DSI สานสัมพันธ์ NGOs จัดประชุม Task Force Meeting มุ่งเน้นแก้ปัญหาคอลเซ็นเตอร์และงานหลอกลวงทางออนไลน์สแกมเมอร์ที่ผิดกฎหมายในประเทศเพื่อนบ้าน

DSI สานสัมพันธ์ NGOs จัดประชุม Task Force Meeting มุ่งเน้นแก้ปัญหาคอลเซ็นเตอร์และงานหลอกลวงทางออนไลน์สแกมเมอร์ที่ผิดกฎหมายในประเทศเพื่อนบ้าน

กรมสอบสวนคดีพิเศษ (DSI) และมูลนิธิไอเจเอ็ม (IJM Foundation) ได้จัดงานประชุมประสานงานTask Force Meeting เมื่อวันศุกร์ที่ 26 เมษายน 2567 ณ ห้องประชุม 1 อาคารกรมสอบสวนคดีพิเศษโดยมีวัตถุประสงค์เพื่อส่งเสริมให้หน่วยงานทั้งภาครัฐและภาคประชาสังคมที่เกี่ยวข้องได้มีโอกาสแบ่งปันสถานการณ์เกี่ยวกับการค้ามนุษย์และการบังคับใช้แรงงาน โดยมุ่งเน้นไปที่ขบวนการคอลเซ็นเตอร์ และการหลอกลวงทางออนไลน์หรือสแกมเมอร์ในประเทศไทยและประเทศเพื่อนบ้าน รวมถึงการร่วมกันระดมความคิดในการป้องกันและการดำเนินการต่อไปของแต่ละหน่วยงาน โดยประกอบด้วยหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง คือ IJM Foundation, Destiny Rescue, the Scientia Project, Nightlight International, the Exodus Road, Global Alms Incorporated, A21 Foundation, Immanuel Foundation, และ EzekietRain อีกทั้งองค์กรระหว่างประเทศ คือ องค์การระหว่างประเทศเพื่อการโยกย้ายถิ่นฐาน (IOM) ตลอดจนองค์กรของรัฐต่างประเทศคือ สำนักงานสืบสวนความมั่นคงแห่งมาตุภูมิแห่งสหรัฐอเมริกา (Homeland Security Investigations: HSI)และสำนักงานสอบสวนกลางแห่งสหรัฐอเมริกา (Federal Bureau of Investigation: FBI)

การประชุม Task Force Meeting ดังกล่าวเปิดโอกาสให้ทุกหน่วยงานนำเสนอข้อมูล สถานการณ์ปัจจุบัน ความท้าทาย และปัญหาหรืออุปสรรคที่แต่ละหน่วยงานได้ประสบ นอกจากนี้ยังมีวัตถุประสงค์สำคัญในการทำข้อตกลงการเป็นพันธมิตรในการร่วมงานและแบ่งปันข้อมูลระหว่างกรมสอบสวนคดีพิเศษและองค์กรพัฒนาเอกชนร่วมเฉพาะกิจว่าด้วยการค้ามนุษย์เพื่อความผิดทางอาญาสำหรับคดีคอลเซ็นเตอร์และงานหลอกลวงทางออนไลน์หรือสแกมเมอร์ อีกทั้งยังได้มีการดำเนินกิจกรรมกีฬาเชื่อความสัมพันธ์ หรือ TIPMATCH เพื่อเสริมสร้างความสัมพันธ์ระหว่างหน่วยงานอีกด้วย


สุรเชษฐ ศิลานนท์ รายงาน

กรมศุลกากร จับของลักลอบอย่างต่อเนื่อง ในช่วงเทศกาลสงกรานต์ ยึดบุหรี่เถื่อน บุหรี่ไฟฟ้าได้กว่า 1.33 ล้านชิ้น

กรมศุลกากร จับของลักลอบอย่างต่อเนื่อง ในช่วงเทศกาลสงกรานต์ ยึดบุหรี่เถื่อน บุหรี่ไฟฟ้าได้กว่า 1.33 ล้านชิ้น

เมื่อวันที่ 29 เมษายน 2567 นายพันธ์ทอง ลอยกุลนันท์ ที่ปรึกษาด้านการพัฒนาและบริหารการจัดเก็บภาษี ในฐานะโฆษกกรมศุลกากร เปิดเผยว่า ตามที่ นายเศรษฐา ทวีสิน นายกรัฐมนตรี มีนโยบายให้ความสำคัญกับการป้องกันและปราบปรามการลักลอบนำเข้าบุหรี่และบุหรี่ไฟฟ้าอย่างเข้มงวด เนื่องจากสถานการณ์ปัจจุบันพบการแพร่ระบาดของบุหรี่ไฟฟ้ามีความรุนแรงมากขึ้น จึงให้เร่งดำเนินการปราบปราม จับกุมผู้ลักลอบนำเข้าและผู้จำหน่ายบุหรี่ไฟฟ้าและอุปกรณ์ส่วนควบอย่างจริงจัง เด็ดขาด และต่อเนื่อง โดยให้บังคับใช้กฎหมายที่เกี่ยวข้องอย่างเคร่งครัด

ซึ่งนายธีรัชย์ อัตนวานิช อธิบดีกรมศุลกากร ได้กำชับให้เจ้าหน้าที่ศุลกากรเข้มงวดกวดขันในการป้องกันและปราบปรามผู้กระทำความผิด เพื่อให้เป็นไปตามนโยบายของรัฐบาลและเพื่อปกป้องประชาชนและเยาวชนที่อาจได้รับสารพิษจากบุหรี่และบุหรี่ไฟฟ้า โดยให้เจ้าหน้าที่ตามด่านศุลกากรในพื้นที่ต่างๆ ตรวจเข้มกับสินค้าทุกประเภทที่อาจมีการซุกซ่อนบุหรี่ หรือบุหรี่ไฟฟ้าเข้ามาในราชอาณาจักร ทางตู้สินค้าและพัสดุไปรษณีย์ รวมถึงบูรณาการกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องในพื้นที่ อาทิ กระทรวงพาณิชย์ กระทรวงมหาดไทย สำนักงานคณะกรรมการคุ้มครองผู้บริโภค สำนักงานตำรวจแห่งชาติและหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เพื่อสืบสวนหาข่าวลักลอบการนำเข้า นอกจากนี้ ยังให้เจ้าหน้าที่ศุลกากรลงพื้นที่ตรวจเข้มร้านค้า โกดัง ที่มีการข่าวแจ้งว่าอาจมีการลักลอบจำหน่ายหรือเก็บบุหรี่ที่ไม่เสียภาษี บุหรี่ไฟฟ้าและอุปกรณ์ อีกด้วย

โดยช่วงเทศกาลสงกรานต์ในเดือนเมษายนที่ผ่านมา กรมศุลกากรจับกุมผู้กระทำความผิดในการลักลอบนำบุหรี่เข้ามาในราชอาณาจักร จำนวน 62 ราย ปริมาณ 1,321,900 มวน และบุหรี่ไฟฟ้า น้ำยาบุหรี่ไฟฟ้า และอุปกรณ์บุหรี่ไฟฟ้า จำนวน 12 ราย ปริมาณ 9,950 ชิ้น รวมทั้งสิ้น 74 ราย ซึ่งการกระทำดังกล่าว ถือเป็นความผิดตามมาตรา 242 และมาตรา 246 ประกอบมาตรา 166 และมาตรา 167 แห่งพระราชบัญญัติศุลกากร พ.ศ.2560 และกฎหมายอื่นที่เกี่ยวข้อง


สุรเชษฐ ศิลานนท์ รายงาน

รมว.ยุติธรรม ผนึก 28 หน่วยงาน ประชุมเร่งรัดแก้ปัญหายาเสพติด ชี้เป้าหมายสำคัญคือความพึงพอใจของประชาชน

รมว.ยุติธรรม ผนึก 28 หน่วยงาน ประชุมเร่งรัดแก้ปัญหายาเสพติด ชี้เป้าหมายสำคัญคือความพึงพอใจของประชาชน

เมื่อวันที่ 29 เมษายน 2567 พ.ต.อ.ทวี สอดส่อง รัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรม เป็นประธานการประชุมแนวทางการขับเคลื่อนการป้องกัน ปราบปราม และแก้ไขปัญหายาเสพติด ในห้วง 5 เดือนหลัง ของปีงบประมาณ พ.ศ.2567 และปีงบประมาณ พ.ศ.2568 พร้อมด้วย นายนิยม เติมศรีสุข ผู้ช่วยรัฐมนตรีประจำกระทรวงยุติธรรม, พลตำรวจโท พัฒนวุธ อังคะนาวิน ตำแหน่งประจำสำนักเลขาธิการนายกรัฐมนตรี ปฏิบัติหน้าที่ประจำกระทรวงยุติธรรม, นายไตรยฤทธิ์ เตมหิวงศ์ รองปลัดกระทรวงยุติธรรม, พล.ต.ท.ภาณุรัตน์ หลักบุญ เลขาธิการ ป.ป.ส., นายมานะ ศิริพิทยาวัฒน์ รองเลขาธิการ ป.ป.ส., ผู้แทนส่วนราชการที่ร่วมบูรณาการแก้ไขปัญหายาเสพติดจาก 8 กระทรวง 26 หน่วยงาน 2 ส่วนราชการไม่สังกัด ได้แก่ กระทรวงสาธารณสุข, กระทรวงมหาดไทย, กระทรวงกลาโหม, กองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายในราชอาณาจักร, กระทรวงศึกษาธิการ, กระทรวงแรงงาน, กระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์, สำนักงานป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน, สำนักงานตำรวจแห่งชาติ และกระทรวงยุติธรรม ณ ห้องประชุม 10-01 กระทรวงยุติธรรม

พล.ต.ท.ภาณุรัตน์ หลักบุญ เลขาธิการ ป.ป.ส. กล่าวถึงวัตถุประสงค์การประชุมครั้งนี้ว่า เพื่อกำหนดแนวทางการขับเคลื่อนการป้องกัน ปราบปราม และแก้ไขปัญหายาเสพติด ปีงบ ประมาณ พ.ศ.2567 ในห้วงที่เหลือ 5 เดือน โดยแนวทางการประชุมในวันนี้ จะเป็นการนำเสนอภาพรวมในการขับเคลื่อนแผนงานบูรณาการป้องกัน ปราบปราม และบำบัดรักษายาเสพติด ปีงบประมาณ พ.ศ.2567 โดยสำนักงาน ป.ป.ส. หลังจากนั้นจะเป็นการเสนอแนวทางในการแก้ไขปัญหายาเสพติดของหน่วยงาน บูรณาการ เพื่อการปรับแผนงาน โครงการให้สอดคล้องนโยบายสำคัญ ของรัฐบาล

พ.ต.อ.ทวี สอดส่อง รัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรม กล่าวว่า การแก้ไขปัญหายาเสพติด มีงบบูรณาการที่มีหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง 28 หน่วยงานที่ต้องบูรณาการ เพื่อใช้งบประมาณที่มีอยู่ให้เกิดความคุ้มค่าและเกิดประโยชน์สูงสุดต่อประชาชนและประเทศโดยรวม ไม่ซ้ำซ้อน มีการบูรณาการอย่างจริงจัง ให้การทำงานเกิดความเชื่อมั่นกับภาคประชาชน โดยในห้วง 7 เดือนที่ผ่านมาการแก้ไขปัญหายาเสพติดของรัฐบาลด้านการปราบปราม สกัดกั้นยาเสพติด มีผลการจับกุมตรวจยึดที่สูงขึ้นมาก ซึ่งต้องขอชื่นชม แต่การป้องกันยาเสพติด การแก้ไขปัญหายาเสพติดในชุมชน ต้อง ประชุมหารือร่วมกันในรายละเอียดในเรื่องของการแก้ปัญหา และมอบสำนักงาน ป.ป.ส. เป็นเจ้าภาพในการจัดประชุมให้แล้วเสร็จภายในสัปดาห์หน้า

พ.ต.อ.ทวี สอดส่อง รัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรม กล่าวอีกว่า ขอให้ผู้บริหารของแต่ละหน่วยงาน มีการกำกับ ติดตาม เร่งรัดการดำเนินงาน ให้เป็นไปตามแผนงาน โครงการ และงบประมาณ เพื่อให้บรรลุผลสำเร็จ และขอให้สำนักงาน ป.ป.ส. มีการกำกับ ติดตามผลการดำเนินงานตามแผนงานบูรณาการ และรายงานผลความคืบหน้าให้ทราบทุกเดือน เพื่อให้สามารถทราบ ถึงความเคลื่อนไหว ปัญหาและอุปสรรคของหน่วยงาน รวมถึงต้องมีการประเมินผลการใช้งบบูรณาการ เพื่อปรับให้เหมาะสมกับปัญหาและการปฏิบัติงานจริง โดยใน 5 เดือนที่เหลือการแก้ไขปัญหายาเสพติด เป้าหมายหรือตัวชี้วัดมีเพียงตัวเดียวที่สำคัญที่สุด คือ ความพึงพอใจของประชาชน ซึ่งในตอนท้ายต้องประเมินโดยใช้การวัดผลที่เป็นกลางจากหน่วยงานหรือมหาวิทยาลัยมาช่วยวัดผล เพื่อจะนำเสียงสะท้อนนั้นมาแก้ปัญหา และจากนี้การแก้ไขปัญหายาเสพติด จะต้องเร่งรัด และบูรณาการกันจริง เราต้องช่วยกัน อย่าปล่อยให้ประเทศอ่อนแอเพราะติดยาเสพติด


สุรเชษฐ ศิลานนท์ รายงาน

กระทรวง อว.ร่วมกับ ทปอ. แก้ปัญหาการเปิดเผยข้อสอบ TGAT, TPAT, A-Level ทั้งหมดที่จัดสอบในปีนี้

กระทรวง อว.ร่วมกับ ทปอ.แก้ปัญหาการเปิดเผยข้อสอบ TGAT, TPAT, A-Level ทั้งหมดที่จัดสอบในปีนี้ หลังกลุ่มนักเรียนเลวยื่นหนังสือเรียกร้อง เลขาฯ รมว.อว. ยัน กระทรวง อว. จะร่วมกับ ทปอ. หาทางออกและแก้ปัญหาโดยเร็ว

เมื่อวันที่ 29 เม.ย.2567 ตัวแทนกลุ่มนักเรียนเลว จำนวน 6 คน นำโดยนายนลภนพัฒน์ หวังไพสิฐ ได้เดินทางมายื่นหนังสือถึง น.ส.ศุภมาส อิศรภักดี รมว.การอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (อว.) เรื่อง ”ข้อเรียกร้องให้เปิดเผยข้อสอบและเฉลยทุกวิชาที่ที่ประะชุมอธิการบดีแห่งประเทศไทย (ทปอ.) เป็นผู้จัดสอบ“ เนื่องจาก (ทปอ.) มีการเฉลยข้อสอบผิดในหลายวิชา จึงได้มีการเปิดรณรงค์ให้ลงชื่อสนับสนุนการเรียกร้องดังกล่าว โดยมีผู้ร่วมลงชื่อกว่า 6,500 คน ทั้งนี้ (รมว.อว.) ได้มอบหมายให้ น.ส.สุชาดา แทนทรัพย์ เลขานุการ (รมว.อว.) และ ศ.ดร.ศุภชัย ปทุมนากุล รองปลัด (อว.) เป็นผู้รับหนังสือ ที่อาคารอุดมศึกษา 1 สำนักงานปลัดกระทรวง (อว.) ถ.ศรีอยุธยา

นายนลภนพัฒน์ หวังไพสิฐ กล่าวว่า การที่กลุ่มนักเรียนเลวมายื่นหนังสือให้เปิดเผยข้อสอบ TGAT,TPAT, A-Level ทั้งหมดที่จัดสอบในปีนี้ เพราะเป็นข้อสอบกลางสำหรับคัดบุคคลเข้าศึกษาต่อในมหาวิทยาลัย แต่ข้อสอบในปีนี้มีข้อผิดพลาดที่เกิดขึ้นเยอะมาก โดยมีทั้งหมด 6 ข้อ 5 วิชา หรือถ้านับเป็นจุดก็มีทั้งหมด 10 จุด ซึ่งเป็นข้อผิดพลาดที่ทาง (ทปอ.) ได้ออกมายอมรับแล้วด้วย ซึ่งข้อผิดพลาดดังกล่าวอาจเกิดจากความหละหลวม ความประมาทหรืออื่นๆ ก็ตาม ได้ส่งผลกระทบต่อผู้เข้าสอบในปีนี้โดยตรง จึงนำมาสู่ข้อเรียกร้องในวันนี้ ที่ต้องการให้เฉลย เปิดเผยข้อสอบออกมาว่าอะไรอยู่ในข้อสอบ มีข้อผิดพลาดเพิ่มเติมอีกหรือไม่ เพื่อจะนำเอาข้อสอบดังกล่าวเป็นแนวข้อสอบในการสอบปีถัดไปและเพื่อความโปร่งใส ความยุติธรรมที่สุด แต่ทาง (ทปอ.) ออกมายืนยันว่าจะทำการเฉลยข้อสอบในปีหน้า เนื่องจากติดสัญญาที่ทำไว้กับผู้ออกข้อสอบ แต่ทางเหล่าผู้เข้าสอบเองมองว่า ถ้าทาง ทปอ. มีความตั้งใจที่จะเปิดเผยข้อสอบอยู่แล้ว ก็สามารถตั้งโต๊ะเจรจากับผู้ออกข้อสอบ เพื่อทำการแก้ไขเงื่อนไขในสัญญาได้ จึงอยากให้กระทรวง (อว.) เป็นหน่วยงานกลางในการเข้าไปเจรจาระหว่าง ทปอ. กับตัวคู่สัญญา เพื่อทำการแก้ไขเงื่อนไขที่ห้ามไม่ให้เผยแพร่ข้อสอบดังกล่าว

จากนั้น น.ส.สุชาดา กล่าวว่า (รมว.อว.) มีนโยบายให้เยาวชนไทยเข้าถึงการศึกษาอย่างเท่าเทียม และพยายามปลดล็อคทุกอุปสรรคในการเข้าถึงอุดมศึกษา การเปิดเผยข้อสอบเป็นหนึ่งในแผนที่กระทรวง (อว.) ได้หารือกับทาง (ทปอ.) อย่างต่อเนื่องเพื่อที่จะดำเนินการอยู่แล้ว โดยหลังจากนี้กระทรวง (อว.) กับ (ทปอ.) จะร่วมกันหาทางออกและแก้ปัญหาที่เกิดขึ้น ตามที่กลุ่มนักเรียนได้เรียกร้องโดยเร็วที่สุด


สุรเชษฐ ศิลานนท์ รายงาน

วช. และภาคีเครือข่าย ร่วมแถลงข่าวการจัดงาน “1 ทศวรรษ แผ่นดินไหวแม่ลาว” ณ จ.เชียงราย

วช. และภาคีเครือข่าย ร่วมแถลงข่าวการจัดงาน “1 ทศวรรษ แผ่นดินไหวแม่ลาว” ณ จ.เชียงราย

เมื่อวันที่ 29 เมษายน 2567 สำนักงานการวิจัยแห่งชาติ (วช.) กระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (อว.) ร่วมกับ ศูนย์วิจัยแผ่นดินไหวแห่งชาติ และมูลนิธิมดชนะภัย และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง จัดแถลงข่าวกิจกรรม “1 ทศวรรษ แผ่นดินไหวแม่ลาว” พร้อมประกาศเจตนารมณ์ “ภาคี เครือข่าย ร่วมมือ ร่วมใจ สู้ภัย แผ่นดินไหว ด้วยวิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม”ณ โรงแรมรามาการ์เด้นส์

โดยมี ดร.วิภารัตน์ ดีอ่อง ผู้อำนวยการสำนักงานการวิจัยแห่งชาติ (ผอ.วช.) เป็นประธาน โดยได้รับเกียรติจาก นายประเสริฐ จิตต์พลีชีพ รองผู้ว่าราชการจังหวัดเชียงราย, นายฐิติพันธ์ จูจันทร์โชติ รองอธิบดีกรมทรัพยากรธรณี, นางสาวชัชดาพร บุญพีระณัช รองอธิบดีกรมป้อง กันและบรรเทาสาธารณภัย, นายนัฐวุฒิ แดนดี ผู้อำนวยการกองเฝ้าระวังแผ่นดินไหว กรมอุตุนิยมวิทยา, นายนพดล น้อยไพโรจน์ ผู้อำนวยการสำนักงานชลประทานที่ 2 กรมชล ประทาน, นายชานนท์ โตเบญจพร ผู้แทน กรมโยธาธิการและผังเมือง, ศ.ดร.เป็นหนึ่ง วานิชชัย ผู้อำนวยการศูนย์วิจัยแผ่นดินไหวแห่งชาติ และ รศ.ดร.สุทธิศักดิ์ ศรลัมพ์ ประธานมูลนิธิมดชนะภัย เข้าร่วมแถลงข่าวจัดกิจกรรม “1 ทศวรรษ แผ่นดินไหวแม่ลาว” ในระหว่างวันที่ 5 – 7 พฤษภาคม 2567 ณ จังหวัดเชียงราย

ดร.วิภารัตน์ ดีอ่อง ผู้อำนวยการสำนักงานการวิจัยแห่งชาติ (ผอ.วช.) กล่าวว่า (วช.) ได้ดำเนินการสนับสนุนแผนงานการพัฒนาศูนย์กลางกำลังคนระดับสูง (Hub of Talents) และศูนย์กลางการเรียนรู้ (Hub of Knowledge) เพื่อส่งเสริมให้เกิดการทำงานร่วมกันของผู้เชี่ยวชาญแบบสหวิทยาการที่มีความหลากหลาย เสริมสร้างเครือข่ายในระดับนานาชาติของสถาบันวิจัย หน่วยงานภาครัฐ และภาคเอกชน โดย (วช.) ได้สนับสนุนและร่วมขับเคลื่อนศูนย์วิจัยแผ่นดินไหวแห่งชาติ (EARTH) ร่วมมือกับ มูลนิธิมดชนะภัย และหน่วยงานภาคีเครือที่เกี่ยวข้อง ทั้ง จังหวัดเชียงราย กรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย กรมทรัพยากรธรณี กรมโยธาธิการและผังเมือง กรมอุตุนิยมวิทยา กรมชลประทาน และหน่วยงานภาครัฐและเอกชนในพื้นที่จังหวัดเชียงราย ร่วมกันจัดกิจกรรม “1 ทศวรรษ แผ่นดินไหวแม่ลาว” ในระหว่างวันที่ 5–7 พฤษภาคม 2567 ณ จ.เชียงราย เพื่อรำลึกเหตุการณ์แผ่นดินไหวแม่ลาว และสร้างความเข้าใจ ความตระหนักรู้ และเตรียมความพร้อมรับมือในการป้องกันและบรรเทาผลกระทบจากภัยพิบัติแผ่นดินไหว รวมถึงถอดบทเรียนจากอดีตถึงปัจจุบัน และเผยแพร่ผลงานวิจัยและวิชาการด้านแผ่นดินไหว พร้อมทั้งลงพื้นที่ที่ได้รับผลกระทบจากเหตุการณ์แผ่นดินไหว จ.เชียงราย ไปสู่การขับเคลื่อนสนับสนุนข้อมูลทางวิชาการ โดยภาครัฐ ภาคเอกชน และภาคประชาสังคมมาอย่างต่อเนื่องเพื่อเตรียมแผนในการรับมือต่อไปในอนาคต

นายประเสริฐ จิตต์พลีชีพ รองผู้ว่าราชการจังหวัดเชียงราย กล่าวว่า จังหวัดเชียงราย เป็นพื้นที่ที่ได้รับผลกระทบจากเหตุการณ์ภัยพิบัติแผ่นดินไหว เมื่อวันที่ 5 พฤษภาคม 2557 ซึ่งเป็นเหตุการณ์ที่คนเชียงรายไม่มีวันลืม สำนักงานจังหวัดเชียงราย ในฐานะหน่วยงานบริการภาครัฐเพื่อประชาชนจังหวัดเชียงราย ร่วมจัดกิจกรรม “1 ทศวรรษ แผ่นดินไหว” เป็นการรำลึกเหตุการณ์แผ่นดินไหวแม่ลาว ครบรอบ 10 ปี และสร้างความตระหนักรู้ ถอดบทเรียนจากประสบการณ์ตรง ทบทวนสิ่งที่เกิดขึ้น ร่วมกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง จนนำไปสู่การเตรียมความพร้อมในการรับมือกับภัยพิบัติทางธรรมชาติและบรรเทาความเดือดร้อนของประชาชน

ศ.ดร.เป็นหนึ่ง วานิชชัย ผู้อำนวยการศูนย์วิจัยแผ่นดินไหวแห่งชาติ กล่าวว่า ศูนย์วิจัยแผ่นดินไหวแห่งชาติ (Earthquake Research Center of Thailand : EARTH) เป็นศูนย์รวมบุคลากรวิจัยที่มีความรู้ ความเชี่ยวชาญ จากสหสาขาวิชาที่เกี่ยวข้องกับแผ่นดินไหว ภายใต้การพัฒนาศูนย์รวมผู้เชี่ยวชาญ (Hub of Talents) ที่ได้รับการสนับสนุนจาก วช. ร่วมจัดกิจกรรม “1 ทศวรรษ แผ่นดินไหว” จัดแสดงผลงานวิจัยและนวัตกรรมด้านวิศวกรรมแผ่นดินไหว และการประชุมวิชาการเผยแพร่ผลงานวิจัยและวิชาการด้านแผ่นดินไหว รวมทั้งแสดงต้นแบบการนำผลงานวิจัยไปใช้ประโยชน์ในพื้นที่จังหวัดเชียงราย ร่วมกับหน่วยงานภาคีวิจัย ทั้งภาครัฐ เอกชน และภาคประชาสังคม

รศ.ดร.สุทธิศักดิ์ ศรลัมพ์ ประธานมูลนิธิมดชนะภัย กล่าวว่า มูลนิธิมดชนะภัย ตั้งอยู่ที่บ้านสิงหไคล จังหวัดเชียงราย เป็นองค์กรที่ไม่แสวงหาผลกำไร เพื่อร่วมส่งเสริมด้านสังคมและศิลปวัฒนธรรมให้จังหวัดเชียงรายเป็นเมืองที่น่าอยู่ และเป็นเมืองศิลปะ รวมทั้งมุ่งเน้นการใช้วิทยาศาสตร์ และวิศวกรรมศาสตร์เข้ามามีส่วนช่วยเหลือประชาชนให้ปลอดภัยจากภัยธรรมชาติ โดยทางมูลนิธิมดชนะภัยได้ร่วมจัดกิจกรรม “1 ทศวรรษ แผ่นดินไหว” เพื่อเป็นแหล่งเรียนรู้ด้านภัยพิบัติแผ่นดินไหว ผ่านสื่อศิลปะและวิทยาศาสตร์ ให้กับผู้ที่สนใจตลอดเดือนพฤษภาคมนี้ และเป็นจุดเชื่อมต่อไปสู่เรื่องราวเหตุการณ์แผ่นดินไหวแม่ลาว ระหว่างภาคประชาสังคม ภาครัฐ และภาคเอกชน เพื่อเป็นการสะท้อนให้ประชาชนได้เห็นความสำคัญของการจัดการ ภัยพิบัติที่ดีร่วมกัน “แผ่นดินไหว เราไหวอยู่”

ถัดมา กิจกรรมการเสวนาวิชาการในหัวข้อ“การเตรียมพร้อมรับมือภัยพิบัติแผ่นดินไหวจากอดีตถึงปัจจุบัน” โดย ศ.ดร.เป็นหนึ่ง วานิชชัย ผู้อำนวยการศูนย์วิจัยแผ่นดินไหวแห่งชาติ ศูนย์วิจัยแผ่นดินไหวแห่งชาติ (EARTH: Earthquake Research Center of Thailand) เป็นผู้ให้ข้อมูลเกี่ยวกับเหตุการณ์ภัยพิบัติแผ่นดินไหว

(วช.) ขอประชาสัมพันธ์และเชิญเข้าร่วมกิจกรรม “1 ทศวรรษ แผ่นดินไหวแม่ลาว” ระหว่างวันที่ 5-7 พฤษภาคม 2567 ณ จังหวัดเชียงราย ดังนี้

• วันอาทิตย์ที่ 5 พฤษภาคม 2567 ณ บ้านสิงหไคล มูลนิธิมดชนะภัย จังหวัดเชียงราย พบกับการบรรยายพิเศษ “รู้ทันแผ่นดินไหว” และการเสวนา “สิบปีผ่านไป แผ่นดินไหว เราไหวอยู่” โดยผู้ทรงคุณวุฒิจากหลากหลายสาขาวิชา และหน่วยงานภาคีเครือข่ายที่เกี่ยวข้อง พร้อมชมนิทรรศการพิเศษเกี่ยวกับภัยพิบัติแผ่นดินไหวและการรับมือในทุกมิติ อาทิ รถจำลองแผ่นดินไหว, แผนที่เสี่ยงภัยพิบัติแผ่นดินไหวกับกิจกรรม “จำได้ไหม?-จำได้ไหว”, การพยาบาลในสถานะการณ์แผ่นดินไหว เป็นต้น (เฉพาะวันอาทิตย์ที่ 5 พฤษภาคม 2567 เท่านั้น) และรับชมนิทรรศการฟรีตลอดเดือนพฤษภาคม อาทิ นิทรรศการภาพเล่าเรื่อง, นิทรรศการเชิงศิลปะสะท้อนภาพเหตุการณ์, นิทรรศการเชิงวิทยาศาสตร์ ณ บ้านสิงหไคล มูลนิธิมดชนะภัย จังหวัดเชียงราย

• วันจันทร์ที่ 6 พฤษภาคม 2567 ณ โรงแรม The Heritage Chiang Rai พบกับการประชุมวิชาการเผยแพร่ผลงานวิจัยและวิชาการด้านแผ่นดินไหวในประเด็นต่างๆ โดย ผู้เชี่ยวชาญจากศูนย์วิจัยแผ่นดินไหวแห่งชาติ (EARTH: Earthquake Research Center of Thailand) สำนักงานการวิจัยแห่งชาติ (วช.) อาทิ การเตรียมพร้อมรับมือภัยพิบัติแผ่นดินไหวจากอดีตถึงปัจจุบัน, การออกแบบก่อสร้างอาคารให้ต้านทานแผ่นดินไหว, ธรรมชาติแผ่นดินไหว : ความเสี่ยง, การเสริมกำลังอาคารที่มีอยู่, การเตรียมพร้อมเผชิญเหตุภัยพิบัติแผ่นดินไหว (highlight), การตรวจติดตามสุขภาพโครงสร้างอาคารสูงในจังหวัดเชียงใหม่และเชียงราย และการขับเคลื่อนภาคประชาสังคมกรณีตัวอย่างเขื่อนแม่สรวยและชุมชนชนบท

• วันอังคารที่ 7 พฤษภาคม 2567 พื้นที่ที่ได้รับผลกระทบจากเหตุการณ์แผ่นดินไหว จังหวัดเชียงราย ขอเชิญลงพื้นที่ที่ได้รับผลกระทบจากเหตุการณ์แผ่นดินไหวและการปรับปรุงเปลี่ยนแปลงเพื่อเตรียมความพร้อมและรับมือภัยพิบัติแผ่นดินไหว ร่วมกับผู้เชี่ยวชาญจากหลากหลายสาขาวิชา จุดเริ่มเต้นจาก โรงพยาบาลเชียงรายประชานุเคราะห์ > โรงเรียนชุมชนบ้านป่าก่อดำ > วัดดงมะเฟือง > เขื่อนแม่สรวย และสิ้นสุดที่ โรงเรียนศรีถ้อยสุนทรราษฎร์วิทยา (รับจำนวนจำกัด 50 ท่าน)


สุรเชษฐ ศิลานนท์ รายงาน

คึกคัก ! พรรคไทยก้าวหน้า จัดประชุมใหญ่ ประกาศอุดมการณ์ทางการเมือง

คึกคัก ! พรรคไทยก้าวหน้า จัดประชุมใหญ่ ประกาศอุดมการณ์ทางการเมือง โอกาสในการมีชีวิตที่ดี กฎหมายเท่าเทียม คนเท่ากัน “ปูอัด” ส.ส.คนแรกพรรค

เมื่อวันที่ 29 เม.ย.2567 ที่ “The Bright” City Lifestyle Mall ถนนพระราม 2 พรรคไทยก้าวหน้า จัดประชุมใหญ่สามัญประจำปี 2566 โดยมีแกนนำพรรค คณะกรรมการบริหารพรรค ที่ปรึกษาพรรค เข้าร่วมประชุมอย่างพร้อมเพรียง พร้อมด้วยสมาชิกพรรค 318 คน โดยในการประชุมครั้งนี้ พรรคไทยก้าวหน้า ประกาศจุดยืน “โอกาสในการมีชีวิตที่ดี กฎหมายเท่าเทียม คนเท่ากัน” มีวาระสำคัญ ได้แก่ ดร.วัชรพล บุษมงคล หน.พรรคไทยก้าวหน้า กล่าวพบปะสมาชิกพรรค, ดร.ภูชิตส์ ศรีเจริญ เลขาธิการ, พลเอก สิทธิ์ สิทธิ์มงคล ประธานที่ปรึกษาพรรค โดย “ส.ส.ปูอัด” ไชยามพวาน มั่นเพียรจิตต์ เปิดแสดงจุดยืนทางการเมืองประกาศเจตนารมณ์ถึงอนาคตพรรคไทยก้าวหน้า ก่อนที่จะเข้าสู่วาระการประชุมสามัญประจำปี

โดยเป็นการรับรองรายงานการประชุมใหญ่สามัญประจำปี 2566 และมีเรื่องแจ้งเพื่อทราบ คือการแต่งตั้งผู้สอบบัญชีประจำปี 2565 แผนหรือโครงการที่จะดำเนินกิจกรรมในปี 2566 ซึ่งเป็นไปตามมาตรา 23 แห่ง พระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยพรรคการเมือง พ.ศ. 2560 แผนงานและโครงการที่ได้รับการอุดหนุนจากกองทุนเพื่อการพัฒนาพรรคการเมืองประจำปี 2566 แผนงานและโครงการที่ดำเนินการโดยเงินของพรรคประจำปี 2566 นอกจากนี้ ที่ประชุมพิจารณาให้ความเห็นชอบการเปลี่ยนแปลงโลโก้ของพรรคไทยก้าวหน้า

“สส.ปูอัด” ไชยามพวาน มั่นเพียรจิตต์ กล่าวว่า พรรคไทยก้าวหน้า เราเชื่อมั่นในเจตจำนงว่ารัฐจะเกิดขึ้นมิได้ถ้าไม่มีราษฎร์ เพราะฉะนั้นอำนาจสูงสุดนั้นคือ ประชาชน พรรคไทยก้าวหน้า เราพร้อมทลายทุนผูกขาดเพื่อสร้างระบบเศรษฐกิจที่เท่าเทียมมากขึ้น

พรรคไทยก้าวหน้า เราเชื่อว่ามนุษย์แม้เลือกเกิดไม่ได้ แต่โครงสร้างสวัสดิการรัฐจะสามารถโอบอุ้มมนุษย์ทุกคนได้อย่างเท่าเทียม เดินเจตจำนง คนเท่ากัน

“สส.ปูอัด” ไชยามพวาน มั่นเพียรจิตต์ กล่าวต่อว่า วันนี้ผมได้ถ่ายโอน DNA อุดมการณ์ที่เชื่อมั่นและประเทศในฝันกับการประชุมใหญ่ประจำปี ผมก็ไม่รู้ว่าในอนาคตพรรคนี้จะสำเร็จหรือไม่ แต่มีโอกาสแล้วก็อยากจะทำตามอุดมการณ์ที่เชื่อและอยากจะสร้างประเทศที่ฝันให้สำเร็จ

#พรรคไทยก้าวหน้า #ส.ส.ปูอัด


สุรเชษฐ ศิลานนท์ รายงาน

ภูฟ้า เอ็นเตอร์ไพรส์ รวมสมาชิกกลุ่ม “คนรักหมอ” นพ.ชลน่าน ศรีแก้ว จัดกิจกรรมสืบสานประเพณีอันดีงามของคนไทย ปิดท้ายเทศกาลสงกรานต์ ปี 67​​

ภูฟ้า เอ็นเตอร์ไพรส์ รวมสมาชิกกลุ่ม “คนรักหมอ” นพ.ชลน่าน ศรีแก้ว จัดกิจกรรมสืบสานประเพณีอันดีงามของคนไทย ปิดท้ายเทศกาลสงกรานต์ ปี 67​​

วันที่ 28 เมษายน 2567 : บริษัทภูฟ้า เอ็นเตอร์ไพรส์ จำกัด ที่มุ่งมั่นดำเนินธุรกิจเพื่อสังคมในการเป็นสถานบำบัดยาเสพติดภาคเอกชน ดูแลคนไทยมายาวนานกว่า 22 ปี ได้เล็งเห็น ถึงความสำคัญในการมอบชีวิตใหม่ให้กับผู้ติดยาเสพติดได้มีโอกาสกลับคืนสู่สังคม ที่มีทั้งครอบครัว คนที่เรารัก และคนที่รักเรา บริษัทภูฟ้า เอ็นเตอร์ไพรส์ จํากัด จึงได้รับความไว้วางใจจากมากกว่า 600 ครอบครัวตลอดระยะเวลาที่ผ่านมา​​

ดร.ก้องหล้า ภูวดลอานนท์ ประธานกรรมการบริหาร และ ดร.ญดา ถาวร ภูวดลอานนท์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร นำทีมบริษัทภูฟ้า เอ็นเตอร์ไพรส์ อาทิ คุณภูผา ภูวดลอานนท์ (กรรมการผู้จัดการ) คุณฟ้าธารีดา ภูวดลอานนท์ ผู้จัดการฝ่ายกิจการระหว่างประเทศ จัดกิจกรรมสรงน้ำพระ รดน้ำดำหัวขอพรผู้หลักผู้ใหญ่เพื่อความเป็นศิริมงคล ปิดท้ายเทศกาลสงกรานต์ ปี 2567 ร่วมกับกลุ่ม ”คนรักหมอ” (กลุ่มพี่ๆ น้องๆ และเพื่อน ที่ตั้งขึ้นเพื่อเป็นกำลังใจให้คุณหมอชลน่าน ศรีแก้ว) ที่มีสมาชิกกว่า 200 ท่าน เพื่อรดน้ำดำหัว ขอพรจาก “คุณหมอ ชลน่าน ศรีแก้ว” ขึ้นที่สนามกอล์ฟ ธัญญะ คลอง 5 ปทุมธานี ท่ามกลางแขกผู้มีเกียรติเข้าร่วมงานมากมาย

โดย ดร.ก้องหล้า ภูวดลอานนท์ ได้กล่าวถึงการจัดกิจกรรมนี้ว่า “เพราะ บริษัทภูฟ้า เอ็นเตอร์ไพรส์ ของเรา เป็นบริษัทที่มุ่งมั่นในการทำธุรกิจที่จะมีส่วนช่วยให้สังคมดีขึ้น เรามีนโยบายในการดำเนินธุรกิจในการพัฒนาและดูแลที่ตัวบุคคลเป็นหลัก เพราะคนคือกำลังสำคัญในการพัฒนาในทุกสิ่งทุกอย่าง การดำเนินธุรกิจด้านบำบัดผู้ติดยาเสพติด ก็เหมือนเราได้คืนคนดีสู่สังคม คืนคนรักสู่ครอบครัว นั่งเป็นเพราะเราเล็งเห็นว่าสถาบันครอบครัวเป็นหลักชัยในการดำเนินชีวิต เมื่อครอบครัวเต็มไปด้วยความรักความอบอุ่น ก็จะเป็นเกราะคุ้มครองให้พ้นจากสิ่งเร้าที่ทำลายครอบครัวเราได้ และที่สำคัญเหนือสิ่งอื่นใด ผมว่าวัฒนธรรม ประเพณีของคนไทยในการขอพร รดน้ำ ดำหัวผู้ใหญ่เนื่องในเทศกาลสงกรานต์ เป็นสิ่งที่มีคุณค่า ดีงาม ที่เราทุกคนควรรักษา เพื่อสืบสานประเพณีอันดีงามของคนไทยเอาไว้ วันนี้จึงถือเป็นโอกาสอันดี ถึงแม้จะไม่ใช่วันที่ 13 เมษายน ที่ทุกคนจะทราบกันดีอยู่แล้วว่าเป็นวันสงกรานต์ แต่ภายในเดือนเมษายน เราก็สามารถนำสิ่งดีๆจากเทศกาลสงกรานต์มาดำเนินต่อไป ผมจึงเป็นแกนนำในการรวมตัวเพื่อนๆ พี่ๆ น้องๆกลุ่ม ”คนรักหมอ” กลุ่มที่เราตั้งขึ้นมาจากความรักและเคารพ ในตัวคุณหมอชลน่าน ศรีแก้ว ให้มาร่วมกันสืบสานประเพณีสงกรานต์ รดน้ำดำหัว ขอพรผู้ที่เราเคารพ นั่นก็คือ ท่าน นพ.ชลน่าน ศรีแก้ว ที่พวกเราเคารพนับถือในความมุ่งมั่นที่จะพัฒนา และแก้ไข ในเรื่องสาธารณสุขให้ประเทศไทย โดย บริษัท ภูฟ้า เอ็นเตอร์ไพรส์ ของเรา ก็เป็นสถานบำบัดยาเสพติดภาคเอกชน ซึ่งถือเป็นหนึ่งในเรื่องเกี่ยวกับสาธารณสุขเช่นกันครับ” ดร.ก้องหล้า กล่าว

สามารถสอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ โทร. 063-908-2999
https://www.phufaresthome.com/
www.facebook.com/phufaresthome หรือ FB: phufaresthome
ขอขอบคุณที่กรุณาเผยแพร่ข่าวประชาสัมพันธ์
อุมา จงสิริวิทยา (น้อง) โทร. 081-899-5395


สุรเชษฐ ศิลานนท์ รายงาน

รองผู้ว่าฯ อุทัยธานี เร่งหาตัวคนก่อเหตุ!! ทำเพลิงไหม้หญ้าจนลุกลามถึงระบบไฟฟ้าแรงสูง ทำเอาดับทั้งจังหวัด

อุทัยธานี – รองผู้ว่าฯ เร่งหาตัวคนก่อเหตุ!! คาดฝีมือชาวบ้านหาดักหนูนา ทำเพลิงไหม้หญ้าจนลุกลามถึงระบบไฟฟ้าแรงสูง ทำเอาดับทั้งจังหวัด

เมื่อเวลา 11.00 น. ของวันที่ 30 เมษายน นายวิฑูรย์ สิรินุกูล รองผู้ว่าราชการจังหวัดอุทัยธานี
เรียกผู้เกี่ยวข้องประชุมด่วนที่ห้องประชุมศาลากลางจังหวัด เพื่อค้นหาสาเหตุเพลิงไหม้ป่าหญ้าข้างทาง จนเป็นเหตุให้ลามไหม้ไปยังแนวสายไฟฟ้าแรงสูงและแรงต่ำริมถนนสาย 333 พื้นที่ หมู่ 5 ตำบลสะแกกรัง อำเภอเมือง จังหวัดอุทัยธานี จนเป็นเหตุให้เกิดไฟฟ้าดับเกือบทั้งจังหวัดอุทัยธานีและพื้นที่จังหวัดใกล้เคียง ส่งผลกระทบทำให้เดือดร้อนในหลายที่ หลักๆเช่นโรงพยาบาล และผู้ประกอบการร้านค้าต่างๆ

นายวิฑูรย์ สิรินุกูล รองผู้ว่าราชการอุทัยธานี ได้เปิดเผยจากสาเหตุไฟไหม้ในครั้งนี้ว่า จากการสอบถามผู้นำท้องถิ่นและชาวบ้านระแวกนั้น ได้บอกว่าจุดที่เกิดเพลิงไหม้นั้น ก่อนหน้านี้จะมีชาวบ้านมาจุดไฟอยู่เป็นประจำ ในครั้งนี้น่าจะใช้เหตุการณ์เดียวกัน คาดว่าน่าจะมีชาวบ้านนั้นอยากหารายได้จากการหาหนูนา ในนาไร่ เพื่อนำไปขาย แต่ขณะนั้นคาดว่าชาวบ้านน่าจะจุดไฟจากหญ้าที่เล็กๆก่อน เพื่อง่ายต่อการหาขุยหนู และดักหนู แต่ขณะนั้นไฟน่าจะลามไหม้ไปอย่างรวดเร็ว จนเกิดเอาไม่อยู่ โดยชาวบ้านที่ก่อเหตุนั้น ไม่นึกถึงความเดือดร้อนของคนกลุ่มใหญ่ จนทำให้เกิดเพลิงไหม้เป็นมุมกว้างจนลามไปยังระบบสายไฟฟ้าจนทำให้ไฟฟ้าดับทั้งจังหวัด

ในการนี้ได้หารือกับตัวแทนฝ่ายปกครอง ฝ่ายป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย การไฟฟ้าภูมิภาค องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น ฯลฯ ในการหารือแนวทางป้องกันแก้ไขปัญหาที่อาจเกิดขึ้น ในอนาคต เนื่องจากกรณีไฟไหม้ป่าและลามไปไห้ระบบส่งไฟฟ้าจนส่งผลกระทบไปทั้งจังหวัด ครั้งนี้ ได้ก่อความเสียหายและสร้างความเดือดร้อนแก่ประชาชนจำนวนมาก พร้อมได้มีการกำชับให้ตามหาตัวผู้จุดไฟให้ได้เพื่อนำลงโทษต่อไป


ภาวิณี ศรีอนันต์ รายงาน

สนง.หนังสือเดินทางต่างประเทศ เปิดให้บริการชั่วคราวฯ ที่ชั้น 2 ศูนย์การค้าเซ็นทรัล จันทบุรี เพื่ออำนวยความสะดวกแก่ประชาชน ทันสมัย สะดวก รวดเร็ว

จันทบุรี – สนง.หนังสือเดินทางต่างประเทศ เปิดให้บริการสำนักงานหนังสือเดินทางชั่วคราวฯ จันทบุรี ชั้น 2 ศูนย์การค้าเซ็นทรัล จันทบุรี ที่ ‘เซ็นทรัลพัฒนา’ มอบพื้นที่เพื่ออำนวยความสะดวกแก่ประชาชน ทันสมัย สะดวก รวดเร็ว

วันนี้ ( 30 เม.ย.67 ) ที่ฮอลล์ชั้น 2 ศูนย์การค้าเซ็นทรัล จันทบุรี นายรุจ ธรรมมงคล อธิบดีกรมการกงสุล, นายมนต์สิทธิ์ ไพศาธนวัฒน์ผู้ว่าราชการจังหวัดจันทบุรี, นายรุจิเรศ นีรปัทมะ ผู้ช่วยกรรมการผู้จัดการ บริษัทเซ็นทรัลพัฒนา จำกัด (มหาชน), นายสุริยา ต้นเจริญ ผู้อำนวยการเขตตะวันออก บริษัทเซ็นทรัลพัฒนาจำกัด (มหาชน) และนางสาวฐิภัสสร แย้มกฤส ผู้จัดการทั่วไปศูนย์การค้าเซ็นทรัล จันทบุรีนำหัวหน้าส่วนราชการ ประธานหอการค้าจังหวัด ผู้บริหารองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น ผู้แทนสมาคม องค์กรภาคเอกชน ร่วมเป็นเกียรติ และเยี่ยมชมการให้บริการสำนักงานหนังสือเดินทางชั่วคราวฯ จันทบุรี ที่เปิดให้บริการประชาชน ทุกวันจันทร์-วันศุกร์ ตั้งแต่เวลา 9:00 – 17:00 น. และปิดทำการทุกวันหยุดนักขัตฤกษ์

ทั้งนี้บริษัท เซ็นทรัลพัฒนา จำกัด (มหาชน) ร่วมกับ กรมการกงสุล กระทรวงต่างประเทศ เปิดให้บริการสำนักงานหนังสือเดินทางชั่วคราว จันทบุรี บริเวณ ชั้น 2 ฝั่งจันทบุรี ฮอลล์ ณ ศูนย์การค้าเซ็นทรัล จันทบุรี เพื่ออำนวยความสะดวกแก่ประชาชน เซ็นทรัลพัฒนาเราให้ความสำคัญในเรื่องการนำเสนอสินค้าและบริการที่ครบครันให้กับผู้มาใช้บริการและมุ่งหวังให้ศูนย์การค้าของเราเป็น “ศูนย์กลางการใช้ชีวิต” เป็นพื้นที่แห่งความสุข อำนวยความสะดวกสบายสำหรับ ลูกค้า และสนับสนุนกิจกรรมของหน่วยงานและองค์กรต่างๆ ในจังหวัดเพื่อเป็นศูนย์กลางการใช้ชีวิตของ ชุมชนอย่างแท้จริง

ผู้ที่สนใจเข้าใช้บริการสามารถตรวจสอบสถานะการเปิดให้บริการของสำนักงานหนังสือ เดินทางทั่วประเทศ ก่อนเข้ารับบริการ ผ่านช่องทาง Call center กรมการกงสุลตลอด 24 ชั่วโมง โทร. 02-572-8442 หรือ ติดต่อสอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่เพจ Facebook กรมการกงสุล กระทรวงต่างประเทศ หรือ Facebook สำนักงานหนังสือเดินทางชั่วคราวของแต่ละแห่ง


ภาพ/ข่าว จรัล บรรยงคเสนา จ.จันทบุรี 089-6767346
พสิษฐ์ เขม้นเขตวิทย์ รายงาน ศูนย์รวมข่าวภาคตะวันออก 062-7584334

ศาล จ.อยุธยา ร่วมลงนามข้อตกลงกับจังหวัด เรื่องความร่วมมือการไกล่เกลี่ยก่อนฟ้องที่พึ่งแรกของประชาชน

ศาล จ.อยุธยา ร่วมลงนามข้อตกลงกับจังหวัด เรื่องความร่วมมือการไกล่เกลี่ยก่อนฟ้องที่พึ่งแรกของประชาชน

วันอังคารที่ 30 เมษายน 2567 เวลา 08.00 น. ณ ห้องประชุมบึงพระราม อาคาร 1 ชั้น 1 ศาลากลางจังหวัดพระนครศรีอยุธยา นายนิวัฒน์ รุ่งสาคร ผู้ว่าราชการจังหวัดพระนครศรี อยุธยา ประธานในการร่วมลงนามข้อตกลงกับศาลจังหวัดพระนครศรีอยุธยา เรื่องความร่วมมือการไกล่เกลี่ยก่อนฟ้องที่พึ่งแรกของประชาชน โดยมีนายธีระพงค์ ทองมั่นคง ผู้พิพากษาหัวหน้าศาลเยาวชนและครอบครัวจังหวัดบุรีรัมย์ ช่วยทำงานชั่วคราวในตำแหน่ง ผู้พิพากษาหัวหน้าศาลจังหวัดพระนครศรีอยุธยา รองผู้ว่าราชการจังหวัดพระนครศรีอยุธยา ปลัดจังหวัดพระนครศรีอยุธยา นายอำเภอทุกอำเภอ และหัวหน้าส่วนราชการสังกัดกระทรวงมหาดไทย เข้าร่วมลงนามในครั้งนี้

ศาลจังหวัดพระนครศรีอยุธยาเป็นหน่วยงานในสังกัดศาลยุติธรรม มีภารกิจในการพิจารณาพิพากษาคดี อำนวยความยุติธรรมให้แก่ประชาชนผู้มีอรรถคดีภายในเขตอำนาจตามพระธรรมนูญศาลยุติธรรม ซึ่งมีการดำเนินงานครอบคลุมทั้งคดีแพ่งและคดีอาญา รวมถึงส่งเสริมการใช้กระบวนการระงับข้อพิพาทด้วยการไกล่เกลี่ย เพื่อเปิดโอกาสให้ประชาชนได้เจรจาระงับข้อพิพาท ที่เกิดขึ้นด้วยความสะดวก รวดเร็ว ประหยัด และเป็นธรรม ลดความขัดแย้ง ยุติข้อพิพาทด้วยความสมานฉันท์และไม่ก่อภาระค่าใช้จ่ายเน้นความต้องการของประชาชนผู้รับบริการเป็นศูนย์กลาง

ดังนั้นจังหวัดพระนครศรีอยุธยาหน่วยงานในสังกัดกระทรวงมหาดไทย มีอำนาจหน้าที่ตามพระราชบัญญัติระเบียบบริหารราชการแผ่นดิน พ.ศ.๒๕๓๔ และที่แก้ไขเพิ่มเติม โดยมีภารกิจประการหนึ่ง ตามมาตรา๕๒/๑ (๔) แห่งพระราชบัญญัติดังกล่าว คือ จัดให้มีการบริหารภาครัฐเพื่อให้ประชาชนสามารถเข้าถึงได้อย่างเสมอหน้า รวดเร็ว และมีคุณภาพ สอดคล้องกับภารกิจหลักของกระทรวงมหาดไทย ในการบำบัดทุกข์ บำรุงสุขให้แก่ประชาชน ประกอบคำสั่งคณะรักษาความสงบเรียบร้อยแห่งชาติ ฉบับที่ ๙๖/๒๕๕๗ ลงวันที่ ๑๘ กรกฎาคม๒๕๗๗ ให้จังหวัดทุกจังหวัดจัดตั้งศูนย์ดำรงธรรมเพื่อทำหน้าที่ในการรับเรื่องราวร้องทุกข์ ร้องเรียน การให้บริการข้อมูลข่าวสารให้คำปรึกษา รับเรื่องปัญหาความต้องการและข้อเสนอแนะของประชาชนศาลจังหวัดพระนครศรีอยุธยา และ จังหวัดพระนครศรีอยุธยาจึงตกลงร่วมกันทำบันทึกข้อตกลงความร่วมมือ เรื่อง การไกล่เกลี่ยก่อนฟ้องที่พึ่งแรกของประชาชน


สุขุม แก้วกุดั่น อยุธยา