
ศาสตราจารย์ ดร.สมเด็จพระเจ้าน้องนางเธอ เจ้าฟ้าจุฬาภรณวลัยลักษณ์ อัครราชกุมารี กรมพระศรีสวางควัฒน วรขัตติยราชนารี พระราชทานพระวโรกาสให้คณะผู้แทนกองทัพบกเข้าเฝ้าฯ ถวายรายงานผลโครงการสนับสนุน “กองทุนหทัยทิพย์” กองทัพบก สร้างหลุมหลบภัย 10 แห่ง และหลุมบุคคลคู่ 328 แห่ง แล้วเสร็จตามแผน พร้อมเตรียมดำเนินโครงการระยะที่ 3 เพื่อเสริมความปลอดภัยตามแนวชายแดนไทย–กัมพูชา
วันนี้ (10 กรกฎาคม 2569) เวลา 14.00 น. ศาสตราจารย์ ดร.สมเด็จพระเจ้าน้องนางเธอ เจ้าฟ้าจุฬาภรณวลัยลักษณ์ อัครราชกุมารี กรมพระศรีสวางควัฒน วรขัตติยราชนารี พระราชทานพระวโรกาสให้ คุณหญิงจรัสศรี ทีปิรัช รองประธานสถาบันวิจัยจุฬาภรณ์ ฝ่ายบริหารและผู้อำนวยการสำนักองค์ประธาน นำ พลเอก อานุภาพ ศิริมนฑล หัวหน้าคณะนายทหาร ฝ่ายเสนาธิการ ประจำผู้บังคับบัญชา/หัวหน้าคณะทำงานโครงการสนับสนุน “กองทุนหทัยทิพย์” กองทัพบก ในฐานะผู้แทน พลเอก พนา แคล้วปลอดทุกข์ ผู้บัญชาการทหารบก นำคณะผู้แทนกองทัพบกเข้าเฝ้าฯ ถวายรายงานผลโครงการสนับสนุน “กองทุนหทัยทิพย์” กองทัพบก ณ อาคารอัครราชกุมารี โรงพยาบาลจุฬาภรณ์ เขตหลักสี่ กรุงเทพมหานคร
สืบเนื่องจากสถานการณ์ความไม่สงบตามแนวชายแดนไทย–กัมพูชา ซึ่งส่งผลกระทบต่อความปลอดภัยในชีวิตและทรัพย์สินของประชาชน รวมถึงกำลังพลผู้ปฏิบัติหน้าที่พิทักษ์รักษาอธิปไตยของชาติ
ศาสตราจารย์ ดร.สมเด็จพระเจ้าน้องนางเธอ เจ้าฟ้าจุฬาภรณวลัยลักษณ์ อัครราชกุมารี กรมพระศรีสวางควัฒน วรขัตติยราชนารี ทรงมีพระเมตตาและพระปณิธานอันแน่วแน่ในการบำบัดทุดทุกข์ บำรุงสุข และเสริมสร้างความมั่นคงปลอดภัยแก่พสกนิกร จึงทรงมีพระดำริในการจัดตั้ง “กองทุนหทัยทิพย์” ภายใต้มูลนิธิจุฬาภรณ์ เพื่อสนับสนุนการเสริมสร้างความมั่นคงปลอด ภัยแก่ประชาชนและกำลังทหารตามพื้นที่ชายแดน อันเป็นจุดเริ่มต้นของศูนย์รวมแห่งน้ำใจ และความห่วงใยจากทุกภาคส่วน ในการร่วมกันเสริมสร้างความปลอดภัยและความมั่นคงให้แก่ประเทศชาติ
โดยเมื่อวันที่ 14 ตุลาคม 2568 ศาสตราจารย์ ดร.สมเด็จพระเจ้าน้องนางเธอ เจ้าฟ้าจุฬาภรณวลัยลักษณ์ อัครราชกุมารี กรมพระศรีสวางควัฒน วรขัตติยราชนารี ทรงมีพระกระแสรับสั่งให้กองทัพบกเร่งดำเนินการจัดสร้างหลุมหลบภัยสำหรับประชาชน และหลุมบุคคลคู่สำหรับกำ ลังพล เพื่อเป็นที่กำบังและที่หลบภัยในยามฉุกเฉิน
กองทัพบกจึงได้จัดตั้ง โครงการสนับสนุน “กองทุนหทัยทิพย์” กองทัพบก เพื่อขับเคลื่อนโครงการ ตลอดจนกำกับดูแลและควบคุมการออกแบบและการก่อสร้างให้เป็นไปตามพระประสงค์ โดยได้รับงบประมาณสนับสนุนรวมทั้งสิ้น 51,813,600 บาท สำหรับดำเนินการก่อ สร้าง ครอบคลุมพื้นที่ตามแนวชายแดนไทย–กัมพูชา ในจังหวัดสระแก้ว บุรีรัมย์ สุรินทร์ ศรีสะเกษ และอุบลราชธานี
ตลอดการดำเนินงาน กองทัพบกยึดมั่นในหลักวิชาการ วิศวกรรม และมาตรฐานความปลอด ภัยสูงสุด โดยหลุมหลบภัยสำหรับประชาชนได้รับการออกแบบให้มีโครงสร้างที่สามารถป้องกันอันตรายจากอาวุธและสะเก็ดระเบิด พร้อมระบบไฟฟ้าและการระบายอากาศ ขณะที่หลุมบุคคลคู่ได้รับการออกแบบให้เป็นที่มั่นกำบังเพิ่มความปลอดภัย และสามารถใช้เป็นจุดตรวจการณ์ เสริมประสิทธิภาพในการเฝ้าระวังสถานการณ์ตามแนวชายแดนได้อย่างมีประ สิทธิภาพ
ผลการดำเนินงานในระยะที่ 1 และระยะที่ 2 กองทัพบกได้ก่อสร้างหลุมหลบภัยสำหรับประชา ชน ขนาดความจุ 40 คน จำนวน 10 แห่ง ในพื้นที่กองทัพภาคที่ 1 จำนวน 3 แห่ง และกองทัพภาคที่ 2 จำนวน 7 แห่ง และได้ดำเนินการก่อสร้างที่มั่นกำบังหรือหลุมบุคคลคู่สำหรับกำลังพล จำนวน 328 แห่ง ในพื้นที่กองทัพภาคที่ 1 จำนวน 72 แห่ง และกองทัพภาคที่ 2 จำนวน 256 แห่ง ปัจจุบันการดำเนินงานก่อสร้างได้แล้วเสร็จสมบูรณ์ตามเป้าหมายที่กำหนด และบรรลุตามวัตถุประสงค์ของโครงการอย่างเป็นรูปธรรม
ในโอกาสนี้ ศาสตราจารย์ ดร.สมเด็จพระเจ้าน้องนางเธอ เจ้าฟ้าจุฬาภรณวลัยลักษณ์ อัครราชกุมารี กรมพระศรีสวางควัฒน วรขัตติยราชนารี ได้มีพระกระแสรับสั่งให้กองทัพบกดำเนินการก่อสร้างหลุมหลบภัยสำหรับประชาชนในหมู่บ้านตามแนวชายแดน และหลุมบุคคลคู่สำหรับกำลังพลในระยะที่ 3 ตามแผนการดำเนินงานที่กำหนดไว้ เพื่อให้การดำเนินโครงการเป็นไปอย่างต่อเนื่อง
จากพระเมตตาสู่การปฏิบัติ จากพระราชทานสู่การเสริมสร้างความปลอดภัยและความมั่นคงให้แก่ประชาชนตามแนวชายแดน “กองทุนหทัยทิพย์” จึงเป็นพลังสำคัญที่สร้างความอุ่นใจ ความมั่นคง และคุณภาพชีวิตที่ดีให้แก่ประชาชน
กองทัพบกขอน้อมสำนึกในพระกรุณาธิคุณอย่างหาที่สุดมิได้ และจะมุ่งมั่นปฏิบัติหน้าที่ด้วยความจงรักภักดี ความเสียสละ และความรับผิดชอบอย่างสูงสุด เพื่อพิทักษ์และปกป้องชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์ ตลอดจนดูแลความปลอดภัยและความผาสุกของประชาชน พร้อมธำรงไว้ซึ่งความมั่นคงของประเทศชาติให้ดำรงสืบไป
ศูนย์ประชาสัมพันธ์กองทัพบก โดยทีมโฆษกกองทัพบก


