เอ็มเทค สวทช. เปิดเวทีเยาวชน สร้างสรรค์หนังสั้น 2 นาที รณรงค์ “POPs-Free Living” ชิงเงินรางวัลรวม 150,000 บาท พร้อมเกียรติบัตร สมัครได้ถึง 30 มิถุนายนนี้

เอ็มเทค สวทช. เปิดเวทีเยาวชน สร้างสรรค์หนังสั้น 2 นาที รณรงค์ “POPs-Free Living” ชิงเงินรางวัลรวม 150,000 บาท พร้อมเกียรติบัตร สมัครได้ถึง 30 มิถุนายนนี้

ศูนย์เทคโนโลยีโลหะและวัสดุแห่งชาติ (MTEC) สำนักงานพัฒนาวิทยาศาสตร์และเทค โนโลยีแห่งชาติ (สวทช.) ขอเชิญชวนนักเรียน นิสิต นักศึกษา หรือผู้ที่มีอายุ 15 ปีขึ้นไป สมัครเข้าร่วมโครงการประกวดหนังสั้น 2 นาที ภายใต้หัวข้อ “พ็อปจ๋า ลาก่อน ขอให้ชีวิตนี้ไม่มีเธอ” (“POPs-Free Living” Short Film Contest) เพื่อสร้างความตระหนักรู้เกี่ยวกับสารมลพิษที่ตกค้างยาวนาน (Persistent Organic Pollutants: POPs)

ผู้สมัครที่ผ่านการคัดเลือกจะได้เข้าร่วมการอบรมเชิงปฏิบัติการ โดยไม่เสียค่าใช้จ่าย ระหว่างวันที่ 19–20 กรกฎาคม 2568 ณ บ้านวิทยาศาสตร์สิรินธร อุทยานวิทยาศาสตร์ประเทศไทย จ.ปทุมธานี เพื่อเรียนรู้เกี่ยวกับพิษภัยของสาร POPs และการผลิตสื่อวิดีโอที่สื่อสารอย่างสร้างสรรค์ เข้าใจง่าย และเข้าถึงผู้ชมได้จริง หลังจากการอบรม ผู้เข้าร่วมจะต้องจัดทำคลิปวิดีโอความยาวไม่เกิน 2 นาที ถ่ายทอดประเด็นปัญหาสิ่งแวดล้อมจากสาร POPs อย่างสร้างสรรค์ เพื่อลุ้นชิงรางวัลเงินสดรวมมูลค่า 150,000 บาท พร้อมเกียรติบัตรจากเอ็มเทค สวทช.

เปิดรับสมัครตั้งแต่วันนี้–30 มิถุนายน 2568 ผ่านระบบออนไลน์ (โดยใช้ Google Account) ที่ https://bit.ly/433ltyT

ประกาศรายชื่อผู้ผ่านการคัดเลือกวันที่ 10 กรกฎาคม 2568 ทางเว็บไซต์เอ็มเทค www.mtec.or.th

สอบถามรายละเอียดเพิ่มเติม โทร. 0 2564 6500 ต่อ 4122 (คุณณัฐกร / คุณสายสมร)


สุรเชษฐ ศิลานนท์ รายงาน

สมาคมชาวปักษ์ใต้สิงห์บุรี จัดงานสานสัมพันธ์ครั้งแรกยิ่งใหญ่ โดยมี พล.ต.อ.สุนทร ซ้ายขวัญ กล่าวเปิดงาน

สมาคมชาวปักษ์ใต้สิงห์บุรี จัดงานสานสัมพันธ์ครั้งแรกยิ่งใหญ่ โดยมี พล.ต.อ.สุนทร ซ้ายขวัญ กล่าวเปิดงาน

งานสานสัมพันธ์ชาวใต้จังหวัดสิงห์บุรี โดย “ดร.อำนาจ เลิศศิริวิบูลย์” นายกสมาคมชาวปักษ์ใต้สิงห์บุรีคนแรก เป็นประธานจัดงาน ณ ลานไชยแสงสิงห์บุรี 30 พ.ค.2568 มี “พล.ต.อ. สุนทร ซ้ายขวัญ” อดีตนายกสมาคมชาวปักษ์ใต้ ในพระบรมราชูปถัมภ์ เป็นประธานเปิดงาน ได้ผ่านพ้นไปด้วยดี ท่ามกลางแขกผู้มีเกียรติ-ชาวใต้สิงห์บุรี และจังหวัดใกล้เคียง ร่วมงานกันอย่างคับคั่ง

ในงานมีการแสดงแสงสีเสียง ด้วยวงดนตรีวงใหญ่ “อ๊อด โฟเอส” เริ่มงานตั้งแต่ 18.00 น. บรรยากาศเต็มไปด้วยความอบอุ่น มีผู้ว่าราชการจังหวัดสิงห์บุรี และแขกรับเชิญร่วมงาน มากหน้าหลายตา

อาทิ อธิบดีฐานิส ศรียะพันธ์, พล.ต.ท. กรีรินทร์ อินทร์แก้ว ที่นำศิลปินดัง สดใส ร่มโพธ์ทอง พร้อมสนับสนุนปัจจัย ให้แก่สมาคมฯ “ว่าที่ร้อยตรี สิทธิพร บาลทิพย์,ดร.สมบัติ ชนะสิทธิ์ นายกเทศมนตรีเทศบาลแม่ขรี พัทลุง, ดร.ดำรงศักดิ์ เครือแก้ว, สุนทร ช่วยตระกูล “ทอนส์79 ผู้แทนสื่อมวลชนอาวุโส และ ผู้พิพากษา นักกฏหมาย ร่วมงานอย่างคับคั่ง

บรยากาศงานสานสัมพันธ์ ชาวใต้จังหวัดสิงห์บุรีครั้งแรก อิ่มเอมด้วยอาหารใต้ รสเข้มข้น และ การสร้างสีสัน บันเทิง เต็มไปด้วยความอบอุ่น บรรลุวัตถุประสงค์ ไปด้วยดี สมตามเจตนารมย์ สมานฉันท์สามัคคี ถ้วนหน้า


สุรเชษฐ ศิลานนท์ รายงาน

วช.ผนึกกำลัง สมาคมวิศวกรรมชีวการแพทย์ไทย และบริษัท กลางคุ้มครองผู้ประสบภัยจากรถ จำกัด เพื่อลดอุบัติเหตุและการเสียชีวิตทางถนน

วช. ผนึกกำลัง สมาคมวิศวกรรมชีวการแพทย์ไทย และบริษัท กลางคุ้มครองผู้ประสบภัยจากรถ จำกัด เพื่อลดอุบัติเหตุและการเสียชีวิตทางถนน

เมื่อวันที่ 29 พฤษภาคม 2568 สำนักงานการวิจัยแห่งชาติ (วช.) กระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (อว.) สนับสนุนสมาคมวิศวกรรมชีวการแพทย์ไทย จัดการประชุมเผยแพร่ผลการดำเนินงานโครงการการวิจัยเชิงปฏิบัติการโดยบูรณาการทุกภาคส่วนเพื่อลดอุบัติเหตุและการเสียชีวิตให้สอดคล้องกับเป้าหมายแผนแม่บทฉบับที่ 5 (ปีที่ 2 : ระยะที่ 1) โดย ดร.วิภารัตน์ ดีอ่อง ผู้อำนวยการสำนักงานการวิจัยแห่งชาติ (ผอ.วช.) มอบหมายให้ นางสาวเสาวนีย์ มุ่งสุจริตการ รองผู้อำนวยการสำนักงานการวิจัยแห่งชาติ เป็นประธานและมอบนโยบายการผลักดันงานวิจัยเพื่อความปลอดภัยทางถนน พร้อมด้วย นายแพทย์ชาญวิทย์ ทระเทพ หัวหน้าโครงการวิจัยฯ กล่าวรายงาน ณ ห้องประชุมโรงแรมแกรนด์ ริชมอนด์ สไตลิช คอนเวนชั่น โฮเทล จังหวัดนนทบุรี

นางสาวเสาวนีย์ มุ่งสุจริตการ รองผู้อำนวยการสำนักงานการวิจัยแห่งชาติ กล่าวว่า โครงการวิจัยดังกล่าวเป็นโครงการที่ วช. ให้การสนับสนุนทุนวิจัยเพื่อการดำเนินการในพื้นที่เขตสุขภาพที่ 8 ครอบคลุม 7 จังหวัดภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ประกอบไปด้วยจังหวัดอุดรธานี, หนองคาย, สกลนคร, เลย, นครพนม, บึงกาฬ และหนองบัวลำภู โดยมีเป้าหมายเพื่อส่งเสริมการแลกเปลี่ยนและเชื่อมโยงข้อมูลจากทุกภาคส่วน และนำไปสู่เป้าหมายสำคัญที่หน่วยงานภาครัฐจะสามารถขับเคลื่อนการดำเนินนโยบาย ด้วยการใช้ประโยชน์จากข้อมูลขนาดใหญ่ (Big Data) มาวิเคราะห์เพื่อหาแนวโน้มและความสัมพันธ์ นำไปสู่การสร้างมาตรการและกลไกในการสร้างความปลอดภัยและป้องกันอุบัติเหตุทางถนนได้อย่างมีประสิทธิภาพ

นายแพทย์ชาญวิทย์ ทระเทพ หัวหน้าโครงการวิจัยฯ กล่าวว่า โครงการวิจัยเชิงปฏิบัติการโดยบูรณาการทุกภาคส่วนเพื่อลดอุบัติเหตุและการเสียชีวิตให้สอดคล้องกับเป้าหมายแผนแม่บทความปลอดภัยทางถนน ฉบับที่ 5 ได้นำไปสู่การพัฒนานวัตกรรมสำคัญในการบริหารจัดการข้อมูลและขับเคลื่อนนโยบายความปลอดภัยทางถนนอย่างเป็นระบบ ซึ่งหนึ่งในนวัตกรรมสำคัญคือ การบูรณาการข้อมูลเวชระเบียนอิเล็กทรอนิกส์จากโรงพยาบาลทั้ง 931 แห่งแบบ Real-time ร่วมกับข้อมูล ITEMS จากสถาบันการแพทย์ฉุกเฉิน ด้วยนวัตกรรมในการ Train Risk Predictive Machine Learning Model ด้วยข้อมูลจำนวนมากนำไปจำแนกความเสี่ยงที่จะเกิดอุบัติเหตุ และได้พัฒนา Dashboard ที่สามารถแสดงข้อมูลอุบัติ เหตุและความเสี่ยงในแต่ละพื้นที่แบบ Real-time นำไปสู่กลไกการจัดการอุบัติเหตุในระดับเขต จังหวัด ให้ใช้ข้อมูลในการกำหนดยุทธศาสตร์ นโยบาย และดำเนินการได้สอด คล้องกับบริบทและสถานการณ์ที่เปลี่ยนแปลงตลอดเวลา

นอกจากนี้ การประชุมครั้งนี้ยังมีกิจกรรมต่างๆ ดังนี้

  • พิธีลงนามข้อตกลงความร่วมมือบูรณาการข้อมูลเพื่อลดอุบัติเหตุทางถนน ระหว่างสมาคมวิศวกรรมชีวการแพทย์ กับบริษัท กลางคุ้มครองผู้ประสบภัยจากรถ จำกัด โดย ศ.นพ.สมเกียรติ วัฒนศิริชัยกุล นายกสมาคมวิศวกรรมชีวการแพทย์ และนายประยูร ภู่แส รองกรรมการผู้จัดการ
  • การสรุปผลดำเนินงานในภาพรวมของโครงการการวิจัยเชิงปฏิบัติการโดยบูรณาการทุกภาคส่วน เพื่อลดอุบัติเหตุและการเสียชีวิตให้สอดคล้องกับเป้าหมายแผนแม่บทฉบับที่ 5 (ปีที่ 2 : ระยะที่ 1) โดย นายแพทย์ชาญวิทย์ ทระเทพ หัวหน้าโครงการวิจัยฯ
  • การนำเสนอผลงานเด่นจากการดำเนินการบูรณาการทุกภาคส่วน เพื่อลดอุบัติเหตุและการเสียชีวิตให้สอดคล้องกับเป้าหมานแผนแม่บทฉบับที่ 5 (ปีที่ 2 : ระยะที่ 1) โดย ทีมพื้นที่จังหวัดหนองคาย และจังหวัดบึงกาฬ
  • การเสวนา เรื่อง “การบูรณาการระบบสารสนเทศเพื่อลดการบาดเจ็บและเสียชีวิตจากอุบัติเหตุ“ โดย นายแพทย์ชาญวิทย์ ทระเทพ หัวหน้าโครงการวิจัยฯ, ผศ.ดร.พิจิตรพงศ์ สุนทรพิพิธ คณะสาธารณสุขศาสตร์ มหาวิทยาลัยมหิดล, นายแพทย์กฤษฎา ศิริชัยสิทธิ์ ผู้อำนวยการศูนย์อนามัยที่ 8 อุดรธานี และนายมนตรี ดิษฐสร้อย สำนักงานสาธารณสุขจังหวัดหนองคาย

ทั้งนี้ (วช.) ยังคงมุ่งมั่นในการสนับสนุนงานวิจัยและนวัตกรรมที่ตอบโจทย์ประเทศ พร้อมขับเคลื่อนความร่วมมือแบบบูรณาการทุกระดับ เพื่อยกระดับคุณภาพชีวิตของประชาชน และสร้างสังคมไทยที่ปลอดภัย


สุรเชษฐ ศิลานนท์ รายงาน

ไหว้พระอิ่มบุญ พาเที่ยวชุมชน ยลวิถีกินของดีเมืองนครปฐม

ไหว้พระอิ่มบุญ พาเที่ยวชุมชน ยลวิถีกินของดีเมืองนครปฐม

วันเสาร์ที่ 31 พฤษภาคม 2568 อบจ.นครปฐม ดำเนินการทดสอบเส้นทางตามโครงการส่งเสริมสนับสนุนด้านการท่องเที่ยว “ไหว้พระอิ่มบุญ พาเที่ยวชุมชน ยลวิถี กินของดีเมืองนครปฐม” ประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2568 ในเส้นทางสายอำเภอบางเลน โดย นายจิรวัฒน์ สะสมทรัพย์ นายก อบจ.นครปฐม มีความห่วงใยให้เจ้าหน้าที่ อบจ. มาอำนวยความสะดวกแก่พี่น้องประชาชนด้วย โดยมี รองประธานสภา อบจ. ,ผู้แทนสมาชิกสภาฯ ในพื้นที่ อ.เมืองนคร ปฐม, อ.นครชัยศรี, อ.บางเลน, รักษาการปลัด อบจ. และเจ้าหน้าที่ อบจ.นครปฐม มาร่วมต้อนรับ และอำนวยความสะดวกแก่พี่น้องประชาชนในครั้งนี้

อบจ.นครปฐม ขอขอบพระคุณผู้มีส่วนเกี่ยวข้องที่ทำให้การดำเนินโครงการในวันนี้ลุล่วงไปด้วยดี โดยมี ซูเปอร์มาร์เก็ตกล้วยไม้ แอร์ออร์คิดส์ /Air Orchids Supermarket /Air Orchids & Lab, สมาพันธ์ SME ประเทศไทย อำเภอบางเลน, ผู้นำท้องถิ่น และผู้นำชุมชนในพื้นที่ที่ได้ให้การต้อนรับ และดูแลคณะเจ้าหน้าที่และผู้เข้าร่วมโครงการเป็นอย่างดี และขอขอบคุณพี่น้องประชาชนที่ให้ความสนใจเข้าร่วมโครงการกับ อบจ.นครปฐม ในครั้งนี้

แล้วอย่าลืมกดติดตามเพจเฟซบุ๊คของ อบจ.นครปฐมไว้ด้วยนะคะ จะได้ไม่พลาดข่าวสาร กิจกรรม หรือโครงการที่ อบจ.จะจัดในโอกาสต่อไป


สมคิด พรมมี ผู้สื่อข่าว นครปฐม

วัดโตนดหลวง จัดพิธีพุทธาภิเษกสุดยอดวัตถุมงคล รูปหล่อหลวงพ่อทองสุข และหลวงพ่อปแผ่ว รุ่นกตัญญู พิธีดีเกจิดังปลุกเสกตลอด 2 วัน

เพชรบุรี – วัดโตนดหลวง จัดพิธีพุทธาภิเษกสุดยอดวัตถุมงคล รูปหล่อหลวงพ่อทองสุข และหลวงพ่อปแผ่ว รุ่นกตัญญู พิธีดีเกจิดังปลุกเสกตลอด2วัน

วันที่ 31 พ.ค.68 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ที่อุโบสถวัดโตนดหลวง อำเภอชะอำ จังหวัดเพชรบุรี พระครูอุดมเจติยารักษ์ รักษาการเจ้าอาวาสวัดโตนดหลวง อ.ชะอำ จ.เพชรบุรี ได้จัดพิธีพุทธาภิเษกวัตถุมงคล รูปหล่อหลวงพ่อทองสุข และหลวงพ่อแผ่ว รุ่นกตัญญู อุดอัฐฐิหลวงพ่อทองสุข โดยมีพระราชสิทธิวิมล (ถนอม ธมฺมฐิติ) ผู้ช่วยเจ้าอาวาสวัดสุทัศนเทพวรารามราชวรมหาวิหาร ผู้สืบทอดวิชาสร้างพระกริ่งวัดสุทัศนฯ เป็นประธานจุดเทียนชัยในพิธีฯ พร้อมด้วย พระเกจิคณาจารย์ผู้ทรงวิทยาคมชื่อดัง เข้าร่วมพิธีพุทธาภิเษกตลอด2วัน เพื่อความเข้มขลัง

อาทิเช่น พระครูมนูญสีลสังวร(หลวงพ่อแถม) ที่ปรึกษาเจ้าคณะอำเภอชะอำ วัดช้างแทงกระจาด เกจิแห่งลุ่มแม่น้ำเพชรบุรี, พระราชภาวนาวชิราจารย์(หลวงพ่อสุรศักดิ์) เจ้าคณะจังหวัดสมุทรสงครามวัดประดู่, พระสุนทรวชิรโสภณ(หลวงพ่ออิฐ) ที่ปรึกษาเจ้าคณะภาค 15 วัดจุฬามณี, พระพิศาลสิทธิคุณ(หลวงพ่อไพโรจน์) เจ้าคณะตำบลทับใต้วัดห้วยมงคล, พระ ครูอุทัยบุญวัชร์(หลวงพ่อยิ่ง) เจ้าคณะอำเภอเมืองเพชรบุรีวัดอุทัยโพธาราม, พระมหานิธิกาญจน์(หลวงพ่อทรัพย์) เจ้าคณะตำบลเขาย้อยวัดเขาย้อย, พระครูสุวัจน์พัชรสุนทร (หลวงพ่อเงิน )เจ้าอาวาสวัดยางชุม, พระปลัดบุญมี (หลวงพ่อมี) วัดเขาบันไดอิฐ, พระครูมงคลเหมรัตน์(ลพ.เกษม) วัดมะม่วงตลอด, พระครูรัตนภาวนาวสิทธิ์ (ลพ.คำนวน) วัดแก้วเจริญ, พระครูสมห์กิตติพงษ์ ผู้ช่วยเจ้าอาวาสวัดท่าพระ, พระครูปลัดคงศักดิ์ รองเจ้าอาวาสวัดเนกขัมมาราม, พระครูวชิรปัญญาวัตร วัดอุบลวนาราม, พระครูพิพัฒน์วชิรปัญญาวุฒิ เจ้าคณะอำเภอชะอำเจ้าอาวาสวัดนายาง, พระอธิการอำนาจ ฐานิสโร เจ้าคณะตำบลเขาใหญ่วัดชะอำ, พระครูจิรพัฒนาทร เจ้าอาวาสวัดหนองหงส์พัฒนา, พระครูวิธานวัชรพงศ์เจ้าอาวาสวัดหุบกะพง, เจ้าอาวาสวัดเขาบันไดอิฐ เป็นต้น

สำหรับการจัดสร้างรูปหล่อหลวงพ่อทองสุข อินทโชโต และ หลวงพ่อแผ่ว ปณฑิโต อดีตเจ้าอาวาสวัดโตนดหลวงเกจิเมืองเพชรบุรี ทางวัดได้จัดสร้างรูปหล่อนำฤกษ์ ขนาด 5 นิ้ว จำนวนสร้าง 109 องค์, รูปหล่อรมดำขนาด 5 นิ้ว จัดสร้าง 1,200 องค์, รูปหล่อขนาด 1.7 ซม.ห้อยคอเนื้อเงิน และเนื้อทองแดงรมดำ ร่วม 4,000 องค์ ทุกองค์มีการอุดจีวร อัฐฐิหลวงพ่อทองสุข และคลั่ง บูชาเริ่มต้นที่ 200 บาท วัตถุมงคลทุกรายมีการตอกโค๊ตและหมายเลขกำกับทุกองค์ ซึ่งประชาชนที่สนใจสามารถติดต่อหาเช่าบูชาได้ ที่วัดโตนดหลวง อำเภอชะอำ จังหวัดเพชรบุรี


บรรณรต จ.เพชรบุรี

ผบ.ตร. และ รอง ผบ.ตร. เป็นประธานพิธีพระราชทานเพลิงศพข้าราชการตำรวจกองบินตำรวจ ที่เสียชีวิตจากเหตุเฮลิคอปเตอร์ตก

ผบ.ตร. และ รอง ผบ.ตร. เป็นประธานพิธีพระราชทานเพลิงศพข้าราชการตำรวจกองบินตำรวจ ที่เสียชีวิตจากเหตุเฮลิคอปเตอร์ตก

วันนี้ (31 พฤษภาคม 2568) เวลา 15.30 น. พล.ต.อ.กิตติ์รัฐ พันธุ์เพ็ชร์ ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ (ผบ.ตร.) เป็นประธานพิธีพระราชทานเพลิงศพ “พ.ต.ต.ประเทือง ชูเลิศ” นักบิน (สบ 2) กลุ่มงานการบิน กองบินตำรวจ ที่เสียชีวิตจากเหตุการณ์เฮลิคอปเตอร์ของสำนักงานตำรวจแห่งชาติ รุ่น BELL 212 ตกบริเวณพื้นที่บ้านหนองกก ต.อ่าวน้อย อ.เมือง จ.ประจวบ คีรีขันธ์ ประกอบพิธี ณ วัดทองผาภูมิ ต.ท่าขนุน อ.ทองผาภูมิ จ.กาญจนบุรี

โดยมี พล.ต.ท.นัยวัฒน์ ผะเดิมชิต ผู้บัญชาการตำรวจภูธรภาค7, พล.ต.ท.อาชยน ไกรทอง ผู้บัญชาการสำนักงานกำลังพล/โฆษก ตร., พล.ต.ต.อภิชาติ ศรีทองกุล ผู้ทรงคุณวุฒิ สำนัก งานตำรวจแห่งชาติ รักษาราชการแทนผู้บังคับการตำรวจภูธรจังหวัดกาญจนบุรี, พล.ต.ต. ปราโมทย์ สิมหลวง เลขานุการตำรวจแห่งชาติ, พล.ต.ต.วรศักดิ์ พิสิษฐบรรณกร ผู้บังคับการกองสารนิเทศ/รองโฆษก ตร., ผู้บังคับบัญชา เพื่อนข้าราชการตำรวจ และครอบครัว ร่วมพิธี พร้อมกันนี้ ผบ.ตร.ได้มอบเงินกองทุนสวัสดิการสำนักงานตำรวจแห่งชาติ จำนวน 250,000 บาท และเงินบริจาคจากภาคเอกชน จำนวน 250,000 บาท ให้กับครอบครัวผู้เสียชีวิต

วันเดียวกันนี้ เวลา 16.00 น. พล.ต.อ.กรไชย คล้ายคลึง รอง ผบ.ตร. เป็นประธานพิธีพระราช ทานเพลิงศพ “ร.ต.ต.ทินกฤต สุวรรณน้อย” รอง สว.(อก.) กลุ่มงานช่างอากาศยาน กองบินตำรวจ ที่เสียชีวิตจากเหตุการณ์เดียวกัน โดยประกอบพิธี ณ วัดนวลจันทร์ แขวงนวลจันทร์ เขตบึงกุ่ม กรุงเทพมหานคร โดยมี พล.ต.ท.พิทักษ์ อุทัยธรรม ผู้บัญชาการประจำสำนักงาน ผบ.ตร., พล.ต.ต.อำนาจ เดชบุญเหลือง ผู้บังคับการกองบินตำรวจ, พล.ต.ต.เจษฎา สวยสม ผู้บังคับการตำรวจนครบาล 2, พล.ต.ต.สุรสิทธิ์ สังขพงศ์ อดีตผู้บังคับบัญชา, คุณชนาพร ไกรทอง กรรมการบริหารสมาคมแม่บ้านตำรวจ พร้อมด้วยข้าราชการตำรวจ และผู้แทนสมาคมแม่บ้านตำรวจ ร่วมพิธี

สำหรับ “ร.ต.อ.ทรงพล บุญชัย นักบิน (สบ 1) กลุ่มงานการบิน กองบินตำรวจ ได้ตั้งบำเพ็ญกุศล ณ วัดคลองน้ำเจ็ด ต.ทับเที่ยง อ.เมือง จ.ตรัง โดยมีการสวดอภิธรรมตั้งแต่วันที่ 30 พฤษภาคม – 4 มิถุนายน 2568 และมีพิธีพระราชทานเพลิงศพในวันที่ 5 มิถุนายน 2568

ทั้งนี้ ผบ.ตร. และ รอง ผบ.ตร. ได้ให้กำลังใจครอบครัวผู้สูญเสีย พร้อมยืนยันสั่งการกำชับให้ดูแลสวัสดิการและสิทธิประโยชน์กับครอบครัวผู้เสียชีวิตอย่างเต็มที่


หนีมา 4 ปี สุดท้ายยอมมอบตัว เพราะรักเมีย

สงขลา/สะเดา – หนีมา4 ปี สุดท้ายยอมมอบตัว เพราะรักเมีย

เจ้าหน้าที่ปิดล้อมบ้านพัก 2 หลัง ในอ.สะเดา ล่าตัวบุคคลตามหมายจับในคดียาเสพติด แต่ไหวตัวทันหลบหนีไปได้ พบเพียงผู้เสพ 3 ราย แต่สุดท้ายมี 1 ใน 2 ผู้ต้องหาที่ต้องการตัวได้ติดต่อขอมอบตัว เพราะทนแรงกดดันของเจ้าหน้าที่ชุดจับกุมไม่ได้ บวกกับ รักเมียมาก และสงสารเมียที่ถูกจับไปตอนถูกค้นบ้านพัก

วันที่ 1 มิ.ย. 68 ที่ อ.สะเดา จ.สงขลา เจ้าหน้าที่จาก 4 หน่วย นำโดย ว่าที่ พ.ต.ท. บารเมษฐ์ ยอดแดง ผบ.ร้อย ตชด.437 นำกำลังเจ้าหน้าที่ทั้ง 4 หน่วย ตชด.437 ชุดช้างศึกสองเล, ทหารจากกองร้อยทหารราบ5021, ฝ่ายปกครองอำเภอสะเดา และตำรวจ สภ.สะเดา สนธิกำลังเข้าปิดล้อมบ้านพักป้าหมาย 2 หลัง ใน อ.สะเดา เพื่อติดตามจับกุมบุคคลตามหมายจับที่แอบหลบซ่อนอยู่ในพื้นที่ รวมทั้งผู้ที่มีส่วนเกี่ยวข้องกับยาเสพติด

โดยหลังแรกที่บ้านพักไม่มีเลขที่ พื้นที่ ม.1 ต.ปริก อ.สะเดา ขณะเข้าปิดล้อมตรวจค้นเจ้าหน้าที่ไม่พบบุคคลตามหมายจับที่เกี่ยวข้องกับแหล่งมั่วสุมและจำหน่ายยาเสพติด ซึ่งคาดว่า อาจจะไหวตัวทัน และหลบหนีไปก่อนแล้ว แต่สามารถรวบตัวบุคคลต้องสงสัยที่อยู่ใกล้เคียงบริเวณบ้านหลังดังกล่าวได้ 2 ราย คือ น.ส.กาญจนา หรือ นะ หมันเบ็ญหมัด อายุ 38 ปี และอีกคนคือ นายทรงพล หรือ นุ้ย แก้วสกูล อายุ 34 ปี โดยไม่พบสิ่งผิดกฎหมาย แต่ยอมรับว่า เสพสารเสพติด และผลตรวจพบฉี่ม่วงทั้งคู่ จึงคุมตัวส่งพนักงานสอบสวน สภ.สะเดา ดำเนินคดีในข้อหาเสพยาเสพติดให้โทษประเภท 1 (เมทเอมเฟตามีน) โดยผิดกฎหมาย

ส่วนบ้านเป้าหมายอีกหลังเป็นบ้านไม่มีเลขที่ อยู่ในพื้นที่ ม.4 ต.ปริก อ.สะเดา ซึ่งมีความเกี่ยวข้องกับยาเสพติดเช่นเดียวกัน แต่ไม่พบบุคคลเป้าหมายตามหมายจับ แต่สามารถรวบตัวผู้เสพยาเสพติดได้เพิ่มอีก 1 ราย ที่เดินวนเวียนอยู่ใกล้กับบ้านเป้าหมาย คือ นายอันต์ ยีขุน อายุ 44 ปี โดยยอมรับว่า ได้เสพยามาจริง และตรวจพบฉี่ม่วง ก่อนคุมตัวดำเนินคดีในข้อหาเสพยาเสพติดฯ ไปอีกคน

ในเวลาต่อมาซึ่งไม่ทันข้ามคืนได้มี 1 ในบุคคลตามหมายจับที่เจ้าหน้าที่ต้องการตัวในครั้งนี้ ได้ติดต่อขอมอบตัวกับผู้ใหญ่บ้าน ม.1 ต.ปริก ให้พามามอบตัวกับเจ้าหน้าที่ คือ นายสาธิต เพลินจิตร์ อายุ 45 ปี ชาวบ้าน ม.1 ต.ปริก อ.สะเดา ซึ่งในขณะที่เจ้าหน้าที่บุกเข้าปิดล้อมตรวจค้น และไหวตัวหลบหนีไป โดยได้ติอต่อขอเข้ามอบตัวที่ ร้อย ตชด.437 ต.สะเดา อ.สะเดา

สอบถาม นายสาธิต บอกในเบื้องต้นว่า ขณะเจ้าหน้าที่เข้าตรวจค้นตนไม่อยู่ และเมียคือ น.ส.กาญจนา ก็ถูกจับไปแทน เพราะเสพยาเสพติด เมื่อตนรู้ว่าเมียถูกจับ ก็ได้พยายามหาทางติดต่อเจ้าหน้าที่ และโทรไปเบอร์ 191 ที่เจ้าหน้าที่ชุดจับกุมเขียนติดไว้ที่ประตูบ้าน เพื่อติดต่อขอมอบตัว เพราะทนแรงกดดัน ของเจ้าหน้าที่ชุดนี้ไม่ได้ และคิดว่าคงหนีเจ้าหน้าที่ชุดนี้ไม่พ้นแน่นอน อีกอย่างตนรักเมียมาก อยู่กินกันมาได้ราว 5 ปี แล้ว แม้ว่าอาจจะมีเรื่องถึงขึ้นลงไม้ลงมือกันบ้าง แต่ก็เพราะ รักมาก

สำหรับนายสาธิตนั้น เป็นผู้ต้องหาตามหมายจับของศาล จ.นาทวี ที่ 132/2565 ลงวันที่ 28 มี.ค.65 ในความผิดฐานมียาเสพติดให้โทษประเภท1 (เมทแอมเฟตามีน, ไอซ์) ไว้ในครอบครองโดยผิดกฎหมาย และ เสพยาเสพให้โทษประเภท1 (เมทแอมเฟตามีน) โดยผิดกฎ หมาย ซึ่งมีพฤติกรรมทั้งเสพและขายยาเสพติดให้กับคนในพื้นที่ และหลบหนีมานานกว่า 3 ปี แล้ว และเจ้าตัวให้การรับสารภาพ และยืนยันว่า เป็นบุคคลตามหมายจับจริง

โดยในพื้นที่ ต.ปริก อ.สะเดา เป็นตำบลโมเดล ปลอดหมายจับ ซึ่งเจ้าหน้าที่ชุดจับกุม ชุดนี้จะเริ่มไล่และกวาดล้าง ยาเสพติด หมายจับ สิ่งผิดกฎหมายทุกตำบล ทุกพื้นที่ ในอำเภอสะเดา โดยให้ ต.ปริก เป็นตำบล นำร่อง ทั้งนี้เจ้าหน้าที่ได้ทำบันทึกรับมอบตัว และส่งตัวดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป


พายุฝนฟ้าคะนอง ลมกระโชกแรง ต้นไม้ขนาดใหญ่ล้มทับรถเก๋ง รอดหวุดหวิด

สุโขทัย – พายุฝนฟ้าคะนอง ลมกระโชกแรง ต้นไม้ขนาดใหญ่ล้มทับรถเก๋ง รอดหวุดหวิด

เมื่อเวลาประมาณ 14.20 น. วันที่ 31 พ.ค.68 เกิดพายุฝนฟ้าคะนองลมกระโชกแรงในหลายพื้นที่ของ จ.สุโขทัย ที่ ต.เมืองเก่า อ.เมือง จ.สุโขทัย เกิดเหตุต้นไม้ล้มทับเสาไฟฟ้าและรถเก๋ง เจ้าหน้าที่กู้ภัยสุโขทัยออกตรวจสอบที่เกิดเหตุบริเวณถนนสายเมืองเก่า-บ้านด่านลาน หอย ใกล้เคียงค่ายตชด.สุโขทัย พบต้นไม้ขนาดใหญ่ 3 ต้น ล้มขวางถนนทับสายไฟฟ้าทำให้เสาไฟฟ้าโคลน 2 ต้น และพบรถเก๋ง Honda City หมายเลขทะเบียน2กษ 6881 กทม ถูกต้นไม้ล้มทับบริเวณด้านหน้ารถ พบนายปฏิภาณ ตาใจ ชาวจังหวัดตากเป็นคนขับรถ ไม่มีผู้ได้รับบาดเจ็บ

เจ้าหน้าที่กู้ภัยบางแก้วสุโขทัยนำกำลังเจ้าหน้าที่พร้อมเลื่อยยนต์จำนวน 5 เครื่อง เจ้าหน้าที่จากเทศบาลเมืองเก่า อบต.เมืองเก่า แขวงการทางสุโขทัย เร่งตัดต้นไม้เพื่อเปิดเส้นทางการจราจร นานกว่า2ชั่วโมง เนื่องจากต้นไม้ทั้ง3ต้นมีขนาดใหญ่และทับสายไฟฟ้าขาด


พงศ์เทพ สาคร สุโขทัย

พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวโปรดเกล้าฯ พระราชทานเลี้ยงอาหารกลางวันแก่ นักเรียน คณะครู บุคลากร และเจ้าหน้าที่ โรงเรียนเทพศิรินทร์ เขตป้อมปราบศัตรูพ่าย เนื่องในโอกาสวันเฉลิมพระชนมพรรษา สมเด็จพระนางเจ้า ฯ พระบรมราชินี วันที่ ๓ มิถุนายน ๒๕๖๘

พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว และสมเด็จพระนางเจ้า ฯ พระบรมราชินี ทรงห่วงใยและทรงเอาพระราชหฤทัยใส่ในชีวิตความเป็นอยู่ รวมถึงสุขอนามัยขั้นพื้นฐานและการโภชนาการที่ดีของเด็ก เยาวชน ผู้สูงอายุ ผู้พิการ และผู้ด้อยโอกาส ในสถานสงเคราะห์ และสถานศึกษามาอย่างต่อเนื่อง ในโอกาสนี้ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าโปรดกระหม่อมพระราชทานเลี้ยงอาหารกลางวันแก่นักเรียน คณะครู บุคลากรและเจ้าหน้าที่ โรงเรียนเทพศิรินทร์ เขตป้อมปราบศัตรูพ่าย กรุงเทพมหานคร เนื่องในโอกาสวันเฉลิมพระชนมพรรษา สมเด็จพระนางเจ้า ฯ พระบรมราชินี วันที่ ๓ มิถุนายน ๒๕๖๘

วันที่ ๓๐ พฤษภาคม ๒๕๖๘ เวลา ๐๙.๑๑ น. พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ทรงพระกรุณา
โปรดเกล้าโปรดกระหม่อมให้ คุณหญิงจันทนี ธนรักษ์ เป็นประธานเชิญอาหารพระราชทาน ไปพระราชทานเลี้ยงแก่นักเรียน คณะครู บุคลากร และเจ้าหน้าที่ โรงเรียนเทพศิรินทร์ เขตป้อมปราบศัตรูพ่าย กรุงเทพมหานคร จำนวนรวม ๓,๔๐๐ คน เนื่องในโอกาสวันเฉลิมพระ ชนมพรรษา วันที่ ๓ มิถุนายน ๒๕๖๘ เพื่อให้นักเรียน คณะครู บุคลากร และเจ้าหน้าที่ ได้รับประทานอาหารที่ดีมีคุณค่าตามหลักโภชนาการอันจะส่งผลให้มีสุขอนามัยที่ดี มีสุขภาพร่างกายที่แข็งแรง และมีสุขภาพจิตที่ดี สำหรับรายการอาหารในวันนี้ ประกอบด้วย ข้าวมันไก่, ข้าวขาหมู, ข้าวหมูแดงหมูกรอบ, ก๋วยเตี๋ยวเรือ, ก๋วยเตี๋ยวหมูตุ๋น, ก๋วยเตี๋ยวเย็นตาโฟ และเครื่องดื่ม จากโครงการส่วนพระองค์ สวนจิตรลดา เป็นต้น

ทั้งนี้ พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว และสมเด็จพระนางเจ้า ฯ พระบรมราชินี ทรงรับเป็นพระราชภารกิจที่สำคัญในการดูแลพสกนิกรทุกหมู่เหล่าให้มีสุขภาพอนามัยที่สมบูรณ์แข็งแรงและมีโภชนาการที่ดี โดยเฉพาะเด็กและเยาวชน ซึ่งจะเป็นกำลังสำคัญในการพัฒนาประเทศชาติต่อไป ในโอกาสนี้ จึงทรงพระกรุณาโปรดเกล้าโปรดกระหม่อมพระราชทานอาหารแก่เด็ก เยาวชน ผู้สูงอายุ ผู้พิการ และผู้ด้อยโอกาส รวมถึงเจ้าหน้าที่ผู้ปฏิบัติงานในสถานศึกษา และสถานสงเคราะห์ต่าง ๆ เนื่องในโอกาสวันเฉลิมพระชนมพรรษาวันคล้ายวันพระราชสมภพ วันคล้ายวันประสูติ และวันสำคัญต่าง ๆ มาโดยตลอด การได้รับพระราชทานพระมหากรุณาในครั้งนี้ นักเรียน คณะครู บุคลากร และเจ้าหน้าที่ของโรงเรียนเทพศิรินทร์ ต่างปลื้มปีติและสำนึกในพระมหากรุณาธิคุณอย่างหาที่สุดมิได้

โรงเรียนเทพศิรินทร์ เป็นโรงเรียนที่ได้รับพระราชทานพระมหากรุณาจากสถาบันพระมหากษัตริย์และพระบรมวงศานุวงศ์มาอย่างต่อเนื่องตั้งแต่อดีต โดยในรัชสมัยพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าโปรดกระหม่อมให้สร้างวัดเทพศิรินทราวาส ขึ้น เมื่อพุทธศักราช ๒๔๑๙ เพื่อถวายพระราชกุศลแด่สมเด็จพระบรมราชชนนี สมเด็จพระเทพศิรินทราบรมราชินี ในพระบาทสมเด็จพระจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว พระสยามเทวมหามกุฎวิทยมหาราช และเพื่อเป็นการทำนุบำรุงพระพุทธศาสนา ในเวลาต่อมา พระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว ทรงเล็งเห็นถึงความสำคัญของการศึกษา และด้วยทรงคำนึงว่า วัดเป็นศูนย์กลางของการศึกษามาแต่โบราณ จึงพระราชทานพระราชดำริให้ก่อตั้งโรงเรียนขึ้นภายในบริเวณวัดเทพศิรินทราวาส เมื่อวันที่ ๑๕ มีนาคม ๒๔๒๘ และต่อมา วันที่ ๙ มิถุนายน ๒๔๔๕ พระราชทานนามโรงเรียนอย่างเป็นทางการว่า “โรงเรียนเทพศิรินทร์” ซึ่งเป็นโรงเรียนรัฐบาลแห่งเดียวในประเทศไทยที่พระมหากษัตริย์ทรงเข้ารับการศึกษา คือ พระบาทสมเด็จพระปรเมนทรมหาอานันทมหิดล พระอัฐมรามาธิบดินทร รัชกาลที่ ๘ เมื่อครั้งทรงดำรงพระราชอิสริยยศ พระวรวงศ์เธอ พระองค์เจ้าอานันทมหิดล โดยทรงเข้าศึกษาเมื่อพุทธศักราช ๒๔๗๕

ปัจจุบัน โรงเรียนเทพศิรินทร์ ตั้งอยู่ ณ เลขที่ ๑๔๖๖ ถนนกรุงเกษม แขวงวัดเทพศิรินทร์
เขตป้อมปราบศัตรูพ่าย กรุงเทพมหานคร สังกัดสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษามัธยมศึกษากรุงเทพมหานคร เขต 1 เปิดการเรียนการสอนแก่นักเรียนชายล้วน ตั้งแต่ระดับชั้นมัธยม ศึกษาปีที่ ๑ ถึงชั้นมัธยมศึกษาปีที่ ๖ โดยอบรมสั่งสอนให้นักเรียนออกไปเป็นกำลังสำคัญของสังคม และเป็นพลเมืองที่ดีของประเทศชาติสนองพระบรมราโชบายของพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว องค์ผู้ก่อตั้งโรงเรียน ฯ ที่ทรงตั้งพระราชปณิธานให้อาณาประชาราษฎรมีความรู้นำชาติไทยให้วัฒนา และสืบสานหน้าที่อันสำคัญเคียงคู่กับประเทศชาติ สอดคล้องกับพระบรมราโชบายด้านการศึกษาของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ให้นักเรียน
มีทัศนคติที่ถูกต้องต่อบ้านเมือง มีพื้นฐานชีวิตที่มั่นคง – มีคุณธรรม มีงานทำ – มีอาชีพ และเป็นพลเมืองที่ดี ปัจจุบัน โรงเรียนเทพศิรินทร์ มีนักเรียน จำนวน ๓,๑๗๕ คน มีข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษา จำนวน ๒๒๕ คน นอกจากนี้ โรงเรียนเทพศิรินทร์ ยังประกอบด้วย โรงเรียนเครือข่ายที่มีคำนำหน้าว่า เทพศิรินทร์ อีก ๑๑ แห่ง


ข้าราชบริพารหน่วยราชการในพระองค์ พร้อมใจกันร่วมบริจาคโลหิต เพื่อถวายเป็นพระราชกุศล เนื่องในโอกาสวันเฉลิมพระชนมพรรษา 3 มิ.ย.68

วันที่ 30 พฤษภาคม 2568 ที่อาคาร 606 สำนักพระราชวัง สนามเสือป่า พระราชวังดุสิต พลอากาศตรี ธีระ เชียงทอง รองเลขาธิการพระราชวัง เป็นประธานในพิธีบริจาคโลหิตถวายเป็นพระราชกุศล แด่สมเด็จพระนางเจ้า ฯ พระบรมราชินี เนื่องในโอกาสวันเฉลิมพระชนมพรรษา วันที่ 3 มิถุนายน 2568 โดยในวันนี้ข้าราชบริพารหน่วยราชการในพระองค์ จากสํานักพระราชวัง กองบัญชาการทหารมหาดเล็กราชวัลลภรักษาพระองค์ กองบัญชาการนายตํารวจราชองครักษ์ประจําพระองค์ อาจารย์และนักเรียนจากสถาบันเทคโนโลยีจิตรลดา ตลอดจนจิตอาสา จากศูนย์อำนวยการใหญ่จิตอาสาพระราชทานมาร่วมบริจาคโลหิตถวายเป็นพระราชกุศล แด่สมเด็จพระนางเจ้า ๆ พระบรมราชินี เนื่องในโอกาสวันเฉลิมพระชนมพรรษา วันที่ 3 มิถุนายน 2568 โดยมีศูนย์บริการโลหิตแห่งชาติ สภากาชาดไทย เป็นหน่วยบริการ ในการรับบริจาคโลหิต ซึ่งมีผู้ผ่านการคัดกรอง ร่วมบริจาคโลหิต 193 คน ได้โลหิตรวม 85,350 ซีซี

สำหรับกิจกรรมบริจาคโลหิตถวายเป็นพระราชกุศล แด่สมเด็จพระนางเจ้า ๆ พระบรมราชินี เนื่องในโอกาสวันเฉลิมพระชนมพรรษา วันที่ 3 มิถุนายน 2568 จัดขึ้นเป็นเวลา 3 วัน คือวันที่ 26, 28 และ 30 พฤษภาคม 2568 ทั้งนี้ ได้มีการปฏิบัติตามมาตรการการป้องกันการแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 ที่กลับมาแพร่ระบาดอย่างเคร่งครัด โดยตลอดทั้ง 3 วัน มีผู้ผ่านการคัดกรอง รวม 497 คน และได้โลหิต จำนวน 222,150 ซีซี ซึ่งจะนำไปใช้เป็นโลหิตสำรอง สำหรับใช้รักษาพยาบาลแก่ผู้ป่วยต่อไป

กิจกรรมการบริจาคโลหิต เป็นการน้อมนำพระบรมราโชบายของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว
มายึดถือปฏิบัติ ด้วยมีพระราชประสงค์ให้ข้าราชบริพารในพระองค์ เป็นแบบอย่างของการเป็นข้าราชการที่ดีมีจิตอาสา จิตสาธารณะ มีความเสียสละอุทิศตน เพื่อประโยชน์ส่วนรวม มีความกตัญญูตอบแทนบุญคุณแผ่นดินร่วมทำความดี โดยไม่หวังผลตอบแทน และไม่เห็นแก่ประโยชน์ส่วนตน