วัดด่านพญานาคนิคมฯ จัดพิธีบวชป่า ปลูกต้นไม้ และสร้างฝายชะลอน้ำ

      เมื่อวันที่ 3 กรกฎาคม 2562 เวลา 10.00 น. นายชายสิทธิ์ สุวรรณโชติ นายอำเภอนิคมคำสร้อย เป็นประธานในพิธี บวชป่าปลูกต้นไม้ และสร้างฝายชะลอน้ำ เพื่อโครงการอนุรักษ์ป่าไม้ และสิ่งแวดล้อม เพื่อความยั่งยืนของสัตว์ป่า และพันธุ์พืช ภายในบริเวณ วัดด่านพญานาค โดยมีหัวหน้าส่วนราชการทุกภาคส่วน องค์กรภาคประชาชน กำนัน ผู้ใหญ่บ้าน และชาวบ้านโนนสว่าง ตำบลนิคมคำสร้อย อำเภอนิคมคำสร้อย จังหวัดมุกดาหาร ร่วมกัน บวชต้นไม้ ปลูกป่า และสร้างฝายชะลอน้ำ ภายในบริเวณวัดด่านพญานาค

      พระมหาทรงยศ โสภิโต ได้จัดพิธีบวชต้นไม้ขึ้น เพื่อต้องการยับยั้ง การลักลอบตัดไม้ทำลายป่า โดยเฉพาะต้นไม้พยุง ที่มีอยู่ในบริเวณวัด ป่าบริเวณต้นน้ำลำธาร ซึ่งพิธีกรรมดังกล่าว ได้เผยแพร่ไปสู่สาธารณชน ชาวบ้านโนนสว่าง ก็ตระหนักและมีความเชื่อว่า พญาต้นไม้ที่ผ่านการบวชแล้ว จะคุ้มครองรักษาต้นไม้ต่างๆ ในบริเวณนั้น ซึ่งจะมีผลทำให้น้ำไม่แห้ง ฝนตกต้องตามฤดูกาล ถือเป็นการยับยั้งการทำลายธรรมชาติ และช่วยอนุรักษ์สิ่งแวดล้อม พร้อมทั้งรักษาป่าไม้ ที่เป็นต้นน้ำลำธารให้อุดมสมบูรณ์ และที่สำคัญคือ สร้างความสำนึกให้แก่ชุมชน ในการดูแลรักษาสภาพธรรมชาติ อนุรักษ์ป่าไม้และสิ่งแวดล้อม เพื่อความยั่งยืนของสัตว์ป่า และพันธุ์พืชต่อไป.


สมเกียรติ, ธานินทร์ / ผู้สื่อข่าวมุกดาหาร
เดวิด มุกดาหาร หัวหน้าศูนย์ข่าว สำนักข่าวความมั่นคง มุกดาหาร รายงาน

เทศบาลเมืองหนองปรือ พร้อมบริษัท ไทยวา (มหาชน) จำกัด มอบเงินสนับสนุน จำนวน 233,000 บาท ให้โรงเรียนบ้านทุ่งกลม ตามโครงการ ไทยวาอาสาพัฒนาชุมชน

วันที่ 4 กรกฏาคม2562 ที่โรงเรียนบ้านทุ่งกลม ต.หนองปรือ อ.บางละมุง จ.ชลบุรี ดร.มาย ไชยนิตย์ นายกเทศมนตรีเทศบาลเมืองหนองปรือ เป็นประธานเปิดโครงการ ไทยวาอาสาพัฒนาชุมชน โดยมีสมาชิกสภาเทศบาลเมืองหนองปรือ คณะครู นักเรียน โรงเรียนบ้านทุ่งกลมเข้าร่วมให้การต้อนรับ ซึ่งมีนางสาว อภิณห์พร สินมณีฐานนท์ ผู้อำนวยการโรงเรียนบ้านทุ่งกลม กล่าวให้การต้อนรับคณะของบริษัท ไทยวา (มหาชน) จำกัด นำคณะโดยนายสมพร ช่างเกวียน ผู้จัดการวิจัยและพัฒนา พร้อมทั้งคณะผู้ร่วมเดินทางของบริษัท ไทยวา(มหาชน)จำกัด จำนวนกว่า 100คน เข้าร่วมพิธีและกิจกรรมในครั้งนี้
โดยในครั้งนี้ทางบริษัท ไทยวา (มหาชน) จำกัด ได้มอบเงินสนับสนุน ในกิจกรรม โครงการ ไทยวาอาสาพัฒนาชุมชน โรงเรียนบ้านทุ่งกลม จำนวน 233,000 บาท เพื่อสนับสนุนงบประมาณ บำรุงซ่อมแซมอาคาร ห้องน้ำอ่างน้ำล้างหน้าแปรงฟัน รวมไปถึงสนับสนุนด้านของเศรษฐพอเพียงตามปรัชญาที่พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลเดชได้มีพระราชดำรัชแก่พสกนิกรชาวไทย ในปี พ. ศ.2517 เป็นต้นมา โดยมีการสนัยสนุนสร้างโรงเพาะเห็ด ปุ๋ยหมักต่างเพื่อในในการเกษร ปลูกฝังให้นักเรียนได้ใช้แนวความคิดปฏิบัติแบบอย่างเศรษฐพอเพียง
จากนั้น ดร.มาย จึงตัดริบบิ้นเปิดงานโครงการ ไทยวาอาสาพัฒนาชุมชนของโรงเรียนบ้านทุ่งกลม พร้อมกล่าวขอบคุณทาง บริษัท ไทยวา(มหาชน)จำกัด ที่ให้การสนับสนุนเติมเต็มให้กับโรงเรียนบ้านทุ่งกลม พร้อมกับจะได้นำเงินสนับสนุนไปใช้ให้เกิดประโยชน์กับทางโรงเรียนบ้านทุ่งกลมตามวัตภุประสงค์ต่อไป

พัทยา จ.ชลบุรี / โยธิน พรมแตง-คัมภีร์ อาบสุวรรณ์ -วิรัตน์ ขำแตร-ทนงค์ ปรีเปรม *086-1499878

เทศบาลเมืองหนอง

นายสุริยชัย รวิวรรณ ผู้อำนวยการเขตพระนคร นำกำลัง จนท.เขตพระนคร เข้าแถวเคารพธงชาติพร้อมทั้งมอบหมายงานภารกิจประจำวัน บริเวณหน้าเสาธง สำนักงานเขตพระนคร เขตพระนคร.

วันศุกร์ที่ 5 กรกฎาคม 2562 เวลา 08:00 น. นายสุริยชัย รวิวรรณ ผู้อำนวยการเขตพระนคร นำกำลัง จนท.เขตพระนคร โดยมี นายเจษฎา ประภาสะวัต “หัวหน้าฝ่ายเทศกิจ” และ นายคณิต ชุ่มช่วย “หัวหน้างานตรวจและบังคับการฝ่ายเทศกิจ” พร้อมด้วย จนท.ฝ่ายเทศกิจฯ เขตพระนคร ชุด 511,512,513,514,515,533 จนท.ฝ่ายการคลังฯ เข้าแถวเคารพธงชาติ พร้อมทั้ง มอบหมายงานภารกิจประจำวัน บริเวณหน้าเสาธง สำนักงานเขตพระนคร เขตพระนคร กทม.
เบื้องต้นกิจกรรมใยเช้าวันนี้มีเจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้องร่วมกิจกรรมเช้าวันนี้เป็นจำนวนมาก..

ขอบคุณภาพข่าว >> cr.กลุ่มงานสายตรวจ สนง.เขตพระนคร
เนื้อข่าว >> ธีรพล ปลื้มถนอม รางาน

เปิดตัวระบบพัฒนาบุคลากรด้านการวิจัยและนวัตกรรมของประเทศ พร้อมการบริหารจัดการทุนวิจัยในแบบออนไลน์ 100%

      ศ.ดร.นพ.สิริฤกษ์ ทรงศิวิไล ผู้อำนวยการสำนักงานการวิจัยแห่งชาติ กล่าวถึงบทบาทของสำนักงาน การวิจัยแห่งชาติ (วช.) ในกระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม ในงาน Open House เปิดบ้าน วช.5G : Change for the Future เมื่อวันที่ 4 กรกฎาคม 2562 ณ สำนักงานการวิจัยแห่งชาติ (วช.) ว่า วช. ได้รับมอบหมายให้เป็น Funding Agency หลักของประเทศ ทำหน้าที่ในการให้ทุนวิจัยและนวัตกรรมแก่หน่วยงานในระบบวิจัยและสถาบันอุดมศึกษา ซึ่งได้แก่นักวิจัย หน่วยงานและองค์การมหาชนทั้งภายในและภายนอกกระทรวงการอุดมศึกษาฯ สถาบันวิจัย มหาวิทยาลัยและสถาบันการศึกษา ครอบคลุมทั้งการวิจัยพื้นฐาน วิจัยประยุกต์ ทั้งด้านวิทยาศาสตร์ สังคมศาสตร์ มนุษยศาสตร์ รวมทั้งสหสาขาวิชาการ
      โดยในงานดังกล่าวได้มีการเปิดตัวระบบพัฒนาบุคลากรด้านการวิจัยและนวัตกรรมของประเทศ และทุนด้านการวิจัยและนวัตกรรม ได้แก่ ทุนพัฒนาบุคลากรและการวิจัยเพื่อฐานทางวิชาการ ที่เป็นการส่งเสริมและพัฒนาบุคลากรวิจัยทั้งระบบ รวมทั้งการสร้างเครือข่ายความร่วมมือทางวิชาการกับนานาชาติ และทุนวิจัยและนวัตกรรม ในประเด็นสำคัญของประเทศ ตามยุทธศาสตร์ชาติ แผนแม่บท และยุทธศาสตร์การวิจัยและนวัตกรรม ซึ่งสภานโยบายการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรมแห่งชาติ เป็นผู้กำหนด
ในปัจจุบัน วช. ได้พัฒนาให้ระบบบริหารจัดการงานวิจัยแห่งชาติ (National Research Management System : NRMS) ให้สามารถบริหารจัดการทุนวิจัยในแบบออนไลน์ 100% เพื่อเป็นเครื่องมือสำคัญที่สนับสนุนการบริหารจัดการการวิจัยและนวัตกรรมอย่างเป็นระบบและเกิดการบูรณาการระหว่างนักวิจัย หน่วยงานให้ทุน ผู้พิจารณาทุนวิจัย (Reviewer) และทีมบริหารจัดการ เพื่ออำนวยความสะดวก (Convenient) และลดระยะเวลา (Speed) ข้อมูลมีความถูกต้องและเชื่อถือได้ (Accurate) และสามารถติดตาม ตรวจสอบได้ (Traceable) และเกิดความคุ้มค่าในการใช้ทรัพยากรร่วมกัน (Efficient) อีกทั้งนักวิจัยสามารถติดตามสถานะข้อเสนอโครงการวิจัยได้ทุกขั้นตอน พร้อมมีระบบแจ้งเตือนการส่งงาน สนับสนุนการบริหารจัดการงานวิจัยของหน่วยงาน
      ปัจจุบัน วช. มีความพร้อมในวิธีการทำงานแบบใหม่ โดยได้ยกระดับการทำงานตามภารกิจใหม่โดยแนวทาง “วช. 5G” ประกอบด้วย Speed ทำงานได้รวดเร็วขึ้น Start เริ่มทำงานได้ทันที ตอบสนองฉับพลัน Scope ขยายขอบข่ายการทำงาน ในระดับชาติ และนานาชาติ Connectivity เชื่อมโยงการทำงานระหว่างหน่วยงานทั้งในประเทศและต่างประเทศ Efficient ทำงานคุ้มค่า ใช้ต้นทุนต่ำ ได้ผลผลิตสูง Smooth ลดขั้นตอนการทำงานที่ไม่จำเป็น และทำงานโดยไม่มีข้อจำกัด ซึ่งแนวทางทำงาน 5G ดังกล่าว วช. จะเป็นส่วนราชการที่มีประสิทธิภาพสูง รวดเร็ว คล่องตัว เชื่อมโยงนโยบายสู่การปฏิบัติได้ทันที พร้อมขับเคลื่อนการวิจัยและนวัตกรรม สร้างมูลค่าทางเศรษฐกิจและสังคม ยกระดับคุณภาพชีวิตของประชาชน และเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขันของประเทศ ต่อไป

ศุภเดช ธนูศร /ข่าว/ Cr. นายก อนันท์ นิลมานนท์ ( สภท.54 ปี)

พ.ม.จัดงาน Thailand Social Expo 2019 มหกรรมแสดงผลงานนวัตกรรมด้านสังคมที่ใหญ่ที่สุดของไทย

      วันนี้ วัน​ศุกร์​ที่​ 5 ก.ค. 62 เวลา 10.00 น. ที่อาคารชาเลนเจอร์ ฮอลล์ 2 ศูนย์แสดงสินค้าและการประชุมอิมแพ็ค เมืองทองธานี จังหวัดนนทบุรี : นายวิษณุ เครืองาม รองนายกรัฐมนตรี เป็นประธานเปิดงาน Thailand Social Expo 2019 ภายใต้แนวคิด “ร่วมมือ ร่วมใจ สังคมไทยยั่งยืน – Partnership for Sustainability” โดยความร่วมมือระหว่างกระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ (พม.) และหน่วยงานภาคีเครือข่ายด้านสังคมทั้งภาครัฐ ภาคเอกชน และประชาสังคม จากประเทศไทยและอาเซียนกว่า 100 หน่วยงาน เพื่อแสดงผลงานด้านสังคมของรัฐบาลและงานมหกรรมด้านสังคมครั้งที่ 2 ของประเทศไทย เป็นการต่อยอดและขยายผลของการรวบรวมผลงานนวัตกรรมทางสังคมและเทคโนโลยี เพื่อการพัฒนาสังคมและประชาชนกลุ่มเป้าหมายในทุกช่วงวัย รวมทั้งผลการคิดค้นและการดำเนินงานสำคัญในด้านสังคมของประเทศไทยและอาเซียน ซึ่งจัดขึ้นระหว่างวันที่ 5 – 7 กรกฎาคม 2562 เวลา 09.00 – 20.00 น. ณ อาคารชาเลนเจอร์ ฮอลล์ 2 ศูนย์แสดงสินค้าและการประชุมอิมแพ็ค เมืองทองธานี จังหวัดนนทบุรี โดยมี นายปรเมธี วิมลศิริ

      ปลัดกระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ (ปลัด พม.) กล่าวรายงาน พร้อมด้วยคณะผู้บริหาร ผู้แทนองค์กรภาคีเครือข่ายทั้งจากภาครัฐ ภาคเอกชน ภาคประชาสังคม และประชาชนกลุ่มเป้าหมายในทุกช่วงวัยเข้าร่วมงาน
นายปรเมธี กล่าวว่า กระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ (พม.) ในฐานะหน่วยงานหลักด้านสังคมได้ดำเนินภารกิจตามยุทธศาสตร์ชาติ ระยะ 20 ปี แผนพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ ฉบับที่ 12 และกรอบแนวทางในการพัฒนาประเทศด้านสังคมมาอย่างต่อเนื่อง โดยเฉพาะการสร้างความมั่นคงทางสังคม การพัฒนาศักยภาพทุนมนุษย์ และการสร้างความเป็นธรรมและลดความเหลื่อมล้ำในสังคม เพื่อขับเคลื่อนการพัฒนาประเทศทั้งด้านเศรษฐกิจ สังคม และสิ่งแวดล้อม อย่างสมดุล นำไปสู่การการแก้ไขปัญหาสังคมอย่างเป็นระบบและยั่งยืน อีกทั้งการพัฒนาระบบสวัสดิการและระบบการคุ้มครองทางสังคม เพื่อรองรับการพัฒนาคนตลอดช่วงชีวิต ด้วยการบูรณาการความร่วมมือกับภาคีเครือข่ายด้านสังคมทุกภาคส่วน ทั้งภาครัฐ เอกชน และประชาสังคม และการพัฒนานวัตกรรมทางสังคมและเทคโนโลยี เพื่อยกระดับศักยภาพของประเทศในมิติด้านสังคม

      นายปรเมธี กล่าวต่อไปว่า ทั้งนี้ กระทรวง พม. ร่วมกับหน่วยงานภาคีเครือข่ายด้านสังคมทั้งภาครัฐ ภาคเอกชน และ ประชาสังคม จากประเทศไทยและอาเซียนกว่า 100 หน่วยงาน กำหนดจัดงาน Thailand Social Expo 2019 ภายใต้แนวคิด “ร่วมมือ ร่วมใจ สังคมไทยยั่งยืน – Partnership for Sustainability” ระหว่างวันที่ 5 – 7 กรกฎาคม 2562 เวลา 09.00 – 20.00 น. ณ อาคารชาเลนเจอร์ ฮอลล์ 2 อิมแพ็ค เมืองทองธานี จังหวัดนนทบุรี ซึ่งเป็นมหกรรมที่รวบรวมผลงานของหน่วยงานภาคีเครือข่ายด้านสังคม นวัตกรรม และเทคโนโลยี เพื่อการพัฒนาสังคมครั้งใหญ่ที่สุดของประเทศไทย โดยการจัดงานครั้งนี้จะเป็นส่วนหนึ่งในการสร้างบทบาทในการเป็นองค์กรนำด้านการพัฒนาสังคม และแสดงศักยภาพการขับเคลื่อนงานพัฒนาสังคม รวมถึงเป็นการต่อยอดและขยายผลของนวัตกรรมทางสังคมและเทคโนโลยี เพื่อการพัฒนาสังคมและการพัฒนาคุณภาพชีวิตประชาชนกลุ่มเป้าหมายในทุกช่วงวัย พร้อมทั้งนำเสนอผลงานและบทบาทด้านสังคมของไทยในอาเซียนอีกด้วย
นายปรเมธี กล่าวต่ออีกว่า งาน Thailand Social Expo 2019 นับเป็นการแสดงผลงานด้านสังคมของรัฐบาลแลงานมหกรรมด้านสังคมครั้งที่ 2 ของประเทศไทย ซึ่งเป็นการต่อยอดและขยายผลจากการจัดงานครั้งที่ 1 เมื่อปี 2561 ที่ผ่านมา โดยได้รับความร่วมมือกับภาคีเครือข่ายด้านสังคมทั้งภาครัฐ ภาคเอกชน และประชาสังคม จากประเทศไทยและอาเซียน กว่า 100 หน่วยงาน ร่วมจัดกิจกรรมที่น่าสนใจมากมายและหลากหลาย โดยแบ่งออกเป็น 4 โซน ประกอบด้วย โซนที่ 1 การเสวนาทางวิชาการเกี่ยวกับประชาชนกลุ่มเป้าหมายในทุกช่วงวัย อาทิ สมัชชาเด็กและเยาวชนแห่งชาติ วาระแห่งชาติ Active Aging สูงวัยอย่างมีคุณค่า ชราอย่างมีความสุข สื่อสารสร้างสรรค์ป้องกันปัญหาความรุนแรงต่อสตรีและเด็ก และ การยกระดับ CSR สู่พลังจิตสาธารณะ ลดความเหลื่อมล้ำอย่างยั่งยืน พร้อมการแลกเปลี่ยนมุมมองวิสัยทัศน์ด้านการพัฒนาสังคมในการประชุมและการสัมมนาทางวิชาการของแต่ละหน่วยงาน โซนที่ 2 การบริการทางสังคม อาทิ บริการตรวจสุขภาพ ตรวจวัดสายตาประกอบแว่นฟรี ประมูลทรัพย์หลุดจำนำ สาธิตการพัฒนาฝีมือแรงงานและการฝึกอาชีพ ตัวอย่างแบบบ้านประหยัดพลังงาน การเตรียมความพร้อมก่อนเกษียณ การทำบัตรประจำตัวประชาชน และการให้บริการจัดหางาน เป็นต้น โซนที่ 3 การแสดงบนเวทีและการแสดงนวัตกรรมทางสังคม โดยเฉพาะ Pavilion กลาง มีการแสดงผลงาน การพัฒนาคนทุกช่วงวัย ประกอบด้วย ปฐมวัย วัยรุ่น วัยแรงงาน และวัยสูงอายุ รวมทั้งการแสดงนวัตกรรมและสิ่งอำนวยความสะดวกสำหรับคนพิการและผู้สูงอายุ การแสดง Application งานด้านสังคม และการแสดงบนเวทีกลาง อาทิ การแสดงดนตรีของคนพิการ Fight for Dream การแสดงจำอวดหน้าม่าน ตอน การให้ทานถูกวิธีลดวิถีการขอทาน และโซนที่ 4 การออกร้านจำหน่ายอาหาร สินค้าและผลิตภัณฑ์ชุมชน อาทิ ผลิตภัณฑ์ทอฝันbyพม. ผลิตภัณฑ์OTOP ร้านค้า ร้านอาหาร เครื่องดื่ม และเบเกอรี่ เป็นต้น นอกจากนี้ ยังมีบูธนิทรรศการวิชาการ ผลิตภัณฑ์ของหน่วยงานภาคีเครือข่ายด้านสังคมที่พร้อมนำเสนออีกมากมายภายในงาน

      นายปรเมธี กล่าวเพิ่มเติมว่า สำหรับวันนี้ (5 ก.ค. 62) เป็นวันแรกของงาน Thailand Social Expo 2019 โดยมีกิจกรรมที่น่าใจมากมาย อาทิ 1) การปาฐกถาพิเศษ เรื่อง กรอบและทิศทางการพัฒนาด้านสังคมของไทย ภายใต้ยุคนวัตกรรมและดิจิทัล นนทบุรี โดย นายวิษณุ เครืองาม รองนายกรัฐมนตรี 2) การลงนามบันทึกข้อตกลงความร่วมมือว่าด้วย “การขยายผลการใช้เทคโนโลยีและนวัตกรรมเพื่อผู้สูงอายุ ในศูนย์พัฒนาการจัดสวัสดิการสังคมผู้สูงอายุ” ระหว่าง กระทรวง พม. โดยกรมกิจการผู้สูงอายุ (ผส.) และกระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม โดยสำนักงานพัฒนาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งชาติ (สวทช.) 3) การแสดงบนเวทีกลาง ณ Pavilion กลาง ได้แก่ กิจกรรมวงดนตรีลูกทุ่งจากโรงเรียนวินิตศึกษาในพระราชูปถัมภ์ สมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้า กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี การรำพื้นบ้านวิถีไทยสไตล์หนองแหน การแสดงดนตรีจากศิลปินลูกทุ่งชื่อดัง (คุณสุรชัย สมบัติเจริญ คุณตู้ ดิเรก คุณดาว มยุรี คุณอังคณา ทิมดี และคณะ) การแสดงชุด “เชียร์ลีดดิ้ง” จากโรงเรียนโสตศึกษาจังหวัดนนทบุรี การแสดงชุด “มโนราห์ราชประชาพนมศิลป์” จากโรงเรียนราชประชานุเคราะห์ 37 จังหวัดกระบี่ และการแสดงความสามารถบนเวทีของสภาเด็กและเยาวชน 5 ภาค เป็นต้น 4) การบริการทางสังคม อาทิ การตรวจวัดสายตาประกอบแว่นฟรี การประมูลทรัพย์หลุดจำนำ การสาธิตการพัฒนาฝีมือแรงงานและการฝึกอาชีพ ตัวอย่างแบบบ้านประหยัดพลังงาน การเตรียมความพร้อมก่อนเกษียณ การทำบัตรประจำตัวประชาชน และการให้บริการจัดหางาน เป็นต้น 5) การออกร้านจำหน่ายอาหาร สินค้า และผลิตภัณฑ์ชุมชน อาทิ ผลิตภัณฑ์ “ทอฝัน by พม.” ผลิตภัณฑ์ OTOP ร้านค้า ร้านอาหาร เครื่องดื่ม และ เบเกอรี่ เป็นต้น นอกจากนี้ ยังมีบูธนิทรรศการวิชาการและผลิตภัณฑ์ของหน่วยงานภาคีเครือข่ายด้านสังคม อีกทั้งมีศิลปินดารามาร่วมมอบความสนุกกับประชาชนที่เข้าร่วมงาน พร้อมเล่นเกมร่วมกิจกรรมแจกของรางวัลมากมาย

      นายปรเมธี กล่าวเพิ่มเติมอีกว่า สำหรับเวทีเสวนาวิชาการโครงการ Conference มีทั้งเวทีภายในประเทศและระหว่างประเทศ อาทิ 1) การประชุมเชิงปฏิบัติการส่งเสริมความร่วมมือความรับผิดชอบต่อสังคมด้านสวัสดิการและการพัฒนาของภาคธุรกิจในภูมิภาคอาเซียน (ASEAN Workshop on the Promotion of CSR in Social Welfare and Development) 2) งานสัมมนาวิชาการระดับชาติ ด้านคนพิการครั้งที่ 11 ประจำปี 2562 เรื่อง “นวัตกรรมและการออกแบบเพื่อสังคมที่อยู่ร่วมกันอย่างเสมอภาค” (Innovation and Universal Design for Inclusive Society) 3) การสัมมนาเชิงปฏิบัติการเสริมสร้างศักยภาพและทักษะการเรียนรู้เพื่อพัฒนาด้านอาชีพ แก่สตรี 4) การบรรยายจาก 5 พื้นที่ ตำบลบูรณาการเพื่อชุมชนเข้มแข็ง และ 5) การประชุมคณะกรรมการเครือข่ายผู้เชี่ยวชาญ ด้านผู้ประกอบการอาเซียน ครั้งที่ 3 (The 3rd Meeting for the Network of Expert on Inclusive Entrepreneurship for ASEAN) เป็นต้น
“ทั้งนี้ ขอเชิญชวนประชาชนทุกท่าน ทุกช่วงวัย เข้าร่วมงาน Thailand Social Expo 2019 ระหว่างวันที่ 5 – 7 กรกฎาคม 2562 ตั้งแต่เวลา 09.00 – 20.00 น. ณ อาคารชาเลนเจอร์ ฮอลล์ 2 อิมแพ็ค เมืองทองธานี จังหวัดนนทบุรี โดยไม่เสียค่าใช้จ่ายแต่อย่างใด เพื่อร่วมมือ ร่วมใจ และร่วมพัฒนาสังคมไทยให้มั่นคง มั่งคั่ง ยั่งยืนต่อไป” นายปรเมธี กล่าวในตอนท้าย

สุรเชษฐ​ ศิลา​นนท์​ รายงาน​

กอง​ปราบ​ฯ​ รวบหนุ่มหื่นหนีคดีลวงเด็กกระทำชำเรา

      วันนี้​ วัน​พฤหัสบดี​ที่ 4 ก.ค.62​ ที่กองบังคับการปราบปราม​ (บก.ป.) : พล​ตำรวจ​ตรี​ จิรภพ ภูริเดช ผู้บังคับการ​กอง​ปราบปราม​ (ผบก.ป.)​ ได้สั่งการให้ พัน​ตำรวจ​เอก​ ธงชัย อยู่เกษ ผู้กำกับ​การ​ 1​ กอง​บังคับการ​ปราบปราม​ (ผกก.1 บก.ป.)​ และ พัน​ตำรวจ​โท​ เจตนิพัทธ์ ศิริวัฒน์ สารวัตร​กอง​กำ​กับการ​ 1​ กอง​บังคับการ​ปราบปราม​ (สว.กก.1 บก.ป.)

      ได้นำกำลังจับกุมตัว นายพชร หรือพงษ์พิทักษ์ พิทักษ์ทรายทอง อายุ 26 ปี ตามหมายจับศาลเยาวชนและครอบครัวกลาง ที่ 182/2555 ลง 9 ต.ค.55 ในข้อหา​ “กระทำชำเราเด็กอายุยังไม่เกินสิบห้าปีซึ่งมิใช่ภริยาของตน,พาเด็กอายุยังไม่เกินสิบห้าปีไปเพื่อการอนาจาร,พรากเด็กอายุยังไม่เกินสิบห้าปีไปเสียจากบิดา มารดา ผู้ปกครอง หรือผู้ดูแล เพื่อการอนาจาร” โดยจับกุมผู้ต้องหา​ได้ที่ หน้าบ้านเลขที่ 551/2 ซ.ลาดพร้าว 48 แยก 1 แขวงสามเสนนอก เขตห้วยขวาง กทม.

      สืบเนื่องจากจาก เมื่อปี 2553 นายพชรฯ ผู้ต้องหารายนี้ขณะนั้นอายุ 17 ปี ได้คบหากับ ด.ญ.ดี (นามสมมุติ)​ อายุ 13 ปี นักเรียนขั้น ม.1 ของโรงเรียนแห่งหนึ่งในย่านบึงกุ่ม ก่อนจะมีการพามาร่วมหลับนอนที่ห้องพักหลายครั้งต่อเนื่องติดต่อกัน จนกระทั่งผู้ปกครองของ ด.ญ.ดีฯ​ ทราบเรื่องจึงพยายามให้ทั้งคู่เลิกรากัน แต่นายพชรฯ ไม่ยอมเลิก จนช่วงระยะหลัง ด.ญ.ดีฯ เริ่มพยายามตีตัวออกห่างไปคบหากับผู้ชายอื่น จึงทำให้นายพัชรฯ​ เกิดหึงหวงและไม่พอใจ ตามไปทำร้ายร่างกาย ด.ญ.ดีฯ จนทำให้ผู้ปกครองของ ด.ญ.ดีฯ ไม่พอใจ จึงนำเรื่องทั้งหมดเข้าแจ้งความดำเนินคดีกับ นายพชรฯ กระทั่งมีการออกหมายจับดังกล่าวจนนำไปสู่การจับกุม

      จากการสอบสวน นายพชรฯ ให้การปฏิเสธ เบื้องต้นจึงแจ้งข้อกล่าวหาตามหมายจับก่อนนำตัวส่งพนักงาน​สอบสวน​ สน.ลาดพร้าว ดำเนินการตามกฎหมายต่อไป

Cr.เจริญ​ผล​ เอี่ยม​พึ่ง
สุรเชษฐ​ ศิลา​นนท์​ รายงาน​

นางสาวรุจิรา อารินทร์ ผู้ช่วยผู้อำนวยการเขตพระนคร พร้อมด้วย หน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ลงพื้นที่ “สำรวจพื้นที่คลองคูเมืองเดิม เกาะรัตนโกสินทร์” บริเวณคลองคูเมืองเดิม (ปากคลองตลาด) ถึง สะพานแยกผ่านพิภพลีลา เขตพระนคร.

      วันพฤหัสบดีที่ 4 กรกฎาคม 2562 เวลา 9:00 น. นายสุริยชัย รวิวรรณ ผู้อำนวยการเขตพระนคร มอบหมายให้ นางสาวรุจิรา อารินทร์ ผู้ช่วยผู้อำนวยการเขตพระนคร นำกำลัง เจ้าหน้าที่เขตพระนคร โดยมี จนท.ฝ่ายพัฒนาชุมชนฯ จนท.ฝ่ายสวัสดิการสังคมฯ จนท.ฝ่ายเทศกิจฯ จนท.ฝ่ายรักษาฯ และ จนท.สวนสาธารณะฯ สนง.เขตพระนคร ร่วมกับ หน่วยงานทหาร ตำรวจ สมาคมสถาปนิก จนท.สำนักการโยธาฯ จนท.สำนักการระบายน้ำฯ กรุงเทพมหานคร ลงพื้นที่ เดินเท้าสำรวจความเป็นระเบียบเรียบร้อย ตั้งเเต่ คลองคูเมืองเดิม (ปากคลองตลาด) ถึง สะพานแยกผ่านพิภพลีลา เขตพระนคร กทม.

      ในเบื้องต้นกิจกรรมในวันนี้เพื่อตรวจสอบความเป็นระเบียบเรียบร้อย เพื่อเน้นย้ำผลการปฎิบัติงานตามนโยบาย พล.ต.อ.อัศวิน. ขวัญเมือง (ผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร) เรื่อง พรบ.การรักษาความสะอาด เเละ ความเป็นระเบียบเรียบร้อยของบ้านเมือง พ.ศ.2535 ( NOW ทำจริง เห็นผลจริง ) โดยกิจกรรมในวันนี้เป็นไปด้วยความเรียบร้อย..


ขอบคุณภาพข่าว > cr.กลุ่มงานสายตรวจ สนง.เขตพระนคร
เนื้อข่าว > ธีรพล ปลื้มถนอม รายงาน

ชุดพญาเสือร่วมรองผู้ว่า แม่ทัพภาค 2 ราชการทุกภาคส่วนประชุมหาข้อยุติ

       มุกดาหาร ชุดพญาเสือลุยตรวจ วัดรอยพระพุทธบาทภูมโนรมย์ หลังจากมีการร้องเรียนว่า สร้าง องค์พญานาคล้ำเขตอุทยานแห่งชาติภูผาเทิบ

      เมื่อวันที่ 2 มิถุนายน 2562 เวลา 09.00 น. นายชัยวัฒน์ ลิ้มลิขิตอักษร ผอ.ชุดปฏิบัติการพิเศษ หรือ ชุดพญาเสือ กรมอุทยานสัตว์ป่าและพันธุ์พืช พร้อมคณะ เดินทางเข้าพบผู้ว่าราชการจังหวัดมุกดาหาร พร้อมประชุมหน่วยงานที่เกี่ยวเพื่อหาข้อสรุป จากกรณีที่มีเรื่องร้องเรียนว่า เจ้าอาวาทและคระกรรมการ วัดรอยพระพุทธบาทภูมโนรมย์ สร้างสิ่งปลูก สร้างล้ำเขตอุทยานแห่งชาติภูผาเทิบ หลังจากมีการประชุมผู้ที่เกี่ยวข้องเสร็จ ชุดพญาเสือได้ลงพื้นที่เพื่อตรวจสอบแนวเขตอุทยานแห่งชาติภูผาเทิบ กับแนวเขตของวัดรอยพระพุทธบาทภูมโนรมย์ ซึ่งแสดงเอกสารไม่ตรงกัน

      โดยวันนี้เป็นขั้นตอนในส่วนของเจ้าหน้าอุทยานได้นำ เครื่อง จีพีเอส มาวัดแนวเขต โดยอาศัยแผนที่ทางดาวเทียม เมื่อตรวจสอบซึ่งพบว่ามีส่วนของหางพญานาค ล้ำเข้ามาในเขตของอุทยานประมาณ 14 เมตร โดยวัดจากส่วนของหัวขององค์พญานาค แต่วันนี้เป็นเพียงการตรวจสอบแค่เบื้องต้นเท่านั้น ซึ่งหลังจากนี้ทางวัดต้องนำเอกสารที่ทางราชการออกให้คือโฉนดที่ดินจำนวน 66 ไร่

      เพื่อไปตรวจสอบเขตกับทางหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ทั่งนี้ต้องยืนภายใน 15 วัน หลังจากได้รับเอกสารจากทางวัด จะได้นำมาเทียบกันกับของอุทยานว่าทับซ้อนแนวเขตกันหรือไม่ และองค์พญานาคที่สร้างเข้าไปอยู่ในเขตอุทยานหรือไม่ ถ้าไม่เข้าไปอยู่ในเขตก็ถือว่าการร้องเรียนตกไป แต่ ถ้าพบว่าทางวัดสร้างล้ำจริงแต่ทางวัดยังยื่นยันที่จะใช้พื้นที่ตรงนี้อยู่ ก็ต้องว่ากันไปตามขั้นตอนของกฎหมายซึ่งเบื้องต้นตรวจพบองค์พญานาคลำเขตมาครึ่งลำตัว

      นายชัยวัฒน์ ลิ้มลิขิตอักษร ผอ.ชุดปฏิบัติการพิเศษ หรือ ชุดพญาเสือ กล่าว การเข้าตรวจสอบพื้นที่ในครั้งนี้เป็นไปตามข้อร้องเรียนที่มีเข้ามาซึ่งมีอยู่ 2 เรื่อง คือ หนึ่งการสร้าง พญานาคส่วนหาง ล้ำเขตอุทยานแห่งชาติภูผาเทิบ และอีกเรื่องคือ การใช้ทรัพย์สินของอุทยานแห่งชาติหรือทรัพย์สินของแผนดินไปหาประโยชน์เพราะมีการบริจาคเงินในพื้นที่ตรงนี้ แต่อย่างไรก็ตามทางเจ้าหน้าทุกคนที่มาตรวจสอบเพียงอยากให้เกิดความโปร่งใสเพราะวัดแห่งนี้เป็นหน้าเป็นตาของทางจังหวัดอยากให้เป็นวัดที่ปราศจากข้อข้อครหาทำให้ถูกกฎหมายให้เป็นศิลปะและวัดธรรมที่สวยงามสง่า.


ธานินทร์, ฐานิตา /ผู้สื่อข่าวมุกดาหาร
เดวิด มุกดาหาร หน.ศูนย์ข่าว สำนักข่าวความมั่นคง มุกดาหาร รายงาน

ผู้ช่วยผู้อำนวยการเขตพระนคร” เป็นประธานเปิดงาน “โครงการถนนข้าวสารรักษ์สิ่งแวดล้อมร่วมใจงดใช้โฟมและถุงพลาสติก” บริเวณถนนข้าวสาร เขตพระนคร.

      ว่าที่ร้อยตรีฤทธิพันธ์ นันทศุภกร “ผู้ช่วยผู้อำนวยการเขตพระนคร” เป็นประธานเปิดงาน “โครงการถนนข้าวสารรักษ์สิ่งแวดล้อมร่วมใจงดใช้โฟมและถุงพลาสติก” บริเวณถนนข้าวสาร เขตพระนคร.

      สืบเนื่องเมื่อช่วงเย็นวันอังคารที่ 2 กรกฎาคม 2562 เวลา ที่ผ่านมา 17.00 น. นายสุริยชัย รวิวรรณ ผู้อำนวยการเขตพระนคร มอบหมายให้ ว่าที่ร้อยตรีฤทธิพันธ์ นันทศุภกร ผู้ช่วยผู้อำนวยการเขตพระนคร เดินทางไปเป็นประธานกล่าวเปิดงานใน โครงการถนนข้าวสารรักษ์สิ่งแวดล้อมร่วมใจงดใช้โฟมและถุงพลาสติก บริเวณถนนข้าวสาร เขตพระนคร กทม.
เบื้องต้นกิจกรรมวันนี้มี หน่วยงานภาครัฐ ภาคเอกชน ชมรมกลุ่มผู้ค้าและผู้ประกอบถนนข้าวสาร โดยกิจกรรมวันนี้ นายคณิต ชุ่มช่วย “หัวหน้างานตรวจและบังคับการฝ่ายเทศกิจ” จัดกำลัง จนท.ฝ่ายเทศกิจฯ จนท.ฝ่ายสิ่งแวดล้อมฯ “สนง.เขตพระนคร” ร่วมกับ จนท.ตำรวจ สน.ชนะสงคราม เข้าร่วมงานเดินขบวนในวันนี้จำนวนมาก โดยงานกิจกรรมในวันนี้เป็นไปด้วยความเรียบร้อย.

ขอบคุณภาพข่าว > cr.กลุ่มงานสายตรวจเขตพระนคร
เนื้อข่าว > ธีรพล ปลื้มถนอม รายงาน

กอง​ปราบ​ฯ​ รวบพ่อเลี้ยงหื่นบุกปล้ำลูกเลี้ยงคาห้องนอน

      วันนี้​ วัน​พฤหัสบดี​ที่ 4 ก.ค.62​ ที่กองบังคับการปราบปราม (บก.ป.) : พล​ตำรวจ​ตรี​ จิรภพ ภูริเดช ผู้บังคับการ​กอง​ปราบปราม​ (ผบก.ป.)​ ได้สั่งการให้ พัน​ตำรวจ​เอก​ แมน เม่นแย้ม ผู้กำกับ​การ​ 4​ กอง​บังคับการ​ปราบปราม​ (ผกก.4 บก.ป.)​ และ พัน​ตำรวจ​โท​ ประเสริฐ หวังบุญสร้าง สารวัตร​กอง​กำ​กับการ​ 4​ กอง​บังคับการ​ปราบปราม​ (สว.กก.4 บก.ป.)

      ได้ร่วมจับกุม นายปรีชา ทองพานิช อายุ 46 ปี ชาว จ.นครสวรรค์ ตามหมายจับศาลจังหวัดนครสวรรค์ ที่ จ.50/2562 ลงวันที่ 1 กุมภาพันธ์ 2562 คดีอาญาที่ 41/2562 ข้อหา “ข่มขืนกระทำชำเราผู้อื่นโดยขู่เข็ญด้วยประการใด ๆ โดยใช้กำลังประทุษร้ายโดยผู้อื่นนั้นอยู่ในภาวะที่ไม่สามารถขัดขืนได้ กระทำอนาจารแก่บุคคลอายุกว่าสิบห้าปีโดยขู่เข็ญด้วยประการใดๆ โดยใช้กำลังประทุษร้าย โดยบุคคลนั้นอยู่ในภาวะที่ไม่สามารถขัดขืนได้” โดยจับกุมผู้ต้องหา​ได้ที่ ริมถนนภายในซอยกำนันแม้น 13 แขวงและเขตบางบอน กทม.

      พ.ต.อ.แมนฯ​ กล่าวว่า​ สืบเนื่องมาจากเมื่อช่วงประมาณปี 2558 นายปรีชาฯ​ ได้พบรักกับอดีตภรรยาคนหนึ่งซึ่งมีลูกติดสามีเก่าเป็นลูกสาว 1 คน คือ น.ส.เอฯ​ (นามสมมุติ)​ ขณะนั้นอายุประมาณ 14 ปี และใช้ชีวิตอยู่ร่วมกันที่บ้านพักในพื้นที่ อ.ตาคลี จ.นครสวรรค์ จนกระทั่งต่อมาเมื่อวันที่ 1 ม.ค.62 ที่ผ่านมา นายปรีชาฯ​ เห็นว่า น.ส.เอฯ ลูกเลี้ยง เริ่มโตเป็นสาว ประกอบกับตนเองมีอารมณ์ทางเพศจึงอาศัยจังหวะที่ภรรยาออกไปทำงาน และอยู่กับลูกเลี้ยงเพียงลำพังบุกเข้าไปในห้องนอนของลูกเลี้ยง พยายามกระทำอนาจาร และพยายามข่มขืนกระทำชำเราโดยใช้นิ้วมือ แต่ผู้เสียหายพยายามดิ้นขัดขืนจนสามารถหนีออกมาจากห้องได้

      ก่อนจะนำเรื่องดังกล่าวไปบอกให้กับแม่ซึ่งเป็นภรรยาของนายปรีชาฯ​ ฟังพร้อมกับแจ้งความดำเนินคดีกับนายปรีชาฯ ที่ สภ.ตาคลี​ จ.นครสวรรค์​ เมื่อนายปรีชาฯ​ รู้ว่ามีการแจ้งความเอาผิดกับตนเองจึงได้หลบหนีออกนอกพื้นที่เพื่อหลีกหนีความผิด กระทั่งต่อมาเจ้าหน้าที่ชุดจับกุมสืบทราบว่าภายหลังก่อเหตุได้หลบหนีมาซ่อนตัวอยู่ในพื้นที่ กทม. จึงนำกำลังเข้าทำการจับกุมตัวได้ดังกล่าว

      จากการสอบสวน นายปรีชาฯ ให้การรับสารภาพ โดยยอมรับว่าได้เคยพยายามข่มขืนผู้เสียหายมาก่อนหน้านี้แล้ว 1 ครั้ง แต่มีคนมาพบเจอก่อน จึงไม่ได้ลงมือก่อเหตุ กระทั่งครั้งล่าสุดเมื่อช่วงปีใหม่ที่ผ่านมาสบโอกาสอีกครั้งจึงได้ลงมือก่อเหตุ ทั้งนี้ภายหลังเกิดเรื่องตนก็ได้หลบหนีมาอยู่ที่กรุงเทพ และใช้ชีวิตอยู่กินกับภรรยาคนใหม่ กระทั่งมาถูกจับกุมตัวดังกล่าว เบื้องต้นจึงแจ้งข้อกล่าวตามหมายจับก่อนนำตัวส่งพนักงาน​สอบสวน​ สภ.ตาตลี ดำเนินการตามกฎหมายต่อไป

Cr.เจริญ​ผล​ เอี่ยม​พึ่ง
สุรเชษฐ​ ศิลา​นนท์​ รายงาน​