ผู้ว่าอุทัยฯ ร่วมกรมทางหลวง เปิดเวทีฟังเสียงประชาชน รอบ2 เสนอรูปแบบพัฒนาถนน 4 ช่องจราจร ทางหลวงหมายเลข 3221 ตอน อุทัยธานี-ทัพทัน

อุทัยธานี – ผู้ว่าอุทัยฯ-กรมทางหลวง เปิดเวทีฟังเสียงประชาชน รอบ2 เสนอรูปแบบพัฒนาถนน 4 ช่องจราจร ทางหลวงหมายเลข 3221 ตอน อุทัยธานี-ทัพทัน

ณ ห้องประชุมรุ่งอรุณ โรงแรมธาราฮิลล์ อุทัยธานี อำเภอเมืองอุทัยธานี จังหวัดอุทัยธานี นายธีรพัฒน์ คัชมาตย์ ผู้ว่าราชการจังหวัดอุทัยธานี เป็นประธานเปิดการประชุม พร้อมหน่วยข้าราชการในพื้นที่ ร่วมสรุปผลการคัดเลือกรูปแบบการพัฒนาโครงการ สัมมนา ครั้งที่ 2 โครงการจ้างวิศวกรที่ปรึกษาสำรวจและออกแบบทาง หลวง 4 ช่องจราจร บนทางหลวงหมายเลข 3221 ตอน อุทัยธานี – ทัพทัน เพื่อนำเสนอข้อมูลความก้าวหน้าการศึกษา โครง การ โดยเฉพาะรูปแบบการพัฒนาที่เหมาะสมของโครงการ แนวทางการประเมินผลกระทบสิ่งแวดล้อมใน รายละเอียด (EIA) ผลการดำเนินงานการมีส่วนร่วมของประชาชนและแผนการดำเนินงานขั้นต่อไป พร้อมทั้งรับฟัง ความคิดเห็นและข้อเสนอแนะ เพื่อนำมาใช้พิจารณาประกอบการศึกษาออกแบบรายละเอียดถนนโครงการให้มีความ เหมาะสม และมีความปลอด ภัยต่อผู้ใช้เส้นทางให้มากที่สุด โดยมีผู้แทนจากหน่วยงานราชการ รัฐวิสาหกิจ องค์กรปก ครองส่วนท้องถิ่น องค์กรธุรกิจเอกชน และภาคประชาชน เข้าร่วมการประชุม

โดยการประชุมในครั้งนี้ ได้นำเสนอสรุปผลการคัดเลือกรูปแบบการพัฒนาโครงการ โดยมีรายละเอียดต่างๆ ดังนี้ สำหรับแนวเส้นทางโครงการ มีจุดเริ่มต้นโครงการบนทางหลวงหมายเลข 3221 แยกแขวงการทาง กม.00+000 อยู่ใน เขตพื้นที่ ตำบลอุทัยใหม่ อำเภอเมืองอุทัยธานี และจุดสิ้นสุดโครงการประมาณ กม.15+303 อยู่ในเขตพื้นที่ตำบล ทัพทัน อำเภอทัพทัน มีระยะทางรวมประมาณ 15.303 กิโลเมตร

ทั้งนี้ ภาพรวมแนวเส้นทางโครงการฯ เป็นทาง หลวง ขนาด 2 ช่องจราจร โดยจะพัฒนา ให้เป็น 4 ช่องจราจร ซึ่งที่ปรึกษาโครงการฯ ได้พิจารณาคัดเลือกรูปแบบทางเลือก การพัฒนาถนนโครงการ ให้มีความเหมาะสมและสอด คล้องกับสภาพภูมิประเทศโดยคำนึงถึงความปลอดภัยของผู้ใช้ เส้นทาง และประชาชนสามารถสัญจรไป-มาภายในชุมชนและระหว่างชุมชนใกล้เคียงได้อย่างมีประสิทธิภาพ สะดวก และปลอดภัย โดยมี 3 รูปแบบ ดังนี้

รูปแบบที่ 1 แบบเกาะกลางแบบยก (Raised Median) ออกแบบเป็นทางหลวงขนาด 4 ช่องจราจร ช่องจราจรกว้าง 3.50 เมตร ไหล่ทางด้านนอกกว้าง 2.50 เมตร แบ่งทิศทางจราจรด้วยเกาะกลางแบบยก เกาะกลาง กว้าง 4.60 เมตร ในเขตทาง 30 เมตร เหมาะสำหรับพื้นที่ในเขตชุมชนที่ใช้ความเร็วไม่สูงมีการข้ามถนนมาก


ภาวิณี ศรีอนันต์ รายงาน

คณะผู้บริหาร รพ.คีรีรักษ์ แถลงข่าวเปิดตัวโรงพยาบาลคีรีรักษ์ รองรับผู้ป่วยปี 2570

ประจวบฯ – คณะผู้บริหารโรงพยาบาลคีรีรักษ์ แถลงข่าวเปิดตัวโรงพยาบาลคีรีรักษ์ รองรับผู้ป่วยปี 2570

10 ต.ค.68 ที่ห้องรับรองปั๊มน้ำมัน ปตท. อ่าวน้อย อ.เมืองประจวบฯ คณะผู้บริหารโรงพยาบาลคีรีรักษ์ นำโดย นายคณิสรณ์ เตชะสถิตย์กุล และนายปิติณัฐ พรรณวงค์ พร้อมคณะร่วมกันแถลงข่าวและลงนามสัญญาการออกแบบการก่อสร้างโรงพยาบาลคีรีรักษ์ ขนาดเริ่มต้น 60 เตียง พร้อมแผนขยายเพิ่มเป็น 250 เตียงในอนาคต ตั้งอยู่บริเวณถนนเพชรเกษม ตรงข้ามศูนย์รถยนต์ฮอนด้าประจวบคีรีขันธ์ ซึ่งโรงพยาบาลคีรีรักษ์จะเริ่มให้บริการในปี 2570 ด้วยขนาด 60 เตียง พร้อมทีมแพทย์ผู้เชี่ยวชาญกว่า 40 ท่าน และอุปกรณ์การแพทย์ล้ำสมัย โดยจะรองรับผู้ป่วยที่มีสิทธิประกันสังคมและประกันสุขภาพในราคาที่ไม่แตกต่างจากโรงพยาบาลรัฐมากนัก เพื่อเป็นอีกทางเลือกที่ดีสำหรับชาวประจวบฯ

นายปิติณัฐ พรรณวงค์ เปิดเผยว่า โรงพยาบาลมีเป้าหมายลดต้นทุนการรักษาให้ชาวประจวบ โดยมีการตั้งราคาการรักษาที่ใกล้เคียงกับภาครัฐ พร้อมรองรับสิทธิประกันสังคม 30,000 สิทธิ์ในเฟสแรก รวมถึงการใช้เทคโนโลยีทันสมัยในการรักษาโรคซับซ้อน เพื่อหลีกเลี่ยงการเดินทางไกลไปกรุงเทพ

ทั้งนี้การก่อสร้างจะเริ่มลงเสาเข็มในเดือนมกราคม 2569 ใช้ระยะเวลา 1 ปี และพร้อมเปิดให้บริการในเดือนมกราคม 2570 ส่วนแผนการขยายในอนาคตจะเพิ่มเตียงเป็น 250 เตียง ภายใน 7 ปี พร้อมที่จอดรถใต้ดิน 2 ชั้น และที่จอดรถรอบอาคารบนพื้นที่ 16 ไร่ มูลค่าการก่อสร้างกว่า 750 ล้านบาท.เป็นอีกหนึ่งทางเลือกของการให้บริการด้านการรักษาพยาบาลของประชาชนชาวประจวบฯ


นัครินทร์/รายงาน

คณะสงฆ์นครนายก จัดประชุมเรื่องการจัดทำบัญชีวัด ระบบ e-Donation และการจัดการทรัพย์สินของวัด

คณะสงฆ์นครนายก จัดประชุมเรื่องการจัดทำบัญชีวัด ระบบ e-Donation และการจัดการทรัพย์สินของวัด

วันที่ 10 ตุลาคม 2568 เวลา 13.00 น. ที่วัดพราหมณี พระอารามหลวง ต.บ้านใหญ่ อ.เมือง จ.นครนายก คณะสงฆ์จังหวัดนครนายก ได้จัดโครงการถวายความรู้พระสังฆาธิการจังหวัดนครนายก เรื่องการจัดทำบัญชีวัด ระบบ e-Donation และการจัดการทรัพย์สินของวัด โดยมี พระราชพรหมคุณ เจ้าคณะจังหวัดนครนายก เป็นประธานเปิดโครงการฯ พร้อมกล่าวให้โอวาทแก่พระสงฆ์ที่เข้าร่วมประชุม โดยมีนายชูเกียรติ พุฒพันธ์ นักวิชาการสรรพากรชำนาญการพิเศษ, นางสาวธีรตา ซื่อตรง นักวิชาการศาสนาปฏิบัติการ เป็นวิทยากรร่วมบรรยายถวายความรู้เรื่องการบริจาค ระบบอิเล็กทรอนิกส์ e-Donation

ด้วยสำนักงานพระพุทธศาสนาจังหวัดนครนายก ร่วมกับคณะสงฆ์จังหวัดนครนายก (มหานิกาย) จัดโครงการถวายความรู้พระสังมาธิการจังหวัดนครนายก เรื่อง การจัดทำบัญชีวัดระบบ e-Donation และการจัดการทรัพย์สินของวัด โดยมีเจ้าอาวาสวัดในจังหวัดนครนายก ไวยาวัจกร และผู้ที่เกี่ยวข้อง เข้าร่วมโครงการฯ จำนวน 199 วัด โดยได้รับความร่วมมือจากสำนักงานสรรพากรพื้นที่นครนายก ร่วมถวายความรู้ในโครงการครั้งนี้

ตามที่มหาเถรสมาคม มีมติที่ 495/2568 ลงวันที่ 20 มิถุนายน 2568 เรื่อง แนวปฏิบัติการเปิดบัญชีเงินฝากธนาคาร การเบิกถอนเงินจากบัญชีเงินฝากธนาคารของวัด และแนวทางการจัดทำ บัญชีรายรับ บัญชีรายจ่าย รายงานเงินคงเหลือของวัด หรือระบบบัญชีมาตรฐานของวัด โดยกำหนดให้วัดทุกวัดต้องทำบัญชีรายรับ บัญชีรายจ่ายและรายงานเงินคงเหลือของวัด เป็นรายเดือน จำนวน 12 เดือน ตั้งแต่เดือนมกราคมถึงเดือนธันวาคม ส่งสำนักงานพระพุทธศาสนาแห่งชาติหรือสำนักงานพระพุทธศาสนาจังหวัดนครนายก แล้วแต่กรณี ภายในวันที่ 20 มกราคมของปีถัดไป นับปี พ.ศ. โดยสำเนาเอกสารไว้ที่วัดด้วยทุกฉบับ เพื่อรับการตรวจสอบจากหน่วยงานที่เกี่ยวข้องและมีอำนาจหน้าที่ตามกฎหมายต่อไป


เนรมิต มงคลกิตติกานต์
ผู้สื่อข่าวนครนายก/รายงาน

สภ.บางใหญ่ จับมือภาคเอกชนแถลงข่าวจัดงานวิ่งการกุศล รายได้สนับสนุนสวัสดิการตำรวจ

นนทบุรี – สภ.บางใหญ่ จับมือภาคเอกชนแถลงข่าวจัดงานวิ่งการกุศล รายได้สนับ สนุนสวัสดิการตำรวจ

เวลา 10.00 น. วันที่ 9 ต.ค.68 พ.ต.อ.สิรภพ อนุสิริ ผกก.สภ.บางใหญ่ จ.นนทบุรี นายสุวพันธุ์ โคตพงค์ ประธานคณะกรรมการตรวจสอบและติดตามการบริหารงานตำรวจ (กต.ตร.) สภ. บางใหญ่, นายศรสุทธา กลั่นมาลี หรือถั่วแระ เชิญยิ้ม, เชษฐ์ เชิญยิ้ม ดาราตลกชื่อดัง ได้ร่วมกันแถลงข่าวจัดการแข่งขันวิ่งนัดพบ ณ บางใหญ่ ครั้งที่6 จัดขึ้นทึ่บริเวณหน้าตลาด BB บางใหญ่ Market ต.เสาธงหิน อ.บางใหญ่

สำหรับระยะทางในการแข่งขันแบ่งออกเป็น 3 ระยะ เริ่มต้นตั้งแต่ฟันรัน ระยะทาง 5.5 กม.เริ่มสตาร์ทตั้งแต่เวลา 06.10 น. ค่าสมัคร 400-500 บาท, มินิมาราธอน ระยะทาง 12 กม. เริ่มสตาร์ทตั้งแต่เวลา 06.00 น. ค่าสมัคร 500-600 บาท และฮาล์ฟมาราธอน ระยะทาง 21 กม. เริ่มสตาร์ทตั้งแต่เวลา 05.00 น. ค่าสมัคร 600-700 บาท ภายในงานจะมีการจับฉลากและมอบของรางวัลให้กับผู้เข้าร่วมแข่งขันมากมาย โดยมีกำหนดจัดขึ้นในวันที่ 16 พฤศจิกายน 2568 ตั้งแต่เวลา 04.00 เป็นต้นไป

นายสุวพันธุ์ โคตพงค์ ประธาน กต.ตร.สภ.บางใหญ่ กล่าวว่า วัตถุประสงค์ของการจัดงานครั้งนี้ ก็เพื่อระดมทุนสนับสนุนกิจกรรมของเจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.บางใหญ่ เช่น การปราบปรามยาเสพติด สวัสดิการอาหารกลางวันของเจ้าหน้าที่ตำรวจ และส่งเสริมกีฬาเยาวชน เป็นต้น ขอเชิญชวนพี่น้องประชาชนทุกท่านมาร่วมวิ่งออกกำลังกายเพื่อการกุศล โดยรางวัลใหญ่ปีนี้คือ ทีวีสี 32 นิ้ว จำนวน 2 เครื่อง รถ จยย.ยี่ห้อ ฮอนด้า รุ่นสกู๊ปปี้ จำนวน 2 คัน และของรางวัลอีกมากมาย


สาโรจน์ สว่างศรี / นนทบุรี

กอ.รมน. จัดประชุม นขต.กอ.รมน. (วาระพิเศษ) และการปฐมนิเทศผู้บริหารประจำปีของ กอ.รมน.

กอ.รมน. จัดประชุม นขต.กอ.รมน. (วาระพิเศษ) และการปฐมนิเทศผู้บริหารประจำปีของ กอ.รมน. เพื่อเตรียมความพร้อมการบูรณาการและร่วมประสานงานกับหน่วยงานความมั่นคง รองรับสถานการณ์ภัยคุกคามด้านความมั่นคงได้ตลอดเวลา

วันที่ 6 ต.ค. 68 เวลา 10.00 น. พล.ท. ธนาธิป สว่างแสง ผู้อำนวยการ สำนักกิจการมวลชนและสารนิเทศในฐานะหัวหน้าศูนย์ประชาสัมพันธ์ กอ.รมน. ได้กล่าวว่า กอ.รมน. ได้จัดประชุม นขต.กอ.รมน. (วาระพิเศษ) และการปฐมนิเทศผู้บริหารประจำปีของ กอ.รมน. ณ ห้องกรุงธน บอลล์รูม ชั้น 3 โรงแรม รอยัล ริเวอร์ เขตบางพลัด กรุงเทพมหานครเพื่อแนะนำตัวผู้บริหาร กอ.รมน. และปฐมนิเทศหน่วยงาน กอ.รมน.ภาค และ กอ.รมน.จังหวัด (รอง ผอ.รมน.จังหวัด ฝ่ายทหาร) ได้รับความรู้ถึงบทบาท อำนาจหน้าที่ ของ กอ.รมน.

ซึ่งการประชุมครั้งนี้นับเป็นโอกาสสำคัญใน การสร้างความเข้าใจให้แน่นแฟ้น อีกทั้งเพื่อเตรียมความพร้อมการบูรณาการและร่วมประสานงานกับหน่วยงานความมั่นคงรองรับสถาน การณ์ภัยคุกคามด้านความมั่นคง โดยมี พล.อ.พนา แคล้วปลอดทุกข์ ผบ.ทบ. ในฐานะรอง ผอ.รมน. เป็นประธานในการประชุม ฯ พร้อมด้วย พล.อ. ชัยพฤกษ์ ด้วงประพัฒน์ เสนาธิการทหารบก ในฐานะเลขาธิการ กอ.รมน. และผู้บริหาร กอ.รมน. เข้าร่วมการประชุม ฯ

สำหรับการประชุมฯ และปฐมนิเทศฯ ในวันนี้ ผบ.ทบ. ในฐานะ รอง ผอ.รมน. ได้ชี้แจงถึงการปฏิบัติงานของ กอ.รมน. ในปัจจุบัน โดยให้ความสำคัญในการทำงานต้องตระหนักและเตรียมพร้อมอยู่เสมอเกี่ยวกับความชัดเจนในบทบาทขององค์กร โดยเฉพาะอย่างยิ่งการสร้างความเข้าใจและการรับรู้ในการทำงานของ กอ.รมน. ได้อย่างสม่ำเสมอ และได้เน้นย้ำถึงบทบาทหน้าที่ในการป้องกัน ควบคุม แก้ไข และฟื้นฟูสถานการณ์ที่เป็นภัยหรืออาจเป็นภัยที่ก่อให้เกิดความไม่สงบสุข สร้างความเสียหายต่อชีวิตและทรัพย์สินของประชาชนหรือของรัฐ รวมถึงการป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย ให้เกิดความสงบเรียบร้อยของประชาชนหรือความมั่นคงของรัฐ

โดยได้มอบแนวทางการทำงานให้ทุกหน่วยดำเนินการ ดังนี้

  • ให้ปรับเปลี่ยนวิธีคิดในการทำงาน มุ่งเน้นทั้งเชิงรุกและการป้องกัน ต้องรู้เท่าทันภัยคุกคามรูปแบบใหม่คู่ขนานไปกับการแก้ไขปัญหาเดิมที่มีอยู่ โดยอาศัยฐานข้อมูลการประเมินสถานการณ์ การแจ้งเตือนข่าวสาร รวมทั้งความร่วมมือจากมวลชนซึ่งถือเป็นหัวใจที่สำคัญ
  • การกำกับดูแลของทุกส่วนงานให้เป็นไปตามทิศทางและแนวทางที่กำหนด โดยให้ศูนย์ประสานการปฏิบัติ กอ.รมน. จะต้องเป็นกลไกหลักในการขับเคลื่อนนโยบายที่สำคัญจากส่วนกลางไปสู่ระดับพื้นที่
  • การดำเนินงานแผนงานและโครงการของแต่ละหน่วยจะต้องทำผลการประเมินเพื่อเป็นข้อมูลในการพัฒนาผลงานต่อไปในอนาคต
  • กอ.รมน.ภาค และ กอ.รมน.จังหวัด ต้องเพิ่มบทบาทด้านการป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย โดยเฉพาะกอ.รมน.จังหวัด ต้องเป็นที่ปรึกษาด้านความมั่นคงให้กับผู้ว่าราชการจังหวัดในฐานะ ผอ.รมน.จังหวัด เพื่อขับเคลื่อนกลไกการแก้ไขปัญหาให้กับประชาชน อีกทั้งจะต้องสร้างความร่วมมือให้เกิดขึ้นกับทุกภาคส่วน
  • การแก้ปัญหาจังหวัดชายแดนภาคใต้ ต้องริเริ่มและพัฒนากลยุทธ์ใหม่เพื่อให้เกิดความได้เปรียบและไม่ก่อให้เกิดเงื่อนไขหรือผลกระทบที่ซ้ำเติมปัญหาเดิม เน้นงานข่าวกรองต้องทันเวลา อีกทั้งจะต้องมีการสร้างความร่วมมือจากภาคประชาชน ซึ่งถือว่าเป็นปัจจัยสำคัญสู่ความสำเร็จ การทำงานจะต้องยึดถือความปลอดภัยของประชาชนเป็นหลัก และจะต้องปฏิบัติตามกรอบของกฎหมายอย่างเคร่งครัด สำหรับการประสานงานกับส่วนราชการภายนอกต้องมีความชัดเจนและมีเอกภาพ
  • การบริหารจัดการพื้นที่ชายแดนทางทะเล ให้ กอ.รมน.ภาค และ กอ.รมน.จังหวัด ที่มีพื้นที่คาบเกี่ยวได้ประสานบูรณาการร่วมกับกองกำลังป้องกันชายแดน และศูนย์อำนวยการรักษาผลประโยชน์ของชาติทางทะเล (ศรชล.)
    ในพื้นที่ชายแดนด้านกัมพูชา กอ.รมน.จังหวัด ต้องเตรียมความพร้อมในการสนับสนุนการปฏิบัติการทางทหารในพื้นที่ส่วนหลัง พร้อมการรณรงค์ให้มวลชนของ กอ.รมน. เข้ามามีส่วนร่วมในการปฏิบัติอย่างชัดเจน

สุดท้ายของการประชุม ผบ.ทบ. ในฐานะ รอง ผอ.รมน. ได้เน้นย้ำให้ผู้บริหารทุกท่านที่เข้ารับการปฐมนิเทศได้เพิ่มพูนความรู้ในเรื่องบทบาท ภารกิจ หน้าที่และอำนาจ ระเบียบ คำสั่ง รวมทั้งรับทราบปัญหา ข้อจำกัด ข้อเสนอแนะ และขอให้ขยายผลการทบทวนหลังการปฏิบัติ เพื่อนำไปเป็นกรอบแนวทางการปฏิบัติงานต่อไป


นายอำเภอเมืองลพบุรี เป็นประธานเปิดงานปฐมนิเทศนักศึกษาพยาบาลบรมราชชนนีพระพุทธบาท ชั้น ปี 4 และเลี้ยงต้อนรับข้าราชการที่ย้ายมาใหม่

ภารกิจงานวันนี้

เมื่อวันที่ 6 ตค. 2568 เวลา 12.00 น. นายรัฐพล ธุระพันธ์ นายอำเภอเมืองลพบุรี ร่วมกับหัว หน้าส่วนราชการ ปลัดอำเภอ เลี้ยงข้าวเที่ยงเกษียณย้อนหลังให้กับหน.จุไรรัตน์ สาธารณสุขอำเภอเมืองที่เกษียณ กย.68 และเลี้ยงต้อนรับข้าราชการที่ย้ายมาใหม่ประกอบด้วย ป. อาวุโส, ข้าราชการ สนง.ท้องถิ่นอำเภอ/ข้าราชการ สนง. ปศุสัตว์อำเภอ ณ ร้านปีวอก ต. ป่าตาล

ต่อมา เวลา 14.00 น. ประธานเปิดงานปฐมนิเทศนักศึกษาพยาบาลบรมราชชนนีพระพุทธ บาท ชั้น ปี 4 มาฝึกงานในพื้นที่ตำบลเขาพระงาม อ.เมืองลพบุรี โดยมีนายกเทศมนตรีตำบลเขางาม พร้อมคณะผู้บริหาร ตัวแทนสาธารณสุขอำเภอ ตัวแทนผกก.สภ.เมืองลพบุรี ผู้ใหญ่บ้าน อสม. คณะครู นักศึกษา จากวิทยาลัยพยาบาลบรมราชชนนีพระพุทธบาทเข้าร่วม ณ ห้องประชุมเทศบาลตำบลเขาพระงาม

รศ.ดร.ทวีวัฒน์ วัฒนกุลเจริญ นั่งรักษาการแทนอธิการบดี ม.สุโขทัยธรรมาธิราช คนใหม่

สภามหาวิทยาลัยมหาวิทยาลัยสุโขทัยธรรมาธิราช ได้แต่งตั้งให้ รศ.ดร.ทวีวัฒน์ วัฒนกุลเจริญ กรรมการสภามหาวิทยาลัย เป็นผู้รักษาการแทนอธิการบดีมหาวิทยาลัยสุโขทัยธรรมาธิราช คนใหม่ ตั้งแต่ 6 ตุลาคม 2568 และรักษาการแทนอธิการบดี ได้มีคำสั่งแต่งตั้งรักษาการแทนรองอธิการบดี อีก 8 ท่าน เพื่อขับเคลื่อนงานทันที ประกอบด้วย ผศ.ดร.พัชรี ผาสุข, ผศ.ดร.กานต์ บุญศิริ, ผศ.ศตวรรษ ด้วงแป้น, ผศ.ดร.ภาวิน ชินะโชติ, อ.ดร.ธนพร สวรรค์พิทักษ์, ผศ.ดร.ทรงลักษณ์ สกุลวิจิตร์สินธุ, รศ.ดร.ธนศักดิ์ สายจำปา และ ผศ.ดร.อัคเดช มโนลีหกุล

กอ.รมน. จัดพิธีบำเพ็ญกุศลถวายเป็นพระราชกุศล เนื่องในวันคล้ายวันสวรรคต พระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร 13 ตุลาคม 2568

กอ.รมน. จัดพิธีบำเพ็ญกุศลถวายเป็นพระราชกุศล เนื่องในวันคล้ายวันสวรรคต พระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร 13 ตุลาคม 2568

วันนี้ (10 ตุลาคม 2568) กองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายในราชอาณาจักร (กอ.รมน.) จัดพิธีบำเพ็ญกุศลถวายเป็นพระราชกุศล เนื่องในวันคล้ายวันสวรรคต พระบาทสมเด็จพระ บรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตรเพื่อแสดงออกถึงความจงรักภักดี และสำนึกในพระมหากรุณาธิคุณหาที่สุดมิได้ พิธีจัดขึ้น ณ ห้องอเนกประสงค์ ชั้น ๑ อาคารรื่นฤดี กอ.รมน. โดยมี พลเอก ชัยพฤกษ์ ด้วงประพัฒน์ เลขาธิการ กอ.รมน. เป็นประธานในพิธี พร้อมด้วยผู้บังคับบัญชาระดับสูง ข้าราชการ และกำลังพลของ กอ.รมน. เข้าร่วมโดยพร้อมเพรียง บรรยากาศเป็นไปด้วยความสงบ เรียบง่าย และเปี่ยมด้วยความสำนึกในพระมหากรุณาธิคุณอย่างหาที่สุดมิได้

พลตรี ธรรมนูญ ไม้สนธิ์ โฆษก กอ.รมน. เปิดเผยว่า การจัดพิธีในครั้งนี้ เป็นการแสดงออกถึงความจงรักภักดี และเพื่อรำลึกในพระมหากรุณาธิคุณอันหาที่สุดมิได้ของพระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศรมหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร ที่ทรงอุทิศพระวรกายด้วยพระวิริยะอุตสาหะและพระปรีชาสามารถอย่างหาที่สุดมิได้ เพื่อธำรงความผาสุกและความเจริญมั่นคงของปวงชนชาวไทยตลอดรัชสมัย

พร้อมกันนี้ พล.ต.ธรรมนูญ ไม้สนธิ์ โฆษก กอ.รมน. ขอเชิญชวนพี่น้องประชาชนทั่วประเทศ ร่วมกิจกรรมบำเพ็ญกุศลทางศาสนาในทุกพื้นที่ของประเทศเพื่อน้อมถวายเป็นพระราชกุศลแด่พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร และน้อมรำลึกในพระมหากรุณาธิคุณอันหาที่สุดมิได้ โดยพร้อมเพรียง

#ศูนย์ประชาสัมพันธ์กอรมน#บูรณาการเพื่อความมั่นคง#มาร่วมเป็นส่วนหนึ่งกับเรา


ทีมโฆษก กอ.รมน.

ภารกิจใหม่แม่ทัพกุ้ง “จากสนามรบสู่ผืนนา” ยกระดับคุณภาพชีวิตทหารและเกษตรกรไทยสู่เศรษฐกิจสูงวัย(Silver Economy) คิกออฟ “ข้าวแม่ทัพไทย-สิรินข้าวสีสด” ร่วมขับเคลื่อนสิรินฟาร์มมาร์เก็ต

ภารกิจใหม่แม่ทัพกุ้ง “จากสนามรบสู่ผืนนา” ยกระดับคุณภาพชีวิตทหารและเกษตรกรไทยสู่เศรษฐกิจสูงวัย (Silver Economy) คิกออฟ “ข้าวแม่ทัพไทย-สิรินข้าวสีสด” ร่วมขับเคลื่อนสิรินฟาร์มมาร์เก็ต

พลโท บุญสิน พาดกลาง (แม่ทัพกุ้ง) อดีตแม่ทัพภาคที่ 2 นายทหารผู้ทุ่มเทปกป้องแผ่นดิน ได้ประกาศภารกิจครั้งสำคัญในด้านความมั่นคงทางอาหารยกระดับคุณภาพชีวิตของคนไทยให้บริโภคอาหารปลอดภัยไร้สารพิษ ด้วยเกษตรอินทรีย์  ทั้งนี้ได้มีการเปิดตัวแบรนด์ข้าวคุณ ภาพ “ข้าวแม่ทัพไทย” และ “สิริน ข้าวสีสด” สร้างมิติใหม่ให้กับวงการเกษตรและสุขภาพสู่เศรษฐกิจสูงวัย(Silver Economy)เมื่อเร็วๆนี้ ณ สวนเสียงไผ่ สถาบันทิวา ทาวน์อินทาวน์

การเปิดตัวแบรนด์ข้าวนี้ถือเป็นส่วนสำคัญที่ร่วมขับเคลื่อนโครงการสิรินฟาร์มมาร์เก็ต( Sirin Farm Market )และ Grow Longevity Ecovillage ที่มุ่งมั่นสร้างความมั่นคงทางอาหาร ยกระดับคุณภาพชีวิตของคนไทยให้ได้บริโภคอาหารปลอดภัยไร้สารพิษ และนำไปสู่ “สังคมสุขยืนยาว” (Longevity Society) อย่างยั่งยืน ผ่านการเน้นย้ำถึงการใช้เกษตรอินทรีย์ 100% จากนักรบสู่ชาวนาผู้พิทักษ์: ปณิธานเพื่อสุขภาพคนไทย

พลโท บุญสิน ได้กล่าวบรรยายพิเศษในหัวข้อ “จากลูกชาวนาสู่ภารกิจความมั่นคงของแผ่นดินไทย ก้าวสู่ภารกิจใหม่สร้างความมั่นคงทางอาหารและสังคมไทย” โดยเน้นย้ำว่าการเข้าร่วมสนับสนุนโครงการนี้ เพราะประทับใจในแนวคิดที่จะทำเพื่อคนไทยอย่างแท้จริง และไม่มุ่งเน้นผลกำไรสูงสุด โดยชี้ว่าโครงการนี้คือ “ยุทธศาสตร์ความมั่นคงอีกแขนงหนึ่งของประเทศชาติ” นอกเหนือจากการป้องกันชายแดน และยังมีความชื่นชมในจุดยืนที่ต้องการสร้าง “บลูโซน” (Blue Zone) ให้เกิดขึ้นในประเทศไทย เพื่อให้คนไทยมีอายุยืนยาว สุขภาพดี ด้วยการบริโภค อาหารดี อากาศดี และอารมณ์ดี

“โครงการนี้จะนำเทคโนโลยีและนวัตกรรมใหม่ โดยเฉพาะ ระบบ AI มาใช้ในการสั่งสินค้าและบริหารจัดการผลผลิต เพื่อแก้ปัญหาการตลาดของโครงการทหารพันธุ์ดีและโครงการเศรษฐกิจพอเพียง ที่ก่อนหน้านี้ทหารต้องนำสินค้าไปจำหน่ายเองตามตลาด มาเป็นการจำหน่ายใน สิรินฟาร์มมาร์เก็ต (Sirin Farm Market)  ไม่ว่าจะเป็นการปลูกผักที่ไร้สารเคมี และข้าวสีสด ซึ่งเป็นข้าวบริสุทธิ์   เพื่อยกระดับคุณภาพชีวิตของทั้งทหาร ประชาชนและเกษตรกร” พลโท บุญสิน กล่าว

ด้านนายชยดิษฐ์ หุตานุวัชร์ ประธานสถาบันทิวาและ Grow Longevity Ecovillage กล่าวว่า โครงการ Grow Longevity Ecovillage ที่ อ.ปากช่อง จ.นครราชสีมา แห่งนี้ เป็นโครง การพัฒนาอสังหาริมทรัพย์ในรูปแบบ Longevity Living และ Social Enterprise ที่ผสมผสานการทำฟาร์มแบบ Smart Farm เข้ากับการสร้างชุมชนเพื่อการมีสุขภาพดี โดยมีเป้าหมายสูงสุดในการผลักดันให้พื้นที่นี้เป็นแหล่งท่องเที่ยวเชิงสุขภาพและการเกษตรระดับโลก หรือ “Blue Zone” แห่งใหม่ของประเทศไทย ซึ่งจะสร้างการเติบโตอย่างยั่งยืนในทุกมิติ ทั้งทางเศรษฐกิจ สังคม และสิ่งแวดล้อม

“เศรษฐกิจของประเทศไม่ควรพึ่งพาแค่การส่งออกเพียงอย่างเดียว แต่ต้องสร้างระบบที่สามารถอยู่ได้ด้วยตัวเอง เพื่อให้คนหนุ่มสาวสามารถกลับไปอยู่ต่างจังหวัดได้อย่างมีความสุข นำไปสู่การขับเคลื่อนยุทธศาสตร์ใหม่ LongivityEconomy โดยมีเป้าหมายให้ประเทศไทยเป็นเมืองที่น่าสนใจสำหรับการมีชีวิตยืนยาวและสุขภาพดี มีการออกแบบชีวิตใหม่ที่ให้คนได้มีอากาศที่ดี อาหารที่ไร้สารเคมี และสามารถทำงานได้ในทุกที่ ท่ามกลางชุมชนที่เกื้อกูล จะทำให้คนไทยมีความสุขมากขึ้น”  นายชยดิษฐ์กล่าว

การผนึกกำลัง สู่ Grow Longevity Ecovillage ในงานยังได้มีพิธีลงนามบันทึกความร่วมมือภาคีเครือข่าย (MOU) การพัฒนารูปแบบนวัตกรรมและระบบของการพัฒนาเมือง ภายใต้แนวความคิด “Longevity Farm Stay Destination” ต่อการส่งเสริมซอร์ฟพาวเวอร์ทางวัฒนธรรมไทยและอัตลักษณ์ของวิถีชุมชน เพื่อการยกระดับเศรษฐกิจคุณภาพชีวิตและการพัฒนาการท่องเที่ยวเชิงสร้างสรรค์ ในเขตพื้นที่ Blue Zone เพิ่มความสามารถด้านการแข่งขันของประเทศไทย ประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2568  ระหว่างสถาบันทิวา,กองทัพบก โดยกองทัพภาคที่ 2 , Grow Longevity Ecovillage และ Grow Longevity Ecovillage :Khao Yaiโดยมีอดีตรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงพาณิชย์นายอลงกรณ์ พลบุตร ประธานสถาบันเอฟเคไอไอ.ให้เกียรติมอบกระเช้าแสดงความยินดีและร่วมสนับสนุนกิจกรรมด้วย

“สิริน ข้าวสีสด”: นวัตกรรมสีข้าวโชว์ ตอบโจทย์รสชาติและคุณค่าผลิตภัณฑ์เรือธงในงานนี้คือ “สิริน ข้าวสีสด” ชูจุดเด่นด้วยนวัตกรรม “สีสดใหม่ตามคำสั่งซื้อ” โดยในงานมีการ นำโรงสีขนาดเล็กมาสีข้าวให้ชมและชิมกันสดๆ เพื่อยืนยันถึงความสดใหม่และคุณภาพที่คงไว้ครบถ้วน “ข้าวสีสด” ตอบโจทย์ทุกความต้องการด้วยรสชาติที่หอม อร่อย นุ่มหนึบ และมีคุณค่าทางโภชนาการสูง อุดมด้วยสารต้านอนุมูลอิสระ หลักการคือการเก็บข้าวในรูปแบบ “ข้าวเปลือก” และสีเป็นข้าวสารเมื่อลูกค้าสั่งเท่านั้น ซึ่งตอกย้ำถึงคุณภาพ: ปลอดภัย 100%: เก็บในรูปแบบข้าวเปลือกที่จะรักษาคุณค่าได้ดีที่สุดและสีสดส่งตรงถึงมือผู้บริโภค คุณค่าเต็มเมล็ด: กระบวนการสีถูกออกแบบมาเพื่อรักษาส่วนของ “จมูกข้าว” และเยื่อหุ้มเมล็ดไว้

สิรินฟาร์มมาร์เก็ต (Sirin Farm Market):เพื่อสังคมและเศรษฐกิจสร้างสรรค์แบรนด์ข้าวเรือธงทั้งสองชนิดจัดจำหน่ายผ่าน สิรินฟาร์มมาร์เก็ต (Sirin Farm Market) ซึ่งมีวัตถุประสงค์หลัก 3 มิติ ได้แก่:

  1. ยกระดับคุณภาพชีวิตทหารและเกษตรกร: เป็นช่องทางหลักในการจัดจำหน่ายสินค้าจากโครงการ “ทหารพันธุ์ดี” ที่ครอบคลุมพื้นที่กว่า 3,000 ไร่ ใน 20 ค่ายทหารภาคอีสาน เพื่อสร้างรายได้และอาชีพที่ยั่งยืน รวมถึงรับซื้อผลผลิตจากเกษตรกรและชุมชนในราคาที่เป็นธรรม
  2. สร้างความมั่นคงทางอาหาร: ทำให้คนไทยเข้าถึงอาหารอินทรีย์ปลอดภัยและมีคุณภาพในราคาที่เข้าถึงได้
  3. ขับเคลื่อน Soft Power และเศรษฐกิจสร้างสรรค์: มุ่งเน้นการใช้ทุนทางวัฒนธรรมและภูมิปัญญาท้องถิ่น ในการพัฒนาเศรษฐกิจบนพื้นฐานของ “ปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียง” ผ่านแนวคิด Grow Low Carbon City และ Grow Organic AI Smart Farming

สิรินฟาร์มมาร์เก็ต(Sirin Farm Market) ประกอบด้วย พื้นที่บริการหลัก ได้แก่ SIRIN Market, SIRIN Gindee Restaurant และ สิริน ข้าวสีสด ทั้งนี้งานดังกล่าวยังได้รับการสนับสนุนจากหน่วยบริหารและจัดการทุนด้านการเพิ่มความสามารถในการแข่งขันของประเทศ หรือ บพข.และบริษัทไปรษณีย์ไทย จำกัด ในการดำเนินงานเพื่อให้โครงการมีประสิทธิภาพ และดำเนินต่อไปด้วยความยั่งยืน


อบจ.นครปฐม จัดโครงการประชาสัมพันธ์ ด้านการท่องเที่ยวเพิ่มศักยภาพแหล่งท่องเที่ยวตามวิถีชุมชน และแหล่งท่องเที่ยวภายในจังหวัดนครปฐม

อบจ.นครปฐม จัดโครงการประชาสัมพันธ์ ด้านการท่องเที่ยวเพิ่มศักยภาพแหล่งท่องเที่ยวตามวิถีชุมชน และแหล่งท่องเที่ยวภายในจังหวัดนครปฐม

วันที่ 8 ตุลาคม 2568 ที่ลานกิจกรรมชั้น G เซ็นทรัลนครปฐม นายจิรวัฒน์ สะสมทรัพย์ นายกองค์การบริหารส่วนจังหวัดนครปฐม ดร.พาณุวัฒน์ สะสมทรัพย์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดนครปฐม นายปรีชา ดิลกพรเมธี รองผู้ว่าราชการจังหวัดนครปฐม ร่วมเปิดโครงการประชาสัมพันธ์ด้านการท่องเที่ยว เพิ่มศักยภาพแหล่งท่องเที่ยวตามวิถีชุมชนและแหล่งท่องเที่ยวภายในจังหวัดนครปฐม

นายจิรวัฒน์ สะสมทรัพย์ นายกองค์การบริหารส่วนจังหวัดนครปฐม กล่าวว่า องค์การบริหารส่วนจังหวัดนครปฐม ได้มีแนวคิดในการจัดโครงการส่งเสริมสนับสนุนด้านการท่องเที่ยวในจังหวัดนครปฐม โดยมีเส้นทางท่องเที่ยว 7 เส้นทาง 7 อำเภอในจังหวัดนครปฐม ทั้งนี้การท่องเที่ยวไม่ได้มุ่งเน้นแต่วัดวาอารามเท่านั้น แต่เป็นการท่องเที่ยวแบบผสมผสานทั้งวัด คาเฟ่ ตลาดชุมชน รวมถึงร้านอาหารที่มีชื่อเสียงประจำอำเภอ โดยการท่องเที่ยวมุ่งเน้นให้ประชาชนจากจังหวัดอื่นๆ ได้มาเห็นสิ่งที่จังหวัดนครปฐมมี ไม่ว่าจะเป็นอาหารการกิน ซึ่งเป็นที่ทราบกันดีอยู่แล้วว่านครปฐมเป็นจังหวัดใกล้กรุงเทพมหานคร เป็นแหล่งผลิตวัตถุดิบทางอาหารที่ใหญ่ที่สุดก็ว่าได้ มีทั้งปลา กุ้ง หมู และผักผลไม้ที่ถูกส่งไปร้านอาหารใหญ่ๆในกรุงเทพฯหลายแห่ง

อบจ.นครปฐม ได้พยายามนำจุดด้อยมาเป็นจุดเด่นของจังหวัด สำหรับการเดินทางจากกรุงเทพฯ มานครปฐม ไม่ถึง 1 ชั่วโมง แต่สิ่งที่เราจะได้คือบรรยากาศในอีกรูปแบบที่หาไม่ได้ในกรุงเทพฯแน่นอน จะได้พบกับการท่องเที่ยวที่หลากหลายรูปแบบในแต่ละอำเภอ ไม่ว่าจะเป็นการท่องเที่ยวเชิงเกษตร การท่องเที่ยวเชิงประวัติศาสตร์ ศิลปวัฒนธรรมประเพณี วิถีชุมชน ตลาดน้ำ ชมวิถีชีวิตริมแม่น้ำท่าจีน การเกษตรอินทรีย์ รวมทั้งศาสนสถานที่สำคัญๆ ซึ่งทั้งหมดล้วนเป็นต้นทุนทางสังคมที่ทรงคุณค่าและควรแก่การนำมาประชาสัมพันธ์ส่งเสริมให้เป็นที่รู้จักในวงกว้าง โดยเฉพาะที่สำคัญที่สุด จังหวัดนครปฐมมีคาเฟ่บรรยากาศดีให้ได้ใช้เวลาปล่อยใจกันในวันหยุดมากกว่า 400 แห่ง

สำหรับการท่องเที่ยว องค์การบริหารส่วนจังหวัดนครปฐม ได้จัดเตรียมรถมินิบัสปรับอากาศ จำนวน 2 คัน มีคนขับที่ชำนาญอย่างดี รวมถึงมีเจ้าหน้าที่ขององค์การบริหารส่วนจังหวัดนครปฐมคอยดูแลและให้บริการทุกท่านตลอดเส้นทางอีกด้วย

นายจิรวัฒน์ สะสมทรัพย์ นายกองค์การบริหารส่วนจังหวัดนครปฐม กล่าวต่ออีกว่า การท่องเที่ยวของเราไม่ได้เน้นเฉพาะผู้สูงอายุ หากแต่ทั้งครอบครัวสามารถมาเพลิดเพลินร่วมกันกับทริปของเราได้ เนื่องจากสถานที่ท่องเที่ยวในแต่ละทริปมีความหลากหลาย ทั้งศิลปะอันสวยงาม วัดวาอาราม ตลาดชุมชนให้เลือกซื้อสินค้าและวัตถุดิบราคาดีมีคุณภาพ และยังได้เช็คอิน ถ่ายรูปสวยๆตามคาเฟ่ต่างๆ

จึงอยากเชิญชวนพี่น้องประชาชนทุกจังหวัดในประเทศไทย หากมีโอกาสอยากให้ลองมาเที่ยวจังหวัดนครปฐม และเข้ามาร่วมโครงการท่องเที่ยวขององค์การบริหารส่วนจังหวัดนครปฐม แล้วท่านจะพบว่า “นครปฐมมีดีมากกว่าแค่ทางผ่าน นครปฐมมีดีกว่าที่ทุกคนคิด”


สมคิด พรมมี ผู้สื่อข่าว นครปฐม