แกงค์เด็กแว้นหนีสุดชีวิต หลังปลัดอำเภอ จ.สุพรรณบุรี เปิดปฏิบัติการ “คืนสงบ หลับสนิท”

ที่จังหวัดสุพรรณบุรี เมื่อเวลา 00.30 น. ถึงเวลา 03.30 น. วันที่ 4 ตุลาคม 2568 นางสาวธัญญารัตน์ กาญจนรัตน์ นายอำเภอศรีประจันต์ และ พ.ต.อ.เอกชัย ศรีเมือง ผกก.สภ.ศรีประจันต์ มอบหมายให้ชุดปฏิบัติการป้องกันและแก้ไขปัญหาการแข่งขันรถในทางสาธารณะอำเภอศรีประจันต์ บูรณาการ่วมกับเจ้าหน้าที่ชุดปฏิบัติการพิเศษฝ่ายปกครองจังหวัดสุพรรณบุรี กำลังชุดรักษาความปลอดภัยหมู่บ้าน ผู้นำชุมชน เปิดปฏิบัติการ “คืนสงบ หลับสนิท” หลังจากเจ้าหน้าที่ได้รับการร้องเรียนจากประชาชนในพื้นที่ว่าที่ถนนสายโพธิ์พระยา – ท่าเรือ บริเวณบ้านลาดตาล สร้างความเดือดร้อนรำคาญให้กับประชาชนในพื้นที่เป็นอย่างมาก

นายสิทธา ภูมิฐานนท์ ปลัดอำเภอ จึงบูรณาการกำลังรวมกว่า 50 นาย ออกตรวจสอบพบมีกลุ่มวัยรุ่นจำนวนมากขับขี่รถจักรยานยนต์เข้าไปเติมน้ำมันที่ปั๊มน้ำมันริมถนนสาย 340 เสร็จแล้วมุ่งหน้าไปที่ถนนสาย โพธิ์พระยา – ท่าเรือ จึงตั้งจุดตรวจ/จุดสกัด เพื่อบังคับใช้กฎหมาย ในการบรรเทาความเดือดร้อนของประชาชน ที่ถนนสายดังกล่าวระหว่างนั้นมีกลุ่มรถจักรยายนต์รวมตัวขับขี่แข่งขันกันเสียงดังสนั่นเข้ามาเมื่อเห็นเจ้าหน้าที่ตั้งจุดตรวจอยู่กลุ่มวัยรุ่นจึงเร่งเครื่องหลบหนีไปคนละทิศละทางเพื่อหนีการจับกุมของเจ้าหน้าที่ เจ้าหน้าที่พยายามไล่ตามวัยรุ่นที่ซิ่งรถจักรยานยนต์หนีและส่งสัญญาณตะโกนให้จอดแต่วัยรุ่นไม่ยอมจอดกลับเร่งเครื่องหนีท้าทายแบบไม่คิดชีวิตไกลเกือบ 10 กิโล สุดท้ายเด็กแว้นหลบเข้าถนนในหมู่บ้าน เจ้าหน้าที่ที่ติดตามจับกุมต่างลุ้นระทึกเพราะถนนที่เด็กแว้นใช้หลบหนีนั้นแคบ กลัวจะพลาดตกถนนส่วนเด็กแว้นหนีไปได้ และเจ้าหน้าที่สามารถจับกุมเด็กแว้นยึดรถจักรยานยนต์ไว้ได้ 10 คัน

สำหรับพื้นที่อำเภอเมืองสุพรรณบุรี และอำเภอศรีประจันต์ จะมีกลุ่มวัยรุ่นจากหลายพื้นที่ทั้งจังหวัดสุพรรณบุรี พระนครศรีอยุธยา อ่างทอง นัดรวมกันช่วงวันศุกร์ – เสาร์ ช่วงเวลาตั้งแต่ 23.00- 03.00 น.จะมีแกงค์เด็กแว้น มาแข่งขันกันที่ถนนสาย 357 เส้นทางเลี่ยงเมือง จำนวนมาก 200-33 คันสร้างความเดือดร้อนรำคาญเป็นอย่างมาก เจ้าหน้าที่ตำรวจทำได้แค่ขับรถยนต์สายตรวจเปิดไปวับวาบ ไล่ให้สลายตัว แต่แกงค์เด็กแว้นไม่กลัวไม่สำนึก กลับตะโกนด่าท้าทายเจ้าหน้าที่ พฤติกรรมดังกล่าวทำให้ประชาชนที่มีที่พักอาศัยอยู่ใกล้ถนนได้รับผลกระทบ ได้รับความเดือดร้อน จึงร้องเรียนผ่านผู้ว่าราชการจังหวัด กระทั่งมีการบูรณาการสนธิกำลังปฏิบัติการ เปิดปฏิบัติการ “คืนสงบ หลับสนิท”ขึ้นดังกล่าว

ผลการปฏิบัติ สามารถตรวจยึดรถจักรยานยนต์ ดัดแปลงสภาพ ไม่ติดแผ่นป้ายทะเบียน ท่อไอเสียเสียงดัง ไม่มีเอกสารการเป็นผู้ครอบครองจำนวน 10 คัน จัดทำประวัติบุคคล 23 ราย ซึ่งเด็กแว้นที่ถูกจับมีอายุตั้งแต่ 14 – 18 ปี จึงควบคุมตัวทั้งหมดส่ง พงส.ดำเนินคดีต่อไป


ภัทรพล พรมพัก สุพรรณบุรี

น้ำล้นสปินเวย์ ! หนองไผ่ ยังน่าห่วง – บางจุดน้ำจ่อทะลักแม่น้ำป่าสัก ชาวบ้านริมน้ำเริ่มได้รับผลกระทบ

เพชรบูรณ์ – น้ำล้นสปินเวย์! หนองไผ่ ยังน่าห่วง – บางจุดน้ำจ่อทะลักแม่น้ำป่าสักชาวบ้านริมน้ำเริ่มได้รับผลกระทบ

วันที่ 5 ตุลาคม 2568 สถานการณ์น้ำในพื้นที่ อำเภอหนองไผ่ จังหวัดเพชรบูรณ์ ยังต้องจับตาใกล้ชิด หลังฝนตกหนักเมื่อคืนที่ผ่านมา ส่งผลให้ อ่างเก็บน้ำคลองกง น้ำล้นสปินเวย์แล้วกว่า 20 เซนติเมตร ขณะที่ระดับน้ำในแม่น้ำป่าสักบางจุดก็เริ่มแตะระดับวิกฤต

นายเสกสรรค์ กลิ่นพูล นายอำเภอหนองไผ่ รายงานว่าจุดวัดระดับน้ำแม่น้ำป่าสักที่ S.51 ตำบลนาเฉลียง ระดับตลิ่งอยู่ที่ 9.18 เมตร ปัจจุบันระดับน้ำอยู่ที่ 6.76 เมตร เหลืออีกเพียง 2.42 เมตรจะล้นตลิ่ง ส่วนที่บริเวณ สะพานท่าแดง ระดับตลิ่งอยู่ที่ 8 เมตร ปัจจุบันระดับน้ำอยู่ที่ 6.80 เมตร ทรงตัว หากเพิ่มอีกเพียง 1.20 เมตร ก็จะล้นตลิ่งเช่นกัน ในขณะเดียวกัน อ่างเก็บน้ำคลองกง มีปริมาณน้ำเกินความจุ โดยสามารถกักเก็บได้ 48 ล้านลูกบาศก์เมตร แต่ขณะนี้มีน้ำถึง 49.33 ล้านลูกบาศก์เมตร ส่งผลให้น้ำล้นสปินเวย์แล้ว 20 เซนติเมตร

พื้นที่ได้รับผลกระทบจากน้ำล้นและน้ำท่วมขังมีดังนี้

  • บ้านวังสะตือ หมู่ 1 ตำบลวังโบสถ์ มีน้ำท่วมบ้าน 2 หลัง
  • บ้านวังรี หมู่ 1 ตำบลนาเฉลียง ท่วม 11 หลังคาเรือน
  • ตำบลวังท่าดี หมู่ 1, 3, 4 และ 5 น้ำเอ่อล้นเข้าท่วมผิวถนนบางส่วน แต่ยังไม่มีรายงานความเสียหายต่อบ้านเรือน

อย่างไรก็ตาม ขณะนี้ในพื้นที่อำเภอหนองไผ่ไม่มีฝนตกเพิ่มเติม ระดับน้ำเริ่มมีแนวโน้มลดลงเล็กน้อย เจ้าหน้าที่ได้ลงพื้นที่ติดตามสถานการณ์อย่างใกล้ชิด พร้อมทั้งสั่งการให้องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น กำนัน ผู้ใหญ่บ้าน และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เตรียมความพร้อมทั้งบุคลากร เครื่องมือ และเครื่องจักรกลสาธารณภัย เพื่อรับมือและเข้าช่วยเหลือประชาชนตลอด 24 ชั่วโมง ประชาชนในพื้นที่เสี่ยง ขอให้ติดตามประกาศจากทางราชการอย่างใกล้ชิด และเตรียมรับมือหากเกิดน้ำป่าไหลหลาก หรือน้ำท่วมฉับพลัน


มนสิชา คล้ายแก้ว
ทีมข่าวเพชรบูรณ์

กรรมตามทัน หนุ่มพิการลักรถพ่วงข้างวัดดังภูเก็ต ขับชนเสาไฟฟ้า ตร.ตามรวบถึงรพ.

กรรมตามทันมาในรูปตำรวจ-หนุ่มพิการลักรถพ่วงข้างในวัดดังภูเก็ต ขับมานครศรีชนเสาไฟฟ้าตามรวบถึงโรงพยาบาล

นี่เป็นภาพเหตุการณ์ขณะที่ชายพิการรายหนึ่งกำลังเข้าไปโจรกรรมรถจักรยานยนต์พ่วงข้างของวัดราไวย์ ตำบลฉลอง อำเภอเมืองภูเก็ต ก่อนที่จะขับหลบหนีไป เหตุการณ์นี้เกิดขึ้นเมื่อช่วงต้นเดือนกันยายน ที่ผ่านมา โดยมีเบาะแสเพียงว่าชายรายนี้ได้เร่ร่อนมาอาศัยวัดเป็นที่ พัก และข้าวก้นบาตรประทังชีวิต ต่อมาพระในวัดได้มีการแจ้งความร้องทุกข์ที่ สภ.เมืองภูเก็ต

โดยล่าสุดพบว่าบุคคลรายนี้ได้ถูกจับกุมไว้ได้ที่นครศรีธรรมราช หลังจากกรรมได้ตามทัน เมื่อ 5 ตุลาคม 2568 นี่เป็นภาพเหตุกาณ์ขณะที่พันตำรวจโทนัฐพล ดาวเวียง สารวัตรกองกำกับการ 5 บก.ปคม.และพันตำรวจตรีอภิรักษ์ จันทร์วิเศษ สารวัตรสืบสวน สภ.ท่าศาลา นครศรีธรรมราช คุมตัวนายประวิทย์ ศรีลา อายุ 42 ปี ชาวหมู่ 7 ตำบลทุ่งพอ อำเภอสะบ้าย้อย จังหวัดสงขลา ซึ่งเป็นบุคคลเดียวกันกับคนร้ายที่ก่อเหตุโจรกรรมในวัดราไวย์ โดยนายประวิทย์ ได้ถูกคุมตัวได้ที่โรงพยาบาลท่าศาลา นครศรีธรรมราช ขณะรักษาตัวจากอุบัติเหตุรถจักรยานยนต์พ่วงข้างชนเสาไฟฟ้าในพื้นที่ท่าศาลา หลังจากนั้นได้แจ้งการจับกุมตามหมายจับถึง 3 หมาย จากศาลแขวงจังหวัดภูเก็ต ในคดีลักทรัพย์ ศาลอาญากรุงเทพใต้ ในคดีลักทรัพย์ในเคหะสถาน และหมายจับศาลจังหวัดนาทวีในคดีเสพยาเสพติดประเภท 1

ก่อนหน้าตำรวจจะเข้าจับกุม ได้มีการตรวจสอบพบว่าเมื่อไม่กี่วันก่อนนายประวิทย์ ได้ขับรถจักรยานยนต์พ่วงข้างคันหนึ่งมาประสบอุบัติเหตุ และต่อมาตรวจสอบพบว่าเป็นรถจักรยาน ยนต์พ่วงข้างที่โจรกรรมมาจากจังหวัดภูเก็ต ส่วนนายประวิทย์ผู้ขับขี่มีอาการพิการที่ขารักษาตัวที่ รพ.ท่าศาลา ขณะเดียวกันพบว่าได้มีการออกหมายจับกุมไว้แล้วเจ้าหน้าที่จึงเข้าคุมตัว โดยรับสารภาพว่าได้โจรกรรมรถจักรยานยนต์พ่วงข้างของวัด จากนั้นตั้งใจจะเอามาขายให้กับเพื่อนที่นครศรีธรรมราช จึงขับรถเรื่อยมากระทั่งเกิดอุบัติเหตุโดยรับว่าอาจเป็นบาปกรรมที่เข้าไปก่อเหตุในวัด ขณะที่ตำรวจได้แจ้งข้อหาอ่านหมายจับกุมทั้ง 3 หมาย และแจ้งประสานพนักงานสอบสวนท้องที่เกิดเหตุมารับตัวไปดำเนินคดีต่อไปแล้ว.


ธีรศักดิ์ อักษรกูล รายงาน

เริ่มแล้ว!! งานมหัศจรรย์ โรตารีเกษตรแฟร์ ของดีเมืองลพบุรี ครั้งที่ 7

จังหวัดลพบุรี – เริ่มแล้ว งานมหัศจรรย์ โรตารีเกษตรแฟร์ ของดีเมืองลพบุรี ครั้งที่ 7 กระตุ้นเศรษฐกิจ ส่งเสริมการท่องเที่ยว ช่วยเหลือทั้งผู้ประกอบการและผู้บริโภค


โดยที่ บริเวณลานหน้าที่ว่าอำเภอเมืองลพบุรี จังหวัดลพบุรี นายปรัชญา เปปะตัง รองผู้ว่าราชการจังหวัดลพบุรี พร้อมด้วย ร้อยโทคมสัน เกตุถาวร นายกสโมสรโรตารีพระราเมศวรลพบุรี และมวลสมาชิกสโมสร ได้ร่วมกันเปิดงาน มหัศจรรย์งานเกษตรโรตารีแฟร์ ของดีเมืองลพบุรี ครั้งที่ 7 ประจำปี 2568 เพื่อกระตุ้นเศรษฐกิจ และส่งเสริมการท่องเที่ยว เพื่อช่วยเหลือทั้งผู้ประกอบการและผู้บริโภค ในพื้นที่จังหวัดลพบุรี และจังหวัดใกล้เคียง โดยบรรยา กาศภายในงาน และสถานที่ใกล้เคียงของการจัดงาน มีการตกแต่งสถานที่ ประดับไฟแฟงสี สวยงามยิ่งใหญ่ตระการตา (ภาพมุมสูง )

ซึ่งงานดังกล่าว สโมสรโรตารีพระราเมศวรลพบุรี และจังหวัดลพบุรี ได้ร่วมกันจัดขึ้น เพื่อกระตุ้นเศรษฐกิจในท้องถิ่น และเป็นการส่งเสริม สนับสนุนให้เกษตรกรได้นำผลผลิตทางการเกษตร สินค้าแปรรูทางการเกษตร รวมถึง เครื่องมือทางการเกษตร และ สินค้า OTOP มาจำหน่ายให้แก่พี่น้องประชาชน เพื่อช่วยเหลือทั้งผู้ประกอบการและผู้บริโภค ในพื้นที่จังหวัดลพบุรี และจังหวัดใกล้เคียง ถือเป็นการกระจายรายได้ให้กับผู้ประกอบการสินค้าทางการเกษตร และสินค้า OTOP ได้มีโอกาสนำสินค้าชุมชน สินค้าอุปโภคบริโภคต่างๆ มาวางจำหน่ายภายในงาน เป็นการฟื้นฟู และกระตุ้นเศรษฐกิจในพื้นให้เกิดการหมุนเวียน ตลอดจนเพื่อจัดหารายได้ บำเพ็ญประโยชน์ การบริการด้านชุมชน เพื่อพัฒนาคุณภาพชีวิตของประชา ชน ตลอดจนการแก้ไขปัญหาด้านสุขภาพ ปัญหาความยากจน ด้วยความมุ่งมั่น โดยไม่หวังสิ่งตอบแทน ของสโมสรโรตารีพระราเมศวรลพบุรี

สำหรับภายในงาน นอกจากจะมีการจัดจำหน่ายสินค้าต่างๆ แล้ว ยังมีการแสดงดนตรี เพื่อเป็นการผ่อนคลายความ เหน็ดเหนื่อย และความเครียดของประชาชน และการจัดหารายได้ เพื่อการกุศล” สมทบทุนในการจัดกิจกรรมต่างๆ ให้เกิดเป็นรูปธรรม การสาธิต การต่อยอดผลิตภัณฑ์ สินค้าการเกษตร การยกระดับ สินค้าอุปโภค บริโภค ตั้งแต่ระดับ 3 ดาว ถึง 5 ดาว เพื่อให้ประชาชนที่สนใจนำไปปรับใช้ ในการพัฒนาผลิตภัณฑ์สินคาของตนเอง โดยงานดังกล่าวจะมีไปจนถึงวันที่ 12 ตุลาคม 2568 นี้ เปิดให้เที่ยวชมฟรี ทุกวัน ไม่มีค่าใช้จ่าย

ซึ่งในวันเปิดงาน และ วันปิดงาน ยังมีการแจกคูปองริสแบนด์กระดาษ ให้แก่ผู้ร่วมงาน เพื่อรับข้าวสาร ฟรี ถุงละ 5 กิโลกรัม จำนวน 600 ถุง และสิ่งของต่างๆ จาก รองผู้ว่าราชการจังหวัดลพบุรี และสมาชิกสโมสรโรตารีพระราเมศวรลพบุรี เพื่อช่วยเหลือแบ่งเบาภาระค่าใช้จ่ายให้กับผู้ยากไร้ และผู้มีรายได้น้อย เป็นการช่วยเหลือสังคม ชุมชน และประชาชนที่มาเที่ยวชมงาน อีกด้วย


กฤษณ์ สนใจ ลพบุรี 0890899090

หนีแต่ไม่รอด! รวบ 2 หนุ่ม วัย 17 ปี ยิงอริ แต่พลาดไปโดนคนอื่น

หนีแต่ไม่รอด! รวบ 2 หนุ่ม วัย 17 ปี ยิงอริ แต่พลาดไปโดนคนอื่น

วันที่3 ต.ค. 68พ.ต.ท.นรากร เอียดช่วย รอง ผกก.ป.สภ.ท่าศาลา พร้อมเจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.ท่าศาลาและ พ.ต.ท.นัฐพล ดาวเวียง สารวัตร กก.5บก.ปคม นำกำลังชุดสืบสวน ปคม.เข้าติดตามผู้ต้องเป็นวัยรุ่นอายุ 17 ปี ตามหมายจับคดีพยายามฆ่าของศาลเยาวชนและครอบครัวจังหวัดนครศรีธรรมราช จำนวน 2 คน ซึ่งเป็นคู่หูกัน หลังจากก่อเหตุในพื้นที่ อ.ท่าศาลา ได้มาหลบกบดานอยู่ในท้องที่หมู่ 1 ต.นาเคียน อ.เมืองนครศรีธรรมราช โดยหลังจากเจ้าหน้าที่จู่โจมผู้ต้องหาได้วิ่งหลบหนีเข้าป่า แต่สามารถจับกุมไว้ได้คือนายหนึ่ง (นามสมมุติ) อายุ 17 ปี และนายสอง (นามสมมุติ) อายุ 17 ปี โดยทั้งคู่เป็นผู้ต้องหาตามหมายจับที่ 34-35/2568 ของศาลเยาวชนและครอบครัวนครศรี ธรรมราช ในข้อหาร่วมกันพยายามฆ่าผู้อื่น ร่วมกันมีอาวุธปืน ร่วมกันพกพาอาวุธปืน

สืบเนื่องจากทั้งคู่ได้ก่อเหตุใช้อาวุธปืนลูกซองสั้นยิงคู่อริบริเวณสถานที่ท่องเที่ยวริมทะเลใกล้เคียงหาดบ่อนนท์ อ.ท่าศาลา จ.นครศรีธรรมราช เมื่อช่วงปลายเดือนกันยายนที่ผ่านมา แต่กระสุนพลาดเป้าถูกนักศึกษามหาวิทยาลัยแห่งหนึ่งที่ได้ไปเที่ยวพักผ่อน 2 คน ได้รับบาดเจ็บ หลังจากนั้นได้หลบหนีกระทั่งมีการออกหมายจับและตำรวจติดตามจับกุมตัวไว้ได้

อย่างไรก็ตาม เมื่อตรวจสอบพบว่าก่อนที่จะมาถูกจับกุมนั้น ทั้งคู่เคยต้องคดีพยายามฆ่าผู้อื่นโดยใช้อาวุธปืน คดีอยู่ในชั้นศาล หลังจากนั้นมาก่อเหตุในคดีนี้ที่ถูกออกหมายจับ และในช่วงที่กำลังหลบหนีได้ไปก่อเหตุยิงข่มขู่คู่อริอีกรายแต่คู่กรณีไม่กล้าเข้าแจ้งความ และยังพบว่าทั้งคู่มีอารมณ์รุนแรง หากไม่พอใจคู่อริ จะใช้อาวุธปืนข่มขู่หรือก่อเหตุไล่ยิง โดยที่มักไม่มีการแจ้งความ กระทั่งย่ามใจไล่ยิงจนมีคนถูกลูกหลงบาดเจ็บ มีการดำเนินคดีจนจับกุมตัวได้ในที่สุด


ธีรศักดิ์ อักษรกูล รายงาน

รถบรรทุกนมยางระเบิด เสียหลักหมุนชนท้ายเทรลเลอร์ปูนจอดข้างทาง คนขับเสียชีวิตคาที่

ลำปาง – รถบรรทุกนมยางระเบิดเสียหลักหมุนชนท้ายเทรลเลอร์ปูนจอดอยู่ข้างทาง คนขับถูกอัดติดคารถเสียชีวิต คนนั่งข้างได้รับบาดเจ็บ

วันศุกร์ที่3 ตุลาคม 2568 เวลา16:45 น. เกิดอุบัติรถบรรทุกขนนมกล่องยางระเบิดเสียหลักหมุนชนท้ายเทรลเลอร์ปูนจอดอยู่ข้างทาง มีคนติดอยู่ภายใน จุดเกิดเหตุบริเวณถนนทางคู่ขนาน สายลำปาง-เชียงใหม่ เลยหมู่บ้านไร่ข่วงเปา ก่อนถึงปากทางบ้านทุ่งกู่ด้าย ขาออกเมืองลำปาง ต.ปงแสนทอง อ.เมือง จ.ลำปาง

ที่เกิดเหตุพบรถกระบะตู้ทึบ เสียหลักพลิกตะแคงหัวเก๋งยุบติดคาอยู่ท้ายรถเทรลเลอร์มีคนติดภายในจำนวน2ราย รู้สึกตัวดี1ราย อีก1รายไม่รู้สึกตัว สมาคมกู้ภัยลำปางใช้เครื่องตัดถ่างนำผู้ติดภายในทั้ง2รายออกจากตัวรถ

พบผู้ได้รับบาดเจ็บชาย1รายรู้สึกตัวดี รถกู้ชีพจากโรงพยาบาลลำปางนำผู้ได้รับบาดเจ็บส่งรักษาตัวที่โรงพยาบาลลำปาง ส่วนอีก 1 ราย ยืนยันเสียชีวิตในจุดเกิดเหตุ เป็นชายอายุ 24 ปี(คนขับรถขนนม) ชุดนิติเวชฯสมาคมกู้ภัยลำปางออกตรวจสอบร่วมกับร้อยเวรฯสภ.เมืองเขลางค์นคร และแพทย์เวรฯ โรงพยาบาลลำปาง ทราบชื่อผู้เสียชีวิต นายชนะชัย อาศัยอยู่บ้านหมู่ที่ 11 ต.ปงแสนทอง อ.เมือง จ.ลำปาง

ทางแม่ของผู้เสียชีวิตและทางญาติเดินทางมายังจุดเกิดเหตุต่างร้องไห้เสียใจกับเหตุการที่เกิดขึ้น ทางแม่ผู้เสียชีวิตได้เล่ากับทางผู้สื่อข่าวว่า เมื่อวานได้คุยกับลูกชายเรื่องทำงาน ลูก ชายอยากสอบรับราชการตำรวจ วันนี้ก่อนเกิดเหตุ 10 นาที ยังโทรติดต่อคุยกันกับลูกอยู่เลย ไม่คิดว่าจะเป็นการโทรคุยกับลูกครั้งสุดท้าย คนเป็นแม่รู้สึกเสียใจและยังทำใจไม่ได้กับการสูญเสียลูกชายในเหตุการณ์นี้

หลังจากการชันสูตรเบื้องต้นในที่เกิดเหตุ ชุดนิติเวชสมาคมกู้ภัยลำปาง ได้ทำการเคลื่อนย้ายร่างผู้เสียชีวิตส่งแผนกนิติเวชโรงพยาบาลลำปาง เพื่อให้ญาตินำหลักฐานมารับร่างไปประกอบพิธีกรรมทางศาสนาต่อไป


ศรัญญู วังกาวี ข่าวลำปาง รายงาน

ภ.1 กวาดล้างอาชญากรรมทางเทคโนโลยี จับกุมผู้ต้องหาหลอกขายสินค้าทางออนไลน์

พลตำรวจตรี ภัคพงศ์ สายอุบล ผบก.อก.ภ.1 ในฐานะหัวหน้าฝ่ายอำนวยการรับผิดชอบงานแถลงข่าว ประชาสัมพันธ์ข่าว เปิดเผยว่า….

วันนี้ (29 ก.ย.68) ภายใต้การอำนวยการสั่งการ ของ พล.ต.ต.วรชาติ แสนคำ ผบก.สส.ภ.1, พ.ต.อ.ประธาน นันทกอบกุล รอง ผบก.สส.ภ.1, พ.ต.อ.พูนสุข เตชะประเสริฐพร ผกก.สส.1 บก.สส.ภ.1, จนท.ตร. ชุดจับกุม นำโดย ร.ต.อ.ภูริทัต ปิติณัฐเดช พร้อมด้วยกำลังสืบสวน กก.สส.1 บก.สส.ภ.1

ด้วยเจ้าพนักงานตำรวจ กก.สส.1 บก.สส.ภ.1 ได้ตรวจพบการกระทำความผิดเกี่ยวกับ อาชญากรรมทางเทคโนโลยี โดยพบ มีผู้รายงาน เพจมิจฉาชีพ หลอกขายสินค้าทางออนไลน์ โดยผู้โพสต์ ขายล้อแม็กซ์ ผ่านทางกลุ่มเพจเฟสบุ๊คชื่อ ALPHARD VELL THAILAND และ กลุ่มอื่นๆ ทางสาธารณะ โดยได้มีพฤติการณ์หลอกลวงประชาชน เป็นจำนวนมาก เจ้าพนักงานตำรวจจึงได้ทำการสืบสวน พบข้อมูลบัญชีธนาคารกรุงเทพ เลขที่บัญชี 1034375269 ชื่อบัญชี นายกวีม กลับเกษม ซึ่งเป็นบัญชีหลอกรับโอนเงิน จาก การ ตรวจสอบ พบผู้เสียหาย โอนเงินซื้อล้อแม็ก จำนวน 44,000 บาท แต่ไม่ได้รับล้อแม็ก และถูกแจ้งความที่ สภ.คูคต และพนักงานสอบสวนได้ออกหมายจับ นายกวีม กลับเกษม ผู้ต้อง หาตามหมายจับศาลจังหวัดธัญบุรี ที่ 739/2568 ลงวันที่ 21 สิงหาคม 2568 ในความผิดฐาน “ฉ้อโกงประชานชนและโดยทุจริต หรือโดยหลอกลวง นำเข้าสู่ระบบคอมพิวเตอร์ซึ่งข้อมูลคอมพิวเตอร์ที่บิดเบือนหรือปลอม ไม่ว่าทั้งหมดหรือบางส่วน หรือข้อมูลคอมพิงเตอร์ที่เป็นเท็จ โดยประการที่น่าจะเกิดความเสียหายแก่ประชาชน “

ต่อมาเจ้าพนักงานตำรวจได้ทำการจับกุมตัวนายกวีม กลับเกษม ผู้ต้องหาตามหมายจับศาลจังหวัดธัญบุรี ที่ 739/2568 ลงวันที่ 21 สิงหาคม 2568 ในความผิดฐาน”ฉ้อโกงประชานชนและโดยทุจริต หรือโดยหลอกลวง นำเข้าสู่ระบบคอมพิวเตอร์ซึ่งข้อมูลคอมพิวเตอร์ที่บิด เบือนหรือปลอม ไม่ว่าทั้งหมดหรือบางส่วน หรือข้อมูลคอมพิวเตอร์ที่เป็นเท็จ โดยประการที่น่าจะเกิดความเสียหายแก่ประชาชน “บริเวณ ภายในซอยเจริญกรุง 103 แขวงบางคอแหลม เขตบางคอแหลม กรุงเทพมหานคร

สอบถามนาย กวีมฯ ให้การรับสารภาพว่า ตนได้นำบัญชีของตนเองไปให้นายธนากร สิทธิสูงเนิน ยืมและนาย กวีมฯ ได้ไปกดเงินที่ได้จากการกระทำความผิดให้ โดยได้ค่าจ้างในการกดเงิน จำนวน 1,000 บาท จากการสืบสวนขยายผลจึงได้ ทำรายงานสืบสวนให้กับพนักงานสอบสวน เพื่อขออนุมัติหมายจับจากศาล โดยศาลจังหวัดธัญบุรี ได้ออกหมายจับที่ 774/ 2568 ลงวันที่ 3 กันยายน 2568 ในความผิดฐาน “ฉ้อโกงประชานชนและโดยทุจริต หรือโดยหลอกลวง นำเข้าสู่ระบบคอมพิวเตอร์ซึ่งข้อมูลคอมพิวเตอร์ที่บิดเบือนหรือปลอม ไม่ว่าทั้ งหมดหรือบางส่วน หรือข้อมูลคอมพิงเตอร์ที่เป็นเท็จ โดยประการที่น่าจะเกิดความเสียหายแก่ประชาชน “

ต่อมาเจ้าพนักงานตำรวจได้ทำการจับกุมตัวนายธนากร สิทธิสูงเนิน ผู้ต้องหา หมายจับที่ 774/2568 ลงวันที่ 3 กันยายน 2568 ในความผิดฐาน “ฉ้อโกงประชานชนและโดยทุจริต หรือโดยหลอกลวง นำเข้าสู่ระบบคอมพิวเตอร์ซึ่งข้อมูลคอมพิวเตอร์ที่บิดเบือนหรือปลอม ไม่ว่าทั้งหมดหรือบางส่วน หรือข้อมูลคอมพิงเตอร์ที่เป็นเท็จ โดยประการที่น่าจะเกิดความเสียหายแก่ประชาชน ” บริเวณ คอนโดแกรนวุฒากาศ ถ.วุฒากาศ แขวงบางค้อ เขตจอมทอง กรุงเทพมหานคร

จากการตรวจสอบประวัติการกระทำความผิดนายธนากรฯ พบประวัติคดีฉ้อโกง จำนวนมาก ซึ่งมีแผนประทุษกรรมหลอกขายสินผ่านทางสื่อออนไลน์ และไม่ส่งสินค้าให้กับผู้เสียหาย จึงได้ทำการจับกุมตัวนายธนากรฯ ส่งพนักงานสอบสวน สภ.คูคต เพื่อดำเนินคดีตามกฎหมาย
และจะดำเนินการประชาสัมพันธ์ผู้เสียหายรายอื่นๆ ที่ถูกฉ้อโกงในลักษณะดังกล่าวให้ดำเนินคดีแจ้งความร้องทุกข์ และประชาสัมพันธ์เตือนภัย ให้ประชาชนระมัดระวัง ในการ สั่งซื้อสินค้าออนไลน์ ต่อไป


พลตำรวจตรี ภัคพงศ์ นำครอบครัวฝ่ายอำนวยการ สัมมนาให้ความรู้ พร้อมกับทำบุญมูลนิธิ คนตาบอดและพิการซ้ำซ้อน

พลตำรวจตรี ภัคพงศ์ สายอุบล ผบก.อก.ภ.1 นำครอบครัวฝ่ายอำนวยการ สัมมนาให้ความรู้และจัดกิจกรรมสันทนาการกีฬาพร้อมกับทำบุญมูลนิธิ คนตาบอดและพิการซ้ำซ้อน เสริมสร้างประสิทธิภาพการทำงานและจิตใจที่ ช่วยเหลือ ผู้ตกทุกข์ได้ยาก และยากพิการทางร่างกายเพื่อ ให้เกิดการ เสียสละมีน้ำใจต่อส่วนรวม และประชาชน ให้สมกับคำว่าผู้พิทักษ์สันติราษฎร์…”


ฝอ.5 บก.อก.ภ.1 ประชาสัมพันธ์งานตำรวจภูธรภาค 1 จำนวน 5 เรื่อง

วันที่ 2 ต.ค. 68 งานประชาสัมพันธ์ ฝอ.5 บก.อก.ภ.1 ดำเนินการประชาสัมพันธ์ในเพจ Facebook ของ ตำรวจภูธรภาค 1 จำนวน 5 เรื่อง คือ

1.) พล.ต.อ.กิตติ์รัฐ พันธุ์เพ็ชร์ ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ มอบนโยบายบริหารราชการ สำนักงานตำรวจแห่งชาติ ปี 2569

  • “1 ยึดมั่น 6 เร่งรัด 9 ก้าวหน้า”
    • ยึดมั่น “ยึดมั่น” ในการพิทักษ์ ปกป้อง รักษา เทิดทูน สถาบัน และความสงบเรียบร้อยของคนในชาติ ข้าราชการตำรวจทุกนาย ในสำนักงานตำรวจแห่งชาติ จะต้องยึดมั่น ในภารกิจที่สำคัญสูงสุด คือ การปกป้องเทิดทูน พิทักษ์ รักษา สถาบันหลักของชาติ โดยถือว่าเป็นภารกิจที่จะต้องปฏิบัติ ห้ามมิให้เกิดข้อบกพร่องขึ้นได้ และยังเป็นหน้าที่ของชาวไทยทุกคนที่จะพิทักษ์รักษาไว้ ซึ่งชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์ และการปกครองระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข ตำรวจทุกนายจะต้อง ยึดมั่น ทำหน้าที่ปกป้อง สถาบันพระมหากษัตริย์ ซึ่งเป็นศูนย์รวมจิตใจของชาติ ให้มั่นคงและอยู่คู่กับระบอบประชาธิปไตย และเป็นกลไกของรัฐในการรักษาความสงบเรียบร้อยของคนทุกคนในชาติของเรา ให้เกิดความสามัคคี เป็นปึกแผ่น

2.) นโยบายบริหารราชการสำนักงานตำรวจแห่งชาติ ปี 2569 “1 ยึดมั่น 6 เร่งรัด 9 ก้าวหน้า” นโยบาย พล.ต.อ.กิตติ์รัฐ พันธุ์เพ็ชร์ ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ

  • 6 เร่งรัด
    • ขับเคลื่อน ส่งเสริมโครงการพระราชดำริ
    • ปรับปรุงสวัสดิการตำรวจ และครอบครัว
    • พัฒนางานสอบสวน
    • ป้องกันปราบปรามอาชญากรรม
    • กวดขัน เสริมสร้างวินัยจราจร
    • 6 วางแผน เตรียมการด้านสาธารณภัย

3.) พล.ต.อ.กิตติ์รัฐ พันธุ์เพ็ชร์ ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ มอบนโยบายบริหารราชการสำนักงานตำรวจแห่งชาติ ปี 2569 “1 ยึดมั่น 6 เร่งรัด 9 ก้าวหน้า”

  • 9 ก้าวหน้าได้ด้วย STEP
    • Smart : ฉลาด ทันสมัย สง่างาม
    • Transparency : โปร่งใส ตรวจสอบได้
    • Efficiency : ทำงานอย่างมีประสิทธิภาพ
    • People : ยึดประชาชนเป็นศูนย์กลาง
  • 9 ก้าวหน้า “เราจะก้าวไปด้วยกัน

1 One Police : จะต้องพัฒนา รวบรวม ระบบงานเทคโนโลยีด้านต่าง ๆ ไว้ด้วยกัน เพื่อความสะดวกต่อการใช้งาน

2 เทคโนโลยีการตรวจและวิเคราะห์อาชญากรรม : งานป้องกันปราบปราม ต้องปรับรูปแบบการทำงานสายตรวจ กำชับการตรวจตราที่โดยนำเทคโนโลยีมาใช้ ในการตรวจ แจ้งเหตุ และวิเคราะห์สถานภาพอาชญากรรม ร่วมกับข้อมูลในพื้นที่ การเป็นสายตรวจอัจฉริยะ นำฐานข้อมูลมาเชื่อมต่อกับระบบและใช้การตรวจสอบสายตรวจด้วย AI และเน้นการฝึกยุทธวิธี ยานพาหนะ อาวุธ เครื่องมือครบ มีอุปกรณ์ที่ทันสมัย มีขีดความสามารถในการเข้าระงับ ยับยั้งเหตุร้ายแรง ได้ในระดับ สน. และ บก. การเข้าถึงประชาชนด้วยการแสดงกำลัง Stop Walk Talk

3 ฐานข้อมูล Big Data ในงานสืบสวน : จะต้องมีระบบการรวบรวมฐานข้อมูล เครือข่าย ผู้กระทำความผิด จัดทำฐานข้อมูล Big Data ในงานสืบสวน และง่ายต่อการใช้งาน มีระบบเทคโนโลยีในการช่วยวิเคราะห์ข้อมูลด้านงานสืบสวน และสามารถนำข้อมูลการสืบสวนมาใช้เป็นพยานหลักฐานขั้นต้น เพื่อออกหมายค้น หมายจับ โดยเร็ว มีความน่าเชื่อถือ และมีลักษณะเป็นรายงานการสืบสวนที่เจ้าหน้าที่จัดทำ

4 พัฒนาแก้ไขปัญหางานสอบสวน : จะต้องพัฒนางานสอบสวนให้มีช่องทางการเจริญเติบโตที่ชัดเจนพนักงานสอบสวนจะต้องทำงานน้อยลง โดยมีผู้ช่วยพนักงานสอบสวน มีระบบเทคโนโลยีมาใช้ในการทำสำนวนที่มีความปลอดภัยกับข้อมูลส่วนบุคคล และจะต้องเพิ่มอัตราพนักงานสอบสวนใน บช. ที่ต้องเข้าไปแก้ไขปัญหาอาชญากรรมที่สำคัญ

5 วางระบบจราจร สื่อสารกับประชาชน : พัฒนา วางระบบจราจร แก้ไขปัญหาการสื่อสารระหว่าง ตำรวจจราจรกับประชาชนอย่างตรงไปตรงมา โปร่งใส กำหนดมาตรการ และบังคับใช้กฎหมายอย่างเคร่งครัด การบริหารงานจราจร และบังคับคับใช้กฎหมาย ด้วยระบบเทคโนโลยี ให้ประชาชนมีส่วนร่วมในการเสริมสร้าง วินัยจราจร และ มีขั้นตอนปฏิบัติงาน (SOP) ของตำรวจจราจรในการบังคับใช้กฎหมาย ที่มีมาตรฐาน คำนึงถึงความปลอดภัยของเจ้าหน้าที่ผู้ปฏิบัติ และประชาชนผู้ใช้รถใช้ถนน

6 พัฒนาระบบรับเรื่องร้องทุกข์ของตำรวจและประชาชน : พัฒนาสถานีตำรวจให้มีพื้นที่และจัดสัดส่วนพื้นที่การให้บริการประชาชน พัฒนาระบบรับเรื่องร้องทุกข์ของตำรวจและประชาชน การพัฒนาระบบ Jcoms ให้รองรับการร้องเรียนและการแก้ไขปัญหาให้กับประชาชน ปรับเปลี่ยนรูปแบบการตรวจสถานีให้สอดคล้องกับสถานการณ์ปัจจุบัน

7 นำเครื่องมือพิเศษมาสนับสนุนงานความมั่นคง : พัฒนางานด้านการข่าว ปรับแผนในพื้นที่ จชต. ด้วยเทคโนโลยี และการปราบปรามคนต่างด้าวที่ผิดกฎหมาย โดยเฉพาะในลักษณะที่เป็นเครือข่าย องค์กรอาชญากรรม และการเชื่อมโยงฐานข้อมูลหมายจับ ข้อมูลพื้นฐาน ข้อมูลที่บุคคลต้องห้าม/เฝ้าระวัง การนำเครื่องมือพิเศษ มาสนับสนุนภารกิจ งานความมั่นคงให้ครบทุกมิติ

8 มีคุณธรรม โปร่งใส ตรวจสอบได้ : การติดตาม และตรวจสอบการทำงานของตำรวจ ความพึงพอใจการทำงานของเจ้าหน้าที่ตำรวจ ซึ่งเป็นสิ่งสำคัญอย่างมากในปัจจุบัน เรื่องนี้เป็นเรื่องนามธรรม แต่เป็นสิ่งที่สำนักงานตำรวจแห่งชาติ จะต้องวางกรอบ กติกา การทำงานให้เป็นรูปธรรม มีการตรวจสอบอย่างเป็นระบบ ใช้เทคโนโลยีมาสนับสนุน วางระบบในการควบคุม พฤติกรรมของข้าราชการตำรวจ ให้อยู่ในกรอบประพฤติ สนับสนุน การตรวจสอบ ITA และการดำเนินการเรื่องร้องเรียน วินัย ข้าราชการตำรวจ อย่างเป็นระบบ

9 Service Mind : MINDSET ที่สำคัญที่สุด ในการทำงานตำรวจ คือ ยึดประชาชนเป็นศูนย์กลาง ประชาชนคือตำรวจ เน้นการบริการ มีหัวใจ Service Mind

4.) “ตำรวจไทยต้องก้าวไปข้างหน้า เป็นองค์กรที่นำสมัย มีประสิทธิภาพ และครองใจประชาชน” พิทักษ์ ๑ พล.ต.อ.กิตติ์รัฐ พันธุ์เพ็ชร์ ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ ( 1 ตุลาคม 2568 )

#พิทักษ์1 1ยึดมั่น6เร่งรัด9ก้าวหน้าสำนักงานตำรวจแห่งชาติ Royalthaipolice

5.) พิธีรับส่งมอบหน้าที่ตำแหน่งผู้บัญชาการตำรวจภูธรภาค1

วันที่ 1 ต.ค. 68 เวลา 07.29 น. พล.ต.ท.วัฒนา ยี่จีน ผบช.ภ.1, พล.ต.ท.สุรพล เปรมบุตร ผบช.สอท. ร่วมพิธีรับส่งมอบหน้าที่ตำแหน่งผู้บัญชาการตำรวจภูธรภาค 1 (ผบช.ภ.1) โดยมี คณะรอง ผบช.ภ.1, ผบก.ในสังกัด ภ.1 และข้าราชการตำรวจในสังกัดตำรวจภูธรภาค 1 เข้าร่วมพิธีฯ ณ ตำรวจภูธรภาค 1

ซึ่งมีกำหนดการพิธีรับส่งมอบหน้าที่ ผบช.ภ.1 ดังนี้

  • เวลา 06.59 น. พิธีสักการะสิ่งศักดิ์สิทธิ์ประจำตำรวจภูธรภาค 1 ของ พล.ต.ท.สุรพล เปรมบุตร ผบช.สอท.
  • เวลา 07.29 น. พิธีรับส่งมอบหน้าที่ ผบช.ภ.1 ณ บริเวณหน้าอาคารที่ทำการ ภ.1
  • เวลา 07.49 น. พิธีลงนามบันทึกรับส่งมอบหน้าที่ ผบช.ภ.1 ณ ห้องประชุมเอราวัณ ชั้น 3 อาคาร ภ.1

ผบช.สอท. ได้กล่าวแสดงความยินดีกับผู้บัญชาการคนใหม่ พร้อมแสดงความเชื่อมั่นว่า ตำรวจภูธรภาค 1 จะยังคงเป็นกำลังสำคัญในการดูแลความสงบเรียบร้อย และความปลอดภัยของประชาชนใน 9 จังหวัดภาคกลางอย่างเข้มแข็งต่อไป

ผบช.ภ.1 กล่าว “ขอขอบคุณท่าน พล.ต.ท.สุรพล เปรมบุตร สำหรับการจัดพิธีส่งมอบหน้าที่อย่างสมเกียรติ พร้อมการต้อนรับอย่างอบอุ่น ผมรู้สึกเป็นเกียรติอย่างยิ่งที่ได้รับความไว้วางใจให้มาดำรงตำแหน่งนี้ และขอยืนยันว่าจะปฏิบัติหน้าที่อย่างเต็มกำลังความสามารถ ภายใต้กรอบของกฎหมายและระเบียบราชการ เพื่อประโยชน์สุขของประชาชนในพื้นที่ตำรวจภูธรภาค 1 ทุกคน”

พล.ต.ท.วัฒนา ยี่จีน ผบช.ภ.1 ยังเน้นย้ำว่า จะเร่งลงพื้นที่เพื่อพบปะประชาชน รับฟังปัญหา และร่วมมือกับทุกภาคส่วนในการยกระดับความปลอดภัยในชีวิตและทรัพย์สินของประชาชน รวมถึงสร้างความเชื่อมั่นในกระบวนการยุติธรรมให้กลับคืนมา “ตำรวจจะไม่ใช่เพียงแค่ผู้บังคับใช้กฎหมาย แต่ต้องเป็นที่พึ่งของประชาชนอย่างแท้จริง ทั้งในยามปกติและยามวิกฤติ”

ฝ่ายอำนวยการ5 #ตำรวจภูธรภาค1 #สํานักงานตํารวจแห่งชาติ


‘สืบภาค1’ ลุยค้น รวบแก๊งปลอมป้ายต่อภาษีรถยนต์ขายผ่านออนไลน์

2 ตุลาคม 2568 ภายใต้การอำนวยการของ พล.ต.ต.วรชาติ แสนคำ ผู้บังคับการสืบสวนสอบ สวน ตำรวจภูธรภาค 1 (ผบก.สส.ภ.1), พ.ต.อ.ประธาน นันทกอบกุลฐ พ.ต.อ.พีรศักดิ์ รอดบน รอง ผบก.สส.ภ.1, พ.ต.อ.มณเทียร เบ้าทอง รอง ผบก.ปฏิบัติราชการ บก.สส.ภ.1, พ.ต.อ.วิศิษฏ์ มะอักษร, พ.ต.อ.วิทิต จันทร์เอี่ยม รอง ผบก.สส.ภ.1 ชุดตรวจค้นนำโดย พ.ต.อ.นภธร วาชัยยุง ผกก.วิเคราะห์ข่าวฯ บก.สส.ภ.1, พ.ต.ต.เกริกเกียรติ ฮวดกุล สว.กก.วิเคราะห์ข่าวฯ บก.สส.ภ.1 พร้อมกำลัง กก.วิเคราะห์ข่าวฯ บก.สส.ภ.1 นำหมายค้นศาลจังหวัดสมุทรปราการ ลงวันที่ 30 ก.ย.68 เข้าตรวจค้นบ้านพักในหมู่บ้านแห่งหนึ่ง ต.ท้ายบ้านใหม่ อ.เมืองสมุทรปราการ จ.สมุทรปราการ พร้อมจับกุมนายฉัตรมงคล อายุ 30 ปี ในความผิดฐานปลอมแปลงเอกสารราชการ โดยการจัดทำและจำหน่ายป้ายต่อภาษีรถยนต์ขายผ่านออนไลน์

สืบเนื่องจากเจ้าหน้าที่ บก.สส.ภ.1 สืบสวนพบว่ามีการกระทำความผิดฐานปลอมแปลงเอกสารราชการ โดยการจัดทำและจำหน่ายป้ายต่อภาษีรถยนต์ ผ่านช่องทางเข้าเว็บไซต์ มีพฤติการณ์ประกาศโฆษณาและรับปลอมแปลงแผ่นป้ายทะเบียนและแผ่นป้ายวงกลมแสดงการเสียภาษี ผ่านสื่อออนไลน์ซึ่งประชาชนทั่วไปสามารถเข้าถึง จึงได้ทำการล่อซื้อแผ่นป้ายทะเบียนและแผ่นป้ายวงกลมแสดงการเสียภาษี และได้โอนเงินชำระค่าสินค้า จากบัญชีธนาคารกรุงไทยซึ่งเป็นบัญชีของสายลับ ไปยังบัญชีธนาคารกสิกรไทย ชื่อบัญชีนายฉัตรมงคล เมื่อวันที่ 14 ก.ย.68 เป็นจำนวนเงิน 4,500 บาท เมื่อได้ทำเอกสารเสร็จแล้ว ตนจะเรียกไรเดอร์นำเอกสารราชการปลอมไปส่งพัสดุที่ร้านที่เคยส่งประจำ

เจ้าหน้าที่ตำรวจได้เดินทางไปตรวจสอบบ้านหลังดังกล่าว ซึ่งเป็นบ้านพักของนายฉัตรมงคล พบรถยนต์ยี่ห้อทะเบียนกรุงเทพมหานคร ที่นายฉัตรมงคลใช้ขับไปส่งพัสดุให้กับไรเดอร์และใช้ขับในชีวิตประจำวัน จอดอยู่ที่บ้านหลังดังกล่าว ทำให้เชื่อว่านายฉัตรมงคล พักอาศัยอยู่ที่บ้านหลังดังกล่าว ต่อมาเจ้าหน้าที่ตำรวจจึงรวบรวมพยานหลักฐานยื่นคำร้องต่อศาลจังหวัดสมุทรปราการ เพื่อขออนุมัติหมายค้น ซึ่งศาลจังหวัดสมุทรปราการ อนุมัติหมายค้น

ต่อมาวันที่ 1 ต.ค.68 เจ้าหน้าที่ตำรวจได้นำหมายค้นศาลจังหวัดสมุทรปราการ เข้าตรวจค้นบ้านพักของนายฉัตรมงคล พบนายฉัตรมงคล อยู่ในบ้าน จึงทำการตรวจค้นพบของกลางหลายรายการ เช่น แบบฟอร์มของป้ายภาษีรถยนต์, บัตรประชาชน และใบอนุญาตขับขี่รถยนต์และรถจักรยานยนต์ โดยใช้โปรแกรมแต่งภาพในคอมพิวเตอร์ เจ้าหน้าที่ยังได้ทำการตรวจสอบป้ายแสดงการเสียภาษีกรมขนส่งทางบกของรถยนต์ พบว่ามีลักษณะการติดกระดาษปี 2568 ทับปี 2566 (เลขเดิม) อันมีเจตนาหลีกเลี่ยงการตรวจสอบของเจ้าหน้าที่ เมื่อเจ้าหน้าที่ตำรวจตรวจสอบข้อมูลการเสียภาษีของรถยนต์คันดังกล่าวพบว่าสิ้นสุดเสียภาษีวันที่ 23 พ.ย.2566

จากการสอบถามนายฉัตรมงคล ยอมรับว่า ตนทำการปลอมเอกสารราชการและใช้ป้ายแสดงการเสียภาษีรถยนต์อันเป็นเอกสารราชการปลอมจริง เจ้าหน้าที่ตำรวจชุดจับกุมจึงได้ตรวจยึดสิ่งของดังกล่าวไว้เป็นของกลางได้แจ้งสิทธิและข้อกล่าวหาให้นายฉัตรมงคล ทราบว่า กระทำความผิดฐาน “ปลอมและใช้เอกสารทางราชการปลอม” พร้อมนำตัวส่งพนักงานสอบสวน สภ.เมืองสมุทรปราการ ดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป