ปปส.ตามยึดทรัพย์บอล หลุมดิน กว่า 10 ล้านบาท หลังหนีคดี 4 ปีไม่รอด

ปปส.ตามยึดทรัพย์บอล หลุมดิน กว่า 10 ล้านบาท  หลังหนีคดี 4 ปีไม่รอด

ในวันนี้ (6 มิ.ย.68) พ.ต.อ.พัลลภ สุริยกุล ณ อยุธยา รองผู้บังคับการตำรวจภูธร จ.ราชบุรี  พร้อมด้วย พ.ต.อ.พศพงศ์ มณฑา ผกก.สภ.ปากท่อ จ.ราชบุรี และเจ้าหน้าที่ตำรวจปปส.ได้นำหมายศาล จ.ราชบุรี ลงวันที่ 15 พ.ย.64 ไปตรวจค้นและจับกุม นายชลนที สรุปราษฎร์ หรือ บอล หลุมดิน อายุ  41 ปี  อยู่ม.6 ต.หลุมดิน. อ.เมือง  จ.ราขบุรี  ในข้อหาสมคบกันกระทำความผิดเกี่ยวกับยาเสพติดและร่วมกันมียาเสพติดให้โทษประเภท 1 หลังจับกุมผู้ร่วมกระทำความผิดได้ก่อนหน้านี้แล้วในพื้นที่ของ สภ.จอมบึง  จ.ราชบุรี และพยายามติดตามจับกุมนายบอลมานานหลายปี จนเจ้าหน้าที่สืบทราบว่านายบอล นั้นมาปลูกบ้านใหม่อยู่กับครอบครัวที่บริเวณหมู่บ้านทะเลค้าน หมู่ 4 ต.ยางงาม อ.ปากท่อ จ.ราชบุรี  จึงได้นำหมายจับมาจับกุมและตรวจยึดทรัพย์สินรวมมูลค่ากว่า 10 บ้านบาท ซึ่งประกอบด้วย บ้านปูนขั้นเดียว 1หลัง, ที่ดินจำนวน 1 แปลง, รถยนต์ 2 คัน, เงินสดกว่า 6 แสนบาท, สร้อยทองจำนวน 10 เส้น, พระเหลี่ยมทองจำนวน 60 องค์  ซึ่งนายบอล ก็ยอมรับสารภาพว่าเป็นบุคคลตามหมายจับจริงเจ้าหน้าที่จึงได้นำตัวไปดำเนินคดี

      ด้าน พ.ต.อ.พัลลภ  สุริยกุล ณ อยุธยา รองผู้บังคับการตำรวจภูธรจ.ราชบุรี ก็บอกว่า เจ้าหน้าที่ออกหมายจับนายบอลในคดีสมคบฯ ตั้งแต่ปี 2564  และร่วมติดตามพฤติกรรมมาถึง 4 ปี  จนทราบว่ามาหลบอยู่ที่บ้านหลังนี้กับภรรยา วันนี้จึงได้มาจับกุมและตรวจยึดทรัพย์สินโดยทรัพย์สินทั้งหมดนั้นทางปปส. จะนำไปตรวจสอบ เนื่องจากผู้ต้องหานั้นให้การว่า ทรัพย์สินทั้งหมดนั้นเป็นของภรรยา ซึ่งมูลค่ารวมนั้นมากกว่า 10 ล้านบาท ทั้งนี้ก็จะต้องตรวจสอบว่าภรรยานั้นได้ทรัพย์มาจากไหนและทำงานอะไรถึงได้ทรัพย์สินมา หรือได้มาจากสามีที่เป็นผู้ต้องหา และจากการสอบถามเบื้องต้นทราบว่าภรรยาของนายบอลนั้นมีอาชีพค้าขาย  แต่ทั้งนี้ก็จะต้องทำการตรวจสอบที่มาของทรัพย์สินทั้งหมดด้วย


กาญจนบุรี จัดกิจกรรมจิตอาสาบำเพ็ญสาธารณประโยชน์ปลูกต้นไม้ เนื่องในโอกาสวันเฉลิมพระชนมพรรษา สมเด็จพระนางเจ้าสุทิดา พัชรสุธาพิมลลักษณ พระบรมราชินี 3 มิถุนายน 2568

จังหวัดกาญจนบุรี – จัดกิจกรรมจิตอาสาบำเพ็ญสาธารณประโยชน์ปลูกต้นไม้ เนื่องในโอกาสวันเฉลิมพระชนมพรรษา สมเด็จพระนางเจ้าสุทิดา พัชรสุธาพิมลลักษณ พระบรมราชินี 3 มิถุนายน 2568

วันนี้ (6 มิถุนายน 2568) เวลา 09.00 น. นายอธิสรรค์ อินทร์ตรา ผู้ว่าราชการจังหวัดกาญจนบุรี เป็นประธานเปิดกิจกรรมจิตอาสาบำเพ็ญสาธารณประโยชน์ปลูกต้นไม้ เนื่องในโอกาสวันเฉลิมพระชนมพรรษา สมเด็จพระนางเจ้าสุทิดา พัชรสุธาพิมลลักษณ พระบรมราชินี 3 มิถุนายน 2568 พร้อมด้วย นางพรรณวิภา ปิยัมปุตระ นายสิทธิวีร์ วรรณพฤกษ์ รองผู้ว่าราชการจังหวัดกาญจนบุรี, ข้าราชการ, ศาล, อัยการ, ทหาร, ตำรวจ, เจ้าหน้าที่, ผู้นำท้องที่ ผู้นำท้องถิ่น และประชาชนจิตอาสา ร่วมกิจกรรมฯ ณ ป่าชุมชนบ้านหนองหินเขาสูง ม.1 ต.เขาสามสิบหาบ อ.ท่ามะกา จ.กาญจนบุรี

ทั้งนี้เพื่อส่งเสริมการอนุรักษ์ทรัพยากรธรรมชาติ และเพิ่มพื้นที่สีเขียว ปลูกฝังจิตสำนึกด้านจิตอาสาและความสามัคคีในสังคม ฟื้นฟูสิ่งแวดล้อมและลดภาวะโลกร้อน เพื่อถวายเป็น พระราชกุศล เนื่องในวันพระราชสมภพ สมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินี


#// กัมพล ทันเวลา & สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดกาญจนบุรี ภาพ/ข่าว

โรงพยาบาลนครปฐม นำเสนอข้อมูล การตรวจราชการ และนิเทศงานกระทรวงสาธารณสุข กรณีปกติ รอบที่ 2 ประจำปีงบประมาณ 2568

โรงพยาบาลนครปฐม นำเสนอข้อมูล การตรวจราชการ และนิเทศงานกระทรวงสาธารณสุข กรณีปกติ รอบที่ 2 ประจำปีงบประมาณ 2568

นายแพทย์ชัยวัฒน์ พัฒนาพิศาลศักดิ์ สาธารณสุขนิเทศก์ เขตสุขภาพที่ 5 เป็นประธานรับฟัง การนำเสนอข้อมูลด้านพัฒนาระบบบริการสุขภาพ การขับเคลื่อนงาน ตามนโยบายและตัวชี้วัดที่สำคัญของจังหวัดนครปฐม โดยมี นายแพทย์วิโรจน์ รัตนอมรสกุล นายแพทย์สาธารณ สุขจังหวัดนครปฐม, นายแพทย์สุรชัย โชคครรชิตไชย ผู้อำนวยการโรงพยาบาลนครปฐม และคณะผู้บริหาร ร่วมรับฟังข้อมูล ณ ห้องประชุมจตุภัทร ชั้น 4 อาคารผู้ป่วยนอกและอำนวยการ โรงพยาบาลนครปฐม


สมคิด พรมมี ผู้สื่อข่าว นคปฐม

ปกครองสุพรรณร่วมทหาร จับหนุ่มขายบุหรี่ไฟฟ้าออนไลน์ ของกลางอื้อ

สุพรรณบุรี – พ่อเมืองสุพรรณ สั่งการให้ชุดปฏิบัติการพิเศษฝ่ายปกครองจังหวัดสุพรรณบุรี (ชุดไกรสีห์) ร่วมกับเจ้าหน้าที่ทหารกองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายในจังหวัดสุพรรณบุรี (มังกร 27) กวดขับจับกุมบุหรี่ไฟฟ้าที่กำลังแพร่ระบาดขยายวงกว้างสู่กลุ่มวัยรุ่นนักเรียนนักศึกษา ตามนโยบายของกระทรวงมหาดไทย ได้ผู้ต้องหาพร้อมของกลางอื้อ

กลางดึกวันที่ 5 มิถุนายน 2568 ภายใต้การสั่งการของนายกองเอก พิริยะ ฉันทดิลก ผู้ว่าราชการจังหวัดสุพรรณบุรี, พันเอกผ่านศึก อนันต์พงษ์ รองผู้อำนวยการรักษาความมั่นคงภายในจังหวัดสุพรรณบุรี, นายกองโท วรวิทย์ ยอแสง ปลัดจังหวัดสุพรรณบุรี สั่งการให้ ชุดปฏิบัติการพิเศษฝ่ายปกครองจังหวัดสุพรรณบุรี ประกอบด้วย นายหมวดเอก ธรรศ ศรีดุษฎี ผู้ช่วยป้องกันจังหวัดสุพรรณบุรี ร้อยโท คเณศ ลาภหลาย นำกำลังจับกุม นายพีรพล ขันตี อายุ 28 ปี อยู่ตำบลดอนเจดีย์ อำเภอดอนเจดีย์ จังหวัดสุพรรณบุรี พร้อมของกลาง บุหรี่ไฟฟ้าพร้อมสูบและอุปกรณ์จำนวนมาก

นายหมวดเอก ธรรศ ศรีดุษฎี ผู้ช่วยป้องกันจังหวัดสุพรรณบุรี เปิดเผยว่า ตามนโยบายของกระทรวงมหาดไทย ที่ให้กวดขับจับกุมยาเสพติด บุหรี่ไฟฟ้า ซึ่งนายกองเอก พิริยะ ฉันทดิลก ผู้ว่าราชการจังหวัดสุพรรณบุรี, นายกองโท วรวิทย์ ยอแสง ปลัดจังหวัดสุพรรณบุรี, พันเอกผ่านศึก อนันต์พงษ์ รองผู้อำนวยการรักษาความมั่นคงภายในจังหวัดสุพรรณบุรี ได้รับการร้องเรียนว่าพื้นที่สุพรรณบุรี มีการแพร่ระบาดของยาเสพติดและบุหรี่ไฟฟ้า ขยายเป็นวงกว้างกระจายสู่กลุ่มวัยรุ่นและเยาวชน นักเรียนนักศึกษา โดยมีการเปิดขายรับออเดอร์ทางโซเชียล เฟสบุ๊ก จึงสั่งการมอบหมายให้ตนนำกำลังออกสืบสวนหาข้อมูลกระทั่งทราบว่า มีการลักลอบจำหน่ายบุหรี่ไฟฟ้าจริงในพื้นที่อำเภอดอนเจดีย์

จึงวางแผนส่งสายลับทำการติดต่อล่อซื้อโดยนัดส่งมอบบุหรี่ไฟฟ้ากันที่โรงจอดรถ ตลาดเมืองทอง อำเภอดอนเจดีย์ จังหวัดสุพรรณบุรี เมื่อถึงเวลาเจ้าหน้าที่จึงให้สายลับเข้าไปซื้อบุหรี่ไฟฟ้าจากพ่อค้าซึ่งขับรถกระบะมาจอดรออยู่เมื่อสายลับได้หลักฐานเป็นบุหรี่ไฟฟ้าแล้วเจ้าหน้าที่จึงทำการจู่โจมเข้าจับกุมพ่อค้าบุหรี่ไฟฟ้าได้คารถกระบะยี่ห้อเชฟโรเล็ต สีขาวทะเบียน บธ 5032 อ่างทอง สอบถามทราบชื่อนายพีรพล ขันตี อายุ 28 ปี บ้านอยู่ตำบลดอนเจดีย์ ตรวจค้นในรถพบของกลางบุหรี่ไฟฟ้าพร้อมอุปกรณ์ส่วนควาบจำนวนมากอยู่ในกล่องวางอยู่ที่เบาะหลังและที่วางเท้าหน้าเบาะซ้าย

ระหว่างนั้นเจ้าหน้าที่ได้ขอดูโทรศัพท์มือถือของนายพีรพล เพื่อจะดูข้อมูลนำไปขยายผลหาผู้ร่วมขบวนการ แต่นายพีรพล ขัดขืนไม่ยอมให้เจ้าหน้าที่เปิดดูโทรศัพท์ จนเกิดการยื้อแย่งโทรศัพท์กันขึ้น สุดท้ายเจ้าหน้าที่ต้องคุมตัวกลับไปสอบสวนที่กองร้อยบริการ อาสารักษาดินแดนจังหวัดสุพรรณบุรี เพื่อสอบสวนขยายผลและนับจำนวนของกลางพบว่า ของกลาง ประกอบด้วย 1.บุหรี่ไฟฟ้าพร้อมสูบแบบใช้แล้วทิ้ง จำนวน 120 ชิ้น, 2. น้ำยาเติมบุหรี่ไฟฟ้า จำนวน 75 ชิ้น, 3. หัวน้ำยาบุหรี่ไฟฟ้าพร้อมน้ำยา จำนวน 323 ชิ้น, 4. สำเนาธนบัตรที่ใช้ในการล่อซื้อ

จากการสอบสวนนายพีรพล ให้การว่า ก่อนหน้าที่นี้ตนเคยมีหน้าร้านขายบุหรี่ไฟฟ้า แต่หลังจากรัฐบาลมีนโยบายเข้มงวดปราบปรามกวดขันจับกุมตนจึงปิดหน้าร้านแล้วหันไปขายในตลาดออนไลน์ทางเฟสบุ๊ก ส่วนตัวโดยจะรับเฉพาะกลุ่มที่รู้จักกัน ตนจะไม่ขายให้เด็ก และนักเรียน แต่เจ้าหน้าที่ไม่เชื่อเนื่องจากสายลับที่ล่อซื้ออายุ เพียง 18 ปีเท่านั้น

เจ้าหน้าที่จึงแจ้งข้อกล่าวหาพีรพล ว่าเป็นผู้ขายหรือจัดหาด้วยประการใดๆ หรือเสนอ หรือชักชวนให้มีการขายให้บริการ หรือจัดหาด้วยประการใดๆ ซึ่งสินค้าบุหรี่ไฟฟ้า หรือน้ำยาสำหรับเติมบุหรี่ไฟฟ้า โดยเรียกค่าตอบแทนเป็นเงิน หรือผลประโยชน์อย่างอื่นอันเป็นการฝ่าฝืนคำสั่งคณะกรรมการคุ้มครองผู้บริโภคที่ 9/2558 ลง 28 มกราคม 2558 อันเป็นความผิดต้องระวางโทษจำคุกไม่เกิน 3 ปี หรือปรับไม่เกิน 600,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ ตามมาตรา 56/4 แห่งพระราชบัญญัติคุ้มครองผู้บริโภค พ.ศ.2522 ซึ่งเพิ่มเติมโดยพระราชบัญ ญัติคุ้มครองผู้บริโภค (ฉบับที่ 4) พ.ศ.2562 ประกอบบทเฉพาะกาลในมาตรา 37 แห่งพระราชบัญญัติคุ้มครองผู้บริโภค (ฉบับที่ 4) พ.ศ. 2562 ในชั้นจับกุมสอบถาม นายพีรพล ขันตี รับทราบสิทธิแล้ว ให้การรับสารภาพตลอดข้อกล่าวหา

ผู้สื่อข่าวรายงานว่าขณะที่เจ้าหน้าที่กำลังจับกุมนายพีรพล อยู่นั้น ได้มีวัยรุ่นขับขี่รถจักรยาน ยนต์ เข้ามารอซื้อบุหรี่ไฟฟ้ากันหลายคน สอบถามวัยรุ่นที่มาซื้อบุหรี่ไฟฟ้าเล่าว่า เป็นลูกค้าของนายพีรพล มานานโดยจะสั่งซื้อบุหรี่ไฟฟ้าทางเฟสบุ๊ก ทักแชท ไปหานายพีรพล แล้วนัดมารับของกันที่จอดรถบริเวณตลาดเมืองทอง วันนี้ก็ฝ่าสายฝนมาซื้อ


ภัทรพล พรมพัก สุพรรณบุรี

รองนายกรัฐมนตรี ลงพื้นที่ติดตามสถานการณ์กัดเซาะชายฝั่ง เร่งเตรียมแผนรับมือการเพิ่มขึ้นของระดับน้ำทะเลในพื้นที่อ่าวไทยตอนบน

จังหวัดสมุทรปราการ – รองนายกรัฐมนตรี ลงพื้นที่ติดตามสถานการณ์กัดเซาะชายฝั่ง เร่งเตรียมแผนรับมือการเพิ่มขึ้นของระดับน้ำทะเลในพื้นที่อ่าวไทยตอนบน

วันที่ 6 มิถุนายน 2568 นายประเสริฐ จันทรรวงทอง รองนายกรัฐมนตรี ลงพื้นที่ติดตามสถาน การณ์ปัญหาการกัดเซาะชายฝั่งและการเพิ่มขึ้นของระดับน้ำทะเลเนื่องจากการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศบริเวณพื้นที่อ่าวไทยตอนบน ณ จังหวัดสมุทรปราการ และ กรุงเทพมหานคร ในพื้นที่วัดขุนสมุทรจีน อ.พระสมุทรเจดีย์ชายฝั่งคลองด่าน อ.บางบ่อ และหลักเขตกรุง เทพ เขตบางขุนเทียน โดยมีผู้บัญชาการโรงเรียนนายเรือจังหวัดสมุทรปราการ และนายศุภมิตร ชิณศรี ผู้ว่าราชการจังหวัดสมุทรปราการ ให้การต้อนรับ พร้อมด้วย ดร.พิรุณ สัยยะสิทธิ์พานิช อธิบดีกรมการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศและสิ่งแวดล้อม รายงานสถานการณ์ปัญหาการกัดเซาะชายฝั่งและการเพิ่มขึ้นของระดับน้ำทะเลเนื่องจากการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศบริเวณพื้นที่อ่าวไทยตอนบน โดยรองนายกรัฐมนตรีเน้นย้ำความสำคัญของการเตรียมมาตรการรับมืออย่างเป็นระบบพร้อมเร่งผลักดันแผนแม่บทป้องกันและปรับตัวในระยะยาวเพื่อรองรับผลกระทบที่อาจรุนแรงขึ้นในอนาคต

นายประเสริฐ จันทรรวงทอง รองนายกรัฐมนตรีกล่าวว่า ที่ผ่านมาพื้นที่ชายฝั่งอ่าวไทยตอนบนโดยเฉพาะเขตจังหวัดสมุทรปราการและกรุงเทพมหานครกำลังเผชิญกับปัญหาการเพิ่มขึ้นของระดับน้ำทะเลและการกัดเซาะชายฝั่งอย่างรุนแรงส่งผลกระทบต่อพื้นที่สำคัญทางเศรษฐกิจและชุมชนที่มีประชากรกว่า 12 ล้านคนอยู่อาศัยซึ่งบริเวณที่ได้รับผลกระทบมากที่สุดได้แก่บางขุนเทียนปากคลองขุนราชพินิจใจบ้านขุนสมุทรจีนและบ้านแหลมสิงห์โดยสถานการณ์จะรุนแรงมากขึ้นในอนาคตเนื่องจากอุณหภูมิโลกที่สูงขึ้นส่งผลให้ธารน้ำแข็งละลายเร็วขึ้นคาดว่าในปี ค.ศ.2050 ระดับน้ำทะเลจะสูงขึ้นราว 0.5 เมตรและอาจสูงถึง 1 เมตรในปี ค.ศ.2100 ขณะที่ในกรณีเลวร้ายที่สุดอาจเพิ่มขึ้นถึง 2.5 เมตรหากเกิดการล่มสลายของแผ่นน้ำแข็งขั้วโลก

ทั้งนี้ ผลกระทบที่เกิดขึ้น ได้แก่ การสูญเสียพื้นที่ชายฝั่งการเกิดน้ำท่วมในพื้นที่ลุ่มแม่น้ำเจ้า พระยาแม่กลองท่าจีนและบางปะกงรวมถึงการรุกตัวของน้ำเค็มซึ่งกระทบต่อการผลิตน้ำประ ปาและการเกษตรในวงกว้าง รัฐบาลเห็นถึงความสำคัญของปัญหาดังกล่าว จึงมอบหมายให้กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมเร่งศึกษาจัดทำ “แผนแม่บทการป้องกันและแก้ ไขปัญหาการกัดเซาะชายฝั่งและการเพิ่มขึ้นของระดับน้ำทะเลจากการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ”โดยเน้นการวิเคราะห์ผลกระทบในทุกมิติทั้งเศรษฐกิจสังคมสิ่งแวดล้อมและระบบนิเวศเพื่อกำหนดแนวทางการรับมือที่เหมาะสมและยั่งยืนซึ่งจะช่วยลดความสูญเสียและความเสียหายต่อเศรษฐกิจสังคมสิ่งแวดล้อมและความเป็นอยู่ของประชาชน รวมถึงจะมีการประเมินสิ่งแวดล้อมระดับยุทธศาสตร์ (Strategic Environmental Assessment: SEA) การรับฟังความคิดเห็นจากผู้มีส่วนได้ส่วนเสียในพื้นที่การวิเคราะห์ความคุ้มค่าในการลงทุนและการพัฒนาพื้นที่เพื่อสร้างความมั่นคงทางเศรษฐกิจให้กับชุมชนชายฝั่งในระยะยาวด้วย

ทั้งนี้ แผนแม่บทดังกล่าวคาดว่าจะแล้วเสร็จภายในไตรมาส 4 ของปี พ.ศ.2569 ซึ่งรัฐบาลหวังว่าจะเป็นจุดเริ่มต้นสำคัญของการกำหนดแนวทางการรับมือกับผลกระทบจากการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศบริเวณพื้นที่อ่าวไทยตอนบนที่เป็นรูปธรรมและนำไปสู่การบูรณาการการทำงานร่วมกันระหว่างหน่วยงานที่เกี่ยวข้องอย่างมีประสิทธิภาพในอนาคต


ธนวัต นาคขำ จ.สมุทรปราการ

รัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข ลงพื้นที่สำรวจการจัดพื้นที่ห้องสูบบุหรี่ ท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ

สมุทรปราการ – นายสมศักดิ์ เทพสุทิน รัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข ลงพื้นที่สำรวจการจัดพื้นที่ห้องสูบบุหรี่ท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ มุ่งสู่มาตรฐานระดับสากล เทียบเท่าท่าอากาศยานชั้นนำระดับโลก

วันที่ 6 มิถุนายน 2568 นายสมศักดิ์ เทพสุทิน รัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข พร้อมด้วย คณะกรรมการผู้ทรงคุณวุฒิในคณะกรรมการควบคุมผลิตภัณฑ์ยาสูบแห่งชาติ ผู้ว่าราชการจังหวัดสมุทรปราการ ผู้บริหารจากกรมควบคุมโรค ลงพื้นที่ตรวจเยี่ยมการจัดพื้นที่สูบบุหรี่ภายในท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ (ทสภ.) เพื่อให้เป็นไปตามข้อสั่งการของนายกรัฐมนตรี นางสาวแพทองธาร ชินวัตร ที่มอบหมายให้กระทรวงสาธารณสุข กระทรวงคมนาคม และบริษัทท่าอากาศยานไทย จำกัด (มหาชน) (AOT) ร่วมกันพิจารณาจัดพื้นที่สูบบุหรี่ภายในสนามบินให้เป็นสากลเหมือนสนามบินทั่วโลก ให้มีสัดส่วนที่เหมาะสมมีระบบระบายอากาศที่ได้มาตรฐาน และไม่ขัดต่อกฎหมาย โดยมี นางสาวปวีณา จริยฐิติพงศ์ รักษาการผู้อำนวยการใหญ่ AOT, นายกิตติพงศ์ กิตติขจร ผู้อำนวยการท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ พร้อมด้วยผู้บริหาร ทสภ. ร่วมรับการตรวจเยี่ยมในครั้งนี้

ทั้งนี้ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุขพร้อมคณะได้ตรวจเยี่ยมและสำรวจห้องสูบบุหรี่บริเวณชานชาลา ชั้น 4 ประตู 1 ซึ่งปัจจุบันได้เปิดให้บริการแล้วตั้งแต่วันที่ 1 มิถุนายน ที่ผ่านมา พร้อมสำรวจพื้นที่จัดทำห้องสูบบุหรี่ภายในอาคารผู้โดยสาร บริเวณอาคารเทียบเครื่องบิน B ชั้น 4 และอาคารเทียบเครื่องบิน D ชั้น 2

นางสาวปวีณา จริยฐิติพงศ์ รักษาการผู้อำนวยการใหญ่ AOT กล่าวว่า AOT พร้อมรับนโยบายตามข้อสั่งการของนายกรัฐมนตรีในการจัดทำห้องสูบบุหรี่ภายในอาคารผู้โดยสาร ณ ท่าอากาศยานที่อยู่ในความรับผิดชอบของ AOT ทั้ง 6 แห่ง ซึ่งการที่รัฐบาลมีนโยบายสนับ สนุนให้ท่าอากาศยานมีการจัดสร้างห้องสูบบุหรี่ภายในอาคารได้นั้น ถือเป็นการยกระดับประสบการณ์การเดินทางแบบสากล สร้างภาพลักษณ์ที่ดีให้กับท่าอากาศยาน สำหรับ ทสภ. ถือเป็นท่าอากาศยานแรกที่จะเริ่มแผนการดำเนินการจัดทำห้องสูบบุหรี่ภายในอาคารผู้โดยสาร ซึ่งในระยะแรก ทสภ.ได้กำหนดแผนการดำเนินการบริเวณพื้นที่ผู้โดยสารขาออกระหว่างประเทศ จำนวน 3 จุดให้บริการ ได้แก่ บริเวณอาคารเทียบเครื่องบิน B จำนวน 2 จุด และอาคารเทียบเครื่องบิน D (ฝั่งตะวันตก) จำนวน 1 จุด โดยห้องสูบบุหรี่ทุกห้องจะติดตั้งระบบกรองอากาศและจัดการควันบุหรี่ที่ทันสมัยได้มาตรฐาน มีประตูเปิดปิดแบบสองชั้น ไม่ส่งผลกระทบต่อผู้ไม่สูบบุหรี่ และมีการจัดสร้างที่ไม่ขัดต่อข้อกฎหมาย

ทั้งนี้ กระทรวงสาธารณสุขได้มีข้อสั่งการให้ออกแบบพื้นที่สูบบุหรี่แบบเปิดโล่ง (Open Smoking Area) เพิ่มเติม เพื่อเป็นอีกแนวทางในการดำเนินการต่อไป นายกิตติพงศ์ กิตติขจร ผู้อำนวยการท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ กล่าวเพิ่มเติมว่า นอกจากการจัดเตรียมพื้นที่ห้องสูบบุหรี่ภายในอาคารผู้โดยสารหลักแล้ว ทสภ. ได้เตรียมพื้นที่ห้องสูบบุหรี่ภายในอาคารเทียบเครื่องบินรองหลังที่ 1 (Sat-1) เป็นที่เรียบร้อยแล้ว บริเวณชั้น 2 และ ชั้น 3 รวม 8 ห้อง ซึ่ง ทสภ. จะเร่งปรับปรุงให้เป็นไปตามข้อเสนอแนะของกระทรวงสาธารณสุข เพื่อให้ได้มาตรฐานในระดับสากลเทียบเท่าท่าอากาศยานชั้นนำระดับโลก โดยจะเร่งกระบวนการติดตั้งระบบต่างๆ ให้รวดเร็วที่สุดเพื่อรองรับการเดินทางของผู้โดยสารที่ต้องการใช้บริการห้องสูบบุหรี่

ทั้งนี้ ปัจจุบันในระหว่างรอการอนุมัติให้สามารถเปิดให้บริการห้องสูบบุหรี่ภายในอาคารผู้โดยสารได้นั้น เพื่อบรรเทาปัญหาผู้โดยสารสูบบุหรี่ในพื้นที่ที่ไม่ได้รับอนุญาต ทสภ. จึงได้เปิดให้บริการห้องสูบบุหรี่พร้อมติดตั้งเครื่องปรับอากาศและระบบฟอกอากาศ บริเวณชานชาลา (ภายนอกอาคารผู้โดยสาร) จำนวน 4 ห้อง โดยแบ่งเป็น ด้านหน้าอาคารผู้โดยสารขาออกชั้น 4 บริเวณประตู 1 และประตู 10 และด้านหน้าอาคารผู้โดยสารขาเข้าชั้น 2 บริเวณประตู 1 และประตู 10 นอกจากนี้ ทสภ. ยังอยู่ระหว่างการดำเนินการติดตั้งห้องสูบบุหรี่เพิ่มเติมอีก 1 จุด คือ หน้าชานชาลา ชั้น 4 ประตู 5 โดยคาดว่าจะเปิดให้บริการได้ในเร็วๆ นี้


ธนวัต นาคขำ จ.สมุทรปราการ

อธิบดีกรมส่งเสริมการปกครองท้องถิ่น แถลงข่าวการแข่งขันทักษะทางวิชาการ ภาคตะวันออก “ท้องถิ่นสร้างคน เยาวชนเก่งดี เวทีพหุปัญญา”

อธิบดีกรมส่งเสริมการปกครองท้องถิ่น แถลงข่าวการแข่งขันทักษะทางวิชาการ ภาคตะวันออก “ท้องถิ่นสร้างคน เยาวชนเก่งดี เวทีพหุปัญญา”

เมื่อวันที่ 6 มิถุนายน 2568 ณ ห้องประชุมเทศบาลตำบลแพรกษา ชั้น 5 เทศบาลตำบลแพรกษา อ.เมือง สมุทรปราการ ได้มีการจัดแถลงข่าวการแข่งขันทักษะทางวิชาการ ระดับภาคตะวันออก ครั้งที่ 30 ประจำปีงบประมาณ พ.ศ.2568 “แพรกษาวิชาการ” โดยได้รับเกียรติจาก นายนฤชา โฆษาศิวิไลซ์ อธิบดีกรมส่งเสริมการปกครองท้องถิ่น เป็นประธานในงานแถลงข่าว โดยมี นางอรัญญา สุวรรณบุตร นายกเทศมนตรีตำบลแพรกษา พร้อมด้วย ดร.ยงยุทธ สุวรรณบุตร สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดสมุทรปราการ สมัยที่ 25 และที่ปรึกษากิตติมศักดิ์นายกเทศมนตรีตำบลแพรกษา นายประทีป นทีทวีวัฒน์ รองผู้ว่าราชการจังหวัดสมุทรปราการ และ นางสาวปลื้มจิตร์ ถินขาว อดีตนักกีฬาวอลเลย์บอลทีมชาติไทย มาร่วมแถลงข่าวการจัดงานในครั้งนี้

พร้อมทั้งร่วมพูดคุยให้ข้อคิดและสร้างแรงบันดาลใจให้กับเยาวชนผู้เข้าแข่งขัน “แพรกษาวิชาการ” โดยทางด้าน นายนฤชา โฆษาศิวิไลซ์ อธิบดีกรมส่งเสริมการปกครองท้องถิ่น กล่าวว่า การแข่งขันทักษะวิชาการครั้งนี้ จัดขึ้นเพื่อเผยแพร่ศักยภาพและขีดความสามารถการจัดการศึกษาขององค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น ให้มีการแลกเปลี่ยนเรียนรู้ประสบการณ์ ก่อให้เกิดการพัฒนาความรู้ ความสามารถของผู้บริหาร รวมทั้งเด็ก นักเรียน ครู และบุคลากร เกิดการพัฒนาทั้งด้านวิชาการ คุณธรรม จริยธรรม พร้อมทั้งสติปัญญา และส่งเสริมความเป็นเลิศเฉพาะด้าน อีกทั้งผู้ชนะการแข่งขันจะได้รับการคัดเลือกเป็นตัวแทนไปแข่งขันในระดับประเทศต่อไป

ขณะที่ นางอรัญญา สุวรรณบุตร นายกเทศมนตรีตำบลแพรกษา ในฐานะเจ้าภาพผู้จัดการแข่งขันทักษะวิชาการครั้งนี้ กล่าวว่า คณะทำงานของเทศบาลตำบลแพรกษา ร่วมกับหน่วยงานภาครัฐ และภาคเอกชน ผนึกกำลังดำเนินการจัดเตรียมความพร้อมทุกด้าน เพื่อรองรับ และอำนวยความสะดวกให้แก่ผู้เข้าร่วมแข่งขันและบุคลากรทางการศึกษาขององค์กรปก ครองส่วนท้องถิ่นทั่วภาคตะวันออก ซึ่งก็อยากเชิญชวนทุกท่านได้มาสัมผัส และเปิดประสบการณ์ใหม่ๆ ในการจัดการแข่งขัน “แพรกษาวิชาการ” ภายใต้คำขวัญ “ท้องถิ่นสร้างคน เยาวชนเก่งดี เวทีพหุปัญญา”

ด้าน ดร.ยงยุทธ สุวรรณบุตร สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดสมุทรปราการ สมัยที่ 25 กล่าวว่า เทศบาลตำบลแพรกษามีความมุ่งมั่น ตั้งใจ ในการจัดการแข่งขันทักษะทางวิชาการในครั้งนี้ ก็อยากให้ทุกคนตั้งใจแข่งขันกันอย่างเต็มที่ ด้วยความมั่นใจเพื่อทำตามความฝันและเก็บเกี่ยวประสบการณ์ให้ได้มากที่สุด เพื่อต่อยอดในการพัฒนาศักยภาพตนเองต่อไปในอนาคต

ทั้งนี้ เทศบาลตำบลแพรกษา ได้รับมอบหมายจากกรมส่งเสริมการปกครองส่วนท้องถิ่น ให้เป็นเจ้าภาพจัดงานมหกรรมการจัดการศึกษาท้องถิ่นระดับภาคตะวันออก ครั้งที่ 30 ประจำปีงบประมาณ พ.ศ.2568 “แพรกษาวิชาการ” ระหว่างวันที่ 5-7 กรกฎาคม 2568 โดยมีการประกวดแข่งขัน ประกอบด้วย การกล่าวสุนทรพจน์, การคัดลายมือ, การแสดงละครภาษาต่างประเทศ, การประดิษฐ์สิ่งของจากวัสดุเหลือใช้, การแกะสลักผัก ผลไม้, งานประดิษฐ์ร้อยมาลัย, งานประดิษฐ์จากใบตอง, ทักษะทางคอมพิวเตอร์, แข่งขันหุ่นยนต์, การจัดสวนถาดแห้ง, การร้องเพลงพระราชนิพนธ์พร้อมจินตลีลา, การร้องเพลงลูกทุ่งพร้อมแดนเซอร์, รำวงมาตรฐาน, นาฏศิลป์ไทยสร้างสรรค์, วาดภาพระบายสี, แข่งขันโครงงาน, สื่อนวัตกรรมทางการศึกษา, เกมส์ทายซิเสียงอะไรเอ่ย?, เดินตัวหนอน, เริงเล่นเต้น Dancer, การต่อตัวต่อเสริมทักษะ, ฮูล่าฮูปประกอบเพลง, การปั้นดินน้ำมัน และการตอบปัญหาคุณธรรม

สำหรับผู้สนใจ ดูรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ เฟซบุ๊ค เพจ แพรกษาวิชาการ


ธนวัต นาคขำ จ.สมุทรปราการ

ครบุรี จัดใหญ่งานทุเรียน ครั้งที่ 3 เพื่อกระตุ้นเศรษฐกิจและหาช่องทางให้เกษตรกร

นครราชสีมา – อำเภอครบุรี กำหนดจัดงานทุกเรียนครบุรี @ต้นน้ำมูลครั้งที่ 3 ขึ้นระหว่างวันที่ 19-20 กรกฎา คม 2568 ณ สนามหน้าที่ว่าการอำเภอครบุรี ดึง อบจ. นครราชสีมา ร่วมงาน สนับสนุนจัดงานด้านกลุ่มชุมชนผู้ปลูกทุเรียนเฮได้จุดจำหน่ายทุเรียนดังของอำเภอครบุรี พร้อมย้ำจุดยืนรวมตัวเพื่อต่อรองกับพ่อค้า-ลังไม่กดราคา

นายพีรวัฒน์ ธีระวัฒนา นายอำเภอครบุรี เป็นประธานการแถลงข่าวการจัดงาน “ทุเรียนต้นน้ำมูลโคราช@ครบุรี ครั้งที่ 3” เปิดเผยว่า อำเภอครบุรีเป็นแหล่งมรดกโลกทางธรรมชาติ อยู่ในเขตอุทยานแห่งชาติทับลานและบึงเป็นที่ของสายน้ำสำคัญของต้นน้ำมูล ที่ประกาศให้เป็นมรดกโลกทางธรรมชาติจากยูเนสโก ภายใต้ชื่อกลุ่ม ดงพญาเย็น-เขาใหญ่ ปัจจุบันในพื้นที่มีเกษตรกรปลูกทุเรียนหลากสายพันธุ์กว่า 3,500 ไร่ และเป็นที่ต้องการของตลาดเป็นอย่างมาก เพราะทุเรียนครบุรีมีรสชาติกลิ่นอ่อน เนียนนุ่ม ละมุนลิ้น” มีเส้นใยน้อย ปลูกในพื้นที่ดิน แดงที่เป็นเอกลักษณ์ของอำเภอครบุรี ซึ่งสายพันธ์ที่ปลูกจะมีหมอนทอง ก้านยาว มูซีนคิงส์ นกหยิบ พวงมณี และชะนีไข่

นายอำเภอครบุรี กล่าวต่อไปอีกว่า ดังนั้นทางอำเภอจึงได้ร่วมมือกับเกษตรกร องค์การบริหารส่วนจังหวัด ผู้นำท้องถิ่น ได้กำหนดการจัดงาน “ทุเรียนต้นน้ำมูลโคราช@ครบุรีขึ้น ในระหว่างวันที่ 19-20 กรกฎาคม 2568 ณ สนามหน้าที่ว่าการอำเภอครบุรี ซึ่งจะมีกิจกรรมอาทิ การประกวดทุเรียนคุณภาพ การแข่งขันการกินทุเรียน การแข่งขันส้มตำลีลา การจำหน่ายทุเรียนจากชาวสวน กลุ่มเกษตรกรผู้ปลูกทุเรียน การออกร้านจำหน่ายพืชผลทางการเกษตรของอำเภอครบุรี ตนจึงอยากเรียนเชิญพี่น้องประชาชนในจังหวัดนครราชสีมา และจังหวัดใกล้เคียงได้มาร่วมชมงานและเลือกซื้อทุเรียนที่ปลูกในพื้นที่อำเภอครบุรีที่ความอร่อยที่ไม่เหมือนที่ใดๆ ได้มาลองชิมภายในงานครั้งนี้นายพีรวัฒน์กล่าว

ทางด้าน นายชัยวัฒน์ ชู้กระโทก รองนายกองค์การบริหารส่วนจังหวัดนครราชสีมา กล่าวว่าตนในนามของ ดร.ยลลดา หวังศุภกิจโกศล นายกองค์การบริหารส่วนจังหวัดนครราชสีมา ได้เล็งเห็นถึงความสำคัญของการส่งเสริมพี่น้องเกษตรกรในพื้นที่อำเภอครบุรีที่มีการทำสวนทุเรียนเป็นจำนวนมากจึงช่วยสนับสนุนงบประมาณกว่า 200,000 บาท มาช่วยการจัดงานทุเรียนครบุรีในครั้งนี้เพื่อให้ชาวสวนทุเรียนได้มีตลาดจัดจำหน่ายทุเรียนคุณภาพของดีของจังหวัดนครราชสีมา

ด้าน สจ.สุชชีพ ชีระชลสุข สมาชิกสภาองค์การบริหารส่วนจังหวัดนครราชสีมา อำเภอครบุรีเขต 2 กล่าวว่าตนในฐานะผู้ประสานในพื้นที่อำเภอครบุรีเล็งเห็นความสำคัญของพี่น้องเกษตรกรที่ปลูกทุเรียนและพืชอื่นๆ อาทิ มันสำปะหลัง ข้าวโพด อ้อย ขนุน มะม่วง และพืชผักอื่นๆ อีกมากมายเพราอำเภอครบุรีมีธรรมชาติที่อุดมสมบูรณ์พืชผลทางการเกษตรมีหลากหลาย การส่งเสริมการจัดงานของดีครบุรีกับการจัดงานทุเรียนครบุรี@ต้นน้ำมูลในครั้งนี้ตนได้ของบประมาณกว่า 200,000 บาท เพื่อมาสนับสนุนการจัดงานในครั้งนี้ จาก ดร.ยลดา หวังศุภกิจโกศล นายกองค์การบริหารส่วนจังหวัดนครราชสีมา ซึ่งตนเล็งเห็นว่าจะช่วยเหลือพี่น้องเกษตรกรผู้ปลูกทุเรียนจะได้มีพื้นที่จำหน่ายทุเรียนคุณภาพดี สร้างรายได้เข้าอำเภอและเข้าจังหวัดนครราชสีมาต่อไป

นายประยูร ทองบอน กำนันตำบลสระว่านพระยาและประธานชมรมผู้ปลูกทุเรียนอำเภอครบุรีกล่าวว่าตนได้รวมกลุ่มผู้ปลูกทุเรียนจำนวนหลายร้อยสวนตั้งเป็นกลุ่มเกษตรกรผู้ปลูกทุเรียนอำเภอครบุรีเพื่อช่วยเหลือกับให้ความรู้ แลกเปลี่ยนประสบการณ์ร่วมกันพร้อมทั้งหาตลาดและจุดจัดจำหน่ายทางการตลาดสู่ตลาดทั่วประเทศอีกทั้งยังเป็นการร่วมตัวกัน เพื่อไม่ได้ “ล้ง” หรือกลุ่มพ่อค้านายหน้ามากดราคาทุเรียนหน้าสวนและการจัดงานในครั้งนี้ก็ถือว่าเป็นการหาลู่ทางจำหน่ายทุเรียนของอำเภอ ครบุรีที่มีคุณภาพดีสู่สายตาพี่น้องประชาชนทั่วประเทศนายประยูร กล่าว


กันตินันท์ เรืองประโคน/รายงาน

สนธิกำลัง ! ปกครองและตำรวจ สภ.พระซอง บุกค้นบ้าน จับผู้เสพยาบ้า พร้อมยาของกลาง

นครพนม – สนธิกำลัง ! ปกครองและตำรวจ สภ.พระซอง บุกค้นบ้าน จับผู้เสพยาบ้า พร้อมยาของกลาง

เมื่อเวลา 05.30 น. ของวันที่ 6 มิถุนายน 2568 เจ้าหน้าที่สนธิกำลังนำโดย นายคณินทร์ ผมงาม ปลัดอำเภอนาแก และ ร.ต.อ.โยต้า ถานัน รอง สวป.สภ.พระซอง พร้อมเจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.พระซอง และเจ้าหน้าที่ฝ่ายปกครองอำเภอนาแก ได้นำหมายค้นศาลจังหวัดนครพนม เลขที่ ค.195/2568 ลงวันที่ 6 มิถุนายน 2568 เข้าทำการตรวจค้นบ้านเป้าหมายหลังหนึ่งในหมู่ 14 บ้านท่าวัด ตำบลพระซอง อำเภอนาแก จังหวัดนครพนม ซึ่งต้องสงสัยว่าเกี่ยวข้องกับยาเสพติด

จากการเข้าตรวจค้นบ้านของนายธีระศักดิ์ (ตั้ม) อายุ 46 ปี ซึ่งตั้งอยู่ในหมู่ 3 ตำบลพระซอง อำเภอนาแก จังหวัดนครพนม โดยมีนางสองเป็นผู้ดูแลบ้าน และได้แสดงความยินยอมให้เจ้าหน้าที่เข้าตรวจค้น เจ้าหน้าที่พบยาบ้าจำนวน 1 เม็ด บรรจุอยู่ในหลอดดูดสีเขียว อย่างไรก็ตาม ขณะตรวจค้น เจ้าหน้าที่สังเกตเห็นนายธีระศักดิ์มีอาการสั่นกลัวผิดปกติ เมื่อสอบถาม นายธีระศักดิ์รับสารภาพว่าได้เสพยาบ้ามาก่อนหน้านี้ เจ้าหน้าที่จึงทำการขอตรวจปัสสาวะเพื่อหาสารเสพติด ผลการตรวจเบื้องต้นพบสารเสพติดในปัสสาวะเป็นบวก

จากนั้น เจ้าหน้าที่ได้ทำการตรวจค้นตัวนายธีระศักดิ์อย่างละเอียด แต่ไม่พบสิ่งผิดกฎหมายเพิ่มเติมบนตัวเขา อย่างไรก็ตาม หลังนำตัวอย่างปัสสาวะส่งตรวจยืนยันที่โรงพยาบาลนาแก ผลตรวจยืนยันว่าพบสารเมทแอมเฟตามีนในปัสสาวะของนายธีระศักดิ์ จึงได้แจ้งข้อหา “เสพยาเสพติดให้โทษประเภท 1 (เมทแอมเฟตามีนหรือยาบ้า) โดยฝ่าฝืนต่อกฎหมาย” ซึ่งนายธีระศักดิ์ให้การรับสารภาพตลอดข้อกล่าวหา

ทั้งนี้ เจ้าหน้าที่ได้แจ้งสิทธิ์ในการเข้ารับการบำบัดฟื้นฟูตามประมวลกฎหมายยาเสพติดให้นายธีระศักดิ์ทราบ แต่นายธีระศักดิ์ไม่ประสงค์ที่จะเข้ารับการบำบัดฟื้นฟู เจ้าหน้าที่จึงได้ควบคุมตัวนายธีระศักดิ์พร้อมของกลาง และรายงานผลการตรวจวิเคราะห์สารเสพติดในปัสสาวะ ส่งพนักงานสอบสวน สภ.พระซอง เพื่อดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป


ฟร้อง เทพ โอ๋ นครพนม รายงาน

ชุดตชด.ช้างศึกสองเล ผนึกกำลังทหาร ฝ่ายปกครอง ตำรวจสะเดา ติดตามเป้าหมายคดียาเสพติด รวบตัวได้หลายราย

สงขลา/สะเดา – เจ้าหน้าที่ 4 หน่วย ลงพื้นที่กลาดล้างจับกุมนักค้ายาและกลุ่มผู้เสพ ทั้งปิดล้อมขนำในสวนยางที่ใช้เป็นแหล่งมั่วสุมทั้งขายที่เสพ จับได้ 4 คน บางคนถูกจับขณะกำลังนั่งถ่ายหนักในคลองหนีไม่ทัน และตามไปจับถึงหน้าบ้านขณะกำลังนั่งดูติ๊กต๊อก

วันนี้ (6มิ.ย.68) เจ้าหน้าที่ชุดปฏิบัติการข่าวร้อย ตชด.437 อ.สะเดา จ.สงขลา หรือชุดช้างศึกสองเล นำโดย ว่าที่ พ.ต.ท.บารเมษฐ์ ยอดแดง ผบ.ร้อย ตชด.437 รวมกำลังกับตำรวจสภ. สะเดา, ทหารร้อยร.5021 และฝ่ายปกครองอำเภอสะเดา ลงพื้นที่กวาดล้างจับกุมทั้งเอเย่นต์ค้ายาเสพติดและกลุ่มผู้เสพ 2 จุด ในพื้นที่ ต.ปริก อ.สะเดา เป้าหมายแรกอยู่ในขนำกลางสวนยางพาราในพื้นที่หมู่4 ต.ปริก หลังจากได้รับรายงานและชาวบ้านร้องเรียนมาว่าถูกใช้เป็นสถานที่ทั้งขายและมั่วสุมเสพยาเสพติด โดยเจ้าหน้าที่สามารถจับกุมกลุ่มชายชายได้ 3 คนซึ่งนั่งรวมกลุ่มกันอยู่บนขนำ ส่วนอีก1 คน เจ้าหน้าที่ตามไปจับกุมได้ขณะกำลังนั่งถ่ายหนักอยู่ในคลองใกล้ๆ กับขนำ ค้นในตัวพบเงินสดจำนวนหนึ่ง

สำหรับชายทั้ง 4 คน ประกอบด้วย นายสุดเขต หมัดเลียด หรือเขต อายุ 49 ปี ซึ่งรายนี้พบยาบ้า 3 เม็ด อยู่ในตัว และเป็นบุคคลตามหมายจับ ของศาลจังหวัดนาทวี, นายอาดั้ม ยีขุน หรือดั้ม อายุ 46 ปี, นายเชน ยีขุน หรือเชน อายุ 47 ปี และนายกฤษฎา รักษา หรือคาลอส อายุ 27 ปี เจ้าหน้าที่จึงควบคุมตัวไปตรวจหาสารเสพติดพบว่า ทั้ง 4 คน มีสารเสพติดเมทแอมเฟตามีนในร่างกายและยอมรับว่าเพิ่งเสพยาบ้ามาจริง จึงควบคุมตัวส่งพนักงานสอบสวนสภ.สะเดา ดำเนินคดี

ส่วนอีกรายเจ้าหน้าที่ชุดนี้ได้ตามไปจับกุม นายอิสมาแอล บิลเหล็ม อายุ 32 ปี หรือแอล อายุ 32 ปี ขณะกำลังนั่งอยู่กับเพื่อนหน้าบ้านหลังหนึ่งในพื้นที่หมู่9 ต.ปริก อ.สะเดา จ.สงขลา และยอมให้จับโดยดีไม่คิดหลบหนี โดยนายอิสมาแอล เคยเป็นเอเย่นค้ายาเสพติดมาก่อนและเคยถูกจับกุมมาแล้วอยู่ระหว่างดำเนินคดีในชั้นศาล และยอมรับว่าเสพยาบ้าแต่เลิกขายไปนานแล้ว นอนถูกจับก็กำลังนั่งดูติ๊กต๊อกตอนชุดช้างศึกสองเลเข้าจับกุมผู้ต้องคดียาเสพติดเคสที่ผ่านๆมาจึงควบคุมตัวดำเนินคดีอีกราย

สำหรับการกวาดล้างจับกุมเอเย่นค้ายาและกลุ่มผู้เสพยาของเจ้าหน้าที่ชุดนี้เป็นไปตามปฏิบัติการ”ปริกโมเดล” ซึ่งเจ้าหน้าที่ใช้ต.ปริก เป็นตำบลนำร่องในการกลาดล้างยาเสพติดทั้งผู้ค้าและผู้เสพและสิ่งผิดกฏหมาทุกอย่าง ให้หมดไปจากทุกหมู่บ้านของต.ปริก ก่อนที่จะขยายผลไปยังตำบลอื่นๆในพื้นที่อ.สะเดา