นราธิวาส- จัดโครงการพัฒนาทักษะภาษามลายูกลางให้ จนท.ฝ่ายปกครอง

         โครงการพัฒนาทักษะการใช้ภาษาอังกฤษ ในการใช้ภาษาอังกฤษ รัฐบาลให้เครือข่ายการปฏิบัติงานและการสนับสนุนการพัฒนาเขตเศรษฐกิจพิเศษ นราธิวาส ระหว่างวันที่ 11-13 ก.ย. และได้รับรางวัลจากผู้มีความ รู้ความชำนาญด้านการใช้ภาษาอังกฤษ ระดับปริญญาตรีจากมหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ วิทยาเขตปัตตานี เป็นวิทยากร

ขอบคุณข้อมูล : ผู้จัดการออนไลน์

สำนักข่าวความมั่นคง

กอ.รมน.สงขลา เดินหน้าเพิ่มศักยภาพเจ้าหน้าที่รัฐ เตรียมพร้อมรับมือภัยพิบัติ

ศูนย์ข่าวหาดใหญ่ – กอ. รมน สงขลาเดินหน้าเพิ่มเจ้าหน้าที่รัฐในการประสานงานการป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยประจำปี 2562 บันทึกการลงทุน

         วันนี้ (11 ก.ย. ) ที่ประชุมสภานาควานิช สโมสรค่ายเสนาณรงค์ อ. หาดใหญ่ จ. สงขลาพ.อ.สุรเทพ รัตน์แก้ว รองผู้อำนวยการฝ่ายความมั่นคงภายใน จังหวัดสงขลา ตามโครงการประสานงานการป้องกันและบรรเทาความเดือดร้อน ประจำปี 2562 เพื่อการประกันเงินฝากหัวหน้าหน่วยงานข่าวและรายงานการมีส่วนร่วมของผู้เข้าร่วมโครงการ จำนวนกว่า 100 คนจากหน่วยงานต่าง ๆ ที่เกี่ยวข้อง เช่น สำนักงานป้องกันและบรรเทาทุกข์สถานที่ตำรวจสงขลา

          พ.อ. สุรเทพ รัตน์แก้ว รองผู้อำนวยการการรักษาความมั่นคงภายใน จังหวัดสงขลากล่าวว่า ปัญหาภัยพิบัติที่เกิดขึ้น เกิดขึ้นจากการกระทำของมนุษย์ มีผลอย่างมากต่อความปลอดภัยในการดำรงชีวิตและทรัพย์สินของประชาชน เป็นทั้งของผลโดยตรงและผลทางอ้อม ทำให้เกิดหัวเรื่อง : การสูญเสียเศรษฐกิจของประเทศ งบประมาณเพื่อใช้ในห้างหุ้นส่วนจำกัด หัวเรื่อง : การช่วยเหลือรักษาพยาบาลความคุ้มครองผู้รอดชีวิต การฟื้นฟูบูรณะถนนรวมสิ่งปลูกสร้าง และระบบต่าง ๆ

         กองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายในราชอาณาจักร โดยเจ้าหน้าที่ประสานงานการปฏิบัติที่ 1 ได้รับหัวเรื่อง : การอนุมัติจากเจ้าหน้าที่อำนวยความสามารถสะดวก แนวทางปฏิบัติตามแผนงาน แนวทางหัวเรื่อง : การป้องกันหัวเรื่อง : การดักฟังและแก้ไขเหตุการณ์ภัยพิบัติความสามารถมั่นคงภายในราชอาณาจักรทุกรูปแบบของ จ . สงขลา

         รวมทั้งการสนับสนุนประชาชนให้มีส่วนร่วมในการปฏิบัติ ปกป้องสถาบันหลักของชาติและสร้างความรักให้แก่ประชาชนในประเทศ ภายใต้การปกครองของระบอบการปกครองระบอบประชาธิปไตย อันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข มีความรู้ความเข้าใจในเรื่องความสำคัญและความมั่นคงของสถาบันศาสนาและศาสนาของโลก การป้องกันและบรรเทาภัยพิบัติด้านการป้องกันและแก้ไขปัญหาต่างๆที่ได้รับการแจ้งเตือนจากเจ้าหน้าที่ของเรา ในการป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย ด้านการป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยให้กับผู้เข้ารับการฝึกอบรมมีความเข้าใจในภาษาญี่ปุ่น เทคนิคการสอนและการช่วยเหลือผู้รอดชีวิตในการป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยอีกด้วย

ขอบคุณแหล่งข้อมูล : ผู้จัดการออนไลน์

สำนักข่าวความมั่นคง

กอ.รมน.สงขลา รุกป้องกันบรรเทาสาธารณภัย สู่การแก้ไขปัญหาให้ทันท่วงที

กอ.รมน.จว.สข. มุ่งพัฒนาเป้าหมายยุทธศาสตร์ชาติ “ประเทศชาติมั่นคง ประชาชนมีความสุข” ในโครงการประสานงานด้านการป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย ปี 2562

          วันนี้ (11 ก.ย. 2562) ณ สโมสรค่ายเสนาณรงค์ (หลังใหม่) อำเภอหาดใหญ่ จังหวัดสงขลา ศูนย์ประสานการปฏิบัติที่ 1 กองอำนวยการรักษา ความมั่นคงภายในราชอาณาจักร มอบหมายให้กองอำนวยการ รักษาความมั่นคงภายในจังหวัดสงขลา จัดกิจกรรม “โครงการ ประสานงานด้านการป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย” โดยมี พันเอก สุรเทพ หนูแก้ว รองผู้อำนวยการรักษาความมั่นคงภายในจังหวัดสงขลา เป็นประธานกล่าวเปิดงาน วิทยากร บุคคลากรด้านการประสานงานการป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย และผู้มีเกียรติทุกท่าน เข้าร่วมกิจกรรมโครงการจำนวน 150 คน

           จากสถานการณ์ภัยพิบัติในปัจจุบัน ทั้งจากภัยธรรมชาติ และภัยที่เกิดขึ้นจากการกระทำของมนุษย์ที่ทวีความรุ่นแรงมากยิ่งขึ้น ได้สร้างความสูญเสียอย่างมหาศาลต่อความปลอดภัยในการดำรงชีวิต และทรัพย์สินของประชาชน ซึ่งเป็นเศรษฐกิจของประเทศ เนื่องจากต้อง นำงบประมาณไปใช้ในการช่วยเหลือ รักษาพยาบาลผู้ประสบภัย ฟื้นฟูบูรณะ ถนนหนทาง สิ่งปลูกสร้าง และระบบสาธารณูปโภค

          กองกำนวยการรักษาความมั่นคงภายในราชอาณาจักร โดยศูนย์ประสานการปฎิบัติที่ 1 มอบหมายให้กองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายในจังหวัดสงขลา ซึ่งเป็นหน่วยงานรับผิดชอบภารกิจหลักที่มีบทบาท และหน้าที่ อำนวยการประสานงานกำกับดูแล และเสริมสร้างการปฎิบัติตามแผนงานและแนวทางการป้องกัน ปราบปราม ระงับยับยั้ง และการแก้ไขบรรเทาเหตุการณ์ที่เป็นภัย หรืออาจเป็นภัยต่อความมั่นคง ภายใน ราชอาณาจักรทุกรูปแบบของจังหวัดสงขลารวมทั้งส่งเสริมให้ประชาชน มีส่วนร่วมในการปฎิบัติปกป้องสถาบันหลักของ ชาติ และสร้างความสามัคคีของคนในชาติภายใต้การปกครองระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข

         การจัดกิจกรรมโครงการครั้งนี้ เพื่อให้ประชาชนมีความเข้าใจ มีจิตสำนึก ศาสนา และพระมหากษัตริย์ เพื่อให้ผู้เข้ารับการฝึกอบรมมีความรู้ ความเข้าใจด้านการป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยระงับภัยต่าง ๆ สามารถแก้ไขปัญหาเฉพาะหน้าได้เมื่อเกิดภัย เพื่อเพิ่มศักยภาพความรู้ ความสามารถด้านการป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย และระงับภัยต่างๆ และสามารถถ่ายทอดความรู้ให้แก่ประชาชน บุคคลอื่น และเครือข่ายด้านการป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย และเพื่อให้ผู้เข้ารับการฝึกอบรมมีความรู้ ความเข้าใจในหลักการสอนและเทคนิคการสอนสามารถถ่ายทอดความรู้เรื่องด้านการป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย

ขอบคุณแหล่งข้อมูล : สงขลาบ้านเรา

สำนักข่าวความมั่นคง

“วิชาญ” ผงาดรองเสธ.ทบ. “สมพล” นั่งมทน.4 นักวิชาการชี้โผทหารธรรมาภิบาล

          บัญชีรายชื่อแต่งตั้งนายทหารชั้นนายพล 871 นายที่เพิ่งมีประกาศพระบรมราชโองการในราชกิจจานุเบกษาเมื่อวันที่ 7 ก.ย.62 ที่ผ่านมานั้น มีบางตำแหน่งเป็นการปรับย้ายนายทหารที่รับผิดชอบหรือเคยรับผิดชอบภารกิจดับไฟใต้ โดยอดีตผู้บังคับหน่วยเฉพาะกิจทั้งปัตตานี ยะลา และนราธิวาส ล้วนได้ขยับรับตำแหน่งสูงขึ้น 


          เริ่มจาก พล.ท.จตุพร กลัมพสุต ผู้ทรงคุณวุฒิพิเศษกองทัพบก เป็นผู้ทรงคุณวุฒิพิเศษกองทัพบก (อัตรา พลเอก) โดย พล.ท.จตุพร เคยเป็นผู้บังคับหน่วยเฉพาะกิจปัตตานี มีผลงานเด่นเรื่องการปราบปรามภัยแทรกซ้อนที่ซ้ำเติมปัญหาความไม่สงบ โดยเฉพาะขบวนการค้าน้ำมันเถื่อน และตรวจสอบการใช้งบอุดหนุนการศึกษาไปสนับสนุนกลุ่มผู้ก่อเหตุรุนแรง

          พล.ท.วิชาญ สุขสง แม่ทัพน้อยที่ 4 ขึ้นเป็นรองเสนาธิการทหารบก โดย พล.ท.วิชาญ เคยเป็นผู้บังคับหน่วยเฉพาะกิจนราธิวาส เชี่ยวชาญงานมวลชน และทำงานในพื้นที่ปลายด้ามขวานมาอย่างต่อเนื่องหลายปี ขณะที่แม่ทัพน้อยที่ 4 คนใหม่ มีการขยับ พล.ต.สมพล ปานกุล รองแม่ทัพภาคที่ 4 ขึ้นเป็นแม่ทัพน้อยที่ 4 แทน (อัตรา พลโท)

          สำหรับ พล.ต.สมพล เป็นนักเรียนเตรียมทหารรุ่น 20 (ตท.20) รุ่นเดียวกับ พล.อ.อภิรัชต์ คงสมพงษ์ ผู้บัญชาการทหารบก (ผบ.ทบ.) และ พล.ท.พรศักดิ์ พูลสวัสดิ์ แม่ทัพภาคที่ 4 เคยเป็นผู้บังคับหน่วยเฉพาะกิจนราธิวาสเช่นกัน รวมถึงผู้บังคับหน่วยเฉพาะกิจยะลา ปฏิบัติราชการสนามในพื้นที่สามจังหวัดชายแดนภาคใต้มาตั้งแต่ปี 49

          นอกจากนั้นยังมีคนเคยผ่านงานชายแดนใต้อย่าง พล.ท.บรรพต พูลเพียร ผู้อำนวยการสำนักติดตามสถานการณ์ สำนักงานปฏิบัติภารกิจรักษาความมั่นคงภายในกองทัพบก เป็นผู้อำนวยการสำนักบูรณาการและขับเคลื่อนการปฏิบัติ สำนักงานปฏิบัติภารกิจรักษาความมั่นคงภายในกองทัพบกด้วย โดย พล.ท.บรรพต สมัยครองยศพันเอก เคยทำหน้าที่โฆษกกองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายในภาค 4 ส่วนหน้า หรือ โฆษก กอ.รมน.ภาค 4 สน.

          สำหรับภาพรวมการพิจารณาปรับย้ายนายทหารชั้นนายพลวาระประจำปี 62 นักวิชาการผู้ศึกษาโครงสร้างกองทัพอย่าง ผศ.วันวิชิต บุญโปร่ง จากคณะรัฐศาสตร์ มหาวิทยาลัยรังสิต มองว่า การจัดทำบัญชีแต่งตั้งโยกย้ายของเหล่าทัพรอบนี้ถือว่าดีที่สุดในรอบหลายปีที่ผ่านมา และสะท้อนภาพธรรรมาภิบาลสูงมาก สังเกตได้จากการมีนายทหารระดับรองผู้บังคับหน่วย ขึ้นเป็นผู้บังคับหน่วยจำนวนมาก โดยไม่มีการย้ายข้ามห้วย หรือถูกนายทหารใกล้ชิดผู้ใหญ่ข้ามมา “เสียบหัว” ขึ้นเป็นผู้บังคับหน่วยแทนลูกหม้อ โดยเฉพาะในกองทัพไทย นายทหารระดับรองผู้บัญชาการขึ้นเป็นผู้บัญชาการ รองเจ้ากรมขึ้นเป็นเจ้ากรม สะท้อนว่ามีปัญหาซิกแซ็กวิ่งเต้นแหกโผค่อนข้างน้อย

          เช่นเดียวกับในกองทัพบก พล.อ.อภิรัชต์ คงสมพงษ์ ผบ.ทบ.พยายามกระจายการเติบโตของนายทหารคุมกำลัง นอกจากโตในหน่วยได้แล้ว ยังโตนอกหน่วยโดยเฉพาะในส่วนกลางได้อีกด้วย เห็นได้จากรองแม่ทัพภาคหลายๆ คนที่ไม่สามารถโตในกองทัพภาคของตนเองได้ ก็เปิดโอกาสให้เข้ามาเติบโตในส่วนกลาง และได้ดำรงตำแหน่งหลักด้วย ไม่ใช่ขยับยศขึ้นตำแหน่ง “ประจำ” เหมือนในอดีต

          เช่น พล.ต.สันติพงศ์ ธรรมปิยะ รองแม่ทัพภาคที่ 1 เป็นเจ้ากรมกิจการพลเรือนทหารบก พล.ท.ธเนศ วงศ์ชะอุ่ม แม่ทัพน้อยที่ 2 เป็นเจ้ากรมยุทธศึกษาทหารบก พล.ต.ณัฐวุฒิ ชุณหะนันทน์ รองแม่ทัพภาคที่ 3 เป็นผู้บัญชาการโรงเรียนนายร้อยพระจุลจอมเกล้า และ พล.ท.วิชาญ สุขสง แม่ทัพน้อยที่ 4 เป็นรองเสนาธิการทหารบก เป็นต้น

          “การจัดวางตำแหน่งในกองทัพบกหนนี้ ทำให้ผมนึกถึง พล.อ.อาทิตย์ กำลังเอก สมัยท่านเป็น ผบ.ทบ. ซึ่งท่านไม่ได้โดดเด่นมากสมัยเป็นนักเรียนทหารก็จริง แต่เมื่อได้ขึ้นเป็นผู้นำหน่วย ก็สร้างการยอมรับโดยการใช้ระบบคุณธรรมในการแต่งตั้งโยกย้าย ผมมองว่า พล.อ.อภิรัชต์ หรือ บิ๊กแดง ท่านก็ทำแบบเดียวกัน” ผศ.วันวิชิต กล่าว

          นักวิชาการผู้ศึกษาด้านโครงสร้างกองทัพ ยังมองภาพรวมการจัดทำบัญชีแต่งตั้งโยกย้าย และการวางตัวนายทหารในตำแหน่งสำคัญๆ ในระยะหลังๆ ด้วยว่าสะท้อนความเป็นเอกภาพสูงมาก การจัดการภายในกองทัพตั้งแต่ยุค คสช. ต่อเนื่องถึงรัฐบาลหลังเลือกตั้งภายใต้การนำของ “บิ๊กตู่” พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา ซึ่งมีพี่เลี้ยงคนสำคัญอย่าง “บิ๊กป้อม” พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ ถือว่าเรียบร้อย แทบไม่ปรากฏร่องรอยความขัดแย้งให้เห็น

           ที่สำคัญยังมองเกมยาวไปถึงปี 66 หากรัฐบาล “บิ๊กตู่ 2/1” อยู่ครบวาระ ผู้บัญชาการเหล่าทัพชุดใหม่ที่จะเข้ารับตำแหน่งในปีหน้า จะอยู่ยาวค้ำบัลลังก์ถึงปี 66 ด้วยเช่นกัน

—————————————————————————————-

ขอบคุณแหล่งข้อมูล : สำนักข่าวอิศรา
บรรยายภาพ : พล.ต.สมพล ปานกุล กับบัญชีแต่งตั้งโยกย้ายนายทหารที่ประกาศในราชกิจจานุเบกษา

สำนักข่าวความมั่นคง


มทภ.4 เป็นประธานการประชุมหน่วยขึ้นตรงกองทัพภาคที่ 4 ถึงระดับกองพัน ครั้งที่ 6/62 วาระพิเศษ

          เมื่อวันที่ 10 ต.ค.2562 เวลา 13.30 น. พล.ท.พรศักดิ์ พูลสวัสดิ์ มทภ.4 เป็นประธานการประชุมหน่วยขึ้นตรงกองทัพภาคที่ 4 ถึงระดับกองพัน ครั้งที่ 6/62 วาระพิเศษ เพื่อชี้แจง เน้นย้ำนโยบาย และสั่งการปฏิบัติที่สำคัญ ต่อผู้บังคับหน่วยขึ้นตรง ณ ห้องประชุม บก.มทบ. 42 ค่ายเสนาณรงค์ อ.หาดใหญ่ จ.สงขลา โดยมีผู้บังคับหน่วยเข้าร่วมประชุมอย่างพร้อมเพรียง

          ก่อนวาระการประชุมนั้น มทภ.4 ได้มอบถ้วยรางวัล โล่ และเงินรางวัลให้กับหน่วยที่เข้าทำการแข่งขันต่าง ๆ จนสามารถคว้ารางวัล สร้างชื่อเสียงให้กับกองทัพภาคที่ 4 ดังนี้

  1. พิธีมอบถ้วยรางวัลชนะเลิศการแข่งขันกีฬาปันจักสีลัตชิงชนะเลิศแห่งประเทศไทย
  2. พิธีมอบถ้วยรางวัลชนะเลิศการแข่งขันมวยชิงชนะเลิศกองทัพบก
  3. พิธีมอบโล่รางวัลการแข่งขันกรีฑากองทัพไทย
  4. พิธีมอบโล่รางวัลการประกวดการปรับปรุงประตูค่ายทหาร ทภ.4
  5. พิธีมอบโล่รางวัลการตรวจสอบและประเมินผลการพัฒนาคุณภาพชีวิต และประสิทธิภาพหน่วยทหารกองทัพบก
  6. พิธีมอบโล่รางวัลการแข่งขันการฝึกทหารใหม่ ผลัด 1/62 ระดับ ทบ.
  7. พิธีมอบใบประกาศเกียรติบัตรการแข่งขันเป็นหน่วย หมู่ ตอน หมวด

ประจำปี 2562 ระดับ ทบ.

  1. พิธีมอบประกาศเกียรติคุณการทดสอบผู้ชำนาญการทหารราบ ประจำปี 2562
  2. พิธีมอบรางวัลและใบประกาศเกียรติคุณให้กับ ชป.กร. ดีเด่น

          โดยแม่ทัพภาคที่ 4 ได้กล่าวแสดงความยินดี และชื่นชมในการพัฒนาทุกระดับของหน่วยและกำลังพลให้เห็นเป็นที่ประจักษ์ และขอให้ดำรงเป็นแบบอย่างที่ดี สร้างชื่อเสียงให้กับกองทัพภาคที่ 4 ต่อไป

          สำหรับการประชุมในวันนี้ เป็นการประชุมครั้งสุดท้ายในปีงบประมาณ 2562 แม่ทัพภาคที่ 4 จึงถือโอกาสนี้สรุปผลการปฏิบัติงานที่สำคัญในปีที่ผ่านมา อีกทั้งปรึกษาหารือข้อขัดข้องร่วมกัน ถึงแนวทางการปฏิบัติงานในปีงบประมาณ 2563 เพื่อที่จะทำให้ กองทัพภาคที่ 4 เป็นหน่วยทหารที่มีชื่อเสียงปรากฏอยู่แถวหน้าของกองทัพบกไทย และเป็นที่ได้รับความไว้วางใจจากผู้บังคับบัญชา ส่วนราชการ ภาคเอกชน ตลอดจนพี่น้องประชาชนในพื้นที่ และขอขอบคุณ ผู้บังคับหน่วย ที่ได้ปฏิบัติตามนโยบายข้อสั่งการต่าง ๆ ให้เป็นไปด้วยความเรียบร้อย จนได้รับคำชมเชยจากผู้บังคับบัญชาในทุกระดับ รวมทั้งสร้างความประทับใจ เป็นที่ยอมรับจากหน่วยงานต่าง ๆ และประชาชนในพื้นที่

ข้อมูล – ศูนย์ประชาสัมพันธ์ กองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายในภาค ๔ ส่วนหน้า

สำนักข่าวความมั่นคง


ผอ.ศูนย์สันติวิธี ปิดกิจกรรม “แรลลี่สัญจร ร่วมใจ ใต้สันติสุข”

          เมื่อวันที่ 10 กันยายน 2562 ที่ห้องปฐมภาคย์ สโมสรค่ายเสนาณรงค์  มณฑลทหารบกที่ 42 อำเภอหาดใหญ่ จังหวัดสงขลา พลตรีธิรา แดหวา ผู้อำนวยการศูนย์สันติวิธี เป็นประธานในพิธีปิดกิจกรรม “แรลลี่สัญจร ร่วมใจ ใต้สันติสุข” ภายใต้โครงการขับเคลื่อนการมีส่วนร่วมของภาคประชาสังคม ในการแก้ไขปัญหาและพัฒนาจังหวัดชายแดนภาคใต้ประจำปี 2562 โดยมี พลตรีสิทธิพร มุสิกะสิน รองแม่ทัพภาคที่ 4, เครือข่ายประชารัฐเพื่อสันติจังหวัดชายแดนภาคใต้ และผู้เข้าร่วมกิจกรรมในครั้งนี้กว่า 500 คน

          พลตรีธิรา แดหวา ผู้อำนวยการศูนย์สันติวิธี กล่าวว่าการจัดกิจกรรมครั้งนี้ มีวัตถุประ สงค์ เพื่อสร้างการมีส่วนร่วมในการสร้างสันติสุขในพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้ ให้เกิดขึ้นอย่างยั่งยืน โดยเฉพาะคนที่อาศัยอยู่ในพื้นที่  ถือเป็นพลังสำคัญในการแก้ไขปัญหาความไม่สงบระดับพื้นที่อย่างแท้จริง

          นายอาซูวัน  เบ็ญรอฮมาน  ผู้ใหญ่บ้านหมู่ 12 ต.บูกิต อ.เจาะไอร้อง จ.นราธิวาส ผู้ประสานเครือข่ายการจัดคาราวานแรลลี่ กล่าวว่า กิจกรรม “แรลลี่สัญจร ร่วมใจ ใต้สันติสุข” ผู้เข้าร่วมกิจกรรมนอกจากจะได้มีโอกาสบำเพ็ญสาธารณประโยชน์ แล้วยังได้มีโอกาสสร้างความเข้าใจกับประชาชนนอกพื้นที่ด้วยว่าประชาชนใน 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้ ไม่สนับสนุนความรุนแรง และต้องการความสงบอย่างยั่งยืน  (เสียง สัมภาษณ์ นายอาซูวัน )

           สำหรับกิจกรรม “แรลลี่สัญจร รวมใจ ใต้สันติสุข” ในครั้งนี้ มีขบวนรถยนต์เข้าร่วมกิจ กรรมกว่า 200 คัน โดยจะเริ่มออกเดินทางจากสำนักงานคณะกรรมการอิสลามประจําจังหวัดปัตตานี เมื่อวันที่ 8 กันยายน มุ่งหน้าสู่จังหวัด สงขลา นครศรีธรรมราช ตรัง พัทลุง และสิ้นสุดที่ อำเภอเมือง จังหวัดปัตตานี ในวันที่ 11 กันยายน รวมเวลา 4 วัน3 คืน ซึ่งตลอดเส้นทางนอกจากจะมีกิจกรรมสาธารณประโยชน์แล้ว ยังมีการสื่อสารกับประชาชนนอกพื้นที่ชายแดนใต้ ให้รับทราบว่าคนในพื้นที่ส่วนใหญ่ต้องการความสันติสุข และต้องการสร้างสิ่งดีๆให้เกิดขึ้นในสังคม เช่นเดียวกันกับประชาชนในพื้นที่อื่น

ข้อมูล-ศูนย์ประชาสัมพันธ์ กองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายในภาค ๔ ส่วนหน้า

สำนักข่าวความมั่นคง

สืบสวน​ตม.3​ ร่วมมือ เจ้าหน้าที่ป่าไม้ จับกุมชิปปิ้ง ลักลอบส่งไม้หวงห้ามออกนอกประเทศ

         วันนี้​ วันพฤหัสบดีที่ 12 ก.ย.62 เวลา 10.00 น.ณ ห้องประชุมมหาเมฆ ชั้น 4 อาคาร 1 สตม.(สวนพลู) กทม.​: พล.ต.ท.สมพงษ์ ชิงดวง ผบช.สตม.พร้อมด้วย​ พล.ต.ต.สุรพงษ์ ชัยจันทร์ รอง ผบช.ภ.๗ ปฏิบัติราชการ สตม., พล.ต.ต.อาชยน ไกรทอง ผบก.ตม.3, พ.ต.อ.ยศพนธ์ จรรยาสถิต รองผบก.ภ.จ.จันทบุรี ปฏิบัติราชการ สตม.,พ.ต.อ.รัชธพงศ์ เตี้ยสุด ผกก.สส.บก.ตม.3 ร่วมแถลงข่าวการจับกุมคนร้าย ดังนี้

         พล.ต.ท.สมพงษ์​ฯ​ กล่าวว่า​ เจ้าหน้าที่ กก.สส.บก.ตม.3 ได้สืบสวนขบวนการคนต่าง ด้าวลักลอบนำไม้หวงห้ามจำนวนมากจากประเทศเพื่อนบ้านผ่านเข้าประเทศไทยเพื่อส่งออกไปประเทศที่ 3​ โดยเมื่อวันที่ 9 ก.ย.62 เวลา 12.00 น. เจ้าหน้าที่ตำรวจฯได้ร่วมกันตรวจสอบตู้คอนเทนเนอร์ ซึ่งอยู่ภายใน บ.ซากามิไทย จำกัด ถ.บางนาตราด ต.ราชาเทวะ อ.บางพลี จ. สมุทรปราการ พบไม้แปรรูปอยู่ภายในตู้คอนเทนเนอร์ดังกล่าวในลักษณะอำพรางโดยมีอิฐมวลเบาและกระสอบหินคลุกวางอยู่ด้านหน้าภายในตู้

         ต่อมา วันที่ 10 ก.ย.62 จึงได้ร่วมกับเจ้าหน้าที่สำนักทรัพยากรป่าไม้ สจป.ที่10 (ราชบุรี) รื้อตู้คอนเทนเนอร์ดังกล่าวเพื่อตรวจสอบไม้แปรรูป ข้างต้นพบว่าเป็นไม้ประดู่แปรรูป จำนวน 45 แผ่น/เหลี่ยมโดยวัดคำนวณเป็นปริมาตรได้ 8.71 ลบ.ม. เมื่อไม้ดังกล่าวไปถึงประ เทศปลายทางจะมีมูลค่าไม่ต่ำกว่า 10 ล้านบาท และได้มีนายตะวันฉาย อายุ 32 ปี รับว่าเป็นผู้ดำเนินการเกี่ยวกับตู้คอนเทรนเนอร์

          จากการสืบสวนสอบสวนทราบว่าเจ้าของไม้คือ นายสัญชัย บุญศิริ เป็นผู้ว่าจ้างในการส่งออกตู้คอนเทนเนอร์ดังกล่าว ซึ่งนายตะวันฉาย ฯ ทราบอยู่แล้วว่าภายในตู้นั้นมีไม้ประดู่บรรจุอยู่และไม่สามารถนำเอกสารอนุญาตการครอบครองใดๆมาแสดงต่อคณะเจ้าหน้าที่ได้ จึงร่วมกันทำการจับกุมนายตะวันฉาย

          โดยกล่าวหาว่ามีความผิดตาม พ.ร.บ.ป่าไม้ พ.ศ.2484 มาตรา 48 ฐานมีไม้แปรรูปหวงห้ามไว้ในครอบครองเกินกว่า 0.20 ลูกบาศก์เมตรโดยไม่ได้รับอนุญาตจากพนักงานเจ้าหน้าที่ มาตรา 70 ฐานรับไว้ด้วยประการใดๆ ซ่อนเร้นจำหน่ายหรือช่วยพาเอาไปเสียให้พ้นซึ่งไม้ที่ตนรู้อยู่แล้วว่าเป็นไม้ที่มีผู้ใดได้มาโดยการกระทำผิดต่อบทแห่งพระราชบัญญัตินี้ นำส่งพนักงานสอบสวน สภ.บางแก้ว เพื่อดำเนินการตามกฎหมายต่อไป

         ต่อมา เจ้าหน้าที่ตำรวจ กก.สส.บก.ตม.3 ได้ทำการสืบสวนขยายผลทราบว่า ไม้แปรรูปดังกล่าวข้างต้น มีต้นทางมาจากจังหวัดอุดรธานี จึงได้เดินทางไปตรวจสอบโกดัง เลขที่ 185 ม.11 ต.หนองนาคำ อ.เมือง จ.อุดรธานี จากการสืบสวนทราบว่ามีคนต่างด้าวเป็นเจ้าของและจะทำการขยายผลหาตัวเจ้าของต่อไป ซึ่งผลการตรวจสอบพบ มีไม้ประดู่ จำนวน 24 ท่อน , ไม้จามจุรี จำนวน 5 ท่อน เบื้องต้นยังไม่มีเอกสารมาแสดง จึงได้ร่วมกันทำการตรวจยึด ส่ง สภ.เมืองอุดรธานี เพื่อดำเนินการตามกฎหมายต่อไป

         พล.ต.ท.สมพงษ์​ฯ​ ขอฝาก​ประชา​สัมพันธ์​ให้ทราบว่า สตม. มีมาตรการในการตรวจสอบ กวดขัน และปราบปรามการกระทำความผิดในด้านต่างๆ ประสานความร่วมมือกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ปราบปรามการกระทำผิดที่ก่อให้เกิดความเสียหายต่อเศรษฐกิจของประเทศ รวมทั้งดำเนินการตรวจสอบชาวต่างชาติที่มีพฤติกรรมไม่เหมาะสม กระทำผิดกฎหมาย ก่อเหตุอันตรายต่อความสงบสุขและความปลอดภัยในชีวิตทรัพย์สินของประชาชน ทำให้เกิดความเสียหายต่อภาพลักษณ์ของประเทศชาติ หากประชาชนท่านใดพบเห็นเบาะแสการกระทำ ความผิด กรุณาแจ้งมายัง สำนักงานตรวจคนเข้าเมือง เลขที่ 507 ซ.สวนพลู แขวงทุ่งมหา เมฆ เขตสาทร กรุงเทพมหานคร 10120 หรือที่หมายเลขโทรศัพท์ 1178 หรือที่ www.immigration.go.th จักขอบพระคุณเป็นอย่างยิ่ง

สุรเชษฐ​ ศิลา​นนท์​ รายงาน​

ตม.3​ ร่วมสืบตม.ชลบุรี​ จับชาวจีนลักลอบทำงานจำหน่ายพระเครื่อง วัตถุมงคล กับกลุ่มทัวร์จีนในวัด

         วันนี้​ วันพฤหัสบดีที่ 12 ก.ย.62 เวลา 10.00 น.ณ ห้องประชุมมหาเมฆ ชั้น 4 อาคาร 1 สตม.(สวนพลู) กทม.​: พล.ต.ท.สมพงษ์ ชิงดวง ผบช.สตม.พร้อมด้วย​ พล.ต.ต.สุรพงษ์ ชัยจันทร์ รอง ผบช.ภ.๗ ปฏิบัติราชการ สตม., พล.ต.ต.อาชยน ไกรทอง ผบก.ตม.3,พ.ต.อ.ยศพนธ์ จรรยาสถิต รองผบก.ภ.จ.จันทบุรี ปฏิบัติราชการ สตม., พ.ต.อ.รัชธพงศ์ เตี้ยสุด ผกก.สส.บก.ตม.3 พร้อมชุดสืบสวนตม.จ.ชลบุรี ร่วมแถลงข่าวจับกุมกลุ่มชาวจีนลักลอบทำงานจำหน่ายของที่ระลึก พระเครื่อง วัตถุมงคล ให้กับนักท่องเที่ยวชาวจีนภายในวัด

          สืบเนื่องจากการสืบสวนทราบว่าในพื้นที่จังหวัดชลบุรีมีกลุ่มชาวจีนเข้ามามีพฤติกรรมลักลอบทำงาน โดยการจำหน่ายของที่ระลึก วัตถุมงคล ภายในวัดในเขตพื้นที่จังหวัดชลบุรี พล.ต.ท.สมพงษ์ ชิงดวง ผบช.สตม. จึงมอบหมายให้ บก.ตม.3 โดย พล.ต.ต.อาชยน ไกรทอง ผบก.ตม.3,พ.ต.อ.ภาส สิริสุขะ รอง ผบก.ตม.3 และสั่งการให้ พ.ต.อ.สัมพันธ์ เหลืองสัจจกุล ผกก.ตม.จ.ชลบุรี พร้อมชุดสืบสวน ตม.จ.ชลบุรี ทำการสืบสวนหาข่าว

          ต่อมาเมื่อวันที่ 1 ก.ย.62 เวลาประมาณ 13.30 น. จึงได้ร่วมกันตรวจสอบภายในอาคารเอนกประสงค์วัดเขาบุญมีดาราราม หรือวัดทุ่งคา หมู่ที่ 14 ต.ห้วยใหญ่ อ.บางละมุง จ.ชลบุรี พบกลุ่มชายชาวจีน ทั้งหมดรวม 7 คน กำลังทำงานแนะนำ เพื่อจำหน่ายพระเครื่อง วัตถุมงคล ของที่ระลึกให้กับนักท่องเที่ยวซึ่งส่วนใหญ่เป็นชาวจีนอยู่

         ตรวจสอบแล้วทั้งหมดไม่มีใบอนุญาตทำงาน จึงจับกุมในข้อหา “เป็นคนต่างด้าวเดินทางเข้ามาและอยู่ในราชอาณาจักรเป็นการชั่วคราวประกอบอาชีพหรือรับจ้างทำงานโดยไม่ได้รับอนุญาต และเป็นคนต่างด้าวทำงานโดยไม่มีใบอนุญาตทำงาน ซึ่งเป็นความผิดตาม พระราชบัญญัติคนเข้าเมือง พ.ศ.2522 มาตรา 37​ (1) และพระราชกำหนดการบริหารจัดการทำงานของคนต่างด้าว​ (ฉบับที่ 2) พ.ศ. 2561 มาตรา 8” ส่งตัวให้ พงส.สภ.ห้วยใหญ่ ดำเนินคดี และศาลแขวงพัทยาได้พิพากษาปรับคนละ 2,000 บาท หลังจากนั้นได้เพิกถอนการอนุญาตให้อยู่ในราชอาณาจักร พร้อมควบคุมตัวเพื่อผลักดันส่งกลับและบันทึกเป็นบุคคลต้องห้ามมิให้เข้าราชอาณาจักรเรียบร้อยแล้ว

         ตม.จ.ชลบุรี ขอเรียนให้ท่านทราบว่า ทางสำนักงานตรวจคนเข้าเมือง มีมาตรการในการตรวจสอบ กวดขัน และปราบปรามการกระทำความผิดในด้านต่างๆ รวมถึงการเฝ้าระวังบุคคลทั้งสัญชาติไทยและสัญชาติอื่นๆ ที่มีหมายจับและมีการเดินทางเข้า-ออกประเทศไทย หากประชาชนท่านใดพบเห็นเบาะแสการกระทำความผิด กรุณาแจ้งมายัง สำนักงานตรวจคนเข้าเมือง เลขที่ 507 ซ.สวนพลู แขวงทุ่งมหาเมฆ เขตสาทร กรุงเทพฯ 10120 หรือที่หมายเลขโทรศัพท์สายด่วน 1178 หรือที่ www.immigration.go.th จักขอบพระคุณเป็นอย่างยิ่ง

สุรเชษฐ​ ​ศิลา​นนท์​ รายงาน​

สืบสวนตม.3​ รวบกลุ่มชาวจีนลักลอบทำงานรับจ้างโอนเงินให้บ่อนพนันออนไลน์ข้ามชาติ

         วันนี้​ วันพฤหัสบดีที่ 12 ก.ย.62 เวลา 10.00 น.ณ ห้องประชุมมหาเมฆ ชั้น 4 อาคาร 1 สตม.(สวนพลู) กทม.​: พล.ต.ท.สมพงษ์ ชิงดวง ผบช.สตม.พร้อมด้วย​ พล.ต.ต.สุรพงษ์ ชัยจันทร์ รอง ผบช.ภ.๗ ปฏิบัติราชการ สตม., พล.ต.ต.อาชยน ไกรทอง ผบก.ตม.3, พ.ต.อ.ยศพนธ์ จรรยาสถิต รองผบก.ภ.จ.จันทบุรี ปฏิบัติราชการ สตม., พ.ต.อ.รัชธพงศ์ เตี้ยสุด ผกก.สส.บก.ตม.3 พร้อมชุดสืบสวนตม.จ.ชลบุรี ร่วมแถลงข่าวจับกุมกลุ่มชาวจีนลักลอบทำงานโอนเงินให้บ่อนพนันออนไลน์ในต่างประเทศ

          สืบเนื่องจากการประสานข้อมูลกับศูนย์ปราบปรามอาชญากรรมข้ามชาติและเข้าเมืองโดยผิดกฎหมายภ.จ.ชลบุรี และตำรวจท่องเที่ยว ร่วมกันสืบสวนทราบว่าในพื้นที่จังหวัดชลบุรีมีกลุ่มชาวจีนเข้ามามีพฤติกรรมลักลอบทำงานในลักษณะคล้ายบ่อนพนันออนไลน์

          พล.ต.ท.สมพงษ์ฯ.จึงมอบหมายให้บก.ตม.3 โดย พล.ต.ต.อาชยน ไกรทอง ผบก.ตม.3, พ.ต.อ.ภาส สิริสุขะ รอง ผบก.ตม.3 และสั่งการให้ พ.ต.อ.สัมพันธ์ เหลืองสัจจกุล ผกก.ตม.จ.ชลบุรี พร้อมชุดสืบสวนออกบูรณาการกำลังร่วมกับหน่วยงานข้างต้นออกสืบสวนหาข่าว

         โดยเมื่อวันที่ 3 ก.ย.62 เวลาประมาณ 17.30 น. ตม.จ.ชลบุรีได้บูรณาการกำลังนำหมายค้นศาลแขวงพัทยาเข้าตรวจค้นห้องพักตั้งอยู่บนชั้น 7 ของคอนโดมิเนียมแห่งหนึ่ง บนถนนพรประภานิมิต ม.6 ต.หนองปรือ อ.บางละมุง จ.ชลบุรี จำนวน 3 ห้อง พบกลุ่มชาวจีนชายและหญิงทั้งหมดรวม 17 คน พร้อมตรวจยึดคอมพิวเตอร์โน้ตบุ๊กหลายสิบเครื่อง โทรศัพท์มือถือ หลากหลายยี่ห้อกว่า 300 เครื่อง ซิมสำหรับเล่นอินเตอร์เน็ตรายวัน และบัญชีอิเล็กทรอ นิกส์ที่ถูกทำลายและยังไม่ได้ใช้งานอีกจำนวนมาก โดยกลุ่มผู้กระทำผิดจะเป็นตัวกลางรับโอนเงินจากลูกค้าแล้วส่งต่อให้กับบ่อนการพนันอีกทีหนึ่ง โดยกลุ่มจะทำหน้าที่เปิดบัญชีอาลีเปย์ Alipay

          เพื่อให้ลูกค้าที่สมัครซื้อเพื่อเล่นพนันออนไลน์ และเมื่อลูกค้าโอนเงินเข้ามา ก็จะโอนออกจาก บช.อาลีเปย์ Alipay เข้า บช.ธนาคารในประเทศจีน แล้วโอนต่อไปให้บ่อนอีกครั้งหนึ่ง ยอดรับโอนแต่ละครั้ง 10-3,000 หยวน ยอดรวมเฉลี่ยที่รับโอนต่อวัน ประมาณ 2,000,000 หยวน (สองล้านหยวน)หรือประมาณวันละ 8 ล้านบาท โดยสมาชิกจะได้ค่าตอบแทนเป็นเงินสดเดือนละ 40,000 บาท

          จึงจับกุมในข้อหา “เป็นบุคคลต่างด้าวซึ่งได้รับอนุญาตให้อยู่ในราชอาณาจักรเป็นการชั่วคราวทำงานโดยไม่ได้รับอนุญาต ตาม พ.ร.ก.การบริหารจัดการทำงานของคนต่างด้าว พ.ศ.2560 (มาตรา8)” ส่งตัวให้พงส. สภ.หนองปรือ ดำเนินคดี และได้เพิกถอนการอนุญาตให้อยู่ในราชอาณาจักร พร้อมควบคุมตัวเพื่อผลักดันส่งกลับและบันทึกเป็นบุคคลต้องห้ามมิให้เข้าราชอาณาจักรเรียบร้อยแล้ว

          ตม.จ.ชลบุรี ขอเรียนให้ท่านทราบว่า ทางสำนักงานตรวจคนเข้าเมือง มีมาตรการในการตรวจสอบ กวดขัน และปราบปรามการกระทำความผิดในด้านต่างๆ รวมถึงการเฝ้าระวังบุคคลทั้งสัญชาติไทยและสัญชาติอื่นๆ ที่มีหมายจับและมีเดินทางเข้า-ออกประเทศไทย หากประชาชนท่านใดพบเห็นเบาะแสการกระทำความผิด กรุณาแจ้งมายัง สำนักงานตรวจคนเข้าเมือง เลขที่ 507 ซ.สวนพลู แขวงทุ่งมหาเมฆ เขตสาทร กรุงเทพมหานคร 10120 หรือที่หมายเลขโทรศัพท์สายด่วน 1178 หรือที่ www.immigration.go.th จักขอบพระคุณเป็นอย่างยิ่ง

สุรเชษฐ​ ศิลา​นนท์​ รายงาน​

นายกรัฐมนตรี เตรียมลงพื้นที่ตรวจราชการจังหวัดนครศรีธรรมราชและจังหวัดสุราษฎร์ธานี

          ศาสตราจารย์นฤมล ภิญโญสินวัฒน์ โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า พลเอกประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม พร้อมคณะจะเดินทางไปตรวจราชการและพบปะประชาชน จังหวัดนครศรีธรรมราชและสุราษฎร์ธานี ในวันศุกร์ที่ 13 กันยายน 2562 โดยช่วงเช้า นายกรัฐมนตรีและคณะจะเดินทางไปยังจังหวัดนครศรีธรรมราช เพื่อตรวจติดตามพื้นที่ก่อสร้าง ปตร.กม. 9+200 คลองท่าเรือ – หัวตรุด ในโครงการบรรเทาอุทกภัยเมืองนครศรีธรรมราชอันเนื่องมาจากพระราชดำริ ซึ่งเป็นหนึ่งโครงการที่รัฐบาลให้ความสำคัญในการแก้ปัญหาบรรเทาอุทกภัยในเขตเมืองนครศรีธรรมราชและพื้นที่ใกล้เคียง

         จากนั้น นายกรัฐมนตรีจะเดินทางต่อไปยังโรงเรียนสาธิตองค์การบริหารส่วนจังหวัด 1 เพื่อพบปะประชาชนและนักเรียน พร้อมกับมอบอุปกรณ์ส่งเสริมอาชีพให้แก่ผู้สูงอายุ และมอบอุปกรณ์การเรียนแก่นักเรียน ก่อนจะออกเดินทางไปยังวัดพระมหาธาตุวรมหาวิหาร เพื่อสักการะพระบรมธาตุเจดีย์ ซึ่งเป็นศาสนสถานสำคัญ คู่บ้านคู่เมืองของชาวจังหวัดนครศรีธรรมราช

          ช่วงบ่าย นายกรัฐมนตรีและคณะ เดินทางต่อไปยังเกาะสมุย จังหวัดสุราษฎร์ธานี เพื่อเยี่ยมชมการดำเนินงานของวิทยาลัยอาชีวศึกษาภาวนาโพธิคุณ ซึ่งเป็นวิทยาลัยอาชีวศึกษาเพื่อการกุศลจัดการศึกษาระดับอาชีวศึกษาเพื่อตรงกับความต้องการของผู้ประกอบการ ซึ่งนักศึกษาไม่ต้องเสียค่าใช้จ่าย โดยนายกรัฐมนตรีจะเยี่ยมชมแปลงเกษตร ฟาร์มไก่ และเข้ากราบนมัสการพระภาวนาโพธิคุณ เจ้าอาวาสวัดธารน้ำไหล

          จากนั้นจะเดินทางต่อไปยังสถานีสูบน้ำปลายคลองเฉวง (CP1) เพื่อดูการทำงานของระบบน้ำของสถานีสูบน้ำปลายคลอง (CP1)  ต่อด้วยการเป็นประธานเปิดงาน “เทศกาลท่องเที่ยวเกาะสมุย ครั้งที่ 4 : Samui Festival 2019” ณ บริเวณลานพลุเฉวง เพื่อส่งเสริมการท่องเที่ยวเกาะสมุย

ขอบคุณเรื่องแนะนำ – จากกลุ่มประชาสัมพันธ์และเผยแพร่ สำนักโฆษก