สาวใหญ่หนีตาย ก่อนไฟลุกท่วม เผยเอะใจ ตั้งแต่มีกลิ่นเหม็นไหม้จากรถ คาดสาเหตุมาจากไฟฟ้าลัดวงจร

https://youtu.be/WOaiXaFxGmk

สาวใหญ่หนีตาย ก่อนไฟลุกท่วม เผยเอะใจตั้งแต่มีกลิ่นเหม็นไหม้จากรถกลางถนนขณะเดินทางกลับบ้าน คาดสาเหตุมาจากไฟฟ้าลัดวงจร

         เมื่อเวลา 9.30 น. พันตำรวจโทสมาน ชัยชาญ รองสว.ป สภ.คิชฌกูฎ ได้รับแจ้งจากพลเมืองดีว่า มีไฟไหม้รถเก๋ง ที่บริเวณเลยทางแยกวัดพลวง อ.เขาคิชฌกูฎ ไปเล็กน้อย หลังรับแจ้งจึงประสานไปยังเทศบาลตำบลพลวง เพื่อขอรถดับเพลิงสนับสนุนที่เกิดเหตุ เมื่อไปถึงที่เกิดเหตุพบรถเก๋ง โตโยต้า สีบรอน หมายเลขทะเบียนกท 9864 จันทบุรี ถูกไฟไหม้ทั้งคัน เจ้าหน้ากู้ภัยสว่างกตัญญูจันทบุรี ได้ปิดการจราจรชั่วคราว หลังจากนั้นเจ้าหน้าที่ดับเพลิงได้ระดมฉีดน้ำขณะไฟกำลังลุกท่วม เพื่อทำการสกัดไฟ โดยใช้เวลา กว่า 20 นาที เพลิงจึงสงบ

         ใกล้เคียงที่เกิดเหตุ พบนางสาวดลนภา จังหวัดนา อสม. บ้านคิชฌกูฎ เจ้าของรถ เล่าว่า ระหว่างขับรถกลับจากไปประชุมจะกลับบ้าน เมื่อมาถึงที่เกิดเหตุพบได้กลิ่นเหม็นไหม้ออกมาจากช่องแอร์ จึงหันไปมอง ด้านหลัง กลับพบว่ามีควันขึ้นมาจากฝากระโปงหลัง จึงรีบออกจากรถ แล้ววิ่งไปหลบบริเวณใกล้ๆ ก่อนมีคนโทรแจ้งเจ้าหน้าที่ตำรวจให้ เบื้องต้นทางเจ้าหน้าที่ตำรวจสันนิษฐาน สาเหตุน่าจะเกิดจากไฟฟ้าลัดวงจร อย่างไรก็ตามเจ้าหน้าที่จะนำรถยนต์เก๋งไปเก็บรักษาไว้ที่ สภ.คิชฌกูฎ เพื่อตรวจสอบหาสาเหตุที่แท้จริงต่อไป.


สุปราณี แก้วหุง/จันทบุรี รายงาน

สอ รฝ ปิดการฝึกทบทวนความพร้อมก่อนออกปฎิบัติราชการชายแดนใต้

         วันนี้ 17 ก.ย.62 นาวาเอก เฉลิมชัย สวนแก้ว รองผู้บัญชาการหน่วยบัญชาการต่อสู้อา กาศยานและรักษาฝั่งกองทัพเรือ ผู้แทนผู้บัญชาการ มาเป็นประธาน ปิดการฝึกทบทวนความพร้อมก่อนออกปฏิบัติราชการ กองร้อยรักษาความปลอดภัยสนามบินจังหวัดนราธิวาส และหน่วยปฏิบัติการหน่วยบัญชาการต่อสู้อากาศยานและรักษาฝั่ง จังหวัดสงขลา ประจำปี 2562 ซึ่งจัดขึ้นที่กองบังคับการศูนย์การฝึก หน่วยบัญชาการต่อสู้อากาศยานและรักษาฝั่งอำเภอสัต หีบ จังหวัดชลบุรี โดยมี นาวาเอก ปิยะศักดิ์ นิลนิมิต ผู้บังคับการศูนย์การฝึกฯ นำกำลังพลเข้าร่วมในพิธีปิดการฝึกจำนวน 200 นาย

         ตามที่ หน่วยบัญชาการต่อสู้อากาศยานและรักษาฝั่ง มอบหมายให้ศูนย์การฝึกเป็นหน่วยรับผิดชอบในการจัดการฝึกทบทวน ความพร้อมให้แก่กำลังพลที่จะไปผลัดเปลี่ยนในกองร้อย รปภ.สนามบินจังหวัดนราธิวาส และนป.สอ.รฝ.สข. ศูนย์การฝึกจึงได้ตั้งกองอำนวยการฝึก และทำการฝึกทบทวนระหว่างวันที่ 19 สิงหาคม – 17กันยายน 2562 ได้แบ่งออกเป็น 2 หน่วย ประกอบด้วย หน่วยฝึกกองร้อย รปภ.สนามบินจังหวัดนราธิวาส และหน่วยฝึกหน่วยปฎิบัติการต่อสู้อากาศยานและรักษาฝั่ง จังหวัดสงขลา ทำให้ได้รับความรู้ด้านวิชาการต่างๆ ที่มีความจำเป็นต่อการปฏิบัติงานในพื้นที่ปฏิบัติการจริง มีความเข้าใจ และความชำ นาญยิ่งขึ้น ด้วยการฝึกการสถานี การฝึกยิงอาวุธ และขว้างลูกระเบิด รวมถึงการนำความรู้ที่ได้รับจากการฝึกมาใช้ในการวางแผนระวังป้องกันที่ตั้ง ตลอดจนแก้ไขสถานการณ์การฝึกที่เกิดขึ้น ในห้วงของการฝึกปัญหาต่อเนื่อง เพื่อ กำลังพลจะมีความพร้อมที่จะไปปฏิบัติราชการ ได้อย่างมีประสิทธิภาพ

          นาวาเอก เฉลิมชัย สวนแก้ว กล่าวว่า ขอชื่นชมกำลังพลที่มีความตั้งใจเข้ารับการฝึก ซึ่งทำให้หน่วยมั่นใจว่า กำลังพลทุกนายมีความพร้อมที่จะปฏิบัติราชการในหน่วยปฏิบัติการต่อสู้อากาศยานและรักษาฝั่ง จังหวัดสงขลา ในวงรอบผลัดเปลี่ยน และสามารถปฏิบัติหน้าที่ของตนตามที่ได้รับมอบหมายได้อย่างมีประสิทธิภาพ จะเห็นได้จากการศึกษาภาควิชาการ การฝึกภาคสนาม และการฝึกยิงอาวุธ ที่มีความจำเป็นต่อการปฏิบัติงานในพื้นที่ปฏิบัติการจริง อีกด้วย


ภาพ/ข่าว นิราช ทิพย์ศรี /นันทพล ทิพย์ศรี อ.สัตหีบ จ.ชลบุรี 0909535645
นายพรเทพ เขม้นเขตวิทย์ รายงานจากศูนย์ข่าวภาคตะวันออก

3จังหวัดชายเเดนภาคใต้-คืบหน้าเหตุซุ่มยิงขว้างระเบิดที่โคกโพธิ์

3 จังหวัดชายเเดนภาคใต้~คืบหน้าเหตุซุ่มยิงขว้างระเบิดที่โคกโพธิ์ อ.ส เสียชีวิต 1 นาย

         เมื่อเวลา 17.05 น. 1.อส.พัลลภ ศรีทองแก้ว อายุ 26 ปี ที่อยู่ 11/4 ม.3 ต.นาประดู่ อ. โคกโพธิ์ จ.ปัตตานี อาการ กระสุนโดนบริเวณศรีษะและที่ราวนมด้านซ้าย หมอได้ช่วยอย่างสุดความสามารถ แต่ไม่สามารถทนพิษบาดแผลได้ เสียชีวิต 1 นาย คือ พงษ์ศักดิ์ ยอดใจ อายุ 30 ปีที่อยู่ 54 ม.4 ต.ช้างให้ตก อ.โคกโพธิ์ จ.ปัตตานี อาการ กระสุนบริเวณศรีษะมีเนื้อสมองไหลออกมา อาการสาหัส ส่ง รพ.ปัตตานี บริเวณที่เกิดเหตุ : ปากทางเข้าโรงเรียนบ้านควนประ หมู่ที่ 5 ต.นาประดุ่ อ.โคกโพธิ์ จ.ปัตตานี


ภาพ/ข่าว:อับดุลมาลิก เจ๊ะตีรอกี

ผู้สื่อข่าวพิเศษ ประจำ 3 จังหวัดชายเเดนภาคใต้

มุกดาหาร # ทพ.2110 บุกจับ2หนุ่มใหญ่เครือข่ายค้ายาบ้าชุกยาใต้ที่นอนพร้อมกัญชา

กองร้อยทหารพราน 2110 ร่วมกองกำลังสุรศักดิ์มนตรี เข้าปิดล้อมตรวจค้นบ้านเป้าหมายเครือข่ายยาเสพติด 2 ฝั่งโขง ลักลอบนำเข้ายาเสพติดเข้าประเทศส่งให้เครือข่ายฝั่งไทยนำยาบ้า 2,200 เม็ดกัญชา 2 ก.ก.ชุกใต้ที่นอนเปิดบ้านขายให้กลุ่มวัยรุ่นและชาวบ้านทั่วไป ถูกจับกุมได้ผู้ต้องหา 2 ราย

          วันที่ 16 กันยายน 2562 กองร้อย ทหารพราน 2110 กรมทหารพรานที่ 21 โดยการอำนวยการของ พ.อ.สุภัทร ชูตินันทน์ ผบ.ฉก.ทพ.21 นายยุคล กาญจนศิริพงษ์ในอำเภอดอนตาล พ.ต.อ.อลงกรณ์ เสนีย์รณฤทธิ์ ผกก.สภ.ดอนตาล ได้สั่งการให้ พ.ต.อัครเดช อัครสาร ผบ.ร้อย ทพ.2110 พร้อมด้วยทหารกองกำลังสุรศักดิ์มนตรี หลังได้รับแจ้งจากสายหลับว่าที่บ้านเลขที่ 138 บ้านดอนตาล ม.2 ต.ดอนตาล อ.ดอนตาล จ.มุกดาหาร มีการเปิดบ้านให้กลุ่มวัยรุ่นและกลุ่มหนุ่มใหญ่เข้าไปมั่วสุ่มเสพยาและชื้อขายยาเสพติดแบบเปิดเผยไม่เกรงกลัวกฎหมายจึงนำกำลังร่วมเข้าปิดล้อมบ้านเป้าหมายบ้านหลังดังกล่าวเข้าตรวจค้นพบ 2 หนุ่มใหญ่อยู่ภายในบ้าน

          โดยมีนายแพงศรี สกุลไทย อายุ 54 ปี บ้านเลขที่ 258 ม.1 บ้านดอนตาล ต.ดอนตาล อ.ดอนตาล จ.มุกดาหาร เป็นเจ้าของบ้านและนาย อัมพร อาภรศรี อายุ 43 ปี บ้านเลขที่ 138 ม.2 บ้านดอนตาล ต.ดอนตาล อ.ดอนตาล จ.มุกดาหาร กำลังเพลินนั่งเสพยาเจ้าหน้าที่สอบสวนว่ายาบ้าซุกซ่อนอยู่ที่ไหน ทั้ง 2 คน ก็ยังปากแข็งบอกไม่มีเจ้าหน้าที่จึงนำตัวทั้ง 2 ไปตรวจปัสสาวะของทั้ง 2 มีผลเป็นบวกสีม่วงทั้ง 2 ต้องยอมจำนน

          นำเจ้าหน้าที่เข้าไปตรวจค้นภายในห้องนอนพบยาบ้าซุกซ่อนอยู่ใต้ที่นอนยาบ้า จำนวน 1 มัด กับอีก 1 ถุงยาบ้ารวมจำนวน 2,200 เม็ด และกัญชาอัดแท่ง จำนวน 2 แท่งน้ำนัก 2 ก.ก. ซุกซ่อนอยู่ใต้ที่นอน โดยผู้ต้องหาทั้ง 2 ยอมรับสภาพว่ายาบ้าและกัญชาเป็นของผู้ต้องหาจริง เจ้าหน้าที่จึงนำผู้ต้องหาพร้อมของกลางยาบ้าและกัญชาส่งพนักงานสอบสวน สภ.ดอนตาลเพื่อขยายผลนำตัวกลุ่มเครือข่ายค้ายาบ้ามาดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป.


ธานินทร์, ฐานิตา, สมเกียรติ /ผู้สื่อข่าวมุกดาหาร

พวงเพชร จันทร์ดี / หัวหน้าศูนย์ข่าวมุกดาหาร

เดวิด มุกดาหาร ศูนย์ข่าว สำนักข่าวความมั่นคง มุกดาหาร รายงาน

“บิ๊กอู๊ด” นำทีม ส่งมอบความห่วงใย ให้บ้านอุบลฮักแพง

         วันนี้​ วัน​จันทร์​ที่ 16 ก.ย.62 เวลา 09.30 น. : พล.ต.ท.สมพงษ์ ชิงดวง ผบช.สตม. พร้อมด้วย พ.ต.อ.เชิงรณ ริมผดี รอง ผบก.ตม.2, พ.ต.อ.เอกกร บุษบาบดินทร์ รองผบก. ตม.5, พ.ต.อ.ไพฑูรย์ กุลัตถ์นาม รองผบก.กฝ. ปฏิบัติราชการ สตม., พ.ต.อ.มานะ นาคทั่ง รองผบก. ภ.จว.นครศรีธรรมราช ปฏิบัติราชการ สตม., พ.ต.อ.ธนิสร แสงท่านั่ง ผกก.ตม.จ.อุบลราชธานี และคณะหลักสูตรพัฒนาการเมืองและการเลือกตั้งระดับสูงรุ่นที่ 6 นำตำรวจจิตอาสาสังกัด สตม.ในพื้นที่ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ และ ตม.จ.อุบลราชธานี

         เดินทางร่วมกันไปมอบเครื่องอุปโภค บริโภค ของใช้ที่จำเป็น ให้กับผู้พิการทางสมอง ที่ถูกทอดทิ้ง ไม่มีที่พักอาศัย ขาดผู้อุปการะดูแล หรือไม่สามารถอยู่กับครอบครัวได้รวมทั้งสิ้น 119 คน ณ สถานคุ้มครองและพัฒนาคนพิการบ้านอุบลฮักแพง สังกัดกรมส่งเสริมและพัฒนาคุณภาพชีวิตคนพิการ กระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ จ. อุบล ราชธานี โดยมีนางบุญสิตา กันพูล ผู้ปกครองสถานคุ้มครองและพัฒนาคนพิการบ้านอุบลฮักแพง และคณะ ให้การต้อนรับ

          บ้านอุบลฮักแพง ได้ก่อตั้งขึ้นตั้งแต่ปี 2553 โดยมีภารกิจในการดูแลคนพิการ ทั้งชายและหญิง ที่มีอายุตั้งแต่ 18 ปีขึ้นไป ปัจจุบันมีคนพิการเพศชาย 57 คน เพศหญิง 62 คน รวมทั้งสิ้น 119 คน โดยมุ่งหวังในการส่งเสริมและพัฒนา ให้คนพิการมีคุณภาพชีวิตที่ดี สามารถช่วยเหลือตนเองได้ และพัฒนาไปถึงการช่วยเหลือซึ่งกันและกันภายในบ้าน และมากไปกว่านั้น คือการได้ช่วยเหลือแบ่งปันต่อสังคมต่อไปเมื่อมีโอกาสด้วย

          ในโอกาสนี้ พล.ต.ท.สมพงษ์ฯ และคณะ ได้เยี่ยมชมห้องอาชีวบำบัด ของสถานคุ้มครองและพัฒนาคนพิการบ้านอุบลฮักแพง เป็นห้องฝึกอาชีพผู้พิการ และช่วยอุดหนุนผลิตภัณฑ์จากผู้พิการ เพื่อเป็นขวัญกำลังใจ มุ่งหวังในการส่งเสริมและพัฒนา ให้คนพิการมีความสุข มีรอยยิ้ม อันเป็นการส่งมอบความสุข และเป็นอีกหนึ่งกำลังใจ จากใจตำรวจไทยให้กับผู้ด้อยโอกาสด้วย

          ทั้งนี้​ ตามนโยบายของรัฐบาล โดยการสั่งการของ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี และพล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรี ในเรื่องการพัฒนาคุณภาพชีวิตของประชา ชน โดยเฉพาะอย่างยิ่ง การให้ความช่วยเหลือผู้ด้อยโอกาส สำนักงานตำรวจแห่งชาติ โดย พล.ต.อ.จักรทิพย์ ชัยจินดา ผบ.ตร. จึงได้เน้นย้ำให้ข้าราชการตำรวจทุกหน่วย ทำเพื่อประชา ชน และสังคมโดยรวม ด้วยการแสดงออกถึงความเอื้อเฟื้อเผื่อแผ่ การมีจิตอาสา การเป็นผู้ให้โดยไม่หวังผลตอบแทน


Cr.ทีมงาน​ประชา​สัมพันธ์​ ตชด.
สุรเชษฐ​ ศิลา​นนท์​ รายงาน​

อุบลราชธานี-ตชด.ออกปฏิบัติภารกิจให้การช่วยเหลือผู้ประสบอุทกภัยทุกวันต่อเนื่องจนถึงปัจจุบัน

ตชด.ออกปฏิบัติภารกิจให้การช่วยเหลือผู้ประสบอุทกภัยทุกวัน โดยเริ่มปฏิบัติตั้งแต่​ วันที่​ 3​ ก.ย.62​ เป็นต้นมาอย่างต่อเนื่องจนถึงปัจจุบัน ในพื้นที่จังหวัดอุบลราชธานี

         พ.ต.อ.ชัยรัตน์ อู่พิทักษ์​ ผกก.3 บก.กฝ.บช.ตชด. มอบหมายให้ ชุดช่วยเหลือผู้ประสบภัย จำนวน 2​ ชุด นำโดยร.ต.อ.ไพศาล ทบธรรม ผบมวฯ​ (หน.ชุดที่​ 1) ร.ต.อ.สมัย​ มรุสิทธิ์​ (หน.ชุดที่​ 2) พร้อมกำลังพลในสังกัด​ และผู้รับการฝึกหลักสูตรนักเรียนนายสิบตำรวจที่ฝึกหัดปฏิบัติราชการจำนวน​ 20 นายออกปฏิบัติภารกิจให้การช่วยเหลือผู้ประสบภัยจากอุทกภัยทุกวัน โดยเริ่มปฏิบัติตั้งแต่​ วันที่​ 3​ ก.ย.62​ เป็นต้นมาอย่างต่อเนื่องจนถึงปัจจุบัน ในพื้นที่ จังหวัดอุบลราชธานี จำนวน​ 5​ อำเภอได้แก่​ อ.ม่วงสามสิบ, อ.เชื่องใน, อ.วารินชำราบ, อ.พิบูลมังสาหาร​และ​ อ.เมืองอุบลราชธานี


สุรเชษฐ​ ศิลา​นนท์​ รายงาน

กลุ่มชาวพุทธฯ​ ถอนแจ้งความ อ.เฉลิมชัย อ.เดชา และศิลปินวาดพระพุทธรูปอุลตร้าแมน

         วันนี้ วัน​จันทร์​ที่​ 16 ก.ย.62​ เวลา 10.45 น.ที่กองบังคับการ​ปราบปราม : นายจรูญ วรรณกสิณานนท์ และนายพงศ์นรินทร์ อมรรัตนา พร้อมกลุ่มชาวพุทธพลังแผ่นดิน เข้าพบ ร.ต.อ.สุนทร ทองมณี รอง สว.(สอบสวน) กก.3 บก.ป.เพื่อถอนแจ้งความกลุ่มบุคคลที่เกี่ยว ข้องกับภาพวาดพระพุทธรูปอุลตร้าแมน ซึ่งเคยแจ้งความดำเนินคดี 5 คนคือ นางสาวศุภรัตน์ ชัยจังหรีด นักศึกษาที่วาดภาพ,นายวีรยุทธ ไม่ทราบนามสกุล อาจารย์ที่ปรึกษาของนางสาวศุภรัตน์ฯ,นางสาวปพิชญา ณ นครพนม ผอ.ห้างเทอมินอล 21 จ.นครราชสีมา,นายเฉลิมชัยโฆษิตพิพัฒน์ ศิลปินชื่อดังที่ออกมาสนับสนุนว่าเป็นความคิดสร้างสรรค์ และนายเดชา กิติวิทยานันท์ ทนายความ ที่เคยเปิดเผยสู่สาธารณชนว่ากระกระทำดังกล่าวไม่เป็นความผิด โดยแจ้งความดำเนินคดีฐานความผิดตามประมวลกฎหมายรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักร 2560 มาตรา 67 ว่ารัฐพึงอุปถัมภ์และคุ้มครองพระพุทธศาสนา เมื่อวันที่ 11 ก.ย.62​ ที่ผ่านมา พร้อมแจ้งความกับกลุ่มบุคคลอื่นเพิ่มเติม

         นายจรูญฯ กล่าวว่า หลังเกิดเรื่องทั้งหมดจนถึงขั้นฟ้องร้องดำเนินคดีในความผิดฐานดูหมิ่นพระพุทธศาสนา เมื่อทางกลุ่มได้ค้นหาข้อมูลจนพบสิ่งผิดปกติหลายอย่างเกี่ยวกับภาพดังกล่าว ว่ามีลักษณะคล้ายจะซ่อนรหัสลับบางอย่างมากกว่าที่ภาพศิลปะปกติจะมี และยังเชื่อว่ามีการกระทำเป็นขบวนการซึ่งยังไม่สามารถเปิดเผยได้ ให้เป็นหน้าที่ตำรวจดำเนินการ จึงได้ถอนฟ้องผู้ไม่เกี่ยวข้องได้แก่ น.ส.ศุภรัตน์ ชัยจังหรีดน.ส.ปพิชญา ณ นครพนม, นายเฉลิมชัย โฆษิตพิพัฒน์​ และ นายเดชา กิติวิทยานันท์ เพราะเชื่อได้ว่าบุคคลทั้ง 4 เป็นเพียงเครื่องมือเท่านั้น และเมื่อตรวจสอบแล้วพบว่ามีผู้ให้การสนับสนุนให้มีการจัดงานแสดงรูปภาพอีกหลายคน ซึ่งวันนี้ก็ได้แจ้งความเพิ่มกับกลุ่มบุคคลดังกล่าว แต่ไม่สามารถเปิดเผยได้ ซึ่งต้องให้ตำรวจดำเนินการสอบสวนต่อไป และเชื่อว่ามีรหัสลับในภาพที่อาจบ่งบอกบางอย่าง

          นายจรูญฯ กล่าวต่อว่า ทางกลุ่มจะแจ้งความกับบุคคลอื่นที่เกี่ยวข้องเพิ่มอย่างน้อย 2 คน เนื่องจากภาพดังกล่าวเกี่ยวข้องกับเรื่องลิขสิทธิ์อุลตร้าแมน เพื่อสอบถามว่ารู้เห็นเป็นใจกับเรื่องนี้หรือไม่ เมื่อได้รับคำตอบแล้วจึงจะดำเนินการต่อไป “ทางกลุ่มยืนยันว่าจะเดินหน้าในเรื่องนี้จนถึงที่สุด ไม่เช่นนั้นต่อไปอาจจะมีรูปภาพสัตว์ต่างๆ ที่มีเศียรเป็นพระพุทธรูป หรือมีตัวเป็นพระพุทธรูปแต่ศีรษะเป็นสัตว์ โดยอ้างว่าศิลปะสร้างสรรค์ได้” นายจรูญฯ กล่าว

          นายจรูญฯ กล่าวอีกว่า จากเหตุการณ์ในครั้งนี้ทางกลุ่มขอน้อมรับกับคำวิพากย์วิจารณ์ต่างๆ และขออภัยที่ทำให้ผู้เกี่ยวข้องตกใจบ้าง ทั้งนี้ก็ขอขอบคุณ อ.เฉลิมชัย และทนายเดชา เพราะหากไม่มีบุคคลทั้งสอง พวกผมก็ไม่ออกมาเรียกร้องจนได้พบปัญหาที่แท้จริงอย่างรวดเร็ว

เบื้องต้น ร.ต.อ.สุนทร รับเรื่องไว้ ก่อนเสนอให้ผู้บังคับบัญชาพิจารณาสั่งการต่อไป


Cr.เจริญ​ผล​ เอี่ยม​พึ่ง
สุรเชษฐ​ ศิลา​นนท์​ รายงาน​

พัฒนาอาสาสมัคร มูลนิธิป่อเต็กตึ้ง ช่วยเหลือผู้เจ็บปวยฉุกเฉิน​ อย่างมีประสิทธิภาพตามมาตรฐาน ลดความสูญเสียจากการเสียชีวิตและพิการ

          วันนี้​ วัน​จันทร์​ที่ 16 กันยายน 2562 เวลา​ 14.00​ น.​ ณ โรงพยาบาลหัวเฉียว​ : ดร.วิเชียร​ เตชะไพบูลย์ ประธาน​มูลนิธิ​ป่อเต็กตึ้ง เป็นประธานในพิธีมอบประกาศนียบัตรอาสาสมัครฉุกเฉินการแพทย์ให้กับอาสาสมัครของมูลนิธิฯ ที่ผ่านการฝึกอบรม​ หลักสูตรการปฐมพยาบาล​ และช่วยปฏิบัติการแพทย์ขั้นพื้นฐาน เปิดเผยว่ามูลนิธิป่อเต็กตั้ง​ เป็นองค์กรการกุศลเอกชนที่ไม่แสวงหากำไร ดำเนินงานสาธารณกุศล​ และงานบรรเทาสาธารณภัย​ ต่างๆ ช่วยเหลือบรรเทาทุกข์บำรุงสุขแก่เพื่อนมนุษย์ทุกชนชั้น ทุกศาสนาตั้งแต่เกิด แก่ เจ็บ และตาย​ ไม่เลือกเพศ และวัย ตลอดรวมทั้งด้านการศึกษา

         ปัจจุบันมูลนิธิฯ มีหน่วยงานในเครือข่ายประกอบด้วยโรงพยาบาลหัวเฉียว, มหา วิทยาลัยหัวเฉียวเฉลิมพระเกียรติ และคลินิกการประกอบโรคศิลปะสาขาการแพทย์แผนจีนหัวเฉียว โดยมีอาสาสมัครมูลนิธิป่อเต็กตึ้ง ผู้มีจิตอาสาช่วยเหลือสังคมเป็นกำลังสำคัญส่วนหนึ่งในงานช่วยเหลือสังคมต่างๆ​ มูลนิธิป่อเต็กตึ้ง ตระหนักถึงความสำคัญของอาสาสมัครมูลนิธิ​ฯในการเข้าช่วยเหลือ​ ผู้ประสบภัยในเบื้องต้นจึงได้มอบหมายให้โรงพยาบาลหัวเฉียว

          ซึ่งเป็นหน่วยงานในเครือข่าย​ และเป็นองค์กรที่ได้รับการรับรองจากสถาบันการแพทย์ฉุกเฉินแห่งชาติ (สพฉ.) ให้เป็นองค์กร​ ฝึกอบรมปฏิบัติการแพทย์ขั้นพื้นฐานและช่วยปฏิบัติการแพทย์ขั้นสูงจัดการฝึกอบรมหลักสูตร​ “การปฐมพยาบาล​ และช่วยปฏิบัติการแพทย์ขั้นพื้นฐาน” ให้แก่อาสาสมัครฉุกเฉินการแพทย์ของมูลนิธิฯ เพื่อให้อาสาสมัครของมูลนิธิฯ​ มีวิชาความรู้ ความเข้าใจสามารถปฏิบัติงานอาสาสมัครฉุกเฉินการแพทย์อย่างถูกต้อง ตามมาตรฐานวิชาการของสถาบันการแพทย์ฉุกเฉินแห่งชาติ

          ปัจจุบันอาสาสมัครได้สำเร็จการฝึกอบรมเป็นอาสาสมัครฉุกเฉินการแพทย์แล้ว สามารถนำความรู้ ความเข้าใจอย่างถูกต้องจากการฝึกอบรมจนจบหลักสูตรไปใช้ในการช่วยชีวิต ช่วยเหลือผู้เจ็บป่วย บำเพ็ญตนเป็นประโยชน์ต่อสังคมด้วยจิตอาสาเมตตามีคุณธรรม ตามที่ได้ตั้งใจไว้ด้วยความแน่วแน่ ภาคภูมิต่อไป

         นายแพทย์เลิศฤทธิ์ วรรณะเอี่ยมพิกุล ผู้ช่วยผู้อำนวยการฝายการแพทย์ โรงพยาบาลหัวเฉียว และเป็นคณะผู้ดำเนินงานจัดการฝึกอบรมหลักสูตร “การปฐมพยาบาล​ และช่วยปฏิบัติการแพทย์ขั้นพื้นฐาน (Emergency Medical Responder-EMR)” เปิดเผยว่า การฝึกอบรมนี้เป็นหลักสูตรที่มูลนิธิป่อเต็กตึ้งเห็นความสำคัญของการออกปฏิบัติหน้าที่ให้การช่วยเหลือผู้ป่วยฉุกเฉิน เบื้องตัน ณ จุดเกิดเหตุจึงให้โรงพยาบาลหัวเฉียวจัดอบรมหลักสูตร “การปฐมพยาบาลและช่วยปฏิบัติการแพทย์ขั้นพื้นฐาน (Emergency Medical Responder-EMR” ให้แก่อาสาสมัครมูลนิธิปอเต็กตั้ง ซึ่งการจัดอบรมดังกล่าวมีวัตถุประสงค์สำคัญ ดังนี้

  1. เพื่อให้อาสาสมัคมูลนิธิปอเต็กตั้ง มีความรู้ทักษะ และเจตคติที่ดีในการปฏิบัติการฉุกเฉินขั้นพื้นฐานแก่ผู้ปวยฉุกเฉิน
  2. ผู้ป่วยฉุกเฉินได้รับการดูแล​ ณ จุดเกิดเหตุที่ถูกต้องรวดเร็วปลอดภัย และได้มาตรฐานตามขอบเขต ความรับผิดชอบ และข้อจำกัดของอาสาสมัครฉุกเฉินการแพทย์ ซึ่งจะช่วยให้ผู้ปวยฉุกเฉินมีโอกาสรอดชีวิต ลดความพิการ และกลับมาใช้ชีวิตเป็นปกติได้
  3. เพื่อเผยแพร่ชื่อเสียงของมูลนิธิป่อเต็กตึ้งซึ่งเป็นองค์กรการกุศลเอกชนขนาดใหญ่ที่มีอาสาสมัครที่มีความรู้ความสามารถในการช่วยเหลือผู้ป่วยฉุกเฉินได้อย่างมีประสิทธิภาพ
  4. อาสาสมัครมูลนิธิป่อเต็กตึ้งมีความภาคภูมิใจที่ได้เป็นส่วนหนึ่งในการช่วยเหลือผู้ป่วยฉุกเฉินในฐานะอาสาสมัครฉุกเฉินการแพทย์การอบรมแบ่งออกเป็น 2 ส่วน ได้แก่ ภาคทฤษฎี มีระยะเวลาการอบรม จำนวน 40​ ชั่วโมง และฝึกปฏิบัติภาคสนามในสถานการณ์จริง จำนวน 10 ครั้ง

         สำหรับวิทยากรผู้ถ่ายทอดความรู้และประสบการณ์ ประกอบด้วยแพทย์, พยาบาลวิชาชีพ, ภสัชกร​ และบุคลากรจากองค์กรภายใน​ และภายนอก อาทิ ศูนย์บริการการแพทย์ฉุกเฉินกรุงเทพมหานคร (ศูนย์เอราวัณ) โรงพยาบาลรามาธิบดี โรงพยาบาลพระมงกุฎกล้า โรงพยาบาลตำรวจ เป็นต้น

          ซึ่งมีคุณสมบัติตามที่สถาบันการแพทย์ฉุกเฉินแห่งชาติกำหนดการอบรมปี 2561 จัดจำนวน​ 9​ รุ่นมีผู้เข้ารับการอบรมจำนวน 409 คน และเนื่องด้วยผู้สำเร็จการอบรมต้องผ่านเกณฑ์การประเมินที่ค่อนข้างเข้มงวดจึงทำให้มีผู้สำเร็จการอบรม จำนวน​ 341 คน โดยเกณฑ์การผ่านการอบรมหลักสูตรการปฐมพยาบาลและช่วยปฏิบัติการแพทย์ขั้นพื้นฐาน (EMR)

          คือผู้เข้ารับการอบรมต้องมีระยะเวลาการอบรมไม่น้อยกว่า 90% ของระยะเวลาการอบรม และต้องสอบผ่านภาคทฤษฎี และฝึกปฏิบัติภาคสนามในสถานการณ์จริงตามหลักเกณฑ์ที่กำหนดนอกจากนี้ ในปี 2562 ยังได้จัดการอบรมฟื้นฟูวิชาการอาสาสมัครฉุกเฉินการแพทย์​ (Refreshed EMR) ให้แก่อาสาสมัครฉุกเฉินการแพทย์ (มูลนิธิป่อเต็กตึ้ง) ที่ผ่านการอบรมหลักสูตรการปฐมพยาบาลและช่วยปฏิบัติการแพทย์ขั้นพื้นฐาน (EMR) ปี 2558 จำนวน 1 รุ่นมีผู้เข้ารับการอบรมจำนวน 11​ คน

          สำเร็จการอบรมครบทั้ง 114 คน โดยเกณฑ์การผ่านการอบรมฟื้นฟูวิชาการอาสาสมัครฉุกเฉินการแพทย์ (Refreshed EMR) คือ ผู้เข้ารับการอบรมต้องมีระยะเวลาการอบรมไม่น้อยกว่า​ 90% ของระยะเวลาการอบรม และต้องผ่านเกณฑ์ประเมินการฝึกปฏิบัติทุกทักษะรับรอง​ โดยวิทยากรผู้ควบคุมการฝึก​ ค่าใช้จ่ายในการจัดการอบรมทั้งหมด มูลนิธิปอเต็กตึ้งเป็นผู้สนับสนุนงบประมาณ​ รายละเอียดเพิ่มเติม กรุณาติดต่อแผนกประชาสัมพันธ์ ฝ่ายสื่อสารองค์กรฯ โรงพยาบาลหัวเฉียว​ โทร. 0-2223-1351 ต่อ 5625


สุรเชษฐ​ ศิลา​นนท์​ รายงาน​

นายกรัฐมนตรีมั่นใจศักยภาพประเทศไทย ดึงประชาชน ข้าราชการและรัฐบาล มีส่วน ร่วมในการขับเคลื่อนยุทธศาสตร์ประเทศ

          วันนี้ (16 กันยายน 2562) เวลา 09.00 น. พลเอก ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม เป็นประธานในพิธีเปิดการสัมมนาบุคลากรภาครัฐ “ยุทธศาสตร์ชาติภาคปฏิบัติ : ร่วมขยับขับเคลื่อนภาครัฐ เพื่อประชาชน (National Strategy in Action: Integrated Implementation for THAIS)” และกล่าวปาฐกถาพิเศษ ณ ห้องแกรนด์ ไดมอนด์ บอลรูม  อาคารอิมแพคฟอรั่ม ศูนย์แสดงสินค้าและการประชุมอิมแพ็ค เมืองทองธานี จังหวัดนนทบุรี โดยมี นายวิษณุ เครืองาม รองนายกรัฐมนตรี  และข้าราชการประมาณ 1,000 คน เข้าร่วมงาน โอกาสนี้นายกรัฐมนตรีได้กล่าวปาฐกถาพิเศษ ความว่า

          นายกรัฐมนตรีกล่าวยินดีที่ได้มาร่วมในพิธีเปิดการสัมมนาบุคลากรภาครัฐ “ยุทธศาสตร์ชาติภาคปฏิบัติ : ร่วมขยับขับเคลื่อนภาครัฐ เพื่อประชาชน” เพื่อร่วมกันขับเคลื่อนประเทศไปข้างหน้าภายใต้วิสัยทัศน์ “ประเทศไทยมีความมั่นคง มั่งคั่ง ยั่งยืน เป็นประเทศที่พัฒนาแล้ว ด้วยการพัฒนาตามหลักปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียง” โดย “ไม่ทิ้งใครไว้ข้างหลัง” รัฐบาลได้จัดทำยุทธศาสตร์ชาติระยะ 20 ปี หลักสำคัญคือบูรณาการทำงานร่วมกัน ซึ่งถือว่า “ข้าราชการ” ทุกประเภทและระดับตำแหน่ง รวมทั้งข้าราชการในส่วนกลาง ภูมิภาคและท้องถิ่น ต้องร่วมกันทำหน้าที่ในการขับเคลื่อนเพื่อประโยชน์ของประชาชน

          นายกรัฐมนตรีได้กล่าวว่า หลักสูตรการพัฒนานักบริหารของส่วนราชการภายใต้กรอบการปฏิรูปประเทศ ยุทธศาสตร์ชาติ และการสร้างความสามัคคีปรองดอง (ป.ย.ป.) นี้ ได้เสนอแนะให้มีการจัดหลักสูตรเพื่อให้ผู้นำภาคราชการร่วมกันปฏิรูปประเทศ ขับเคลื่อนยุทธศาสตร์ชาติ และสร้างความสามัคคีปรองดอง รวมทั้งสร้างความร่วมมือในภาครัฐด้วยกันเอง ตลอดจนส่งเสริมให้ประชาชนเข้ามามีส่วนร่วมมากยิ่งขึ้น ในวันนี้ได้รับฟังการนำเสนอตัวอย่างการทำงานของข้าราชการตามบทบาทหน้าที่เพื่อขับเคลื่อนยุทธศาสตร์ชาติ  ซึ่งต้องอาศัยความร่วมมือจากคนหลายกลุ่มและหลายระดับในองค์กรที่จะเดินหน้าไปในทิศทางเดียวกัน กลุ่มแรก คือหัวหน้าทีมงานที่เข้าอบรมหลักสูตร ป.ย.ป. 1 และ ป.ย.ป. 2 กลุ่มคนรุ่น Gen Y หรือที่เรียกว่า New Wave กลุ่มข้าราชการพันธุ์ใหม่ ข้าราชการผู้มีผลสัมฤทธิ์สูง (HiPPs) และกลุ่มนักเรียนทุนรัฐบาล ข้าราชการทั้งในส่วนกลางและส่วนภูมิภาคจะต้องร่วมกันใช้ความรู้และประสบการณ์เพื่อลงไปพัฒนาท้องถิ่น เป็นเสมือนผู้ที่เชื่อมต่อนโยบายจากส่วนกลางลงสู่การดำเนินโครงการจริง ที่สำคัญคือคุณค่าของการทำงานเพื่อรับใช้ประชาชนอย่างแท้จริง

          นายกรัฐมนตรีกล่าวว่า ประเทศไทยมีศักยภาพด้านการเกษตร ซึ่งต้องมีการพัฒนาต่อไปทั้งเกษตรปลอดภัย เกษตรอินทรีย์ ขับเคลื่อนเกษตรแบบชีวภาพ ด้วยเทคโนโลยี BCG รวมทั้งการเชื่อมโยงสินค้าเกษตรกับการผลิตด้านไฟฟ้าพลังงาน เช่น การนำน้ำปาล์มผลิตน้ำมัน B20  การผลิตกระแสไฟฟ้าจากวัสดุเหลือใช้ทางการเกษตร เป็นต้น และการจัดทำฐานข้อมูลเพื่อประกอบการตัดสินใจเกี่ยวกับ 5 พืชเศรษฐกิจ ได้แก่ ข้าว ยางพารา มันสำปะหลัง ปาล์มน้ำมัน และอ้อย เพื่อช่วยเหลือเกษตรกรในด้านราคาสินค้าการเกษตรที่มีความผันผวนตลอดเวลา ทั้งระยะสั้นและระยะยาวอย่างยั่งยืน

          การบริหารจัดการน้ำนั้นรัฐบาลดูแลครอบคลุมทั้งการจัดกักเก็บน้ำ การระบายน้ำ ช่องทางระบายน้ำ การจัดทำแก้มลิงชั่วคราวหรือการทำแก้มลิงถาวร โดยต้องหาความร่วมมือกับประชาชนในพื้นที่ รวมทั้งการปรับเปลี่ยนอาชีพในพื้นที่น้ำท่วมซ้ำซาก ตลอดระยะเวลา 5 ปีที่ผ่านมา รัฐบาลได้ใช้เงินเยียวยาลดน้อยลง นอกจากนี้ยังมีการแก้ไขปัญหาที่ดินทำกินป่าไม้

          นายกรัฐมนตรีกล่าวว่า รัฐบาลห่วงใยพี่น้องประชาชนทุกคน พร้อมให้การช่วยเหลือ แต่ขอให้เข้าใจว่า ทุกอย่างต้องดำเนินการภายใต้กรอบระเบียบ กฎกติกา กฎหมาย ที่ผ่านมาประเทศไทยขาดแคลนข้อมูลขนาดใหญ่ หรือ Big data สาเหตุอาจมาจากการจัดเก็บข้อมูลที่ไม่สมบูรณ์ รวมถึงขาดความร่วมมือกับประชาชน  ดังนั้นการศึกษาจึงเป็นสิ่งสำคัญโดยเฉพาะการปลูกฝังอุดมการณ์จิตสำนึกที่ดีตั้งแต่เด็ก การส่งเสริมการเคารพกฎหมายและการรับฟังความคิดเห็นจากผู้อื่น

         สำหรับการบริหารภาครัฐนั้น อาจพิจารณาให้มีการว่าจ้างบุคลากรที่มีความเชี่ยวชาญเฉพาะด้านแบบครั้งคราว หรือตามการบรรจุข้าราชการ แบ่งเป็นสองส่วนทั้งทดแทนข้า ราชการเกษียณและเพิ่มกลุ่มคนมีความสามารถเฉพาะหน้าที่ รวมทั้งการพิจารณาการให้ทุนการศึกษา การอบรมเฉพาะทางโดยต้องระวังไม่ให้เกิดความเหลื่อมล้ำ แต่ขอเน้นให้เป็นสร้างโอกาสที่เท่าเทียม เพื่อสร้างมูลค่าเพิ่ม  การทำหน้าที่ของข้าราชการจะต้องดึงประชนเข้ามามีส่วนร่วม ร่วมกันคิดทำไปพร้อมกัน ทั้งประชาชนข้าราชการ และรัฐบาล เพราะโลกเปลี่ยนเราต้องปรับเพื่อเข้าสู่ศตวรรษ 21 ทั้งนี้รัฐบาลฟังทุกความคิดเห็นและปรับการทำงานทุกวัน ซึ่งประชาชนก็ต้องร่วมปรับตัวไปด้วยกัน สำหรับการทำงานในตำแหน่งนายกรัฐมนตรีของตนตลอดเวลาที่ผ่านมา ไม่เคยถืออัตตา พร้อมรับฟังความคิดเห็นเพราะทุกคนต้องร่วมกันทำงานกับรัฐบาล  ทุกคนต้องรักประเทศชาติ ถึงเวลาที่เราต้องเปลี่ยนประเทศด้วยตัวเราเอง

          ในตอนท้าย นายกรัฐมนตรีได้กล่าวถึงเป้าหมายสำคัญในการสร้างความปรองดอง ซึ่งแนวทางการพัฒนาแบบบูรณาการ เชื่อมโยงข้าราชการตั้งแต่รุ่นใหญ่ รุ่นกลาง รุ่นน้อง ทั้งส่วนกลาง ส่วนท้องถิ่น และส่วนภูมิภาคมาทำงานร่วมกันแล้ว ยังถือเป็นโอกาสในการสร้างความรับรู้ ความเข้าใจให้ข้าราชการและประชาชนเดินไปด้วยกัน

          หลังจากนั้น นายกรัฐมนตรีได้เดินชมนิทรรศการเกี่ยวกับการพัฒนากลุ่มกำลังคนคุณภาพ ในระบบราชการภายใต้แนวคิด ป.ย.ป. คือ ปฏิรูป ยุทธศาสตร์ชาติ ปรองดอง เพื่อเสริมสร้างข้าราชการไทยให้ก้าวทันต่อการเปลี่ยนแปลงของโลกและเทคโนโลยี สำหรับประเทศไทย 4.0


ขอบคุณ เรื่องแนะนำจากกลุ่มประชาสัมพันธ์และเผยแพร่ สำนักโฆษก

เทศบาล ต.เกาะช้าง ถมดินคอสะพานคลองพลูที่ขาดเสร็จเรียบร้อย รถยนต์วิ่งผ่านได้แล้ว

          เมื่อช่วงบ่ายของวันที่ 16 ก.ย.62 ทางเทศบาล ต.เกาะช้าง อ.เกาะช้างจ.ตราด ได้จัดหาผู้รับเหมานำเครื่องจักรกล รถบรรทุกดินและหินมาใส่ช่วงคอสะพานคลองพลู ที่ถูกกระแสน้ำกัดเซาะพื้นถนนใต้ล่างขาดหายไป ยาวกว่า 6 เมตร ซึ่งใช้เวลาประมาณ 4 ชั่วโมง ก็ดำเนินการเสร็จยานพาหนะรถยนต์ของประชาชนและนักท่องเที่ยวสามารถวิ่งข้ามผ่านไป-มาได้ตามปกติแล้ว ท่ามกลางความดีใจของนักท่องเที่ยวที่นำรถมาจอดรอเพื่อเดินทางไปยังท่าเรือเฟอร์รี่โดยมี นายทศพล สินยบุตร นายอำเภอเกาะช้าง-นายสัญญา เกิดมณี นายกเทศมนตรีต.เกาะช้าง-ปภ.เขต17- ปภ.จ.ตราด-เจ้าหน้าที่จากหลายหน่วยงาน-ประชาชนจิตอาสาฯและอาสากู้ภัยสมาคมสว่างบุญฯตราดเขตเกาะช้างร่วมกันอำนวยความสะดวกแก่ประชาชนและนักท่องเที่ยวอย่างเข้มแข็ง

          นายสัญญา เกิดมณี นายกเทศมนตรี ต.เกาะช้าง กล่าวว่า ที่ต้องให้ผู้รับเหมานำดินมาใส่ที่คอสะพานดังกล่าว เพื่อให้ยานพาหนะของประชาชน และนักท่องเที่ยว ที่นำยานพาหนะส่วนตัวมาท่องเที่ยวพักผ่อนตามโรงแรม-รีสอร์ต ทางด้าน คลองพร้าว-ไก่แบ้-โลนลี่บีช-บางเบ้า สามารถขับยานพาหนะรถยนต์ผ่านได้ชั่วคราวไปก่อน เพื่อเดินทางไปยังท่าเรือเฟอร์รี่ข้ามฟากกลับภูมิลำเนาได้ เป็นการแก้ปัญหาในเบื้องต้น ขณะเดียวกันก็ได้จัดเจ้าหน้าที่เทศบาล ต.เกาะช้าง ออกตั้งโต๊ะรับแจ้ง กรณีชาวบ้านที่ได้รับผลกระทบ บ้านเรือนได้รับความเสียหาย จากภัยธรรมชาติน้ำป่าไหลหลาก ที่บริเวณวัดคลองพร้าว หมู่ 4 ต.เกาะช้าง เพื่อประสานหน่วยงานส่วนที่เกี่ยวข้อง ดำเนินการช่วยเหลือโดยเร่งด่วน

          ทั้งนี้ จากการสำรวจในเบื้องต้นพบว่า ในพื้นที่ ต.เกาะช้าง มีบ้านเรือนประชาชนได้รับความเสียหายจำนวน กว่า 100 ราย มีคอสะพานได้รับความเสียหาย เนื่องจากถูกกระแสน้ำกัดเซาะจำนวน 3 แห่ง ด้วยกันประกอบด้วย สะพานข้ามคลองในย่านชุมชนไก่แบ้ 2 แห่ง สะพานข้ามคลองพลู 1 แห่ง


ภาพ/ข่าว วรโชติ เกาะช้าง-วิเชียร ม่วงสี ทีมข่าวภูมิภาค/รายงาน