นายกรัฐมนตรีเข้าร่วมการประชุมสมัชชาสหประชาชาติ สมัยสามัญ ครั้งที่ 74 และการประชุมที่เกี่ยวเนื่อง ระหว่างวันที่ 21-27 กันยายน 2562

          พลเอก ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี พร้อมด้วยคณะบุคคลสำคัญประกอบด้วยนายดอน ปรมัตถ์วินัย รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศ นายวราวุธ ศิลปะอาชา รัฐมนตรีว่าการกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม และคณะมีกำหนดการเข้าร่วมการประชุมสมัชชาสหประชาชาติ สมัยสามัญ (United Nations General Assembly – UNGA) ครั้งที่ 74 และเข้าร่วมการประชุมสำคัญที่เกี่ยวเนื่อง ระหว่างวันที่ 21-27 กันยายน 2562 ณ นครนิวยอร์ก สหรัฐอเมริกา

         ในโอกาสนี้ นายกรัฐมนตรีมีกำหนดการเข้าร่วมการประชุมที่สอดคล้องกับวาระการเป็นประธานอาเซียน เพื่อแสดงบทบาทในวาระระดับโลกที่สำคัญสอดคล้องกับ 3 เสาหลัก สหประชาติและผลประโยชน์ของไทย ได้แก่

  1. การประชุมระดับสูงว่าด้วยหลักประกันสุขภาพถ้วนหน้า (High-level Meeting on Universal Health Coverage : HLM on UHC) เพื่อแสดงบทบาทที่แข็งขันของไทยในด้านสาธารณสุข แสดงให้ประชาคมโลกเห็นถึงนโยบายของไทยในการส่งเสริมความเชื่อมโยงระหว่างการพัฒนาสุขภาพ สังคมและเศรษฐกิจอย่างยั่งยืน สอดคล้องกับเป้าหมายการพัฒนาที่ยั่งยืนเป้าหมายที่ 3 และผลักดันระบบหลักประกันสุขภาพถ้วนหน้า ซึ่งไทยมีส่วนร่วมในการผลักดันให้ UHC เป็นวาระระดับโลกมาอย่างต่อเนื่อง
  2. การประชุมระดับผู้นำว่าด้วยการดำเนินการด้านสภาพภูมิอากาศ (UN Climate Action Summit) การเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศซึ่งวาระสำคัญของโลกที่ทุกฝ่ายจะต้องร่วมมือกัน
  3. การประชุมระดับผู้นำว่าด้วยเป้าหมายการพัฒนาที่ยั่งยืน (SDG Summit) เพื่อทบ ทวนและติดตามผลการอนุมัติวาระการพัฒนาที่ยั่งยืน ค.ศ. 2030 ในระดับผู้นำเป็นครั้งแรกภายหลังจากที่ผู้นำประเทศต่างๆ รวมทั้งประเทศไทยได้รับรองเมื่อปี 2558 ซึ่งไทยจะกล่าวถ้อยแถลงในนามอาเซียน โดยย้ำ 3 ประเด็น ได้แก่ 1) Acceleration การเร่งรัดการดำเนินงานเพื่อสร้างความเชื่อมโยง ลดความเหลื่อมล้ำ รักษาสิ่งแวด ล้อมและใช้ทรัพยากรอย่างยั่งยืน 2) Localization การดำเนินนโยบายให้เข้าถึงระดับท้องถิ่นโดยให้ประชาชนเป็นศูนย์กลาง ชูหลักปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียง 3) Cooperation การเสริมสร้างความร่วมมือโดยย้ำว่าอาเซียนพร้อมร่วมมือกับสหประชาชาติและประเทศต่างๆ

นอกจากนี้ นายกรัฐมนตรีจะพบกับภาคส่วนสำคัญได้แก่

  1. Asia Society ซึ่งนายกรัฐมนตรีจะได้ย้ำบทบาทไทยในภูมิภาคและความร่วมมือกับประเทศต่างๆ ในฐานะประธานอาเซียน ทั้งด้านความมั่นคง เศรษฐกิจ สังคม และสิ่งแวดล้อม บทบาทไทยในอนุภูมิภาค การเตรียมตัวเข้าสู่สังคมผู้สูงอายุ Smart City และการพัฒนาทรัพยากรมนุษย์
  2. สภาธุรกิจสหรัฐ-อาเซียน (US-ASEAN Business Council: USABC) จะใช้โอกาสนี้สร้างความเชื่อมั่นต่อศักยภาพด้านเศรษฐกิจของไทย โดยแจ้งถึงการดำเนินการของไทยในการปฏิรูปทางเศรษฐกิจ อาทิ ด้านภาษีศุลกากร เพื่อเอื้อประโยชน์ต่อการดำเนินธุรกิจ ย้ำจุดแข็งของ EEC ในการเชื่อมโยงไปยังอนุภูมิภาคต่างๆ เปิดโอกาสให้แก่นักลงทุนต่างชาติให้มาร่วมมือกันในฐานะ Key Player

          ในระหว่างนี้นายกรัฐมนตรียังมีกำหนดการพบปะหารือกับผู้นำประเทศต่างๆ ได้แก่ นายสกอตต์ มอริสัน นายกรัฐมนตรีออสเตรเลีย รวมทั้งหารือกับนายอันโตนิอู กุแตเรซ เลขาธิการสหประชาชาติ และนาย Tijjane Muhammad Bande ประธานสมัชชาสหประชาชาติ สมัยที่ 74 ด้วย

สำหรับกำหนดการที่สำคัญของนายกรัฐมนตรีมีดังนี้

วันเสาร์ที่ 21 กันยายน 2562 เวลา 23.10 น. นายกรัฐมนตรีและคณะเดินทางออกจากท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ และจะเดินทางถึงท่าอากาศยานนานาชาติจอห์น เอฟ เคนเนดี นครนิวยอร์ก สหรัฐอเมริกา ในวันอาทิตย์ที่ 22 กันยายน 2562 เวลา 11.05 น. โดยในช่วงบ่ายนายกรัฐมนตรีจะรับฟังการบรรยายสรุปการเข้าร่วมประชุมสมัชชาสหประชาชาติ สมัยสามัญ ครั้งที่ 74 และกิจกรรมอื่นๆ จากนั้นเวลา 15.30 น. นายกรัฐมนตรีจะพบปะกับชุมชนไทยในสหรัฐอเมริกา

วันจันทร์ที่ 23 กันยายน 2562
ในช่วงเช้า นายกรัฐมนตรีจะเข้าร่วมการประชุมเต็มคณะของการประชุมระดับสูงว่าด้วยหลักประกันสุขภาพถ้วนหน้า และการประชุมระดับผู้นำว่าด้วยการดำเนินการด้านสภาพภูมิอากาศ จากนั้นในช่วงบ่าย นายกรัฐมนตรีจะเข้าร่วมพิธีปิดการประชุมระดับสูงว่าด้วยหลักประกันสุขภาพถ้วนหน้า

วันอังคารที่ 24 กันยายน 2562
ในช่วงเช้าเลขาธิการสหประชาชาติเป็นเจ้าภาพงานเลี้ยงรับรองเพื่อต้อนรับประมุข หัวหน้ารัฐบาลที่เข้าร่วมการประชุมสมัชชาสหประชาชาติ สมัยสามัญ ครั้งที่ 74 และคู่สมรส จากนั้นเวลา 9.00 น. นายกรัฐมนตรีจะเข้าร่วมการเปิดอภิปรายทั่วไปการประชุมสมัชชาสหประชาชาติ สมัยสามัญ ครั้งที่ 74
โดยในช่วงบ่าย นายกรัฐมนตรีจะเข้าร่วมการประชุมระดับผู้นำว่าด้วยเป้าหมายการพัฒนาที่ยั่งยืน และในช่วงค่ำประธานาธิบดีแห่งสหรัฐฯ และภริยาเป็นเจ้าภาพงานเลี้ยงรับรองเพื่อเป็นเกียรติแก่ประมุข หัวหน้ารัฐบาลที่เข้าร่วมการประชุม

วันพุธที่ 25 กันยายน 2562
ในช่วงเที่ยง นายกรัฐมนตรีมีกำหนดกล่าวสุนทรพจน์ ณ องค์กร Asia Society และในช่วงค่ำ นายกรัฐมนตรีจะเข้าร่วมงานเลี้ยงอาหารค่ำและพบปะกับคณะผู้บริหารของ USABC

ทั้งนี้นายกรัฐมนตรีมีกำหนดการเดินทางออกจากนครนิวยอร์ก สหรัฐอเมริกา ในวันพฤหัสบดีที่ 26 กันยายน 2562 เวลา 12.00 น. และจะเดินทางถึงท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ ในวันศุกร์ที่ 27 กันยายน 2562 เวลา 21.55 น.

นายกรัฐมนตรีเผย ในหลวงทรงห่วงใยประชาชนถูกน้ำท่วม ทั้งทรงแนะแนวทางแก้ปัญหาเป็นระบบ

         เมื่อวันที่ (19 กันยายน 2562) เวลา 11.40 น. ณ ท่าอากาศยานทหาร 2 กองบิน 6 ดอนเมือง พลเอก ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม กล่าวว่า วันนี้ได้ปรับแผนการทำงานในการตรวจเยี่ยมประชาชนที่ได้รับความเดือดร้อนจากน้ำท่วม ซึ่งจริง ๆนายกฯ มีงานทุกวันอยู่แล้ว คำว่างานไม่ได้หมายถึงไปจ๊อบนั้นจ๊อบนี้ แต่เป็นงานเอกสารต่าง ๆ ของทุกกระทรวงที่จะต้องลงนามและอ่านเอกสารทั้งวัน ในการประชุมปลัดกระทรวง ซึ่งมีผู้เกษียณอายุราชการได้อวยพร มอบของที่ระลึก ให้เขาภูมิใจที่เป็นข้าราชการที่ดีของแผ่นดิน จากนั้นได้มอบหมายให้นายวิษณุ เครืองาม รองนายกรัฐมนตรีประชุมต่อ และที่สำคัญตนต้องเดินทางไปต่างประเทศ 21-27 ก.ย.นี้ แม้ช่วงนั้นจะไม่อยู่ในประเทศไทย แต่ได้มอบหมายงานต่าง ๆ ไว้หมดแล้วในที่ประชุม ครม. ซึ่งก็เป็นห่วงเรื่องน้ำท่วม เดี๋ยวกลาย เป็นว่านายกฯ จะหายไปไหนอีกนั้นไม่ใช่ ทุกอย่างจะเดินหน้าต่อไป และสิ่งสำคัญที่สุดอีกคือ พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ทรงพระราชทานพระราโชบายในการแก้ปัญหาน้ำท่วมมาให้กับรัฐบาลด้วย นับเป็นพระมหากรุณาธิคุณอย่างหาที่สุดมิได้ ซึ่งเราได้เริ่มดำเนินการตามแผนมาทั้งหมด และได้กราบบังคมทูลให้พระองค์ทรงทราบแล้ว พระองค์ทรงห่วงใย และให้กำลังใจกับเจ้าหน้าที่โดยเฉพาะจิตอาสาที่ช่วยพี่น้องประชาชน

          นายกรัฐมนตรีกล่าวว่า ในส่วนของงบประมาณไม่ต้องเป็นห่วง รัฐบาลพยายามเร่งให้เร็วเต็มที่ ซึ่งการใช้จ่ายเงินจะไปหนักช่วงการเยียวยา และทำอย่างไรจะเยียวยาให้เร็วที่สุด ทั้งไร่นา และบ้านเรือน ซึ่งมีงบประมาณอยู่ รวมไปถึงการช่วยเหลือจาก ธกส. ด้วย ดังนั้นสิ่งที่จะทำให้รัฐบาลจ่ายเงินเยียวยาได้เร็วจะต้องมีข้อมูลตรวจสอบความถูกต้องความเสียหาย ซึ่งต้องมาจากระดับล่าง ส่วนหนึ่งเราใช้ GISTDA ตรวจสอบแล้วเป็นภาพถ่ายทางอากาศ แต่เราต้องเดินสำรวจด้วย โดยองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น กำนัน ผู้ใหญ่บ้าน ผู้ว่าฯ นายอำเภอต้องมีส่วนดำเนินการตรงนี้ ถ้าจะให้รัฐบาลจ่ายเงินเร็วข้อมูลเหล่านี้ต้องเร็วและเรียบร้อย เพราะนี่คือการใช้จ่ายเงินงบประมาณแผนดิน และการเยียวยาก็จะต้องทำอย่างยั่งยืน โดยขั้นต้นเป็นการเยียวยาเพื่อให้เขามีเงินใช้จ่ายในช่วงนี้ จากนั้นจะเป็นการเยียวยาการลงทุนเพาะปลูกฤดูกาลใหม่ ต้องมีเมล็ดพันธุ์พืช ต้นทุนการผลิต โดยได้เรียกกระทรวงการคลัง สำนักงบประมาณ บูรณาการงบประมาณที่มาจากหลายกระทรวงให้ออกไปอย่างยั่งยืน ทั้งหมดอยู่ในแผน

          “วันนี้ทุกคนต้องมีกำลังใจร่วมกันในพระมหากรุณาธิคุณที่ได้ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าโปรดกระหม่อมลงมา พระองค์ทรงพระราชทานมาอย่างต่อเนื่อง ทุกอย่างทุกเรื่อง พระองค์ทรงให้กำลังใจรัฐบาล เสนอแนวทางในการปฏิบัติซึ่งเราก็รับใส่เกล้าฯ นำมาสู่ในการปฏิบัติ พระองค์ทรงห่วงใย และให้เราทำงานอย่างมีแบบแผน เหมือนที่ทหารทำ” นายกรัฐมนตรีกล่าว

          นายกรัฐมนตรีกล่าวว่า ขั้นตอนที่ยากที่สุดคือขั้นตอนระหว่างเกิดภัย ประชาชนไม่มีความสุข เกิดความเครียด รัฐบาลก็ยิ่งเครียด เพราะคิดว่าจะทำอย่างไรจะแก้ปัญหาไปให้ได้พร้อม ๆ กัน ดังนั้น จึงคาดหวังจากสื่อฯ ช่วยกัน อะไรที่เป็นเรื่องไม่ได้สาระไม่จำเป็น ก็อย่าไปขุดคุ้ยให้มากมายเพราะเป็นการทำให้สังคมไม่สงบ แทนที่รัฐบาลจะใช้เวลาแก้ปัญหา ใช้สมองสติปัญญาในการแก้ปัญหา กลับต้องไปแก้ตรงอื่นอีก ขอให้ลดราวาศอกกันไปบ้าง ขอให้ย้อนกลับดูว่าสิ่งที่พูดกันมาทำความเสียหายอะไรบ้างในอดีต อย่าลืมอดีต


สุโขทัย-จัดกีฬาสีภายในหน่วยงานสังกัดกระทรวงเกษตรและสหกรณ์จังหวัดสุโขทัย

         วันที่ 19 กันยายน 2562 นายสุชาติ ทีคะสุข รองผู้ว่าราชการจังหวัดสุโขทัย เปิดการแข่งขันกีฬาสีหน่วยงานสังกัดกระทรวงเกษตรและสหกรณ์จังหวัดสุโขทัย ณ.สหกรณ์นิคมศรีสำโรง ต.สามเรือน อ.ศรีสำโรง จ.สุโขทัย

          ในการจัดการแข่งขันกีฬาสีในครั้งนี้ มีวัตถุประ สงค์ เพื่อให้บุคลากรในสังกัดได้มีโอกาสแสดงความสามารถด้านทักษะกีฬา รวมทั้งปลูกฝังให้มีน้ำใจนักกีฬาและมีความสามัคคีในหมู่คณะ ช่วยส่งเสริมให้ได้รับการพัฒนาทางด้านร่างกายและจิตใจ สติปัญญาและสังคม

         โดยแบ่งกลุ่มสีออกเป็น 4 สี ดังนี้ สีเขียว สีม่วง สีส้ม สีฟ้า โดยมีประเภทกีฬาคือ ฟุต บอล, เปตอง, วอลเล่ย์บอล, โปรกอล์ฟ, มะเขือยาว, ห่วงมหาสนุกและกีฬามหาสนุก เป็นต้น สำหรับผู้เข้าการแข่งขันกีฬาสีในครั้งนี้ประกอบด้วยข้าราชการ ลูกจ้าง และบุคลากรในสังกัดรวมทั้งสิ้น 500 คน


นายพงศ์เทพ สาคร รายงานจากจังหวัดสุโขทัย

นครนายก – หนุ่มวิน จยย.รับจ้าง น้ำใจงามเก็บเงินครึ่งแสนส่งคืนเจ้าของ

          วันที่ 19 กันยายน 2562 นายสุริน แก้วจินดา หรือตู่ อายุ 53 ปี ขี่รถ จยย. รับจ้างเบอร์ 12 หน้าตลาดบ้านนา เข้าแจ้งความ ร.ต.อ.พงษ์นรา มาวงค์นอก รอง สว. (สอบสวน) สภ.บ้านนา จ.นครนายก ว่าได้ขี่รถ จยย.จะไปรับผู้โดยสาร พบเงินสดมัดหนังยางตกอยู่หนึ่งปึก ริมถนนสุวรรณศร ก่อนถึงธนาคารกรุงไทย สาขาบ้านนา จึงหยุดรถลงไปเก็บเป็นแบงค์ใบละ 1 พันบาท นับได้เป็นเงิน 5 หมื่นบาท ขณะเดียวกันได้มีนายสมศักดิ์ พรพนาวัลย์ อายุ 55 ปี อยู่หมู่ 1 ต.บ้านพริก อ.บ้านนา เข้าแจ้งความร้อยเวรคนเดียวกันว่าทำเงินตกหาย 5 หมื่นบาท พอรู้ว่านายสุริน เก็บได้มอบเงินให้เป็นสินน้ำใจ 5 พันบาท

         นายสมศักดิ์ เล่าว่า ขายข้าวเปลือกให้โรงสีแห่งหนึ่งได้เงิน 2 แสนหกหมื่นบาท โดยโรงสีจ่ายเป็นเช็คธนาคารไทยพาณิชย์ สาขาบ้านนา ตนไม่มีบัญชี จึงไปเบิกหยิบใส่กระเป๋าเสื้อเอาไว้ใช้ 1 หมื่นบาท ที่เหลือจะนำไปฝากที่ธนาคารกรุงไทย สาขาบ้านนา พอหยิบเงินในกระเป๋าสะพาย ใจหายวาบเงินตกหาย 5 หมื่น ตรวจดูในรถก็ไม่มี เดินออกตามหาก็ไม่เจอ ทำใจไว้แล้วไม่ได้คืนแน่ แต่ยังมีคนดีมีน้ำใจเก็บเงินส่งคืนให้

          สำหรับนายสุริน ขี่รถ จยย.รับจ้าง เมื่อวันที่ 5 ก.ย. ที่ผ่านมา ก็เคยลืมรูดซิบกระเป๋าคาดเอวเงินปลิวตกหายกว่า 4 พันบาท ได้มีนายบรมี จันทร์รอด อดีต ผอ.โรงเรียนวัดโพธิ์แทน อ.องครักษ์ จ.นครนายก เก็บเงินได้ส่งคืนให้คิดอยู่เหมือนกัน ทำดีต้องได้ดี

          ต้องขอขอบคุณคนดีมีน้ำใจเก็บเงินได้ส่งคืนเจ้าของ ทั้งนี้เป็นตัวอย่างเพื่อปลูกฝังให้เด็กและเยาวชนทำความดี “ความดีไม่มีขาย อยากได้ต้องทำเอง”


ภาพ/สมบัติ เนินใหม่ ข่าว/รัชชานนท์ เนินใหม่ ทีมข่าวภูมิภาค
นายพรเทพ เขม้นเขตวิทย์ รายงานจากศูนย์ข่าวภาคตะวันออก

ตชด.223 ออกช่วยเหลือประชาชนที่ประสบอุทกภัยในพื้นที่ วัดท่ากกแห่ ต.แจระแม อ.เมือง จ.อุบลราชธานี

ตชด.223 ออกช่วยเหลือประชาชนที่ประสบอุทกภัยในพื้นที่ วัดท่ากกแห่ ต.แจระแม อ.เมือง จ.อุบลราชธานี

         วันนี้​ วัน​พฤหัสบดี​ที่​ 19​ ก.ย.62​ เวลา​ 09.00​ น.​ : พ.ต.อ.รินณวัฒน์ ภูวัฒนติกานต์ ผกก.ตชด.22 มอบหมายใหั พ.ต.ท.รัชพงศ์ จันทชิด ผบ.ร้อย ตชด.223 จัดกำลัง​พล​ชุุดช่วยเหลือผู้ประสบภัย ร้อยตชด.223 โดย ร.ต.อ.ณรงค์ ทองดี รอง สว.(ป) กก.ฯ เป็น หน.ชุดฯ นำกำลังพล ชุดช่วยเหลือผู้ประสบภัย ร้อย ตชด.223 จำนวน 2 ชุด (20​ นาย) ออกช่วยเหลือประชาชนที่ประสบอุทกภัยในพื้นที่ วัดท่ากกแห่ ต.แจระแม อ.เมือง จ.อุบลราชธานี


สุรเชษฐ​ ศิลา​นนท์​ รายงาน​

ตชด.22 นำเรือท้องแบน สนับสนุน คณะสายบุญ จ.จันทบุรี นำข้าวกล่องและน้ำดื่ม ไปมอบให้กับผู้ประสบอุทกภัย ชุมชนปากมูลน้อยและบ้านช่างหม้อ อ.เมือง จ.อุบลราชธานี

ตชด.22 นำเรือท้องแบน สนับสนุน คณะสายบุญ จ.จันทบุรี นำข้าวกล่องและน้ำดื่ม ไปมอบให้กับผู้ประสบอุทกภัย ชุมชนปากมูลน้อยและบ้านช่างหม้อ อ.เมือง จ.อุบลราชธานี

         วันนี้​ วัน​พฤหัสบดี​ที่​ 19​ ก.ย.62​ เวลา​ 08.10 น.​: พ.ต.อ. รินณวัฒน์ ภูวัฒนติกานต์ ผกก.ตชด.22 มอบหมายให้ พ.ต.ท.รวิภาส ศรีสุข นายตำรวจโครงการฯ, ร.ต.อ.หญิงเรไร ฤทธิ์สว่าง รอง สว.กง.กก.ตชด.22 และ ชุดช่วยเหลือผู้ประสบภัย กก.ตชด.22 นำเรือท้องแบน จำนวน 2 ลำ สนับสนุน คณะสายบุญ ต.ตรอกนอง, ผู้นำท้องถิ่น, กลุ่มองค์กร, พี่น้องประชาชน ต.ตรอกนอง และ ต.มาบไพ อ.ขลุง จ.จันทบุรี นำข้าวกล่องและน้ำดื่ม ไปมอบให้กับผู้ประสบอุทกภัย ชุมชนปากมูลน้อยและบ้านช่างหม้อ อ.เมือง จ.อุบลราชธานี


สุรเชษฐ​ ศิลา​นนท์​ รายงาน​

นายกรัฐมนตรีในฐานะ ผอ.รมน.ลงพื้นที่ตรวจเยี่ยมผู้ประสพอุทกภัยในพื้นที่จังหวัดอุบลราชธานี

         วันนี้ (19 ก.ย. 62) พล.ต.ธนาธิป สว่างแสง โฆษก กอ.รมน. ได้เปิดเผยว่า จากการประชุมติดตามสถานการณ์อุทกภัย ในพื้นที่จังหวัดอุบลราชธานี กอ.รมน.จังหวัด อ.บ. ได้ร่วมประชุมและติดตามสถานการณ์อุทกภัยร่วมกับ ผู้ว่าราชการจังหวัดอุบลราชธานี มีแนวทางการแก้ปัญหาเร่งด่วนได้แก่ จัดชุดเคลื่อนที่เร็ว ทหาร ตำรวจ โดยจัดเรือ 4 ลำ สนับสนุนภารกิจช่วยเหลือผู้ประสบภัยทั้งกลางวันและกลางคืน การจัดทำรายชื่อผู้ประสพอุทกภัย เพื่อทราบยอดและความต้องการ ของผู้ประสพอุทกภัยที่จะให้ทางราชการช่วยเหลือ การติดตามข่าวการรายงานจากสื่อมวลชน และสื่อออนไลน์ อย่างใกล้ชิด เพื่อเป็นอีกหนึ่งช่องทางในการช่วยเหลือผู้ประสพอุทกภัย

         รวมทั้งกำลังเร่งดำเนินการกู้ถนนเลี่ยงเมือง ทางหลวงหมายเลข 231 และ ถนนสาย 2404 เขื่องใน – นาคำใหญ่ และถนนบ้านแสงน้อย กม.14-15 เพื่อคืนพื้นผิวการจราจรและให้ประชาชนสามารถสัญจรได้โดยเร็ว มีการเตรียมการฟื้นฟูตรวจสอบความเสียหาย สถานที่ราชการ โรงเรียน ไฟฟ้า ประปา วัด และความเสียหายทางการเกษตร ธุรกิจ SME ธุรกิจการท่องเที่ยว สิ่งก่อสร้างต่างๆ รวมทั้งจะต้องให้การดูแลรักษาผู้ประสพภัยที่อาจจะติดเชื้อจากโรคระบาดจากน้ำเน่าเสีย

         และในวันนี้ เวลา 14.00 น. พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีในฐานะผู้อำ นวยการ กองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายในราชอาณาจักร พร้อมคณะจะลงพื้นที่ตรวจเยี่ยม พบปะ ให้กำลังใจผู้ประสพอุทกภัยในพื้นที่ จังหวัดอุบลราชธานี เพื่อติดตามแผนการเตรียมการฟื้นฟู เยียวยา ผู้ที่ได้รับผลกระทบจากอุทกภัยและรับฟังการบริหารจัดการน้ำ รวมทั้งการให้ความช่วยเหลือ ในด้านต่างๆ แก่ผู้ที่ได้รับผลกระทบ จากหน่วยงานต่างๆ ที่เกี่ยว ข้องในพื้นที่ ณ ศูนย์พักพิงมณฑลทหารบกที่ 22 ค่ายสรรพสิทธิ์ประสงค์ อำเภอวารินชำราบ

         จากนั้นจะตรวจเยี่ยมผู้ประสพภัยพร้อมมอบถุงยังชีพจำนวน 83 ราย และจะเดินทางไปยังตลาดสดเทศบาล 3 ริมสถานีวัดระดับน้ำ M7 เพื่อลงเรือตรวจเยี่ยมผู้ประสพอุทกภัยชุมชนริมแม่น้ำมูลและมอบถุงยังชีพให้กับผู้ประสพภัยที่ยังอาศัยอยู่ในบ้านเรือน เพื่อเป็นการให้กำลังใจและบรรเทาความเดือดร้อนเบื้องต้น


สนง.ตำรวจแห่งชาติ ให้ความรู้ “จิตอาสาจราจร” ช่วยอำนวยความสะดวกการจราจร ช่วงพระราชพิธีเสด็จพระราชดำเนินทางชลมารค

สำนักงานตำรวจแห่งชาติ ให้ความรู้ “จิตอาสาจราจร” ช่วยอำนวยความสะดวกการจราจร ช่วงพระราชพิธีเสด็จพระราชดำเนินทางชลมารค

         วันนี้ วัน​พฤหัสบดี​ที่​ 19 กันยายน 2562​ เวลา 09.00​ น. ที่สโมสรตำรวจ ถนนวิภาวดี รังสิต เขตหลักสี่ กรุงเทพมหานคร​ : พลตำรวจเอก จักรทิพย์ ชัยจินดา ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ มอบหมายให้ พลตำรวจโท ปิยะ อุทาโย ผู้ช่วยผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ และโฆษกสำนักงานตำรวจแห่งชาติ เป็นประธานเปิด โครงการประชาชนจิตอาสาจราจร

         โดยโครงการประชาชนจิตอาสาจราจร นับเป็นพระมหากรุณาธิคุณหาที่สุดมิได้ ที่พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าโปรดกระหม่อม จัดตั้งโครงการจิตอาสาพระราชทาน 904 วปร. เพื่อความสมัครสมานสามัคคีของพสกนิกรทุกหมู่เหล่า ในการร่วมกันบำเพ็ญกิจกรรมสาธารณประโยชน์ พัฒนาชุมชนในพื้นที่ต่างๆ ทั่วประเทศ และทำให้ประชาชนมีความเป็นอยู่และมีคุณภาพชีวิตที่ดี ประกอบกับในวันที่ 24 ตุลาคม 2562​ จะมีพระราชพิธีสำคัญเกิดขึ้น ซึ่งถือเป็นส่วนหนึ่งของ พระราชพิธีบรมราชาภิเษกเบื้องปลาย ในการนี้ พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว สมเด็จพระนางเจ้าพระบรมราชินี และพระบรมวงศานุวงศ์ จะเสด็จเลียบพระนครโดยขบวนพยุหยาตราทางชลมารค ให้ประชาชนชาวไทยได้เฝ้าชมพระบารมี

         สำนักงานตำรวจแห่งชาติ มีภารกิจในการถวายความปลอดภัย รักษาความปลอดภัย และอำนวยความสะดวกด้านการจราจร รวมทั้งให้บริการและอำนวยความสะดวกแก่ประชาชนที่เข้าร่วมพระราชพิธีบรมราชาภิเษกเป็นไปด้วยความเรียบร้อย เกิดความปลอดภัยสูงสุด สมพระเกียรติ และเป็นไปตาม พระราชประสงค์ จึงได้น้อมนำแนวทางพระราชดำริมาเป็นแนว ทางปฏิบัติ โดยได้มอบหมายให้ กองบัญชาการตำรวจนครบาล และ กองบังคับการตำรวจ​จราจร เชิญชวนพี่น้องประชาชนจิตอาสาที่มีความสมัครใจ สนใจและเสียสละที่จะมาร่วมปฏิบัติงานด้านการจราจร จำนวน 384 คน เพื่อทำหน้าที่ “อาสาจราจร” ช่วยอำนวยความสะดวก และดูแลพี่น้องประชาชนจากทั่วประเทศ ที่จะร่วมเดินทางมาเป็นส่วนหนึ่งของหน้าประวัติศาสตร์ในพระราชพิธีสำคัญของชาติในครั้งนี้

          พล.ต.ท.ปิยะฯ กล่าวด้วยว่า “โครงการประชาชนจิตอาสาจราจร เป็นการอบรมประชาชนที่มีความสมัครใจเป็น “จิตอาสาจราจร” ตามหลักสูตรอาสาจราจรของสำนักงานตำรวจแห่งชาติ ซึ่งผู้ที่จะเข้ารับการอบรมจะต้องผ่านการคัดเลือกจากสถานีตำรวจ โดยมีอายุไม่ต่ำกว่า 20 ปีบริบูรณ์ ไม่เคยต้องโทษในคดีอาญา ตลอดจนมีสุขภาพร่างกายแข็งแรงสมบูรณ์ พร้อมปฏิบัติหน้าที่

         ทั้งนี้ในการอบรมจะได้รับความรู้ทั้งภาควิชาการและภาคปฏิบัติรวม 25 ชั่วโมง อาทิเช่น ความรู้เกี่ยวกับการจราจร สาเหตุของอุบัติเหตุจราจรและการป้องกัน ตลอดจนข้อกฎ หมายที่จำเป็น และการควบคุมจัดการจราจรเบื้องต้น ทั้งนี้ผู้ที่จะผ่านการอบรมจะต้องมีคะแนนสอบ ไม่น้อยกว่าร้อยละ 70 จึงจะถือว่าผ่านการอบรม และสามารถปฏิบัติหน้าที่ได้ โดยเมื่อผ่านการอบรมแล้ว จะได้รับการขึ้นทะเบียนเป็น อาสาจราจร มีหน้าที่ช่วยเหลือเจ้าหน้าที่ตำรวจจราจรในการจัดการจราจรตามที่ได้รับมอบหมาย ซึ่งเชื่อมั่นว่า โครงการนี้จะเป็นส่วนหนึ่งที่สำคัญในการช่วยแก้ไขปัญหาการจราจรในพื้นที่กรุงเทพและปริมณฑลได้อย่างเป็นรูปธรรม”

          พล.ต.ท.ปิยะฯ ยังได้ฝากเชิญชวนพี่น้องประชาชน เข้าร่วมรับเสด็จฯ และร่วมเป็นส่วนหนึ่งของพระราชพิธีสำคัญของประวัติศาสตร์ชาติไทย และสำนักงานตำรวจแห่งชาติขอยืนยันว่า จะดูแลพี่น้องประชาชนทุกคนให้เสมือนเป็นแขกของพระองค์ท่าน


สุรเชษฐ​ ศิลา​นนท์​ รายงาน​

มูลนิธิป่อเต็กตึ๊ง เปิดตัว แอปพลิเคชัน ป่อเต็กตึ๊ง 1418ภายใต้คอนเซ็ปต์ “ช่วยจริง อุ่นใจ แม้ในนาทีฉุกเฉิน”

มูลนิธิป่อเต็กตึ๊ง เปิดตัว แอปพลิเคชัน ป่อเต็กตึ๊ง 1418 แอปพลิเคชั่นแรกในไทย ที่ติดตามการช่วยเหลือฉุกเฉินได้อย่าง ทันท่วงที ภายใต้คอนเซ็ปต์ “ช่วยจริง อุ่นใจ แม้ในนาทีฉุกเฉิน”

          วันนี้​ วัน​พฤหัสบดี​ที่​ 19 กันยายน 2562 เวลา​ 10.30​ น. ณ ห้องประชุมชั้น 2 อาคาร 2​ มูลนิธิป่อเต็กตึ๊ง พลับพลา​ไชย​ กรุงเทพฯ : มูลนิธิ​ป่อเต็กตึ้ง​ โดย นายวิเชียร เตชะไพบูลย์ ประธานกรรมการมูลนิธิฯ จัดงานแถลงข่าวเปิดตัวโมบาย แอปพลิเคชัน ป่อเต็กตึ๊ง 1418 (Mobile Application) ช่องทางใหม่ ตอบโจทย์ประชาชนทุกช่วงวัยในยุคดิจิตอล ในการเข้าถึงข้อมูลข่าวสาร การแจ้งเหตุขอความช่วยเหลือฉุกเฉิน (อุบัติเหตุ อุบัติภัยทั่วประเทศ) เป็นแอปพลิเคชันแรกในไทย ที่สามารถแจ้งเหตุพร้อมส่งพิกัดสถานที่อัตโนมัติ และสามารถติดตามสถานะการ ช่วยเหลือได้แบบทันท่วงที (เรียลไทม์) รวมถึงการโทรสายด่วนป่อเต็กตึ๊ง 1418 ที่ง่ายดาย ด้วยรูปแบบการใช้งานที่เรียบง่าย เข้าถึงทุกฟังก์ชันได้อย่างสะดวก ไม่ซับซ้อน เพื่อให้ผู้ใช้งานในภาวะฉุกเฉินติดต่อเราได้อย่างรวดเร็วที่สุด​ และแม่นยำที่สุด โดยมี คณะกรรมการและผู้บริหารมูลนิธิฯ หน่วยงานในเครือ พร้อมด้วยหน่วยงานภาครัฐ ภาคเอกชน และภาคีเครือข่าย ร่วมในพิธี

         นายวิเชียร เตชะไพบูลย์ ประธานกรรมการมูลนิธิป่อเต็กตึ๊ง เปิดเผยว่า ด้วยประสบ การณ์ ของมูลนิธิป่อเต็กตึ๊งกว่า 109 ปี มูลนิธิฯ ได้รับแจ้งเหตุ และเข้าช่วยเหลือประชาชนในรูปแบบต่างๆ มานับไม่ถ้วน จึงเข้าใจความรู้สึกของผู้ที่ต้องการความช่วยเหลือเป็นอย่างดี การรอคอยในช่วงเวลาแห่งความเป็นความตาย ความกังวลต่างๆ รวมถึงศักยภาพการช่วยเหลือของเจ้าหน้าที่ที่กำลังเดินทางมาช่วยเหลือ มูลนิธิฯ ตระหนักดี จึงไม่หยุดยั้งในการพัฒนาระบบการช่วยเหลือในรูปแบบต่างๆ เรื่อยมา ควบคู่กับการพัฒนาบุคลากรของมูลนิธิฯ ทั้งเจ้าหน้าที่และอาสาสมัคร เพื่อให้สอดรับกับสถานการณ์ และความต้องการของพี่น้องประชาชนในปัจจุบัน

         นายไปรเทพ ซอโสตถิกุล ผู้ช่วยกรรมการมูลนิธิฯ เปิดเผยว่า การลดความกังวลในภาวะฉุกเฉินของผู้แจ้งเหตุและผู้ประสบเหตุเป็นหนึ่งในวัตถุประสงค์หลักที่มูลนิธิฯ นำมาใช้พัฒนาระบบการสื่อสาร จากเดิมเป็นการโทรเข้าเบอร์โทร 7 หลักธรรมดา พัฒนาเป็นสายด่วนป่อเต็กตึ๊ง 1418 และในปัจจุบัน ที่เทคโนโลยีเข้ามาเป็นส่วนหนึ่งของชีวิตของประชาชนทุกเพศทุกวัย ประกอบกับการเป็นพลเมืองดีจิตอาสา และพลเมืองดิจิทัล (Digital Citizenship) ซึ่งนับได้ว่ามีบทบาท และเป็นกำลังสำคัญในการช่วยเหลือสังคมในปัจจุบันเป็นอย่างมาก มูลนิธิฯ จึงได้รวบรวมข้อมูล และคิดค้นพัฒนาแอปพลิเคชันการช่วยเหลือ แอปฯ แรกในไทย ที่ผู้ใช้งานสามารถเชื่อมตรง “มูลนิธิป่อเต็กตึ๊ง” ที่พร้อมด้วย ศักยภาพในด้านการช่วยเหลือฉุกเฉิน ด้วยระบบการแจ้งอุบัติเหตุ อุบัติภัยได้อย่างฉับไว แม่นยำด้วยระบบการจัดส่งพิกัดอัตโนมัติ รวมถึงระบบติดตามการปฏิบัติงานของทีมป่อเต็กตึ๊ง ไม่ว่าคุณจะประสบหรือพบอุบัติเหตุ อุบัติภัย ใดๆ คุณสามารถแจ้งขอความช่วยเหลือได้ และอุ่นใจเมื่อทราบว่าผู้ที่เข้าช่วยเหลือเป็นใคร และสามารถติดตามเจ้าหน้าที่ๆ จะเดินทางเข้าช่วยเหลือได้อย่างทันท่วงที (เรียลไทม์) กับฟีเจอร์ “กดแจ้งเหตุ”

         นอกจากนี้ผู้ใช้งานแอปฯ ป่อเต็กตึ๊ง 1418 ที่สะดวกแจ้งเหตุผ่านการพูดคุยทางโทร ศัพท์โดยตรงกับเจ้าหน้าที่มูลนิธิป่อเต็กตึ๊ง ท่านสามารถโทรเข้า สายด่วนป่อเต็กตึ๊ง 1418 ผ่านแอปฯ ได้เพียง 2 คลิกเท่านั้น กับฟีเจอร์ “ติดต่อเรา” รวมทั้งผู้ใช้งานยังสามารถตรวจสอบพิกัดเกิดอุบัติเหตุที่มูลนิธิฯ กำลังดำเนินการให้การช่วยเหลือ ในรัศมี 5 กิโลเมตรได้ กับฟีเจอร์ “อุบัติเหตุ” รวมถึงสามารถติดตามข่าวสาร และสาระน่ารู้ด้านการช่วยเหลือต่างๆ จากมูลนิธิป่อเต็กตึ๊งได้ผ่านทาง “ข่าวสาร” และ “สาระน่ารู้”

         ทั้งนี้ มูลนิธิป่อเต็กตึ๊งไม่ได้หวังให้ประชาชนมีการแจ้งเหตุเข้ามามากมาย เพราะนั่นหมายถึงความทุกข์ร้อน และการสูญเสีย แต่มูลนิธิฯ หวังเป็นอย่างยิ่งว่า เมื่อพี่น้องประชาชนประสบภัย หรือท่านใดพบเห็นความเดือดร้อน แอปพลิ-เคชัน “ป่อเต็กตึ๊ง 1418” นี้พร้อมเป็นช่องทางเชื่อมตรงถึงทีมงานที่พร้อมให้การช่วยเหลือ โดยประชาชนสามารถดาวน์โหลดแอป พลิเคชัน ป่อเต็กตึ๊ง 1418 ฟรีได้แล้ววันนี้ เพียงค้นหาด้วยคำว่า ป่อเต็กตึ๊ง 1418 ทั้งระบบแอพ สโตร์ (App Store) และเพลย์ สโตร์ (Play Store) หรือดูรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ www.1418help.com

แอปพลิเคชัน “ป่อเต็กตึ๊ง 1418” ช่วยจริง อุ่นใจ แม้ในนาทีฉุกเฉิน /ติดต่อ-สอบถาม#ทีมงานสื่อสารองค์กร 086-854-1418 #สายด่วนป่อเต็กตึ๊ง1418


สุรเชษฐ​ ​ศิลา​นนท์​ รายงาน​

ผบ.พล.ร.15 ตรวจเยี่ยมติดตามความคืบหน้า โครงการทหารพันธ์ดี

          เมื่อวันที่ 17 ก.ย. 62 เวลา 14.30 น. พล.ต.สมดุลย์ เอี่ยมเอก ผบ.พล.ร.15/ผอ.ศปพร. เดินทางมาตรวจเยี่ยมติดตามความคืบหน้า โครงการทหารพันธ์ดี เพื่อเตรียมการรับเสด็จฯสมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้า กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี วันที่ 25 กันยายน 2562 ณ ร.151 พัน.3 ค่ายกรมหลวงนราธิวาสราชนครินทร์ อ.เจาะไอร้อง จ.นราธิวาส

         โดยปัจจุบันการดำเนินการโครงการเกษตรอินทรีย์, โครงการปศุสัตว์อินทรีย์, โครงการประมง ความคืบหน้า 90 % คงเหลือการปรับปรุงศาลาทรงงานและเก็บรายละเอียดในแต่ละจุด


ขอบคุณข้อมูล : เสียงเล่าจากปลายด้ามขวาน

สำนักข่าวความมั่นคง