พล.ต.ท.สุรพงษ์ รอง จตช./รองผอ.ศปก.ตร.(1) ประชุมขับเคลื่อนการปฎิบัติงาน ตามนโยบาย ผบ.ตร.

พล.ต.ท.สุรพงษ์ ชัยจันทร์ รอง จตช./รองผอ.ศปก.ตร.(1) ประชุมขับเคลื่อนการปฎิบัติงาน ตามนโยบาย ผบ.ตร.

เมื่อวันที่ 23 เม.ย.2567 เวลา 09.00 น. ตามนโนบาย ผบ.ตร. และรอง ผบ.ตร.(บร)/ผอ. ศปก. ตร. มอบหมายให้ พล.ต.ท.สุรพงษ์ ชัยจันทร์ รอง จตช./รอง ผอ.ศปก.ตร.(1) เดินทางไปประชุมติดตามขับเคลื่อนและมอบนโยบายการปฏิบัติงาน และรับฟังปัญหา ข้อขัดข้อง ข้อเสนอแนะในการปฏิบัติงานของ ศปก.หน่วย ณ ภ.จ.นครราชสีมา พร้อมมอบสิ่งของตรวจเยี่ยมบำรุงขวัญ เพื่อเสริมสร้างขวัญกำลังใจแก่ข้าราชการตำรวจ

โดยมี พล.ต.ต.ณรงค์ฤทธิ์ ด่านสุวรรณ์ ผบก.ภ.จ.นครราชสีมา, รอง ผบก.ภ.จ. นครราชสี มา, หน.สภ.ในสังกัด, พ.ต.อ.พงศ์ชิต พุ่มชุมพล ผกก.ฝอ.ภ.จ.นครราชสีมา, พ.ต.อ.สมร ทองกลาง ผกก.(สอบสวน) กลุ่มงานสอบสวน, ว่าที่พ.ต.อ.พรเทพ ทุ้ยแป ผกก.สืบสวน ภ.จ.นครราชสีมา และเจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้องเข้าร่วมประชุม ณ ห้องประชุมไทรทอง ภ.จ.นครราชสีมา


สุรเชษฐ ศิลานนท์ รายงาน

สถาบันพระปกเกล้า นำนักศึกษาปกขส.รุ่น 6 ศึกษาการจัดการน้ำจืดน้ำเค็ม ชุมชนสมุทรสงคราม

สถาบันพระปกเกล้า นำนักศึกษาปกขส.รุ่น 6 ศึกษาการจัดการน้ำจืดน้ำเค็ม ชุมชนสมุทรสงคราม

เมื่อวันที่ 19 เมษายน 2567 ที่ผ่านมา สำนักสันติวิธีและธรรมาภิบาล สถาบันพระปกเกล้า โดย นายศุภณัฐ เพิ่มพูนวิวัฒน์ ผู้อำนวยการสำนัก พร้อมด้วยนักวิชาการ และเจ้าหน้าที่หลักสูตร นำนักศึกษาหลักสูตรประกาศนียบัตรการจัดการความขัดแย้งด้วยสันติวิธี (ปกขส.) รุ่นที่ 6 ศึกษาดูงาน ณ จังหวัดสมุทรสงคราม

โดยเดินทางไปยังชุมชนแพรกหนามแดง จังหวัดสมุทรสงครามลงพื้นที่ศึกษาภูมิปัญญาการอยู่ร่วมกับธรรมชาติ และวิถีชีวิตแห่งสายน้ำ จากนั้น เดินทางไปยัง วิทยาลัยการอาชีพอัมพวา เพื่อรับฟังการแลกเปลี่ยนความคิดเห็นประเด็น “การจัดการน้ำจืดน้ำเค็ม กรณีประตูกั้นน้ำแพรกหนามแดง และการจัดการน้ำเสียจากฟาร์มเลี้ยงสุกร” ณ วิทยาลัยการอาชีพอัมพวา จังหวัดสมุทรสงคราม

นอกจากนี้คณะนักศึกษายังลงพื้นที่ศึกษาดูงานประตูกั้นน้ำ การบริหารพื้นที่ของชุมชน บรรยายโดย นายปัญญา โตกทอง กรรมการลุ่มน้ำเพชรบุรีประจวบ,นายสมศักดิ์ ริ้วทอง กรรมการกลุ่มสัจจะสะสมทรัพย์และสวัสดิการชุมชน ตำบลแพรกหนามแดง และนายประสงค์ สุขศรี ผู้ประสานงานชลประทานตำบลแพรกหนามแดง

การศึกษาดูงานดังกล่าว มุ่งเน้นให้นักศึกษานำความรู้และประสบการณ์ที่เกิดขึ้นจากการแลกเปลี่ยนกับบุคคลจากภาคส่วนต่างๆ ในพื้นที่ เพื่อนำความรู้มาใช้ในการถอดบทเรียนต่อไป


สุรเชษฐ ศิลานนท์ รายงาน

มูลนิธิป่อเต็กตึ๊ง ซับน้ำตา บรรเทาทุกข์ผู้ประสบอัคคีภัยบริเวณตลาดสดเทศบาลรัตนบุรี อำเภอรัตนบุรี จังหวัดสุรินทร์

มูลนิธิป่อเต็กตึ๊ง ซับน้ำตา บรรเทาทุกข์ผู้ประสบอัคคีภัยบริเวณตลาดสดเทศบาลรัตนบุรี อำเภอรัตนบุรี จังหวัดสุรินทร์

เมื่อวันพุธที่ 24 เมษายน 2567 มูลนิธิป่อเต็กตึ๊ง นำโดย นายวิชิต ชินวงศ์วรกุล รองประธานกรรมการฯ พร้อมด้วย นางศิริกุล โอภาสวงศ์ กรรมการและเลขาธิการฯนางจินดา บุญลาภทวีโชค กรรมการตรวจสอบฯ,นายชาญกิจ วิทยาวรากรณ์ กรรมการฯ และนางศิริพร กระจ่างหล้า ผู้จัดการฝ่ายสังคมสงเคราะห์ฯ นำทีมลงพื้นที่ให้ความช่วยเหลือผู้ประสบอัคคีภัย จำนวน 32 ครอบครัว 81 คน โดยมอบเงินสดคนละ 3,000 บาท พร้อมมอบเครื่องอุปโภคบริโภครายครอบครัว 18 ชุด รายบุคคล 14 ชุด รวมมูลค่าการช่วยเหลือทั้งสิ้น 309,000 บาท (สามแสนเก้าพันบาทถ้วน)

โดยมี นายตวงอัฐ บุตรวิชา นายอำเภอรัตนบุรี พร้อมด้วย นายวีระ เทพวงศ์ศิริรัตน์ นายกเทศมนตรีตำบลรัตนบุรี และ คณะมูลนิธิสุรินทร์สามัคคีกุศลสถานสงเคราะห์ (จิบเต็กเซี่ยงตึ๊ง) และ คณะมูลนิธิสุรินทร์ฌาปนกิจสงเคราะห์ (ไต่ฮงกง) ร่วมในพิธี ณ บริเวณตลาดสดเทศบาลรัตนบุรี อำเภอรัตนบุรี จังหวัดสุรินทร์

ตลอดระยะเวลากว่า 114 ปี มูลนิธิป่อเต็กตึ๊ง ได้ขยายขอบข่ายโครงการต่างๆ ออกไปอย่างกว้างขวาง ไม่เพียงแต่บำบัดทุกข์ บำรุงสุข แก่ผู้ตกทุกข์ได้ยากโดยไม่จำกัดเชื้อชาติ ศาสนา เท่านั้น แต่ยังได้พัฒนาคุณภาพชีวิตอีกในหลาย ๆ ทาง เพื่อเป็นองค์กรสาธารณกุศลที่ช่วยเหลือประชาชนครบวงจรในทุกๆ ด้าน ดังปณิธาน มูลนิธิป่อเต็กตึ๊ง ช่วยชีวิต รักษาชีวิต สร้างชีวิต ต่อไป

ติดตามข่าวสาร และกิจกรรมงานสาธารณกุศลมูลนิธิป่อเต็กตึ๊งได้ที่ เว็บไซต์ www.pohtecktung.org และ เฟซบุ๊ก แฟนเพจ www.facebook.com/atpohtecktung
มูลนิธิป่อเต็กตึ๊ง ช่วยชีวิต รักษาชีวิต สร้างชีวิต”

#แอปพลิเคชัน และ #สายด่วนป่อเต็กตึ๊ง1418 #ช่วยจริงอุ่นใจแม้ในนาทีฉุกเฉิน


สุรเชษฐ ศิลานนท์ รายงาน

“ต่อกล้าอาชีวะ” ปี 67 ปั้นนวัตกรสายอาชีวะ สู่ Young Smart IoT Technician ด้วย IIoT เสริมแกร่งแรงงานในหลากอุตสาหกรรม S-Curve มุ่งสู่ Industry 4.0

“ต่อกล้าอาชีวะ” ปี 67 ปั้นนวัตกรสายอาชีวะ สู่ Young Smart IoT Technician ด้วย IIoT เสริมแกร่งแรงงานในหลากอุตสาหกรรม S-Curve มุ่งสู่ Industry 4.0

วันที่ 25 เมษายน 2567 ณ บ้านวิทยาศาสตร์สิรินธร อุทยานวิทยาศาสตร์ประเทศไทย (สวทช.) ศูนย์เทคโนโลยีอิเล็กทรอนิกส์และคอมพิวเตอร์แห่งชาติ (เนคเทค สวทช.) สำนักงานคณะกรรมการการอาชีวศึกษา กระทรวงศึกษาธิการ และมูลนิธิสยามกัมมาจล ธนาคารไทยพาณิชย์ จำกัด (มหาชน) จัดการอบรมเชิงปฏิบัติการเสริมศักยภาพในการพัฒนาผลงาน โครงการ “ต่อกล้าอาชีวะ” ปี 2567 : พัฒนา Young Smart IoT Technician ในระหว่างวันที่ 24-28 เมษายน 2567 มุ่งเสริมทักษะและความเข้าใจเทคโนโลยีด้าน IoT ให้กับผู้สอนและนักศึกษาระดับอาชีวศึกษา โดยนักศึกษาจะได้พัฒนาทักษะแห่งศตวรรษที่ 21 ที่สำคัญ อาทิ ทักษะการคิดวิเคราะห์ ทักษะการคิดเชิงสร้างสรรค์ ทักษะการสื่อสาร และทักษะการทำงานเป็นทีม ด้านอาจารย์มีทักษะการเป็นโค้ชสามารถประยุกต์ใช้เทคโนโลยีเพื่อการจัดการเรียนการสอน เสริมสร้างศักยภาพของนักศึกษาให้พร้อมไปสู่การทำงานจริงในภาคอุตสาหกรรม หวังบ่มเพาะเยาวชนเป็นแรงงานนำองค์ความรู้เสริมกระบวนการผลิตของผู้ประกอบการสู่ Industry 4.0 ในหลายอุตสาหกรรม S-Curve โดยเฉพาะอุตสาหกรรมดิจิทัลและอุตสาหกรรมอิเล็กทรอนิกส์อัจฉริยะในอนาคต

ดร.ชัย วุฒิวิวัฒน์ชัย ผู้อำนวยการ เนคเทค สวทช. กล่าวถึงการให้ความสำคัญกับการพัฒนากำลังคนด้าน วิทยาศาสตร์ เทคโนโลยี และนวัตกรรม ทั้งการพัฒนาบุคลากรวิจัย การสร้างแรงบันดาลใจ และการอัพสกิล-รีสกิลให้บุคลากรทั้งในภาครัฐและเอกชน รวมถึงการร่วม พัฒนากำลังคนเพื่อเพิ่มทักษะแรงงานในภาคอุตสาหกรรม (Careers for the Future) และส่งเสริมการถ่ายทอดองค์ความรู้ด้าน วทน. ไปสู่การใช้งานจริงในเชิงพาณิชย์ ในส่วนของ เนคเทค ซึ่งเป็นศูนย์วิจัยด้านเทคโนโลยีสารสนเทศและอิเล็กทรอนิกส์ ได้เล็งเห็นถึงปัญหาการขาดแคลนนักศึกษาระดับอาชีวะศึกษาที่มีทักษะด้านดิจิทัล และเชื่อว่าเทคโนโลยี Industrial Internet of Things (IoT) เป็นหนึ่งทักษะพื้นฐานสำคัญเพื่อที่จะช่วยยกระดับกระบวนการผลิตของผู้ประกอบการในภาคอุตสาหกรรมให้เข้าสู่ Industry 4.0 อีกทั้งยังสอดคล้องกับผลสำรวจของสภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทยเรื่องทักษะแรงงานในกระบวนการผลิตที่ผู้ประกอบการต้องการในปัจจุบันที่ต้องมีทักษะทางด้าน IIoT เพื่อยกระดับอุตสาหกรรมไทยตามแผนอุตสาหกรรม S-Curve ของประเทศ

เนคเทคได้เริ่มนำร่องด้วยการพัฒนาหลักสูตร IoT และ IIoT ช่วยในพัฒนาทักษะนักศึกษาระดับอาชีวะศึกษา ทางด้านเทคโนโลยี IoT ตามโจทย์ที่ผู้ประกอบการต้องการ ได้แก่ Productivity, OEE, Production line monitoring, Warehouse management เป็นต้น ผู้เข้าร่วมอบรมจะได้สัมผัสกับเครื่องมืออุปกรณ์ที่สามารถนำไปใช้ได้จริงในภาคอุตสาหกรรม อีกทั้งยังจะได้รับการพัฒนาทักษะอื่นๆ โดยเฉพาะอย่างยิ่งทักษะด้าน Soft Skills ตลอดจนแนวคิดแบบ Enterpreneur โครงการต่อกล้าอาชีวะมีการดำเนินงานมาอย่างต่อเนื่องและนับเป็นหนึ่งในโครงการพัฒนาทักษะให้กับกลุ่มอาชีวะที่ดีที่สุดหลักสูตรหนึ่งในประเทศ

ดร.สิริพงศ์ อังคสกุลเกียรติ ผู้ช่วยรัฐมนตรีประจำกระทรวงศึกษาธิการ โฆษกประจำกระทรวงศึกษาธิการ กล่าวว่ากระทรวงศึกษาธิการในฐานะผู้กำหนดนโยบายและยุทธศาสตร์การอาชีวศึกษา โดยคำนึงถึงบริบทของประเทศ ความต้องการของตลาดแรงงาน และทิศทางการพัฒนาของประเทศ มีความยินดีที่ทุกภาคส่วนทั้งภาคศึกษา ภาครัฐ และเอกชน ต่างร่วมมือกันดำเนินงานส่งเสริมทักษะของเยาชนสายอาชีพ ซึ่งสอดคล้องกับพันธกิจของ กระทรวงศึกษาธิการ

  1. ผลิตและพัฒนากำลังคนสายอาชีพ ให้เป็นกำลังคนที่มีคุณภาพและสมรรถนะสูง ตอบโจทย์การพัฒนาประเทศ
  2. เพิ่มโอกาสและลดความเหลื่อมล้ำในการเข้าถึงระบบการเรียนรู้วิชาชีพ ด้วยรูปแบบวิธีการที่ยืดหยุ่น หลากหลาย ตอบสนองต่อความต้องการในการเรียนรู้และพัฒนาอาชีพของคนทุกช่วงวัย
  3. เสริมสร้างและขยายภาคีเครือข่ายความร่วมมือเพื่อการระดมทรัพยากร และยกระดับคุณภาพ การอาชีวศึกษาและการฝึกอบรมวิชาชีพ
  4. การยกระดับคุณภาพหลักสูตรและการจัดการเรียนรู้ ให้มีความทันสมัย ตอบโจทย์การศึกษาแห่งอนาคต และเชื่อมโยงกับมาตรฐานอาชีพหรือมาตรฐานการปฏิบัติงานทั้งในระดับชาติและระดับสากล
  5. การส่งเสริมและพัฒนาศักยภาพครูและบุคลากรอาชีวศึกษาให้มีสมรรถนะสูงขึ้น
  6. พัฒนานวัตกรรมการเรียนรู้และการบริหารจัดการด้วยระบบเทคโนโลยีดิจิทัล

ดร.สุรพงษ์ เอิมอุทัย ผู้อำนวยการสำนักมาตรฐานการอาชีวศึกษาและวิชาชีพ สำนักงานคณะกรรมการการอาชีวศึกษา (สอศ.) กล่าวว่า โครงการต่อกล้าอาชีวะมีเป้าหมายสอดคล้องกับแผนพัฒนาการอาชีวศึกษา พ.ศ.2560–2579 มีภารกิจในการผลิตและพัฒนากำลังคนด้านวิชาชีพในระดับฝีมือ (ปวช.) ระดับเทคนิค (ปวส.) และระดับเทคโนโลยี (ปริญญาตรี สายเทคโนโลยีหรือสายปฏิบัติการ) รวมทั้งการฝึกอบรมวิชาชีพจะช่วยเพิ่มพูนความรู้และการฝึกทักษะอาชีพให้เป็นผู้ที่มีคุณธรรม คุณภาพ มุ่งหวังให้ตรงกับความต้องการของตลาดแรงงานในยุคดิจิทัล โดยความร่วมมือระหว่างภาคการศึกษาและภาคอุตสาหกรรมถือเป็นกุญแจสำคัญในการพัฒนาทักษะแรงงานไทย ตอบโจทย์ความต้องการของสถานประกอบการ รวมถึงการประกอบอาชีพอิสระให้มีคุณภาพ ได้มาตรฐานในระดับสากล ขยายโอกาสทางการศึกษาทางวิชาชีพให้กับประชาชนทุกช่วงวัย

คุณปิยาภรณ์ มัณฑะจิตร ผู้จัดการมูลนิธิสยามกัมมาจล ธนาคารไทยพาณิชย์ จำกัด (มหาชน) กล่าวว่า ทางมูลนิธิสยามกัมมาจล ธนาคารไทยพาณิชย์ จำกัด (มหาชน) เล็งเห็นถึงความสำคัญของการพัฒนาศักยภาพเยาวชนไทย โดยให้การสนับสนุนโครงการพัฒนาเยาวชนมาอย่างต่อเนื่องจึงได้ร่วมมือกับ เนคเทค สวทช. ดำเนินกิจกรรม โครงการ “ต่อกล้าอาชีวะ” ซึ่งมีแผนการดำเนินกิจกรรมต่อเนื่องเป็นระยะเวลา 3 ปี เพื่อการพัฒนาทักษะกำลังคนด้านดิจิทัลในระดับอาชีวศึกษา สร้างกลุ่ม Young Smart Technician สำหรับนักเรียน นักศึกษา และพัฒนาครูให้เป็น Technician Coaching Teacher ให้มีคุณภาพรองรับความต้องการของผู้ประกอบการและอุตสาหกรรมเป้าหมาย เป็นสิ่งสำคัญที่ควรเร่งดำเนินการ เพื่อเป็นการเตรียมพร้อมสำหรับรองรับภาคอุตสาหกรรมในอนาคต

ดร.กัลยา อุดมวิทิต รองผู้อำนวยการเนคเทค (สวทช.) กล่าวว่า โครงการ “ต่อกล้าอาชีวะ” ปี 2567 ภายใต้หัวข้อ “พัฒนา Young Smart IoT Technician” มุ่งเน้นในการพัฒนาศักยภาพด้านเทคโนโลยี Industrial Internet of Things (IIoT) อันเป็นทักษะที่สอดคล้องกับความต้องการของทุกกลุ่มอุตสาหกรรม ให้กับน้องๆ เยาวชนอาชีวะศึกษา ผ่านการทำโครงงานที่มีโจทย์มาจากสถานประกอบการเครือข่ายที่เข้าร่วมโครงการ เป็นการบูรณาการความรู้จากห้องเรียนไปสู่การประยุกต์ใช้งานจริง นักศึกษาสามารถเลือก IoT Platform ที่เหมาะสมกับสถานการณ์และการแก้ไขปัญหา รวมไปถึงการพัฒนาทักษะทางด้าน soft skill ต่าง ๆ เช่น ทักษะการคิดวิเคราะห์ ทักษะการคิดเชิงสร้างสรรค์ ทักษะการสื่อสาร และทักษะการทำงานเป็นทีม อาจารย์มีทักษะการเป็นโค้ช สามารถประยุกต์ใช้เทคโนโลยี เพื่อการจัดการเรียนการสอนที่ช่วยเสริมสร้างศักยภาพของนักศึกษาให้พร้อมไปสู่การทำงานจริง

โดยในปีแรก ปี 2567 เน้นการพัฒนา Yong Smart IoT Technician ปี 2567 โครงการฯ จะนำร่องการสร้างกลุ่ม Young Smart Technician ด้วย เทคโนโลยี IIoT ซึ่งเป็นเทคโนโลยีที่จำเป็นสำหรับการยกระดับกระบวนการผลิตสู่ Industry 4.0 และสามารถประยุกต์ใช้ได้ในทุกอุตสาหกรรม S-Curve นอกจากนี้ยังวางแผนพัฒนาทักษะด้านอื่น ๆ ที่เหมาะสม ทั้งกับครูผู้สอนและนักศึกษาระดับอาชีวศึกษา เพื่อตอบเป้าประสงค์หลัก 3 ข้อ ได้แก่

อาจารย์และนักศึกษามีทักษะและความเข้าใจ เทคโนโลยีด้าน IoT ทั้งทักษะการเขียนโปรแกรมคอมพิวเตอร์ การเชื่อมต่ออุปกรณ์กับระบบอินเทอร์เน็ต รวมไปถึงการเลือก IoT Platform ได้เหมาะสมกับปัญหาและสถานการณ์ นักศึกษาพัฒนาทักษะแห่งศตวรรษที่ 21 ที่จำเป็น นักนักศึกษามีทักษะการคิดวิเคราะห์, ทักษะการคิดเชิงสร้างสรรค์, ทักษะการสื่อสาร และทักษะการทำงานเป็นทีม และอาจารย์มีทักษะการเป็นโค้ช เพื่อเสริมสร้างศักยภาพของนักศึกษาให้พร้อมไปสู่การทำงานจริง อาจารย์และนักศึกษาเข้าใจและสามารถประยุกต์ใช้เทคโนโลยี เพื่อการจัดการเรียนการสอนและพร้อมสำหรับการฝึกประสบการณ์ในภาคอุตสาหกรรมภาคเอกชนเห็นความสามารถของนักศึกษา ก่อนรับเข้าฝึกประสบการณ์ในสถานประกอบการ

โดยโครงการฯ เริ่มดำเนินการมาตั้งแต่เดือนมกราคม 2567 มีอาจารย์และน้องๆ สมัครเข้าร่วมโครงการ 36 ทีม จากสถาบันอาชีวศึกษา 25 สถาบัน ใน 18 จังหวัดทั่วประเทศ เป้าหมายคัดเลือกเพียง 20 ทีมเท่านั้นที่ผ่านเข้ามาร่วมค่ายการอบรมซึ่งในวันนี้ได้น้องๆ ทั้งหมด 19 ทีม จาก 12 สถาบัน ใน 10 จังหวัด ที่ผ่านการพิจารณาคัดเลือกให้เข้าร่วมโครงการฯ จะได้รับทุนสนับสนุนการพัฒนาผลงาน จำนวน 30,000 บาท และชุดอุปกรณ์สื่อการสอน Rasbery Pie จำนวน 2 ชุด ให้กับอาจารย์เพื่อนำไปใช้ประโยชน์ต่อยอดในการเรียนการสอนวิทยาลัย


สุรเชษฐ ศิลานนทื รายงาน

จี้!! บริษัทรปภ.ชื่อดัง รับผิดชอบ รปภ.ทำร้ายผู้ป่วยจิตเวช บาดเจ็บสาหัส

จี้!! บริษัทรปภ.ชื่อดัง รับผิดชอบ รปภ.ทำร้ายผู้ป่วยจิตเวช บาดเจ็บสาหัส

วันที่ 25 เมษายน 2567 เวลา 12.00 น. ที่กองบัญชาการตำรวจนครบาล (บช.น.) : นายบุญเอก วงศ์สุริยะวัฒนา พร้อมด้วยภรรยาสัญชาติอังกฤษ เข้ายื่นหนังสือ เพื่อหาผู้รับผิดชอบ กรณีภรรยาถูกทำร้ายร่างกายบาดเจ็บสาหัส และเกิดผลกระทบทางด้านจิตใจ ถึงบริษัทรักษาความปลอดภัย รับรปภ. ที่ไม่มีจริยธรรม คุณธรรม จรรยาบรรณ เข้าทำงาน ซึ่งควรที่จะให้ความปลอดภัย แต่กลับมาทำร้ายผู้ที่อยู่พักอาศัยเสียเอง

โดยเหตุการณ์เกิดขึ้นที่นิติบุคคลคอนโดมิเนียมฯ ผู้ป่วยเข้ามาติดต่อนิติบุคคล เพื่อตามหาสามี และได้เกิดปากเสียงจึงมีอารมณ์ใช้มือตบ รปภ. ซึ่งทราบชื่อต่อมา นายโมฮำหมัด หลังจากนั้น รปภ.ดังกล่าว เกิดความไม่พอใจ จึงบันดาลโทสะ ชกเข้าที่ใบหน้า นางสาวอายีชาฯ อย่างรุนแรง จนล้มคว่ำหมดสติไป

รายงานข่าวแจ้งว่า หลังจากที่ผู้เสียหายได้เช็คประวัติการเป็นพนักงานรักษาความปลอดภัยดังกล่าว ผลปรากฏว่ารปภ. ดังกล่าว ไม่มีข้อมูลการขึ้นทะเบียน มีใบอนุญาตเป็นพนักงานรักษาความปลอดภัย ต่อนายทะเบียนประจำกรุงเทพฯ แต่อย่างใด

ด้าน พ.ต.อ.ทิพากร แก้วเปล่ง ผู้กำกับการฝ่ายอำนวยการ 5 กองบัญชาการตำรวจนครบาล ซึ่งเป็นตัวแทนรับมอบหนังสือร้องทุกข์ กล่าวว่า จะเสนอไปยังผู้บังคับบัญชา เพื่อให้มอบหมายฝ่ายอำนวยการที่เกี่ยวข้องกับธุรกิจรักษาความปลอดภัย ตรวจสอบบริษัท รปภ.ดังกล่าว ว่า มีการนำใบอนุญาตดังกล่าวมาจากไหน ได้รับใบอนุญาตถูกต้องหรือไม่ มีการปลอมแปลงหรือกระทำผิดกฎหมายหรือไม่ หากมีการปลอมใบอนุญาตขึ้นมาก็ต้องดำเนินการตามกฎหมาย เป็นการปลอมขึ้นโดยตัว รปภ.ที่ก่อเหตุ โดยที่บริษัทไม่รับรู้หรือไม่ รวมถึงจะประสานเร่งรัดคดีของ สน.บางโพงพาง

ขณะที่ตำรวจ สน.บางโพงพาง ก็ระบุว่าขณะนี้รอเพียงให้ผู้เสียหายมาสอบปากคำเพิ่มเติมอย่างละเอียด เพื่อยืนยันตัวตนของ รปภ. ที่ก่อเหตุ จากนั้นจึงจะมีการดำเนินการในขั้นตอนต่อไป

รปภทำร้าย #ผู้ป่วยจิตเวช #หาผู้รับผิดชอบ


สุรเชษฐ ศิลานนท์ รายงาน

พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว และสมเด็จพระนางเจ้า ฯ พระบรมราชินี โปรดเกล้าฯ พระราชทานเลี้ยงอาหารกลางวัน สิ่งของ แก่สถานสงเคราะห์ต่าง ๆ เนื่องในโอกาสวันคล้ายวันประสูติ สมเด็จพระเจ้าลูกยาเธอ เจ้าฟ้าทีปังกรรัศมีโชติฯ

พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว และสมเด็จพระนางเจ้า ฯ พระบรมราชินี ทรงห่วงใยและทรงเอาพระราชหฤทัยใส่ในการส่งเสริมคุณภาพชีวิต สุขอนามัยพื้นฐาน และโภชนาการที่ดีของเด็ก เยาวชน ผู้พิการ และผู้ด้อยโอกาสในสถานสงเคราะห์ ในโอกาสนี้ ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าโปรดกระหม่อมพระราชทานเลี้ยงอาหารกลางวัน สิ่งของ เครื่องอุปโภคบริโภค และเวชภัณฑ์ทางการแพทย์แก่เด็ก เยาวชน ผู้พิการ และเจ้าหน้าที่สถานสงเคราะห์ต่าง ๆ เนื่องในโอกาสวันคล้ายวันประสูติ สมเด็จพระ เจ้าลูกยาเธอ เจ้าฟ้าทีปังกรรัศมีโชติ มหาวชิโรตตมางกูร สิริวิบูลยราชกุมาร วันที่ 29 เมษายน 2567

วันนี้ (26 เมษายน 2567 ) เวลา 08.23 น. พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว และสมเด็จพระนางเจ้า ฯ พระบรมราชินี ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าโปรดกระหม่อมให้ หน่วยราชการในพระองค์ เชิญอาหารพระราชทานไปพระราชทานเลี้ยง กับเชิญสิ่งของ เครื่องอุปโภคบริโภค และเวชภัณฑ์ทางการแพทย์พระราชทาน ไปมอบแก่เด็ก เยาวชน ผู้พิการ และเจ้าหน้าที่สถานสงเคราะห์ จำนวน 3 แห่ง ดังนี้

  • ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าโปรดกระหม่อมให้ พลเอก กล้าหาญ เพ็ชรมีศรี เชิญอาหารพระราชทาน ไปพระราชทานเลี้ยง กับเชิญสิ่งของและเครื่องอุปโภคบริโภคพระราช ทาน ไปมอบแก่เด็ก และเยาวชน รวมถึงเจ้าหน้าที่ จำนวน 260 คน ณ สถานสงเคราะห์เด็กชายบ้านปากเกร็ด อำเภอปากเกร็ด จังหวัดนนทบุรี
  • ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าโปรดกระหม่อมให้ คุณหญิงจันทนี ธนรักษ์ เชิญอาหารพระราชทานไปพระราชทานเลี้ยง กับเชิญสิ่งของ เครื่องอุปโภคบริโภค และเวชภัณฑ์ทางการแพทย์พระราชทาน ไปมอบแก่ผู้ป่วยเด็ก และเยาวชน รวมถึงเจ้าหน้าที่ จำนวน 1,933 คน ณ สถาบันสุขภาพเด็กแห่งชาติมหาราชินี แขวงพญาไท เขตราชเทวี กรุงเทพมหานคร และ
  • ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าโปรดกระหม่อมให้ พันตำรวจเอก ณรัชต์ เศวตนันทน์ เชิญอาหารพระราชทานไปพระราชทานเลี้ยง กับเชิญสิ่งของ เครื่องอุปโภคบริโภค และเวชภัณฑ์ทางการแพทย์พระราชทาน ไปมอบแก่เด็ก และเยาวชน รวมถึงเจ้าหน้าที่ จำนวน 294 คน ณ สถานสงเคราะห์เด็กอ่อนพญาไท อำเภอปากเกร็ด จังหวัดนนทบุรี

ทั้งนี้พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว และสมเด็จพระนางเจ้า ฯ พระบรมราชินี ทรงรับเป็นพระราชภารกิจสำคัญ ในการดูแลให้ประชาชนทุกหมู่เหล่ามีสุขภาพอนามัยที่สมบูรณ์แข็งแรง และมีโภชนาการที่ดีอันจะนำมาซึ่งคุณภาพชีวิตที่ดี จึงทรงพระกรุณาโปรดเกล้าโปรดกระหม่อมพระราชทานอาหาร สิ่งของ เครื่องอุปโภคบริโภค แก่เด็ก เยาวชน ผู้พิการ และผู้ด้อยโอกาส รวมถึงเจ้าหน้าที่ผู้ปฏิบัติงานในสถานสงเคราะห์ต่าง ๆ เนื่องในโอกาส
วันเฉลิมพระชนมพรรษา วันคล้ายวันพระราชสมภพ วันคล้ายวันประสูติ และวันสำคัญต่าง ๆ มาโดยตลอด การได้รับพระราชทานพระมหากรุณาในครั้งนี้ ยังความปลื้มปีติและสำนึกในพระมหากรุณาธิ คุณอย่างหาที่สุดมิได้


ทหารกองบังคับการควบคุมที่ 1 กรมทหารราบที่ 13 กองกำลังสุรศักดิ์มนตรี สนธิกำลัง จับกุมผู้กระทำผิด ตาม พ.ร.บ.ศุลกากร เป็นชุดอุปกรณ์ให้แสงสว่างพืชกัญชา ในโรงเรือน จำนวน 39 ชุด ที่ท่าเทียบเรืออำเภอบ้านแพง จังหวัดนครพนม

ทหารกองบังคับการควบคุมที่ 1 กรมทหารราบที่ 13 กองกำลังสุรศักดิ์มนตรี สนธิกำลัง จับกุมผู้กระทำผิด ตาม พ.ร.บ.ศุลกากร เป็นชุดอุปกรณ์ให้แสงสว่างพืชกัญชา ในโรงเรือน จำนวน 39 ชุด ที่ท่าเทียบเรืออำเภอบ้านแพง จังหวัดนครพนม

ร้อยโท วันชาติ เหมือนปืน ผู้บังคับกองร้อยเฉพาะกิจทหารพรานที่.2101 หน่วยเฉพาะกิจกรมทหารพรานที่ 21 ร่วมกับเจ้าหน้าที่ฝ่ายปกครอง อำเภอบ้านแพง ,ตำรวจตรวจคนเข้าเมือง –เจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.บ้านแพง จังหวัดนครพนม และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง สนธิกำลังจับกุมผู้กระทำผิด ตาม พ.ร.บ.ศุลกากร จำนวน 3 คน พร้อมของกลาง เป็นชุดอุปกรณ์ให้แสงสว่างพืชกัญชา ในโรงเรือน จำนวน 39 ชุด ทั้งนี้จากการแจ้งผ่าน พันเอก กัญญณัต ไชยโอชะ รอง เสนาธิการทหาร ส่วนสกัดกั้น ฯ ว่า จะมีการลักลอบกระทำผิดกฎหมาย พ.ร.บ.ศุลกากร โดยนำเข้าสินค้าจากฝั่ง สปป.ลาว เข้ามายังฝั่ง ประเทศไทย บริเวณท่าเทียบเรืออำเภอบ้านแพง โดยไม่ผ่านพิธีการศุลกากร จึงสั่งการให้ ร้อยโท วันชาติ เหมือนปืน ผู้บังคับกองร้อยเฉพาะกิจทหารพรานที่2101 หน่วยเฉพาะกิจกรมทหารพรานที่ 21 จัดกำลังพล และประสานหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เข้าไปตรวจสอบ บริเวณท่าเทียบเรือ อำเภอบ้านแพง พบรถบรรทุกสินค้าต้องสงสัย ขับเข้ามาส่งสินค้าการเกษตรที่ท่าเทียบเรือ พร้อมกับลำเลียงสินค้าต้องสงสัย จากเรือบรรทุกสินค้าของ ฝั่ง สปป.ลาว ขึ้นมาบนรถ แล้วขับมาจอดอยู่บริเวณลานจอดรถฯ

เมื่อบุคคลภายในรถเห็นเจ้าหน้าที่ มีท่าทีมีพิรุธ จึงได้ขอเข้าทำการตรวจสอบสิ่งของที่บรรทุกอยู่บนรถ พบเป็นชุดอุปกรณ์ให้แสงสว่าง สำหรับติดตั้งในโรงเรือนปลูกพืชกัญชานำเข้ามาจาก ประเทศจีน ผ่านมาทาง สปป.ลาว โดยมีนางทัศนีย์ มีฤทธิ์ อายุ 50 ปี รับเป็นเจ้าของสินค้า และมีนายสมนึก โพธิ์สุทธิ์ อายุ 49 ปี รับเป็นเจ้าของรถ จึงได้สอบถามถึงเอกสารการขออนุญาตนำเข้า และใบแสดงการเสียภาษีนำเข้าฯ ผลปรากฏว่า นางทัศนีย์ ฯ ไม่มีเอกสารการขออนุญาตนำเข้า และใบแสดงการเสียภาษีฯ จึงได้ประสานหน่วยงานศุลกากร ร่วมทำกาตรวจสอบอย่างละเอียดอีกครั้ง

สำหรับชุดอุปกรณ์ให้แสงสว่างพืชกัญชาในโรงเรือน จำนวน 39 ชุด/ราคาชุดละ 10,000 บาท รวมมูลค่า 390,000 บาท และรถยนต์บรรทุก จำนวน 1 คัน ยี่ห้อ HINO สีขาว หมายเลขทะเบียน 70-4067 หนองคาย หน่วยงานความมั่นคงได้ร่วมกันบันทึกภาพและวิดีโอผู้ถูกควบคุมตัว ส่งพนักงานสอบสวน สภ..บ้านแพง ดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป


ฟร้องข่าวสด
เทพข่าวร้อน
เพลิงพระกาฬ
สำนักข่าวความมั่นคง รายงาน

อบจ.พช ส่งเสริมการเลี้ยงผำ นำร่อง 300 ครัวเรือน หวังเกษตรกร และกลุ่มผู้สูงอายุ มีรายได้ มีคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้น

เพชรบูรณ์ – อบจ.พช ส่งเสริมการเลี้ยงผำ นำร่อง 300 ครัวเรือน หวังเกษตรกร และกลุ่มผู้สูงอายุ มีรายได้ มีคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้น

26 เมษายน 2567 เวลา 10.00 น. นายอัครเดช ทองใจสด นายกองค์การบริหารส่วนจังหวัดเพชรบูรณ์ พร้อมด้วย นายธีระวัฒน์ วิไลรัตน์ ประธานบริหารบริษัทไร่สายชล ๑๐๑ จำกัด และ นายไพทูลย์ อินหา ประธานกลุ่มวิสาหกิจชุมชนบ้านวังร่อง ร่วมลงนามบันทึกข้อตกลงความร่วมมือการพัฒนาผลิตภัณฑ์ต้นแบบอาหารแปรรูปหรือสินค้าจากพืชเศรษฐกิจ (ผำ) โดยมี นายจิรวัตร์ มณีโชติ รองผู้ว่าราชการจังหวัดเพชรบูรณ์ ร่วมเป็นสักขีพยาน ที่ห้องประชุม 3 องค์การบริหารส่วนจังหวัดเพชรบูรณ์ อำเภอเมืองเพชรบูรณ์ จังหวัดเพชรบูรณ์

นายอัครเดช ทองใจสด นายกองค์การบริหารส่วนจังหวัดเพชรบูรณ์ กล่าวว่า การลงนามบันทึกข้อตกลงในวันวันนี้ เป็นการส่งเสริมให้ประชาชนมีพืชเศรษฐกิจอีกชนิดหนึ่งในการสร้างรายได้ และเป็นการนำผู้ผลิตและผู้รับซื้อมาพบและทำข้อตกลงกัน ผู้ผลิตก็คือวิสาหกิจชุมชนบ้านวังร่อง ผู้รับซื้อก็คือ บริษัทไร่สายชล ๑๐๑ จำกัด ที่ปัจจุบัน สามารถนำมาแปรรูปเป็นผำชนิดผง ชงน้ำดื่ม เป็นการให้โปรตีนด้านพืช และมีแนวทางที่จะนำมาแปรรูปเป็นผลิตภัณฑ์ใหม่ของบริษัท เพื่อขยายผลออกไปสู่การตลาดเชิงธุรกิจได้ โดยมี องค์การบริหารส่วนจังหวัด ที่เป็นองค์กรภาครัฐ สนับสนุนอุปกรณ์ต่างๆ และองค์ความรู้ ให้กับเกษตรกรที่สนใจ นำร่อง 300 ครัวเรือน ถ้าประสบความสำเร็จเราสามารถขยายไปกับ วิสาหกิจชุมชนอื่นๆ ที่สนใจได้ โดยกลุ่มเป้าหมายที่เราตั้งใจไว้ก็คือกลุ่มผู้สูงอายุ ที่อยู่บ้านไว้สร้างรายได้เพิ่มเติมจากเบี้ยยังชีพ ถ้าเราเลี้ยงผำในวงบ่อ 5 วง ก็จะสามารถสร้างรายได้เพิ่ม ประมาณ เดือนละ 1,000 บาท ซึ่งจะทำให้การดำรงชีพของผู้สูงอายุ มีคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้น ไว้ใช้จุนเจือตนเอง และครอบครัว อีกทาง โดยจะมีการจัดการอบรมให้ความรู้กับเกษตรกรผู้สนใจ ในวันที่ 4 พฤษภาคม 2567 ณ ศูนย์เรียนรู้ชุมชน บ้านวังร่อง ตำบลห้วยไร่ อำเภอหล่มสัก จังหวัดเพชรบูรณ์

สำหรับบันทึกข้อตกลงความร่วมมือการพัฒนาผลิตภัณฑ์ต้นแบบอาหารแปรรูปหรือสินค้าจากพืชเศรษฐกิจ (ผำ) มีวัตถุประสงค์เพื่อพัฒนาองค์ความรู้การเพาะปลูกพืชเศรษฐกิจ(ผำ) ให้เป็นบริการสาธารณะสำหรับประชาชน ภายใต้อำนาจหน้าที่ขององค์การบริหารส่วนจังหวัด ตลอดจนสามารถขยายผลไปสู่อุตสาหกรรมผลิตภัณฑ์ หรืออาหารแปรรูปให้สามารถบรรลุผลสัมฤทธิ์ ตามภารกิจที่ได้ตกลงกัน โดย องค์การบริหารส่วนจังหวัดเพชรบูรณ์ มีหน้าที่ ส่งเสริมและสนับสนุนองค์ความรู้ รวมถึงทักษะในการเพาะปลูกผำ จัดหาพันธุ์พืช สนับสนุนวัสดุอุปกรณ์ สำหรับการเพาะปลูก ส่งเสริมและสนับสนุนข้อมูลทางวิชาการสำหรับการเพาะปลูก และจัดทำเอกสารทางวิชาการสำหรับเผยแพร่องค์ความรู้ให้เป็นบริการสาธารณะแก่ประชาชนและผู้ที่สนใจ กลุ่มวิสาหกิจชุมชนเกษตรอินทรีย์บ้านวังร่อง มีหน้าที่ ส่งเสริมการการเพาะปลูกผำ ในชุมชน ประสานงานกับกลุ่มวิสาหกิจชุมชนและและเครือข่ายภาคประชาชนที่มีความประสงค์จะดำเนินการเพาะปลูก รวบรวมผลผลิต เพื่อนำส่งไปยังตลาดและผู้ประกอบการ และ เป็นศูนย์การเรียนรู้เพื่อถ่ายทอดองค์ความรู้ ด้านบริษัทไร่สายชล ๑๐๑ จำกัด มีหน้าที่ กำหนดแนวทางการบริหารจัดการกับกลุ่มวิสาหกิจชุมชนบ้านวังร่องเพื่อรับซื้อผำ อย่างต่อเนื่องในราคาที่เป็นธรรม พร้อมพัฒนาและแปรรูปผำ ให้เหมาะสมและสอดคล้องกับความต้องการของตลาดโดยบันทึกข้อตกลงมีระยะเวลา 5 ปี นับตั้งแต่วันที่ทั้งสามฝ่ายลงนาม


มนสิชา คล้ายแก้ว รายงาน

“พาณิชย์” ลุยต่อ จัดธงฟ้าราคาประหยัด ลดภาระค่าครองชีพพี่น้องประชาชน จ.นครพนม

“พาณิชย์” ลุยต่อ จัดธงฟ้าราคาประหยัด ลดภาระค่าครองชีพพี่น้องประชาชน จ.นครพนม

“พาณิชย์” เดินหน้าลดค่าครองชีพให้พี่น้องประชาชน จัดงานธงฟ้าราคาประหยัด จ.นครพนม นำสินค้าจากผู้ประกอบการ ห้าง เกษตรกร SMEs วิสาหกิจชุมชน และเครือข่ายธุรกิจ Biz Club รวม 10 หมวดสินค้า กว่า 1,000 รายการ ลดสูงสุด 60% เผยมีสินค้าไฮไลต์ ทั้งไข่ไก่ น้ำตาล น้ำมันปาล์ม ข้าวหอมมะลิ หมูเนื้อแดง ไก่ มะม่วงและมะนาว จำหน่ายทุกวันด้วย
นายไชยา พรหมา รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ให้เกียรติเป็นประธานในพิธีเปิดงาน

โดยนายภูมิธรรม เวชยชัย รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ ได้มอบให้เลขานุการรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ (นายกฤษฎา ตันเทอดทิตย์) เข้าร่วมพิธีเปิดงานในครั้งนี้ ซึ่งกรมการค้าภายในกระทรวงพาณิชย์ ได้นำนโยบายของรัฐบาลในการช่วยลดภาระค่าครองชีพมาขับเคลื่อน โดยได้จัดงานธงฟ้าราคาประหยัด จังหวัดนครพนม ระหว่างวันที่ 26 – 28 เมษายน 2567 ณ โรงเรียนบ้านนาหว้า อ.นาหว้า จ.นครพนม และได้รับความร่วมมือจากผู้ประกอบการ ห้างสรรพสินค้า กลุ่มเกษตรกร ผู้ผลิตรายกลางและรายย่อย (SMEs) วิสาหกิจชุมชน และเครือข่ายธุรกิจ Biz Club รวมทั้งผู้ประกอบการจังหวัดนครพนมและจังหวัดใกล้เคียง นำสินค้าอุปโภคบริโภคมาจำหน่ายรวม 10 หมวด กว่า 1,000 รายการ ลดสูงสุด 60% อาทิ บะหมี่กึ่งสำเร็จรูป, ปลากระป๋อง, ซอสปรุงรส, น้ำยาซักผ้า, ของใช้ประจำวัน, เครื่องแต่งกาย, เครื่องใช้ไฟฟ้า, เครื่องครัว, อุปกรณ์ช่าง, สินค้าชุมชน เป็นต้น

ทั้งนี้ภายในงานยังมีการจำหน่ายสินค้าไฮไลต์ และสินค้าผลไม้ที่เชื่อมโยงจากกลุ่มเกษตรกร ในราคาพิเศษทุกวัน อาทิ ไข่ไก่เบอร์ 2 แผงละ 95 บาท, น้ำตาลทราย กิโลกรัมละ 22 บาท, น้ำมันพืชปาล์ม ขวดละ 40 บาท, ข้าวหอมมะลิ(5 กก.) ถุงละ 150 บาท, หมูเนื้อแดง กิโลกรัมละ 90 บาท, ไก่น่องสะโพก กิโลกรัมละ 60 บาท, มะนาว ลูกละ 3 บาท, มะม่วงน้ำดอกไม้ กิโลกรัมละ 40 บาท และมะนาวผงถุงละ 20 บาท

“ขอเชิญชวนพี่น้องประชาชนใน จ.นครพนม และจังหวัดใกล้เคียง มาเลือกซื้อสินค้าราคาประหยัด โดยมีสินค้าที่จำเป็นต่อการครองชีพครบถ้วน ทั้งของกินของใช้ และผักผลไม้ตามฤดูกาลจากเกษตรกร และหวังเป็นอย่างยิ่งว่าจะช่วยลดภาระค่าครองชีพให้กับพี่น้องประชาชนได้ตามเป้าหมาย” นายไชยากล่าว

ที่ผ่านมา กระทรวงพาณิชย์ได้ดำเนินการตามนโยบายของรัฐบาล ที่ให้ความสำคัญกับการลดรายจ่าย เพิ่มรายได้ ขยายโอกาส โดยกระทรวงพาณิชย์ได้ดำเนินการจัดงานธงฟ้าราคาประหยัด ซึ่งเป็นกิจกรรมหนึ่งในการช่วยบรรเทาความเดือดร้อนและลดภาระค่าครองชีพให้กับประชาชน และยังเป็นการเพิ่มช่องทางการจำหน่ายสินค้าให้แก่ผู้ประกอบการ ผู้ผลิตรายกลางและรายย่อย (SMEs) กลุ่มเกษตรกร วิสาหกิจชุมชน และเครือข่ายธุรกิจ Biz Club ทำให้ประชาชนมีทางเลือกในการจับจ่ายใช้สอย ผู้ประกอบการมีช่องทางในการจำหน่ายสินค้า พัฒนาศักยภาพการผลิตสินค้าเกษตรและการส่งออกสินค้าเกษตรไปยังประเทศเพื่อนบ้าน เป็นการส่งเสริมสนับสนุนสินค้าอัตลักษณ์ท้องถิ่น เพื่อกระตุ้นและสร้างความเข้มแข็งให้กับระบบเศรษฐกิจฐานรากของประเทศด้วย


ฟร้องข่าวสด
เทพข่าวร้อน
เพลิงพระกาฬ
สำนักข่าวความมั่นคง รายงาน

รำลึก 109 ปี อำเภอวังน้อย จังหวัดพระนครศรีอยุธยา

รำลึก 109 ปี อำเภอวังน้อยจังหวัดพระนครศรีอยุธยา เปิดงานอย่างยิ่งใหญ่ 1-10 พฤษภาคม 2567 งานเฉลิมฉลอง 109 ปี่ อำเภอวังน้อย จังหวัดพระนครศรีอยุธยา เชิญเที่ยวงาน สินค้า OTOP สินค้าพื้นบ้าน สินค้านานาชนิด ชมดนตรีคอนเสิร์ต ดารานักร้องดังๆหลายค่าย สินค้าอีกมากมาย อาหารการกิน เสื้อผ้าตู้ เตียง ไม้สัก โต๊ะหมู่บูชา และสินค้า ราคาถูก

สนใจร้านค้าแผงลอย ติดต่อได้099426777 ต้องเมืองนนท์


สุขุม แก้วกุดั่น อยุธยา