กกต.กาญจน์ เดินหน้าลุย ทำกิจกรรม ตามหมู่บ้าน ในถิ่นทุรกันดารที่ห่างไกลจากความเจริญ สร้างความรู้ความเข้าใจ รณรงค์ หมู่บ้านไม่ขายเสียง

กกต.กาญจน์ เดินหน้าลุย ทำกิจกรรม ตามหมู่บ้าน ในถิ่นทุรกันดารที่ห่างไกลจากความเจริญ สร้างความรู้ความเข้าใจ รณรงค์ หมู่บ้านไม่ขายเสียง

เมื่อวันที่ 9 กรกฎาคม 2569 ที่ ผ่านมา ร้อยตำรวจเอก พงศ์บัณฑิต ปิ่นสุวรรณ ผอ.สำนักงานคณะกรรมการการเลือกตั้งประจำจังหวัดกาญจนบุรี พร้อมด้วย นายธนกฤต สนองสืทธิ์ พนักงานการเลือกตั้งชำนาญการ ฯ และเจ้าหน้าที่คณะสำนักงานคณะกรรมการการเลือกตั้งประจำจังหวัดกาญจนบุรี ได้ลงพื้นที่ หมู่บ้านโบอ่อง หมู่ที่ 2 ตำบลปิล๊อค อำเภอทองผาภูมิ จังหวัดกาญจนบุรี เป็นถิ่นทุรกันดาร ที่ห่างไกลจากความเจริญ ขึ้นรถลงเรือหลายต่อ กว่าจะถึงหมู่บ้านดังกล่าว แต่คณะสำนักงานคณะกรรมการการเลือกตั้งประจำจังหวัดกาญจนบุรี ก็ยังมุ่งมั่น เพื่อไปดำเนินการ ทำกิจกรรมรณรงค์ ตามหมู่บ้านไม่ขายเสียง ประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2569

ทั้งนี้เพื่อเป็นการสร้างความรู้ความเข้าใจ ให้กับชาวบ้านในการเลือกตั้ง และรณรงค์ ในการไม่ซื้อสิทธิ์ไม่ขายเสียงเป็นสิ่งที่ผิดกฎหมาย โดยมีชาวบ้านมาให้การต้อนรับ คณะกรรมการการเลือกตั้งประจำจังหวัดกาญจนบุรี และได้เป็นวิทยากร ร่วมกันบรรยาย ให้ชาวบ้านได้ตระหนักรู้


ทีมข่าวภาคตะวันตก

ศาสตราจารย์ ดร.สมเด็จเจ้าฟ้า ฯ กรมพระศรีสวางควัฒน วรขัตติยราชนารี พระราชทานพระวโรกาสให้คณะผู้แทนกองทัพบก เข้าเฝ้าฯ ถวายรายงานผลโครงการสนับสนุน “กองทุนหทัยทิพย์”

ศาสตราจารย์ ดร.สมเด็จพระเจ้าน้องนางเธอ เจ้าฟ้าจุฬาภรณวลัยลักษณ์ อัครราชกุมารี กรมพระศรีสวางควัฒน วรขัตติยราชนารี พระราชทานพระวโรกาสให้คณะผู้แทนกองทัพบกเข้าเฝ้าฯ ถวายรายงานผลโครงการสนับสนุน “กองทุนหทัยทิพย์” กองทัพบก สร้างหลุมหลบภัย 10 แห่ง และหลุมบุคคลคู่ 328 แห่ง แล้วเสร็จตามแผน พร้อมเตรียมดำเนินโครงการระยะที่ 3 เพื่อเสริมความปลอดภัยตามแนวชายแดนไทย–กัมพูชา

วันนี้ (10 กรกฎาคม 2569) เวลา 14.00 น. ศาสตราจารย์ ดร.สมเด็จพระเจ้าน้องนางเธอ เจ้าฟ้าจุฬาภรณวลัยลักษณ์ อัครราชกุมารี กรมพระศรีสวางควัฒน วรขัตติยราชนารี พระราชทานพระวโรกาสให้ คุณหญิงจรัสศรี ทีปิรัช รองประธานสถาบันวิจัยจุฬาภรณ์ ฝ่ายบริหารและผู้อำนวยการสำนักองค์ประธาน นำ พลเอก อานุภาพ ศิริมนฑล หัวหน้าคณะนายทหาร ฝ่ายเสนาธิการ ประจำผู้บังคับบัญชา/หัวหน้าคณะทำงานโครงการสนับสนุน “กองทุนหทัยทิพย์” กองทัพบก ในฐานะผู้แทน พลเอก พนา แคล้วปลอดทุกข์ ผู้บัญชาการทหารบก นำคณะผู้แทนกองทัพบกเข้าเฝ้าฯ ถวายรายงานผลโครงการสนับสนุน “กองทุนหทัยทิพย์” กองทัพบก ณ อาคารอัครราชกุมารี โรงพยาบาลจุฬาภรณ์ เขตหลักสี่ กรุงเทพมหานคร

สืบเนื่องจากสถานการณ์ความไม่สงบตามแนวชายแดนไทย–กัมพูชา ซึ่งส่งผลกระทบต่อความปลอดภัยในชีวิตและทรัพย์สินของประชาชน รวมถึงกำลังพลผู้ปฏิบัติหน้าที่พิทักษ์รักษาอธิปไตยของชาติ

ศาสตราจารย์ ดร.สมเด็จพระเจ้าน้องนางเธอ เจ้าฟ้าจุฬาภรณวลัยลักษณ์ อัครราชกุมารี กรมพระศรีสวางควัฒน วรขัตติยราชนารี ทรงมีพระเมตตาและพระปณิธานอันแน่วแน่ในการบำบัดทุดทุกข์ บำรุงสุข และเสริมสร้างความมั่นคงปลอดภัยแก่พสกนิกร จึงทรงมีพระดำริในการจัดตั้ง “กองทุนหทัยทิพย์” ภายใต้มูลนิธิจุฬาภรณ์ เพื่อสนับสนุนการเสริมสร้างความมั่นคงปลอด ภัยแก่ประชาชนและกำลังทหารตามพื้นที่ชายแดน อันเป็นจุดเริ่มต้นของศูนย์รวมแห่งน้ำใจ และความห่วงใยจากทุกภาคส่วน ในการร่วมกันเสริมสร้างความปลอดภัยและความมั่นคงให้แก่ประเทศชาติ

โดยเมื่อวันที่ 14 ตุลาคม 2568 ศาสตราจารย์ ดร.สมเด็จพระเจ้าน้องนางเธอ เจ้าฟ้าจุฬาภรณวลัยลักษณ์ อัครราชกุมารี กรมพระศรีสวางควัฒน วรขัตติยราชนารี ทรงมีพระกระแสรับสั่งให้กองทัพบกเร่งดำเนินการจัดสร้างหลุมหลบภัยสำหรับประชาชน และหลุมบุคคลคู่สำหรับกำ ลังพล เพื่อเป็นที่กำบังและที่หลบภัยในยามฉุกเฉิน

กองทัพบกจึงได้จัดตั้ง โครงการสนับสนุน “กองทุนหทัยทิพย์” กองทัพบก เพื่อขับเคลื่อนโครงการ ตลอดจนกำกับดูแลและควบคุมการออกแบบและการก่อสร้างให้เป็นไปตามพระประสงค์ โดยได้รับงบประมาณสนับสนุนรวมทั้งสิ้น 51,813,600 บาท สำหรับดำเนินการก่อ สร้าง ครอบคลุมพื้นที่ตามแนวชายแดนไทย–กัมพูชา ในจังหวัดสระแก้ว บุรีรัมย์ สุรินทร์ ศรีสะเกษ และอุบลราชธานี

ตลอดการดำเนินงาน กองทัพบกยึดมั่นในหลักวิชาการ วิศวกรรม และมาตรฐานความปลอด ภัยสูงสุด โดยหลุมหลบภัยสำหรับประชาชนได้รับการออกแบบให้มีโครงสร้างที่สามารถป้องกันอันตรายจากอาวุธและสะเก็ดระเบิด พร้อมระบบไฟฟ้าและการระบายอากาศ ขณะที่หลุมบุคคลคู่ได้รับการออกแบบให้เป็นที่มั่นกำบังเพิ่มความปลอดภัย และสามารถใช้เป็นจุดตรวจการณ์ เสริมประสิทธิภาพในการเฝ้าระวังสถานการณ์ตามแนวชายแดนได้อย่างมีประ สิทธิภาพ

ผลการดำเนินงานในระยะที่ 1 และระยะที่ 2 กองทัพบกได้ก่อสร้างหลุมหลบภัยสำหรับประชา ชน ขนาดความจุ 40 คน จำนวน 10 แห่ง ในพื้นที่กองทัพภาคที่ 1 จำนวน 3 แห่ง และกองทัพภาคที่ 2 จำนวน 7 แห่ง และได้ดำเนินการก่อสร้างที่มั่นกำบังหรือหลุมบุคคลคู่สำหรับกำลังพล จำนวน 328 แห่ง ในพื้นที่กองทัพภาคที่ 1 จำนวน 72 แห่ง และกองทัพภาคที่ 2 จำนวน 256 แห่ง ปัจจุบันการดำเนินงานก่อสร้างได้แล้วเสร็จสมบูรณ์ตามเป้าหมายที่กำหนด และบรรลุตามวัตถุประสงค์ของโครงการอย่างเป็นรูปธรรม

ในโอกาสนี้ ศาสตราจารย์ ดร.สมเด็จพระเจ้าน้องนางเธอ เจ้าฟ้าจุฬาภรณวลัยลักษณ์ อัครราชกุมารี กรมพระศรีสวางควัฒน วรขัตติยราชนารี ได้มีพระกระแสรับสั่งให้กองทัพบกดำเนินการก่อสร้างหลุมหลบภัยสำหรับประชาชนในหมู่บ้านตามแนวชายแดน และหลุมบุคคลคู่สำหรับกำลังพลในระยะที่ 3 ตามแผนการดำเนินงานที่กำหนดไว้ เพื่อให้การดำเนินโครงการเป็นไปอย่างต่อเนื่อง

จากพระเมตตาสู่การปฏิบัติ จากพระราชทานสู่การเสริมสร้างความปลอดภัยและความมั่นคงให้แก่ประชาชนตามแนวชายแดน “กองทุนหทัยทิพย์” จึงเป็นพลังสำคัญที่สร้างความอุ่นใจ ความมั่นคง และคุณภาพชีวิตที่ดีให้แก่ประชาชน

กองทัพบกขอน้อมสำนึกในพระกรุณาธิคุณอย่างหาที่สุดมิได้ และจะมุ่งมั่นปฏิบัติหน้าที่ด้วยความจงรักภักดี ความเสียสละ และความรับผิดชอบอย่างสูงสุด เพื่อพิทักษ์และปกป้องชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์ ตลอดจนดูแลความปลอดภัยและความผาสุกของประชาชน พร้อมธำรงไว้ซึ่งความมั่นคงของประเทศชาติให้ดำรงสืบไป


ศูนย์ประชาสัมพันธ์กองทัพบก โดยทีมโฆษกกองทัพบก

ผู้แทนพระองค์ วางพวงมาลาวันคล้ายวันสวรรคตสมเด็จพระนารายณ์มหาราช

จังหวัดลพบุรี – องคมนตรี เป็นผู้แทนพระองค์วางพวงมาลาถวายราชสักการะพระ บรมราชานุสาวรีย์สมเด็จพระนารายณ์มหาราช เนื่องในวันคล้ายวันสวรรคตสมเด็จพระนารายณ์มหาราช ที่ จังหวัดลพบุรี

วันที่ 11 กรกฎาคม 2569 เวลา 10.00 น. พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าให้ พลเอก เฉลิมชัย สิทธิสาท องคมนตรี เป็นผู้แทนพระองค์ นำพวงมาลาพระราชทานของพระบาทสมเด็จพระวชิรเกล้าเจ้าอยู่หัว และพวงมาลาของสมเด็จพระนางเจ้าสุทิดา พัชรสุธาพิมลลักษณ พระบรมราชินี ถวายราชสักการะต่อเบื้องหน้าพระบรมราชานุสาวรีย์ สมเด็จพระนารายณ์มหาราช ณ วงเวียนเทพสตรี จังหวัดลพบุรี

ทั้งนี้ เพื่อเทิดทูน และสำนึกในพระมหากรุณาธิคุณของสมเด็จพระนารายณ์มหาราช ที่ทรงบำเพ็ญพระราชกรณียกิจในด้านต่างๆ นานัปการ โดยเฉพาะอย่างยิ่งพระราชกรณียกิจด้านการเจริญสัมพันธไมตรีกับต่างประเทศ ยังความเจริญแก่สยามประเทศ ทั้งด้านการศึกษา วิทยาศาสตร์ การค้าและสถาปัตยกรรม โดยเมืองลพบุรี เมื่อครั้งรัชสมัยสมเด็จพระนารายณ์มหาราช มีความทันสมัย สวยงาม เป็นเมืองรับรองคณะทูตานุทูตจากต่างประเทศหลายคณะ และทรงเป็นเอกอัครศาสนูปถัมภกศาสนาต่างๆ โดยเท่าเทียม

ในการนี้ นายภัทรพงศ์ ภัทรประสิทธิ์ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงคมนาคม ได้เป็นผู้แทนนายกรัฐมนตรี วางพวงมาลาของนายกรัฐมนตรีและคณะรัฐมนตรี โดยมี นายวีรพงศ์ ฤทธิ์รอด ผู้ว่าราชการจังหวัดลพบุรี ได้นำผู้แทนกระทรวงต่างๆ ในพื้นที่จังหวัดลพบุรี ร่วมกระทำพิธีถวายพวงมาลาราชสักการะและกล่าวถวายราชสดุดีสมเด็จพระนารายณ์มหาราช โดยพร้อมเพรียงกัน

สมเด็จพระนารายณ์มหาราช ถือเป็นพระมหากษัตริย์ลำดับที่ 27 แห่งกรุงศรีอยุธยา พระราชสมภพเมื่อวันจันทร์เดือนยี่ ปีวอก พุทธศักราช 2175 หลังจากเสวยราชสมบัติที่กรุงศรีอยุธยาได้ประมาณ 10 ปี ทรงมีพระราชดำริให้สถาปนาเมืองเก่า คือ เมืองลวธานี หรือลพบุรีในปัจจุบัน เป็นราชธานีที่สอง และเสด็จแปรพระราชฐานมาประทับที่ลพบุรี เป็นประจำทุกปี ปีละประมาณ 8 เดือน สมเด็จพระนารายณ์มหาราช ทรงเสด็จสวรรคต เมื่อวันที่ 11 กรกฎาคม 2231 สิริพระชนมายุ 56 พรรษา โดยคณะรัฐมนตรี ได้มีมติเมื่อวันที่ 5 ตุลาคม 2553 กำหนดให้วันที่ 11 กรกฎาคมของทุกปีเป็นวันรัฐพิธี โดยไม่ถือเป็นวันหยุดราชการ


กฤษณ์ สนใจ ลพบุรี 0890899090

หน้าฝน ผู้การโคราช สั่งลุยสกัดยาเสพติด พบเยาวชนอายุ 10 ปี ตกเป็นเหยื่อ เร่งขยายผลถึงต้นตอ ยึดทรัพย์ตัดวงจร

หน้าฝน ผู้การโคราช สั่งลุยสกัดยาเสพติด พบเยาวชนอายุ 10 ปี ตกเป็นเหยื่อ เร่งขยายผลถึงต้นตอ ยึดทรัพย์ตัดวงจร

เมื่อวันเสาร์ที่ 11 กรกฎาคม 2569 พล.ต.ต.ณรงค์ศักดิ์ พรหมทา ผู้บังคับการตำรวจภูธรจังหวัดนครราชสีมา เปิดเผยถึงมาตรการป้องกันและปราบปรามยาเสพติดในช่วงฤดูฝน ซึ่งเป็นช่วงที่ขบวนการค้ายาเสพติดมักอาศัยสภาพอากาศและเส้นทางผ่านพื้นที่จังหวัดนคร ราชสีมา ลำเลียงยาเสพติดเข้าสู่กรุงเทพมหานครและจังหวัดชั้นใน โดยยอมรับว่าแม้ฝนตกและฝนฟ้าคะนองจะเป็นอุปสรรคต่อการตั้งจุดตรวจจุดสกัดของเจ้าหน้าที่ตำรวจ แต่สำนัก งานตำรวจแห่งชาติได้กำชับให้ทุกหน่วยเพิ่มความเข้มข้นในการปฏิบัติงานอย่างต่อเนื่อง ภายใต้ปฏิบัติการเร่งรัดกวาดล้างยาเสพติด 90 วัน

พล.ต.ต.ณรงค์ศักดิ์ กล่าวว่า การปราบปรามยาเสพติดในปัจจุบันไม่ได้พึ่งพาเพียงการตั้งด่านตรวจเท่านั้น แต่เน้นการทำงานเชิงรุกด้านการสืบสวนและการข่าว เพื่อขยายผลไปถึงเครือข่าย ผู้สั่งการ และต้นทางของการลำเลียงยาเสพติด โดยอาศัยข้อมูลจากสายข่าวและฐานข้อมูลยานพาหนะที่มีพฤติการณ์ต้องสงสัย ทำให้สามารถติดตามเป้าหมายได้อย่างแม่นยำ พร้อมเฝ้าระวังรถที่มีการใช้เส้นทางผ่านจังหวัดนครราชสีมาในลักษณะผิดปกติอย่างใกล้ชิด

ผลการดำเนินงานที่ผ่านมา เจ้าหน้าที่สามารถจับกุมผู้กระทำความผิดเกี่ยวกับยาเสพติดได้อย่างต่อเนื่องเกือบทุกวัน พร้อมขยายผลจากผู้ต้องหาไปสู่เครือข่ายรายใหญ่ รวมถึงดำเนินการยึดทรัพย์และดำเนินคดีฐานฟอกเงิน เพื่อทำลายโครงสร้างและตัดวงจรทางการเงินของขบวนการค้ายาเสพติดอย่างเป็นระบบ

ผู้บังคับการตำรวจภูธรจังหวัดนครราชสีมา ยังแสดงความเป็นห่วงสถานการณ์การแพร่ระบาดของยาเสพติดในกลุ่มเด็กและเยาวชน ซึ่งพบว่าผู้ที่เข้าไปเกี่ยวข้องมีอายุน้อยลงอย่างต่อเนื่อง โดยมีสาเหตุจากสิ่งยั่วยุและสื่อที่ทำให้เกิดความอยากรู้อยากลอง จึงขอความร่วมมือจากผู้ปกครอง ครอบครัว โรงเรียน และครูอาจารย์ ร่วมกันสอดส่องดูแลและสร้างภูมิคุ้มกันให้กับเด็กและเยาวชน เพื่อป้องกันไม่ให้เข้าไปยุ่งเกี่ยวกับยาเสพติดตั้งแต่ต้น เพราะเมื่อเข้าสู่กระบวนการของเจ้าหน้าที่ตำรวจแล้ว ย่อมหมายถึงการดำเนินคดีตามกฎหมาย ซึ่งเป็นสิ่งที่ไม่มีใครอยากให้เกิดขึ้น

ทั้งนี้ จากสถิติการจับกุมที่ผ่านมา พบว่ามีเยาวชนอายุเพียง 10-15 ปี เข้าไปเกี่ยวข้องกับยาเสพติด และบางกรณียังพบผู้มีอายุน้อยกว่านั้น แม้จะมีจำนวนไม่มาก แต่ถือเป็นสัญญาณเตือนที่ทุกภาคส่วนต้องร่วมกันเฝ้าระวังและเร่งป้องกันอย่างจริงจัง เพื่อไม่ให้ปัญหายาเสพติดขยายวงกว้างในกลุ่มเด็กและเยาวชนต่อไป.


กันตินันท์ ผู้สื่อข่าวนครราชสีมา

นักท่องเที่ยวคึกคัก ประเพณีแข่งขันเรือยาว ของดีอำเภอบ้านหมี่

จังหวัดลพบุรี – อำเภอบ้านหมี่ จังหวัดลพบุรี จัดงานสืบสานประเพณีแข่งขันเรือยาว และเทศกาลของดีบ้านหมี่ ประจำปี 2569 โชว์อัตลักษณ์ “ เมืองอู่ข้าวอู่น้ำ วัฒนธรรมล้ำค่า แดนผ้ามัดหมี่ สตรีแสนงาม ” เพื่อส่งเสริมการท่องเที่ยวของไทย 10- 19 กรกฎาคม นี้

วันที่ 11 กรกฎาคม 2569 ที่ เวทีกลางสวนสาธารณะเฉลิมพระเกียรติ ตำบลบ้านกล้วย อำเภอบ้านหมี่ จังหวัดลพบุรี นายปรัชญา เปปะตัง รองผู้ว่าราชการจังหวัดลพบุรี เป็นประธานในการเปิดงานประเพณีแข่งขันเรือยาวและเทศกาลของดีบ้านหมี่ ประจำปี 2569 โชว์อัตลักษณ์ “ เมืองอู่ข้าวอู่น้ำ วัฒนธรรมล้ำค่า แดนผ้ามัดหมี่ สตรีแสนงาม ” เพื่อส่งเสริมการท่องเที่ยวของไทย โดยมีนายเจตน์พงศ์ โชคสวัสดิ์วรกุล นายอำเภอบ้านหมี่ นางสวามินี อิสระทะ ประชา สัมพันธ์จังหวัดลพบุรี พร้อมด้วย ดร.สุชาติ ลายน้ำเงิน ประธานมูลนิธิน้ำสะอาดเพื่อชีวิต ตลอดจน หัวหน้าส่วนราชการ และหน่วยงานองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นในพื้นที่อำเภอบ้าน หมี่ และประชาชนผู้สนใจเข้าร่วมงานเป็นจำนวนมาก

สำหรับการจัดประเพณีแข่งขันเรือยาวประเพณี และเทศกาลของดีบ้านหมี่ ประจำปี 2569 เมืองอู่ข้าวอู่น้ำ วัฒนธรรมล้ำค่า แดนผ้ามัดหมี่ สตรีแสนงามกำหนดจัดขึ้น ระหว่างวันที่ 10-19 กรกฎาคม 2569 รวม 10 วัน 10 คืน เพื่อเป็นการส่งเสริมการมีส่วนร่วมของทุกภาคส่วนที่จะร่วมกันอนุรักษ์วัฒนธรรมประเพณีอันดีงามของท้องถิ่น อีกทั้งกระตุ้นเศรษฐกิจในพื้นที่อำเภอบ้านหมี่ และเป็นการเพิ่มพูนความรู้รักสามัคคี ให้เกิดขึ้นในระหว่างชุมชนในแต่ละตำบลของอำเภอบ้านหมี่

สำหรับ การจัดกิจกรรมงานประเพณีแข่งขันเรือยาวและเทศกาลของดีบ้านหมี่ ประจำปี 2569 ไฮไลน์คือการแข่งขันเรือยาว 12 ฝีพาย ซึ่งมีเรือเข้าร่วมแข่งขันจำนวน 16 ลำ เป็นกีฬาทางน้ำที่สะท้อนถึงวิถีชีวิตความผูกพันกับสายน้ำและความสามัคคีของคนในชุมชน ซึ่งบรรยา กาศการประชันฝีพายเต็มไปด้วยความสนุกสนานเร้าใจท่ามกลางเสียงเชียร์ของนักท่องเที่ยวที่หลั่งไหลมาร่วมงานอย่างเนืองแน่นในทุก ๆ ปี นอกจากนี้ยังมีการจัดการประกวดสาวงามบ้านหมี่ ซึ่งสาวงาม แต่ละคน ได้ผ่านการคัดเลือกให้เป็นตัวแทนในแต่ละตำบลของอำเภอบ้านหมี่มาประชันความงามอีกด้วย รวมถึงการเดินแบบผ้าไทยการกุศล , การแสดงทางวัฒนธรรมของกลุ่มชาติพันธุ์ไทยจีน กลุ่มชาติพันธุ์ไทยลุ่มน้ำ กลุ่มชาติพันธุ์ไทยยวน กลุ่มชาติพันธุ์ลาวแง้ว ลาวหลวงชาติพันธุ์ไทยพวน การออกร้านชมรมแม่บ้านมหาดไทยอำเภอบ้านหมี่ และการจำหน่ายสินค้า OTOP

จึงขอเชิญชวนทุกท่านเที่ยวงานประเพณีแข่งขันเรือยาวและเทศกาลของดีบ้านหมี่ประจำปี 2569 ระหว่างวันที่ 10-19 กรกฎาคม 2559 เที่ยวชมฟรีตลอดการจัดงาน


กฤษณ์ สนใจ ลพบุรี 0890899090

สภ.เมืองเชียงใหม่ จับกุม นนท.ชาวต่างชาติพ่นสีสเปรย์ในที่สาธารณะ และรั้วโรงเรียน ดำเนินคดีเปรียบเทียบปรับและชดใช้ค่าใช้เสียหาย

สภ.เมืองเชียงใหม่ จับกุม นนท.ชาวต่างชาติพ่นสีสเปรย์ในที่สาธารณะ และรั้วโรงเรียน ดำเนินคดีเปรียบเทียบปรับและชดใช้ค่าใช้เสียหาย

11 ก.ค. 2569 เวลา 00.40 น. พ.ต.อ.ปรัชญา ทิศลา ผกก.สภ.เมืองเชียงใหม่, พ.ต.ท.ทัตตวีย์ ด่านพิทักษ์ตระกูล รอง ผกก.ป.สภ.เมืองเชียงใหม่, พ.ต.ท.วิษณุ นวนมุสิด สวป.สภ.เมืองเชียงใหม่ ได้รับแจ้งเหตุจากพลเมืองดี ว่าพบเห็นชาวต่างชาติ กำลังใช้สีสเปรย์พ่นบริเวณรั้วโรงเรียนแห่งหนึ่ง ในตัวเมืองเชียงใหม่ จึงได้นำกำลังไปตรวจสอบตามรับแจ้ง ร.ต.อ. ชัชวาลย์ ตันตา รอง สวป.ฯ(ร้อยเวร 20) พร้อมด้วยเจ้าหน้าที่ตำรวจสายตรวจ เดินทางไปตรวจสอบ

เมื่อไปถึงพบชาวต่างชาติจำนวน 2 คนกำลังพ่นสีสเปรย์อยู่ จึงได้แสดงตัวและให้หยุดการพ่นสีสเปรย์ จากการสอบถามทราบชื่อ

  1. Mr.Elliot อายุ 32 ปี สัญชาติอังกฤษ
  2. Mr.Keegan อายุ 27 ปี สัญชาตินิวซีแลนด์

จากนั้นจึงได้แจ้งข้อกล่าวหาและ ควบคุมตัวทั้ง 2 คน นำส่งพนักงานสอบสวน ตาม พ.ร.บ. ความสะอาดและความเป็นระเบียบเรียบร้อยของบ้านเมือง พ.ศ. 2535 และฉบับแก้ไขเพิ่มเติม“ ผู้ใดขูด กระเทาะ ขีด เขียน พ่นสี หรือทำให้ปรากฏด้วยประการใดๆ ซึ่งข้อความ ภาพ หรือรูปรอยใดๆ บนกำแพงหรือติดกับถนน บน ถนน ต้นไม้ หรือส่วนหนึ่งส่วนใดของอาคารที่อยู่ติดกับถนนหรือในที่สาธารณะ” นำส่ง พงส.ฯ ดำเนินคดีตามกฎหมาย ทาง พงส.ฯ ได้เปรียบเทียบปรับ คนละ 3,000 บาท

ทั้งนี้ นาย Elliot และนาย Keegan ได้กล่าวขอโทษ เนื่องจากทำไปด้วยความคึกคะนองและสัญญาว่าจะไม่ทำอีกต่อไปและยินยอมชดใช้ค่าเสียหาย ได้ชดใช้ค่าเสียหายให้กับทางโรงเรียน จำนวน 4,000 บาท


นที มีเดช รายงาน

เชียงใหม่ จัดพิธีวันที่ระลึกคล้ายวันสวรรคต “สมเด็จพระนารายณ์มหาราช” ประจำปี 2569

จังหวัดเชียงใหม่ จัดพิธีวันที่ระลึกคล้ายวันสวรรคต “สมเด็จพระนารายณ์มหาราช” ประจำปี 2569

วันนี้ (11 ก.ค. 69) ที่หอประชุมเฉลิมพระเกียรติ 80 พรรษา องค์การบริหารส่วนจังหวัดเชียง ใหม่ นายรัฐพล นราดิศร ผู้ว่าราชการจังหวัดเชียงใหม่ นำข้าราชการพลเรือน ศาล ทหาร ตำรวจ เจ้านายฝ่ายเหนือ และพสกนิกรจังหวัดเชียงใหม่ ร่วมพิธีวันที่ระลึกคล้ายวันสวรรคต “สมเด็จพระนารายณ์มหาราช” โดยผู้ว่าราชการจังหวัดเชียงใหม่ ได้วางพวงมาลาถวายราชสักการะในนามของประชาชนจังหวัดเชียงใหม่ทุกหมู่เหล่า พร้อมกล่าวถวายราชสดุดีเฉลิม พระเกียรติสมเด็จพระนารายณ์มหาราช เบื้องหน้าพระบรมสาทิสลักษณ์ เพื่อแสดงความจงรักภักดีและน้อมสำนึกในพระมหากรุณาธิคุณ

สมเด็จพระนารายณ์มหาราชเสด็จขึ้นครองราชย์สมบัติ เป็นพระมหากษัตริย์พระองค์ที่ 27 แห่งกรุงศรีอยุธยา ทรงสร้างความรุ่งเรืองและความยิ่งใหญ่ให้แก่กรุงศรีอยุธยาในด้านต่าง ๆ ไว้นานัปการ ทรงเป็นกษัตริย์นักรบผู้กล้าหาญ ปกครองอาณาราษฎรด้วยทศพิธราชธรรมโดยเฉพาะอย่างยิ่งพระราชกรณียกิจที่เกี่ยวกับการเจริญสัมพันธไมตรีกับต่างประเทศ ทรงเป็นพระมหากษัตริย์เพียงพระองค์เดียวในบูรพาประเทศที่เป็นมิตรและสนิทสนมกับชาวยุโรปที่ต่างมุ่งหวังครอบครองอาณาจักรสยาม และด้วยพระปรีชาญาณทรงตัดสินพระทัยเลือกเจริญสัมพันธไมตรีอย่างแน่นแฟ้นกับประเทศฝรั่งเศส ดำเนินการทางการทูตด้วยความละเอียด สุขุม รอบคอบ ทรงจัดให้มีการแลกเปลี่ยนทูต นับได้ว่าทรงบรรลุจุดสูงสุดของการทูตไทยในสมัยกรุงศรีอยุธยา ซึ่งการกระชับสัมพันธไมตรีกับประเทศต่าง ๆ ในยุโรป ส่งผลให้เกิดการรับเอาอารยธรรมเข้ามาในประเทศ ยังความเจริญในด้านการศึกษาวิทยาศาสตร์ การค้า และสถาปัตยกรรมแก่สยามประเทศ


นที มีเดช รายงาน

พิธีส่งมอบบ้านตามโครงการ “สร้างบ้านให้ทหารกองประจำการ” เพื่อถวายเป็นพระราชกุศลแด่พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว

พิธีส่งมอบบ้านตามโครงการ “สร้างบ้านให้ทหารกองประจำการ” เพื่อถวายเป็นพระราชกุศลแด่พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว

พลตรี มงคล หอทอง ผู้บัญชาการกองพลทหารราบที่ 3 เป็นประธานในพิธีส่งมอบบ้านให้กับ พลทหาร ชัยชนะ กินะเริง ทหารใหม่ ผลัดที่ 1/69 ณ บ้านดอนเขียว ต.ท่าบ่อ อ.ท่าบ่อ จ.หนองคาย ตาม “โครงการสร้างบ้านให้ทหารกองประจำการ” เพื่อถวายเป็นพระราชกุศลแด่พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว เนื่องในโอกาสมหามงคลเฉลิมพระชนมพรรษา 28 กรกฎาคม 2569 ทรงเจริญพระชนมพรรษา 74 พรรษา

การส่งมอบบ้านในวันนี้ เกิดขึ้นจากความห่วงใยในสวัสดิการของกำลังพล โดย พันโท สันติพงษ์ ทองวิเศษ ผู้บังคับหน่วย ร.13 พัน.3 และ คุณสรัญญา ทองวิเศษ ประธาน สม.ทบ. สาขา ร.13 พัน.3 ร่วมกับเทศบาลเมืองท่าบ่อ ผู้นำชุมชน และประชาชน ได้ร่วมกันซ่อมแซมบ้านพักอาศัยของพลทหารชัยชนะ ซึ่งเป็นทหารใหม่ที่มีจิตอาสา ประพฤติดี ไม่ยุ่งเกี่ยวกับยาเสพติด แต่เดิมมีที่อยู่อาศัยไม่มั่นคง ให้กลับมาแข็งแรง ปลอดภัย พร้อมมอบเครื่องอุปโภคบริโภคช่วยเหลือครอบครัว

ขอขอบคุณผู้สนับสนุนงบประมาณและผู้อยู่เบื้องหลังความสำเร็จทุกภาคส่วน: นายกเทศบาลเมืองท่าบ่อ, ครอบครัวร้อยตรี วสันต์ ขานหัวโทน, บริษัท โรโตแมชชีน เอ็นจิเนียริ่ง จำกัด, บริษัท เฮงเจริญ คอนกรีต 999 จำกัด และประธานชมรมกำลังสำรองแห่งประเทศไทย พื้นที่กองทัพภาค 2 พร้อมคณะ ที่ร่วมเติมเต็มรอยยิ้มและสร้างคุณภาพชีวิตที่ดีให้กับน้องคนเล็กของกองทัพบกในครั้งนี้


พรพิพัฒน์ รายงาน

รองเสนาธิการทหารบก รับการเยี่ยมคำนับจากผู้ช่วยทูตทหารสเปนประจำประเทศไทย ในโอกาสอำลาเมื่อครบวาระการปฏิบัติหน้าที่

รองเสนาธิการทหารบก รับการเยี่ยมคำนับจากผู้ช่วยทูตทหารสเปนประจำประเทศ ไทย ในโอกาสอำลาเมื่อครบวาระการปฏิบัติหน้าที่

วันนี้ (13 กรกฎาคม 2569) เวลา 14.00 น. พลโท ธวัชชัย ตั้งพิทักษ์กุล รองเสนาธิการทหารบก เป็นผู้แทนผู้บัญชาการทหารบก ให้การต้อนรับ นาวาเอก เออร์เนสโต ซาร์โก ฮิล (Captain Ernestro Zarco Gil) ผู้ช่วยทูตทหารสเปนประจำประเทศไทย ในโอกาสเข้าเยี่ยมคำนับเพื่ออำลาอย่างเป็นทางการ ณ ห้อง จปร. ชั้น 2 อาคารพิพิธภัณฑ์กองทัพบกเฉลิมพระเกียรติ ภายในกองบัญชาการกองทัพบก

ในโอกาสนี้ รองเสนาธิการทหารบก ได้ชื่นชมผู้ช่วยทูตทหารสเปนประจำประเทศไทยที่ปฏิบัติหน้าที่อย่างเต็มความสามารถตลอดระยะเวลาที่ดำรงตำแหน่ง ส่งผลให้ความสัมพันธ์ของทั้งประเทศมีความแน่นแฟ้นมากขึ้น และได้กล่าวถึงความร่วมมือทางทวิภาคีและความร่วมมือทางทหารระหว่างทั้งสองประเทศที่มีมาอย่างยาวนานแน่นแฟ้น อีกทั้งได้กล่าวถึงศักยภาพด้านอุตสาหกรรมป้องกันประเทศของสเปนที่มีขีดความสามารถและมีความเจริญก้าวหน้าอย่างรวดเร็ว ซึ่งกองทัพบกพร้อมแลกเปลี่ยนความรู้และประสบการณ์ร่วมกับกองทัพสเปนในด้าน การวิจัย การพัฒนายุทโธปกรณ์ การแลกเปลี่ยนบุคลากร ตลอดจนการขยายและเสริมสร้างความร่วมมือ ด้านการฝึกศึกษาและพัฒนากำลังพล ซึ่งที่ผ่านมากองทัพบกได้รับการสนับสนุนการแลกเปลี่ยนที่นั่งในหลักสูตรต่างๆ อาทิ หลักสูตรโรงเรียนนายร้อย หลัก สูตรเสนาธิการทหารบก รวมทั้งหลักสูตรอบรมระยะสั้นและหลักสูตรเฉพาะทาง เป็นต้น นอกจากนี้ได้มีการหารือเกี่ยวกับการขยายความร่วมมือด้านการข่าวกรอง การแลกเปลี่ยนความรู้ระหว่างผู้เชี่ยวชาญด้านการต่อต้านการก่อการร้าย การแก้ไขปัญหายาเสพติด การค้ามนุษย์ ความมั่นคงทางไซเบอร์ และการบรรเทาสาธารณภัย

ทั้งนี้ ราชอาณาจักรไทยและราชอาณาจักรสเปนมีความสัมพันธ์แบบทวิภาคีมาอย่างแน่น แฟ้นเป็นเวลากว่า 156 ปี ได้สถาปนาความสัมพันธ์ทางการทูต ตั้งแต่ พ.ศ. 2413 เป็นต้นมา และปัจจุบันยังคงมีความร่วมมือในหลายด้านครอบคลุมในทุกมิติเพื่อการพัฒนาที่ยั่งยืนต่อไป



แผนกแถลงข่าว กองประชาสัมพันธ์
สำนักงานเลขานุการกองทัพบก

เชียงใหม่ ประชุมคณะทำงานตรวจสอบข้อเท็จจริง กรณีสงสัยการถือครองที่ดินแทนคนต่าง ด้าว ย้ำดำเนินการตามกฎหมายอย่างโปร่งใสและเป็นธรรม

เชียงใหม่ประชุมคณะทำงานตรวจสอบข้อเท็จจริง กรณีสงสัยการถือครองที่ดินแทนคนต่าง ด้าว ย้ำดำเนินการตามกฎหมายอย่างโปร่งใสและเป็นธรรม

วันนี้ (13 กค. 69) เวลา 09.30 น. ที่ห้องประชุมแม่น้ำปิง สำนักงานที่ดินจังหวัดเชียงใหม่ นายชัยณรงค์ นันตาสาย ปลัดจังหวัดเชียงใหม่ เป็นประธานการประชุมคณะทำงานตรวจสอบและสอบสวนข้อเท็จจริง กรณีมีเหตุสงสัยว่ามีการถือครองที่ดินแทนคนต่างด้าว โดยมีหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเข้าร่วมประชุม เพื่อร่วมพิจารณาข้อมูล ข้อเท็จจริง และแนวทางการดำเนินการตามกฎหมายที่เกี่ยวข้อง

ในการประชุม ที่ประชุมได้รับทราบแนวทางและมาตรการป้องกันการถือครองที่ดินแทนคนต่างด้าว ตามหนังสือสั่งการของกระทรวงมหาดไทย พร้อมทั้งร่วมพิจารณาข้อเท็จจริงและพยานหลักฐานที่เกี่ยวข้อง เพื่อกำหนดแนวทางการดำเนินการตามขั้นตอนของกฎหมายอย่างรอบคอบและถูกต้อง

การประชุมครั้งนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อให้การตรวจสอบและสอบสวนข้อเท็จจริงเป็นไปด้วยความโปร่งใส รอบคอบ และเป็นธรรม พร้อมทั้งป้องกันการกระทำที่อาจฝ่าฝืนกฎหมายเกี่ยวกับการถือครองที่ดินของคนต่างด้าว และสร้างความเชื่อมั่นว่าการบังคับใช้กฎหมายจะเป็นไปตามหลักนิติธรรม

ทั้งนี้ การประชุมและการดำเนินงานเป็นไปด้วยความเรียบร้อย โดยคณะทำงานจะดำเนินการตามขั้นตอนของกฎหมายในส่วนที่เกี่ยวข้องต่อไป


นที มีเดช รายงาน