กองทัพเรือ รำลึก 82 ปี วันเรือดำน้ำไทย

         วันนี้ 4 ก.ย.62 พลเรือเอก นพดล สุภากร ผู้บัญชาการกองเรือยุทธการ (ผบ.กร.) เป็นผู้แทนผู้บัญชาการทหารเรือ เป็นประธานในงานพิธีรำลึกวันเรือดำน้ำ ครบรอบปีที่ 82 ณ กองบัญชาการ กองเรือดำน้ำ กองเรือยุทธการ การท่าเรือแหลมเทียน อำเภอสัตหีบ จังหวัดชลบุรี โดย พลเรือตรีวันชัย ทรงเมตตา ผู้บัญชาการกองเรือดำน้ำ กองเรือยุทธการ ได้มอบหมายให้ นาวาเอกประวุฒิ รอดมณี รองผู้บัญชาการกองเรือดำน้ำ คณะนายทหาร ข้าราชการ ตลอดจนญาติของอดีตกำลังพลเรือดำน้ำ ร่วมให้การต้อนรับ โดยพิธีทางศาสนา นิมนต์พระสงฆ์ จำนวน 10 รูป มาสวดพระพุทธมนต์ และอุทิศส่วนบุญส่วนกุศลแด่ผู้วายชนม์ อดีตกำลังพลเรือดำน้ำ เพื่อรำลึกถึงวีรประวัติ ชุดเรือหลวงมัจฉาณุทั้ง 4 ลำ ที่ปฏิบัติหน้าที่อยู่ในเรือดำน้ำของกองทัพเรือไทย

          พลเรือเอก นพดล สุภากร กล่าวว่า เมื่อ 82 ปีที่แล้ว ตรงกับวันที่ 4 ก.ย. 2480 เป็นวันที่ บริษัท มิตซูบิชิ แห่งเมืองโกเบ ประเทศญี่ปุ่น ซึ่งเป็นบริษัทคู่สัญญาการว่าจ้างต่อเรือดำน้ำ จำนวน 4 ลำ ให้กับกองทัพเรือ ได้สร้างเรือดำน้ำ 2 ลำแรก เสร็จสมบูรณ์ ได้แก่ เรือหลวงมัจฉาณุ และ เรือหลวงวิรุณ และได้ทำพิธีส่งมอบเรือดำน้ำทั้ง 2 ลำ ให้แก่กองทัพเรือ นับว่าเป็นวันสำคัญยิ่งอีกวันหนึ่งในประวัติศาสตร์กองทัพเรือ ที่ธงราชนาวีไทยได้ถูกเชิญขึ้นสู่ยอดเสา และโบกสะบัดพัดพลิ้วอย่างสง่างาม ณ บริเวณท้ายเรือหลวงมัจฉาณุ และเรือวิรุณ เป็นครั้งแรก ภายหลังจากที่บริษัทฯ สร้างเรือดำน้ำทั้ง 4 ลำ เสร็จสมบูรณ์ และส่งมอบเรือให้กองทัพเรือแล้ว เรือหลวงมัจฉาณุ เรือหลวงวิรุณ เรือหลวงสินสมุทร และ เรือหลวงพลายชุมพล ได้ออกเดินทางจากประเทศญี่ปุ่น เมื่อวันที่ 5 มิ.ย. 2481 และเดินทางถึงประเทศไทย เมื่อวันที่ 29 มิ.ย. 2481 ตามลำพังโดยปราศจากเรือพี่เลี้ยง ซึ่งยังความประหลาดใจแก่ชาวญี่ปุ่น และชาวอเมริกันเป็นอันมาก เพราะเรือดำน้ำขนาดเล็กเช่นนี้ต่างประเทศย่อมมีเรือพี่เลี้ยงทั้งสิ้น นี่เป็นสัญลักษณ์แสดงถึงความกล้าหาญและความสามารถของกำลังพลประจำเรือดำน้ำของกองทัพเรือ เรือดำน้ำทั้ง 4 ลำ ได้ปลดระวางประจำการ เมื่อวันที่ 30 พ.ย. 2494 ภายหลังรับใช้ราชการในกองทัพเรือเป็นเวลากว่า 14 ปีเต็ม

          ซึ่งในระหว่างประจำการ มีการปฏิบัติงานระหว่างสงครามที่สำคัญที่ต้องจารึกไว้ คือ เมื่อครั้งกรณีพิพาทอินโดจีนฝรั่งเศส หลังจาก เรือหลวงธนบุรี และเรือตอร์ปิโด ถูกเรือฝรั่งเศส ยิงจมแล้ว เรือหลวงมัจฉาณุ เรือหลวงวิรุณ เรือหลวงสินสมุทร และเรือหลวงพลายชุมพล ได้ไปลาดตระเวนเป็น 4 แนว อยู่หน้าบริเวณฐานทัพเรือเรียมของอินโดจีนฝรั่งเศส ใช้เวลาดำอยู่ใต้น้ำทั้งสิ้นลำละ 12 ชั่วโมง ในเวลากลางวัน ส่วนกลางคืนแล่นลาดตระเวนบนผิวน้ำ นับเป็นปฏิบัติการดำที่นานที่สุดที่เคยดำมา ซึ่งยังปรากฏจากหลักฐานของฝ่ายฝรั่งเศสในการรบที่เกาะช้าง ว่าฝรั่งเศสมีความหวั่นเกรง เรือดำน้ำทั้ง 4 ลำของไทยมาก แต่เพื่อผลของการยุทธ จึงได้ตัดสินใจเลี่ยงเข้ามาปฏิบัติการในอ่าวไทย โดยกำหนดแผนการปฏิบัติเป็นช่วงระยะเวลาสั้นมาก เมื่อปฏิบัติการเสร็จก็รีบถอนตัวกลับทันที เพราะเกรงว่าจะถูกต่อตีด้วยเรือดำน้ำ

          เนื่องในวันเรือดำน้ำที่เวียนมาบรรจบครบรอบปีที่ 82 อีกครั้งในวันที่ 4 ก.ย. 62 ขอเชิญชวนท่านทั้งหลายได้ร่วมกันน้อมรำลึกถึงพระมหากรุณาธิคุณของ พล.ร.อ.พระเจ้าบรมวงศ์เธอ พระองค์เจ้าอาภากรเกียรติวงศ์ กรมหลวงชุมพรเขตอุดมศักดิ์ และ จอมพลเรือ สมเด็จพระมหิตลาธิเบศร อดุลยเดชวิกรม พระบรมราชชนกใน ที่ได้ทรงวางรากฐานกิจการเรือดำน้ำให้แก่กองทัพเรือ และพร้อมใจกันร่วมเชิดชูเกียรติประวัติของกำลังพลประจำเรือดำน้ำแห่งราชนาวีไทยในอดีตที่แสดงถึงความกล้าหาญ ความเสียสละ และความทุ่มเทกำลังกายและกำลังใจที่ได้ให้แก่กองทัพเรือและประเทศชาติ กองทัพเรือเล็งเห็นความสำคัญของการมีเรือดำน้ำมาโดยตลอด ดังจะเห็นได้จากความพยายามอย่างต่อเนื่องที่เสนอโครงการจัดหาเรือดำน้ำกลับเข้าประจำการอีกครั้งหนึ่งตั้งแต่ปี พ.ศ. 2528 เรื่อยมาจนถึงปัจจุบันที่กองทัพเรือกำลังจะมีเรือดำน้ำเข้าประจำการอีกครั้งในปี พ.ศ. 2566 อันจะเป็นการเสริมเติมเต็มให้กองทัพเรือมีสมรรถนะและขีดความสามารถในการปฏิบัติการทางเรือครบทุกมิติ คือ ผิวน้ำ ใต้น้ำ และ ในอากาศ ซึ่งจะเป็นหลักประกันให้ประเทศชาติและประชาชนมีความเชื่อมั่น และภาคภูมิใจในการรักษาอธิปไตย และผลประโยชน์ของชาติได้เป็นอย่างดี

         ซึ่งภายในปี พ.ศ.2566 กองทัพเรือจะได้รับเรือดำน้ำ แบบ S-26T ลำแรก ณ อู่ต่อเรืออู๋ชาง เมืองอู่ฮั่น มณฑลหูเป่ย สาธารณรัฐประชาชนจีน เข้าประจำการ ทำให้กองทัพเรือดำน้ำกลับมาเป็นกองเรือที่สมบูรณ์ และกองทัพเรือจะกลับมามีเขี้ยวเล็บในการทำสงครามน้ำอีกครั้งหนึ่งหลังจากที่ศาสตร์ด้านนี้เราขาดหายไปนานกว่า 60 ปี ซึ่งเรือดำน้ำที่จัดหานี้ไม่ใช่เรือดำน้ำของกองทัพเรือ หากแต่เป็น เรือดำน้ำของพี่น้องชาวไทยทุกคน

นิราช ทิพย์ศรี /นันทพล ทิพย์ศรี อ.สัตหีบ จ.ชลบุรี 082-9144646, 094-5565622 /086-3684323

กองพันทหารราบที่ 3 กรมทหารราบที่ 3 ค่ายพระยอดเมืองขวาง จ.นครพนม นำกำลังลงพื้นที่ จ.มุกดาหาร ช่วยเหลือประชาชนที่ได้รับผลกระทบจากพายุ โพดุล

          พันโทอุทัย นิลเนตร ผบ.กองพันทหารราบที่ 3 กรมทหารราบที่ 3 ได้ให้โอวาทและปล่อยแถวกำลังพล กองร้อยบรรเทาสาธารณภัย กองพันทหารราบที่ 3 กรมทหารราบที่ 3 ค่ายพระยอดเมืองขวางจังหวัดนครพนม ลงพื้นที่อำเภอนิคมคำสร้อย จังหวัดมุกดาหาร เพื่อให้การสนับสนุนจังหวัดมุกดาหาร ในการช่วยเหลือประชาชนในพื้นที่ที่ได้รับผลกระทบจากอุทกภัยพายุโพดุล

          โดยร้อยโท นฤดล อุมต์สีขันธ์ ผบ.กองร้อย บรรเทาสาธารณภัย กองพันทหารราบที่ 3 กรมทหารราบที่ 3 ค่ายพระยอดเมืองขวางจังหวัดนครพนม นำกำลังพล จำนวน 40 นายพร้อมยานพาหนะ 4 คันและเครื่องมือ บูรณาการร่วมปฏิบัติงาน กับส่วนราชการที่เกี่ยวข้องในพื้นที่ เพื่อช่วยเหลือพี่น้องประชาชนที่ได้รับผลกระทบจากอุทกภัยพายุ โพดุล ในพื้นที่บ้านหนองแวง ตำบลหนองแวง อำเภอนิคมคำสร้อย ตำบลเหล่าหมี อ.เมืองมุกดาหาร บริเวณซอยจันทร์สด ตำบลศรีบุญเรือง เขตเทศบาลเมืองมุกดาหาร และซอยแก้วกินรี เขตเทศบาลเมืองมุกดาหาร ซึ่งกำลังพลได้ดำเนินการปฎิบัติหน้าที่ มาตั้งแต่วันที่ 31 สิงหาคม 2562 เป็นต้นมา และจะบูรณาการร่วมกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องในพื้นที่จังหวัดมุกดาหาร จนกว่าจะดำเนินการบูรณะฟื้นฟูพื้นที่ ให้กลับเข้าสู่ภาวะปกติ


ธานินทร์, ฐานิตา, สมเกียรติ, พวงเพชร /ผู้สื่อข่าวมุกดาหาร

เดวิด มุกดาหาร หัวหน้าศูนย์ข่าว สำนักข่าวความมั่นคง มุกดาหาร รายงาน

นอภ.สัตหีบ เปิดงานเทศกาล 5 ช. สินค้าภูมิปัญญา ชาวบ้านบางเสร่

ตำบลบางเสร่ นับว่ามีชายหาดที่สะอาด สวยงาม เนื้อทรายสีน้ำตาล น้ำใส เงียบสงบ ทอดยาวประมาณ 1.5 กิโลเมตร ชายทะเลติดถนนระหว่างสัตหีบและหาดจอมเทียน นักท่องเที่ยวใกนิยมมานั่งรับประทานอาหารและเล่นน้ำทะเล

          เมื่อไม่นานที่ผ่านมา ณ บริเวณชายหาดบางเสร่ ตำบลบางเสร่ อำเภอสัตหีบ จังหวัดชลบุรี นายอนุชา อินทศร นายอำเภอสัตหีบ ได้เดินทางมาเป็นประธานเปิดงานเทศกาล 5 ช. “เชิญ ชวน ชิม ช้อป เช็คอิน” สินค้าภูมิปัญญาชาวบางเสร่ ในโครงการส่งเสริมการท่องเที่ยวบริเวณชายหาดบางเสร่ โดยนายสมจิตร์ นิ่มสุวรรณ นายกเทศมนตรีตำบลบางเสร่ ได้นำคณะสมาชิกสภาเทศบาลตำบลบางเสร่ พัฒนาการอำเภอสัตหีบ กำนัน ผู้ใหญ่บ้าน คณะกรรมการชุมชน หัวหน้าส่วนราชการ ประธานเครือข่าย OTOP อำเภอสัตหีบ ตลอดจนแขกผู้มีเกียรติและผู้ประกอบการ OTOP ร่วมให้การต้อนรับและร่วมงานเป็นจำนวนมาก

          นายสมจิตร์ นิ่มสุวรรณ ได้กล่าวว่าตำบลบางเสร่ เป็นสถานที่ท่องเที่ยวที่ได้รับความนิยมทั้งชาวไทยและชาวต่างประเทศ มีการเจริญเติบโตอย่างรวดเร็วจึงเป็นสาเหตุให้ประชากรจากพื้นที่ต่างๆเข้ามาประกอบอาชีพและตั้งถิ่นฐานอยู่ในเขตเทศบาลเป็นจำนวนมาก ประชากรส่วนใหญ่ประกอบอาชีพค้าขาย และรับจ้างทั่วไป มีรายได้ไม่แน่นอนและไม่เพียงพอต่อการครองชีพ ประกอบกับในช่วงวิกฤตเศรษฐกิจของประเทศส่งผลให้ประชาชนกลุ่มดังกล่าว ได้รับผลกระทบทั้งในเรื่องของรายได้ ปัญหาหนี้สินนอกระบบ และปัญหาการว่างงาน ดังนั้นเพื่อเป็นการแก้ไขปัญหาและบรรเทาความเดือดร้อนในช่วงวิกฤตเศรษฐกิจดังกล่าว เทศบาลตำบลบางเสร่ จึงได้จัดโครงการส่งเสริมการท่องเที่ยวบริเวณชายหาดบางเสร่ เพื่อเป็นการกระตุ้นเศรษฐกิจและธุรกิจการท่องเที่ยว ส่งเสริมกลไกลการมีส่วนร่วมระหว่างหน่วยงานของ ภาครัฐ ภาคเอกชน และชุมชนตลอดจนให้ชุมชนในท้องถิ่นมีส่วนร่วมในการสืบทอดประเพณี ศิลปะ วัฒนธรรม ดำรงไว้เพื่อเป็นเอกลักษณ์ดั้งเดิมของชุมชน โดยร่วมกับอำเภอสัตหีบ นำผลิตภัณฑ์สินค้า OTOP มาจำหน่ายและนำความสุขมามอบให้กับประชาชนชาวบางเสร่ ประการสำคัญเป็นการประชาสัมพันธ์แหล่งท่องเที่ยวชายหาดบางเสร่ ให้เป็นที่รู้จักของนักท่องเที่ยวและประชาชนโดยทั่วไป

          นายอนุชา อินทศร กล่าวว่า โครงการส่งเสริมการท่องเที่ยวบริเวณชายหาดบางเสร่ โดยการนำผลิตภัณฑ์สินค้าพื้นบ้าน สินค้า OTOP มาจำหน่ายให้บริการกับนักท่องเที่ยวและประชาชนชาวบางเสร่นั้น เป็นการช่วยกันพัฒนาตำบลบางเสร่บางเสร่ให้มีความเจริญก้าวหน้ามากยิ่งขึ้น บางเสร่ในวันนี้เปลี่ยนไปมากแต่ก็ ยังคงไว้ซึ่งวัฒนธรรม วิถีชีวิต และความเป็นคนบางเสร่เหมือนเดิม ซึ่งเป็นเสน่ห์ของคนบางเสร่ เช่น วิถีชีวิตและวัฒนธรรมของคนบางเสร่ ซึ่งแสดงออกมาในรูปแบบของ อาหาร งานหัตถกรรม ดนตรี ศิลปะต่างๆ และสินค้าแปรรูปจากอาหารทะเล การที่จะทำให้โครงการส่งเสริมการท่องเที่ยวบริเวณชายหาดบางเสร่ มีความยั่งยืนนั้นก็ต้องอาศัยพี่น้องประชาชนชาวตำบลบางเสร่ จึงขอเชิญชวนให้มาเที่ยวชมวัฒนธรรมเก่าๆ มาชมศิลปะวัฒนธรรม มนต์เสน่ห์หางเครื่องบางเสร่ ซึ่งนักท่องเที่ยวที่มาท่องเที่ยวอยากเห็นอยากสัมผัส หากเรารักษาตรงนี้ไว้ จะทำให้โครงการนี้มีนักท่องเที่ยวทั้งชาวไทยและชาวต่างชาติเข้ามาท่องเที่ยวเพื่อจับจ่ายใช้สอยเป็นจำนวนมาก และจะมีความยั่งยืนต่อไป

          โดย นายอำเภอสัตหีบได้กล่าวชื่นชมเจ้าหน้าที่และผู้มีส่วนเกี่ยวข้องทุกคน ที่ได้ร่วมกันจัดโครงการส่งเสริมการท่องเที่ยวบริเวณชายหาดบางเสร่นี้ขึ้น เพื่อให้ประชาชนได้รับประโยชน์ พร้อมกับขอฝากให้พี่น้องชาวบางเสร่ได้ช่วยกันอนุรักษ์และรักษาโครงการนี้ไว้ เพื่อให้เป็นเอกลักษณ์ของชาวบางเสร่สืบไป จากนั้น นายสมจิตร์ นิ่มสุวรรณ นายกเทศมนตรีตำบลบางเสร่ ได้นำคณะนายอำเภอสัตหีบ ชมบู้ธ ชิมอาหาร ชมสินค้าโอทอปและสินค้าพื้นบ้านของบางเสร่และอำภอสัตหีบ ที่มาตั้งแสดงและจำหน่ายในวันนี้ด้วยความคุ้นเคยกับพ่อค้าแม่ค้าแบบเป็นกันเอง สร้างความประทับใจภายในงานเป็นอย่างยิ่ง

นิราช ทิพย์ศรี /นันทพล ทิพย์ศรี อ.สัตหีบ จ.ชลบุรี 0909535645,0945565622/086-3684323

ผู้ใหญ่ใจดี โรตารีมิตรภาพ สัตหีบ จัดกิจกรรมและเลี้ยงอาหารกลางวันเด็ก

          เมื่อวันที่ 4 ก.ย.62 สโมสรโรตารี่มิตรภาพ สัตหีบ ภาค 3340 นำโดย โรแทเรียนจิร นันท์ ธรรมรงค์ นายกสโมสรโรตารีมิตรภาพ สัตหีบ ภาค 3340 โรตารีสากล โรแทเรียนแพรทอง สินชู ผู้ช่วยผู้ว่าการภาค 3340 โรแทเรียนรัมภาพรรณ์ อินมะโรง เลขานุการสโมสรโรตารีมิตรภาพ สัตหีบ พร้อมด้วยสมาชิกสโมสรโรตารีมิตรภาพ สัตหีบ ปีบริหาร 2019-2020 นำคณะจัดกิจกรรมสร้างสัมพันธ์ความรักสู่น้องๆ เด็กพิเศษ ณ ศูนย์การศึกษาพิเศษ เขตการศึกษา 12 จังหวัดชลบุรี ตำบลพลูตาหลวง อำเภอสัตหีบ จังหวัดชลบุรี โดยนำข้าวสาร อาหารแห้ง ขนมขบเคี้ยว ของเล่น เสื้อผ้าของใช้จำเป็นสำหรับเด็กและมอบเงินสดจำนวนหนึ่ง พร้อมจัดเลี้ยงอาหารกลางวันเด็ก ๆ โดยมี คณะครู นักเรียนและบุคลากรของศูนย์การศึกษาพิเศษฯ นำโดย นางสาวขนิษฐา เขียวสันเที๊ยะ หัวหน้าศูนย์ฯ พร้อมด้วยคณะกรรมการสถานศึกษาขั้นพื้นฐาน โดยนายสมบูรณ์ ลาลาด รองนายก อบต.พลูตาหลวง นายเชิดศักดิ์ อุดมศรี ประธานสภา ฯ และนายไพศาล อนุวงศ์วรเวท เจ้าของร้านเปี๊ยกโชนา ร่วมให้การต้อนรับและเป็นผู้แทนรับมอบสิ่งของ พร้อมร่วมจัดเลี้ยงอาหารกลางวันให้กับเด็กๆ ด้วยบรรยากาศความรักอันแสนอบอุ่น สร้างรอยยิ้มและความสุขให้กับเด็กๆ ในวันนี้ได้เป็นอย่างยิ่ง
 

          นายกจิรนันท์ ธรรมรงค์ นายกสโมสรโรตารีมิตรภาพ สัตหีบ พร้อมคณะได้กล่าวว่า การจัดกิจกรรมในวันนี้ สืบเนื่องจากโรตารี่สากล มีแนวความคิดและวัตถุประสงค์เพื่อสนับสนุนและสร้างเสริมอุดมการณ์แห่งการบำเพ็ญประโยชน์ การช่วยเหลือผู้ด้อยโอกาสและการช่วยเหลือผู้คนในสังคม เพื่อให้ก้าวเดินต่อไปด้วยกันได้ ตรงไหนต้องการความช่วยเหลือหรือสนับสนุนได้โรตารี่ จะเข้าดำเนินการในทันที

          ด้านนางสาวขนิษฐา เขียวสันเที๊ยะ หัวหน้าศูนย์การศึกษาพิเศษฯ กล่าวว่านับเป็นโอกาสดีที่ผู้ใหญ่ใจดีได้มาพบปะและร่วมทำกิจกรรมกับเด็กๆ ให้เด็กๆ กลุ่มนี้เมื่อเติบโตแล้วจะได้นำมาพัฒนาให้ดียิ่งขึ้น ต้องขอขอบพระคุณแทนเด็กๆ ด้วยใจจริง และในโอกาสนี้ต้องขอฝากขอบพระคุณผ่านไปทางผู้จัดการสวนน้ำรามายณะ ผู้ใหญ่ใจดีอีกท่านหนึ่ง ที่ได้มอบสิทธิพิเศษให้กับเด็กๆ ของศูนย์การศึกษาพิเศษ ทั้งจังหวัดชลบุรี กว่า 300 คน ได้มีโอกาสเข้าเที่ยวเล่นสวนน้ำฟรี รวมถึงการจัดเลี้ยงอาหารให้กับเด็กๆ ในโอกาสอันใกล้นี้ด้วย

          โรตารีสากล นับเป็นองค์กรของนักธุรกิจและผู้นำด้านวิชาชีพจากทั่วโลก ผู้ซึ่งให้บริการเพื่อมนุษยชาติ สนับสนุนมาตรฐานจริยธรรมในทุกวิชาชีพ และช่วยส่งเสริมไมตรีจิตและสันติภาพในโลก โรตารี เป็นสโมสรบริการแห่งแรกของโลก ก่อตั้งขึ้นเมื่อวันที่ 23 กุมภาพันธ์ 1905 ที่นครชิคาโก รัฐอิลลินอยส์สหรัฐอเมริกา ปัจจุบัน มีสมาชิกทั่วโลกกว่า 1,211,723 คน มีสโมสรกว่า 31,603 สโมสร มี 529 ภาค โดยครอบคลุม 166 ประเทศทั่วโลก

นิราช ทิพย์ศรี /นันทพล ทิพย์ศรี อ.สัตหีบ จ.ชลบุรี 0909535645, 0945565622/086-3684323

นครนายก-จัดการแข่งขันกีฬาระหว่างโรงเรียนส่วนภูมิภาค ประจำปี 2562

สำนักงานท่องเที่ยวและกีฬาจังหวัดนครนายก จัดการแข่งขันกีฬาระหว่างโรงเรียนส่วนภูมิภาคจังหวัดนครนายก ประจำปี 2562 เพื่อส่งเสริมงานด้านการกีฬาอย่างกว้างขวางสำหรับเยาวชน

         ที่สนามโรงเรียนนครนายกวิทยาคม อำเภอเมือง จังหวัดนครนายก นายบัญชา เชาวรินทร์ รองผู้ว่าราชการจังหวัดนครนายก ได้เป็นประธานเปิดจัดการแข่งขันกีฬาระหว่างโรงเรียนส่วนภูมิภาคจังหวัดนครนายก ประจำปี 2562 พร้อมมอบรางวัลให้กับผู้ชนะการแข่งขัน โดยมีนางกัญ์ชลา สุขิตรกูล ท่องเที่ยวและกีฬาจังหวัดนครนายก พร้อมคณะให้การต้อนรับและกล่าวรายงานเพื่อมุ่งเน้นส่งเสริมพลานามัยของเด็กยาวชนและประชาชนทุกเพศทุกวัยและทุกพื้นที่ให้มีสุขภาพร่างกายและจิตใจที่สมบูรณ์และแข็งแรง ที่จะสร้างและพัฒนานักกีฬา เพื่อเป็นตัวแทนของประเทศไทยในอนาคต สำนักงานท่องเที่ยวและกีฬาจังหวัดนครนายก จึงได้จัดการแข่งขันกีฬาระหว่างโรงเรียนในส่วนภูมิภาคจังหวัดนครนายก ประจำปี 2562 เพื่อให้เด็กและเยาวชนในวัยเรียนระดับประถมศึกษา มัธยมศึกษาและอาชีวศึกษา ได้มีโอกาสออกกำลังกาย เล่นและแข่งขันกีฬาขึ้น

         โดยจัดให้มีการแข่งขันกีฬาประเภท กรีฑา บาสเกตบอล วอลเลย์บอล เซปักตะกร้อ เปตอง ฟุตบอล ฟุตซอล สำหรับเด็กและเยาวชนอายุ 12 ปี, 15 ปี, 18 ปี ชายหญิง ที่มีนักเรียนจากโรงเรียนต่างในจังหวัดนครนายก เข้าร่วมในกิจกรรมกว่า 5,000 คน โดยได้รับความร่วมมือจากทุกฝ่ายเป็นอย่างดี

ภาพ/สมบัติ เนินใหม่ ข่าว/รัชชานนท์ เนินใหม่ ทีมข่าวภูมิภาค
นายพรเทพ เขม้นเขตวิทย์ รายงานจากศูนย์ข่าวภาคตะวันออก

จังหวัดจันทบุรี ตั้งจุดรับบริจาคช่วยผู้ประสบภัยภาคอีสาน ที่บริเวณลานหน้าศาลากลาง

มีองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น ผนึกกำลังเตรียมเดินทางตั้งครัวธารน้ำใจชาวจันท์ช่วยผู้ประสบภัยที่อำเภอเสลภูมิ จังหวัดร้อยเอ็ด

          วันนี้ ( 4 ก.ย.62 ) ที่บริเวณลานหน้าศาลากลางจังหวัดจันทบุรี // จังหวัดจันทบุรี ร่วมกับ องค์การบริหารส่วนจังหวัดจันทบุรี ชมรมสันนิบาตเทศบาลจังหวัดจันทบุรี สมาคมกำนัน-ผู้ใหญ่บ้านจังหวัดจันทบุรี สโมสรไลออนส์จันทบุรี / สโมสรโรตารีจันทบูร ส่วนราชการ และ ภาคเอกชนที่เกี่ยวข้อง ได้ร่วมกันตั้งจุดรับบริจาคเงินสด และ สิ่งของจำเป็น ข้าวสาร ข้าวเหนียว อาหารแห้ง เวชภัณฑ์ยา สิ่งของจำเป็นสำหรับการครองชีพ เพื่อนำไปช่วยผู้ประสบอุทกภัยภาคอีสาน โดยมีประชาชนในจังหวัดจันทบุรีทุกสาขาอาชีพ นำเงินสด สิ่งของเครื่องอุปโภค ของใช้ที่จำเป็นมาร่วมบริจาคจำนวนมาก และ ธารน้ำใจของจังหวัดจันทบุรีจะเคลื่อนขบวนออกไปสมทบกับทีมกู้ภัยสว่างกตัญญูธรรมสถานที่เดินทางไปช่วยผู้ประสบภัยล่วงหน้าแล้วที่ อำเภอเสลภูมิ จังหวัดร้อยเอ็ด โดยสิ่งของที่เป็นอาหารสด ข้าว ข้าวเหนียว จะมีการเปิดครัวน้ำใจชาวจันท์ช่วยผู้ประสบอุทกภัยในพื้นที่จังหวัดร้อยเอ็ด

          ทั้งนี้จุดรับบริจาคช่วยผู้ประสบภัยภาคอีสานที่หน้าศาลากลางจังหวัดจันทบุรี จะเปิดรับบริจาคจนถึงวันศุกร์ที่ 6 กันยายนนี้ เพื่อเปิดโอกาสให้ประชาชนได้บริจาคทั้งสิ่งของ อาหารแห้ง อาหารสด เครื่องปรุงรส เวชภัณฑ์ยา ของใช้ที่จำเป็นของสตรี เด็ก และคนชรา ที่สำคัญคือ อาหารสด เนื้อหมู เนื้อวัว ไข่ ข้าวเหนียว น้ำมัน ผักสด เครื่องปรุงรสที่จะนำไปปรุงเป็นอาหาร ครัวน้ำใจชาวจันท์ช่วยเหลือผู้ประสบภัย จนกว่าสถานการณ์จะคลี่คลาย

ภาพ/ข่าว จรัล บรรยงคเสนา  ทีมข่าวภูมิภาค จ.จันทบุรี
นาย  พรเทพ เขม้นเขตวิทย์ รายงานจากศูนย์ข่าวภาคตะวันออก

จังหวัดจันทบุรี จัดโครงการ “101 อาชีพ” เฉลิมพระเกียรติ

เนื่องในโอกาสมหามงคลพระราชพิธีบรมราชาภิเษก และ จิตอาสาเราทำความดีด้วยหัวใจ ร่วมทำความสะอาดบำเพ็ญประโยชน์พื้นที่รอบสำนักสงฆ์เขาสำเภาคว่ำ

         วันนี้ ( 4 ก.ย.62 ) ที่สำนักสงฆ์เขาสำเภาคว่ำ ต.กระแจะ อ.นายายอาม จ.จันทบุรี นายบุญช่วย น้อยสันเทียะ รองผู้ว่าราชการจังหวัดจันทบุรี นำหัวหน้าส่วนราชการ ข้าราชการ นักเรียน ประชาชน และประชาชนจิตอาสา เข้าร่วมพิธีเปิดโครงการ “101 อาชีพ” เฉลิมพระเกียรติ เนื่องในโอกาสมหามงคลพระราชพิธีบรมราชาภิเษก ที่กรมพัฒนาฝีมือแรงงาน กระทรวงแรงงาน จัดขึ้นเพื่อเฉลิมพระเกียรติ พระบาทสมเด็จพระปรเมนทรรามาธิบดีศรีสินทร มหาวชิราลงกรณ พระวชิรเกล้าเจ้าอยู่หัว เนื่องในโอกาสมหามงคลพระราชพิธีบรมราชาภิเษก และสนับสนุนโครงการอันเนื่องมาจากพระราชปณิธานที่สืบสานหลักการปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียง ตามแนวพระราชดำริของ พระบาทสมเด็จพระชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร ตลอดจนการเพิ่มโอกาสให้การประกอบอาชีพและสร้างรายได้ให้แก่ประชาชน

          โดยมีกิจกรรม 2 กิจกรรม ได้แก่ กิจกรรมพัฒนาทักษะ 101 อาชีพ เฉลิมพระเกียรติสาขา การแปรรูปผลิตภัณฑ์จากชันโรง จำนวน 20 คน โดยฝึกทักษะให้แก่วิสาหกิจชุมชนกลุ่มชันโรง ต.กระแจะ อ.นายายอาม จ.จันทบุรี และกิจกรรมบำเพ็ญสาธารณประโยชน์เฉลิมพระเกียรติ เพื่อซ่อมแซมบำรุงรักษาสถานที่ ซ่อมแซมปรับปรุงจุดถ่ายภาพชุมชนเขาสำเภาคว่ำ ซ่อมแซมระบบไฟฟ้าในสำนักสงฆ์ // ปล่อยพันธ์สัตว์น้ำ เป็นพระราชกุศล พร้อมกันนี้ยังได้มีการร่วมกันปลูกต้นรวงผึ้ง และ จิตอาสาเราทำความดีด้วยหัวใจ ร่วมทำความสะอาดบำเพ็ญประโยชน์พื้นที่รอบสำนักสงฆ์เขาสำเภาคว่ำ อีกด้วย

ภาพ/ข่าว จรัล บรรยงคเสนา  ทีมข่าวภูมิภาค จ.จันทบุรี
นาย  พรเทพ เขม้นเขตวิทย์ รายงานจากศูนย์ข่าวภาคตะวันออก

สืบสวนสตม.รวบแก๊งปั่นหุ้นชาวจีน ยึดของกลางเป็นคอมพิวเตอร์โน๊ตบุ๊คและโทรศัพท์มือถือกว่า 300 เครื่อง

          วันนี้​ วัน​พุธที่ 4 ก.ย.62 เวลา 09.30 น.ณ ห้องมหาเมฆ ชั้น 4 อาคาร 1 สตม.(สวนพลู) : พล.ต.ท.สมพงษ์ ชิงดวง ผบช.สตม.พร้อมด้วย​ พล.ต.ต.ณฐพล แสวงกิจ รองผบช.สตม.,พล.ต.ต.สุรพงษ์ ชัยจันทร์ รองผบช.ภ.7 ปฏิบัติราชการ สตม.,พ.ต.อ.ปฏิญญา จีรชนาสิน ผกก.4 บก.สส.สตม. และ พ.ต.อ.ยศพนธ์ จรรยาสถิต รอง ผบก.ภ.จ.จันทบุรี​ฯ ปรท.ผบก.อก.สตม. ร่วมแถลงข่าวการจับกุมคนร้าย ดังนี้

          เมื่อวันที่ 29 สิงหาคม 2562 ชุดสืบสวนกก. 4 บก.สส.สตม. และกก.ปราบปรามอาชญากรรมพิเศษ ได้รับคำสั่งให้สืบสวนติดตามกลุ่มบุคคลชาวจีนที่ใช้ประเทศไทยเป็นฐาน ในการกระทำผิดหรือใช้ประเทศไทยเป็นแหล่งที่พักในการหลบหนีคดี ต่อมาเจ้าหน้าที่ตำรวจชุดสืบสวน กก. 4 บก.สส.สตม. ได้รับแจ้งจากสายลับว่ามีกลุ่มชาวจีน จำนวนหลายคนเข้ามาพักอาศัยอยู่บริเวณแถวลาดพร้าว และมีพฤติการณ์ที่น่าสงสัย ชุดสืบสวนจึงได้รายงานให้กับทางผกก. 4​ บก.สส.สตม. ทราบ ซึ่งทางผกก.4 ฯ ได้สั่งการให้ชุดสืบสวนทำการสืบสวน เฝ้าติดตาม และขยายผลเพิ่มเติม

          โดยจากการสืบสวนและเฝ้าติดตาม พบว่า เป็นกลุ่มชาวจีน ที่เข้ามาเช่าห้องพักที่โรงแรม APPLE HOLIDAY ในชั้นที่ 6 และ ชั้นที่ 7 ซอยลาดพร้าว 101 แยก 21 แขวงคลองเจ้าสิงห์ เขตวังทองหลาง กรุงเทพฯ มีพฤติกรรมที่น่าสงสัยคือจะไม่ออกไปข้างนอก จากนั้นเจ้าหน้าที่สืบสวนได้ทำการสืบสวนในเชิงลึกกับทางเจ้าหน้าที่ตำรวจสาธารณรัฐประชาชนจีน พบว่ากลุ่มชาวจีนดังกล่าวน่าจะเข้ามากระทำความผิดเกี่ยวกับการกระทำความผิดผ่านอุปกรณ์อิเล็กทรอนิค เมื่อทราบดังกล่าว เจ้าหน้าที่ชุดสืบสวนจึงได้ทำการขอหมายค้นต่อศาลอาญารัชดาและได้ร่วมกับกก.ปราบปรามอาชญากรรมพิเศษ และสน.ลาดพร้าว เข้าทำการตรวจค้น

          เมื่อทำการตรวจค้นพบกลุ่มชาวจีน จำนวน 58 คน ได้ทำการใช้อุปกรณ์คอมพิวเตอร์และโทรศัพท์มือถือ พูดคุยกับลูกค้าที่หลงเชื่อและถูกดึงเข้ามาในกลุ่มแชท (WECHAT) ของแก๊งผู้ต้องหา ซึ่งแก๊งผู้ต้องหาจะมีการจัดการให้ลูกค้าหลงเชื่อว่าหุ้นตัวไหนที่ดีเหมาะแก่การลงทุน โดยจะมีผู้ต้องหาคนอื่นแสดงเป็นอาจารย์หรือผู้เชี่ยวชาญ ในการให้ข้อมูลกับลูกค้าที่หลงเชื่อและจะมีผู้ต้องหาอีกส่วนหนึ่งแสดงตนเป็นคนคอยสนับสนุนความน่าเชื่อถือของอาจารย์หรือผู้เชี่ยวชาญ

          จากการ ตรวจสอบเบื้องต้นพบว่า มีจำนวนกลุ่ม WECHAT กว่า 100 กลุ่ม​ จากการสอบถาม กลุ่มคนร้ายสารภาพว่ามีกลุ่มนายทุนคนจีน ได้ว่าจ้างให้ตนเข้ามาทำงานในประเทศไทย โดยจะให้ค่าจ้าง จำนวน 6,000 หยวน หรือประมาณ 30,000 บาท ซึ่งตกลงค่าจ้างให้ในช่วงสิ้นเดือนหลังจากที่ได้เริ่มทำงาน เจ้าหน้าที่สืบสวนได้ตรวจสอบพบว่าผู้ต้องหาทั้งหมดไม่มีหนังสืออนุญาตให้ทำงานในราชอาณาจักรไทย จึงได้ทำการจับกุมผู้ต้องหาดำเนินคดีในส่วนของเป็นบุคคลต่างด้าวทำงานในราชอาณาจักรไทยโดยไม่ได้รับอนุญาตและถือได้ว่าเป็นบุคคลมีพฤติการณ์เป็นภัยต่อสังคมฯ จึงดำเนินการเพิกถอนการอนุญาตให้อยู่ในราชอาณาจักรและควบคุมกักตัวไว้ที่ห้องกัก สตม. เพื่อรอผลักดันส่งกลับสาธารณรัฐประชาชนจีนต่อไป

          จากการตรวจสอบห้องพักที่ใช้เป็นห้องทำงาน พบของกลางเป็นอุปกรณ์ที่ใช้ในการกระทำความผิด เช่น โทรศัพท์มือถือ จำนวนกว่า 200 เครื่อง,คอมพิวเตอร์โน๊ตบุ๊ค จำนวน 40 เครื่อง แผ่นกระดาษและสมุดจดบันทึกเป็นภาษาจีน (บันทึกการปฏิบัติในแต่ละวัน) จำนวนมาก ซึ่งของกลางในส่วนนี้ทางเจ้าหน้าที่ตำรวจชุดจับกุมจะได้สอบถามไปยังเจ้าหน้าที่ตำรวจสาธารณรัฐประชาชนจีน เพื่อทำการร่วมตรวจสอบและหาพยานหลักฐานเพิ่มเติม เพื่อใช้เป็นหลักฐานในการดำเนินคดีกับผู้ต้องหาทั้งในส่วนของความผิดที่เกี่ยวกับกฎหมายประเทศไทยและที่เป็นความผิดเกี่ยวกับกฎหมายในประเทศสาธารณรัฐประชาชนจีน

          พล.ต.ท.สมพงษ์​ฯ​ ขอฝาก​ประชาสัมพันธ์​ให้ท่านทราบว่า สตม. มีมาตรการในการตรวจสอบ กวดขัน และปราบปรามการกระทำความผิดในด้านต่างๆ รวมทั้งดำเนินการตรวจสอบชาวต่างชาติที่มีพฤติกรรมไม่เหมาะสม กระทำผิดกฎหมาย ก่อเหตุอันตรายต่อความสงบสุขและความปลอดภัยในชีวิตทรัพย์สินของประชาชน ทำให้เกิดความเสียหายต่อภาพลักษณ์ของประเทศชาติ

          หากประชาชนท่านใดพบเห็นเบาะแสการกระทำความผิด กรุณาแจ้งมายัง สำนักงานตรวจคนเข้าเมือง เลขที่ 507 ซ.สวนพลู แขวงทุ่งมหาเมฆ เขตสาทร กรุงเทพมหานคร 10120 หรือที่หมายเลขโทรศัพท์ 1178 หรือที่ www.immigration.go.th จักขอบพระคุณเป็นอย่างยิ่ง

สุรเชษฐ​ ​ศิลา​นนท์​ รายงาน​

คณะสื่อมวลชนจากอินโดนีเซีย เข้าพบปะแม่ทัพภาคที่ 4 ร่วมหา รือ สานสัมพันธ์ เพิ่มช่องทางการรับรู้ขยายผลสร้างความเข้าใจสู่สาธารณะ

          วันนี้ ( 3 กันยายน 2562 ) เวลา 09.30 น.  ที่ห้องประชุม 1 กอ.รมน.ภาค 4 ส่วนหน้า ค่ายสิรินธร อ.ยะรัง      จ.ปัตตานี พลโท พรศักดิ์ พูลสวัสดิ์ แม่ทัพภาคที่ 4 /ผู้อำนวยการรักษาความมั่นคงภายในภาค 4 ให้การต้อนรับ คณะสื่อมวลชนจากประเทศอินโดนีเซีย นำโดย พันเอก อาดัม  อากูส ฮาโตโน่ (Kol Adm Agus Hartoto)(Puskompublik) ผู้แทนกระทรวงกลาโหมอินโดนีเซีย และคณะ ในโอกาสเดินทางลงพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้ เพื่อรับฟังสถานการณ์ข้อเท็จจริงในพื้นที่จาก กองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายในภาค 4 ส่วนหน้า ตลอดจนศึกษาพื้นที่เรียนรู้ชุมชนพหุวัฒนธรรม เพื่อนำไปเผยแพร่ประชาสัมพันธ์ ขยายผลผ่านสื่อของอินโดนีเซีย ให้ประชาชนได้รับรู้รับทราบอย่างถูกต้อง


          พลโท พรศักดิ์ พูลสวัสดิ์ แม่ทัพภาคที่ 4 /ผู้อำนวยการรักษาความมั่นคงภายในภาค 4 กล่าวว่า รู้สึกยินดีเป็นอย่างยิ่งที่คณะสื่อจากอินโดนีเซียได้เดินทางมา รับฟังผลการปฏิบัติงานของกองอำนวยรักษาความมั่นคง ภายในภาค 4 ส่วนหน้า ในวันนี้ ถือเป็นโอกาสดีที่จะได้ รับทราบข้อเท็จจริงในการดำเนินงานในการแก้ไขปัญหาในพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้ รวมถึงจะได้หารือ แลกเปลี่ยนข้อคิดเห็น เกี่ยวกับสถานการณ์และแนวทางการแก้ไขปัญหาจังหวัดชายแดนภาคใต้ ต่อไป ในการเดินทางมาประสานงานของท่านและคณะในครั้งนี้กองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายในภาค 4 ส่วนหน้า จะได้นำ ข้อเสนอแนะข้อคิดเห็นจากคณะเพื่อมาพิจารณาใช้ประโยชน์ ในการดำเนินงานของหน่วยให้มีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น


          ทั้งนี้กองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายในภาค 4 ส่วนหน้าได้ดำเนินการเปิดค่ายพักพิงเพื่อการบำบัด Camp 35 เพื่อเดินหน้าแก้ไขปัญหายาเสพติดในพื้นที่ชายแดนภาคใต้อย่างจริงจัง ซึ่งดำเนินการตามแนวทางการบำบัดรักษาและแก้ไขปัญหายาเสพติดที่ครอบคลุมทั้งมาตรการด้านการป้องกัน ปราบปราม  การบำบัดรักษาและการติดตามดูแลช่วยเหลือผู้ผ่านการบำบัดยาเสพติดอย่างจริงจังและเกิดผลเป็นรูปธรรม ถือเป็นโอกาสดีที่ทางคณะได้มาสัมผัสและติดตามผลการดำเนินงานของรัฐบาลไทยในการแก้ไขปัญหายาเสพติดที่เป็นทุกข์อันดับหนึ่งของคนในพื้นที่อีกด้วย
 

          ด้านพันเอก อาดัม  อากูส ฮาโตโน่ (Kol Adm Agus Hartoto)(Puskompublik) ผู้แทนกระทรวงกลาโหม ประเทศอินโดนีเซีย กล่าวว่า หลังจากที่คณะได้มารับฟังข้อมูลต่างๆจากหน่วยในพื้นที่ ซึ่งเป็นข้อมูลที่ได้รับจากเจ้าของพื้นที่โดยตรงนั้นเป็นสิ่งที่ดีมาก ทำให้เข้าใจสภาพความเป็นจริงมากขึ้น ทางคณะและสื่อมวลชนจะนำข้อมูลเหล่านี้ไปเผยแพร่และถ่ายทอด ให้กับประชาชนในประเทศอินโดนีเซียได้รับรู้ รับทราบถึงข้อมูลที่แท้จริง เพื่อให้ประชาชนชาวมุสลิมได้เข้าใจกับปัญหาที่เกิดขึ้นในพื้นที่อย่างแท้จริงต่อไป


ข่าว / มัสเตาะฯ
ภาพ / อภิชาติฯ

วช.ผลักดันงานวิจัยและนวัตกรรมสู่การบริหารจัดการน้ำ และจังหวัด 4.0 อย่างยั่งยืน

ข่าวสังคม​(วช.)

          เมื่อวันที่ 3 กันยายน 2562 เวลา 13.00 น. ณ ห้องประชุมวังจันทร์ คอนเวนชั่น โรงแรมวังจันทร์ ริเวอร์วิว อำเภอเมือง จังหวัดพิษณุโลก​ : ศาสตราจารย์ นายแพทย์สิริฤกษ์ ทรงศิวิไล ผู้อำนวยการสำนักงานการวิจัยแห่งชาติ และผู้ช่วยศาสตราจารย์ ดร.ภานุวัฒน์ ปิ่นทอง มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีพระจอมเกล้าพระนครเหนือ ร่วมแถลงข่าว

          สำนักงานการวิจัยแห่งชาติ (วช.) เป็นหน่วยงานให้ทุนวิจัยหลักของประเทศและส่งเสริมการทำงานร่วมกันของทุกภาคส่วน เป็นหน่วยงานกลางที่ประสาน เชื่อมโยงในการทำงานร่วมกันบนฐานงานวิจัยและนวัตกรรมเพื่อให้เกิดผลอย่างเป็นรูปธรรม โดยมุ่งเน้นการนำความรู้จากผลงานวิจัยไปใช้ประโยชน์ในการขับเคลื่อนประเด็นท้าทายของสังคม การขับเคลื่อนยุทธศาสตร์เป้าหมายตามแผนพัฒนาภูมิภาคและจังหวัด 4.0

          โดย วช.ได้สนับสนุนการดำเนินงานดังกล่าวผ่านโครงการท้าทาย เรื่องการบริหารจัดการน้ำและสามารถนำผลการดำเนินงานดังกล่าวไปใช้ให้เกิดประโยชน์อย่างเป็นรูปธรรมรวมถึงการวิจัยและนวัตกรรมเพื่อแก้ปัญหาเชิงพื้นที่และเพื่อให้สาธารณชนได้รับทราบถึงการดำเนินการดังกล่าว จึงได้จัดการแถลงข่าว “วช. ผลักดันงานวิจัยและนวัตกรรมสู่การบริหารจัดการน้ำ และจังหวัด 4.0 อย่างยั่งยืน”

สุรเชษฐ​ ศิลา​นนท์​ รายงาน​