
2 ตุลาคม 2568 ภายใต้การอำนวยการของ พล.ต.ต.วรชาติ แสนคำ ผู้บังคับการสืบสวนสอบ สวน ตำรวจภูธรภาค 1 (ผบก.สส.ภ.1), พ.ต.อ.ประธาน นันทกอบกุลฐ พ.ต.อ.พีรศักดิ์ รอดบน รอง ผบก.สส.ภ.1, พ.ต.อ.มณเทียร เบ้าทอง รอง ผบก.ปฏิบัติราชการ บก.สส.ภ.1, พ.ต.อ.วิศิษฏ์ มะอักษร, พ.ต.อ.วิทิต จันทร์เอี่ยม รอง ผบก.สส.ภ.1 ชุดตรวจค้นนำโดย พ.ต.อ.นภธร วาชัยยุง ผกก.วิเคราะห์ข่าวฯ บก.สส.ภ.1, พ.ต.ต.เกริกเกียรติ ฮวดกุล สว.กก.วิเคราะห์ข่าวฯ บก.สส.ภ.1 พร้อมกำลัง กก.วิเคราะห์ข่าวฯ บก.สส.ภ.1 นำหมายค้นศาลจังหวัดสมุทรปราการ ลงวันที่ 30 ก.ย.68 เข้าตรวจค้นบ้านพักในหมู่บ้านแห่งหนึ่ง ต.ท้ายบ้านใหม่ อ.เมืองสมุทรปราการ จ.สมุทรปราการ พร้อมจับกุมนายฉัตรมงคล อายุ 30 ปี ในความผิดฐานปลอมแปลงเอกสารราชการ โดยการจัดทำและจำหน่ายป้ายต่อภาษีรถยนต์ขายผ่านออนไลน์
สืบเนื่องจากเจ้าหน้าที่ บก.สส.ภ.1 สืบสวนพบว่ามีการกระทำความผิดฐานปลอมแปลงเอกสารราชการ โดยการจัดทำและจำหน่ายป้ายต่อภาษีรถยนต์ ผ่านช่องทางเข้าเว็บไซต์ มีพฤติการณ์ประกาศโฆษณาและรับปลอมแปลงแผ่นป้ายทะเบียนและแผ่นป้ายวงกลมแสดงการเสียภาษี ผ่านสื่อออนไลน์ซึ่งประชาชนทั่วไปสามารถเข้าถึง จึงได้ทำการล่อซื้อแผ่นป้ายทะเบียนและแผ่นป้ายวงกลมแสดงการเสียภาษี และได้โอนเงินชำระค่าสินค้า จากบัญชีธนาคารกรุงไทยซึ่งเป็นบัญชีของสายลับ ไปยังบัญชีธนาคารกสิกรไทย ชื่อบัญชีนายฉัตรมงคล เมื่อวันที่ 14 ก.ย.68 เป็นจำนวนเงิน 4,500 บาท เมื่อได้ทำเอกสารเสร็จแล้ว ตนจะเรียกไรเดอร์นำเอกสารราชการปลอมไปส่งพัสดุที่ร้านที่เคยส่งประจำ
เจ้าหน้าที่ตำรวจได้เดินทางไปตรวจสอบบ้านหลังดังกล่าว ซึ่งเป็นบ้านพักของนายฉัตรมงคล พบรถยนต์ยี่ห้อทะเบียนกรุงเทพมหานคร ที่นายฉัตรมงคลใช้ขับไปส่งพัสดุให้กับไรเดอร์และใช้ขับในชีวิตประจำวัน จอดอยู่ที่บ้านหลังดังกล่าว ทำให้เชื่อว่านายฉัตรมงคล พักอาศัยอยู่ที่บ้านหลังดังกล่าว ต่อมาเจ้าหน้าที่ตำรวจจึงรวบรวมพยานหลักฐานยื่นคำร้องต่อศาลจังหวัดสมุทรปราการ เพื่อขออนุมัติหมายค้น ซึ่งศาลจังหวัดสมุทรปราการ อนุมัติหมายค้น
ต่อมาวันที่ 1 ต.ค.68 เจ้าหน้าที่ตำรวจได้นำหมายค้นศาลจังหวัดสมุทรปราการ เข้าตรวจค้นบ้านพักของนายฉัตรมงคล พบนายฉัตรมงคล อยู่ในบ้าน จึงทำการตรวจค้นพบของกลางหลายรายการ เช่น แบบฟอร์มของป้ายภาษีรถยนต์, บัตรประชาชน และใบอนุญาตขับขี่รถยนต์และรถจักรยานยนต์ โดยใช้โปรแกรมแต่งภาพในคอมพิวเตอร์ เจ้าหน้าที่ยังได้ทำการตรวจสอบป้ายแสดงการเสียภาษีกรมขนส่งทางบกของรถยนต์ พบว่ามีลักษณะการติดกระดาษปี 2568 ทับปี 2566 (เลขเดิม) อันมีเจตนาหลีกเลี่ยงการตรวจสอบของเจ้าหน้าที่ เมื่อเจ้าหน้าที่ตำรวจตรวจสอบข้อมูลการเสียภาษีของรถยนต์คันดังกล่าวพบว่าสิ้นสุดเสียภาษีวันที่ 23 พ.ย.2566
จากการสอบถามนายฉัตรมงคล ยอมรับว่า ตนทำการปลอมเอกสารราชการและใช้ป้ายแสดงการเสียภาษีรถยนต์อันเป็นเอกสารราชการปลอมจริง เจ้าหน้าที่ตำรวจชุดจับกุมจึงได้ตรวจยึดสิ่งของดังกล่าวไว้เป็นของกลางได้แจ้งสิทธิและข้อกล่าวหาให้นายฉัตรมงคล ทราบว่า กระทำความผิดฐาน “ปลอมและใช้เอกสารทางราชการปลอม” พร้อมนำตัวส่งพนักงานสอบสวน สภ.เมืองสมุทรปราการ ดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป

