รมว.ต่างประเทศ สปป.ลาว เยี่ยมชมผลสำเร็จการดำเนินงานของศูนย์ศึกษาการพัฒนาห้วยฮ่องไคร้ อันเนื่องมาจากพระราชดำริ จ.เชียงใหม่ แลกเปลี่ยน เรียนรู้ สานสัมพันธ์ไทย-ลาว

รมว.ต่างประเทศ สปป.ลาว เยี่ยมชมผลสำเร็จการดำเนินงานของศูนย์ศึกษาการพัฒนาห้วยฮ่องไคร้อันเนื่องมาจากพระราชดำริ จ.เชียงใหม่ แลกเปลี่ยน เรียนรู้ สานสัมพันธ์ไทย-ลาว

เช้าวันนี้ (22 พ.ค. 68) เวลา 10.00 น. นายทองสะหวัน พมวิหาน รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศ สาธารณรัฐประชาธิปไตยประชาชนลาว (สปป.ลาว) พร้อมด้วยภริยา และคณะ ได้เดินทางมาศึกษาดูงานและเยี่ยมชมผลการดำเนินงานของศูนย์ศึกษาการพัฒนาห้วยฮ่องไคร้อันเนื่องมาจากพระราชดำริ ต.ป่าเมี่ยง อ.ดอยสะเก็ด จ.เชียงใหม่ โดยมี นายอำเภอดอยสะเก็ด, เลขาธิการคณะกรรมการพิเศษเพื่อประสานงานโครงการอันเนื่องมาจากพระราชดำริ (สำนักงาน กปร.) , ผู้อำนวยการศูนย์ศึกษาการพัฒนาห้วยฮ่องไคร้ฯ พร้อมด้วยบุคลากรและเจ้าหน้าที่ของศูนย์ศึกษาการพัฒนาห้วยฮ่องไคร้ฯ ร่วมให้การต้อนรับ

โอกาสนี้ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศ สปป.ลาว ได้รับฟังบรรยายที่มาและสรุปภาพรวมผลการดำเนินงานของศูนย์ศึกษาการพัฒนาห้วยฮ่องไคร้อันเนื่องมาจากพระราชดำริ จากนั้นได้นั่งรถรางไปร่วมกันปลูกต้นไม้ (ต้นสุพรรณิการ์ (ฝ้ายคำ)) ที่ บริเวณอ่างเก็บน้ำที่ 7 พร้อมทั้งเยี่ยมชมกิจกรรมต่างๆ ภายในพื้นที่ศูนย์ศึกษาฯ ซึ่งได้จัดแสดงผลสำเร็จของการพัฒนาและตัวอย่างของวิธีการพัฒนาด้านต่างๆ ที่เหมาะสม สอดคล้องกับสภาพภูมิสังคมของภาคเหนือ ในลักษณะต้นทางเป็นการฟื้นฟูสภาพป่าไม้ ต้นน้ำลำธาร ปลายทางเป็นการพัฒนาด้านการประมงตามอ่างเก็บน้ำต่างๆ ผสมผสานกับระหว่างทางที่เป็นการพัฒนาด้านการเกษตรกรรม และปศุสัตว์ ซึ่งจุดเยี่ยมชม ประกอบด้วย การพัฒนาการปลูกพืช การพัฒนาปศุสัตว์ การพัฒนาที่ดิน การพัฒนาการเลี้ยงกบ และการพัฒนาด้านประมง

โดยความสัมพันธ์ระหว่างประเทศไทยและสาธารณรัฐประชาธิปไตยประชาชนลาวมีมาอย่างต่อเนื่องยาวนานและความสัมพันธ์ยิ่งแน่นแฟ้นขึ้น โดยเมื่อวันที่ 10 มกราคม 2535 ท้าวไกสอน พมวิหาน อดีตประธานประเทศสาธารณรัฐประชาธิปไตยประชาชนลาว ได้เดินทางมาเยี่ยมชมศูนย์ศึกษาการพัฒนาห้วยฮ่องไคร้ฯ แห่งนี้ และได้กราบบังคมทูลขอพระราชทานพระมหากรุณาจากพระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลมหาราช บรมนาถบพิตร เพื่อให้มีการดำเนินงานในลักษณะคล้ายคลึงกับศูนย์ศึกษาฯ ที่สาธารณรัฐประชาธิปไตยประชาชนลาว โดยได้จัดตั้งศูนย์พัฒนาและบริการด้านการเกษตรห้วยซอน-ห้วยซั้ว ณ สาธารณรัฐประชาธิปไตยประชาชนลาว เพื่อเป็นต้นแบบการพัฒนาชนบทแก่สาธารณรัฐประชาธิปไตยประชาชนลาว ตั้งแต่ปีพุทธศักราช 2537 โดยได้น้อมนำแนวพระราชดำริที่ประสบความสำเร็จ ไปถ่ายทอดแก่นักวิชาการของสาธารณรัฐประชาธิปไตยประชาชนลาว รวมทั้ง ขยายผลไปสู่เกษตรกรให้มีคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้นและมีความสุข โดยคำนึงถึงสภาพแวดล้อม ภูมิประเทศ และวิถีชีวิตของประชาชนเป็นสำคัญ

ส่วนในช่วงบ่าย รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศ สาธารณรัฐประชาธิปไตยประชาชนลาว (สปป.ลาว) พร้อมด้วยภริยา และคณะ ยังได้ถือโอกาสเยี่ยมชมการดำเนินงานของอุทยานหลวงราชพฤกษ์ ต.แม่เหียะ อ.เมืองเชียงใหม่ อีกด้วย


นที มีเดช รายงาน

รองนายกฯ อนุทิน ลงพื้นที่ติดตามการส่งเสริมการท่องเที่ยวชุมชนในพื้นที่จังหวัดลำพูน

รองนายกฯ อนุทิน ลงพื้นที่ติดตามการส่งเสริมการท่องเที่ยวชุมชนในพื้นที่จังหวัดลำพูน

วันนี้ (23 พ.ค. 68) เวลา 07.45 น. นายอนุทิน ชาญวีรกูล รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย พร้อมด้วย น.ส.ธนนนท์ นิรามิษ ภริยารองนายกรัฐมนตรีและรมว.มหาดไทย และที่ปรึกษากิตติมศักดิ์สมาคมแม่บ้านมหาดไทย, นายอรรษิษฐ์ สัมพันธรัตน์ ปลัดกระทรวงมหาดไทย และนางจิณณารัชช์ สัมพันธรัตน์ นายกสมาคมแม่บ้านมหาดไทย เดินทางถึงวัดพระธาตุหริภุญชัย วรมหาวิหาร จังหวัดลำพูน โดยมีนายวิวัฒน์ อินทร์ไทยวงศ์ ผู้ว่าราชการจังหวัดลำพูน พร้อมด้วยนางสาวเด็บบี้ ดุสิตนานนท์ ประธานแม่บ้านมหาดไทยจังหวัดลำพูน, นายโยธิน ประสงค์ความดี นายชาตรี ธินนท์ รองผู้ว่าราชการจังหวัดลำพูน, ปลัดจังหวัดลำพูน, ตำรวจ, ทหาร, หัวหน้าส่วนราชการ, นายอำเภอ และประชาชนชาวจังหวัดลำพูน ให้การต้อนรับ

โดยในช่วงเช้านี้ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย พร้อมภริยาและคณะ ได้ลงพื้นที่ติดตามการส่งเสริมการท่องเที่ยวชุมชนในพื้นที่จังหวัดลำพูน ณ วัดพระธาตุหริภุญชัย วรมหาวิหาร จังหวัดลำพูน จากนั้นได้เดินทางไป กราบสักการะองค์พระประธานในพระวิหารหลวง และกราบนมัสการ ถวายสังฆทานแด่พระเทพรัตนนายก เจ้าอาวาสวัดพระธาตุหริภุญชัยวรมหาวิหาร เจ้าคณะจังหวัดลำพูน พร้อมกราบไหว้สักการะพระบรมธาตุเจ้าหริภุญชัย พร้อมพบปะพูดคุยกับประชาชนและนักท่องเที่ยวภายในวัดอย่างใกล้ชิด

สำหรับวัดพระธาตุหริภุญชัย วรมหาวิหาร เป็นปูชนียสถานสำคัญในภาคเหนือ สิ่งศักดิ์สิทธิ์ที่อยู่คู่เมืองลำพูนมาอย่างยาวนานตั้งอดีตนับเวลามากกว่าพันปี ตั้งอยู่ใจกลางเมืองลำพูน สร้างขึ้นเมื่อ พ.ศ. 1651 ห่างจากศาลากลางจังหวัดประมาณ 150 เมตร มีถนนล้อมรอบสี่ด้าน คือ ถนนอัฏฐารสทางทิศเหนือ ถนนชัยมงคลทางทิศใต้ ถนนรอบเมืองทาง ทิศตะวันออก นอกจากนั้นยังเป็นองค์พระธาตุประจำปีเกิดของคนเกิดปีระกา ภายในพระบรมธาตุหริภุญไชยบรรจุพระเกศบรมธาตุบรรจุในโกศทองคำ ประดิษฐานในพระเจดีย์ วัดพระธาตุหริภุญชัย วรมหาวิหาร เดิมทีเป็นพระราชวังของพระเจ้าอทิตยราชกษัตริย์ผู้ครองนครหริภุญชัย องค์ที่ ๓๓ ต่อจาก พระนางจามเทวี ปฐมบรมกษัตริย์ของเมืองหริภุญชัย สำหรับวัดพระธาตุหริภุญชัย วรมหาวิหาร มีสิ่งที่น่าสนใจคือ ซุ้มประตู ซึ่งก่อนที่จะเข้าไปในบริเวณวัด ต้องผ่านซุ้มประตูก่ออิฐถือปูนประดับลวดลายวิจิตรพิสดาร เป็นฝีมือโบราณสมัยศรีวิชัย ประกอบด้วยซุ้มยอดเป็น ชั้น ๆ เบื้องหน้าซุ้มประตูมีสิงห์ใหญ่คู่หนึ่งยืนเป็นสง่าบนแท่นสูงประมาณ 1 เมตร สิงห์คู่นี้ปั้นขึ้นใน สมัยพระเจ้าอาทิตยราชเมื่อทรงถวายวังให้เป็นสังฆารามวิหารหลวง เมื่อผ่านซุ้มประตูเข้าไปแล้วจะเห็นวิหารหลังใหญ่ เรียกว่า วิหารหลวง เป็นวิหารหลังใหญ่มีพระระเบียงรอบด้านและมีมุขออกทั้งด้านหน้าและด้านหลัง

และในเวลา 09.00 น. รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย พร้อมคณะได้ออกเดินทางไปยังอนุสาวรีย์พระนางจามเทวี พร้อมพบปะพูดคุยกับประชาชนและนักท่องเที่ยวที่เดินทางมาสักการะ อนุสาวรีย์พระนางจามเทวี ตั้งอยู่ในเขตเทศบาลเมืองลำพูน ตำบลในเมือง บริเวณด้านหลังตลาดหนองดอก ห่างจากศาลากลางจังหวัดลำพูนประมาณ 1 กิโลเมตร สร้างขึ้นเพื่อเป็นอนุสรณ์แด่พระนางจามเทวี ซึ่งเป็นองค์ปฐมกษัตริย์แห่งนครหริภุญไชย พระนางทรงเป็นปราชญ์ที่มีคุณธรรม เป็นนักรบที่มีความสามารถและกล้าหาญชาญชัย พระนางคือผู้นำพระพุทธศาสนาและศิลปวัฒนธรรมมาเผยแผ่ในดินแดนแถบนี้จนรุ่งเรื่องสืบมาจนถึงปัจจุบัน พระนางเป็นปราชญ์ที่มีคุณธรรม ความสามารถและกล้าหาญ ได้นำพุทธศาสนาศิลปวัฒนธรรมมาเผยแพร่ในดินแดนแถบนี้จนมีความรุ่งเรืองสืบมาจนถึงปัจจุบัน สมเด็จพระบรมโอรสาธิราชสยามกุฏราชกุมาร ได้เสด็จมาทรงเปิดอนุสาวรีย์เมื่อวันที่ 2 ตุลาคม พ.ศ. 2525

จากนั้นได้ออกเดินทางต่อไปยัง วัดป่าพุทธพจน์หริภุญไชย (ธ) อำเภอเมือง จังหวัดลำพูน โดยได้กราบนมัสการ และถวายสังฆทานแด่พระเดชพระคุณ พระราชวัชรสุทธิวงศ์ (พระอาจารย์อารยวังโส) เจ้าอาวาสวัดป่าพุทธพจน์หริภุญไชย (ธ) ณ ธรรมศาลา

วัดป่าพุทธพจน์หริภุญไชย (ธ) อ.เมือง จ.ลำพูน ก่อตั้งเมื่อวันที่ 26 พฤษภาคม 2545 โดยการถวายที่ดินของคุณเจ้าดารารัตน์ ณ ลำพูน ทายาทผู้ครองนครลำพูนองค์สุดท้าย ซึ่งเป็นที่ดินมรดกของตระกูลเจ้าผู้ครองนครลำพูน โดยถวายแด่คณะสงฆ์ (ธรรมยุต) จ.เชียงใหม่-ลำพูน ซึ่งมีหลวงปู่จันทร์ กุสลมหาเถระ ในสมณศักดิ์พระราชาคณะ เจ้าคณะรองที่พระพุทธพจนวราภรณ์ อดีตเจ้าอาวาสวัดเจดีย์หลวงวรวิหาร (ธ) อดีตเจ้าคณะภาค 4-5-6-7 (ธ) และอดีตที่ปรึกษาคณะผู้ปฏิบัติหน้าที่สมเด็จพระสังฆราช เป็นประธานคณะสงฆ์ในการรับมอบเพื่อการจัดสร้างวัดในปกครองของคณะสงฆ์ธรรมยุตบนพื้นที่ดังกล่าว ซึ่งตั้งอยู่ที่ หมู่ที่ 2 ต.ต้นธง อ.เมือง จ.ลำพูน ซึ่งในขณะนั้น ไม่มีวัดในปกครองของคณะสงฆ์ธรรมยุตในเขตอ.เมือง จ. ลำพูน

ต่อมาได้รับการก่อสร้างเป็นวัด และยกฐานะเป็นวัดถูกต้องตามกฎมหาเถรสมาคม พ.ศ. 2525 สำนักงานพระพุทธศาสนาแห่งชาติ ด้วยความเห็นชอบของมหาเถรสมาคมอนุญาตให้ตั้งเป็นวัดในพระพุทธศาสนา มีนามว่า วัดป่าพุทธพจน์หริภุญไชย เมื่อวันที่ 17 มิถุนายน 2548และเป็นวัดที่ได้รับพระราชทานวิสุงคามสีมาสมบูรณ์ทุกประการ โดยได้ดำเนินงานสืบอายุพระพุทธศาสนามาถึงปัจจุบัน รวมเป็นเวลา 17 ปี และมีพระสงฆ์จำพรรษามาโดยตลอดต่อเนื่อง เป็นที่ศรัทธาเลื่อมใสของพุทธศาสนิกชนในประเทศจนถึงต่างประเทศ ดังปรากฏมีคณะศรัทธาสาธุชนทั้งในประเทศและจากต่างประเทศเดินทางมาศึกษาปฏิบัติธรรม และบรรพชาอุปสมบทในทุกปี โดยเฉพาะเป็นวัดที่พุทธศาสนิกชนในจังหวัดลำพูนให้ความศรัทธาเลื่อมใสในปฏิปทาของพระภิกษุ-สามเณรของวัดป่าพุทธพจน์หริภุญไชย (ธ) เป็นอย่างยิ่ง ดังปรากฏความเจริญรุ่งเรืองในทุกด้าน ไม่ว่าศาสนบุคคล ศาสนธรรม ศาสนพิธี และศาสนวัตถุ


นที มีเดช รายงาน

ตำรวจท่องเที่ยวขยายผล รวบแก๊งหลอกจองที่พักออนไลน์ โยงเครือข่ายขนเงินข้ามแดน..

ตำรวจท่องเที่ยวขยายผล รวบแก๊งหลอกจองที่พักออนไลน์ โยงเครือข่ายขนเงินข้ามแดน..

เมื่อวันที่ 21 พ.ค. พ.ต.ท.อวิรุทธ์ สุขแย้ม สารวัตรกองกำกับการ 2 กองบังคับการตำรวจท่องเที่ยว 2 พร้อมชุดสืบสวนได้ทำการจับกุม นายบุญ อายุ 23 ปี ผู้ต้องหาตามหมายจับศาลจังหวัดเชียงใหม่ ในข้อหาร่วมกันฉ้อโกงประชาชนและความผิดตาม พรบ.คอมพิวเตอร์ โดยสามารถจับกุมได้ที่หอพักแห่งหนึ่งใกล้กับ พรหมแดนไทย-เมียนมา อ.แม่สาย จ.เชียงรายการจับกลุ่มครั้งนี้เป็นความร่วมมือระหว่างตำรวจท่องเที่ยวและกองบังคับการปราบปรามอาชญากรรมทางเทคโนโลยี(บก.ปอท.) หลังจากได้รับเรื่องร้องเรียนเกี่ยวกับเพจที่พักปลอม หลอกเงินค่ามัดจำที่พักตามแหล่งท่องเที่ยวต่างๆ นำไปสู่การสืบสวนเส้นทางการเงินของขบวนการดังกล่าวและออกหมายจับผู้ต้องหาที่เกี่ยวข้อง

ตามนโยบาย ระดมกวาดล้างความผิดที่ส่งผลกระทบต่ออุตสาหกรรมการท่องเที่ยว ของ พล.ต.ท.ศักย์ศิรา เผือกอ่ำ ผบช.ทท., พล.ต.ต.พงษ์สยาม มีขันทอง รอง ผบช.ทท. ที่ต้อง การสร้างความเชื่อมั่นของนักท่องเที่ยวและภาพลักษณ์ของการท่องเที่ยวไทย สืบเนื่องจาก ที่ผ่านมามีการร้องเรียนเกี่ยวกับเพจ Facebook หลอกโอนเงินมัดจำที่พักนักท่องเที่ยวได้รับความเสียหายหลายราย พล.ต.ต.เอกภพ อินทวิวัฒน์ ผบก.ทท.2 , พ.ต.อ.ฤทธิรงค์ โชติกลาง รอง ผบก.ทท.2 และ พ.ต.อ.พงษ์พิเชษฐ์ นิลจันทร์ ผกก.2 บก.ทท.2 จึงได้สั่งการให้ให้ฝ่ายสืบสวนกองกำกับการ 2 กองบังคับการตำรวจท่องเที่ยว 2 เร่งสืบสวนขยายผลขบวนการหลอกลวงดังกล่าว

จากการสืบสวนเส้นทางการเงินพบว่าหลังจากที่มีการหลอกเงินผู้เสียหายจะมีการโอนยังบัญชีที่ใช้สำหรับถอน และถอนเงินหลายครั้งบริเวณใกล้กับชายแดนแม่สาย ชุดสืบสวนได้สังเกตุพฤติกรรมของผู้ต้องหาพบว่าหลังจากถอนเงินจะมีการนำเงินข้ามไปส่งให้เครือข่ายฝั่งท่าขี้เหล็กในช่วงเย็นของทุกวันก่อนด่านชายแดนจะปิด จึงได้รวบรวมพยานหลักฐานขอศาลอนุมัติออกหมายจับบุคคลดังกล่าวนอกจากนี้เจ้าหน้าที่ตำรวจยังสามารถจับกุมผู้ต้องหาอีก 3 ราย ในจังหวัดเชียงราย ซึ่งเป็นบัญชีม้าในขบวนการหลอกลวงดังกล่าว โดยอยู่ระหว่างการขยายผลหาผู้ร่วมขบวนการเพิ่มเติม โดยเฉพาะผู้ที่มีหน้าที่จัดหาบัญชีม้าและโทรศัพท์มือถือสำหรับใช้ในการกระทำความผิดให้กับผู้ต้องหา

ปัญหาเรื่องเพจเฟสบุคหลอกจองที่พัก ส่งผลกระทบต่อนักท่องเที่ยวอย่างมากในช่วงไฮซีซั่นที่ผ่านมา โดยมีผู้เสียหายจำนวนไม่น้อยที่ถูกหลอกให้โอนเงินค่าที่พักล่วงหน้า และเมื่อเดินทางไปถึงปลายทางกลับพบว่าไม่มีที่พักอยู่จริง ทำให้ต้องเสียเงินและเสียความรู้สึก พร้อมต้องหาโรงแรมหรือที่พักใหม่ในสถานการณ์เร่งด่วน


นที มีเดช รายงาน

กองกำลังนเรศวร ติดตามสถานการณ์พื้นที่ชายแดน อ.พบพระ จ.ตาก

จากสถานการณ์การสู้รบระหว่างทหารเมียนมากับกองกำลังชนกลุ่มน้อย/กลุ่มต่อต้านรัฐบาลเมียนมา โดยเมื่อ 23 พ.ค. 68 กองทัพเมียนมา ใช้อากาศยาน แบบ Y-12 จำนวน 1 ลำ บินตรวจการณ์และทิ้งระเบิดโจมตี กองกำลังชนกลุ่มน้อย/กลุ่มต่อต้านรัฐบาลเมียนมา บริเวณพื้นที่โดยรอบ ฐานฯ เจดีย์ขาว บ.เบอโด้ อ.ซูการี จ.เมียวดี รัฐกะเหรี่ยง เพื่อสนับสนุนการป้องกันฐานที่มั่น หลังจากถูกกองกำลังชนกลุ่มน้อย/กลุ่มต่อต้านรัฐบาลเมียนมา ปิดล้อมและโจมตีตลอดทั้งคืนที่ผ่านมา ซึ่งการสู้รบอยู่บริเวณด้านตรงข้าม บ.ห้วยน้ำนัก ต.พบพระ อ.พบพระ จ.ตาก ห่างจากแนวชายแดนประมาณ 1 กิโลเมตร

กองกำลังนเรศวร โดย พลตรี ไมตรี ชูปรีชา ผู้บัญชาการกองกำลังนเรศวร พร้อมด้วย พันเอก ณัฐกร เรือนติ๊บ ผู้บังคับหน่วยเฉพาะกิจราชมนู, นายอำเภอพบพระ และ ผู้กำกับสถานีตำรวจภูธรอำเภอพบพระ เดินทางติดตามสถานการณ์บริเวณพื้นที่ บ.ห้วยน้ำนัก, บ.หมื่นฤาชัย และ บ.ทหารผ่านศึก อ.พบพระ และประสานการปฏิบัติร่วมกับหน่วยงานความมั่นคงในการปฏิบัติตามแผนเผชิญเหตุที่อาจจะเกิดขึ้นจากผลกระทบจากการสู้รบใกล้แนวชายแดน ทั้งนี้ ผู้บัญชาการกองกำลังนเรศวร ได้เน้นย้ำให้หน่วยเฉพาะกิจราชมนู เพิ่มความเข้มงวดในการป้องกันการรุกล้ำอธิปไตยของกองกำลังติดอาวุธต่างชาติ และ ดูแลความปลอดภัยในชีวิต และทรัพย์สินให้กับพี่น้องประชาชนเป็นสำคัญ อย่างเต็มขีดความสามารถ ตลอด 24 ชั่วโมง

กองกำลังนเรศวร ขอแจ้งให้ทราบว่า ประเทศไทยไม่ใช่คู่ขัดแย้งของทั้งสองฝ่าย และไม่สนับสนุนให้กับฝ่ายใดฝ่ายหนึ่ง ใช้พื้นที่ประเทศไทยเป็นพื้นที่สนับสนุนผลประโยชน์ของกลุ่มตนเอง และ ขอความร่วมมือประชาชนในพื้นที่ สื่อมวลชน และทุกภาคส่วน ในการพิจารณาข่าวสารข้อเท็จจริงก่อนที่จะนำไปเผยแพร่ให้กับประชาชน

กองกำลังนเรศวร #จังหวัดตาก ราชมนู #ตชด34 พบพระ #พิทักษ์ชายแดน


นที มีเดช รายงาน

ทบ.จัดกิจกรรมอุปสมบทหมู่เฉลิมพระเกียรติ สมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินี เนื่องในโอกาสเฉลิมพระชนมพรรษา 3 มิ.ย. 68 แสดงความจงรักภักดี ถวายเป็นพระราชกุศล

ทบ. จัดกิจกรรมอุปสมบทหมู่เฉลิมพระเกียรติ สมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินี
เนื่องในโอกาสเฉลิมพระชนมพรรษา 3 มิ.ย. 68 แสดงความจงรักภักดี ถวายเป็นพระราชกุศล

วันนี้ (23 พ.ค.68) พลเอก พนา แคล้วปลอดทุกข์ ผู้บัญชาการทหารบก เป็นประธานในพิธีอุปสมบทหมู่เฉลิมพระเกียรติ สมเด็จพระนางเจ้าสุทิดา พัชรสุธาพิมลลักษณ พระบรมราชินี เนื่องในโอกาสเฉลิมพระชนมพรรษา 47 พรรษา 3 มิถุนายน 2568 ที่กองทัพบกได้จัดขึ้น โดยมีกำลังพลกองทัพบก เข้ารับการอุปสมบทจำนวนทั้งสิ้น 53 รูป ณ วัดหงส์รัตนาราม ราชวรวิหาร เขตบางกอกใหญ่ กรุงเทพมหานคร ระหว่างวันที่ 20 พ.ค. 68 – 6 มิ.ย. 68 และเดินทางไปปฏิบัติธรรม ณ สิริบูรพาธรรมสถาน อ.ศรีราชา จ.ชลบุรี ระหว่างวันที่ 31 พ.ค. 68 – 4 มิ.ย. 68

โดยในพิธี ผู้บัญชาการทหารบกได้ถวายมาลัยบูชาพระพุทธปฏิมาประธาน จุดธูปเทียนบูชาพระรัตนตรัย ถวายความเคารพและเปิดกรวยถวายราชสักการะ พร้อมกับกล่าวคำถวายราชสดุดีต่อหน้าพระฉายาลักษณ์ของสมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินี จากนั้น นาคกองทัพบก กล่าวลาอุปสมบทต่อผู้บังคับบัญชา ซึ่งผู้บัญชาการทหารบกกล่าวอนุโมทนาบุญและกล่าวอโหสิกรรม ก่อนที่คณะผู้บังคับบัญชาและเจ้าภาพจะร่วมมอบผ้าไตรเพื่อใช้ในพิธีบรรพชา โดยมี พระธรรมวชิรเมธี เจ้าอาวาสวัดหงส์รัตนาราม ราชวรวิหาร เป็นประธานฝ่ายสงฆ์ในการประกอบพิธี โดยหลังจากเสร็จสิ้นพิธี ผู้บัญชาการทหารบกและผู้บังคับบัญชาได้ร่วมถวายเครื่องไทยธรรมแด่พระสงฆ์ กราบลาพระรัตนตรัย และถวายความเคารพเบื้องหน้าพระฉายาลักษณ์

กิจกรรมอุปสมบทหมู่เฉลิมพระเกียรติในครั้งนี้ เป็นการร่วมใจกันของกำลังพลกองทัพบกในการอุปสมบท ศึกษาปฏิบัติธรรมตามหลักคำสอนของพระพุทธศาสนาเพื่อบำเพ็ญกุศล และเป็นการสืบทอดรักษาไว้ซึ่งวัฒนธรรมประเพณีการบรรพชา รวมทั้งเป็นการแสดงออกถึงการเทิดทูนรักษาไว้ซึ่งสถาบันพระมหากษัตริย์ นอกจากนี้ หน่วยทหารของกองทัพบกทั้งส่วนกลางและส่วนภูมิภาคได้พร้อมใจกันจัดกิจกรรมเฉลิมพระเกียรติตลอดห้วงเดือนมิถุนายน อาทิ พิธีตักบาตรพระสงฆ์, พิธีเจริญพระพุทธมนต์, พิธีไถ่ชีวิตโคกระบือ, กิจกรรมจิตอาสาบำเพ็ญสาธารณประโยชน์, กิจกรรมบริจาคโลหิตและการบริการทางการแพทย์ และการจัดนิทรรศการเผยแพร่เกียรติคุณ จึงขอเชิญชวนให้ประชาชนเข้าร่วมกิจกรรมและร่วมลงนามถวายพระพรชัยมงคลเพื่อแสดงความจงรักภักดี ถวายเป็นพระราชกุศลแด่สมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินี ของปวงชนชาวไทย


ศูนย์ประชาสัมพันธ์กองทัพบก โดยทีมโฆษกกองทัพบก

มทบ. 38 จัดการประชุมติดตามและขับเคลื่อนการฝึกอบรมขยายผลต้นแบบ การฟื้นฟูป่าต้นน้ำน่าน ภายใต้โครงการ “ปลูกป่า 3 อย่าง ประโยชน์ 4 อย่าง 1 ล้านไร่”

มณฑลทหารบกที่ 38 จัดการประชุมติดตามและขับเคลื่อนการฝึกอบรมขยายผลต้นแบบ การฟื้นฟูป่าต้นน้ำน่าน ภายใต้โครงการ “ปลูกป่า 3 อย่าง ประโยชน์ 4 อย่าง 1 ล้านไร่”

เมื่อวันที่ 23 พฤษภาคม 2568 พลตรี บุญญฤทธิ์ เกษตรเวทิน ผู้บัญชาการมณฑลทหารบกที่ 38 พร้อมด้วยผู้บังคับหน่วยหน่วยทหารในพื้นที่ จังหวัดน่าน และหัวหน้าชุดปฏิบัติการประจำพื้นที่อำเภอ เข้าร่วมประชุมติดตามและขับเคลื่อนการฝึกอบรมขยายผลต้นแบบ การฟื้นฟูป่าต้นน้ำน่าน ภายใต้โครงการ “ปลูกป่า 3 อย่าง ประโยชน์ 4 อย่าง 1 ล้านไร่” ซึ่งเป็นโครงการสำคัญที่มุ่งเน้นการฟื้นฟูป่าต้นน้ำตามพระราชปณิธานของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ณ ห้องประชุม กองบัญชาการมณฑลทหารบกที่ 38 ค่ายสุริยพงษ์ อำเภอเมือง จังหวัดน่าน

นอกจากนี้ ผู้บัญชาการมณฑลทหารบกที่ 38 มอบหมายให้ พันเอก ทศพล ผ่องศรีสุข รองผู้บัญชาการมณฑลทหารบกที่ 38 พร้อมคณะ และ พันโท นิรุต พรหมมินทร์ ผู้บังคับหน่วยฝึกนักศึกษาวิชาทหารมณฑลทหารบกที่ 38 (ผู้บังคับพื้นที่โซนสีเหลือง) และหัวหน้าชุดปฏิบัติการประจำพื้นที่อำเภอ เมืองน่าน, อำเภอภูเพียง และ อำเภอสันติสุข เข้าร่วมประชุมกับ นายอำเภอโซนสีเหลือง (อำเภอเมืองน่าน, อำเภอภูเพียง และ อำเภอสันติสุข) เพื่อหารือขับเคลื่อนโครงการ “ปลูกป่า 3 อย่าง ประโยชน์ 4 อย่าง 1 ล้านไร่” ของกลุ่มโซนสีเหลือง ณ ห้องประชุมแหวนเพชร ที่ว่าการอำเภอเมืองน่าน อำเภอเมืองน่าน จังหวัดน่าน


นที มีเดช รายงาน

“ไม่มีภัยพิบัติใดที่จะเกิดขึ้นตลอดเวลา มีแต่น้ำใจเราเท่านั้นที่จะอยู่ตลอดไป”

“ไม่มีภัยพิบัติใดที่จะเกิดขึ้นตลอดเวลา มีแต่น้ำใจเราเท่านั้นที่จะอยู่ตลอดไป” เตรียมความพร้อมบรรเทาสาธารณภัย ในพื้นที่ จ.ตาก – จ.กำแพงเพชร

ผู้บัญชาการกองพลทหารราบที่ 4 /ผู้บัญชาการกองกำลังนเรศวร/ผู้อำนวยการรักษาความมั่นคงภายในภาค 3 ส่วนแยก 1 พร้อมด้วย ผู้บังคับการกรมทหารราบที่ 14 ตรวจความพร้อมชุดบรรเทาสาธารณภัยและช่วยเหลือประชาชน ของ กองกำลังนเรศวร และ กรมทหารราบที่ 14 พร้อมกองพันหน่วยขึ้นตรง กรมทหารราบที่ 14 โดย กองกำลังนเรศวร/กองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายในภาค 3 ส่วนแยก 1 มีพื้นที่รับผิดชอบในการบูรณาการและสนับสนุนงานด้านบรรเทาสาธารณภัยในพื้นที่ 5 อำเภอชายแดน จ.ตาก และกรมทหารราบที่ 14 พร้อมด้วยกองพันหน่วยขึ้นตรง รับผิดชอบสนับสนุนในพื้นที่ 6 อำเภอ ของ จ.ตาก และ 5 อำเภอ ของ จ.กำแพงเพชร

โดยทุกหน่วยมีความพร้อมที่จะนำกำลังพลและยุทโธปกรณ์ของหน่วยสนับสนุนการช่วยเหลือประชาชน ในการตรวจความพร้อมประกอบด้วย ระบบการติดต่อสื่อสารในพื้นที่ห่างไกล, ชุดเครื่องมือตัดถาง, ชุดเสนารักษ์, การเคลื่อนย้ายผู้ป่วย/ผู้ประสบภัยทางดิ่งหรือที่สูง, การช่วยเหลือภัยเหตุอุทกภัย และการค้นหาผู้สูญหายทางน้ำ

ทั้งนี้ ผู้บัญชาการกองพลทหารราบที่ 4/ ผู้บัญชาการกองกำลังนเรศวร ได้เน้นย้ำให้หน่วยและกำลังพล ดำรงไว้ซึ่งความมีวินัย ความเสียสละ และพัฒนาขีดความสามารถบุคคลากรให้มีความพร้อมในการสนับสนุนการดูแลและช่วยเหลือประชาชนเมื่อเกิดเหตุภับพิบัติ เพื่อเป็นหลักประกันในความปลอดภัยและเป็นที่พึ่งของประชาชนในทุกโอกาส

#กองพลทหารราบที่4 #กองกำลังนเรศวร #กรมทหารราบที่14 #ตาก #กำแพงเพชร #ชุดบรรเทาสาธารณภัย


นที มีเดช รายงาน

แม่ทัพภาคที่ 3 ตรวจเยี่ยมหน่วยในพื้นที่กองกำลังผาเมือง

พลโท กิตติพงษ์ แจ่มสุวรรณ แม่ทัพภาคที่ 3/ผู้บัญชาการศูนย์ปฏิบัติการกองทัพภาคที่ 3 เดินทางไปตรวจเยี่ยมการปฏิบัติงานของหน่วย ในพื้นที่กำลังผาเมือง ด้านจังหวัดเชียงใหม่ จังหวัดเชียงราย และจังหวัดพะเยา ในห้วงวันที่ 21 – 22 พฤษภาคม 2568 ณ กองบังคับการหน่วยเฉพาะกิจไชยานุภาพ ค่ายพิชิตปรีชากร ตำบลปิงโค้ง อำเภอเชียงดาว จังหวัดเชียงใหม่ โดยมี พลตรี กิดากร จันทรา ผู้ บัญชาการกองกำลังผาเมือง ให้การต้อนรับ

จากนั้นเดินทางไปตรวจเยี่ยมและให้กำลังใจกำลังพลที่ปฏิบัติหน้าที่ ณ ฐานปฏิบัติการแก่งทรายมูล กองร้อยทหารพรานที่ 3209 กองบังคับการควบคุมทหารพรานศูนย์ปฏิบัติการกองทัพภาคที่ 3 ตำบลท่าตอน อำเภอแม่อาย จังหวัดเชียงใหม่ และกองบังคับการหน่วยเฉพาะกิจทัพเจ้าตาก ค่ายเม็งรายมหาราช อำเภอเมือง จังหวัดเชียงราย

และในวันที่ 22 พฤษภาคม 2568 แม่ทัพภาคที่ 3 และคณะ เดินทางไปตรวจเยี่ยมหน่วยป้องกันชายแดน ในพื้นที่รับผิดชอบ หน่วยเฉพาะกิจกรมทหารพรานที่ 31 โดยรับฟังบรรยายสรุปประกอบภูมิประเทศ และมอบสิ่งของบำรุงขวัญให้กับกำลังพลที่ปฏิบัติหน้าที่ประจำจุดตรวจการณ์ เนิน 103 บ้านผาตั้ง ตำบลปอ อำเภอเวียงแกน จังหวัดเชียงราย


นที มีเดช รายงาน

ศอ.จอส.พระราชทาน มทบ.37 จัดกำลังพลจิตอาสา ร่วมกิจกรรมบริจาคโลหิต 70 พรรษา 70 ล้านซีซี เฉลิมพระเกียรติสมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้า กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดา ฯ สยามบรมราชกุมารี

ศอ.จอส.พระราชทาน มทบ.37 จัดกำลังพลจิตอาสา ร่วมกิจกรรมบริจาคโลหิต 70 พรรษา 70 ล้านซีซี เฉลิมพระเกียรติสมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้า กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดา ฯ สยามบรมราชกุมารี และ “วันดีดี วันแห่งความสุขที่ได้แบ่งปัน ครั้งที่ 8” ณ โชว์รูม โตโยต้าเชียงราย สำนักงานใหญ่ อ.เมือง จ.เชียงราย

เมื่อวันที่ 22 พ.ค. 68 เวลา 09.00 น. ศอ.จอส.พระราชทาน มทบ.37 ร่วมกับเหล่ากาชาดจังหวัดเชียงราย จัดกำลังพลจิตอาสา ร่วมกิจกรรมบริจาคโลหิต ในโครงการ “70 พรรษา 70 ล้านซีซี เฉลิมพระเกียรติ สมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้า กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี” เนื่องในโอกาสวันคล้ายวันพระราชสมภพ ทรงเจริญพระชนมายุ 70 พรรษา 2 เมษายน 2568 และเนื่องในวัน “วันดีดี วันแห่งความสุขที่ได้แบ่งปัน ครั้งที่ 8” ณ โชว์รูม โตโยต้าเชียงราย สำนักงานใหญ่ อ.เมืองเชียงราย จ.เชียงราย เพื่อเป็นการเตรียมความพร้อมในการสำรองโลหิตให้กับผู้ป่วยที่จำเป็นต้องใช้โลหิตในการรักษา ในการบริจาคโลหิตครั้งนี้ ศอ.จอส.พระราชทาน มทบ.37 จัดกำลังพลจิตอาสา ร่วมกิจกรรมบริจาคโลหิตดังกล่าว สามารถบริจาคโลหิตได้ จำนวน 2,250 ซีซี

ทั้งนี้การบริจาคโลหิตสามารถดำเนินการได้ตั้งแต่วันนี้ – 31 ธ.ค.68 เพื่อน้อมรำลึกถึงพระมหากรุณาธิคุณ เฉลิมพระเกียรติสมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้า กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี ในวาระโอกาสอันเป็นมงคลนี้ และเพื่อร่วมเป็นส่วนหนึ่งในการเติมปริมาณโลหิตสำรองให้กับทางสภากาชาดไทย สำหรับใช้ในการรักษาและผ่าตัดผู้ป่วย โดยเฉพาะกรณีฉุกเฉิน เพื่อให้ผู้ป่วยหรือผู้บาดเจ็บได้รับการรักษา บรรเทาอาการต่างๆ ได้อย่างมีประสิทธิภาพและทันท่วงที


นที มีเดช รายงาน

ผบ.มทบ. 36 ร่วมปฏิบัติภารกิจต้อนรับ องคมนตรี นำคณะ ติดตามและขับเคลื่อนโครงการอันเนื่องมาจากพระราชดำริ เขตพื้นทึ่จังหวัดเพชรบูรณ์

ผู้บัญชาการมณฑลทหารบกที่ 36 ร่วมปฏิบัติภารกิจต้อนรับ องคมนตรี นำคณะ ติดตามและขับเคลื่อนโครงการอันเนื่องมาจากพระราชดำริ เขตพื้นทึ่จังหวัดเพชรบูรณ์

เมื่อวันพุธที่ 21 พฤษภาคม 2568 เวลา 09.00 น. ผู้บัญชาการมณฑลทหารบกที่ 36 พร้อมด้วย นายศรัณยู มีทองคำ ผู้ว่าราชการจังหวัดเพชรบูรณ์ ผู้อำนวยการท่าอากาศยานเพชรบูรณ์ และหัวหน้าส่วนราชการที่เกี่ยวข้อง ร่วมให้การต้อนรับ นายพลากร สุวรรณรัฐ องคมนตรี พร้อมคณะ ในโอกาสลงพื้นที่ติดตามและขับเคลื่อนโครงการอันเนื่องมาจากพระราชดำริ เขตพื้นทึ่จังหวัดเพชรบูรณ์ ณ ท่าอากาศยานเพชรบูรณ์ อำเภอหล่มสัก จังหวัดเพชรบูรณ์

ต่อมา เวลา 10.00 น. ผู้บัญชาการมณฑลทหารบกที่ 36 พร้อมด้วย นายศรัณยู มีทองคำ ผู้ว่าราชการจังหวัดเพชรบูรณ์ พร้อมด้วย รองผู้ว่าราชการจังหวัดเพชรบูรณ์ และหัวหน้าส่วนราชการที่เกี่ยวข้อง เข้าร่วมประชุมเพื่อติดตามความก้าวหน้า การดำเนินโครงการอันเนื่องมาจากพระราชดำริ ในเขตพื้นที่จังหวัดเพชรบูรณ์ โดยมี นายพลากร สุวรรณรัฐ องคมนตรี เป็นประธานการประชุม ณ ห้องเมืองราด ชั้น 5 ศาลากลางจังหวัดเพชรบูรณ์ อาคาร 2 อำเภอเมือง จังหวัดเพชรบูรณ์

การลงพื้นที่ของคณะในครั้งนี้ เป็นการติดตามและขับเคลื่อนโครงการอันเนื่องมาจากพระราชดำริ ในเขตพื้นที่จังหวัดเพชรบูรณ์ ซึ่งคณะจะเดินทางไปตรวจเยี่ยมพื้นที่และติดตามความก้าวหน้าโครงการอันเนื่องมาจากพระราชดำริ จำนวน 2 แห่ง ได้แก่ โครงการอ่างเก็บน้ำห้วยลึกอันเนื่องมาจากพระราชดำริ อำเภอเขาค้อ จังหวัดเพชรบูรณ์ และจุดก่อสร้างโครงการอ่างเก็บน้ำห้วยชะเอมอันเนื่องมาจากพระราชดำริ อำเภอศรีเทพ จังหวัดเพชรบูรณ์

และจากนั้น เวลา 14.30 น. ผู้บัญชาการมณฑลทหารบกที่ 36 พร้อมด้วย นายศรัณยู มีทองคำ ผู้ว่าราชการจังหวัดเพชรบูรณ์ รองผู้ว่าราชการจังหวัดเพชรบูรณ์ และหัวหน้าส่วนราชการที่เกี่ยวข้อง ร่วมลงพื้นที่ตรวจติดตามการขับเคลื่อนโครงการอันเนื่องมาจากพระราชดำริ ในพื้นที่จังหวัดเพชรบูรณ์ โดยมี นายพลากร สุวรรณรัฐ องคมนตรี ในฐานะประธานอนุกรรมการติดตามและขับเคลื่อนโครงการอันเนื่องมาจากพระราชดำริในพื้นที่ภาคเหนือ เป็นประธานการลงตรวจติดตาม ณ โครงการอ่างเก็บน้ำห้วยลึกอันเนื่องมาจากพระราชดำริ ตำบลเขาค้อ อำเภอเขาค้อ จังหวัดเพชรบูรณ์

การลงตรวจติดตามฯ ในครั้งนี้ ส่วนราชการที่เกี่ยวข้องได้มีการบรรยายสรุปภาพรวมการดำเนินโครงการพัฒนาแหล่งน้ำ เสนอแนะแนวทางการพัฒนาและแนวทางการบริหารจัดการน้ำจากโครงการ ให้เกิดประโยชน์สูงสุด นอกจากนี้ องคมนตรีและคณะ ยังได้เยี่ยมชมผลิตภัณฑ์ของราษฎรในพื้นที่และปล่อยพันธุ์ปลา ณ บริเวณอ่างเก็บน้ำอีกด้วย


นที มีเดช รายงาน