ผบก.ภ.จว.นครปฐม นำคณะลงพื้นที่บางเลน เดินหน้า “Stop Walk and Talk” สร้างความใกล้ชิดประชาชน พร้อมประชาสัมพันธ์แอป Police Care

ผบก.ภ.จว.นครปฐม นำคณะลงพื้นที่บางเลน เดินหน้า “Stop Walk and Talk” สร้างความใกล้ชิดประชาชน พร้อมประชาสัมพันธ์แอป Police Care

วันที่ 25 ก.พ.2569 เวลา 13.00 น. พล.ต.ต.พิทักษ์ อุปพงษ์ ผบก.ภ.จว.นครปฐม พร้อมด้วย
พ.ต.ท.อุทัย สุมาลัย รอง ผกก ป.สภ.บางเลน, ร.ต.อ.ณัฐวัฒน์ อินทร์กรุงเก่า, ร.ต.ท.ธวลิต เต้าสูงเนิน รอง สวป.สภ.บางเลน และสายตรวจสภ.บางเลน ตรวจเยี่ยมประชาชนตามแนว ทาง Stop Walk and Talk พร้อมทั้งประชาสัมพันธ์การใช้งานแอปพลิเคชัน Police Care เพื่อเสริมสร้างช่องทางการติดต่อสื่อสารและเพิ่มประสิทธิภาพในการดูแลความปลอดภัยในชีวิตและทรัพย์สินของประชาชน

ในการนี้ ได้เข้าพบ คุณพันธพัฒน์ คุ้มวิเชียร เจ้าของซูเปอร์มาร์เก็ตกล้วยไม้ แอร์ออร์คิดส์ เพื่อสร้างความสัมพันธ์อันดี รับฟังข้อคิดเห็น ข้อเสนอแนะ ตลอดจนประชาสัมพันธ์มาตรการด้านการป้องกันอาชญากรรมในพื้นที่ ณ ซูเปอร์มาร์เก็ตกล้วยไม้ แอร์ออร์คิดส์ ต.นราภิรมย์ อ.บางเลน จว.นครปฐม


สมคิด พรมมี ผู้สื่อข่าว นครปฐม

บูรณาการระหว่างประเทศ : อบรมดับไฟป้าให้กับเจ้าหน้าที่สาธารณรัฐแห่งสหภาพเมียนมา พัฒนาศักยภาพสู้ภัยไฟป่า แก้ไขปัญหาหมอกควันข้ามแดนในภูมิภาคอย่างยั่งยืน

บูรณาการระหว่างประเทศ : อบรมดับไฟป้าให้กับเจ้าหน้าที่สาธารณรัฐแห่งสหภาพเมียนมา พัฒนาศักยภาพสู้ภัยไฟป่า แก้ไขปัญหาหมอกควันข้ามแดนในภูมิภาคอย่างยั่งยืน

เมื่อวันที่ 27 กุมภาพันธ์ 2569 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า นายนฤพนธ์ ทิพย์มณฑา ผู้อำนวยการสำนักป้องกัน ปราบปรามและควบคุมไฟป้ากรมอุทยานแห่งชาติสัตว์ปาและพันธ์ ได้รับมอบหมายจากอธิบดีกรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า และพันธุ์พืช เป็นประธานในพิธีปิดโครงการฝึกอบรมหลักสูตรการดับไฟป่า ให้กับเจ้าหน้าที่สาธารณรัฐแห่งสหภาพเมียนมา โดยมีนายพลจัตวา จ่อแท็ต เสนาธิการภาคทหารบกสามเหลี่ยม พลตรี ธีรพันธ์ุ ไตรพิพัฒน์ ผู้อำนวยการสำนักกิจการชายแดนกับประเทศเพื่อนบ้าน กรมกิจการชายแดนทหาร วิทยากร ผู้เข้ารับฝึกอบรม และเจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้อง ร่วมพิธีปิด ณ ศูนย์ฝึกอบรมท่าทุ่งนาโรงไฟฟ้าเขื่อนท่าทุ่งนา การไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย ตำบลช่องสะเดาอำเภอเมืองจังหวัดกาญจนบุรี

นายมานะ เพิ่มพูล ผู้อำนวยการส่วนควบคุมไฟป่า สำนักป้องกันปราบปราม และควบคุมไฟป่า กรมอุทยานแห่งชาติสัตว์ป้า และพันธุ์พืช เป็นผู้กล่าวรายงานได้รายงานว่าการฝึกอบรมครั้งนี้จัดขึ้นระหว่าง วันที่ 23-27 กุมภาพันธ์ 2569 ณ ศูนย์ฝึกอบรมและพัฒนาการควบคุมไฟป่าภาคกลาง กรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า และพันธุ์พืช และศูนย์ฝึกอบรมท่าทุ่งนาโรงไฟฟ้าเขื่อนท่าทุ่งนา การไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย มีเจ้าหน้าที่จากสาธารณรัฐแห่งสหภาพเมียนมา เข้าร่วม 30 นาย โดยหลักสูตรมุ่งเน้นการถ่ายทอดความรู้ทั้งภาคทฤษฎีและภาคปฏิบัติ ในการควบคุมไฟป่าตามหลักวิชาการ อาทิ ข้อตกลงระหว่างประเทศด้านการแก้ไขปัญหาหมอกควันข้ามแดน นโยบายการแก้ไขปัญหาไก้ไขปัญหาไฟป่าและฝุ่นละออง

วิธีการและเทคนิคในการดับไฟป้า การจัดการเชื้อเพลิง ความปลอดภัยในการปฏิบัติงาน และการปฐมพยาบาลเบื้องต้นเพื่อพัฒนาศักยภาพ บุคลากรด้านการควบคุมไฟปาและสนับสนุนความร่วมมือในการแก้ไขปัญหาหมอกควันข้ามแดนตามยุทธศาสตร์ ฟ้า ใส ( CLEAR SKY STRATEGY) ของภูมิภาคอาเซียน ผู้เข้าอบรมจะสามารถนำความรู้และประสบการณ์ที่ได้รับไปประยุกต์ใช้และขยายผลในการปฏิบัติงานดับไฟป่าในประเทศของตนได้อย่างมีประสิทธิ ภาพอย่างยั่งยืน

หลังเสร็จสิ้นการฝึกอบรมได้พิธีมอบ เกียรติบัตร แก่ผู้ผ่านการฝึกอบรม และควบคุม ไฟป่า กรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า และพันธุ์พืช และพลตรีธีระพันธ์ ไตรพิพัฒน์ ผู้อำนวยการสำนักกิจการชายแดนกับประเทศเพื่อนบ้านกรมกิจการชายแดนทหาร ร่วมมอบเกียรติบัตร แสดงความยินดีและเป็นฝันกำลังใจแก่ผู้เข้ารับการฝึกอบรม ก่อนร่วม ถ่ายภาพเป็นที่ระลึก ร่วมกัน การจัดฝึกอบรมในครั้งนี้นับเป็นอีกก้าวสำคัญของ การเสริมสร้าง ความร่วมมือระหว่างประเทศไทยและสาธารณะแห่งสหภาพเมียนมาร์ เพื่อป้องกันและแก้ไขปัญหาไฟป่าและหมอกควัน ข้ามแดนอย่างเป็นรูปประธรรม ช่วยลดผลกระทบจากไฟป่าและฝุ่นละออง PM 2.5 ในภูมิภาคต่อไป


#กัมพล ทันเวลา // ทีมข่าวภาคตะวันตก

ปลัดกระทรวงวัฒนธรรม เปิดงานสุดยอดชุมชนต้นแบบเที่ยวชุมชนยลวิถี

จังหวัดสุพรรณบุรี – ปลัดกระทรวงวัฒนธรรมเปิดงานสุดยอดชุมชนต้นแบบเที่ยวชุมชนยลวิถี

ที่ตลาดน้ำสะพานโค้ง -สุ่มปลายักษ์ ตำบลดันตาล อำเภอสองพี่น้อง จังหวัดสุพรรณบุรี นายประสพ เรียงเงิน ปลัดกระทรวงวัฒนธรรม เป็นประธานพิธีเปิดสุดยอดชุมชนต้นแบบ “เที่ยวชุมชนชน ยลวิถี” ประจำปีงบประมาณ พ.ศ.2568 ชุมชนตำบลต้นตาล อำเภอสองพี่น้อง จังหวัดสุพรรณบุรี โดยมีนายณัฐพงษ์ สงวนจิตร ผู้ว่าราชการจังหวัดสุพรรณบุรี กล่าวต้อนรับ นายภูวนารถ จารุภูมิก นายกองค์การบริหารส่วนตำบล (อบต.) ต้นตาล กล่าวรายงาน มีนางเสริมกิจ ชัยมงคล ผู้ตรวจราชการกระทรวงวัฒนธรรม, นายกลวัชร ทรัพย์ส่งสุข รองผู้ว่าราชการจังหวัดสุพรรณบุรี, นางสาวณัฐริกา แก่นพุฒิ รองนายกเหล่ากาชาดจังหวัดสุพรรณบุรี นายเสน่ห์ บุญสุข รองนายกองค์การบริหารส่วนจังหวัดสุพรรณบุรี, นายรัชกฤต พยัคฆ์ นายอำเภอสองพี่น้อง, นางสาวนิษฐกานต์ คุณวัชระกิจ วัฒนธรรมจังหวัดสุพรรณบุรี, นายการุณ สุทธิภูล ประธานสภาวัฒนธรรมจังหวัดสุพรรณบุรี, หัวหน้าส่วนราชการ, ผู้นำองค์ปกปกครองส่วนท้องถิ่น, ผู้นำชุมชน, สมาชิกชุมชนตำบลต้นตาล, วัฒนธรรมจังหวัดภาคกลาง และภาคตะวันออก 14 จังหวัด และประชาชนร่วมพิธีจำนวนนมาก เข้าร่วมกิจกรรม

จากนั้น ประธานนำผู้เข้าร่วมพิธี และประชาชนทุกภาคส่วนร่วมยืนสงบนิ่งถวายความอาลัยและน้อมรำลึกในพระมหากรุณาธิคุณแด่ สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง โดยกิจกรรมดังกล่าวเป็นไปเพื่อแสดงความจงรักภักดีและร่วมไว้อาลัยอย่างสมพระเกียรติ

ในโอกาสนี้ ปลัดกระทรวงวัฒนธรรม กล่าวว่า กระทรวงวัฒนธรรมได้ดำเนินโครงการคัดเลือก 10 สุดยอดชุมชนต้นแบบ “เที่ยวชุมชน ยลวิถี” เพื่อเฟ้นหาชุมชนที่มีศักยภาพและความพร้อมด้านการท่องเที่ยวเชิงวัฒนธรรมในทุกมิติเพื่อเปิดโอกาสให้นักท่องเที่ยวได้เรียนรู้และสัมผัสวิถีชีวิต ประเพณี ภูมิปัญญา และอัตลักษณ์ของชุมชนอย่างใกล้ชิด ซึ่งกระทรวงวัฒนธรรมมุ่งผลักดันให้พลังทางวัฒนธรรมกลายเป็นพลังทางเศรษฐกิจที่จับต้องได้ผ่านการท่องเที่ยวเชิงสร้างสรรค์และวัฒนธรรมเพื่อสร้างงานสร้างรายได้ และยกระดับคุณภาพชีวิตของประชาชนในชุมชน ภายใต้นโยบาย UNSEEN “ไท ไทย” และแสดงความยินดีที่ชุมชนตำบลต้นตาลได้รับการคัดเลือก เป็น 1 ใน 10 สุดยอดชุมชนต้นแบบ เที่ยวชุมชนยลวิถีประจำปี 2568 ซึ่งยังคงรักษาอัตลักษณ์ ภูมิปัญญาท้องถิ่น และวิถีชีวิตลุ่มน้ำไว้อย่างงดงาม ซึ่งหนึ่งในจุดเด่นที่สะท้อนความผูกพันระหว่างคนกับสายน้ำได้อย่างชัดเจนคือ “สุ่มปลายักษ์” ที่ตั้งอยู่ริมคลองสองพี่น้อง สัญลักษณ์ของวิถีชีวิตชาวบ้าน ความอุดมอุดมสมบูรณ์ของทรัพย ากร และได้พัฒนาต่อยอดเป็นแหล่งเรียนรู้ และแหล่งท่องเที่ยวทางวัฒนธรรมที่โดดเด่นของชุมชน รวมทั้งในอนาคตจะส่งเสริมให้การท่องเที่ยวจาก local เป็น global ยกระดับจุดเด่นท้องถิ่น (Local Experience/Product) ให้กลายเป็นจุดหมายปลายทางระดับโลก (Global Destination) อีกด้วย

จากนั้น ปลัดกระทรวงวัฒนธรรม เยี่ยมชมสุ่มปลายักษ์ ภาพวาด งานศิลปะ และกิจกรรมสาธิตหัตถสานจากผักตบชวาจากศูนย์ศิลป์บ้านดินสอ พิพิธภัณฑ์สิ่งของโบราณ ก่อนล่องเรือชมวิถี ชีวิตริมคลองสองพี่น้อง เก็บผักบุ้งและผักกะเฉด โดยมีคณะขับเสภา และขับร้องเพลงเรือ ก่อนการเยี่ยมชม ช็อป ชิม ตลาดน้ำสะพานโค้ง – สุ่มปลายักษ์ และชมการสาธิตอาหารพื้นบ้าน/อาหารพื้นถิ่น ประกอบด้วย (1) บัวลอยญวน (2) ปลาหมำสมุนไพรทอดกรอบ (1 จังหวัด 1 เมนู เชิดชูอาหารถิ่น จังหวัดสุพรรณบุรี ประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2566) (3) ชื่นใจลอดช่องเกสรบัวหลวง & ข้าวเกรียบว่าว (4) เป็ดไล่ทุ่งหัน และ (5) ขนมไทยบ้านคุณชวด รวมทั้ง ชมการสาธิตภูมิปัญญาทางวัฒนธรรม ประกอบด้วย (1) เปลญวน (2) หัตถสานจากผักตบชวา (3) หัตถสานจากเชือกมัดฟาง และ (4) การเรียนรู้ศิลปะ “ละเลงสี” ตามลำดับ


ภัทรพล พรมพัก สุพรรณบุรี

บักเซียง คุ้มคลั่งบุกกราดยิงนักเรียน แต่แพ้ปืนฉีดน้ำ ซ้อมแผนหนีซ่อนสู้ เด็กโคราชฮีโร่สายเปียก

บักเซียง คุ้มคลั่งบุกกราดยิงนักเรียน แต่แพ้ปืนฉีดน้ำ ซ้อมแผนหนีซ่อนสู้ เด็กโคราชฮีโร่สายเปียก

เมื่อวันที่ 26 กุมภาพันธ์ 2569 โรงเรียนเทศบาล 1 บูรพาวิทยากร อำเภอเมือง จังหวัดนคร ราชสีมา จัดการฝึกซ้อมแผนเผชิญเหตุคนร้ายใช้อาวุธปืนก่อเหตุในสถานศึกษา โดยจำลองสถานการณ์เสมือนจริง มีผู้แสดงบทบาทคนร้ายบุกเข้าอาคารเรียน ทำนักเรียนแตกตื่นตามสถานการณ์

ระหว่างการซ้อม นักเรียนหญิงรายหนึ่งใช้ “ปืนฉีดน้ำ” ยิงสวนใส่ผู้แสดงบทคนร้าย สร้างรอยยิ้มคลายเครียดให้เพื่อนนักเรียนและครู ก่อนเจ้าหน้าที่ตำรวจเข้าควบคุมสถานการณ์ตามแผน “หนี ซ่อน สู้”

พ.ต.อ.ศิริชัย ศรีชัยปัญญา ผกก.สภ.เมืองนครราชสีมา ระบุ การซ้อมครั้งนี้เป็นการบูรณาการหลายหน่วยงานในสังกัด ตำรวจภูธรภาค 3 เพื่อเตรียมความพร้อมรับมือเหตุฉุกเฉินในสถานศึกษา

ด้านนายชูชาติ โจมฤทธิ์ ผอ.โรงเรียนเทศบาล 1 บูรพาวิทยากร เผยว่า การฝึกช่วยให้นักเรียนและครูมีสติ ลดความตื่นตระหนก และเพิ่มโอกาสเอาตัวรอดหากเกิดเหตุจริง พร้อมย้ำโรงเรียนให้ความสำคัญกับความปลอดภัยของนักเรียนเป็นอันดับแรก


กิตตินันท์ รายงาน

“ชัยพฤกษ์เกมส์” ครั้งที่ 17 เด็กกุลดิศฯ หนองไผ่ จัดเต็มธีม Harry Potter ปลุกพลังผู้นำ–สามัคคีทั้งโรงเรียน

“ชัยพฤกษ์เกมส์” ครั้งที่ 17 เด็กกุลดิศฯ หนองไผ่ จัดเต็มธีม Harry Potter ปลุกพลังผู้นำ–สามัคคีทั้งโรงเรียน

สนามกีฬาโรงเรียนกุลดิศวิทยานุสรณ์ หนองไผ่ อ.หนองไผ่ จ.เพชรบูรณ์ คึกคักตั้งแต่เช้าตรู่ เมื่อวันที่ 26 ก.พ. 2569 หลังโรงเรียนจัดการแข่งขันกีฬาภายใน “ชัยพฤกษ์เกมส์” ครั้งที่ 17 ประจำปีการศึกษา 2568 อย่างยิ่งใหญ่ ท่ามกลางคณะครู นักเรียน และผู้ปกครองที่หลั่งไหลมาร่วมเชียร์และให้กำลังใจอย่างเนืองแน่น ก่อนพิธีเปิด วงดุริยางค์โรงเรียนบรรเลงเพลงกราวกีฬา นำขบวนพาเหรดสุดตระการตาของทั้ง 4 สี สร้างความฮือฮาด้วยการแสดงเต้นประกอบเพลง “Dreamers” และโชว์เชียร์ลีดเดอร์ที่จัดเต็มทั้งแสง สี เสียง เรียกเสียงเชียร์กึกก้องทั่วสนาม

พิธีเปิดได้รับเกียรติจาก นางวรรณวิมล ครุฑางคะ ผู้อำนวยการโรงเรียน เป็นประธานเปิดการแข่งขัน สร้างความตื่นตาตื่นใจด้วยการ “เสกไม้กายสิทธิ์” และลั่นฆ้องเปิดงานอย่างเป็นทางการ สอดรับกับธีม Harry Potter ที่โรงเรียนนำมาประยุกต์ใช้ เพื่อจุดประกายจินตนาการและแรงบันดาลใจให้กับนักเรียน

ด้าน นางสาวกุลนิษฐ์ ครุฑางคะ ผู้จัดการโรงเรียน ในนามคณะกรรมการจัดการแข่งขัน เปิดเผยว่า การจัดกีฬาภายในไม่ใช่เพียงการแข่งขันเพื่อชัยชนะ แต่เป็นกิจกรรมพัฒนาผู้เรียนที่มุ่งปลูกฝังวินัย น้ำใจนักกีฬา ภาวะผู้นำ และการทำงานเป็นทีม เพื่อหล่อหลอมให้นักเรียนเติบโตเป็น “คนเก่ง คนดี และมีความสุข”

การแข่งขันครั้งนี้เปิดโอกาสให้นักเรียนตั้งแต่ระดับ ป.1 ถึง ม.3 เข้าร่วมอย่างทั่วถึง แบ่งออกเป็น 4 สี ตามบ้านในโลกเวทมนตร์ ได้แก่ สีเหลือง Hufflepuff, สีฟ้า Ravenclaw, สีเขียว Slytherin, สีแดง Gryffindor แต่ละสีมีนักเรียนราว 166 คน มีการคัดเลือกผู้นำสีและคณะกรรมการสี บริหารกิจกรรมอย่างเป็นระบบ โดยมีคณะครูเป็นที่ปรึกษา สร้างการเรียนรู้ผ่านการลงมือทำจริง ฝึกความรับผิดชอบ เคารพกติกา รู้แพ้ รู้ชนะ รู้อภัย และการแสดงออกอย่างเหมาะสม

อีกหนึ่งไฮไลต์ที่เรียกเสียงปรบมือ คือการเปิดสนามให้ผู้ปกครองร่วมถ่ายภาพกับบุตรหลานอย่างใกล้ชิด พร้อมเชิญผู้ปกครองร่วมมอบเหรียญรางวัลให้แก่นักกีฬาผู้ชนะ สะท้อนพลังความร่วมมือระหว่างบ้านและโรงเรียนอย่างชัดเจน นอกจากนี้ ยังมีการแข่งขันกีฬาพิเศษสุดฮา ทั้งชักกะเย่อผู้ปกครองชาย และศึกชักกะเย่อระหว่างผู้ปกครองหญิงกับคณะครูหญิง สร้างรอยยิ้มและเสียงหัวเราะก้องสนาม ก่อนเข้าสู่พิธีปิดการแข่งขัน

ช่วงท้ายงาน ดร.บัณฑิต ครุฑางคะ ผู้รับใบอนุญาตโรงเรียนในเครือกุลดิศวิทยานุสรณ์ เป็นประธานกล่าวปิดการแข่งขัน พร้อมมอบถ้วยรางวัลให้แก่ผู้ชนะเลิศ ท่ามกลางเสียงปรบมือและความภาคภูมิใจของนักกีฬาและผู้ร่วมงาน

ทั้งนี้ “ชัยพฤกษ์เกมส์” ครั้งที่ 17 ไม่ได้เป็นเพียงสนามแห่งการแข่งขันกีฬา แต่เป็นเวทีหล่อหลอมคุณลักษณะอันพึงประสงค์ เสริมสร้างภาวะผู้นำ และความสามัคคีในหมู่นักเรียน สะท้อนวิสัยทัศน์ของโรงเรียนที่มุ่งพัฒนาเยาวชนให้เติบโตอย่างสมดุลทั้งร่างกาย จิตใจ และสติปัญญา ก้าวสู่การเป็นพลเมืองคุณภาพของสังคมในอนาคตอย่างมั่นคง


มนสิชา คล้ายแก้ว รายงาน

อำเภอฝาง เปิดศูนย์ป้องกันแก้ไขปัญหาไฟป่าและหมอกควันตำบลม่อนปิ่น อำเภอฝาง จังหวัดเชียงใหม่

อำเภอฝาง เปิดศูนย์ป้องกันแก้ไขปัญหาไฟป่าและหมอกควันตำบลม่อนปิ่น อำเภอฝาง จังหวัดเชียงใหม่

วันนี้ (27 กุมภาพันธ์ 2569) ที่บ้านม่วงชุม ตำบลม่อนปิ่น อำเภอฝาง จังหวัดเชียงใหม่ ว่าที่ร้อยตรี นพรัตน์ ศุภกิจโกศล นายอำเภอฝาง เป็นประธานเปิดศูนย์ป้องกันแก้ไขปัญหาไฟป่าและหมอกควันตำบลม่อนปิ่น อำเภอฝาง จังหวัดเชียงใหม่ พร้อมทั้งลงนามบันทึกข้อตกลง (MOU) ว่าด้วยความร่วมมือโครงการป้องกันควบคุมไฟป่าและป้องกันแก้ไขปัญหาหมอกควัน ระหว่างองค์การบริหารส่วนตำบลม่อนปิ่น กับส่วนราชการ และภาคีเครือข่ายที่เกี่ยวข้อง เพื่อบูรณาการความร่วมมือในการเฝ้าระวัง ป้องกัน และแก้ไขปัญหาไฟป่าและหมอกควันอย่างเป็นระบบ

การจัดตั้งศูนย์ฯ ดังกล่าว มีวัตถุประสงค์เพื่อเป็นศูนย์กลางในการอำนวยการ สั่งการ ติดตามสถานการณ์ และประสานการปฏิบัติงานในพื้นที่ตำบลม่อนปิ่น โดยเฉพาะในช่วงฤดูแล้งที่มีความเสี่ยงต่อการเกิดไฟป่าและปัญหาฝุ่นละอองขนาดเล็ก (PM2.5) ซึ่งส่งผลกระทบต่อสุขภาพของประชาชนและสิ่งแวดล้อมในวงกว้าง

โดยมี หัวหน้าส่วนราชการ ผู้นำท้องที่ ผู้นำท้องถิ่น กำนัน ผู้ใหญ่บ้าน อาสาสมัครป้องกันไฟป่า ตลอดจนประชาชนในพื้นที่เข้าร่วมอย่างพร้อมเพรียง พร้อมร่วมประกาศเจตนารมณ์ในการงดการเผาในที่โล่งทุกชนิด และร่วมกันปฏิบัติตามมาตรการควบคุมไฟป่าของจังหวัดอย่างเคร่งครัด

นายอำเภอฝาง กล่าวว่า การแก้ไขปัญหาไฟป่าและหมอกควันจำเป็นต้องอาศัยความร่วมมือจากทุกภาคส่วน ทั้งหน่วยงานภาครัฐ องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น และประชาชนในพื้นที่ โดยเฉพาะการสร้างความตระหนักรู้และการมีส่วนร่วมของชุมชนในการเฝ้าระวัง แจ้งเหตุ และเข้าควบคุมสถานการณ์ได้อย่างทันท่วงที เพื่อป้องกันไม่ให้เกิดความเสียหายต่อทรัพยากรธรรมชาติ สุขภาพ และคุณภาพชีวิตของประชาชน

ทั้งนี้ อำเภอฝางจะดำเนินมาตรการเชิงรุกอย่างต่อเนื่อง อาทิ การจัดชุดลาดตระเวน การตั้งจุดตรวจจุดสกัด การประชาสัมพันธ์สร้างการรับรู้ รวมถึงการบังคับใช้กฎหมายอย่างจริงจังกับผู้ฝ่าฝืน เพื่อให้การป้องกันและแก้ไขปัญหาไฟป่าและหมอกควันในพื้นที่เป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพและยั่งยืนต่อไป


นที มีเดช รายงาน

กองกำลังผาเมือง สกัดกั้นขบวนการลักลอบลำเลียงยาเสพติด ยึดยาบ้า 5,460,000 เม็ด และ ไอซ์ 50 กก.ในพื้นที่เชียงดาว

กองกำลังผาเมือง สกัดกั้นขบวนการลักลอบลำเลียงยาเสพติด ยึดยาบ้า 5,460,000 เม็ด และ ไอซ์ 50 กิโลกรัม ในพื้นที่ อำเภอเชียงดาว จังหวัดเชียงใหม่

เมื่อวันที่ 26 กุมภาพันธ์ 2569 เวลา 15.00 นาฬิกา กองกำลังผาเมือง โดย กองร้อยทหารม้าที่ 2 หน่วยเฉพาะกิจไชยานุภาพ จัดกำลังพล จำนวน 1 ชุดปฏิบัติการ ทำการลาดตระเวนเฝ้าตรวจ เพื่อป้องกันและสกัดกั้นการกระทำผิด ตามพระราชบัญญัติให้ใช้ ประมวลกฎหมายยาเสพติด พ.ศ. 2564 บริเวณ บ้านอรุโณทัย ตำบลเมืองนะ อำเภอเชียงดาว จังหวัดเชียงใหม่ ต่อมาเมื่อวันที่ 27 กุมภาพันธ์ 2569 เวลา 04.45 นาฬิกา ได้ตรวจพบกลุ่มบุคคลต้องสงสัย ประมาณ 20 – 25 คน กำลังลำเลียงกระสอบดัดแปลงขึ้นรถยนต์กระบะ หน่วยจึงให้สัญญาณเพื่อขอตรวจค้น กลุ่มผู้ต้องสงสัยได้อาศัยห้วงทัศนวิสัยที่จำกัด และความชำนาญในภูมิประเทศหลบหนีไปได้ หน่วยจึงได้จัดกำลังเพิ่มเติม 2 ชุดปฏิบัติการ, ชุดปฏิบัติการโดรน 1 ชุดปฏิบัติการ และ ชุดสุนัขทหารตรวจค้นยาเสพติด จำนวน 1 ชุดปฏิบัติการ เข้าควบคุมและขยายผล ผลการปฏิบัติตรวจพบยาเสพติดให้โทษประเภท 1 (ยาบ้า) บรรจุอยู่ภายในกระสอบดัดแปลง จำนวน 23 กระสอบ รวมจำนวน 5,460,000 เม็ด และ ไอซ์ บรรจุอยู่ภายในกระสอบดัดแปลง จำนวน 2 กระสอบ รวมจำนวน 50 กิโลกรัม และ รถยนต์กระบะ ยี่ห้อ ฟอร์ดเรนเจอร์ สีดำ ทะเบียน บป 1455 ภูเก็ต จำนวน 1 คัน

ต่อมาเมื่อวันที่ 27 กุมภาพันธ์ 2569 เวลา 1330 นาฬิกา พลตรี สาธิต ไวยนนท์ บัญชาการกองกำลังผาเมือง/ผู้อำนวยการศูนย์ปฏิบัติการป้องกันและปราบปรามยาเสพติดกองกำลังผาเมือง เดินทางไปตรวจสอบของกลางยาเสพติด ร่วมกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องในพื้นที่ พร้อมทั้งชี้แจงให้ข้อมูลกับสื่อมวลชน บริเวณพื้นที่เกิดเหตุ ปัจจุบันหน่วยได้นำของกลางส่ง สถานีตำรวจภูธรเชียงดาว เพื่อดำเนินการตามกฎหมายต่อไป

สรุปผลการสกัดกั้นยาเสพติด ในห้วงตั้งแต่ 1 ตุลาคม 2568 ถึงปัจจุบัน หน่วยสามารถสกัดกั้นยาเสพติดได้ 254 ครั้ง จับกุมผู้ต้องหาได้ 263 คน ตรวจยึดยาบ้าได้ 151,246,686 เม็ด, เฮโรอีน 1.3 กิโลกรัม, ไอซ์ 2,407.2 กิโลกรัม, ฝิ่น 67 กิโลกรัม และ คีตามีน 327.4 กก. การปะทะกับกลุ่มขบวนการฯ จำนวน 33 ครั้ง กลุ่มขบวนการฯ เสียชีวิต 21 ศพ ซึ่งหากยาเสพติดที่ตรวจยึดได้ดังกล่าว ถูกลำเลียงเข้าสู่พื้นที่กรุงเทพมหานคร จะสร้างความเสียหายทางเศรษฐกิจจากมูลค่าของยาเสพติดที่จำหน่ายถึง 25,426 ล้านบาท (25,426,454,452 บาท)

#ทหารมีไว้เพื่อปกป้องอธิปไตย #ไทยนี้รักสงบแต่ถึงรบไม่ขลาด #กองกำลังผาเมือง #กองทัพภาคที่3 #กองทัพบก


นที มีเดช รายงาน

แม่ทัพน้อยที่ 3 รับมอบสิ่งของโครงการ 1 คน 1 แรงใจ ให้ทหารชายแดนไทย-กัมพูชา จาก จังหวัดแม่ฮ่องสอน

แม่ทัพน้อยที่ 3 รับมอบสิ่งของโครงการ 1 คน 1 แรงใจ ให้ทหารชายแดนไทย-กัมพูชา จาก จังหวัดแม่ฮ่องสอน

เมื่อวันศุกร์ที่ 27 กุมภาพันธ์ 2569 เวลา 08.30 น. พลโท ชายแดน กฤษณสุวรรณ แม่ทัพน้อยที่ 3 รับมอบสิ่งของเครื่องอุปโภคบริโภคจาก นายวิบูรณ์ แววบัณฑิต ผู้ว่าราชการจังหวัดแม่ฮ่องสอน เพื่อส่งต่อให้ทหารชายแดนไทยที่อยู่แนวหน้าชายแดนไทย-กัมพูชา ในพื้นที่ภาคอีสาน โดยมี เหล่ากาชาดจังหวัดแม่ฮ่องสอน หัวหน้าส่วนราชการ เข้าร่วมในการรับส่งมอบสิ่งของดังกล่าว ที่บริเวณหน้าศาลากลางจังหวัดแม่ฮ่องสอน (หลังเก่า) อำเภอเมืองแม่ฮ่องสอน จังหวัดแม่ฮ่องสอน

ทั้งนี้ ตามที่ กรมทหารราบที่ 7 ได้จัดทำโครงการ 1 คน 1 แรงใจให้ทหารชายแดน โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อสร้างขวัญ กำลังใจ มอบความอุ่นใจให้กับกำลังพล ที่ปฏิบัติหน้าที่รักษาอธิปไตย และ ความมั่นคงตามแนวชายแดนของประเทศ การดำเนินโครงการดังกล่าว ได้รับความร่วมมือเป็นอย่างดียิ่งจากส่วนราชการ องค์การปกครองส่วนท้องถิ่น ตลอดจนบริษัท ห้างร้าน และประชาชนในพื้นที่ จังหวัดแม่ฮ่องสอน ซึ่งได้ร่วมกันสนับสนุนสิ่งของอุปโภค บริโภค และเครื่องใช้ที่จำเป็น เพื่อส่งมอบเป็นกำลังใจ แก่ทหารชายแดนในห้วงที่ผ่านมากรมทหารราบที่ 7 ได้ดำเนินโครงการนี้มาแล้ว จำนวน 5 ครั้ง ซึ่งทุกครั้งได้รับความร่วมมือ จากทุกภาคส่วนเป็นอย่างดียิ่ง สะท้อนให้เห็นถึงพลังแห่งความสามัคคี และความห่วงใยที่ประชาชนมีต่อกำลังพลของกองทัพบก การมอบสิ่งของตามโครงการ “1 คน1 แรงใจ ให้ทหารชายแดน” ครั้งนี้เป็นครั้งที่ 6

พลโท ชายแดน กฤษณสุวรรณ แม่ทัพน้อยที่ 3 ในนามของกองทัพบก และกำลังพลที่ปฏิบัติหน้าที่ตามแนวชายแดน รู้สึกซาบซึ้ง และขอขอบคุณจังหวัดแม่ฮ่องสอน เหล่ากาชาดจังหวัด ส่วนราชการ ภาคเอกชน และประชาชนจังหวัดแม่ฮ่องสอน ที่ได้ร่วมกันจัดโครงการ “1 คน 1 แรงใจ ให้ทหารชายแดน” ในครั้งนี้ กำลังพลของเราปฏิบัติหน้าที่ ด้วยความมุ่งมั่น อดทน และเสียสละ เพื่อพิทักษ์รักษาอธิปไตย และความสงบเรียบร้อยของประเทศ การที่ได้รับกำลังใจจากพี่น้องประชาชน คือพลังสำคัญที่ทำให้กำลังพลทหารทุกนาย ยืนหยัดปฏิบัติหน้าที่อย่างเข้มแข็ง สิ่งของและแรงใจ ที่ได้รับในวันนี้ จะถูกส่งต่อไปยังแนวชายแดนอย่างสมเกียรติ และจะเป็นเครื่องยืนยันถึงความผูกพัน ระหว่างกองทัพ กับประชาชน ผมขอให้คำมั่นว่า กองทัพจะปฏิบัติหน้าที่ด้วยความซื่อสัตย์ เสียสละ และยึดมั่นในประโยชน์ของประเทศชาติ และประชาชนเป็นสำคัญ

นายวิบูรณ์ แววบัณฑิต ผู้ว่าราชการจังหวัดแม่ฮ่องสอน กล่าวว่า จังหวัดแม่ฮ่องสอน มีความภาคภูมิใจเป็นอย่างยิ่ง ที่ได้มีส่วนร่วมในโครงการ “1 คน 1 แรงใจ ให้ทหารชายแดน” ซึ่งเป็นโครงการที่สะท้อนถึงความรัก ความห่วงใย และความสามัคคีของคนไทยทั้งชาติ กำลังพลที่ปฏิบัติหน้าที่ตามแนวชายแดน ถือเป็นกำลังสำคัญในการดูแล ความมั่นคงของประเทศ และคุ้มครองความปลอดภัยให้กับพี่น้องประชาชน การเสียสละดังกล่าว ควรได้รับการสนับสนุนทั้งด้านกำลังกาย และกำลังใจ สิ่งของที่มอบในวันนี้ อาจจะไม่ทดแทนความเสียสละได้ทั้งหมด แต่เป็นสัญลักษณ์แห่งความห่วงใย จากพี่น้องประชาชนชาวจังหวัดแม่ฮ่องสอน ที่ขอส่งกำลังใจไปยังทหารทุกนาย ที่ปฏิบัติหน้าที่อย่างเข้มแข็ง จังหวัดแม่ฮ่องสอน พร้อมให้การสนับสนุน และบูรณาการความร่วมมือกับกองทัพอย่างต่อเนื่อง เพื่อประโยชน์สุขของประชาชน และความมั่นคงของประเทศชาติ



ภานุเดช ไชยสกูล จ.แม่ฮ่องสอน

อมก๋อย เตรียมพร้อมอาสาดับไฟป่ากว่า 150 คน ลุยแก้ปัญหาไฟป่า–ฝุ่น PM2.5 ใน ต.แม่หลอง พร้อมวางแผนบริหารจัดการเชื้อเพลิงจำเป็นในมี.ค.อย่างเหมาะสม

อำเภออมก๋อย เตรียมความพร้อมอาสาดับไฟป่ากว่า 150 คน ลุยแก้ปัญหาไฟป่า–ฝุ่น PM2.5 ในตำบลแม่หลอง พร้อมวางแผนบริหารจัดการเชื้อเพลิงจำเป็นในเดือนมีนาคมอย่างเหมาะสม

วันนี้ (26 ก.พ. 69) ที่ ห้องประชุมองค์การบริหารส่วนตำบลแม่หลอง อำเภออมก๋อย จังหวัดเชียงใหม่ นายปรีชาพล พูลทวี นายอำเภออมก๋อย ในฐานะผู้อำนวยการศูนย์อำนวยการป้องกันและแก้ไขปัญหาไฟป่า หมอกควัน และฝุ่นละอองขนาดเล็ก PM2.5 อำเภออมก๋อย เป็นประธานเปิดโครงการป้องกันและแก้ไขปัญหาไฟป่า หมอกควัน และภัยจากฝุ่น PM2.5 ตำบลแม่หลอง อำเภออมก๋อย ประจำปีงบประมาณ 2569 โครงการดังกล่าวมีเป้าหมายเพื่อเพิ่มศักยภาพและเตรียมความพร้อมให้กับชุดอาสาดับไฟป่าตำบลแม่หลอง จำนวน 150 คน ให้สามารถปฏิบัติงานได้อย่างมีประสิทธิภาพในช่วงฤดูเสี่ยงไฟป่า

โอกาสนี้ นายอำเภออมก๋อย ได้ร่วมลงนามบันทึกข้อตกลงความร่วมมือ (MOU) กับองค์การบริหารส่วนตำบลแม่หลอง หน่วยงานภาครัฐ ภาคเอกชน และภาคีเครือข่ายภาคประชาสังคม เพื่อแสดงเจตนารมณ์ร่วมกันในการป้องกันและแก้ไขปัญหาไฟป่า ลดผลกระทบจากหมอกควันและฝุ่น PM2.5 ตลอดจนดูแลรักษาทรัพยากรป่าไม้และสุขภาพของประชาชนในพื้นที่

ภายหลังพิธีเปิด ชุดอาสาดับไฟป่าประจำหมู่บ้านทุกหมู่บ้านได้ร่วมกันวางแผนบริหารจัดการเชื้อเพลิงในพื้นที่ไร่หมุนเวียนของเกษตรกร และพื้นที่จำเป็นในแต่ละหมู่บ้าน โดยตำบลแม่หลองกำหนดแผนบริหารจัดการเชื้อเพลิงภายในเดือนมีนาคม 2569 ซึ่งเป็นช่วงเวลาที่สภาพเชื้อเพลิงมีความพร้อมมากที่สุด เพื่อลดความเสี่ยงการเกิดไฟป่าในอนาคต

การดำเนินงานครั้งนี้ถือเป็นการบูรณาการความร่วมมือทุกภาคส่วน เพื่อรับมือปัญหาไฟป่าและฝุ่น PM2.5 อย่างเป็นรูปธรรมและยั่งยืนในพื้นที่อำเภออมก๋อยต่อไป


นที มีเดช รายงาน

“แม่แรง” จัดใหญ่ 3 งานผ้าล้านนา ปี 69 ชวนเที่ยวป่าซาง ช้อป–ชม–ชิม ครบสูตร

“แม่แรง” จัดใหญ่ 3 งานผ้าล้านนา ปี 69 ชวนเที่ยวป่าซาง ช้อป–ชม–ชิม ครบสูตร!

เช้าวันที่ 27 กุมภาพันธ์ 2569 เวลา 09.30 น. ณ เทศบาลตำบลแม่แรง อำเภอป่าซาง จังหวัดลำพูน นางสาวเบญจวรรณ มีเผือก รองผู้ว่าราชการจังหวัดลำพูน เป็นประธานแถลงข่าวเชิญชวนประชาชนและนักท่องเที่ยว เที่ยว 3 งานยิ่งใหญ่ประจำปี 2569 ของตำบลแม่แรง ร่วมด้วย นายภัทรพล ผัดดวงธรรม นายอำเภอป่าซาง, นายเอกพงษ์ ทุนอินทร์ นายกเทศมนตรีตำบลแม่แรง และผู้แทนจาก สำนักงานการท่องเที่ยวและกีฬาจังหวัดลำพูน

ตำบลแม่แรง ถือเป็นแหล่งผลิตผ้าบาติก ผ้ามัดย้อม และผ้าฝ้ายทอมือชื่อดังของ อำเภอป่าซาง และจังหวัดลำพูน สืบทอดภูมิปัญญาท้องถิ่นยาวนาน สร้างรายได้และชื่อเสียงระดับประเทศ ปี 2569 นี้ จัดเต็ม 3 งาน ห้ามพลาด!

  • งานที่ 1 “บาติกงาม พร้อมมัดย้อมงามตา งานผ้ากองงาม” ครั้งที่ 13 27 – 29 มีนาคม 2569 หน้าวัดป่าเหียง บ้านกองงาม หมู่ 1ภายในงานพบกับร้านจำหน่ายผ้าบาติก–ผ้ามัดย้อม ตลาด DIY ทดลองทำเองได้ ชมสาธิตกระบวนการผลิต แฟชั่นโชว์หนูน้อยบาติก ประกวดหนุ่มหล่อบาติก และการแสดงศิลปินล้านนา
  • งานที่ 2 “แต่งสีอวดลาย ผ้าฝ้ายดอนหลวง” ครั้งที่ 21 3 – 7 เมษายน 2569 หน้าวัดดอนหลวง บ้านดอนหลวง หมู่ 7 จัดในรูปแบบ “กาดปื้นเฮือน” ลดราคาผ้าฝ้ายทอมือครั้งใหญ่ประจำปี มีอาหารพื้นเมือง กาดมั่ว ลานขันโตก การแสดงพื้นบ้าน เสียงสะล้อ ซอ ซึง สร้างบรรยากาศมนต์เสน่ห์ล้านนาเต็มอิ่ม
  • งานที่ 3 “สืบสานตำนานฝ้ายงามหนองเงือก” ครั้งที่ 17 9 – 12 เมษายน 2569 หน้าวัดหนองเงือก บ้านหนองเงือก หมู่ 5 หมู่บ้านหนองเงือก แกนนำเครือข่ายผ้าทอจังหวัดลำพูน โดดเด่นด้วยผ้าฝ้ายทอมือเอกลักษณ์ดั้งเดิม สืบทอดภูมิปัญญากว่า 200 ปี

มีนาคม–เมษายนนี้ ปักหมุดแม่แรง เที่ยวครบ 3 งาน สัมผัสเสน่ห์ผ้าล้านนาแท้ ๆ ช้อปของดี OTOP ถึงแหล่งผลิต


นที มีเดช รายงาน