หลั่งไหลกันนำมาบริจาค เข้าช่วยเหลือผู้ประสบภัยน้ำท่วม ในพื้นที่ ต.ดุมใหญ่ อ.ม่วงสามสิบ และพื้นที่ใกล้เคียง ในจังหวัดอุบลราชธานี

          นายพิชิต เกียกกุทัณฑ์ กล่าวว่า จากเหตุการณ์ในหลายพื้นที่ของจังหวัดอุบลราชธานี ได้เกิดอุกทกภัย ทำให้ประชาชนในพื้นที่ต่างๆต้องประสบปัญหาเดือดร้อนอย่างหนัก นายณรงค์ บุญบรรเจิดศรี นายกเทศบาลเมืองสัตหีบในฐานะ ประธานมูลนิธิสว่างโรจนธรรมสถานสัตหีบ จึงได้ตั้งจุดรับบริจาค มูลนิธิสว่างโรจนธรรมสถานร่วมกับเทศบาลเมืองสัตหีบ ขึ้นเพื่อรับบริจาค โดยมีประชาชนจำนวนมาก นำเครื่องอุปโภค-บริโภค มาร่วมบริจาคจำนวนมาก โดยสิ่งของทั้งหมดในวันนี้ได้ลงพื้นที่แจกจ่ายให้กับประชาชนที่ได้รับความเดือดร้อน เพื่อบรรเทาความเดือดร้อนในเบื้องต้น

นิราช ทิพย์ศรี /นันทพล ทิพย์ศรี อ.สัตหีบ จ.ชลบุรี 0909535645,0945565622/086-3684323

ชาวบ้านช่วย ค่างหลงฝูง ปีนเสาไฟ ถูกไฟช็อต รอดตาย

         เมื่อช่วงบ่าย ของวันนี้ 9 ก.ย. 60 เจ้าหน้าที่ส่วนอนุรักษ์สัตว์ป่า สำนักบริหารพื้นที่อนุรักษ์ที่2 (ศรีราชา) ได้รับแจ้งจาก นาย สุนทร นามผดุง อายุ 42 ปี ว่าพบค่าง จำนวน 1 ตัว เป็นเพศเมีย อายุประมาณ 2 ปี มีอาการหิวโซ ปีนขึ้นไปบนเสาไฟฟ้าแรงสูง บริเวณหน้าหมู่ บ้านโชคชัย 4 ต.บางเสร่ อ.สัตหีบ จ.ชลบุรี ก่อนจะถูกไฟดูดตกลงมากระแทกพื้นบาดเจ็บสาหัสไม่หายใจ หลังเกิดเหตุ ได้ช่วยกันปั้มหัวใจค่าง จนฟื้นแต่ยังมีอาการมึนงงและไม่มีแรงตามตัวมีแผลถูกไฟซ๊อต ขอให้มารับตัว นำไปรักษา

         สอบถาม นาย สุนทร นามผดุง อายุ42ปี กล่าวว่าพบเห็นค่าง คาดว่าจะหลงฝูงมาจากในป่าบริเวณดังกล่าว ก่อนจะ ปีนไปตามเสาไฟฟ้า จนถูกไฟช็อตตกลงมาได้รับบาดเจ็บ นอนแน่นิ่งไม่หายใจ ตนได้ช่วยกันปั้มหัวใจจนกลับมาหายใจดังกล่าว ก่อนที่เจ้าหน้าที่ส่วนอนุรักษ์สัตว์ป่า สำนักบริหารพื้นที่อนุรักษ์ที่ 2 (ศรีราชา) จะนำตัวค่างไปทำการดูแลรักษาให้หายดีก่อนปล่อยคืนสู่ธรรมชาติต่อไป

นิราช ทิพย์ศรี /นันทพล ทิพย์ศรี อ.สัตหีบ จ.ชลบุรี 0909535645,0945565622/086-3684323

เทศบาลตำบลพลับพลานารายณ์ จัด”โครงการพัฒนาศักยภาพกลุ่มสตรีอาสาพัฒนา” เสริมสร้างความเข้มแข็งสตรีในชุมชน สร้างความรัก ความสามัคคี

         ที่อาคารอเนกประสงค์เทศบาลตำบลพลับพลานารายณ์ ได้จัดให้มีกิจกรรม”โครงการพัฒนาศักยภาพกลุ่มสตรี ” อาสาพัฒนาเทศบาลพลับพลานารายณ์ โดยนางสุจริตตรา ศรีนาม นายกเหล่ากาชาดจังหวัดจันทบุรี เป็นประธานเปิดโครงการ และนายณัฐวัฒน์ เรืองชัยโชค นายกเทศมนตรีเทศบาลตำบลพลับพลานารายณ์ พร้อมด้วยคณะผู้บริหาร กลุ่มผู้นำสตรี ผู้นำชุมชน ในเขตเทศบาลตำบลพลับพลานารายณ์ร่วมกิจกรรม เยี่ยมชมให้กำลังใจการออกร้านอาชีพเสริมของกลุ่มสตรี ชมการแสดงนาฎลีลา

         โดยการจัดโครงการพัฒนาศักยภาพกลุ่มสตรีอาสาพัฒนา ของเทศบาลตำบลพลับ พลานารายณ์ มุ่งเน้นเสริมสร้างบทบาทหน้าที่ ของกลุ่มสตรีอาสาฯ แลกเปลี่ยนประสบการณ์ ความคิดริเริ่มสร้างสรรค์ พัฒนาศักยภาพ รวมทั้งส่งเสริมอาชีพเสริมเพื่อนำไปใช้พัฒนาตน เองและเสริมสร้างสถาบันครอบครัวให้แข็งแรงต่อไป ทั้งนี้กลุ่มสตรีอาสาพัฒนา เทศบาลตำบลพลับพลานารายณ์เป็นองค์กรที่จัดตั้งขึ้นเพื่อให้เกิดแนวร่วมของสตรี และเกิดการร่วมมือร่วมใจในการดำเนินงานกิจกรรมต่างๆ/ที่มีประโยชน์ต่อชุมชนและสังคมมีระบบการบริหารงาน ในรูปแบบคณะกรรมการ ก่อตั้งมาตั้งแต่ปี พ.ศ. 2549 มีสมาชิกครั้งแรก 250 คน ปัจจุบันมีสมาชิกรวมทั้งสิ้น 1,161 คน มีการส่งเสริมการจัดสวัสดิการให้กับสมาชิก อาทิ สวัสดิการสมาชิกคลอดบุตร รับขวัญเด็กแรกเกิด สวัสดิการการค่าจัดการศพสดรีสามีและบุตร สวัสดิ การค่ารักษาพยาบาลยามเจ็บป่วย นอนโรงพยาบาล โอกาสนี้ นายกเหล่ากาชาดจังหวัดจันทบุรีได้ร่วมเป็นวิทยากรบรรยายให้ความรู้แก่สมาชิกสตรีอาสาพัฒนาฯ ที่มาร่วมกิจกรรม

ภาพ/ข่าว จรัล บรรยงคเสนา  ทีมข่าวภูมิภาค จ.จันทบุรี
นาย  พรเทพ เขม้นเขตวิทย์ รายงานจากศูนย์ข่าวภาคตะวันออก

กองทุนนิธิพระพุทธบาทพลวง นำสิ่งของ ถุงยังชีพ และของใช้ที่จำเป็นช่วยเหลือผู้ประสบอุทกภัยภาคอีสาน

กองทุนนิธิพระพุทธบาทพลวง นำสิ่งของ ถุงยังชีพ และของใช้ที่จำเป็นช่วยเหลือผู้ประสบอุทกภัยภาคอีสาน สร้างขวัญกำลังใจ ให้ผู้ประสบภัยน้ำท่วมมีกำลังใจในการดำรงชีวิต

         ที่ อ.มหาชนะชัย จ.ยโสธร พระครูพุทธบทบริบาล เจ้าอาวาสวัดพลวง อ.เขาคิชฌกูฏ จ.จันทบุรี ได้นำสิ่งของและปัจจัยตามที่พระครูประดิษฐ์ ศาสนการณ์ ประธานที่ปรึกษากองทุนนิธิพระพุทธบาทพลวง มอบหมายให้ ศิษยานุศิษย์ และคณะกรรมการกองทุนฯ ร่วมบรรจุสิ่งของ ถุงยังชีพ เวชภัณฑ์ยา และสิ่งของที่จำเป็นในการดำรงชีพ เร่งนำไปช่วยเหลือผู้ประสบภัยน้ำท่วม ภาคอีสาน โดยคณะของกองทุนนิธิพระพุทธบาทพลวง คณะสงฆ์ อ.เขาคิชฌกูฏ และศิษยานุศิษย์ ได้นำสิ่งของไปแจกช่วยเหลือผู้ประสบภัยน้ำท่วมที่ตำบลโนนทราย และ ตำบลม่วง อำเภอมหาชนะชัย จังหวัดยโสธรเป็นการแบ่งปันน้ำใจช่วยเหลือผู้ประสบภัย สร้างขวัญและกำลังใจให้ผู้ประสบภัย มีกำลังใจในการดำเนินชีวิตฝ่าฟันอุปสรรค ให้ผ่านพ้นด้วยดี

         โดยครั้งนี้ได้กระจายถุงยังชีพไปยังพื้นที่ ต.ม่วง อ.มหาชนะชัย จ.ยโสธร ที่บ้านเหมือดขาว 100 ชุด / บ้านบอน 70 ชุด /บ้านบัวขาว 100 ชุด /บ้านโพสี 30 ชุด และ ต.โนนทราย บ้านแดง และบ้านทุ่งแต้ อีก 170 ชุด และหากสถานการณ์ยังไม่กลับเข้าสู่ภาวะปกติ ทางกองทุนนิธิพระพุทธบาทพลวง จะได้มีการประชุมเพื่อหาแนวทางช่วยเหลือบรรเทาความเดือดร้อนเพื่อนมนุษย์ในโอกาสต่อไป สำหรับสถานการณ์น้ำท่วมในภาคอีสานหลายจังหวัด

         จังหวัดยโสธรที่น้ำชีเอ่อล้นท่วมขยายเป็นวงกว้าง พื้นที่ที่ได้รับผลกระทบหนักคือ อ.คำเขื่อนแก้ว/ อ.มหาชนะชัย / อ.ค้อวัง และเมืองยโสธร หน่วยงานภาครัฐ และองค์กรภาคเอกชนเร่งช่วยเหลือเยียวยา บรรเทาความเดือดร้อนอย่างเร่งด่วนแล้ว รวมทั้งธารน้ำใจของคนไทยด้วยกันก็หลั่งไหลไปช่วยผู้ประสบภัยอย่างต่อเนื่องเพื่อเป็นกำลังใจให้ผู้ประสบภัยผ่านพ้นวิกฤติกลับเข้าสู่ภาวะปกติทั้งร่างกาย และ จิตใจ

ภาพ/ข่าว จรัล บรรยงคเสนา  ทีมข่าวภูมิภาค จ.จันทบุรี
นาย  พรเทพ เขม้นเขตวิทย์ รายงานจากศูนย์ข่าวภาคตะวันออก

จันทบุรี-จัดกิจกรรม “ปล่อยพันธุ์สัตว์น้ำ เพื่อสร้างสมดุลย์แห่งสิ่งแวดล้อม”

จังหวัดจันทบุรี จัดกิจกรรม “ปล่อยพันธุ์สัตน้ำเพื่อสร้างสมดุลแห่งสิ่งแวดล้อม”ภายใต้โครงการรักษ์น้ำรักษ์ป้าสร้างสมดุลแห่งสิ่งแวดล้อม พร้อมรณรงค์เก็บขยะชายหาดสร้างความสะอาดสวยงาม

         วันนี้ ( 9 ก.ย.62 ) ที่สะพานท่าเรือประมงบ้านอ่าวหมู ต.บางกะไชย อ.แหลมสิงห์ จ. จันทบุรี นายวิทูรัช ศรีนาม ผู้ว่าราชการจังหวัดจันทบุรี นำหัวหน้าส่วนราชการ ข้าราชการ ผู้บริหารองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น ประชาชน เยาวชน นักเรียน นักศึกษาร่วมกิจกรรม “ปล่อยพันธุ์สัตน้ำเพื่อสร้างสมดุลย์แห่งสิ่งแวดล้อม” ภายใต้โครงการรักษ์น้ำรักษ์ป้าสร้างสมดุลย์แห่งสิ่งแวดล้อม ที่สำนักงานทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม จังหวัดจันทบุรี จัดขึ้นเพื่อปลูก จิตสำนึกให้ประชาชนและเยาวชนในพื้นที่ ได้ร่วมรักษาสมดุลย์ระบบนิเวศโดยการปล่อยพันธุ์สัตว์น้ำให้กลับคืนสู่ธรรมชาติและร่วมกันเก็บขยะชายหาด ซึ่งเป็นการอนุรักษ์และรักษาสิ่งแวดล้อมที่ดี เพิ่มจำนวนประชากรสัตว์น้ำในแหล่งน้ำธรรมชาติให้กลับคืนความอุดมสมบูรณ์

         สืบเนื่องจากปัจจุบัน ปัญหาด้านสิ่งแวดล้อมและการใช้ทรัพยากรธรรมชาติอย่างฟุ่มเฟือย กำลังเป็นประเด็นที่ประชาชนทั่วไปกำลังให้ความสนใจ เนื่องจากผลกระทบที่เกิดขึ้นจากความเสื่อมโทรมของทรัพยากรธรรมชาตินั้น มีผลโดยตรงกับมนุษย์ และผลที่เกิดขึ้นนั้นเกี่ยวข้องกับการดำเนินชีวิตในแต่ละวัน จึงมีความจำเป็นอย่างยิ่งที่หน่วยงานราชการต่างๆภาคเอกชน และประชาชน ต้องมีความตระหนักในปัญหาเหล่านี้

         การจัดกิจกรรมครั้งนี้ จึงเป็นการปลูกฝังจิตสำนึกในการอนุรักษ์และพัฒนาสิ่งแวดล้อมว่าเป็นหน้าที่ของทุกคน ทุกคนต้องใช้ทรัพยากรธรรมชาติอย่างรู้คุณค่า และต้องช่วยกันรักษาทรัพยากรและสิ่งแวดล้อมไม่ให้เสื่อมโทรมเพื่อให้ทรัพยากรธรรมชาติเหล่านี้มีความยั่งยืน เพื่ออนาคตตลอดไป

ภาพ/ข่าว จรัล บรรยงคเสนา  ทีมข่าวภูมิภาค จ.จันทบุรี
นาย  พรเทพ เขม้นเขตวิทย์ รายงานจากศูนย์ข่าวภาคตะวันออก

พลเอก ประวิตร ฯ ติดตามการดำเนินงาน โครงการตามนโยบายแห่งรัฐบาลของจังหวัดขอนแก่น พร้อมขอให้ประชาชนเชื่อมั่นในการแก้ไขปัญหาของรัฐบาล

         วันนี้ (‪7 กันยายน 2562‬) ‪เวลา 15.00 น.‬ ณ สำนักจัดการทรัพยากรป่าไม้ที่ 7 (ขอนแก่น)  พลเอก ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรี รับฟังรายงานการดำเนินงานโครงการตามนโยบายแห่งรัฐบาลของจังหวัดขอนแก่น ติดตามโครงการสวนป่าประชารัฐ  พร้อมมอบหนังสือแสดงโครงการป่าชุมชน มอบเอกสารสิทธิการเข้าทำประโยชน์ในเขตปฏิรูปที่ดิน สปก. 4-01 มอบบัตรสวัสดิการแห่งรัฐ  และมอบถุงยังชีพให้ผู้แทนมารดาเลี้ยงดูเด็กแรกเกิด

          จากนั้น รองนายกรัฐมนตรีกล่าวแสดงความห่วงใยพี่น้องประชาชนที่ได้รับผลกระทบจากพายุ พร้อมกล่าวให้กำลังใจเจ้าหน้าที่ผู้ปฏิบัติงาน ขอให้ทุ่มเทกำลังใจและกำลังกายช่วยเหลือประชาชน สำหรับประชาชนที่ได้รับบัตรสวัสดิการแห่งรัฐ ก็ขอให้นำเงินไปใช้ให้เกิดประโยชน์ในการดำรงชีพอย่างเหมาะสม พร้อมฝากให้ทุกคนช่วยกันดูแลรักษาป่าไม้ เพิ่มพื้นที่สีเขียว สร้างความสมดุลทางธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมที่ดีต่อชุมชน เพื่อคนในชุมชนจะได้ใช้เป็นสถานที่พักผ่อนหย่อนใจ และศูนย์การเรียนรู้

          ในตอนท้ายรองนายกรัฐมนตรียังกล่าวขอให้ประชาชนเชื่อมั่นในการแก้ไขปัญหา รวมทั้งการขับเคลื่อนนโยบายต่างๆ ของรัฐบาลเพราะมุ่งหวังให้เกิดประโยชน์ต่อประชาชน และประเทศชาติอย่างแท้จริง ซึ่งสิ่งสำคัญคือ ทุกภาคส่วนจะต้องมีความรัก ความสามัคคี ปรองดองกัน ร่วมกันขับเคลื่อนประเทศไทยไปข้างหน้าอย่างยั่งยืน และเพื่อความกินดีอยู่ดีของคนไทยทุกคน

ขอบคุณเรื่องแนะนำจาก

กลุ่มประชาสัมพันธ์และเผยแพร่ สำนักโฆษก

ทหาร-ตำรวจ-ยูเอ็น ร่วมสนทนาเผยแพร่ผลงาน ในภารกิจรักษาสันติภาพในงาน “The Colours of Africa 2019” ที่ Central world จัดโดยกระทรวงการต่างประเทศ

          เมื่อวันที่ 6 ถึง 8 กันยายน 2562 ที่ผ่านมา ศูนย์ปฏิบัติการเพื่อสันติภาพ กรมยุทธการทหาร กองบัญชาการกองทัพไทย ได้ร่วมจัดแสดงผลงานด้านการปฏิบัติการเพื่อสันติภาพของกองทัพไทย ในงานThe Colours of Africa 2019 ซึ่งจัดโดยกระทรวงการต่างประเทศ ณ บริเวณลาน Eden ศูนย์การค้าเซ็นทรัลเวิลด์กรุงเทพ ในงานนี้ ศูนย์ปฏิบัติการเพื่อสันติภาพ ยังได้จัดเวทีสนทนาการปฏิบัติการเพื่อสันติภาพของกองทัพไทยในทวีปแอฟริกา

          โดยมีนาวาเอกสุรสันต์ คงสิริ ร.น.ผู้อำนวยการกองความร่วมมือระหว่างประเทศ สำนักนโยบายและแผน กรมยุทธการทหาร เป็นผู้ดำเนินรายการ โดยบรรยายเกี่ยวกับภารกิจด้านการปฏิบัติการเพื่อสันติภาพ และมีผู้ที่ผ่านการปฏิบัติการรักษาสันติภาพในพื้นที่ประเทศในทวีบแอฟริกามาเป็นวิทยากรร่วมการสนทนนาด้วย ได้แก่ นาวาอากาศเอก พีระพงษ์ ชูภักดี ผู้อำนวยการกองฝึกร่วมและผสม สำนักวางแผนการฝึกร่วม,นาวาตรีหญิง อรพิม ภักดีสงคราม กองแผนและโครงการศูนย์ปฏิบัติการเพื่อสันติภาพ และ พันตำรวจโทหญิง วิภาดา มาตแย้ม สารวัตรกองสารนิเทศ สำนักงานตำรวจแห่งชาติ

          ในการนี้ นาวาเอก พีระพงษ์ ชูภักดี ได้เล่าถึงหน้าที่ของทหารไทยในพื้นที่ภารกิจรักษาสันติภาพ พร้อมพูดคุยเกี่ยวกับประสบการณ์และความประทับใจต่างๆ ในช่วงเวลาที่ไปทำงานในทวีปแอฟริกา และนาวาตรีหญิง อรพิม บอกเล่าให้ผู้ฟังในงานรู้เกี่ยวกับ นโยบายของยูเอ็นด้านสตรี ความมั่นคงและสันติภาพ ( Woman,Peace and Security:WPS ) ทางด้าน พันตำรวจโทหญิงวิภาดา มาตแย้ม ซึ่งเป็นผู้หนึ่งที่ได้รับเชิญในฐานะตำรวจหญิงไทยที่เคยไปทำงานด้านการรักษาสันติภาพ เล่าว่า

          “มีโอกาสเป็นหนึ่งในจำนวนตำรวจไทยที่ผ่านการสอบคัดเลือกและเดินทางไปเข้าร่วมภารกิจรักษาสันติภาพในพื้นที่ประเทศเซาท์ซูดานเมื่อปี พ.ศ. 2556 มีหน้าที่ช่วยเหลือให้คำแนะนำ และฝึกอบรมเพื่อพัฒนางานของตำรวจท้องถิ่น อีกทั้งในยามที่ประเทศเซาท์ซูดานเกิดภาวะความขัดแย้งและเกิดวิกฤติจากภัยการสู้รบเกิดสงครามกลางเมืองเมื่อปี 2556 ประชาชนต้องหนีเข้ามาหลบภัยในพื้นที่ของยูเอ็น ทุกคนต้องทำงานหนักในฐานะตำรวจยูเอ็นที่ต้องคุ้มครองประชาชนเซาท์ซูดานให้มีชีวิตรอดปลอดภัย

          ตลอดช่วงทำงานมีความเสี่ยงเป็นอย่างมาก เพราะอยู่ช่วงสถานการณ์ที่อันตรายเช่นเดียวกับชาวเซาท์ซูดานที่มาหลบภัยกับยูเอ็น แต่สิ่งที่ได้กลับมาคือความทรงจำอันทรงคุณค่าจากการได้ไปทำงานในพื้นที่ลำบากช่วยเหลือเพื่อนมนุษย์ ในตอนท้ายการสนทนา นาวาเอกสุรสันต์ ยังได้กล่าวสรุปว่า การสนทนาในงานนี้จะทำให้ประชาชนไทยและต่างชาติที่เข้าร่วมงาน The Colours of Africa 2019 ได้รับทราบผลงานของรัฐบาลไทยและเป็นการเผยแพร่ผลงานที่มีเกียรติของประเทศไทยในฐานะประเทศสมาชิกของสหประชาชาติด้วย ที่ได้ส่งกำลังพลทหารและตำรวจไทยไปช่วยเหลือประชาชนในพื้นที่ทวีปแอฟริกา

สุรเชษฐ​ ศิลา​นนท์​ ​รายงาน​

ห้องอาหารยกยอ จัดล่องเรือแม่ น้ำเจ้าพระยา​ ทำบุญ ทัวร์ไหว้พระ 9 วัด ในวันเสาร์ที่ 21 ก.ย. 2562

ในช่วงเข้าพรรษา ประชาชนชาวไทยนิยมทำบุญสุนทาน ปล่อยนก ปล่อยปลา และถวาย เพื่อบำรุงพระพุทธศาสนา และเป็นสิริมงคล แก้ความทุกข์กายทุกข์ใจ ขอให้ค้าขายดีมีกำไร

          ห้องอาหารยกยอ ขอเสนอทัวร์ทำบุญ 9 วัดริมน้ำแม่น้ำเจ้าพระยา มีทั้งวัดอารามหลวง และวัดที่ทรงคุณค่าทางประวัติศาสตร์ชมวิถีชีวิตของชุมชนริมแม่น้ำเจ้าพระยา ตั้งแต่สะพานกรุงเทพ ถึง สะพานกรุงธน​ (ซังฮี้) เสร็จจากไหว้พระแวะช้อปปิ้งและถ่ายรูป ศูนย์การค้าริมแม่น้ำเจ้าพระยา แห่งใหม่ ศูนย์การค้าไอคอนสยาม (Iconsiam) ของการเดินทาง โดยเรือทรงไทยขนาดใหญ่ ปลอดภัย รับผู้โดยสารได้ 70 –80 ท่าน

  1. เวลา​ 07.30 น. นัดพร้อมที่ห้องอาหารยกยอ มารีน่า ถนนท่าดินแดง ซอย 20 เขตคลองสาน บริการอาหารเช้า
  2. เวลา​ 08.00 น. เรือออกเดินทางไปยังวัดอรุณราชวราราม ชมพระปรางค์องค์ใหญ่ที่สูงตระหง่านริมฝั่งแม่น้ำเจ้าพระยา
  3. วัดระฆังโฆสิตาราม กราบสักการะขอพร หลวงพ่อโต พรหมรังษี ผู้ทรงกำเนิดพระคาถาชินบัญชร
  4. วัดราชาธิวาส​ (เดิมชื่อวัดสมอราย) กราบพระประธาน พระสัมพุทธพรรณี ในพระอุโบสถ ด้านหลังพระประธาน มี
  5. ภาพจิตรกรรมฝาผนังภายในแสดงเรื่องพระเวสสันดรชาดก สมเด็จพระเจ้าบรมวงศ์เธอเจ้าฟ้ากรมพระยานริศรานุวัดติวงศ์ทรงเป็นผู้ร่างภาพ และ ศ.ซี.ริโกลี จิตรกร ชาวอิตาเลียน เป็นผู้เขียนด้วยการใช้สีปูนเปียก
  6. วัดสร้อยทอง กราบขอพรหลวงพ่อเหลือที่ศักดิ์สิทธิ์ ในพระวิหาร
  7. วัดเฉลิมพระเกียรติ กราบขอพรพระพุทธมหาโลกาภินันทปฏิมา ภายในพระวิหารหลวงหรือเรียกกันว่า วิหารพระศิลาขาว พร้อมทำบุญให้อาหารปลาหน้าวัด​ เวลา​ 12.00–13.00 น.รับประทานอาหารเที่ยงบนเรือ รับประทานอาหารเสร็จ ขอเชิญไหว้พระต่อที่
  8. วัดเทวราชกุญชร กราบพระประธาน พระพุทธเทวราชปฏิมากร และชมพิพิธภัณฑ์สักทอง กราบพระบรมสารีริกธาตุ,กราบรูปหุ่นขี้ผึ้ง สมเด็จพระสังฆราช กรุงรัตนโกสินทร์ 18 พระองค์และพระอริยสงฆ์บางรูป
  9. วัดคฤหบดี กราบพระพุทธแซกคำ พระทองคำทั้งองค์ ลักษณะสวยงามมาก ซึ่งหลวงปู่จะเล่าประวัติความเป็นมาให้ทราบ รวมทั้งประวัติเบี้ยแก้ป้องกันคุณไสย
  10. วัดกัลยาณมิตรซึ่งเป็นวัดที่สร้างขึ้นในสมัย ร.3 กราบสักการะองค์ “พระพุทธไตรรัตนนายก” หรือ “ซำปอกง” พระพุทธธูปศักดิ์สิทธิ์ ที่พุทธศาสนิกชนชาวไทยเชื้อสายจีนเคารพนับถือ
  11. วัดวรจรรยาวาส วัดแห่งนี้สร้างอยู่ริมแม่น้ำเจ้าพระยา หน้าวัดหันหน้าสู่แม่น้ำ ด้านเหนือติดกับคลองบางขวาง​ จึงเรียกว่า​ ”วัดบางขวางล่าง” ปัจจุบันสร้างพระพุทธไสยาสน์ขนาดใหญ่ไว้หน้าวัดริมแม่น้ำ ให้ผู้สัญจรไปมาในแม่น้ำเจ้าพระยาได้กราบสักการะ รวมถึงผู้ที่เดินทางมากราบสักการะพระพุทธไสยาสน์ ณ วัดแห่งนี้
  12. ช็อปปิ้งศูนย์การค้าไอคอนสยาม​ (Iconsiam) ถ่ายรูปริมแม่น้ำเจ้าพระยา ยามเย็น ชมความยิ่งใหญ่ตระกาลตา “เมืองแห่งความรุ่งโรจน์อันเป็นนิรันดร์” เดินทางกลับถึงท่าเรือห้องอาหารยกยอ มารีน่า เวลา 17.45 น. ด้วยความปลอดภัย ตลอดการเดินทาง จะมีมัคคุเทศก์ บรรยายประวัติศาสตร์ความเป็นมาให้ทราบ

ติดต่อโทรจองสำรองที่นั่ง ได้ที่
คุณแมว,คุณเล็ก โทร.02 863-0565-6,089-200-4971

ค่าใช้จ่าย ค่าเรือ,ค่าอาหารเที่ยง,ดอกไม้,ธูป,เทียน,มัคคุเทศก์,น้ำดื่ม (น้ำใบเตย,น้ำกระเจี๊ยบ,น้ำเก๊กฮวย)
อาหารเช้า (ขนมปัง,ครัวซอง,น้ำส้ม)(ชา,กาแฟ,โอวัลติล) อัตราค่าบริการทัวร์ล่องเรือไหว้พระ 9 วัด ท่านละ 1,200 บาท

www.yokyor.co.th (คลิ๊กชมรีวิว​ 1,2,3,4) www.9templestour.com

สุรเชษฐ​ ศิลา​นนท์​ รายงาน​

“สันธนะ” ร้อง ผบ.ตร.ให้ตั้งคณะกรรมการสอบ ผู้ช่วยผบ.ตร. ให้สัมภาษณ์หมิ่นประมาท และแก้ไขประวัติราชการ

         วันนี้​ วัน​จันทร์​ที่ 9 ก.ย.62 เวลา 10.00 น.ที่สำนักงานตำรวจแห่งชาติ​ (ตร.) : นายสันธนะ ประยูรรัตน์ เดินทางเข้ายื่นหนังสือร้องเรียนขอความเป็นธรรมถึง พล.ต.อ.จักรทิพย์ ชัยจินดา ผบ.ตร. กรณีถูกข้าราชการตำรวจชั้นผู้ใหญ่ ยศ พล.ต.ท.ฯ ใช้วาจาเหยียดหยาม ข่ม เหงประชาชน สืบเนื่องมาจากที่​ตน​ ได้ยื่นเรื่องขอคัดค้าน เพื่อทบทวนการแต่งตั้งช้าราชการดำรวจให้ดำรงตำแหน่งรองผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ แต่ปรากฏว่าข้าราชการตำรวจชั้นผู้ใหญ่ ผู้ที่ถูกร้องเรียนรายนี้ได้กล่าววาจาให้ปรากฎต่อสังคมในลักษณะเหยียดหยามข่มเหงตนเอง ในฐานะประชาชนผู้ติดต่อราชการกับสำนักงานตำรวจแห่งชาติ โดยมี พ.ต.อ.กฤษณะ พัฒนะเจริญ รองโฆษก ตร. เป็นผู้รับเรื่องไว้

         นายสันธนะฯ กล่าวว่า วันนี้ตนได้เดินทางมายื่นหนังสือร้องเรียนถึง ผบ.ตร. ให้ตั้งคณะกรรมการ​ พนักงานสืบสวนสอบสวนคดีที่ พล.ต.ท.สุวัฒน์ แจ้งยอดสุข ผู้ช่วยผบ.ตร. อันเนื่องมาจากเมื่อวันที่ 5 ก.ย. 62​ ที่ผ่านมา ตนได้เข้าแจ้งความต่อพนักงานสอบสวน สน.ปทุมวัน ให้เอาผิดกับ พล.ต.ท.สุวัฒน์ฯ จำนวน 2 ข้อหา กรณีให้สัมภาษณ์หมิ่นประมาทเรื่องบ่อนการพนันเมื่อปี พ.ศ.2545 และร่วมกันใช้เอกสารราชการปลอมฯ กรณีแก้ไขประวัติการรับราชการ ซึ่งตนเองได้ขอคัดสำเนาเอกสารหลักฐานดังกล่าวจากศาลอาญากรุงเทพใต้ เพื่อเป็นหลักฐานพิจารณาดำเนินการต่อ พล.ต.ท.สุวัฒน์ฯ​

          โดยยืนยันว่าการเคลื่อนไหวครั้งนี้ไม่มีเป้าหมายที่จะสกัด พล.ต.ท.สุวัฒน์ฯ ที่มีโอกาสขึ้นเป็นผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ​ ในอนาคต แต่ต้องการให้ประชาชนได้ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติที่สง่างาม พร้อมยืนยันว่าการเคลื่อนไหวครั้งนี้ไม่มีความขัดแย้งส่วนตัว หรือ มีเบื้องหลัง แต่อย่างใด

สุรเชษฐ​ ศิลา​นนท์​ ​รายงาน​