
รองนายกฯ อนุทิน ลงพื้นที่ติดตามการส่งเสริมการท่องเที่ยวชุมชนในพื้นที่จังหวัดลำพูน
วันนี้ (23 พ.ค. 68) เวลา 07.45 น. นายอนุทิน ชาญวีรกูล รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย พร้อมด้วย น.ส.ธนนนท์ นิรามิษ ภริยารองนายกรัฐมนตรีและรมว.มหาดไทย และที่ปรึกษากิตติมศักดิ์สมาคมแม่บ้านมหาดไทย, นายอรรษิษฐ์ สัมพันธรัตน์ ปลัดกระทรวงมหาดไทย และนางจิณณารัชช์ สัมพันธรัตน์ นายกสมาคมแม่บ้านมหาดไทย เดินทางถึงวัดพระธาตุหริภุญชัย วรมหาวิหาร จังหวัดลำพูน โดยมีนายวิวัฒน์ อินทร์ไทยวงศ์ ผู้ว่าราชการจังหวัดลำพูน พร้อมด้วยนางสาวเด็บบี้ ดุสิตนานนท์ ประธานแม่บ้านมหาดไทยจังหวัดลำพูน, นายโยธิน ประสงค์ความดี นายชาตรี ธินนท์ รองผู้ว่าราชการจังหวัดลำพูน, ปลัดจังหวัดลำพูน, ตำรวจ, ทหาร, หัวหน้าส่วนราชการ, นายอำเภอ และประชาชนชาวจังหวัดลำพูน ให้การต้อนรับ
โดยในช่วงเช้านี้ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย พร้อมภริยาและคณะ ได้ลงพื้นที่ติดตามการส่งเสริมการท่องเที่ยวชุมชนในพื้นที่จังหวัดลำพูน ณ วัดพระธาตุหริภุญชัย วรมหาวิหาร จังหวัดลำพูน จากนั้นได้เดินทางไป กราบสักการะองค์พระประธานในพระวิหารหลวง และกราบนมัสการ ถวายสังฆทานแด่พระเทพรัตนนายก เจ้าอาวาสวัดพระธาตุหริภุญชัยวรมหาวิหาร เจ้าคณะจังหวัดลำพูน พร้อมกราบไหว้สักการะพระบรมธาตุเจ้าหริภุญชัย พร้อมพบปะพูดคุยกับประชาชนและนักท่องเที่ยวภายในวัดอย่างใกล้ชิด
สำหรับวัดพระธาตุหริภุญชัย วรมหาวิหาร เป็นปูชนียสถานสำคัญในภาคเหนือ สิ่งศักดิ์สิทธิ์ที่อยู่คู่เมืองลำพูนมาอย่างยาวนานตั้งอดีตนับเวลามากกว่าพันปี ตั้งอยู่ใจกลางเมืองลำพูน สร้างขึ้นเมื่อ พ.ศ. 1651 ห่างจากศาลากลางจังหวัดประมาณ 150 เมตร มีถนนล้อมรอบสี่ด้าน คือ ถนนอัฏฐารสทางทิศเหนือ ถนนชัยมงคลทางทิศใต้ ถนนรอบเมืองทาง ทิศตะวันออก นอกจากนั้นยังเป็นองค์พระธาตุประจำปีเกิดของคนเกิดปีระกา ภายในพระบรมธาตุหริภุญไชยบรรจุพระเกศบรมธาตุบรรจุในโกศทองคำ ประดิษฐานในพระเจดีย์ วัดพระธาตุหริภุญชัย วรมหาวิหาร เดิมทีเป็นพระราชวังของพระเจ้าอทิตยราชกษัตริย์ผู้ครองนครหริภุญชัย องค์ที่ ๓๓ ต่อจาก พระนางจามเทวี ปฐมบรมกษัตริย์ของเมืองหริภุญชัย สำหรับวัดพระธาตุหริภุญชัย วรมหาวิหาร มีสิ่งที่น่าสนใจคือ ซุ้มประตู ซึ่งก่อนที่จะเข้าไปในบริเวณวัด ต้องผ่านซุ้มประตูก่ออิฐถือปูนประดับลวดลายวิจิตรพิสดาร เป็นฝีมือโบราณสมัยศรีวิชัย ประกอบด้วยซุ้มยอดเป็น ชั้น ๆ เบื้องหน้าซุ้มประตูมีสิงห์ใหญ่คู่หนึ่งยืนเป็นสง่าบนแท่นสูงประมาณ 1 เมตร สิงห์คู่นี้ปั้นขึ้นใน สมัยพระเจ้าอาทิตยราชเมื่อทรงถวายวังให้เป็นสังฆารามวิหารหลวง เมื่อผ่านซุ้มประตูเข้าไปแล้วจะเห็นวิหารหลังใหญ่ เรียกว่า วิหารหลวง เป็นวิหารหลังใหญ่มีพระระเบียงรอบด้านและมีมุขออกทั้งด้านหน้าและด้านหลัง

และในเวลา 09.00 น. รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย พร้อมคณะได้ออกเดินทางไปยังอนุสาวรีย์พระนางจามเทวี พร้อมพบปะพูดคุยกับประชาชนและนักท่องเที่ยวที่เดินทางมาสักการะ อนุสาวรีย์พระนางจามเทวี ตั้งอยู่ในเขตเทศบาลเมืองลำพูน ตำบลในเมือง บริเวณด้านหลังตลาดหนองดอก ห่างจากศาลากลางจังหวัดลำพูนประมาณ 1 กิโลเมตร สร้างขึ้นเพื่อเป็นอนุสรณ์แด่พระนางจามเทวี ซึ่งเป็นองค์ปฐมกษัตริย์แห่งนครหริภุญไชย พระนางทรงเป็นปราชญ์ที่มีคุณธรรม เป็นนักรบที่มีความสามารถและกล้าหาญชาญชัย พระนางคือผู้นำพระพุทธศาสนาและศิลปวัฒนธรรมมาเผยแผ่ในดินแดนแถบนี้จนรุ่งเรื่องสืบมาจนถึงปัจจุบัน พระนางเป็นปราชญ์ที่มีคุณธรรม ความสามารถและกล้าหาญ ได้นำพุทธศาสนาศิลปวัฒนธรรมมาเผยแพร่ในดินแดนแถบนี้จนมีความรุ่งเรืองสืบมาจนถึงปัจจุบัน สมเด็จพระบรมโอรสาธิราชสยามกุฏราชกุมาร ได้เสด็จมาทรงเปิดอนุสาวรีย์เมื่อวันที่ 2 ตุลาคม พ.ศ. 2525
จากนั้นได้ออกเดินทางต่อไปยัง วัดป่าพุทธพจน์หริภุญไชย (ธ) อำเภอเมือง จังหวัดลำพูน โดยได้กราบนมัสการ และถวายสังฆทานแด่พระเดชพระคุณ พระราชวัชรสุทธิวงศ์ (พระอาจารย์อารยวังโส) เจ้าอาวาสวัดป่าพุทธพจน์หริภุญไชย (ธ) ณ ธรรมศาลา
วัดป่าพุทธพจน์หริภุญไชย (ธ) อ.เมือง จ.ลำพูน ก่อตั้งเมื่อวันที่ 26 พฤษภาคม 2545 โดยการถวายที่ดินของคุณเจ้าดารารัตน์ ณ ลำพูน ทายาทผู้ครองนครลำพูนองค์สุดท้าย ซึ่งเป็นที่ดินมรดกของตระกูลเจ้าผู้ครองนครลำพูน โดยถวายแด่คณะสงฆ์ (ธรรมยุต) จ.เชียงใหม่-ลำพูน ซึ่งมีหลวงปู่จันทร์ กุสลมหาเถระ ในสมณศักดิ์พระราชาคณะ เจ้าคณะรองที่พระพุทธพจนวราภรณ์ อดีตเจ้าอาวาสวัดเจดีย์หลวงวรวิหาร (ธ) อดีตเจ้าคณะภาค 4-5-6-7 (ธ) และอดีตที่ปรึกษาคณะผู้ปฏิบัติหน้าที่สมเด็จพระสังฆราช เป็นประธานคณะสงฆ์ในการรับมอบเพื่อการจัดสร้างวัดในปกครองของคณะสงฆ์ธรรมยุตบนพื้นที่ดังกล่าว ซึ่งตั้งอยู่ที่ หมู่ที่ 2 ต.ต้นธง อ.เมือง จ.ลำพูน ซึ่งในขณะนั้น ไม่มีวัดในปกครองของคณะสงฆ์ธรรมยุตในเขตอ.เมือง จ. ลำพูน
ต่อมาได้รับการก่อสร้างเป็นวัด และยกฐานะเป็นวัดถูกต้องตามกฎมหาเถรสมาคม พ.ศ. 2525 สำนักงานพระพุทธศาสนาแห่งชาติ ด้วยความเห็นชอบของมหาเถรสมาคมอนุญาตให้ตั้งเป็นวัดในพระพุทธศาสนา มีนามว่า วัดป่าพุทธพจน์หริภุญไชย เมื่อวันที่ 17 มิถุนายน 2548และเป็นวัดที่ได้รับพระราชทานวิสุงคามสีมาสมบูรณ์ทุกประการ โดยได้ดำเนินงานสืบอายุพระพุทธศาสนามาถึงปัจจุบัน รวมเป็นเวลา 17 ปี และมีพระสงฆ์จำพรรษามาโดยตลอดต่อเนื่อง เป็นที่ศรัทธาเลื่อมใสของพุทธศาสนิกชนในประเทศจนถึงต่างประเทศ ดังปรากฏมีคณะศรัทธาสาธุชนทั้งในประเทศและจากต่างประเทศเดินทางมาศึกษาปฏิบัติธรรม และบรรพชาอุปสมบทในทุกปี โดยเฉพาะเป็นวัดที่พุทธศาสนิกชนในจังหวัดลำพูนให้ความศรัทธาเลื่อมใสในปฏิปทาของพระภิกษุ-สามเณรของวัดป่าพุทธพจน์หริภุญไชย (ธ) เป็นอย่างยิ่ง ดังปรากฏความเจริญรุ่งเรืองในทุกด้าน ไม่ว่าศาสนบุคคล ศาสนธรรม ศาสนพิธี และศาสนวัตถุ
นที มีเดช รายงาน

