นายกรัฐมนตรีอวยพรให้ทุกคนมีความสุข สุขภาพแข็งแรง ดำรงตนอยู่ในศีลธรรม สะอาดทั้งร่างกายและจิตใจช่วงเทศกาลกินเจ

          พลเอก ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีกล่าวถึงช่วงเทศกาลถือศีลกินเจ ประจำปี 2562 ระหว่างวันที่ ‪29 กันยายน – 7 ตุลาคม 2562‬ ว่า เป็นกิจกรรมที่สร้างบุญ สร้างกุศล จึงขอเชิญชวนให้ประชาชนร่วมรักษาศีล เจริญภาวนา ปฏิบัติตามหลักธรรมทางศาสนาตามวิถีปฏิบัติที่ดีงาม และที่สำคัญร่วมกันทำความดีด้วยหัวใจ ซึ่งช่วงเทศกาลดังกล่าว คงไม่ใช่เพียงการไม่กินเนื้อสัตว์ แต่ต้องดำรงตนอยู่ในศีลธรรมอันดีงาม มีความบริสุทธิ์สะอาด งดงามทั้งกาย วาจา ใจ“การถือศีลกินเจ เป็นสิริมงคลแก่ตนเอง จึงขอเชิญชวนพี่น้องประชาชนมาช่วยกันทำเพื่อตัวเอง ชำระร่างกายและจิตใจของเราด้วยการกินเจ ขอความร่วมมือพ่อค้าแม่ค้า ช่วยกันรักษาคุณภาพสินค้า ทั้งผัก ผลไม้ และอาหารปรุงสำเร็จ  ให้ราคาเป็นตามกลไกตลาดตามปกติ อย่าขึ้นราคาในช่วงดังกล่าว และขอให้ทุกคนมีความสุข สุขภาพแข็งแรง” นายกรัฐมนตรีกล่าว

ขอบคุณเรื่องแนะนำจากกลุ่มประชาสัมพันธ์และเผยแพร่ สำนักโฆษก

เจ้าหน้าที่เทศกิจ “เขตพระนคร” ลุยตรวจ “ผู้ค้า” กวดขันวินัยเข้ม บริเวณหน้าศาลาว่าการกรุงเทพมหานคร เขตพระนคร

          วันพุธที่ 25 กันยายน​ 2562 เวลา 15:00 น. นายสุริยชัย รวิวรรณ “ผู้อำนวยการเขตพระนคร” มอบหมาย​ให้​ ว่าที่ร้อยตรี​ ฤทธิพันธ์​ นันทศุภกร​ “ผู้​ช่วยผู้อำนวยการ​เขตพระนคร” สั่งการให้ นายเจษฎา ประภาสะวัต “หัวหน้าฝ่ายเทศกิจ” และ นายคณิต ชุมช่วย “หัวหน้างานตรวจและบังคับการฝ่ายเทศกิจ” นำกำลัง จนท.ฝ่ายเทศกิจฯ ลงพื้นที่ ตรวจสอบ​ความเรียบร้อยกวดขันวินัยผู้ค้า บริเวณหน้าศาลาว่าการกรุงเทพมหานคร ถนนดินสอ เขตพระนคร กทม.

          ทั้งนี้ในการลงพื้นที่วันนี้เพื่อเน้นย้ำการปฎิบัติงานตามนโยบายของรัฐบาล พลเอกประยุทธ์ จันทร์โอชา “นายกรัฐมนตรีฯ” โครงการ สายตรวจ 3 ประสาน “ทหาร ตำรวจ กทม” พร้อมทั้ง เน้นย้ำการปฎิบัติงานตามนโยบายของ พล.ต.อ.อัศวิน. ขวัญเมือง “ผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร” ในเรื่องการรักษาความสะอาด เเละ ความเป็นระเบียบเรียบร้อยของบ้านเมือง.. NOW ทำจริง เห็นผลจริง …

#สำนักงานเขตพระนคร #เทศกิจ_เขตพระนคร #ปรับปรุงภูมิทัศน์ #กวดขันวินัย #ผู้ค้า #ตามนโยบาย #ผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร #บริเวณหน้าศาลาว่าการกรุงเทพมหานคร #ถนนดินสอ #เขตพระนคร #NOW_ทำจริง_เห็น​ผลจริง​


ภาพ/ข่าว
ธีรพล ปลื้มถนอม รายงาน

ตชด.223 เตรียมความพร้อมภารกิจ ในโอกาส ผบช.สตม.เดินทางให้ความช่วยเหลือผู้ประสบอุทกภัยในพื้นที่จ.อุบลราชธานี

ตชด.223 เตรียมความพร้อมภารกิจ ในโอกาส ผบช.สตม.เดินทางให้ความช่วยเหลือผู้ประสบอุทกภัยในพื้นที่จ.อุบลราชธานี

          เมื่อวันที่​ 29​ ก.ย.62​ เวลา​ 08.30 น.​ : พ.ต.อ.รินณวัฒน์ ภูวัฒนติกานต์ ผกก.ตชด.22 มอบหมายให้ พ.ต.ท.รัชพงษ์ จันทชิด ผบ.ร้อย ตชด.223 จัดกำลังพล 70 นาย โดยมี ร.ต.อ.สันชัย สำอาง รอง ผบ.ร้อย ตชด.223 เป็น หน.ชุด สนับสนุนภารกิจ ในโอกาสที่ พล.ต.ท.สมพงษ์ ชิงดวง ผบช.สตม. เดินทางให้ความช่วยเหลือผู้ประสบอุทกภัยในพื้นที่จังหวัดอุบลราชธานี ดังนี้​ จุดที่ 1.วัดหนองป่าพงษ์ อ.วารินชำราบ จ.อุบลราชธานี จุดที่ 2.รร.อนุบาลปัญญานุกูล จ.อุบลราชธานี

สุรเชษฐ​ ศิลา​นนท์​ รายงาน​

สมาคมนักวิจัยแห่งประเทศไทย นำนักวิจัยเก็บข้อมูล ณ เกาะบาหลี ประเทศอินโดนีเซีย

          สมาคมนักวิจัยแห่งประเทศไทย จัดโครงการฝึกอบรมเชิงปฏิบัติการ “ทักษะและศักยภาพสำหรับนักวิจัยในการวิเคราะห์ด้านเทคโนโลยีกับการพัฒนาและการเปลี่ยนแปลงของเมืองท่องเที่ยวในประเทศอินโดนีเซีย​ (เกาะบาหลี)” ระหว่างวันที่ 21-23 กันยายน 2562

          นางสาว อนงค์วดี จีระบุตร กรรมการและประชาสัมพันธ์ สมาคมนักวิจัยแห่งประเทศไทย เปิดเผยว่า เมื่อวันที่ 21-23 กันยายน ที่ผ่านมาได้ร่วมเดินทางกับ ดร. ณัฐนภรณ์ เอกนาราจินดาวัฒน์ ประธานอนุกรรมการฝ่ายสมาชิกสัมพันธ์ พร้อมด้วยกรรมการ และสมาชิกสมาคมนักวิจัยแห่งประเทศไทย จำนวน 30 คน เดินทางไปเก็บข้อมูล ณ เกาะบาหลี ประเทศอินอินโดนีเซีย เนื่องจากเกาะบาหลีได้รับวัฒนธรรมจากอินเดียเป็นส่วนใหญ่ เช่น ศาสนาพราหมณ์-ฮินดู และศาสนาพุทธ รามายณะ

          ตลอดจนอักษรและภาษาล้วนมากจากอินเดีย จนรวมเป็นวัฒนธรรมประจำถิ่น และยังมีเทคโนโลยีที่ทันสมัย เช่น โดรนในการรักษาความปลอดภัย ศูนย์ดิจิตอล แก็สโซลีน GPS Taxi ธนาคารอิเล็กทรอนิกส์ และสถานที่ท่องเที่ยวที่สวยงามและมีชื่อเสียง รวมถึงมีการพ้ฒนาถนนเพื่อการเดินทางที่สะดวก สถานที่จอดรถ และร้านค้าที่จำหน่ายสินค้าของที่ระลึกและอาหารพื้นเมือง และการกำหนดการเดินทางของทัวร์ เพื่อความสะดวกของนักท่องเที่ยว เป็นต้น เพื่อให้นักวิจัยได้มีความรู้ความสามารถในการรวบรวมข้อมูลในต่างประเทศ และได้ประเด็นในการเขียนบทความวิจัยเชิงคุณภาพและพัฒนาศักยภาพการตีความ

          จากข้อมูลเชิงคุณภาพที่เป็นปรากฏการณ์ สัญลักษณ์ เครื่องหมาย วาทกรรม ฯลฯ ให้ถูกต้องตามหลักการประกอบสร้างและรังสรรค์วิทยา และยังเป็นการเพิ่มขีดความสามารถในการใช้วิธีในการรวบรวมข้อมูลที่เป็นกลยุทธ์ในการศึกษาข้อมูลเชิงคุณภาพ และรวบรวมประเด็นได้อย่างสมบูรณ์ในระยะเวลาที่จำกัดโดยมี รศ.ดร.โยธิน แสวงดี แห่งมหาวิยาลัยมหิดล เป็นวิทยากรร่วมเดินทางและให้คำแนะนำแก่คณะนักวิจัยตลอดการเดินทาง

          โดยสมาคมนักวิจัยฯ ได้จัดกิจกรรมในการมีส่วนร่วมของสมาชิกอย่างต่อเนื่องเสมอมา จึงขอเชิญชวนให้ผู้สนใจสมัครเป็นสมาชิกสมาคมนักวิจัยแห่งประเทศไทย ได้ที่ เบอร์โทร. 025-790787 หรือดูรายละเอียดได้ที่ www.ar.or.th

สุรเชษฐ​ ศิลา​นนท์​ รายงาน​

“บิ๊กอู๊ด” พร้อมคณะนักศีกษาหลักสูตร ปปร.23 สถาบันพระปกเกล้า ร่วมแบ่งฝัน ปันรักให้น้อง โรงเรียนอุบลปัญญานุกูล

          วันนี้ วัน​อาทิ​ตย์ที่​ 29 กันยายน​.2562 เวลา 10.30 น. : พล.ต.ท.สมพงษ์ ชิงดวง ผบช.สตม. พร้อมด้วย พล.ต.ต.ณัฐวัฒน์ การดี ผบก.ตม.4,พล.ต.ต.อาชยน ไกรทอง ผบก.ตม.3,พ.ต.อ.เอกกร บุษบาบดินทร์ รอง ผบก.ตม.5,พ.ต.อ.พิชญ์วุฒิ สงวนสมบัติศิริ รอง ผบก.ตม.4,พ.ต.อ.ไพฑูรย์ กุลัตถ์นาม รอง ผบก.กฝ.ปฏิบัติราชการ สตม.,พ.ต.อ.สถิตย์ พรมอุทัย รอง ผบก.สส.ภ.2 ปฏิบัติราชการ สตม.,พ.ต.อ.ธนิสร แสงท่านั่ง ผกก.ตม.จ.อุบลราชธานี

          และคณะหลักสูตรประกาศนียบัตรชั้นสูงการเมืองการปกครองในระบอบประชาธิปไตยสำหรับนักบริหารระดับสูง รุ่นที่ 23 (ปปร.23) นำข้าราชการตำรวจ สังกัด สตม.ในพื้นที่ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ และ ตม.จ.อุบลราชธานี เดินทางไปมอบเครื่องอุปโภค บริโภค ของใช้ที่จำเป็น และเงินสนับสนุน ให้แก่นักเรียนที่มีความบกพร่องทางด้านสติปัญญา ณ โรงเรียนอุบลปัญญานุกูล ถนนคลังอาวุธ ต.ขามใหญ่ อ.เมือง จ.อุบลราชธานี โดยมี นายมีเกียรติ นาสมตรึก ผู้อำนวยการโรงเรียนฯ​ พร้อมคณะ ให้การต้อนรับ

          โรงเรียนอุบลปัญญานุกูล จังหวัดอุบลราชธานี เป็นโรงเรียนสังกัดสำนักบริหารงานการศึกษาพิเศษ สำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน กระทรวงศึกษาธิการ ก่อตั้งเมื่อวันที่ 30 มกราคม 2530 ในปัจจุบันนี้โรงเรียนจัดการเรียนการสอนนักเรียนที่มีความบกพร่องทางด้านสติปัญญา ปัญหาทางด้านการเรียนรู้ ปัญหาทางด้านพัฒนาการล่าช้า และออทิสติก เป็นโรงเรียนรับนักเรียนอยู่ประจำโดยไม่เก็บค่าใช้จ่าย ตั้งแต่ระดับชั้นอนุบาลถึงมัธยมศึกษาปีที่ 6 โดยโรงเรียนมีสวัสดิการอาหารให้วันละ 3 มื้อและมีเสื้อผ้าให้ปีละ 3 ชุด ต่อคน มีจำนวนนักเรียนทั้งสิ้น 408 คน

          พล.ต.ท.สมพงษ์ฯ กล่าวว่า ขอขอบคุณท่านมีเกียรติฯ ผู้อำนวยการโรงเรียน และคณะครู ที่ช่วยกันดูแลเอาใจใส่เด็กๆเป็นอย่างดี ในวันนี้ตน และเพื่อนๆหลักสูตร ปปร.23 ถือได้ว่าเป็นตัวแทนของหลายคนที่เห็นอกเห็นใจทุกท่าน จึงได้รวบรวมเงินจากผู้ใหญ่ใจดีในหลายภาคส่วนมาสนับสนุนกิจการของโรงเรียน​ และช่วยเหลือเด็กๆ โดยหวังว่า สินน้ำใจเล็กๆน้อยๆเหล่านี้ จะช่วยสร้างขวัญและกำลังใจให้กับน้องๆนักเรียน ในตอนท้าย ได้กล่าวถึงผู้ปกครองของเด็กๆที่มาในวันนี้ด้วยว่า อย่าท้อถอย ขอให้มีกำลังใจที่จะสู้ และอยู่ดูแลลูกหลานต่อไป

สุรเชษฐ​ ศิลา​นนท์​ รายงาน​

ปธ.กต.ตร.สน.นางเลิ้ง​ จัดกิจกรรมล่องเรือไหว้พระ 9 วัด ริมแม่น้ำเจ้าพระยา

         เมื่อวันเสาร์ที่ 21 กันยายน 2562 เวลา 08.00 น.ณ​ ร้านอาหารยกยอ​ ท่าดินแดง​ กทม. : นายมนูญ พุฒทอง ประธานกต.ตร.สน. นางเลิ้ง ได้รับเกียรติ​ให้เป็นเจ้าภาพในการจัดกิจกรรมล่องเรือไหว้พระ 9 วัด ริมแม่น้ำเจ้าพระยา โดยมีแขกผู้มีเกียรติหลายท่าน​ สื่อมวลชนหลายแขนง​ ที่มาร่วมกิจกรรมงานบุญ

          ซึ่งภายในงานได้มีวิทยากรคอยให้ความรู้เกี่ยวกับ วิถีชีวิตความเป็นมาของชุมชนต่างๆ​ ที่อยู่ใกล้วัดริมแม่น้ำเจ้าพระยา ทั้งในกรุงเทพฯ​และ​ปริมณฑล​ สถานที่สำคัญๆ พร้อมกราบไหว้สักการะสิ่งศักดิ์สิทธิ์ ตามโบราณสถานภายในวัดต่างๆ กิจกรรมนี้นอกจากจะได้อิ่มบุญ อิ่มใจ อิ่มกายแล้ว ยังได้ความรู้ และได้ประสบการณ์ที่น่าประทับใจ กับผู้แสวงบุญในครั้งนี้

สุรเชษฐ​ ศิลา​นนท์​ รายงาน​

นายกรัฐมนตรีส่งเสริมเด็กและเยาวชน คิดค้น สร้างสรรค์ นำเสนอผลงานที่นำเทคโนโลยีมาใช้พัฒนาประเทศเพื่อเข้าสู่แนวทางการพัฒนาตามไทยแลนด์ 4.0

          วันนี้ (1 ตุลาคม 2562) เวลา 08.30 น. ก่อนการประชุมคณะรัฐมนตรี ณ บริเวณด้านหน้าตึกบัญชาการ 1 ทำเนียบรัฐบาล พลเอก ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม เยี่ยมชมนิทรรศการแสดงผลงานผู้ประกอบการวิสาหกิจเริ่มต้น (Startup) และผู้ประกอบการที่ได้รับการเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขัน โดยอุทยานวิทยาศาสตร์

          นาย สุวิทย์ เมษินทรีย์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม พร้อมด้วย รศ.นพ. สรนิต ศิลธรรม ปลัดกระทรวงการอุดมศึกษาฯ นำคณะผู้บริหาร เข้าพบนายกรัฐมนตรีเพื่อนำเสนอผลงาน และผลงานที่ประสบความสำเร็จจากการบ่มเพาะธุรกิจวิทยาศาสตร์ เทคโนโลยี และนวัตกรรม (Technology Business Incubation: TBI) อุทยานวิทยาศาสตร์ภาคเหนือ

          โอกาสนี้ กระทรวงการอุดมศึกษาฯ ได้คัดเลือกผลงานที่มีความโดดเด่น จากอุทยานวิทยาศาสตร์ 7 มหาวิทยาลัย ประกอบด้วย 1) บริษัท ทิวา อินโนเวท จำกัด จากสถาบันบ่มเพาะวิสาหกิจ มหาวิทยาลัยแม่โจ้ 2) ทีม NU Bio Bags จากอุทยานวิทยาศาสตร์ภาคเหนือตอนล่าง มหาวิทยาลัยนเรศวร 3) หจก.ปลาส้มไร้ก้างแม่ทองปอน จากสถาบันนวัตกรรมและถ่ายทอดเทคโนโลยี มหาวิทยาลัยพะเยา 4) กมล อินดิโก จากอุทยานวิทยาศาสตร์ภาคเหนือ มหาวิทยาลัยราชภัฏอุตรดิตถ์ 5) บริษัท ไทรส์ อีทีซี จำกัด จากโครงการอุทยานวิทยาศาสตร์ภาคเหนือ มหาวิทยาลัยแม่ฟ้าหลวง 6) บริษัท ธนพร ไรซ์มิลล์ จำกัด จากอุทยานวิทยาศาสตร์ภาคเหนือ มหาวิทยาลัยราชภัฏพิบูลสงคราม และ 7) ทีม ReCute จากอุทยานวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ ซึ่งเป็นผลงานที่มีศักยภาพในการแข่งขัน สามารถต่อยอดธุรกิจ ตอบโจทย์การพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมในพื้นที่ ลดความเหลื่อมล้ำของประชาชน และยกระดับเศรษฐกิจของประเทศไทยให้เข้าแข่งขันในเวทีระดับนานาชาติ

          โดยนายกรัฐมนตรี ได้เยี่ยมชมนิทรรศการ อาทิ ถุงพลาสติกย่อยสลายได้จากกากกาแฟ สีย้อมผ้าจากธรรมชาติใบฮ่อม พร้อมให้ข้อเสนอแนะว่า ให้ผู้ประกอบการคำนึงถึงขั้นตอนการผลิต แปรรูป ตามความต้องการของตลาด พร้อมยกระดับสินค้า นำภูมิปัญญาวัฒนธรรมไทยขับเคลื่อนเศรษฐกิจให้สินค้ามีมาตรฐาน

          พร้อมกันนี้ นายกรัฐมนตรีกล่าวขอบคุณที่ร่วมขับเคลื่อน สร้างสรรค์สิ่งที่เป็นประโยชน์ และขอให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องสนับสนุนเด็กและเยาวชนที่มีพรสวรรค์ โดยส่งเสริมให้คิดค้น สร้างสรรค์ นำเสนอผลงานที่นำเทคโนโลยีมาใช้พัฒนาประเทศเพื่อเข้าสู่แนวทางการพัฒนาตามไทยแลนด์ 4.0

ขอบคุณข้อมูล : กลุ่มประชาสัมพันธ์และเผยแพร่ สำนักโฆษก

นายกรัฐมนตรี สั่งการผ่านวิดีโอคอนเฟอเรนซ์ผู้ว่าราชการจังหวัด จัดการปัญหาสถานการณ์ฝุ่นมลพิษ PM 2.5 และเร่งสำรวจพื้นที่ที่ได้รับความเสียหาย เพื่อฟื้นฟูเยียวยาผู้ได้รับผลกระทบอุทกภัย

          ณ ตึกไทยคู่ฟ้า  ทำเนียบรัฐบาล พลเอก ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม ประชุมสั่งการทางไกลผ่านระบบวิดีโอคอนเฟอเรนซ์กับผู้ว่าราชการจังหวัดจังทั่วประเทศกรณีการจัดการปัญหาอุทกภัยและรับมือกับสถานการณ์ฝุ่นมลพิษ PM 2.5 ที่เกิดขึ้นขณะนี้ โดยมี นายอนุทิน ชาญวีรกูล รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข พลเอก อนุพงษ์ เผ่าจินดา รัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย นายศักดิ์สยาม ชิดชอบ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง อาทิ GISTDA กระทรวงคมนาคม กรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย กระทรวงสาธารณสุข กรุงเทพมหานคร สำนักงานทรัพยากรน้ำแห่งชาติ (สทนช.) กรมอุตุนิยมวิทยา กรมควบคุมมลพิษ เข้าร่วมหารือด้วย

          ภายหลังการประชุมฯ ศ.ดร.นฤมล  ภิญโญสินวัฒน์ โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี ได้เปิดเผยว่า นายกรัฐมนตรี ได้รับทราบรายงานสรุปสถานการณ์ PM2.5 ทั้งในกรุงเทพฯ และปริมณฑล ช่วงปลายปี – ต้นปี ( 19 พ.ย.61- 30 เม.ย.62) พบมีค่าเกินมาตรฐาน และปัจจุบัน พบค่า PM 2.5 เกินมาตรฐานตั้งแต่วันที่ 24 กันยายน 2562 สาเหตุมาจากความกดอากาศแผ่ลงมาจากภาคเหนือส่งผลให้อากาศนิ่ง ลมสงบ ทำให้ฝุ่นละอองสะสม รวมทั้งการใช้รถยนต์ที่มีการเผาไหม้ไม่สมบูรณ์

          อย่างไรก็ตามค่าฝุ่นละออง PM 2.5 ที่สูงดังกล่าวยังไม่ได้สูงมากถึงขั้นเป็นอันตรายต่อสุขภาพ  โดยช่วงบ่ายของวันนี้ค่าฝุ่นละออง PM 2.5 เริ่มลดลงหลายพื้นที่แล้ว เนื่องจากมวลอากาศเริ่มแผ่วเบาประกอบกับมีมรสุมจะทำให้มวลอากาศต่ำหรือมวลอากาศร้อนเข้ามาทำให้มีลมไปดันค่าฝุ่นละออง PM 2.5 ขึ้นไปชั้นบรรยากาศ ทั้งนี้ กรมอุตุนิยมวิทยาแจ้งว่าตั้งแต่วันที่ 1 ตุลาคม 2562 จะมีปริมาณฝนเพิ่มขึ้น เป็นร้อยละ 20 ของพื้นที่ ลักษณะเช่นนี้ จะทำให้ปริมาณ PM 2.5 ที่สะสมในบรรยากาศลดลง ซึ่งสาเหตุหลักส่วนหนึ่งมาจากยานพาหนะที่เผาไหม้ไม่สมบูรณ์ ซึ่งเรื่องนี้ก็จะมีการแก้ไขปัญหาให้เป็นตามมาตรการที่กำหนดไว้ในแผนปฏิบัติการขับเคลื่อนวาระแห่งชาติการแก้ไขปัญหามลพิษด้านฝุ่นละอองที่หน่วยงานที่เกี่ยวข้องจะต้องนำไปปฏิบัติโดยจะมีการนำแผนปฏิบัติฯ เสนอที่ประชุมคณะรัฐมนตรีพิจารณาต่อไป

          โดยการประชุมวันนี้เป็นไปตามแผนในมาตรการที่ 1 ในช่วงของการดำเนินการก่อนวิกฤติ โดยการประชุมชี้แจงเตรียมการร่วมกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเพื่อรับมือกับสถานการณ์ฝุ่นมลพิษ PM 2.5 ควบคุมพื้นที่ ควบคุมแหล่งกำเนิดและกิจกรรมที่ทำให้เกิดมลพิษ ซึ่งโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี ได้กล่าวว่านายกรัฐมนตรี ได้เน้นให้เข้มงวดในการตรวจจับรถยนต์และรถโดยสารสาธารณะที่ปล่อยควันดำที่ส่งผลให้เกิดฝุ่นละออง PM 2.5 โดยหากตรวจพบว่าไม่อยู่ในเกณฑ์มาตรฐานก็จะให้หยุดวิ่งจนกว่าจะดำเนินการปรับปรุงให้อยู่ในเกณฑ์ที่กำหนดไว้จึงให้มาวิ่งได้เช่นเดิม และให้ประชาสัมพันธ์สร้างการรับรู้ให้แก่ประชาชนเพื่อจะได้ปฏิบัติตัวได้อย่างถูกต้อง โดยเฉพาะเด็ก หญิงตั้งครรภ์ และผู้สูงอายุ ควรมีการสวมหน้ากากอนามัยเมื่อต้องออกไปทำกิจกรรมข้างนอกหรือกลางแจ้ง หรืออยู่ที่พื้นที่ค่าฝุ่นละออง PM 2.5 เกินมาตรฐานและเป็นพื้นที่เสี่ยง รวมทั้งให้งดการออกกำลังกายกลางแจ้งในช่วงนี้ ขณะเดียวกัน ได้สั่งการหน่วยงานที่เกี่ยวข้องประสานความร่วมมือกับประเทศเพื่อนบ้านเพื่อร่วมกันป้องกันและแก้ปัญหาสถานการณ์หมอกควันในพื้นที่ภาคใต้ที่จะส่งผลกระทบให้เกิดฝุ่นละอองขนาดเล็กไม่เกิน 2.5 ไมครอน (PM2.5) ด้วย โดยขณะนี้สถานการณ์ในพื้นที่ภาคใต้ดีขึ้นโดยลำดับ

          สำหรับสถานการณ์น้ำและการแก้ปัญหาอุทกภัยและการฟื้นฟูเยียวยานั้น โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี กล่าวชี้แจงว่า ขณะนี้สถานการณ์เริ่มเข้าสู่ภาวะปกติแล้วทั้ง 32 พื้นที่ โดยในพื้นที่จังหวัดอุบลราชธานีและจังหวัดศรีสะเกษภายในปลายสัปดาห์นี้คาดว่าน้ำที่ท่วมขังอยู่ทั้ง 2 จังหวัดจะลดลงเท่ากับระดับตลิ่ง ส่วนบางจุดที่ยังท่วมขังอยู่นายกรัฐมนตรีได้สั่งการให้เร่งระบายน้ำออกโดยเร็ว รวมทั้งให้เร่งสำรวจความเสียหายในพื้นที่เพื่อจะได้ประเมินความเสียหายที่เกิดขึ้น เพื่อเร่งให้ช่วยเหลือและฟื้นฟูเยียวยาประชาชนผู้ที่ได้รับผลกระทบโดยเร็วที่สุด

ขอบคุณข้อมูล : กลุ่มประชาสัมพันธ์และเผยแพร่ สำนักโฆษก

กพอ.รับทราบความก้าวหน้า โครงการลงทุนโครงสร้างพื้นฐาน ในเขตพัฒนาพิเศษภาคตะวันออก พร้อมเห็นชอบระบบการใช้บริการเบ็ดเสร็จ EEC – OSS

          ณ ตึกภักดีบดินทร์ ทำเนียบรัฐบาล พลเอก ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม เป็นประธานการประชุมคณะกรรมการนโยบายเขตพัฒนาพิเศษภาคตะวันออก (กพอ.) ครั้งที่ 9/2562 ร่วมกับรองนายกรัฐมนตรี รัฐมนตรี และผู้ที่เกี่ยวข้อง ซึ่งภายหลังการประชุม นายคณิศ แสงสุพรรณ เลขาธิการคณะกรรมการนโยบายเขตพัฒนาพิเศษภาคตะวันออก และคณะ ได้แถลงผลการประชุม โดย กพอ. ได้พิจารณาและรับทราบความคืบหน้าขั้นตอนการดำเนินงานโครงการลงทุนโครงสร้างพื้นฐานในเขตพัฒนาพิเศษภาคตะวันออก (อีอีซี) ซึ่งมีรายละเอียดที่สำคัญ ดังนี้

1.  การให้บริการแบบเบ็ดเสร็จ EEC – OSS
กพอ. เห็นชอบระบบการใช้บริการเบ็ดเสร็จ EEC – OSS โดยสำนักงานคณะกรรมการนโยบายเขตพัฒนาพิเศษภาคตะวันออก (สกพอ.) ทำหน้าที่เป็นศูนย์กลางบริการรับคำขออนุมัติ อนุญาต และประสานหน่วยงานเจ้าของกฎหมายที่เกี่ยวข้องทั้ง 8 ฉบับกำหนดในมาตรา 43 ของ พ.ร.บ. EEC จาก 6 หน่วยงาน ได้แก่ กรมโยธาธิการและผังเมือง กรมโรงงานอุตสาหกรรม กรมอนามัย กรมพัฒนาธุรกิจการค้า กรมที่ดิน และสำนักงานตรวจคนเข้าเมือง  ซึ่งบริการแบบเบ็ดเสร็จ EEC – OSS ภายหลังปรับปรุงแล้ว จะลดเวลาและขั้นตอนได้ถึง 50% โดยใช้ระยะเวลาดำเนินการเพียง 78 วัน จากเดิม 158 วัน ใช้เอกสารประกอบเพียง 42 รายการ จากเดิม 60 รายการ โดยมีหลักการ ดังนี้
1) ลดระยะเวลาขั้นตอนต่าง ๆ ได้แก่ การพิจารณาเอกสาร การลงพื้นที่และการลงนาม
2) การยกเลิกขั้นตอนบางขั้นตอนในการพิจารณาเอกสาร และยุบรวมใบอนุญาตที่คล้ายคลึงกัน
3) ร่วมกับหน่วยงานรัฐ ในการเชื่อมโยงข้อมูล อำนวยความสะดวกในการกรอกคำร้อง และลดเอกสารที่ต้องใช้ในการขอใบอนุญาต สำหรับการใช้บริการ ผู้ประกอบการสามารถผ่านช่องทาง  www.eeco.or.th /eec-oss หรือจะเข้าใช้งานผ่านระบบ EEC – OSS โดยตรงก็ได้ และสามารถใช้บริการได้ทุกสถานที่ ที่มีอินเทอร์เน็ตให้บริการ

2. แนวทางการพัฒนาบุคลากรใน EEC
สกพอ. และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ขับเคลื่อนสู่การพัฒนาบุคลากรและการศึกษายุคใหม่ เพื่อนำไปสู่การตอบสนอง “งานที่ต้องการบุคลากรและการพัฒนาประเทศ” ตามหลัก demand driven อย่างแท้จริง โดยมีข้อเสนอปรับโครงสร้างการจัดการการศึกษา การเรียนรู้จากด้าน “อุปทาน” สู่ “อุปสงค์” เพื่อตอบโจทย์การมีงานทำมีรายได้ดี ซึ่งกำหนดแนวทางการผลิตกำลังคนคุณภาพเพื่อตอบอุตสาหกรรมเป้าหมาย 3 แนวทาง
• New Skill : ปรับปรุงรูปแบบการเรียนการสอน ครูผู้สอน และใช้เครื่องมือในการสอนตรงตามความต้องการใช้งานจริงในภาคอุตสาหกรรมสำหรับนักศึกษาและคนรุ่นใหม่
• Up Skill : เพิ่มทักษะให้บุคลากรในอาชีพให้ก้าวทันเทคโนโลยี สอนตรงตามความต้องการใช้งานจริง
• Re Skill : อบรมหลักสูตรระยะสั้น 6 – 12 เดือน เพื่อพัฒนากลุ่มคนที่ทำงานไม่ตรงสาขาที่จบ หรือขาดประสบการณ์ตรง หรือคนตกงาน
สกพอ. ได้ประมาณการความต้องการบุคลากรใน 10 อุตสาหกรรมเป้าหมาย จำนวน 475,000 ตำแหน่ง ใน 5 ปี ในขณะที่ BOI แจ้งความต้องการ 16,567 ตำแหน่งของผู้ลงทุนที่ขอเข้ามาลงทุนในปีที่ผ่านมา ระยะเร่งด่วน 20,000 คนในปี งบประมาณ 2563
โดยมีแนวทางการดำเนินการ อาทิ จัดทำหลักสูตรระยะสั้น บูรณาการร่วมกับ 4 กระทรวง กระทรวงแรงงาน กระทรวงศึกษาธิการ กระทรวงอุตสาหกรรม และกระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ และนวัตกรรม ร่วมมือเอกชน อุปกรณ์ ครูผู้สอน สถานที่ฝึกงาน  งบประมาณ 400 ล้านบาท (ภาครัฐ 200 ล้านบาท ภาคเอกชน 200 ล้านบาท) และแต่งตั้งคณะอนุกรรมการพัฒนาบุคคลากรในอีอีซี (ดร.สุวิทย์ เมษินทรีย์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการอุดมศึกษาฯ เป็นประธาน) เป็นกลไกในการดำเนินงาน

3.  (ร่าง) ระเบียบคณะกรรมการนโยบายเขตพัฒนาพิเศษภาคตะวันออก ว่าด้วยกองทุนพัฒนาเขตพัฒนาพิเศษภาคตะวันออก พ.ศ. …
จากมติ ครม. เมื่อวันที่ 3 ก.ย. 2562 ซึ่งได้รับทราบ (ร่าง) ระเบียบคณะกรรมการเขตพัฒนาพิเศษภาคตะวันออก ว่าด้วยกองทุนพัฒนาเขตพัฒนาพิเศษภาคตะวันออก พ.ศ. …. ตามที่ สกพอ. เสนอ และให้แก้ไขปรับปรุงการออกร่างระเบียบฯ ดังกล่าว ตามข้อสังเกตของสำนักงานคณะกรรมการกฤษฏีกา (สคก.) และรับความเห็นจากสำนักงานสภาพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ (สศช.) สำนักงบประมาณ (สงป.) และสำนักงานคณะกรรมการส่งเสริมการลงทุน ทั้งนี้ สกพอ. จะได้ดำเนินการแก้ไขปรับปรุง (ร่าง) ระเบียบฯ ดังกล่าว ตามความเห็นจากหน่วยงานต่าง ๆ
สำหรับ เงินกองทุน ให้ใช้จ่ายเพื่อกิจการตามวัตถุประสงค์ของกองทุน ดังต่อไปนี้
(1) เพื่อการพัฒนาพื้นที่หรือชุมชน รวมตลอดทั้งช่วยเหลือ หรือเยียวยาประชาชนและชุมชนบรรดาที่อาจได้รับผลกระทบจากการพัฒนาเขตพัฒนาพิเศษภาคตะวันออก
(2) สนับสนุนและส่งเสริมการศึกษาและให้ทุนการศึกษาแก่ประชาชนที่อยู่อาศัยในเขตพัฒนาพิเศษภาคตะวันออกหรือที่อยู่ใกล้เคียงและได้รับผลกระทบจากการพัฒนาเขตพัฒนาพิเศษภาคตะวันออก
(3) ค่าใช้จ่ายอื่นที่จะส่งเสริมให้เกิดประสิทธิภาพและความรวดเร็วในการพัฒนาเขตพัฒนาพิเศษภาคตะวันออกตามที่คณะกรรมการนโยบายกำหนด
(4) ค่าใช้จ่ายในการบริหารกองทุน
การใช้จ่ายเงินกองทุนตาม (1) และ (2) ให้คำนึงถึงความต้องการของประชาชนในท้องถิ่นด้วย
ทั้งนี้ การบริหารกองทุนพัฒนาเขตพัฒนาพิเศษภาคตะวันออก มีคณะกรรมการบริหาร จำนวน 8 คน ประกอบด้วย เลขาธิการ หรือผู้ที่เลขาธิการมอบหมาย เป็นประธานฯ ผู้แทนสำนักงบประมาณเป็นกรรมการ ผู้แทนกระทรวงการคลังเป็นกรรมการ ผู้แทน สกพอ. เป็นกรรมการ กรรมการผู้ทรงคุณวุฒิ (ไม่เกิน 3 คน) และผู้บริหารกองทุน เป็นกรรมการ และเลขานุการ

4. แผนผังการใช้ประโยชน์ที่ดิน และแผนผังการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานและระบบสาธารณูปโภค เขตพัฒนาพิเศษภาคตะวันออก พ.ศ. ….

กพอ. มีมติเห็นชอบเมื่อวันที่ 5 สค. 2562 ในการประชุม ฯ ครั้งนี้ กรมโยธาธิการและผังเมือง (ยผ.) ได้จัดทำรายการประกอบแผนผังท้าย (ร่าง) ประกาศ 5 รายการ ได้แก่
(1) รายการประกอบแผนผังการใช้ประโยชน์ในที่ดิน
(2) รายการประกอบแผนผังระบบสาธารณูปโภค ระบบเทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร และระบบการควบคุมและขจัดมลภาวะ
(3) รายการประกอบแผนผังระบบคมนาคมและขนส่ง
(4) รายการประกอบแผนผังระบบบริหารจัดการน้ำ
(5) รายการประกอบแผนผังระบบป้องกันอุบัติภัย
อย่างก็ตาม การจัดทำแผนผัง EEC นอกจากจะมีการรับฟังความเห็นจากผู้นำในจังหวัด ผู้แทนในระดับจังหวัด อำเภอ ท้องถิ่นและชุมชน กลุ่มเฉพาะต่าง ๆ จำนวน 40 ครั้ง โดยประชุมแบบทางการ 25 ครั้งและไม่เป็นทางการ 15 ครั้ง ซึ่ง สกพอ. และ ยผ. ได้ร่วมกันชี้แจง ทำความเข้าใจ กับกลุ่มเครือข่ายเพื่อนตะวันออกฯ ดังนี้
1) ทำหนังสือชี้แจง ระหว่างเดือน ก.ค. 62 – 26 ส.ค. 62 สกพอ. ร่วมกับ ยผ. ได้มีหนังสือตอบชี้แจงประเด็นข้อร้องเรียนทั้งหมด 8 ประเด็น รวม 8 ครั้ง
2) การร่วมประชุมหารือเมื่อวันที่ 30 ส.ค. 62 ณ ศูนย์รับเรื่องราวร้องทุกข์ของรัฐบาล สรุปผลการประชุมดังนี้
(1) ผู้แทน สกพอ. และ ยผ. ได้ตอบประเด็นข้อร้องเรียน 8 ข้อเดิมอีกครั้งหนึ่ง (2) กลุ่มเครือข่ายฯ ได้ขอแก้ไขข้อกำหนดการใช้ประโยชน์ในที่ดิน เพิ่มอีก 4 ข้อ ซึ่ง ผู้แทน ยผ. ได้ชี้แจงประเด็นดังกล่าวครบทุกประเด็น (3) ผู้เข้าร่วมประชุมท่านอื่น มีความเห็นว่า หลักเกณฑ์การตั้งนิคมและโรงงานอุตสาหกรรมมีความเข้มงวดมาก มีกฎหมายที่เกี่ยวข้องหลายฉบับ และเมื่อพิจารณาแผนผัง EEC แล้ว เห็นว่ามีการดำเนินงานอย่างมีระบบ มีการกำหนด zoning ชัดเจน จึงเชิญกลุ่มเครือข่ายร่วมกำกับดูแลเฝ้าระวังการบังคับใช้แผนผัง EEC จะดีกว่า นอกจากนี้ กำนันตำบลเขาดิน มีความเห็นว่า ปัจจุบันที่ดินเสื่อมโทรมลง การประมงไม่ได้ผลผลิตคุณภาพ การมีอุตสาหกรรมในพื้นที่ จะสร้างรายได้และการยกระดับคุณภาพชีวิตของคนในชุมชน และอุตสาหกรรมที่จะมาตั้งในพื้นที่ ก็เป็นอุตสาหกรรมสะอาดที่อยู่ร่วมกับชุมชนได้ (4) กลุ่มเครือข่ายเพื่อนตะวันออก ยังคงมีความเห็นเดิมคือ ขอให้ทบทวนมติ กพอ. ที่ได้เห็นชอบ  (ร่าง) ประกาศคณะกรรมการนโยบายฯ

          ทั้งนี้ เมื่อวันที่ 30 ส.ค. 62 ได้มีกลุ่มชาวบ้านตำบลเขาดิน อำเภอปางปะกง จังหวัดฉะเชิงเทรา และ อำเภอพานทอง จังหวัดชลบุรี มากกว่า 60 คน เดินทางมายื่นหนังสือนำเรียนนายกรัฐมนตรี ที่ศูนย์รับเรื่องราวร้องทุกข์ของรัฐบาล เพื่อเรียกร้องให้เดินหน้าโครงการ EEC และขอให้เร่งรัดประกาศใช้แผนผัง EEC โดยเร็ว เนื่องจากเป็นความต้องการของคนในพื้นที่ที่แท้จริง โดยในการเรียกร้องให้เดินหน้าโครงการ EEC ครั้งนี้ ได้มีประชาชนในพื้นที่ร่วมลงชื่อจำนวนมากกว่า 500 คน

          โดยที่ประชุม กพอ. เห็นชอบรายการประกอบแผนผังท้าย (ร่าง) ประกาศ กพอ. เรื่อง แผนผังการใช้ประโยชน์ในที่ดิน และแผนผังการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานและระบบสาธารณูปโภค เขตพัฒนาพิเศษภาคตะวันออก พ.ศ. …. ตามที่เสนอ  และ มอบหมาย สกพอ. นำเสนอ ครม. พิจารณาอนุมัติ ต่อไป

5. ความก้าวหน้าโครงการ EEC Project List ที่สำคัญ ๆ
1) โครงการพัฒนาท่าเรืออุตสาหกรรมมาบตาพุด ระยะที่ 3
สัญญาร่วมทุนผ่าน ครม. เมื่อวันที่ 24 กันยายน 2562  และการนิคมอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย (กนอ.) จะเสนอขอขยายเขตนิคมอุตสาหกรรมเข้า ครม. ในวันที่ 1 ตุลาคม 2562  โดยเอกชนพร้อมลงนาม
2) โครงการพัฒนาสนามบินอู่ตะเภา และเมืองการบินภาคตะวันออก
ศาลปกครองเห็นตาม คณะกรรมการคัดเลือก และ มติอุทธรณ์ของ กพอ. ไม่รับเอกสาร 2 กล่อง (กล่องข้อเสนอแผนธุรกิจ และกล่องข้อเสนอผลตอบแทนทางการเงิน) ของกลุ่มกิจการร่วมค้าธนโฮลดิ้ง  ซึ่งบริษัทฯ ได้ไปยื่นคำร้องกับศาลปกครองสูงสุด เมื่อวันที่ 16 กันยายน 2562
อย่างไรก็ตาม คณะกรรมการคัดเลือกจะดำเนินการต่อโดยกำหนดพิจารณาเอกสารทางเทคนิคให้จบภายในวันที่ 9 ตุลาคม 2562 และเปิดซองการเงิน เพื่อหาผู้เข้าเจรจาสัญญา ซึ่งคาดว่าจะแล้วเสร็จภายในเดือนตุลาคม 2562
3) โครงการรถไฟความเร็วสูงเชื่อม 3 สนามบิน
กพอ. รับทราบการวางกำหนดการส่งมอบที่ดินให้แล้วเสร็จโดยเร็ว คือส่งมอบที่ดิน 72% ภายใน 1 ปี หลังลงนามในสัญญาร่วมลงทุน เพื่อให้เอกชนเริ่มก่อสร้างโครงการและเห็นชอบให้กระทรวงพลังงานเร่งรัดการรื้อย้ายท่อก๊าซยาว 12 กม. ยกเสาส่งไฟฟ้าแรงสูง 16 จุด กระทรวงมหาดไทย เร่งรัด ย้ายท่อระบายน้ำขนาดใหญ่ 4 จุด ย้ายเสาส่งไฟฟ้าแรงสูงยาว 14 กม. ยกเสาส่งไฟฟ้าแรงสูง 39 จุด ย้ายท่อประปาขนาดใหญ่ยาว 2 กม. และกระทรวงคมนาคม โดย รฟท. ใช้สิทธิ์เร่งรัดให้ย้ายท่อน้ำมันของบริษัทเอกชน ระยะทาง 44 กม. รวมทั้ง เร่งรัด พรฎ. เวนคืนที่ดิน พ.ศ. …. ซึ่งจะทำให้การส่งมอบพื้นที่โครงการเป็นไปตามแผนงาน และโครงการก่อสร้างแล้วเสร็จได้ตามเป้าหมาย

          โดยในเรื่องนี้ เลขาธิการ กพอ. กล่าวเพิ่มเติมว่า ทางผู้ว่าการรถไฟแห่งประเทศไทย และการรถไฟแห่งประเทศไทย (รฟท.) ไม่ได้เป็นห่วงเรื่องพื้นที่ของ รฟท. ที่จะส่งมอบ เพราะสามารถส่งมอบได้ แต่มีพื้นที่บางส่วนที่เกี่ยวข้องกับหน่วยงานอื่น เช่น มีท่อก๊าซที่ต้องรื้อย้ายออกจากพื้นที่ซึ่งเป็นของของกระทรวงพลังงาน  มีเสาส่งไฟฟ้าแรงสูง และมีท่อระบายน้ำของ กทม. เหล่านี้เป็นส่วนที่ รฟท. เป็นห่วง เพราะต้องไปประสานงานกับหน่วยงานและต้องใช้เวลาดำเนินการ ซึ่งที่ประชุม กพอ. วันนี้ได้มอบหมายให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องมาจัดทำแผนกับ รฟท. ให้แล้วเสร็จภายใน 1 สัปดาห์ โดยให้กำหนดวันแล้วเสร็จ กำหนดวิธีการดำเนินการ และงบประมาณที่ต้องใช้ เพื่อเร่งรัดดำเนินการเรื่องนี้ให้แล้วเสร็จเร็วที่สุดก่อนวันที่ 15 ตุลาคม 62 ซึ่งเป็นวันที่กำหนดลงนามสัญญา รวมทั้งจะได้หารือกับภาคเอกชนถึงการทำงานในเรื่องนี้ด้วย

4) โครงการพัฒนาท่าเรือแหลมฉบัง ระยะที่ 3 ท่าเทียบเรือ F
ศาลปกครอง มีมติให้ คำพิพากษา
(1)     ให้ถอนฟ้องคำสั่งของคณะกรรมการคัดเลือกฯ ที่ให้กิจการร่วมค้าเอ็นซีพี ไม่ผ่านการประเมินในซองที่ 2
(2)     ให้การเพิกถอนคำสั่งดังกล่าว มีผลตั้งแต่วันที่ คณะกรรมการคัดเลือก ฯ มีคำสั่ง และให้มีผลต่อไป จนกว่า มีคำพิพากษาของศาล ถึงที่สุด
(3)     ให้ยกฟ้อง ผู้ถูกฟ้องคดีที่ 2 (กพอ.) และผู้ถูกฟ้องคดีที่ 3 (คณะอนุกรรมการพิจารณาอุทธรณ์ ฯ)
( 4)    คณะกรรมการคัดเลือก ฯ จะเร่งดำเนินการต่อไป

          ทั้งนี้ นายกรัฐมนตรีกล่าวก่อนปิดการประชุมว่า รัฐบาลกำลังเดินหน้าทำงานอย่างเต็มที่ นายกรัฐมนตรี รองนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีทุกคน ตั้งใจทำงานเต็มที่ ขอขอบคุณทุกคนที่อยู่ในห้องประชุมวันนี้ รวมถึงผู้ที่มีส่วนเกี่ยวข้องทุกคนที่ไม่ได้อยู่ที่นี่ ขอให้ทุกคนร่วมกันทำงานให้ดีที่สุด เพราะประชาชนอยากเห็นประเทศเจริญก้าวหน้า

ขอบคุณข้อมูล : กลุ่มประชาสัมพันธ์และเผยแพร่ สำนักโฆษก
(ข้อมูลจากฝ่ายเลขานุการ กพอ.)

นายกรัฐมนตรีเป็นประธานเปิด โครงการรถไฟฟ้าสายสีน้ำเงินส่วนต่อขยาย ช่วงหัวลำโพง เพื่อช่วยลดปัญหาการจราจร

          ศาสตราจารย์นฤมล ภิญโญสินวัฒน์ โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า  พลเอกประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม  จะเป็นประธานในพิธีเปิดให้บริการโครงการรถไฟฟ้าสายสีน้ำเงินส่วนต่อขยาย ช่วงหัวลำโพง ในวันจันทร์ ที่ 30 ก.ย. นี้  

          ซึ่งโครงการรถไฟฟ้าสายสีน้ำเงิน ส่วนต่อขยาย ช่วงหัวลำโพง – บางแค และช่วงเตาปูน – ท่าพระ เป็นโครงการรถไฟฟ้าที่ก่อสร้างเชื่อมต่อจากรถไฟฟ้ามหานคร สายเฉลิมรัชมงคล ไปฝั่งธนบุรี เพื่อช่วยลดปัญหาการจราจร ทำให้ประชาชนเดินทางได้อย่างสะดวก รวดเร็ว ปลอดภัย และตรงเวลายิ่งขึ้น โดยมีระยะทางรวมทั้งสิ้น 27 กิโลเมตร แบ่งเป็น 2 ช่วง ได้แก่ ช่วงหัวลำโพง – บางแค เชื่อมจากสถานีหัวลำโพงไปยังสถานีหลักสอง  สิ้นสุดที่ถนนกาญจนาภิเษก ระยะทางประมาณ 16 กิโลเมตร มีโครงสร้างทางวิ่งแบบยกระดับและแบบใต้ดิน มีจำนวน  11 สถานี  และเส้นทางระหว่างสถานีสนามไชยและสถานีอิสรภาพ ซึ่งจะลอดผ่านแม่น้ำเจ้าพระยา เป็นระยะทางประมาณ 200 เมตร และอยู่ใต้ระดับท้องแม่น้ำประมาณ 10 เมตร สำหรับช่วงเตาปูน – ท่าพระ เชื่อมต่อจากรถไฟฟ้ามหานคร สายฉลองรัชธรรมที่สถานีเตาปูน ไปยังสถานีท่าพระ ซึ่งจะสิ้นสุดที่บริเวณแยกท่าพระ ระยะทางประมาณ 11 กิโลเมตร เป็นโครงสร้างทางวิ่งยกระดับตลอดสาย มีจำนวนสถานี 8 สถานี

          นอกจากนี้ โครงการรถไฟฟ้าสายสีน้ำเงินส่วนต่อขยาย ช่วงหัวลำโพง – บางแค มีแนวเส้นทางผ่านสถานีสำคัญในใจกลางกรุงเทพมหานครและฝั่งธนบุรี มีการออกแบบก่อสร้างสถานีรถไฟฟ้าของโครงการรถไฟฟ้าสายสีน้ำเงินฯ ให้มีความกลมกลืนกับประวัติศาสตร์ความเป็นมาและสัญลักษณ์เชิงพื้นที่ เช่น  สถานีวัดมังกรมีการออกแบบสถาปัตยกรรมจีนมาผสมผสานกับรูปแบบยุโรป หรือเรียกว่าสไตล์ชิโนโปรตุกิส สอดคล้องกับวิถีชีวิต วิถีการค้าชาวจีน สภาพแวดล้อมโดยรอบโดยนายกรัฐมนตรีจะขึ้นรถไฟฟ้าสายสีน้ำเงินฯ จากสถานีท่าพระไปยังสถานีวัดมังกร และเดินทางไปยังวัดมังกรกมลาวาสอีกด้วย

ขอบคุณข้อมูล : กลุ่มประชาสัมพันธ์และเผยแพร่ สำนักโฆษก