แม่ทัพภาคที่ 2 เยี่ยมครอบครัววีรบุรุษผู้เสียสละ เพราะคำว่า “ทหาร” ไม่ได้หมายถึงผู้ที่ยืนอยู่ในสนามรบเท่านั้น แต่ยังหมายถึงครอบครัวที่จะไม่มีวันถูกทิ้งไว้ข้างหลัง

แม่ทัพภาคที่ 2 เดินทางเยี่ยมครอบครัววีรบุรุษผู้เสียสละ เพราะคำว่า ” ทหาร ” ไม่ได้หมายถึงผู้ที่ยืนอยู่ในสนามรบเท่านั้น แต่ยังหมายถึงครอบครัวที่จะไม่มีวันถูกทิ้งไว้ข้างหลัง

เมื่อวันที่ 8 มี.ค.69 พลโท วีระยุทธ รักศิลป์ แม่ทัพภาคที่ 2 เดินทางเข้าเยี่ยมเยียนครอบครัวของ ร้อยตรี ธนกร สิงหาชาติ สังกัด ร.23 พัน.4 ณ บ้านเลขที่ 119 หมู่ที่ 3 บ้านเหล่า ตำบลเม็กดำ อำเภอพยัคฆภูมิพิสัย จังหวัดมหาสารคาม เพื่อสอบถามความเป็นอยู่ ให้กำลังใจ และติดตามการดูแลช่วยเหลืออย่างใกล้ชิด พร้อมทั้งได้มอบสิ่งของบำรุงขวัญ เพื่อเป็นกำลังใจแก่ครอบครัวของผู้เสียสละ บรรยากาศของการพบกันเต็มไปด้วยความอบอุ่นและความห่วง ใย การพูดคุยเรียบง่าย แต่เปี่ยมไปด้วยความหมาย สะท้อนให้เห็นว่าความผูกพันของทหารไม่ได้จบลงพร้อมภารกิจ แต่ยังคงดำรงอยู่ในฐานะครอบครัวเดียวกันของกองทัพ ที่พร้อมยืนเคียงข้างกันในทุกช่วงเวลาของชีวิต โดยเฉพาะในวันที่ต้องเผชิญกับความสูญเสีย

แม่ทัพภาคที่ 2 ได้รับฟังเรื่องราวของครอบครัวด้วยความตั้งใจ พูดคุยอย่างใกล้ชิด รับฟังทั้งความเป็นอยู่ ความห่วงใย และความเข้มแข็งของครอบครัวผู้เสียสละ พร้อมย้ำด้วยความจริงใจว่า….” กองทัพบกจะไม่ทอดทิ้งกำลังพล และจะดูแลครอบครัวของผู้เสียสละอย่างดีที่สุด ” เพราะทุกการสูญเสียของทหาร คือความสูญเสียของทั้งกองทัพ และของประเทศชาติ
กองทัพบกยังคงมุ่งมั่นดูแลครอบครัวของวีรชนอย่างต่อเนื่อง ทั้งด้านสวัสดิการ ความเป็นอยู่ การศึกษา และคุณภาพชีวิต เพื่อให้ครอบครัวของผู้เสียสละสามารถก้าวเดินต่อไปได้อย่างมั่นคง อบอุ่น และภาคภูมิใจในเกียรติยศของผู้ที่ได้ปฏิบัติหน้าที่เพื่อชาติ การเยี่ยมเยียนครั้งนี้จึงไม่ใช่เพียงภารกิจตามหน้าที่ แต่คือการส่งต่อกำลังใจจากหัวใจสู่หัวใจ เป็นเครื่องยืนยันว่าครอบครัวทหารเราจะไม่ทิ้งใครไว้ข้างหลัง วีรชนอาจจากไป แต่ความเสียสละของพวกเขาจะยังคงอยู่ในความทรงจำของกองทัพและแผ่นดินไทย กองทัพบกจะยังคงดูแลคนที่เขารักด้วยหัวใจตลอดไป

#กองทัพภาคที่2 #กองทัพบก #RTA #ยุทธบดินทร์ #ยุทธการศตวรรษ #เราจะไม่ทิ้งใครไว้ข้างหลัง


พรพิพัฒน์ รายงาน

“น้ำใจชาวตรัง” ส่งต่อกำลังใจสู่ทหารแนวหน้า มอบสิ่งของอุปโภค–บริโภค สู่กองทัพภาคที่ 2

“น้ำใจชาวตรัง” ส่งต่อกำลังใจสู่ทหารแนวหน้า มอบสิ่งของอุปโภค–บริโภค สู่กอง ทัพภาคที่ 2

พลโท วีระยุทธ รักศิลป์ แม่ทัพภาคที่ 2 รับมอบสิ่งของอุปโภค–บริโภคจากคณะผู้มีจิตศรัทธาจากจังหวัดตรัง ซึ่งได้เดินทางมาร่วมส่งกำลังใจให้กับกำลังพลของกองทัพบกที่ปฏิบัติหน้าที่ป้องกันและรักษาความมั่นคงตามแนวชายแดนไทย–กัมพูชา ในการนี้มี อาจารย์ คฑาวุธ ทองไทย (อ.ไข่ มาลีฮวนน่า) พร้อมด้วย ดร.สัญญา ศรีวิเชียร และคณะจากจังหวัดตรัง ได้ร่วมกันนำสิ่งของอุปโภค–บริโภค อาทิ ข้าวสาร อาหารแห้ง และเครื่องใช้จำเป็น มอบให้กับกองทัพภาคที่ 2 เพื่อนำไปส่งมอบต่อให้กำลังพลที่ปฏิบัติหน้าที่ตามแนวชายแดนไทย –กัมพูชา การมอบสิ่งของในครั้งนี้ เพื่อเป็นพลังแห่งความสามัคคีและน้ำใจของพี่น้องประชา ชนชาวไทย ที่ร่วมกันแสดงความห่วงใยและให้กำลังใจแก่ทหารผู้เสียสละ ซึ่งปฏิบัติหน้าที่ดูแลความสงบเรียบร้อยและปกป้องอธิปไตยของประเทศชาติอย่างเข้มแข็ง

ในนามของกองทัพภาคที่ 2 ขอขอบคุณทุกภาคส่วนที่ร่วมส่งต่อกำลังใจและความปรารถนาดีให้กับกำลังพลเจ้าหน้าที่ที่ปฏิบัติหน้าที่ตามแนวชายแดน โดยกำลังใจจากประชาชนถือเป็นพลังสำคัญที่ช่วยเสริมสร้างขวัญกำลังใจให้กับทหารผู้ปฏิบัติหน้าที่เพื่อประเทศชาติ และจะปฏิบัติภารกิจด้วยความมุ่งมั่น ทุ่มเท และเสียสละ พร้อมปกป้องอธิปไตยและผลประโยชน์ของชาติ ตลอดจนรักษาความมั่นคงและความสงบสุขของประชาชนอย่างเต็มกำลัง แม้ต้องเสียสละชีวิตและเลือดเนื้อก็พร้อมยืนหยัดเพื่อผืนแผ่นดินไทย

#กองทัพภาคที่2 #กองทัพบก


พรพิพัฒน์ รายงาน

หน่วยงานในสังกัดกระทรวงแรงงาน พร้อมจิตอาสา หน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ลงพื้นที่เยี่ยมและติดตามครอบครัวแรงงานไทยในจังหวัดกำแพงเพชร ที่ได้รับอนุญาตให้เดินทางไปทำงานในภูมิภาคตะวันออกกลาง

หน่วยงานในสังกัดกระทรวงแรงงาน พร้อมจิตอาสา หน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ลงพื้นที่เยี่ยมและติดตามครอบครัวแรงงานไทยในจังหวัดกำแพงเพชร ที่ได้รับอนุญาตให้เดินทางไปทำงานในภูมิภาคตะวันออกกลาง

วันที่ 6 มีนาคม 2569 เวลา 15.00 น. นายชาธิป รุจนเสรี ผู้ว่าราชการจังหวัดกำแพงเพชร มอบหมายให้นายอาชวิน ปุจฉากาญจน์ แรงงานจังหวัดกำแพงเพชร นำหน่วยงานในสังกัดกระทรวงแรงงาน ลงพื้นที่เยี่ยมและให้กำลังใจและติดตามครอบครัวแรงงานไทยในจังหวัดกำแพงเพชร ที่ได้รับอนุญาตให้เดินทางไปทำงานในภูมิภาคตะวันออกกลาง โดยมีนายสมเกียรติ ชื่นอยู่ นายอำเภอเมืองกำแพงเพชร, นายมานะ พูนบ้านแขก ผู้อำนวยการสำนักงานพัฒนาฝีมือแรงกำแพงเพชร, ว่าที่ร้อยตรีหญิงศศิวิมล บริบูรณ์วงค์ ประชาสัมพันธ์จังหวัดกำแพงเพชร, ผู้แทนสวัสดิการคุ้มครองรางงานจังหวัดกำแพงเพชร, ผู้แทนประกันสังคม หน่วยงานในสังกัดกระทรวงแรงงาน, จิตอาสา 904, จิตอาสาพระราชทานจังหวัดกำแพง เพชร ผู้นำท้องที่ ผู้นำท้องถิ่น, เจ้าหน้าที่ และหน่วยงานที่เกี่ยวข้องจำนวน 20 คน ลงพื้นที่เยี่ยมและติดตามครอบครัวแรงงานไทยในพื้นที่จังหวัดกำแพงเพชร ที่ ต.ในเมือง และ ต.สระแก้ว จำนวน 3 ราย พร้อมกับแนะนำแอปพลิเคชัน SMART TOEA แอปพลิเคชันอำนวยความสะดวกคนทำงานต่างประเทศ ซึ่งแอปพลิเคชันดังกล่าว เป็นแอปพลิเคชันที่แรงงานไทยที่ทำงานในต่างประเทศสามารถดาวน์โหลดแอพ และเปิดตำแหน่งพิกัดที่อยู่ล่าสุด เพื่อง่ายต่อการติดตามตัว และในการช่วยเหลือกรณีเกิดเหตุฉุกเฉินได้อย่างทันท่วงที

สำหรับครอบครัวของผู้ใช้แรงงาน ที่ได้รับอนุญาตให้เดินทางไปทำงานในภูมิภาคตะวันออก กลาง เปิดเผยว่า ในส่วนของการติดต่อสื่อสาร ยังคงติดต่อกันได้ปกติ โดยรวมแล้วยังไม่มีความวิตกกังวลใดๆ เนื่องจากสามารถติดต่อสื่อสาร และติดตามข่าวสารตามช่องทางสื่ออย่างไกล้ชิด จึงไม่มีข้อวิตกกังวลใดๆ และเชื่อว่า เหตุการณ์ต่างๆ จะคลี่คลายลงในเร็ว ๆ นี้


นที มีเดช รายงาน

ไฟป่าบ้านผาบ่อง หลังมีการลอบเผาป่าในพื้นที่ท่ามกลางอากาศที่ร้อนในตอนกลางวัน

ชุดเฝ้าระวังไฟป่าบ้านผาบ่องเหนือ ต.ผาบ่อง อ.เมืองแม่ฮ่องสอน จ.แม่ฮ่องสอน โดยผู้ใหญ่บ้าน ผู้ช่วยผู้ใหญ่บ้าน ร่วมกับ อบต.ผาบ่อง นำกำลังพลและรถน้ำเข้าดับไฟป่าริมทางหลวง หมายเลข 108 ใกล้จุดชมวิวผาบ่อง จำนวน 2 จุด หลังมีการลอบเผาป่าในพื้นที่ท่ามกลางอากาศที่ร้อนในตอนกลางวัน

เมื่อวันที่ 7 มีนาคม 2569 เวลา 20.20 น.ศูนย์รับแจ้งเหตุฉุกเฉิน ตำรวจภูธรจังหวัดแม่ฮ่อง สอน รับแจ้งเหตุเพลิงไหม้บริเวณพื้นที่บ้านผาบ่อง เมืองแม่ฮ่องสอน แม่ฮ่องสอน จุดเกิดเหตุเลยจุดชมวิวผาบ่อง 500 เมตร ถึง 1 กิโลเมตร มีการจุดไฟเผาป่า หลายจุด ตั้งแต่เลยจุดชมวิวผาบ่อง เรื่อยไป 3 จุด ห่างกันจุดละ 500เมตร ถึง 1 กิโลเมตร

จากนั้นภายใต้การอำนวยการของ ว่าที่พันตรี ยุทธนา เจ้าดูรี นายอำเภอเมืองแม่ฮ่องสอน/ผู้อำนวยการศูนย์ปฏิบัติการป้องกันและแก้ไขปัญหาไฟป่า หมอกควัน และฝุ่นละออง อำเภอเมืองแม่ฮ่องสอน มอบหมายให้ กลุ่มงานความมั่นคง ประสานไปยังชุดเฝ้าระวังไฟป่าบ้านผาบ่องเหนือ ม. 12 ต.ผาบ่อง ผู้ใหญ่บ้าน, ผู้ช่วยผู้ใหญ่บ้าน ร่วมกับ อบต.ผาบ่อง นำรถน้ำเข้าระงับเหตุไฟป่าริมทางหลวง หมายเลข 108 จำนวน 2 จุด จุดที่1 ห่างจากจุดชมวิว ระยะทาง 1.6 กิโลเมตร , จุดที่2 ห่างจากจุดชมวิว ระยะทาง 400 เมตร สามารถระงับไฟป่าได้ทั้งหมด เสร็จสิ้นภารกิจเวลา 21.06 น.

ในวันเดียวกัน ที่ อ.แม่สะเรียง เจ้าหน้าที่อุทยานแห่งชาติแม่สะเรียงและ เจ้าหน้าที่จุดเฝ้าระวังฯ เข้าตรวจสอบ ไฟไหม้ป่า และแปลงพื้นที่การเกษตร สันดอยน้ำพุร้อน เขตบ้านป่ากล้วย ตำบลแม่สะเรียง อำเภอแม่สะเรียง จังหวัดแม่ฮ่องสอน จึงช่วยกันดับไฟได้บางส่วน เพราะบริเวณกว้าง และดอยชัน

สำหรับค่ามลพิษจากละอองฝุ่นขนาดเล็กกว่า 2.5 ไมครอนของจังหวัดแม่ฮ่องสอน พบค่าฝุ่นละอองขนาดเล็ก เกินค่ามาตรฐานที่ อ.ปาย ต.เวียงใต้ อ.ปาย จ.แม่ฮ่องสอน PM2.5 = 42.5 มคก./ลบ.ม.

ข้อแนะนำในพื้นที่ที่มีค่าฝุ่นละอองเกินมาตรฐานประชาชนทั่วไป สวมหน้ากากป้องกัน PM2.5 ทุกครั้งที่ออกนอกอาคาร ลดระยะเวลาในการทำกิจกรรมหรืออกกำลังกายกลางแจ้ง สังเกตอาการผิดปกติ เช่น ไอ หายใจลำบาก ระคายเคืองตา ประชาชนกลุ่มเสี่ยง สวมหน้ากากป้องกัน PM2.5 ทุกครั้งที่ออกนอกอาคาร เลี่ยงการทำกิจกรรมหรือออกกำลังกายกลางแจ้ง ให้ปฏิบัติตามคำแนะนำของแพทย์ หากมีอาการผิดปกติให้รีบปรึกษาแพทย์ขอความร่วมมืองดเผาในที่โล่งทุกพื้นที่ งดเผาในพื้นที่ป่า เพื่อป้องกันการเกิดไฟป่าลดปัญหาฝุ่นละอองขนาดเล็ก (PM2.5)



ภานุเดช ไชยสกูล / แม่ฮ่องสอน

วัดหัวเวียงใต้ คณะกรรมการชุมชน ศรัทธาชุมบ้านหัวเวียงใต้ วางศิลาฤกษ์ก่อสร้างอาคารหอระฆังหลังใหม่ เพื่อถวายเป็นสักการบูชา

น่าน – วัดหัวเวียงใต้ คณะกรรมการชุมชน ศรัทธาชุมบ้านหัวเวียงใต้ วางศิลาฤกษ์ก่อสร้างอาคารหอระฆังหลังใหม่ เพื่อถวายเป็นสักการบูชา แทนหลังเก่าซึ่งชำรุดทรุดโทรม และความสูงกว่าพระธาตุ เจดีย์ ซึ่งไม่เหมาะสม ราคา 4 ล้าน โดย สล่าคนรุ่นใหม่ลูกหลานคนเมืองน่าน

วันนี้ 8 มีนาคม 2569 ที่วัดหัวเวียงใต้ พระครูพระครูนิเทศนันทกิจเจ้าอาวาสวัดหัวเวียงใต้ ต.ในเวียง อ.เมืองน่าน จ.น่าน และเจ้าคณะตำบลผาสิงห์-บ่อ อ.เมือง จ.น่าน นายจักรพันธ์ เทพสุคนธ์ ประธานคณะกรรมการชุมชนบ้านหัวเวียงใต้ ต.ในเวียง อ.เมือง จ.น่าน นายนิคม บริบูรณ์. ส.อบจ.น่าน เขต 1 อ.เมืองน่าน นายสุพจน์ รัตนอนันต์ สท.เทศบาลเมืองน่าน /ไวยาวัจกร วัดหัวเวียงใต้ ได้มีมติที่ประชุม ให้มีพิธีมงคลวางศิลาฤกษ์ก่อสร้างอาคารหอระฆังหลังใหม่ และนำวัตถุมงคลมาร่วมบรรจุ เพื่อถวายเป็นสักการะบูชา ประกอบพิธีทางศาสนาไหว้พระสมาทานศิลและประกออบพิธีวางศิลาฤกษ์ โดย พระครูรังษีธรรมานันท์ (นิกร ธมฺมรํสี) เจ้าอาวาสวัดศรีมงคล (ก๋ง) ต.ยม อ.ท่าวังผา จ.น่าน /รองเจ้าคณะ ต.ยม อ.ท่าวังผา จ.น่าน
นายจักรพันธ์ เทพสุคนธ์ กล่าวว่า วันนี้เป็นวันมงคลเป็นวันดี มีพิธีพิธีวางศิลาฤกษ์ ก่อสร้างอาคารหอระฆังหลังใหม่

หลังแรกสร้างเป็นหอกลอง พ.ศ. 2489 นายเปล่ง หรือสล่าเปล่ง คำพับ (บิดาของ ครูสุวพิชญ์ จารุพิพัฒน์บุตร) นายจำนงศ์ คำพับ และนางขันแก้ว คำพับ ได้มีจิตศรัทธาทำการรื้อถอนหอกลอง (โรงเก็บกลอง ) ซึ่งชำรุดทรุดโทรม และได้ทำการปลูกสร้างขึ้นใหม่ ทำการก่อสร้างเสร็จเมื่อวันที่ 31 พฤษภาคม พ.ศ. 2489 หอกลองนี้ จัดเป็นที่เก็บกลองเพื่อตีเป็นสัญญาณเรียกศรัทธามาประชุมในเมื่อมีกิจการงานในวัด และตีในวันธรรมสวนะ

ต่อมาสมัยที่ 2 ในช่วง พ.ศ.2526-2527 คณะศรัทธานำโดยนายสมพงษ์ ชูติกุล หัวหน้าบ้าน (ถึงแก่กรรมเมื่อ พ.ศ.2535) ได้รื้อถอนหอกลอง สร้างเป็นหอระฆัง ทิศใต้บริเวณพื้นที่เดิมหน้ากุฏิเจ้าอาวาส สูง 4 ชั้น ได้ถูกพายุพัดได้รับความเสียหายชำรุดทรุดโทรม ประกอบกับมีความสูงกว่าเจดีย์พระธาตุอายุกว่า 100 ปี ซึ่งเป็นการไม่เหมาะสมและฐานล่างของหอระฆังทรุดมากไม่สามารถจะคงไว้ ซึ่งความปลอดภัย คณะกรรมการได้ประชุมมีมติ ควรจะทำการรื้อก่อสร้างอาคารหอระฆังหลังใหม่ เป็นสมัยที่ 3 เป็นหอระฆังศิลปะล้านนา เป็นสถาปัตยกรรมพื้นถิ่นภาคเหนือ ก่ออิฐถือปูน มีลักษณะเด่นคือส่วนยอดทรงจำลองเจดีย์หรือหลังคาซ้อนชั้นแบบเรือนปราสาท ประดับลวดลายปูนปั้นประณีต อิทธิพลพุกาม เช่น ฐานแปดเหลี่ยม บัวถลา และยอดแหลมที่ยืดสูง โดยนายช่าง หรือ สล่า เป็นคนหนุ่มรุ่นใหม่ บ้านสบขุ่น ม.7 ต.ป่าคา อ.ท่าวังผา จ.น่าน พร้อมทีมงาน ที่มีฝีมือในการก่อสร้าง งบประมาณ 4 ล้านบาท ได้มาจากกฐิน พ่อลำพูน กองศาสนะ บ้านหัวเวียงใต้ ได้งบประมาณมาล้านกว่าบาท และคณะศรัทธาร่วมบริจาค แต่ปัจจัยยังคงขาดแคลนอยู่ ก็คงจะบอกบุญกับชาวชุมชนบ้านหัวเวียงใต้ และคณะศรัทธาทั่วไป ร่วมสร้างบารมีในการสร้างหอระฆัง วัดหัวเวียงใต้ ตามกำลังและจิตรศรัทธา สามารถร่วมบริจาคได้ที่ เลขบัญชี 732-246505-1 ชื่อบัญชี “วัดหัวเวียงใต้” ธนาคารไทยพาณิชย์ สาขาน่าน ระยะเวลาเดิมจะแล้วเสร็จ 18 เดือน แต่ได้ลดลงจะแล้วเสร็จภายใน 1 ปี

นอกจากนี้จะมีการปรับปรุงผิวภูมิทัศน์ใหม่ ซึ่งท่านบัณฑูร ล่ำซำ เป็นเจ้าภาพให้ ซึ่งจะแล้วเสร็จในปี 2570 จะมีการสมโภชใหญ่ของชุมชนบ้านหัวเวียงใต้ของเรา ขอประชาสัมพันธ์แจ้งข่าวครับ

วัดหัวเวียงใต้ อายุเกือบ 300 ปี มีพื้นที่ 2 ไร่ 2 งาน 10 วา เป็นวัดที่มีความสำคัญในเชิงประวัติศาสตร์และศิลปกรรมท้องถิ่นของเมืองน่าน ได้ดำเนินการก่อสร้างหอระฆังหลังใหม่ขึ้น แทนที่หลังเดิมที่มีสภาพชำรุดทรุดโทรมไปตามกาลเวลา เพื่อให้มีความมั่นคงแข็งแรง ปลอดภัย และคงความสวยงามตามศิลปะท้องถิ่น พร้อมสำหรับการใช้งานในการประกอบศาสนกิจของชุมชนและพุทธศาสนิกชนที่มาทำบุญ โดยยังคงเน้นรูปแบบสถาปัตยกรรมที่สอดคล้องกับโบราณสถานภายในวัด


จ.ส.อ.สันติไฌญ จารุพิพัฒน์บุตร NATION TV-NAN

เพชรบูรณ์ จัดงานวันการศึกษาเอกชน ครั้งที่ 3 ภายใต้แนวคิด “เสียสละ กล้าหาญ ชาญฉลาด ศาสตร์แห่งนครเพชบุระ”

จังหวัดเพชรบูรณ์จัดงานวันการศึกษาเอกชนจังหวัดเพชรบูรณ์ ครั้งที่ 3 ภายใต้แนวคิด “เสียสละ กล้าหาญ ชาญฉลาด ศาสตร์แห่งนครเพชบุระ” เพื่อเชิดชูเกียรติบุคลากรทางการศึกษา พร้อมมอบรางวัล “คนดีแห่งนครเพชรบูรณ์” สร้างขวัญกำลังใจแก่ครูและผู้บริหารสถานศึกษา ตลอดจนส่งเสริมความร่วมมือในการพัฒนาคุณภาพการศึกษาเอกชนในพื้นที่

เมื่อวันที่ 7 มีนาคม 2569 ที่หอประชุมเพชร โรงเรียนเพชรพิทยาคม อำเภอเมือง จังหวัดเพชรบูรณ์ ดร.บัณฑิต ครุฑางคะ นายกสมาคมโรงเรียนเอกชนจังหวัดเพชรบูรณ์ พร้อมคณะกรรมการจัดงาน ได้ร่วมกันจัดงานวันการศึกษาเอกชนจังหวัดเพชรบูรณ์ ครั้งที่ 3 เพื่อส่งเสริมความร่วมมือและพัฒนาศักยภาพการศึกษาเอกชนในจังหวัดเพชรบูรณ์ โดยมี นายกกชัย ฉายรัศมีกุล รองผู้ว่าราชการจังหวัดเพชรบูรณ์ เป็นประธานในพิธีเปิด พร้อมด้วยหัวหน้าส่วนราชการและบุคลากรทางการศึกษาเข้าร่วมอย่างพร้อมเพรียง อาทิ นางสาวสุภาพรรณ ทองพยงค์ ศึกษาธิการจังหวัดเพชรบูรณ์ ว่าที่พันตรี ดำริ ติยะวัฒน์ ผู้อำนวยการสำนักงานส่งเสริมการเรียนรู้ประจำจังหวัดเพชรบูรณ์ (สกร.) นายประธาน หาดยาว ผู้อำนวยการสำนักงาน สกสค.จังหวัดเพชรบูรณ์ และนายวิโรจน์ เข็มเหล็ก ผู้แทนนายกองค์การบริหารส่วนจังหวัดเพชรบูรณ์ รวมถึงผู้บริหารสถานศึกษา ครู และบุคลากรทางการศึกษาโรงเรียนเอกชนในจังหวัดเพชรบูรณ์เข้าร่วมในพิธี

ดร.บัณฑิต ครุฑางคะ นายกสมาคมโรงเรียนเอกชนจังหวัดเพชรบูรณ์ กล่าวว่า การจัดงานครั้งนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อรำลึกถึงความสำคัญของวันการศึกษาเอกชน และเพื่อสร้างขวัญกำลังใจให้แก่ผู้บริหาร ครู และบุคลากรทางการศึกษา พร้อมทั้งส่งเสริมความร่วมมือในการพัฒนาคุณภาพการศึกษาของโรงเรียนเอกชนในจังหวัดเพชรบูรณ์ให้มีความเข้มแข็งและก้าวหน้าต่อไป ภายในงานมีพิธีทางศาสนา การมอบเกียรติบัตรแก่ผู้สนับสนุนการจัดงาน และการมอบรางวัลเชิดชูเกียรติ “คนดีแห่งนครเพชรบูรณ์” เพื่อยกย่องบุคคลที่สร้างคุณประโยชน์ต่อวงการศึกษาและสังคม

นอกจากนี้ ในช่วงบ่ายยังมีการจัดการแข่งขันกีฬาเพื่อสร้างความสัมพันธ์ระหว่างผู้บริหาร ครู และบุคลากรโรงเรียนเอกชนในจังหวัดเพชรบูรณ์ โดยมีการแข่งขันทั้งกีฬาสากลและกีฬาพื้นบ้าน อาทิ ฟุตบอล วอลเลย์บอล และชักกะเย่อ ท่ามกลางบรรยากาศที่เป็นไปอย่างสนุกสนาน ก่อนจะปิดท้ายในช่วงค่ำด้วยการจัดงานเลี้ยงสังสรรค์ของคณะครูและบุคลากรโรงเรียนเอกชนในจังหวัดเพชรบูรณ์ เพื่อกระชับความสัมพันธ์และเสริมสร้างความสามัคคีในเครือข่ายการศึกษาเอกชนของจังหวัด.


มนสิชา คล้ายแก้ว รายงาน

มทภ.2 ลงพื้นที่เยี่ยมให้กำลังใจครอบครัว ร.ต. วสันต์ ขานหัวโทน วีรบุรุษทหารกล้า ผู้สละชีวิตเพื่อผืนแผ่นดินไทย

มทภ.2 ลงพื้นที่เยี่ยมให้กำลังใจครอบครัว ร.ต. วสันต์ ขานหัวโทน วีรบุรุษทหารกล้า ผู้สละชีวิตเพื่อผืนแผ่นดินไทย

วันที่ 7 มีนาคม 2569 เวลา 11.00 น. พลโท วีระยุทธ รักศิลป์ แม่ทัพภาคที่ 2 ลงพื้นที่เยี่ยมให้กำลังใจและแสดงความห่วงใยต่อครอบครัวของ ร้อยตรี วสันต์ ขานหัวโทน วีรบุรุษทหารกล้า ผู้สละชีวิตเพื่อผืนแผ่นดินไทย โดยมี พลตรี ประเสริฐ ข่าทิพย์พาที ผู้บัญชาการมณฑลทหารบกที่ 24 และ พันเอก ชิตวรรธน์ ฐิตสวัสดิ์ รองผู้บัญชาการมณฑลทหารบกที่ 24 พร้อมด้วยคณะผู้บังคับบัญชา และหัวหน้าส่วนราชการในพื้นที่ ร่วมเยี่ยมให้กำลังใจและตรวจเยี่ยมการดำเนินการสร้างบ้านพักอาศัยใหม่ ให้แก่ครอบครัวของทหารกล้า ณ บ้านเลขที่ 131 หมู่ 13 บ้านเทื่อม ตำบลเขือน้ำ อำเภอบ้านผือ จังหวัดอุดรธานี

ในการนี้ แม่ทัพภาคที่ 2 ได้สอบถามถึงความเป็นอยู่ พร้อมเน้นย้ำว่ากองทัพบกและหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง จะไม่ทอดทิ้งกำลังพลและครอบครัว อีกทั้งยังได้กล่าวแสดงความเสียใจและชื่นชมในความเสียสละของร้อยตรี วสันต์ ขานหัวโทน ซึ่งปฏิบัติหน้าที่ด้วยความกล้าหาญและจิตวิญญาณของทหารอาชีพ โดยยืนยันว่าความเสียสละของกำลังพลทุกนายจะได้รับการดูแลอย่างเหมาะสม และจะเป็นกำลังใจให้ครอบครัวสามารถก้าวผ่านช่วงเวลาที่ยากลำบากไปได้

ในการลงพื้นที่ในครั้งนี้สะท้อนถึงความห่วงใยของผู้บังคับบัญชาระดับนโยบายที่มีต่อกำลังพลและครอบครัว พร้อมตอกย้ำบทบาทของกองทัพบกในการดูแลสวัสดิการกำลังพลอย่างใกล้ชิดและต่อเนื่อง


พรพิพัฒน์ รายงาน

โรงพยาบาลค่ายกาวิละ รับการตรวจประเมินมาตรฐานนวดแผนไทย

เมื่อวันที่ 6 มีนาคม 2569 โรงพยาบาลค่ายกาวิละ ให้การต้อนรับคณะผู้ตรวจประเมินมาตร ฐานการให้บริการด้านการแพทย์แผนไทย โดยมี ภญ.อัญชญา ดุจจานุทัศน์ รองหัวหน้ากลุ่มงานการแพทย์แผนไทยและการแพทย์ทางเลือก พร้อมคณะ เดินทางมาตรวจเยี่ยมและประเมินมาตรฐานการให้บริการ นวดแผนไทย ของหน่วย เพื่อให้การดำเนินงานเป็นไปตามมาตรฐานวิชาชีพด้านการแพทย์แผนไทยอย่างถูกต้องและมีประสิทธิภาพ

การตรวจประเมินในครั้งนี้ เป็นไปตามข้อกำหนดมาตรฐานการประกอบวิชาชีพและการให้บริการด้านการแพทย์แผนไทย ซึ่งครอบคลุมสาขาหลัก ได้แก่ เวชกรรมไทย เภสัชกรรมไทย ผดุงครรภ์ไทย และหัตถเวชกรรมไทย โดยมุ่งเน้นให้สถานพยาบาลดำเนินการตามหลักวิชาการและมาตรฐานที่กำหนด ทั้งในด้านการบริหารจัดการ การให้บริการทางการแพทย์แผนไทย การใช้ตำรับยาไทย การนวดรักษา และการดูแลผู้รับบริการอย่างเหมาะสม

ทั้งนี้ ผู้ประกอบวิชาชีพด้านการแพทย์แผนไทยต้องได้รับ ใบอนุญาตประกอบวิชาชีพอย่างถูกต้องตามกฎหมาย มีการปฏิบัติงานตามแนวทางการรักษาที่อ้างอิงจากตำราการแพทย์แผนไทยและองค์ความรู้ดั้งเดิมที่ได้รับการรับรอง พร้อมทั้งมีระบบควบคุมคุณภาพและความปลอดภัยในการให้บริการ เพื่อให้ผู้รับบริการได้รับการดูแลรักษาที่มีมาตรฐาน

โอกาสนี้ คณะผู้ตรวจประเมินได้ลงพื้นที่ตรวจเยี่ยมการดำเนินงานของหน่วยบริการการแพทย์แผนไทยของโรงพยาบาลค่ายกาวิละ พร้อมทั้งให้คำแนะนำในการพัฒนาการให้บริการให้มีประสิทธิภาพยิ่งขึ้น โดยโรงพยาบาลค่ายกาวิละได้ให้ความสำคัญกับการพัฒนาคุณภาพการให้บริการด้านการแพทย์แผนไทย ควบคู่กับการแพทย์แผนปัจจุบัน เพื่อส่งเสริมสุขภาพ การรักษาโรค และการฟื้นฟูสมรรถภาพร่างกายของกำลังพล ครอบครัว และประชาชนที่มารับบริการ

การตรวจประเมินในครั้งนี้ นับเป็นอีกหนึ่งแนวทางสำคัญในการ ยกระดับมาตรฐานการให้บริการด้านการแพทย์แผนไทยของโรงพยาบาลค่ายกาวิละ ให้มีคุณภาพ ได้มาตรฐาน และสร้างความเชื่อมั่นแก่ผู้รับบริการ โดยมุ่งเน้นความปลอดภัย ประสิทธิภาพในการรักษา ตลอดจนการส่งเสริมสุขภาพและการฟื้นฟูสุขภาพอย่างยั่งยืน


นที มีเดช รายงาน

ราชเลขานุการในพระองค์พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ลงพื้นที่ติดตามโครงการพัฒนาคูคลองในเกาะรัตนโกสินทร์ และคลองแสนแสบ

ราชเลขานุการในพระองค์พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว พร้อม นายกรัฐมนตรี และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ลงพื้นที่ติดตามโครงการพัฒนาคูคลองในเกาะรัตนโกสินทร์ และคลองแสนแสบ

วันนี้ (6 มีนาคม 2569) พลอากาศเอก สถิตย์พงษ์ สุขวิมล ราชเลขานุการในพระองค์พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว พร้อมด้วย นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย และพลเอก อมฤต บุญสุยา ผู้ช่วยผู้บัญชาการทหารบก ผู้แทนผู้บัญชาการทหารบก ลงพื้นที่ตรวจติดตามความก้าวหน้า โครงการพัฒนาคูคลองในเกาะรัตนโกสินทร์และคลองแสนแสบ ณ คลองผดุงกรุงเกษม คลองมหานาค และคลองโอ่งอ่าง กรุงเทพมหานคร

เพื่อตรวจติดตามความก้าวหน้าโครงการพัฒนาคูคลองในเกาะรัตนโกสินทร์และคลองแสนแสบ ซึ่งเป็นโครงการในพระราชดำริตามพระบรมราโชบายของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว โดยมุ่งขับเคลื่อนการพัฒนาและฟื้นฟูภูมิทัศน์เมืองให้สอดคล้องกับการอนุรักษ์สิ่งแวดล้อมและวิถีชีวิตของประชาชนริมคลอง พลิกฟื้นลำน้ำสายสำคัญของประเทศ และยกระดับคุณ ภาพชีวิตของประชาชนอย่างยั่งยืน

การลงพื้นที่ครั้งนี้ คณะได้ลงเรือตรวจติดตามสภาพพื้นที่ ตั้งแต่บริเวณท่าเรือแยกหลาน หลวง ถนนกรุงเกษม เขตป้อมปราบศัตรูพ่าย ล่องไปตามเส้นทางคลองผดุงกรุงเกษม คลองมหานาค สะพานผ่านฟ้าลีลาศ และคลองโอ่งอ่าง ไปยังท่าเรือชั่วคราวข้างสะพานดำรงสถิต (สะพาน SCG) ถนนเจริญกรุง เขตสัมพันธวงศ์ ระยะทางประมาณ 2.6 กิโลเมตร

จากนั้นได้ร่วมรับฟังการบรรยายสรุปภาพรวมโครงการและความก้าวหน้าการดำเนินงาน อาทิ การพัฒนาโครงสร้างพื้นฐาน การจัดระเบียบพื้นที่ การปรับปรุงภูมิทัศน์ การปรับปรุงทางเท้า การจัดระเบียบฐานเสาไฟฟ้าและระบบแสงสว่าง ตลอดจนการส่งเสริมการท่องเที่ยวบริเวณรอบเมือง พร้อมให้ข้อเสนอแนะเพื่อพัฒนาโครงการให้เกิดประโยชน์ต่อประชาชนอย่างยั่งยืน

โครงการพัฒนาคูคลองในเกาะรัตนโกสินทร์และคลองแสนแสบ (คลองผดุงกรุงเกษม คลองมหานาค และคลองโอ่งอ่าง) เป็นโครงการภายใต้การขับเคลื่อนของศูนย์อำนวยการใหญ่จิตอาสาพระราชทาน ที่มอบหมายให้หน่วยงานภาครัฐร่วมดำเนินการ โดยมีกรุงเทพมหานคร ผ่านสำนักการระบายน้ำ เป็นหน่วยรับผิดชอบหลัก เพื่อแก้ไขปัญหาน้ำเน่าเสีย ฟื้นฟูสภาพแวดล้อมของคลอง และเพิ่มประสิทธิภาพการระบายน้ำเพื่อลดผลกระทบจากน้ำท่วมในช่วงฤดูฝน

ในส่วนของกองทัพบก ผู้บัญชาการทหารบก ในฐานะผู้อำนวยการศูนย์ประสานงานโครงการจิตอาสาพระราชทานกองทัพบก ได้มอบหมายหน่วยขึ้นตรงสนับสนุนการดำเนินงาน โดยมีกองทัพภาคที่ 1 และหน่วยนักศึกษาวิชาทหาร ร่วมปฏิบัติงานกับหน่วยงานท้องถิ่น ชุมชน และประชาชนจิตอาสา ในการพัฒนาคลอง ปรับปรุงภูมิทัศน์ และรณรงค์การรักษาความสะอาดของแหล่งน้ำในเขตเมือง

ที่ผ่านมา ได้มีการจัดกิจกรรมจิตอาสา “เราทำความ ดี ด้วยหัวใจ” เพื่อพัฒนาคูคลอง เก็บขยะ และปรับปรุงภูมิทัศน์อย่างต่อเนื่อง อาทิ การดำเนินกิจกรรม ณ คลองโอ่งอ่าง เมื่อเดือนธันวาคม 2568 ซึ่งสามารถจัดเก็บขยะได้กว่า 180 กิโลกรัม พร้อมทั้งสร้างการมีส่วนร่วมของประชาชนในพื้นที่ และปลูกจิตสำนึกในการอนุรักษ์คูคลองให้สะอาดและยั่งยืน


นที มีเดช รายงาน

สมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าสิริวัณณวรี นารีรัตนราชกัญญา เสด็จทอดพระเนตรนิทรรศการและการจัดแสดงผลงานภูมิปัญญาผ้าไทยและงานหัตถกรรมชุมชนภาคเหนือ ณ จังหวัดเชียงใหม่

สมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าสิริวัณณวรี นารีรัตนราชกัญญา เสด็จทอดพระเนตรนิทรรศการและการจัดแสดงผลงานภูมิปัญญาผ้าไทยและงานหัตถกรรมชุมชนภาคเหนือ ณ จังหวัดเชียงใหม่

วันนี้ (6 มีนาคม 2569) สมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าสิริวัณณวรี นารีรัตนราชกัญญา เสด็จทอดพระเนตรนิทรรศการและการจัดแสดงผลงานภูมิปัญญาผ้าไทยและงานหัตถกรรมชุมชนภาคเหนือ ซึ่งกรมการพัฒนาชุมชน กระทรวงมหาดไทย จัดขึ้น ณ หอประชุมมหาวิทยาลัยเชียงใหม่ ตำบลสุเทพ อำเภอเมืองเชียงใหม่ จังหวัดเชียงใหม่

โอกาสนี้ นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย พร้อมด้วย นางสาวธนนนท์ นิรามิษ ประธานกรรมการคู่สมรสคณะรัฐมนตรี และที่ปรึกษากิตติมศักดิ์สมาคมแม่บ้านมหาดไทย นางศุภจี สุธรรมพันธุ์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ นางสาวซาบีดา ไทยเศรษฐ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงวัฒนธรรม นางสาวศศิธร กิตติธรกุล รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงมหาดไทย นายอรรษิษฐ์ สัมพันธรัตน์ ปลัดกระทรวงมหาดไทย นายธีรพัฒน์ คัชมาตย์ อธิบดีกรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย นายสยาม ศิริมงคล อธิบดีกรมการพัฒนาชุมชน นายศรัญญู พูลลาภ อธิบดีกรมหม่อนไหม นางอรมน ทรัพย์ทวีธรรม อธิบดีกรมทรัพย์สินทางปัญญา ผู้ว่าราชการจังหวัดภาคเหนือ 17 จังหวัด ประธานแม่บ้านมหาดไทยจังหวัด ข้าราชการ สมาชิกแม่บ้านมหาดไทย คณะที่ปรึกษาโครงการ “ผ้าไทยใส่ให้สนุก” ผู้ประกอบการ และสมาชิกศิลปาชีพจากจังหวัดต่าง ๆ เฝ้ารับเสด็จ

เมื่อเสด็จเข้าสู่หอประชุมมหาวิทยาลัยเชียงใหม่ ได้ทอดพระเนตรนิทรรศการและการจัดแสดงผลงานภูมิปัญญาผ้าไทยและงานหัตถกรรมชุมชน จำนวน 30 กลุ่ม อาทิ กลุ่มผ้าปักด้วยมือ กลุ่มนายใจดี กลุ่มผ้าทอกะเหรี่ยงหล่ายแก้ว ห้องเสื้อเมย์ วิสาหกิจชุมชนโครเชต์บ้านป่าม่วง กลุ่มทอผ้าขนแกะไหมไทย ดารณีไหมไทย และกลุ่มอื่น ๆ

จากนั้น เสด็จประทับ ณ โต๊ะทรงงาน และพระราชทานพระอนุญาตให้กลุ่มศิลปาชีพเข้าเฝ้าทูลเกล้าทูลกระหม่อมถวายผลงานหัตถกรรมชุมชน พร้อมทั้งรับพระราชทานคำแนะนำ โดยกลุ่มศิลปาชีพจากแต่ละจังหวัดได้น้อมนำแนวพระดำริของสมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าสิริวัณณวรี นารีรัตนราชกัญญา มารังสรรค์เป็นผลงานหลากหลายรูปแบบ อาทิ ชุดผ้าปูโต๊ะ ผ้ารองจาน และปลอกหมอน ซึ่งประดับตกแต่งด้วยลายผ้าพระราชทาน “ผ้าลายสิริราชพัสตราภรณ์” อย่างประณีตงดงาม อันเป็นการต่อยอดภูมิปัญญาผ้าไทย สร้างงาน สร้างรายได้ และยกระดับคุณภาพชีวิตของประชาชนในชุมชนให้มีความมั่นคงอย่างยั่งยืน


นที มีเดช รายงาน