กองทัพภาคที่ 3 จัดกิจกรรมเฉลิมพระเกียรติ สมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินี เนื่องในโอกาสวันเฉลิมพระชนมพรรษา 3 มิถุนายน 2568

กองทัพภาคที่ 3 จัดกิจกรรมเฉลิมพระเกียรติ สมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินี เนื่องในโอกาสวันเฉลิมพระชนมพรรษา 3 มิถุนายน 2568

เมื่อวันที่ 30 พฤษภาคม 2568 ที่ บริเวณสโมสรบันเทิงทัพ ค่ายสมเด็จพระนเรศวรมหาราช อำเภอเมือง จังหวัดพิษณุโลก พลโท กิตติพงษ์ แจ่มสุวรรณ แม่ทัพภาคที่ 3 เป็นประธานจัดกิจกรรมเฉลิมพระเกียรติ สมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินี เนื่องในโอกาสวันเฉลิมพระชนม พรรษา 47 พรรษา 3 มิถุนายน 2568 โดยมี พันเอกหญิง สุชาดา แจ่มสุวรรณ ประธานสมาคมแม่บ้านทหารบก สาขากองทัพภาคที่ 3 และผู้บังคับบัญชาในพื้นที่จังหวัดพิษณุโลก เข้าร่วมพิธี

โดยกิจกรรมประกอบด้วย พิธีตักบาตรพระสงฆ์ จำนวน 20 รูป ณ บริเวณลานพื้นแข็งหน้าสโมสรบันเทิงทัพ, พิธีเจริญพระพุทธมนต์ ณ ห้องบันเทิงทัพ 3 สโมสรบันเทิงทัพ, พิธีถวายเครื่องราชสักการะ ถวายราชสดุดี และพิธีลงนามถวายพระพรชัยมงคล ณ ห้องบันเทิงทัพ 1 สโมสรบันเทิงทัพ และกิจกรรมบริจาคโลหิตถวายเป็นพระราชกุศล ซึ่งศูนย์อำนวยการจิตอาสาพระราชทานภาค 3 นำจิตอาสาพระราชทาน จิตอาสา 904 และกำลังพลพร้อมครอบ ครัว ร่วมบริจาคโลหิตในครั้งนี้ ณ ศาสนสถานกองทัพภาคที่ 3 ค่ายสมเด็จพระนเรศวรมหา ราช อำเภอเมือง จังหวัดพิษณุโลก

เนื่องในโอกาสวันเฉลิมพระชนมพรรษา สมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินี ประชาชนทุกหมู่เหล่าต่างร่วมใจกัน จัดกิจกรรมเพื่อเฉลิมพระเกียรติแด่พระองค์ท่าน กองทัพภาคที่ 3 ที่มีภารกิจสำคัญสูงสุด คือการพิทักษ์และเทิดทูนสถาบันพระมหากษัตริย์ จึงพร้อมกันจัดกิจกรรมเฉลิมพระเกียรติและกิจกรรมเพื่อถวายเป็นพระราชกุศล อาทิ การบริการทางการแพทย์ การบริจาคโลหิต กิจกรรมจิตอาสาบำเพ็ญสาธารณประโยชน์ รวมทั้งการจัดนิทรรศ การ พระราชประวัติ พระราชกรณียกิจ และพระมหากรุณาธิคุณอย่างสมพระเกียรติและสง่างาม


นที มีเดช รายงาน

นายก อบจ. นครปฐม พร้อมด้วย สมาชิกสภา อบจ. ลงพื้นที่เพื่อส่งมอบบ้าน ให้กับผู้เปราะบาง

นายก อบจ. นครปฐม พร้อมด้วย สมาชิกสภา อบจ. ลงพื้นที่เพื่อส่งมอบบ้าน ให้กับผู้เปราะบาง

นายจิรวัฒน์ สะสมทรัพย์ นายก อบจ.นครปฐม ลงพื้นที่บ้านประชาชน บริเวณ ต.บางเลน ต.หินมูล ต.บัวปากท่า อ.บางเลน รวมจำนวน 4 หลัง และ ต.ดอนยายหอม, ต.หนองปากโลง อ.เมืองฯ จำนวน 3 หลัง พร้อมด้วย สมาชิกสภา อบจ., ผู้ช่วยผู้บริหาร, หัวหน้าส่วนราชการ และเจ้าหน้าที่ อบจ., พัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์จังหวัด, โรงพยาบาลนครปฐม, สาธารณสุขจังหวัด, รพ.บางเลน, รพ.สต. และผู้นำท้องถิ่น ผู้นำชุมชน ในพื้นที่ เพื่อส่งมอบบ้านที่ได้ดำเนินการปรับปรุงสภาพแวดล้อมที่อยู่อาศัยเสร็จเรียบร้อยแล้ว จากนั้นเดินทางไปยังพื้นที่ตำบลดอนยายหอม อ.เมืองฯ เพื่อประเมินการปรับสภาพแวดล้อมที่อยู่อาศัยให้เหมาะสมสำหรับผู้เปราะบาง จำนวน 1 หลัง โดยใช้งบประมาณของกองทุนฟื้นฟูสมรรถภาพจังหวัดนครปฐม


สมคิด พรมมี ผู้สื่อข่าว นครปฐม

รพ.นครปฐม รับการเยี่ยมสำรวจเพื่อประเมินมาตรฐานคุณภาพและความปลอดภัยบริการทันตกรรม 2567 (Thai Dental Clinic Accreditation)

โรงพยาบาลนครปฐม รับการเยี่ยมสำรวจเพื่อประเมินมาตรฐานคุณภาพและความปลอดภัยบริการทันตกรรม 2567 (Thai Dental Clinic Accreditation)

วันที่ 30 พฤษภาคม 2568 เวลา 08.30 น. ทันตแพทย์อิศรานุวัฒน์ ยงพิศาลภพ พร้อมด้วยทันตแพทย์หญิงพัชรา บำรุงสงฆ์ ทันตแพทย์หญิงศรัณยา กลัดแก้ว และคณะผู้เยี่ยมสำรวจ เข้าเยี่ยมสำรวจเพื่อประเมินมาตรฐานคุณภาพและความปลอดภัยบริการทันตกรรม 2567

โดยมีนายแพทย์สุรชัย โชคครรชิตไชย ผู้อำนวยการโรงพยาบาลนครปฐม กล่าวต้อนรับ พร้อมด้วย ทพ.ธารวิทย์ สุขเจริญ หัวหน้าภารกิจด้านทันตกรรม คณะผู้บริหาร และเจ้าหน้าที่ ร่วมต้อนรับ มีวัตถุประสงค์ เพื่อการบริการทันตกรรมให้มีคุณภาพ ปลอดภัยต่อประชาชน และผ่านเกณฑ์มาตรฐานคุณภาพ สอดคล้องกับยุทธศาสตร์กระทรวงสาธารณสุข ณ ห้องประชุมเบญจรัตน์ ชั้น 5 อาคารผู้ป่วยนอกและอำนวยการ โรงพยาบาลนครปฐม


สมคิด พรมมี ผู้ข่าวนครปฐม

“สภากาแฟ 2 แผ่นดิน” สุดชื่นมื่น! ยกระดับกระชับมิตร “ไทย-กัมพูชา” รอยยิ้มอบอวลชายแดนจันทบุรี

“สภากาแฟ 2แผ่นดิน” สุดชื่นมื่น! ยกระดับกระชับมิตร “ไทย-กัมพูชา” รอยยิ้มอบอวลชายแดนจันทบุรี

ภายหลังจากที่ พล.อ.พนา แคล้วปลอดทุกข์ ผู้บัญชาการทหารบกพร้อมด้วย พล.ท.บุญสิน พาดกลาง แม่ทัพภาคที่ 2 และคณะ เดินทางด้วยเฮลิคอปเตอร์ ไปยังจุดผ่านแดนถาวรช่องจอม จ.สุรินทร์ พบกับ พล.อ.เมา โซะพัน ผู้บัญชาการทหารบกกัมพูชา เพื่อเจรจาถกปมปัญหาพิพาทชายแดนไทย-กัมพูชา หาทางยุติ “ศึกช่องบก”ที่เกิดการปะทะกันขึ้น เมื่อช่วงเช้าตรู่ ของวันที่ 29 พฤษภาคม 2568 ที่ผ่านมา ระหว่างทหารไทยกับฝ่ายกัมพูชา บริเวณชายแดนด้านจังหวัดอุบลราชธานี

ผลการเจรจาได้ข้อสรุปร่วมกัน 3 ข้อ 1.ให้ทั้งสองฝ่ายแก้ไขปัญหา ผ่านคณะกรรมการเขตแดนร่วม (JBC) 2.ให้ทั้งสองฝ่ายอยู่ในจุดที่เหมาะสม ลดการเผชิญหน้า 3.ให้รักษาความสัมพันธ์อันดีระหว่างประเทศ ให้ใช้ความอดทนอดกลั้น โดยให้ทั้ง 2 ฝ่ายถอนกำลังไปอยู่ในจุดที่เหมาะสม ฝ่ายละ 200 เมตร เพื่อรอคณะกรรมการเขตแดนร่วม (JBC) โดยกระทรวงต่างประเทศ คาดว่าไม่เกิน 2 สัปดาห์ เพื่อตัดปัญหาในพื้นที่ ในการถือแผนที่ที่ไม่ตรงกัน อันเป็นการยุติข้อขัดแย้งที่จะนำมาซึ่งการใช้อาวุธ ส่งผลให้สถานการณ์ความตึงเครียดบริเวณชายแดนที่กำลังร้อนระอุคุกรุ่น กลับเย็นลงทันตาเห็น

สำหรับสถานการณ์ชายแดนไทย-กัมพูชา ทางด้านชายแดนภาคตะวันออก เมื่อวันที่ 30 พฤษภาคม 2568 เวลา 07:30 น. ที่ผ่านมา ผู้สื่อข่าวรายงานความเคลื่อนไหวว่า บริเวณพรมแดนด่านถาวรบ้านผักกาด ตำบลคลองใหญ่ อำเภอโป่งน้ำร้อน จังหวัดจันทบุรี ซึ่งเป็น 1 ใน 5 จุดผ่านแดนถาวรระหว่างประเทศ อยู่ตรงข้ามกับบ้านปรม อำเภอศารากราว จังหวัดไพลิน ของกัมพูชา เจ้าหน้าที่ทหารฝ่ายไทย และกัมพูชา ถือโอกาสตั้งโต๊ะดื่มกาแฟ รับประทานอาหารเช้าร่วมกัน เพื่อยกระดับความสัมพันธ์ชายแดนจันทบุรี-กัมพูชา ให้แนบแน่น เป็นการลดการตึงเครียดจากกระแสข่าวที่เกิดขึ้น ที่บริเวณชายแดนช่องบก

โดยการจัดกิจกรรมพบปะพูดคุย เชื่อมความสัมพันธ์ และยกระดับความสัมพันธ์ ด้วยการเปิด “สภากาแฟสองแผ่นดิน” ในครั้งนี้มี พลตรี ตี โซ๊ะคา นายทหารระดับสูงของกัมพูชา ตำแหน่งรองเสนาธิการ ภูมิภาคทหารที่5 และผู้บัญชาการภูมิภาคทหารที่5 ส่วนหน้า3 พร้อมด้วยเจ้าหน้าที่กัมพูชากว่า 50 นาย มาร่วมกิจกรรมดังกล่าว โดยมีเจ้าหน้าที่ทหารฝ่ายไทย ภายใต้การนำของ นาวาเอก นพโรจน์ สิริปริยพงศ์ ผู้บังคับหน่วยเฉพาะกิจนาวิกโยธินจันทบุรี นายวรรณเศรษฐ์ บุญโยประการ หรือ “กำนันเขียว”นายกสมาคมการค้าส่งเสริมเศรษฐกิจไทย-กัมพูชา พร้อมด้วยคณะนายทหาร และหน่วยงานราชการที่เกี่ยวข้องในพื้นที่ ร่วมให้การต้อนรับ

ทั้งนี้ บรรยากาศยามเช้าของ “สภากาแฟสองแผ่นดิน” อบอวลไปด้วยความอบอุ่น ยิ้มแย้ม แจ่มใสของทั้งสองฝ่าย มีการจัดโต๊ะนั่งสลับกันระหว่างทหารไทยกับทหารฝ่ายกัมพูชา เพื่อแสดงให้เห็นว่าความสัมพันธ์ระหว่าง 2 ฝ่ายตามแนวชายแดน จันทบุรีและตราด ยังคงมีความสัมพันธ์อันดีงาม มิตรภาพแนบแน่น และอบอุ่นด้วยดีตลอดมา สำหรับการจัดกิจกรรมสภากาแฟฯในครั้งนี้ ไม่ได้จัดขึ้นหลังจากมีเหตุการณ์ตึงเครียดเท่านั้น แต่ได้เริ่มมาก่อนหน้านี้เป็นเดือนแล้ว เนื่องจากในพื้นที่ตามแนวชายแดนจันทบุรีและตราด จะมีการพบปะพูดคุยกันในระดับท้องถิ่น เพื่อเชื่อมสายสัมพันธ์ ระหว่างทั้งสองประเทศอยู่เนืองๆ แต่ในครั้งนี้ประกอบกับ มีปัญหาความตึงเครียดแนวชายแดนทางช่องบก จึงเป็นโอกาสที่ดีในการพบปะพูดคุย ยกระดับกระชับความสัมพันธ์ เพื่อผ่อนคลายความตึงเครียดของทหารกัมพูชาและเจ้าหน้าที่ฝั่งไทยด้วย

สำหรับภายในบริเวณสถานที่จัดโต๊ะดื่มสังสรรค์ มีการนำรูปภาพกิจกรรมที่ทหารทั้ง 2ชาติ เคยทำร่วมกันมาติดบนบอร์ด เพื่อให้ทหารทั้งสองฝ่ายได้เห็นภาพอันประทับใจว่า ก่อนหน้านี้ เราเคยปฏิบัติงานร่วมกันเป็นอย่างดี พร้อมทั้งพูดให้กำลังใจ เจ้าหน้าที่สองฝ่ายที่เป็นฝ่ายปฏิบัติงานอยู่ตามแนวชายแดน ให้มีความรักใคร่กัน ช่วยเหลือเกื้อกูลกันทั้งสองฝ่าย เหมือนที่เคยเป็นมาตลอดไป

โดยภายในงาน ปรากฏภาพมีการจับมือกันระหว่าง พลตรี ตี โซ๊ะคา รองเสนาธิการ ภูมิภาคทหารที่5 และผู้บัญชาการภูมิภาคทหารที่5 ส่วนหน้า3 กับ นาวาเอก นพโรจน์ สิริปริยพงศ์ ผู้บังคับหน่วยเฉพาะกิจนาวิกโยธินจันทบุรี ท่ามกลางบรรยากาศชื่นมื่น สมานฉันท์ เป็นกันเองระหว่างทหารทั้ง 2 ชาติ เป็นอย่างมาก


วริชฌ์ รอดพิเศษ ข้อมูล/ภาพ

โยธิน พรมแตง…รายงาน

สกพอ.รับคณะนักศึกษา ม.แสตมฟอร์ด ร่วมศึกษาบทบาท อีอีซี ต่อการพัฒนาเศรษฐกิจไทย

สกพอ. รับคณะนักศึกษา ม.แสตมฟอร์ด ร่วมศึกษาบทบาท อีอีซี ต่อการพัฒนาเศรษฐกิจไทย

เมื่อวันที่ 28 พ.ค. 2568 ดร. จุฬา สุขมานพ เลขาธิการคณะกรรมการนโยบายเขตพัฒนาพิเศษภาคตะวันออก หรือ สกพอ. มอบหมายให้ ดร. ชลจิต วรวังโส วีรกุล ผู้ช่วยเลขาธิการ สกพอ. ให้การต้อนรับคณะนักศึกษา จากรายวิชา IBM 430 Economic Integration ของมหาวิทยาลัยนานาชาติแสตมฟอร์ด จำนวนประมาณ 20 คน ได้เข้าเยี่ยมชมสำนักงาน สกพอ. และเพื่อศึกษา สร้างเรียนรู้บทบาทของอีอีซี ต่อการขับเคลื่อนเศรษฐกิจของประเทศไทยและการเชื่อมโยงกับเศรษฐกิจระดับภูมิภาคและโลก

โดยคณะนักศึกษาจากมหาวิทยาลัยนานาชาติแสตมฟอร์ด ได้ร่วมรับฟังการบรรยายจากผู้แทนของสำนักงาน สกพอ. เกี่ยวกับความสำคัญเชิงยุทธศาสตร์ของพื้นที่ อุตสาหกรรมหลัก และสภาพแวดล้อมด้านการลงทุน ซึ่งช่วยเสริมสร้างความเข้าใจในเรื่องการบูรณาการเศรษฐกิจผ่านประสบการณ์จริงและสนับสนุนโครงการเรียนของนักศึกษาอย่างมีประสิทธิ ภาพต่อไป


มนสิชา คล้ายแก้ว รายงาน

สมาคมสมาพันธ์ท่องเที่ยวชลบุรี ขานรับนโยบาย ททท. ผนึกกำลัง ร่วมต้อนรับคณะบริษัททัวร์จีนจาก 34 มณฑล

สมาคมสมาพันธ์ท่องเที่ยวชลบุรี ขานรับนโยบาย ททท. ผนึกกำลัง ร่วมต้อนรับคณะบริษัททัวร์จีนจาก 34 มณฑล โครงการ”สวัสดี หนีห่าว” ร่วมกับสมาคม ATTA โดยมีสมาชิกผู้ประกอบการชั้นนำเข้าร่วมกิจกรรม เพื่อแสดงศักยภาพและความพร้อมของเมืองพัทยา  

เวลา 17.00 น. วันที่ 30 พฤษภาคม 2568 ที่โรงแรมราวินทราบีช รีสอร์ทแอนด์สปา   , นายปรเมศวร์ งามพิเชษฐ์ นายกเมืองพัทยา,  คุณภัทรอนงค์ ณ เชียงใหม่ รองผู้ว่าการด้านตลาดเอเชียและแปซิฟิกใต้  การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย พร้อมด้วยคณะผู้บริหาร สมาคมสมาพันธ์ท่องเที่ยวชลบุรี และภาคีเครือข่ายทางการท่องเที่ยว ร่วมต้อนรับ คณะบริษัททัวร์จีนจาก 34 มณฑล กว่า 300 บริษัท ภายใต้โครงการสวัสดี หนีห่าว  

ทั้งนี้ มีวัตถุประสงค์เพื่อ ฟื้นความเชื่อมั่น สร้างความร่วมมือเชิงกลยุทธ์ด้านการตลาดท่องเที่ยว กระตุ้นกลุ่มนักเดินทางทางที่มีคุณภาพ  เน้นการประชาสัมพันธ์ภาพลักษณ์ความพร้อมด้านการบริการอย่างมืออาชีพ  ซึ่งเป็นจุดแข็งของชลบุรี   โดยในโอกาสนี้ ทางสมาพันธ์ท่องเที่ยวชลบุรี ได้เปิดโอกาสให้ สมาชิกของสมาพันธ์ได้ร่วมพบปะพูดคุย กับทางบริษัททัวร์โดยไม่มีค่าใช้จ่าย อีกทั้งประสานล่ามภาษาจีน จากโรงเรียนสว่างบริบูรณ์ คอยช่วยแปลข้อมูลการสื่อสารให้เกิดประสิทธิภาพสูงสุดต่อทั้งสองฝ่าย  นับเป็นการบูรณาการร่วมกัน ระหว่างการท่องเที่ยวและการศึกษา  เพิ่มความมั่นใจให้ผู้ประกอบการ ร่วมถึงแสดงศักยภาพของบุคลากรในพื้นที่     

ทั้งนี้ ทางสมาคมสมาพันธ์ท่องเที่ยวชลบุรี ได้จัดพื้นที่นำเสนอความเป็นไทย  โดยแหล่งท่องเที่ยวชื่อดังในชลบุรีร่วมแสดงศักยภาพ อาทิ สวนไทยพัทยา นำเสนออาหารไทยชื่อดังระดับโลก เช่น ผัดไท, ข้าวเหนียวทุเรียน, ผลไม้ไทย, ส้มตำ, ตลอดทั้งการแสดงสุดอลังการจาก อัลคาซ่าร์คาบาเร่ต์ และ นักแสดงจากสวนไทยกว่า 50 ชีวิต  พร้อมบรรยากาศการต้อนรับอย่างอบอุ่น จากผู้ประกอบการในพื้นที่ และสมาพันธ์ท่องเที่ยวชลบุรี

 


ภาพข่าว/อำนวยชัย มลิลา
นายโยธิน พรมแตง
บรรณาธิการข่าวอาวุโส
สำนักข่าว ความมั่นคง รายงาน

ประธานสภาวัฒนธรรม จ.เพชรบูรณ์และคณะ เป็นตัวแทนรองอธิบดีกรมส่งเสริมวัฒนธรรม มอบเงินสนับสนุนจัดซื้อเต๊นท์ให้โรงเรียนพุขามครุฑมณีอุทิศ อำเภอวิเชียรบุรี

เพชรบูรณ์ – ประธานสภาวัฒนธรรมจังหวัดเพชรบูรณ์และคณะ เป็นตัวแทนรองอธิบดีกรมส่งเสริมวัฒนธรรม มอบเงินสนับสนุนจัดซื้อเต๊นท์ให้โรงเรียนพุขามครุฑมณีอุทิศ อำเภอวิเชียรบุรี

ดร.วิศัลย์ โฆษิตานนท์ ประธานสภาวัฒนธรรมจังหวัดเพชรบูรณ์ พร้อมด้วยนางนิตยา สวรรค์นคร ที่ปรึกษาสภาวัฒนธรรมจังหวัดเพชรบูรณ์, นายพิธพร วิพิธกาญจน์ ประธานสภาวัฒน ธรรมอำเภอบึงสามพัน, นายธีระชัย มังกรทอง ประชาสัมพันธ์จังหวัดเพชรบูรณ์ เป็นผู้แทน มอบเงินบริจาค จำนวน ๔๐,๐๐๐ บาท เพื่อจัดสรรเต็นท์มอบให้โรงเรียนพุขามครุฑมณีอุทิศ ตำบลพุขาม อำเภอวิเชียรบุรี จังหวัดเพชรบูรณ์ ซึ่งนางสาววราพรรณ ชัยชนะศิริ รองอธิบดีกรมส่งเสริมวัฒนธรรม และกลุ่มกัลยาณมิตร ได้บริจาคสนับสนุนให้โรงเรียนได้ใช้ในการจัดกิจกรรมด้านการศึกษาของโรงเรียน โดยมีนายกีรติ วิมลเศรษฐ์ ผู้อำนวยการโรงเรียนพุขามครุฑมณีอุทิศ พร้อมคณะครูอาจารย์ ร่วมรับมอบ

โรงเรียนพุขามครุฑมณีอุทิศ ก่อตั้งมาแล้ว ๔๘ ปี ตั้งอยู่ที่ 254 หมู่.5 ตำบลพุขาม อำเภอวิเชียรบุรี จังหวัดเพชรบูรณ์ เปิดสอนในระดับมัธยมศึกษาปีที่ ๑ ถึง ๖ ก่อนนี้มีนักเรียนหลักพันคน และเป็นสถานศึกษาที่มีชื่อเสียงในด้านการเรียนการสอนทางตอนใต้ของจังหวัดเพชรบูรณ์ ปัจจุบันสภาพสังคมเปลี่ยนไป มีโรงเรียนเอกชนเกิดขึ้นหลายแห่ง ผู้ปกครอง และนักเรียน นิยมเข้าไปเรียนตามตัวเมือง ทำให้จำนวนนักเรียนลดลงอย่างมาก ขณะนี้มีนักเรียนประมาณ ๑๘๐ คน และโรงเรียนยังขาดแคลนวัสดุอุปกรณ์หลายอย่าง


มนสิชา คล้ายแก้ว รายงาน

แห่ขอพร “หลวงพ่อปากแดง“ ไม่พลาดส่องเลขอ่างน้ำมนต์เสี่ยงโชค

นครนายก – แห่ขอพร “หลวงพ่อปากแดง“ ไม่พลาดส่องเลขอ่างน้ำมนต์เสี่ยงโชค

ที่วัดหลวงพ่อปากแดง ต.บ้านใหญ่ อ.เมือง จ.นครนายก ผู้สื่อข่าวรายงานบรรยากาศภายในวัดหลวงพ่อปากแดง ได้มีนักท่องเที่ยวเดินทางมากราบไหว้ สักการะ ขอพร “หลวงพ่อปากแดง ศักดิ์สิทธิ์” เพื่อความเป็นสิริมงคลให้กับตัวเองและครอบครัว ขอความสำเร็จในหน้าที่การงาน กิจการค้าขายร่ำรวย เดินทางแคล้วคลาดปลอดภัย และขอโชคลาภ

หลวงพ่อปากแดง เป็นพระประธานในพระอุโบสถ ที่มีอายุกว่า 121 ปี เป็นพระพุทธรูปที่ชาวบ้านเคารพศรัทธา กราบไหว้ เป็นที่พึ่งทางจิตใจ ขอสิ่งใดก็มักสำเร็จสมปรารถนาจนเป็นที่ประจักษ์ต่อผู้ที่มากราบไหว้จากทั่วทุกสารทิศ ซึ่งการเข้ากราบไหว้ สักการะ ขอพร หลวงพ่อปากแดง ศักดิ์สิทธิ์ ก็จะต้องนำเครื่องสักการะ เช่น ดอกไม้ ธูปเทียน กล้วยน้ำว้า หมากพลู พวงมาลัย และน้ำแดง ที่ทางวัดได้จัดเตรียมไว้ให้บูชา

ภายในอุโบสถก็ยังมีให้ปิดทององค์หลวงพ่อปากแดงจำลอง รอยพระพุทธบาทจำลอง เสี่ยงเซียมซี และพรมน้ำมนต์ด้วยตนเองในอ่างน้ำมนต์ขนาดใหญ่ เพื่อความเป็นสิริมงคล และที่พลาดไม่ได้คือส่องเลขน้ำตาเทียนในอ่างน้ำมนต์ซึ่งเห็นเป็นเลข 1, 8, 3 บางส่วนเจ้าหน้าที่ได้นำขึ้นมาวางไว้ในพาน ให้ผู้ที่ชื่นชอบในการเสี่ยงโชคได้ดูกันชัดๆ และถ่ายรูปนำกลับไปเสี่ยงโชค ซึ่งเลขที่เห็นก็จะมีเลข 9, 0, 4, 2, 5 หรือตามแต่จะมองแล้วตีเป็นเลขกัน ตามความเชื่อของแต่ละบุคคล

ส่วนด้านหน้าพระอุโบสถก็ยังมีให้ลอดท้องช้างเสริมสิริมงคล และขอพรองค์ท้าวเวสสุวรรณ ที่บรรดาสายมูต่างก็มาขอความสำเร็จสมหวัง และก็ได้โชคกันมาแล้วนับไม่ถ้วน และจุดพักผ่อนหย่อนใจเพลิดเพลินให้อาหารปลาในคลองธรรมชาติ ก่อนกลับก็แวะพรมน้ำมนต์ เจิมหน้าผาก เจิมฝ่ามือเปิดดวงเศรษฐี ให้ดวงชะตาสว่างไสว มีโชค มีชัย เดินทางแคล้วคลาดปลอดภัย ประสบแต่ความสุข ความสำเร็จ เป็นขวัญและกำลังใจในการใช้ชีวิตอย่างมีสติต่อไป


เนรมิต มงคลกิตติกานต์
ผู้สื่อข่าวนครนายก/รายงาน

ทุนจีนลวงโลก ! บุกพิสูจน์โรงงานทุเรียนผสมเวียดนาม-ไทย กลางระยอง หลังพบคนงานดับสลดคาที่

ทุนจีนลวงโลก! บุกพิสูจน์โรงงานทุเรียนผสมเวียดนาม-ไทยกลางระยอง หลังพบคนงานดับสลดคาที่ เครื่องจักรเหี้ยมอัดร่างพังยับ – แฉแหลก “เหิงหยวนฟู้ด” ปูดแรงงานเถื่อน-ลักลอบส่งออกหลอกตลาดโลก

เมื่อเวลา 12.00 น. วันที่ 30 พฤษภาคม ผู้สื่อข่าวรายงานว่า นายพงศธร ศรเพชรนรินท์ ส.ส. ระยอง เขต 3 พร้อมคณะเจ้าหน้าที่ทั้งจากอุตสาหกรรมจังหวัด แรงงานจังหวัด ตำรวจ สภ. ปากน้ำประแสร์ และภาคประชาชน บุกตรวจสอบ บริษัทเหิงหยวนฟู้ด จำกัด เลขที่ 88 หมู่ 8 ต.กองดิน อ.แกลง จ.ระยอง หลังเกิดเหตุสลดใจ คนงานเสียชีวิตภายในโรงงาน และมีกระแสข่าวลือแรงว่า โรงงานแห่งนี้คือ “แหล่งปลอมปนทุเรียนเวียดนาม” ก่อนส่งออกหลอกชาวโลกในคราบ “หมอนทองไทยแท้”

เหตุสะเทือนใจเกิดขึ้นเมื่อบ่ายวันที่ 29 พ.ค. เวลาประมาณ 14.30 น. นายสุชาติ บุสยะพินิจ อายุ 42 ปี พนักงานขับรถโฟล์คลิฟต์ เกิดเหยียบคันเร่งพลาด รถพุ่งชนตะกร้าเหล็กใส่ทุเรียนอย่างแรง ในขณะเดียวกันมี นายชโลม พวงระย้า อายุ 40 ปี และนายอำนวย บุญเรือง ยืนอยู่ตรงช่องว่างพอดี ถูกอัดติดกับเหล็กอย่างจัง จน “ชโลม” เสียชีวิตคาที่ ส่วน “อำนวย” บาดเจ็บสาหัสที่ศีรษะ ถูกนำส่ง รพ.แกลง

ความคืบหน้าล่าสุด ทีมงานของนายพงศธรฯ ได้ลงพื้นที่ตรวจสอบโรงงานด้วยตนเอง ทันทีที่ไปถึงพบพนักงานของโรงงานพยายามขัดขวางไม่ให้เจ้าหน้าที่เข้าไปในพื้นที่เกิดเหตุ แต่สุด ท้ายก็ไม่รอด ด้วยอำนาจตามกฎหมาย เจ้าหน้าที่สามารถฝ่าด่านเข้าไปจนได้ พบรถโฟล์คลิฟต์ต้นเหตุจอดอยู่หน้าตาเฉยในบริเวณโรงงาน พร้อมร่องรอยการชนอย่างชัดเจน

เปิดโปง! ทุนจีนใช้กลโกงบิดเบือนตลาดทุเรียนโลก จากการตรวจสอบเบื้องต้นพบพิรุธหลายจุด ทั้งใบอนุญาตประกอบกิจการที่ไม่สมบูรณ์ มีแรงงานในโรงงานกว่า 170 คน แต่จ่ายประกันสังคมเพียง 36 รายเท่านั้น ชี้ชัดว่ามีการใช้แรงงานเถื่อนอย่างโจ่งแจ้ง

ไม่เพียงเท่านั้น! แหล่งข่าวลับวงในยังเผยข้อมูลสุดอื้อฉาวว่า โรงงานแห่งนี้ลักลอบนำ ทุเรียนเวียดนามราคาถูก เข้ามาผสมกับ ทุเรียนไทย แล้วแปรรูปส่งออกไปยังต่างประเทศ โดยอ้างว่าเป็น “ทุเรียนไทยแท้ 100%” พร้อมใช้เทคนิคปรับกลิ่น สี และรสชาติให้ใกล้เคียงหมอนทอง จนผู้บริโภคต่างชาติหลงเชื่อ

แรงงานเสี่ยงตาย – โรงงานไร้ระบบความปลอดภัยขั้นพื้นฐาน! นายพงศธร เผยว่า โรงงานแห่งนี้ไม่มี เจ้าหน้าที่ความปลอดภัยในการทำงานระดับวิชาชีพ (จป.วิชาชีพ) แต่อย่างใด ทั้งที่มีคนงานมากกว่า 100 คน และเมื่อเช็กข้อมูลเบื้องต้น พบว่ามีการส่งประกันสังคมแค่ประมาณ 30 คนเท่านั้น ส่วนที่เหลือยังอยู่ระหว่างการตรวจสอบว่าเข้าข่ายผิดกฎหมายแรง งานหรือไม่ รวมถึงแรงงานจีนที่พบว่ามีอย่างน้อย 1 คน ใบอนุญาตทำงานขาด และอยู่ระหว่างติดตามตัว ที่สำคัญ ยังมีความคลุมเครือว่าเหตุการณ์คนงานเสียชีวิตนั้น เกิดขึ้นจริงเมื่อวันที่ 29 พ.ค. หรือเกิดก่อนหน้านั้นคือวันที่ 26 พ.ค. แต่เพิ่งแจ้งเรื่อง จึงอาจเข้าข่ายปกปิดข้อมูลและละเมิดกฎหมายด้านแรงงานและความปลอดภัยในสถานประกอบการอีกด้วย

ขณะนี้เจ้าหน้าที่ได้รวบรวมหลักฐานทั้งหมด เพื่อดำเนินการตามกฎหมายในทุกประเด็น ทั้งอุบัติเหตุแรงงาน การจ้างงานผิดกฎหมาย ความปลอดภัยในโรงงาน รวมถึงการหลอกลวงผู้บริโภคด้วยการปลอมปนผลไม้ส่งออก

ทางเจ้าหน้าที่จะเร่งตรวจสอบทุกแง่มุม พร้อมดำเนินคดีอย่างถึงที่สุด เพื่อไม่ให้ “ทุนจีนหน้าเลือด” มาหลอกลวงทั้งแรงงานไทย และผู้บริโภคทั่วโลกอีกต่อไป!


ภาพ/ข่าว
นายโยธิน พรมแตง
บรรณาธิการข่าวอาวุโส
สำนักข่าวความมั่นคง รายงาน

นายอำเภอปากพลี นำข้าราชการร่วมกิจกรรมจิตอาสาพัฒนา เนื่องในวันคล้ายวันที่ระลึก “พระบาทสมเด็จพระปกเกล้าเจ้าอยู่หัว” ประจำปี 2568

นครนายก – นายอำเภอปากพลี นำข้าราชการร่วมกิจกรรมจิตอาสาพัฒนา เนื่องในวันคล้ายวันที่ระลึก “พระบาทสมเด็จพระปกเกล้าเจ้าอยู่หัว” ประจำปี 2568

วันที่ 30 พฤษภาคม 2568 เวลา 09.00 น. ที่บริเวณทุ่งนกเหยี่ยว หมู่ที่ 6 ตำบลท่าเรือ อำเภอปากพลี จังหวัดนครนายก นายสรรเสริญ คำทอง นายอำเภอปากพลี ผู้อำนวยการศูนย์อำนวยการจิตอาสาพระราชทาน อำเภอปากพลี เป็นประธานพิธีเปิดกิจกรรมจิตอาสาพัฒนา ทำความสอาด ปรับปรุงภูมิทัศน์ เนื่องในวันสำคัญของชาติไทย วันคล้ายวันที่ระลึกพระบาทสมเด็จพระปกเกล้าเจ้าอยู่หัว ประจำปี 2568 พร้อมด้วย หัวหน้าส่วนราชการประจำอำเภอปากพลี ตำรวจภูธรปากพลี ตำรวจภูธรนาหินลาด กรมทหารปืนใหญ่ที่ 2 รักษาพระองค์ จังหวัดปราจีนบุรี องค์การบริหารส่วนตำบลท่าเรือ แพทย์ประจำตำบล กำนัน ผู้ใหญ่บ้าน ผู้ช่วยผู้ใหญ่บ้าน สารวัตรกำนัน โรงเรียนวัดลำบัวลอย และประชาชนจิตอาสา เข้าร่วมกิจกรรม จำนวน 150 คน

เพื่อแสดงความกตัญญูกตเวทิตาต่อพระบาทสมเด็จพระปกเกล้าเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 7 ผู้ทรงเป็นพระมหากษัตริย์ที่ทรงมีพระมหากรุณาธิคุณอย่างยิ่งใหญ่ ต่อแผ่นดินและพสกนิกรชาวไทย โดยเฉพาะอย่างยิ่งการทรงนำประเทศไทยสู่ระบอบประชาธิปไตยเป็นครั้งแรกในประวัติศาสตร์ชาติ และเมื่อวันที่ 7 พฤษภาคม 2545 คณะรัฐมนตรีจึงได้มีมติกำหนดให้ทุกวันที่ 30 พฤษภาคมของทุกปี เป็นวันที่ระลึก “พระบาทสมเด็จพระปกเกล้าเจ้าอยู่หัว” สืบไป


เนรมิต มงคลกิตติกานต์
ผู้สื่อข่าวนครนายก/รายงาน