พล.ต.ต.สมพลฯ ผบก.ภ.จว.ชัยนาท ร่วมกิจกรรมเปิด Operation 90 Days ผ่าแผนยุทธการ 90 วันพิฆาตยาเสพติด

วันนี้ 3 กรกฎาคม 2569 เวลา 15.30 น. พล.ต.ต.สมพล วงศ์ศรีสุนทร ผบก.ภ.จว.ชัยนาท, พ.ต.อ.นรากร บุญครอบ รอง ผบก.ภ.จว.ชัยนาท, พ.ต.อ.ชูชาติ โสภา รอง ผบก.ภ.จว.ชัยนาทพ.ต.อ.ภาคภูมิพิพัฒน์ พูลศิริโภคา รอง ผบก.ภ.จว.อ่างทอง ช่วยราชการ ภ.จว.ชัยนาทหน.สภ.ในสังกัดตำรวจภูธรจังหวัดชัยนาทและข้าราชการในสังกัดตำรวจภูธรจังหวัดชัยนาทร่วมกิจกรรมเปิด Operation 90 Days ผ่าแผนยุทธการ 90 วันพิฆาตยาเสพติด

สืบเนื่องจากนโยบายของรัฐบาล โดยนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย ได้มอบนโยบายสำคัญ และข้อสั่งการในการขับเคลื่อนงานด้านความมั่นคง โดยมีเป้าหมาย “บำบัดทุกข์ บำรุงสุข พิทักษ์สันติราษฎร์ พิฆาตยาเสพติด และพิชิตอันธพาล” ซึ่งกระทรวงมหาด ไทย โดยศูนย์อำนวยการป้องกันและปราบปรามยาเสพติดกระทรวงมหาดไทย จึงได้จัดทำยุทธการเพื่อขับเคลื่อนการป้องกันและปราบปรามยาเสพติด ระยะเร่งด่วน 90 วัน โดยเริ่มดำเนินการพร้อมกันทั่วประเทศ ระหว่างวันที่ 1 กรกฎาคม ถึง 30 กันยายน 2569 ประกอบด้วย 3 ปฏิบัติการย่อย ได้แก่ 1 ปฏิบัติการ 90 วัน สร้างภูมิคุ้มกัน ปลอดภัยยาเสพติด (มิติด้านการป้องกัน) การสร้างรั้วป้องกันในภาคสังคม ชุมชน โรงเรียน และครอบครัว ตลอดจนสร้างความเข้มแข็งผ่านกลไกชุมชนเข้มแข็งและกองทุนแม่ของแผ่นดิน 2) ปฏิบัติการ 90 วัน ผนึกกำลัง พิฆาตภัยยาเสพติด

(มิติด้านการปราบปราม) การสกัดกั้นยาเสพติดจากชายแดนประเทศเพื่อนบ้านและพื้นที่ตอนในของประเทศ รวมถึงการดำเนินการกับเจ้าหน้าที่ของรัฐ ที่เกี่ยวข้องอย่างจริงจัง เด็ดขาด และ 3 ปฏิบัติการ 90 วัน รวมพลังรักศรัทธา 1 ศูนย์บำบัด ยาเสพติด (มิติด้านการแก้ไข บำบัด ฟื้นฟูผู้เสพและผู้ติดยาเสพติด) โดยใช้อำเภอเป็นศูนย์กลางในการแก้ไขปัญหา
เพื่อคืนคนดีสู่สังคมอย่างยั่งยืน

สำหรับการจัดกิจกรรมเปิด Operation 90 Days ผ่าแผนยุทธการ 90 วัน พิฆาตยาเสพติด
มีวัตถุประสงค์เพื่อปล่อยแถวชุดปฏิบัติการร่วมของฝ่ายปกครอง ตำรวจภูธรจังหวัดชัยนาท กอ.รมน.จังหวัดชัยนาท สาธารณสุขจังหวัด องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น และหน่วยงานที่เกี่ยวข้องในการประสานพลังเพื่อแสดงออกถึงความพร้อมและความมุ่งมั่นในการกวาดล้าง
ยาเสพติดให้หมดสิ้นไปจากพื้นที่จังหวัดชัยนาท ต่อไป

โดยมี นาย ภูมิวัชร์ อุดมทรัพย์ ผู้ว่าราชการจังหวัดชัยนาท เป็นประธาน, นายวิทยา ชพานนท์รองผู้ว่าราชการจังหวัดชัยนาท, พ.อ.อริชัย กุลวิมลประทีป รอง ผอ.รมน.จังหวัด ช.น.(ท.) นายอำเภอทั้ง 8 อำเภอ ข้าราชการ เจ้าหน้าที่ ฝ่ายปกครอง ตำรวจ ทหาร สาธารณสุข หน่วยงานที่เกี่ยวข้อง กว่า 700 คน ร่วมในพิธีดังกล่าว ณ สนามกีฬาเฉลิมพระเกียรติ ฯ หน้าศาลากลางจังหวัดชัยนาท

ตำรวจภูธรจังหวัดชัยนาท


พล.ต.ต.ภูมินทร์ฯ ผบก.ภ.จว.สมุทรปราการ ร่วมพิธีบรรพชาอุปสมบทหมู่เพื่อถวายเป็นพระกุศลแด่ สมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าพัชรกิติยาภา ฯ

วันนี้ (4 ก.ค.69) เวลา 09.00 น. พล.ต.ต.ภูมินทร์ สิงหสุต ผบก.ภ.จว.สมุทรปราการ, พ.ต.อ. นพดล ช่างเรือน รอง ผบก.ฯ ช่วยราชการ ภ.จว.สมุทรปราการ, พ.ต.อ.ไพโรจน์ เพ็ชรพลอย
ผกก.สภ.บางพลี, พ.ต.ท.เถลิงเกียรติ มณีอินทร์ รอง ผกก.ป.สภ.บางพลี ร่วมพิธีบรรพชาอุปสมบทหมู่ พระภิกษุสงฆ์ จำนวน 47 รูป และบวชชีพราหมณ์ เพื่อถวายเป็นพระกุศลแด่ สมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าพัชรกิติยาภา นเรนทิราเทพยวดี กรมหลวงราชสาริณีสิริพัชร มหาวัชรราชธิดา โดยมี พลเอกไพบูลย์ คุ้มฉายา องคมนตรี เป็นประธานในพิธีฯ ณ วัดศรีรัตนธรรมาราม ต.บางโฉลง อ.บางพลี จว.สมุทรปราการ

#ตำรวจภูธรจังหวัดสมุทรปราการ


พล.ต.ต.ไพโรจน์ฯ รอง ผบช.ภ.1 เป็นประธานประชุมการระดมกวาดล้างการกระทำความผิดเกี่ยวกับบุหรี่ไฟฟ้า และผลิตภัณฑ์ยาสูบ

วันนี้ (1 ก.ค.2569) เวลา 13.30 น. พล.ต.ต.ไพโรจน์ สุขรวยธนโชติ รอง ผบช.ภ.1 เป็นประธานประชุมขับเคลื่อนการปฏิบัติ การระดมกวาดล้างการกระทำความผิดเกี่ยวกับบุหรี่ไฟฟ้า และผลิตภัณฑ์ยาสูบ ณ ห้องประชุม สง.รอง ผบช.ภ.1 โดยมี พล.ต.ต.ยรรยง สันติปรีชาวัฒน์ ผบก.ภ.จว.ลพบุรี ผ่านระบบ Video conference, พล.ต.ต.กิตติ สกุณี ผบก.ภ. จว.อ่างทอง Video conference, พล.ต.ต.ชัยรพ จุณณวัตต์ ผบก.ภ.จว.สิงห์บุรี ผ่านระบบ Video conference, พ.ต.อ.วิทิต จันทร์เอี่ยม รอง ผบก.สส.ภ.1, รอง ผบก.ภ.จว.ในสังกัด ภ.1 (รับผิดชอบงานป้องกันปราบปราม) ผ่านระบบ Video conference, ผกก./หน.สภ.ในสังกัด ภ.1 ผ่านระบบ Video conference, เจ้าหน้าที่ ฝอ.1,2,3,5 เจ้าหน้าที่เกี่ยวข้อง เข้าร่วมประชุม

ทางด้าน พล.ตต.ไพโรจน์ สุขรวยธนโชติ รองผู้บัญชาการตำรวจภูธรภาค 1 กล่าวเพิ่มเติมว่าบุหรี่ไฟฟ้าเป็นภัยอันตรายต่อประชาชน และสังคมโดยเฉพาะอย่างยิ่งเด็กและเยาวชนซึ่งจะเป็นการทำลายอนาคตของประเทศชาติซึ่งเยาวชนจะเป็นผู้ใหญ่ที่ต้องทำงานและอยู่ในประเทศไทยต่อไปจึงให้ความสำคัญ การดำและปราบปรามการกระทำความผิดดังกล่าวอย่างต่อเนื่องโดยถือว่าเป็นนโยบายของชาติ โดย นายกรัฐมนตรี ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ โดยหากประชาชนและผู้ใดพบเบาะแสและป้องกันแจ้งการทำความผิดเพื่อให้เข้าไปตรวจและจับกุมสามารถแจ้งได้ที่สายด่วน 191 ทุกพื้นที่ทุกโรงพัก ตลอด 24 ชั่วโมง


ตำรวจภูธรภาค 1 บูรณาการหน่วยงานที่เกี่ยวข้องจับผู้ต้องหา 3 คน พร้อมของกลางยาบ้าจำนวนประมาณ 6,794,000 เม็ด มูลค่ากว่า 60,000,000 บาท

พลตำรวจตรี ภัคพงศ์ สายอุบล ผบก.อก.ภ.1 ในฐานะรองโฆษก ตำรวจภูธรภาค 1 และ หัวหน้าฝ่ายอำนวยการ ควบคุมงานแถลงข่าวและประชาสัมพันธ์ข่าว ตำรวจภูธรภาค1 เปิดเผยว่า พล.ต.ท.วัฒนา ยี่จีน ผบช.ภ.1 ต้องการให้ช่วยประชาสัมพันธ์ นโยบายของผู้บัญชา การตำรวจแห่งชาติ ดังนี้

วันพุธที่ 1 กรกฎาคม 2569 เวลา 15.00 น. นายบัญชา เชาวรินทร์ ผู้ว่าราชการจังหวัดสระบุรี,
พล.ต.ต.ธรรมนูญ เชาวะวนิชย์ ผบก.ภ.จว.สระบุรี, พ.อ.วีระชัย ผองแก้ว รองผอ.รมน.สระบุรี,
นางสาวศศิรัศมิ์ นามวงษ์ ผอ.บก.ปปส.ภ.1, พ.ต.อ.เกษดา วัชรานนท์ รอง ผบก.ภ.จว.สระบุรี
พ.ต.อ.สุริยะ สุดกังวาล รอง ผบก.ภ.จว.สระบุรี, พ.ต.อ.ไกรสร ศรีอำพร ผกก.สส.ภ.จว.สระบุรี
พ.ต.อ.ประกร นามศรี ผกก.สภ.แก่งคอย, พ.ต.อ.สุทธิชัย ศรีอ่อน ผกก.(สอบสวน)ฯ, นายจิรัญชัย อาทิตย์นพชัย, นายอำเภอแก่งคอยและหน่วยงานเกี่ยวข้อง ร่วมแถลงข่าวจับกุมคดียาเสพติดรายสำคัญ ยาเสพติดให้โทษประเภท 1 (ยาบ้าหรือเมทแอมเฟตามีน) ประมาณ 2,000,000เม็ด ณ สถานีตำรวจภูธรอำเภอแก่งคอย อำเภอแก่งคอย จังหวัดสระบุรี

โดยพฤติการณ์ในการจับกุม ตามนโยบายการป้องกันและปราบปรามยาเสพติดของ นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทยบำบัดทุกข์ บำรุงสุข พิทักษ์สันติราษฎร์ พิฆาตยาเสพติด พิชิตอันธพาล และ นโยบายการป้องกันและปราบปรามยาเสพติดของ ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ สั่งการให้ ตำรวจภูธรภาค 1 บูรณาการการปฏิบัติร่วมกับ จนท.หน่วยข่าวกรองทางทหาร ศูนย์ปฏิบัติการหน่วยบัญชาการสงครามพิเศษ (ขกท. ศปก.นสศ.) เจ้าหน้าที่ตำรวจกองบัญชาการตำรวจปราบปรามยาเสพติด และเจ้าหน้าที่ ปปส. ภาค 1

เมื่อวันที่ 21 มิถุนายน 2569 ได้ร่วมกันจับกุมตัวผู้ต้องหา 3 คน พร้อมของกลางยาบ้าจำนวนประมาณ 6,794,000 เม็ด และนำผู้ต้องหาพร้อมของกลางส่ง พงส.บช.ปส. นั้น จากการขยายผลการจับกุมทำให้ทราบว่ากลุ่มผู้ต้องหาในคดีดังกล่าวเคยรับยาเสพติดกับกลุ่มทีมลำเลียงยาเสพพติดจากภาคตะวันออกเฉียงเหนือ โดยทีมลำเลียงดังกล่าวจะประกอบไปด้วยหญิงชาวไทยจำนวน 2 คน ทำหน้าที่ขับรถลำเลียงยาเสพติด และนั่งโดยสารมาภายในรถฯ เพื่อตั้งพิกัดการเดินทางและช่วยตรวจสอบด่านตรวจของเจ้าหน้าที่ตำรวจ โดยจะใช้รถยนต์ยี่ห้อฮอนด้า ซิตี้ สีขาว ติดแผ่นป้ายทะเบียนหมายเลข กท 1732 ยโสธร เป็นยานพาหนะในการลำเลียงยาเสพติด เจ้าหน้าที่ตำรวจ และจนท.ทหาร ขกท.ศปก.นสศ. จึงรายงานให้ผู้บังคับบัญชาทราบ และได้สืบสวน ติดตามพฤติกรรมกลุ่มดังกล่าวอยู่โดยตลอด

จนกระทั่งช่วงดึกของวันที่ 29 ต่อเนื่อง 30 มิถุนายน 2569 พบรถยนต์ยี่ห้อฮอนด้า ซิตี้ สีขาว ติดแผ่นป้ายทะเบียนหมายเลข กท 1732 ยโสธร แล่นมาตามถนนสีคิ้ว-อุบลราชธานี และเลี้ยวขวาเข้าถนนมิตรภาพ มุ่งหน้า จ.สระบุรี เจ้าหน้าที่จึงได้สะกดรอยติดตามไป และพบว่ารถยนต์ฯ คันดังล่าวมีน้ำหนักมากเหมือนบรรทุกสิ่งของมีน้ำหนัก จึงประสานหน่วยร่วมปฏิบัติ โดยได้ให้ จนท.ตร.แก่งคอย ภ.จว.สระบุรี ตั้งจุดสกัดบริเวณถนนหลวงหมายเลข 2 (ขาเข้า กทม.) หน้าตำรวจภูธรจังหวัดสระบุรี ต.ทับกวาง อ.แก่งคอย จ.สระบุรี เพื่อปิดกั้นทางเดินรถและสามารถจับกุมนางปุญญิศาหรือปู และ น.ส.นภัสนันทร์หรือแปป ได้พร้อมของกลางยาเสพติดจำนวน 20 แพ็ค (ประมาณ 2,000,000 เม็ด) ซึ่งซุกซ่อนอยู่ภายในช่องเก็บของหลังรถ ภายในรถยนต์ยี่ห้อฮอนด้า ซิตี้ฯ

เหตุเกิดบริเวณริมถนนมิตรภาพ หน้าตำรวจภูธรจังหวัดสระบุรี กม.22+500 ต.ทับกวาง อ. แก่งคอย จ.สระบุรี​ในการจับกุมในครั้งนี้ เป็นการยับยั้งการแพร่กระจายของยาเสพติดไปสู่ประชาชนได้เป็นจำนวนมาก ซึ่งยาเสพติดของกลางหากถูกนำออกขายสู่ท้องตลาดจะมีมูลค่ากว่า 60,000,000 บาท

เจ้าหน้าที่ชุดจับกุมจะได้ขยายผลถึงกลุ่มลูกค้า ผู้สั่งการ และบุคคลในเครือข่ายยาเสพติด รวมถึงทรัพย์สินที่เกี่ยวเนื่องกับการกระทำความผิด โดยจะนำมาตรการสมคบ สนับสนุนช่วยเหลือ ฟอกเงิน และยึดทรัพย์สิน มาใช้ดำเนินการกับบุคคลในเครือข่ายยาเสพติดต่อไป

เหตุเกิดจากความรัก !! สาวหม่องไม่ทน โร่แจ้ง ตม.สมุทรสาคร บุกรวบแฟนหนุ่มค้ายาและเล่นยาจนหลอน

เหตุเกิดจากความรัก !! สาวหม่องไม่ทน โร่แจ้ง ตม.สมุทรสาคร บุกรวบแฟนหนุ่มค้ายาและเล่นยาจนหลอน

วันนี้ (1 ก.ค. 2569) เวลา 12.00 เจ้าหน้าที่ชุดสืบสวน ตม.จว.สมุทรสาคร เร่งตรวจสอบกรณีได้รับเบาะแสจากประชาชนว่า ชายสัญชาติเมียนมารายหนึ่งมีพฤติการณ์สร้างความเดือดร้อนให้กับชุมชน มีลักษณะข่มขู่ ใช้ความรุนแรง และทำร้ายร่างกายผู้อื่น รวมถึงบุคคลในครอบ ครัว จนสร้างความหวาดกลัวให้แก่ประชาชนในพื้นที่

ปฏิบัติการครั้งนี้อยู่ภายใต้การอำนวยการของ พล.ต.ต.ทรงโปรด สิริสุขะ ผบก.ตม.3 พร้อมด้วย พ.ต.อ.เดโช โสสุวรรณกุล, พ.ต.อ.ปริญญา กลิ่นเกษร และ พ.ต.อ.ชินวุฒิ ตั้งวงษ์เลิศ รอง ผบก.ตม.3 โดยมี พ.ต.อ.สุเมธ เจนวงศ์พิทักษ์ ผกก.ตม.จว.สมุทรสาคร พร้อมด้วย พ.ต.ท.เศรษฐพงศ์ ชูเมือง รอง ผกก.ฯ และ พ.ต.ท.จิรายุ เชิดฉาย สว.ฯ ควบคุมการปฏิบัติ

สืบเนื่องจากชุดสืบสวน ได้รับเรื่องเบาะแสผ่านช่องทางออนไลน์จากความเดือดร้อนและเหตุต้องสงสัยเกี่ยวกับคนต่างด้าว ว่ามีชายสัญชาติเมียนมารายหนึ่งมีพฤติการณ์สร้างความเดือดร้อนให้กับชุมชน มีลักษณะข่มขู่ ใช้ความรุนแรง และทำร้ายร่างกายผู้อื่น รวมถึงบุคคลในครอบครัว จนสร้างความหวาดกลัวให้แก่ประชาชนในพื้นที่ นำไปสู่การตรวจค้น บริเวณห้องพัก ใน ต.ท่าทราย อ.เมืองฯ จ.สมุทรสาคร และได้จับกุมตัวนายลิน อายุ 36 ปี สัญชาติเมียนมา ในข้อหา “มียาเสพติดให้โทษประเภท 1 (ยาบ้า) ไว้ในครอบครองโดยไม่ได้รับอนุญาต” พร้อมของกลางที่ตรวจยึด ยาบ้าเม็ดกลมแบน สีส้ม ประทับอักษร “WY” รวม 100 เม็ด

เจ้าหน้าที่ได้ แจ้งข้อกล่าวหาและสิทธิผู้ต้องหาตามกฎหมายครบถ้วน ก่อนควบคุมตัวพร้อมของกลาง นำส่งพนักงานสอบสวน สภ.เมืองสมุทรสาคร เพื่อดำเนินคดีตามกฎหมายทันที

พล.ต.ต.ทรงโปรด สิริสุขะ ผบก.ตม.3 กล่าวว่า สำนักงานตรวจคนเข้าเมืองให้ความสำคัญกับความร่วมมือกับองค์กรตำรวจระหว่างประเทศในการติดตามบุคคลตามหมายจับ และ เข้มงวดจับกุมคนต่างด้าวที่ทำผิดกฎหมาย โดยมุ่งเน้นการทำงานแบบบูรณาการกับทุกภาคส่วนอย่างต่อเนื่อง


ตม.จว.ชลบุรี จุดพัทยาลงพื้นที่ตรวจสอบคนต่างด้าวกระทำผิดกฎหมาย

วันที่ 27 มิ.ย.69 เวลา 19.30 น. เจ้าหน้าที่ชุดสืบสวน ตม.จว.ชลบุรี จุดพัทยา ภายใต้อำนวยการของ พ.ต.อ.นภัสพงษ์ โฆษิตสุริยมณี ผกก.ตม.จว.ชลบุรี, พ.ต.ท.กวิณวัชร์ อารยะสุริวงศ์ รอง ผกก.ตม.จว.ชลบุรี, ว่าที่ พ.ตท.กิตติภัทร หงษ์ชูเวช สว.ตม.จว.ชลบุรี นำโดย ร.ต.อ.วิรัช ปัฎธรรมวงศ์, ร.ต.อ.หญิง จิตติญา พิพิธกุล, ร.ต.อ.ปราโมทย์ เฟื่องฟุ้ง รอง สว. ตม.จว.ชลบุรี พร้อมกำลังฝ่ายสืบสวน ตม.จว.ชลบุรี ว.4 ตรวจสอบสื่อโซเชียลรายงานคนต่างด้าวกระทำผิดกฎหมาย สถานที่ 1.ร้านวีไอพี บาร์เบอร์ ช้อป เลขที่ 247/66 ม.10 ต.หนองปรือ อ.บางละมุง จว.ชลบุรี, 2.ร้าน Smart Cuz ซอยเย็นสบาย ร้าน Smart Cuz ซอยเย็นสบาย ม.10 ต.หนองปรือ อ.บางละมุง จว.ชลบุรี

ผลการตรวจสอบจับกุมคนต่างด้าว จำนวน 2 ราย

  1. MR.ZUHEYIR RIDVANOGULLARI อายุ 47 ปี สัญชาติตุรกี ในความผิดฐาน เป็นคนต่างด้าวทำงานโดยไม่มีใบอนุญาตทำงานหรือทำงานนอกเหนือจากที่มีสิทธิจะทำได้ ตามมาตรา 8 พรก.บริหารจัดการการทำงานของคนต่างด้าว พ.ศ.2560
  2. MR.ROHIT ASLAM อายุ 25 ปี สัญชาติปากีสถาน ในความผิดฐาน เป็นคนต่างด้าวทำงานนอกเหนือจากที่มีสิทธิจะทำได้ ตาม ม.8 พรก.การบริหารจัดการการทำงานของคนต่างด้าว พ.ศ.2560 และเป็นคนต่างด้าวอยู่ในราชอาณาจักร

โดยการอนุญาตสิ้นสุด จำนวน 3 วัน บันทึกจับกุมนำส่ง สภ.เมืองพัทยา ดำเนินการตามกฎหมายต่อไป

ตม.จว.ชลบุรี

คุณหญิงสุดารัตน์ฯ เชิญชวนผู้สนใจ สมัครหลักสูตร CBL รุ่นที่ 5 ลงทะเบียนภายใน 31 ส.ค. 69 นี้เท่านั้น

พลตำรวจตรี ภัคพงศ์ สายอุบล อดีตนักศึกษาอบรมหลักสูตร cbl รุ่น 4 ทำหน้าที่ฝ่ายประชา สัมพันธ์ข่าวและแถลงข่าว หลักสูตรCBL เปิดเผยว่า คุณหญิงสุดารัตน์ เกยุราพันธุ์ ขอเชิญ ประชาชน นักธุรกิจทั้งภาครัฐและภาคเอกชน สมัครเข้าเรียนหลักสูตร cbl รุ่นที่ 5 สำหรับผู้บริหารระดับสูง

เปิดรับสมัครอย่างเป็นทางการ China Business Leader รุ่นที่ 5 พร้อมรับสิทธิ์ Early Bird ส่วนลดพิเศษ 20,000 บาท สำหรับผู้ที่ตัดสินใจก้าวสู่ผู้นำตลาดจีนก่อนใครเฉพาะผู้ที่ลงทะเบียนภายใน 31 ส.ค. 2569 นี้เท่านั้น

สิ่งที่คุณจะได้รับ: กลยุทธ์เจาะตลาดจีน ทั้ง Online & Offline, วิธีใช้ KOL/KOC ดึงลูกค้าจีนให้เข้าร้าน/ธุรกิจของคุณ, เคล็ดลับสร้างแบรนด์ให้คนจีนจดจำ, เข้าใจตลาดจีนอย่างลึกซึ้ง, เรียนรู้กลยุทธ์การตลาดที่ตอบโจทย์คนจีน, เลือกช่องทางขายที่ทรงพลัง ในต้นทุนที่คุ้มค่าที่สุด, คอนเนคชั่นธุรกิจระดับพรีเมียม

โอกาสทองที่จะเปลี่ยนธุรกิจให้เติบโตในตลาดจีนด้วยกลยุทธ์ที่ “ทำได้จริง”

รายละเอียดหลักสูตร อบรมทุกวันเสาร์: 3 ต.ค. – 19 ธ.ค. 2569, วันปิดหลักสูตร: 16 ม.ค. 2570 (รวม 11 ครั้ง)(หยุดช่วงปีใหม่หลัง 19 ธ.ค. และกลับมาพบกันอีกครั้ง 16 ม.ค. 2570)🕒 เวลา: 13:30 – 17:30 น.

สถานที่: สถาบันสร้างอนาคตไทย FFIT เขตดอนเมือง https://maps.app.goo.gl/ASqBQ6cYmJgoZMiC8

คลิกเพื่อรับสิทธิ์ส่วนลดhttps://forms.gle/4CMqP9hMPSLwYtjr5


สุพรรณบุรี ขยายศูนย์การเรียนรู้ปลาสลิดดอนกำยานGI ดอนกำยานเชื่อมโยงเพื่อพัฒนาองค์ความรู้นำไปสู่การเพิ่มมูลค่าผลิตภัณฑ์

สุพรรณบุรี – ขยายศูนย์การเรียนรู้ปลาสลิดดอนกำยานGI ดอนกำยานเชื่อมโยงเพื่อพัฒนาองค์ความรู้นำไปสู่การเพิ่มมูลค่าผลิตภัณฑ์

นายไชยันต์ เยี่ยมอมร ประธานศูนย์เรียนรู้ปลาสลิด GI ดอนกำยาน เปิดเผยว่า “ปลาสลิดดอนกำยาน” ถือเป็นสินค้าสิ่งบ่งชี้ทางภูมิศาสตร์ หรือ GI ที่สำคัญและสร้างชื่อเสียงให้กับจังหวัดสุพรรณบุรีมาอย่างยาวนาน การจัดตั้งศูนย์การเรียนรู้แห่งนี้ จึงไม่เพียงแต่เป็นสถานที่เผยแพร่องค์ความรู้เกี่ยวกับการเพาะเลี้ยงและแปรรูปปลาสลิดอย่างเป็นระบบเท่านั้น แต่ยังเป็นฟันเฟืองสำคัญในการสร้างงาน สร้างอาชีพ และกระจายรายได้สู่คนในชุมชนอย่างยั่งยืน สอดคล้องกับนโยบายของจังหวัดที่มุ่งเน้นการพัฒนาเศรษฐกิจฐานราก และการทำประมงเพื่อชุมชน เพื่อให้พี่น้องเกษตรกรสามารถพึ่งพาตนเองและเติบโตได้อย่างมั่นคง

วันนี้เราขยายได้ทำการเปิดศูนย์ศูนย์การเรียนรู้ปลาสลิด GI ดอนกำยาน สุพรรณบุรี มีการอบรมให้ความรู้แก่สมาชิกผู้เข้าร่วม โดยมี ผศ.ดร.สุรชัย บุญเจริญ นักวิจัย ที่ปรึกษาศูนย์ INNOVACHTION MODEL เป็นผู้ดำเนินรายการ มี นายไพศาล สุขปุณพันธ์ ประมงจังหวัดสุพรรณบุรี นายไชยันต์ เยี่ยมอมร ประธานคลัสเตอร์ปลาสลิด GI ดอนกำยายายาณบุรีและผู้ก่อตั้งศูนย์การเรียนรู้ปลาสลิดตอนกำยาน จังหวัดสุพรรณบุรี (อมรฟาร์ม)บรรยายให้ความรู้ มีปราชญ์ชาวบ้าน นายทรงพล พูลสวัสดิ์ ประธานสภาเกษตรกรจังหวัดอ่างทอง นายดำรงไชย ภู่สุวรรณ์ นายกสมาคมคนพิการจังหวัดอ่างทอง นายเอนก สีเขียวสด เป็นประธานสภาประชา ชน สมาชิกเครือข่าย นักศึกษา เข้าร่วมในครั้งนี้ด้วย

นายไชยันต์ เยี่ยมอมร ประธานศูนย์เรียนรู้ปลาสลิด GI ดอนกำยายายาณบุรีฯเปิดเผยว่า วันนี้เราได้เปิดศูนย์เรียนรู้ ร่วมโครงการกับ ผศ.ดร.สุรชัย บุญเจริญ นักวิจัย ที่ปรึกษาศูนย์ INNOVACHTION MODEL เป็นการเชื่อมโยงเครือข่ายระหว่างสุพรรณบุรี กับอ่างทอง ซึ่งเราได้นำเอาปลาสลิดดอนกำยาน มาแพร่พันธุ์ในเครือข่ายพื้นที่อ่างทอง อนาคตเราจะมีการทำต้นน้ำกลางน้ำและปลายน้ำ คือต้นน้ำเราจะผลิตผสมพันธุ์ปลาสลิด ให้กับอ่างทอง เพื่อทำ MOU แล้วสู่การตลาด เราจะแปลรูปสินค้าปลาสลิดในรูปแบบต่างๆ ทั้งในเรื่องของผำต่างๆ วัตถุประสงค์ของเราเป็นสร้างความองค์ความรู้และการมีส่วนร่วมต่างๆในเรื่องของปลาสลิด นอกจากนี้ยังเป็นการสร้างเครือข่ายทั้งในพื้นที่และนอกพื้นที่ ทั้งอ่างทอง อยุธยา สิงห์บุรี ลพบุรี ราชบุรี เราจะมีการสร้างเครือข่ายในการเพาะเลี้ยงในอนาคต และเราจะมีการเผยแพร่องค์ความรู้ต่างๆให้แก่สถาบันวิจัยและเกษตรกรในเรื่องของปลาสลิดที่จะเลี้ยงทั้ง ออฟไลน์ และออนไลน์

ปลาสลิดของเราได้รับการรับรอง GI อนาคตเราจะสร้างแบรนด์ปลาสลิดดอนกำยาน ของสุพรรณบุรี เพื่อเพิ่มมูลค่าทางการตลาด ขณะนี้เรามีเครือข่ายสมาชิกอยู่จำนวน 50 ราย และวันนี้เราได้เปิดศูนย์การเรียนรู้ขึ้นจำนวน 3 ศูนย์ ประกอบด้วย 1 ศูนย์การเรียนรู้ปลาสลิด GI ดอนกำยาน บางเจ้าฉ่า อำเภอโพธิ์ทอง มีนายสุชาติ บุญเจริญ เป็นประธานศูนย์ 2 ศูนย์การเรียนรู้ปลาสลิด GI ดอนกำยาน สามโก้ จังหวัดอ่างทอง มีนายทรงพล พูลสวัสดิ์ ประธานสภาเกษตรกรจังหวัดอ่างทองและ 3 ศูนย์การเรียนรู้ปลาสลิด GI ดอนกำยาน ตำบลมดแดง มีนายสีนวล มัจฉา เป็นประธานศูนย์

ผศ.ดร.สุรชัย บุญเจริญ นักวิจัย ที่ปรึกษาศูนย์ INNOVACHTION MODEL กล่าวว่าการเปิดศูนย์การเรียนรู้ปลาสลิดดอนกำยาน เป็นการยึดโยงกับสิ่งที่เป็นต้นแบบโดยเฉพาะศาสตร์พระราชาเพื่อการพัฒนาท้องถิ่น ศาสตร์พระราชาได้พิสูจน์ให้เห็นแล้วว่าพสกนิกร ภายใต้พระบามสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวโดยเฉพาะในหลวงรัชกาลที่ 9 พระองค์ท่านได้ทำทฤษฎี แล้วเอาระบบทฤษฎีนั้นมาพิสูจน์ ให้พสกนิกรของพระองค์ท่านได้เห็นเชิงประจักษ์แล้วว่าประเทศ ไทย ชุมชน หรือโครงสร้าง ทุกที่จะเข้มแข็งได้ก็ต่อเมือได้มีกระบวนการเรียนรู้ และการมีส่วนร่วม

วันนี้โครงการเราสร้างกระบวนการเรียนรู้และมีส่วนร่วมโดยให้ทุกภาคส่วนเข้ามาเติมเต็มและขับเคลื่อนจนเกิดเป็นต้นแบบของการสร้างอาชีพ ที่จะไปยึดโยงกับการเกษตรโดยเฉพาะวันนี้เราได้ทำเกษตรมาตั้งแต่สมัยประวัติศาสตร์ถ้าเราไม่เปลี่ยนแปลงไม่พัฒนาเกษตรของเราก็จะสู้ต่างประเทศหรือไม่มีขีดความสามารถในการแข่งขัน เพราะฉะนั้นการเกิดโครงการวันนี้เท่ากับเราใช้ฐานเดิมของภาคการเกษตรมาบูรณาการมาระดมความคิดต่อยอดความคิดให้เป็นเกษตรที่มีความอัจฉริยะ ให้เป็นเกษตรเชิงประยุกต์เชิงพื้นที่

วันนี้จึงเป็นที่มาของการจัดการ 2 พื้นที่ระหว่างสุพรรณบุรี กับ อ่างทอง โดยใช้ความร่วมมือโครงการพัฒนางานวิจัยด้านปลาสลิดซึ่งเป็นปลาที่มีศักยภาพ และเป็นปลาที่มีฐานเศรษฐกิจทำให้ประชาชนมีทางเลือกในการต่อยอดและร่วมกับอาชีพไม่ว่าจะทำนาทำไร่แม้กระทั่งการปลูกแห้ว สามารถเชื่อมโยงและใช้อาหารต้นทุนต่ำโดยเฉพาะพืชน้ำที่ชื่อไข่ผำ บวกกับเรื่องข้าวเอาข้าวมาทำเป็นอาหารใช้เลี้ยงปลาสลิด สร้างมูลค่าเพิ่ม ก็จะมีทางเลือกของเกษตรกร เพราะปลาสลิดมีฐานในการพัฒนามาจากระบบชุมชน ไปสู่ระบบสากลได้ โครงการที่เกิดในวันนี้เป็นต้นน้ำซึ่งจะพัฒนาไปสู่กลางน้ำและปลายน้ำที่มีความเข้มแข็งจึงจัดผนึกกำลัง 2 พื้นที่เพื่อเชื่อมโยงในการพัฒนาให้เกิดความยั่งยืนและมั่นคงเป็นต้นแบบต่อไปใยเชิงพื้นที่ทั้งสุพรรณบุรีและอ่างทอง

วันนี้เราใช้สถาบันการศึกษามหาวิทยาลัยราชภัฏพระนครศรีอยุธยา มหาวิทยาลัยราชภัฏ ในพื้นที่สุพรรณบุรี และ มหาวิทยาลัยสวนดุสิต จะทำให้ก่อเกิดการขยายพื้นที่ของวิชาการและไปสู่ชุมชนเท่ากับมีหลักสูตรการถ่ายทอด การเกิดศูนย์เรียนรู้เท่ากับเราขยับให้ประชาชนได้โอกาสถ้าเราทำศูนย์เรียนรู้มีหลักสูตรมีการขยายผลไปสู่ประชาชนได้เมื่อนั้นจะทำให้ประชา ชนเห็นแล้วว่าทำได้เกิดผลได้มีตลาดรองรับก็จะมีการขยายผลทั่วทุกภูมิภาคในอนาคตในการเลี้ยงปลาสู่อนาคตได้


ภัทรพล พรมพัก สุพรรณบุรี

กกต.กาญจน์ เดินหน้าลุย ทำกิจกรรม ตามหมู่บ้าน ในถิ่นทุรกันดารที่ห่างไกลจากความเจริญ สร้างความรู้ความเข้าใจ รณรงค์ หมู่บ้านไม่ขายเสียง

กกต.กาญจน์ เดินหน้าลุย ทำกิจกรรม ตามหมู่บ้าน ในถิ่นทุรกันดารที่ห่างไกลจากความเจริญ สร้างความรู้ความเข้าใจ รณรงค์ หมู่บ้านไม่ขายเสียง

เมื่อวันที่ 9 กรกฎาคม 2569 ที่ ผ่านมา ร้อยตำรวจเอก พงศ์บัณฑิต ปิ่นสุวรรณ ผอ.สำนักงานคณะกรรมการการเลือกตั้งประจำจังหวัดกาญจนบุรี พร้อมด้วย นายธนกฤต สนองสืทธิ์ พนักงานการเลือกตั้งชำนาญการ ฯ และเจ้าหน้าที่คณะสำนักงานคณะกรรมการการเลือกตั้งประจำจังหวัดกาญจนบุรี ได้ลงพื้นที่ หมู่บ้านโบอ่อง หมู่ที่ 2 ตำบลปิล๊อค อำเภอทองผาภูมิ จังหวัดกาญจนบุรี เป็นถิ่นทุรกันดาร ที่ห่างไกลจากความเจริญ ขึ้นรถลงเรือหลายต่อ กว่าจะถึงหมู่บ้านดังกล่าว แต่คณะสำนักงานคณะกรรมการการเลือกตั้งประจำจังหวัดกาญจนบุรี ก็ยังมุ่งมั่น เพื่อไปดำเนินการ ทำกิจกรรมรณรงค์ ตามหมู่บ้านไม่ขายเสียง ประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2569

ทั้งนี้เพื่อเป็นการสร้างความรู้ความเข้าใจ ให้กับชาวบ้านในการเลือกตั้ง และรณรงค์ ในการไม่ซื้อสิทธิ์ไม่ขายเสียงเป็นสิ่งที่ผิดกฎหมาย โดยมีชาวบ้านมาให้การต้อนรับ คณะกรรมการการเลือกตั้งประจำจังหวัดกาญจนบุรี และได้เป็นวิทยากร ร่วมกันบรรยาย ให้ชาวบ้านได้ตระหนักรู้


ทีมข่าวภาคตะวันตก

ศาสตราจารย์ ดร.สมเด็จเจ้าฟ้า ฯ กรมพระศรีสวางควัฒน วรขัตติยราชนารี พระราชทานพระวโรกาสให้คณะผู้แทนกองทัพบก เข้าเฝ้าฯ ถวายรายงานผลโครงการสนับสนุน “กองทุนหทัยทิพย์”

ศาสตราจารย์ ดร.สมเด็จพระเจ้าน้องนางเธอ เจ้าฟ้าจุฬาภรณวลัยลักษณ์ อัครราชกุมารี กรมพระศรีสวางควัฒน วรขัตติยราชนารี พระราชทานพระวโรกาสให้คณะผู้แทนกองทัพบกเข้าเฝ้าฯ ถวายรายงานผลโครงการสนับสนุน “กองทุนหทัยทิพย์” กองทัพบก สร้างหลุมหลบภัย 10 แห่ง และหลุมบุคคลคู่ 328 แห่ง แล้วเสร็จตามแผน พร้อมเตรียมดำเนินโครงการระยะที่ 3 เพื่อเสริมความปลอดภัยตามแนวชายแดนไทย–กัมพูชา

วันนี้ (10 กรกฎาคม 2569) เวลา 14.00 น. ศาสตราจารย์ ดร.สมเด็จพระเจ้าน้องนางเธอ เจ้าฟ้าจุฬาภรณวลัยลักษณ์ อัครราชกุมารี กรมพระศรีสวางควัฒน วรขัตติยราชนารี พระราชทานพระวโรกาสให้ คุณหญิงจรัสศรี ทีปิรัช รองประธานสถาบันวิจัยจุฬาภรณ์ ฝ่ายบริหารและผู้อำนวยการสำนักองค์ประธาน นำ พลเอก อานุภาพ ศิริมนฑล หัวหน้าคณะนายทหาร ฝ่ายเสนาธิการ ประจำผู้บังคับบัญชา/หัวหน้าคณะทำงานโครงการสนับสนุน “กองทุนหทัยทิพย์” กองทัพบก ในฐานะผู้แทน พลเอก พนา แคล้วปลอดทุกข์ ผู้บัญชาการทหารบก นำคณะผู้แทนกองทัพบกเข้าเฝ้าฯ ถวายรายงานผลโครงการสนับสนุน “กองทุนหทัยทิพย์” กองทัพบก ณ อาคารอัครราชกุมารี โรงพยาบาลจุฬาภรณ์ เขตหลักสี่ กรุงเทพมหานคร

สืบเนื่องจากสถานการณ์ความไม่สงบตามแนวชายแดนไทย–กัมพูชา ซึ่งส่งผลกระทบต่อความปลอดภัยในชีวิตและทรัพย์สินของประชาชน รวมถึงกำลังพลผู้ปฏิบัติหน้าที่พิทักษ์รักษาอธิปไตยของชาติ

ศาสตราจารย์ ดร.สมเด็จพระเจ้าน้องนางเธอ เจ้าฟ้าจุฬาภรณวลัยลักษณ์ อัครราชกุมารี กรมพระศรีสวางควัฒน วรขัตติยราชนารี ทรงมีพระเมตตาและพระปณิธานอันแน่วแน่ในการบำบัดทุดทุกข์ บำรุงสุข และเสริมสร้างความมั่นคงปลอดภัยแก่พสกนิกร จึงทรงมีพระดำริในการจัดตั้ง “กองทุนหทัยทิพย์” ภายใต้มูลนิธิจุฬาภรณ์ เพื่อสนับสนุนการเสริมสร้างความมั่นคงปลอด ภัยแก่ประชาชนและกำลังทหารตามพื้นที่ชายแดน อันเป็นจุดเริ่มต้นของศูนย์รวมแห่งน้ำใจ และความห่วงใยจากทุกภาคส่วน ในการร่วมกันเสริมสร้างความปลอดภัยและความมั่นคงให้แก่ประเทศชาติ

โดยเมื่อวันที่ 14 ตุลาคม 2568 ศาสตราจารย์ ดร.สมเด็จพระเจ้าน้องนางเธอ เจ้าฟ้าจุฬาภรณวลัยลักษณ์ อัครราชกุมารี กรมพระศรีสวางควัฒน วรขัตติยราชนารี ทรงมีพระกระแสรับสั่งให้กองทัพบกเร่งดำเนินการจัดสร้างหลุมหลบภัยสำหรับประชาชน และหลุมบุคคลคู่สำหรับกำ ลังพล เพื่อเป็นที่กำบังและที่หลบภัยในยามฉุกเฉิน

กองทัพบกจึงได้จัดตั้ง โครงการสนับสนุน “กองทุนหทัยทิพย์” กองทัพบก เพื่อขับเคลื่อนโครงการ ตลอดจนกำกับดูแลและควบคุมการออกแบบและการก่อสร้างให้เป็นไปตามพระประสงค์ โดยได้รับงบประมาณสนับสนุนรวมทั้งสิ้น 51,813,600 บาท สำหรับดำเนินการก่อ สร้าง ครอบคลุมพื้นที่ตามแนวชายแดนไทย–กัมพูชา ในจังหวัดสระแก้ว บุรีรัมย์ สุรินทร์ ศรีสะเกษ และอุบลราชธานี

ตลอดการดำเนินงาน กองทัพบกยึดมั่นในหลักวิชาการ วิศวกรรม และมาตรฐานความปลอด ภัยสูงสุด โดยหลุมหลบภัยสำหรับประชาชนได้รับการออกแบบให้มีโครงสร้างที่สามารถป้องกันอันตรายจากอาวุธและสะเก็ดระเบิด พร้อมระบบไฟฟ้าและการระบายอากาศ ขณะที่หลุมบุคคลคู่ได้รับการออกแบบให้เป็นที่มั่นกำบังเพิ่มความปลอดภัย และสามารถใช้เป็นจุดตรวจการณ์ เสริมประสิทธิภาพในการเฝ้าระวังสถานการณ์ตามแนวชายแดนได้อย่างมีประ สิทธิภาพ

ผลการดำเนินงานในระยะที่ 1 และระยะที่ 2 กองทัพบกได้ก่อสร้างหลุมหลบภัยสำหรับประชา ชน ขนาดความจุ 40 คน จำนวน 10 แห่ง ในพื้นที่กองทัพภาคที่ 1 จำนวน 3 แห่ง และกองทัพภาคที่ 2 จำนวน 7 แห่ง และได้ดำเนินการก่อสร้างที่มั่นกำบังหรือหลุมบุคคลคู่สำหรับกำลังพล จำนวน 328 แห่ง ในพื้นที่กองทัพภาคที่ 1 จำนวน 72 แห่ง และกองทัพภาคที่ 2 จำนวน 256 แห่ง ปัจจุบันการดำเนินงานก่อสร้างได้แล้วเสร็จสมบูรณ์ตามเป้าหมายที่กำหนด และบรรลุตามวัตถุประสงค์ของโครงการอย่างเป็นรูปธรรม

ในโอกาสนี้ ศาสตราจารย์ ดร.สมเด็จพระเจ้าน้องนางเธอ เจ้าฟ้าจุฬาภรณวลัยลักษณ์ อัครราชกุมารี กรมพระศรีสวางควัฒน วรขัตติยราชนารี ได้มีพระกระแสรับสั่งให้กองทัพบกดำเนินการก่อสร้างหลุมหลบภัยสำหรับประชาชนในหมู่บ้านตามแนวชายแดน และหลุมบุคคลคู่สำหรับกำลังพลในระยะที่ 3 ตามแผนการดำเนินงานที่กำหนดไว้ เพื่อให้การดำเนินโครงการเป็นไปอย่างต่อเนื่อง

จากพระเมตตาสู่การปฏิบัติ จากพระราชทานสู่การเสริมสร้างความปลอดภัยและความมั่นคงให้แก่ประชาชนตามแนวชายแดน “กองทุนหทัยทิพย์” จึงเป็นพลังสำคัญที่สร้างความอุ่นใจ ความมั่นคง และคุณภาพชีวิตที่ดีให้แก่ประชาชน

กองทัพบกขอน้อมสำนึกในพระกรุณาธิคุณอย่างหาที่สุดมิได้ และจะมุ่งมั่นปฏิบัติหน้าที่ด้วยความจงรักภักดี ความเสียสละ และความรับผิดชอบอย่างสูงสุด เพื่อพิทักษ์และปกป้องชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์ ตลอดจนดูแลความปลอดภัยและความผาสุกของประชาชน พร้อมธำรงไว้ซึ่งความมั่นคงของประเทศชาติให้ดำรงสืบไป


ศูนย์ประชาสัมพันธ์กองทัพบก โดยทีมโฆษกกองทัพบก