ราษฎรในจังหวัดจันทบุรี ส่งมอบอาวุธปืนและอุปกรณ์การล่าสัตว์คืนป่า-คืนชีวิตให้สัตว์ป่า

     ราษฎรในจังหวัดจันทบุรีส่งมอบอาวุธปืนและอุปกรณ์การล่าสัตว์พร้อมกล่าวคำปฏิญาณยืนยันว่าจะไม่ทำร้ายและล่าสัตว์ป่าในเขตพื้นที่ป่ารอยต่อ 5 จังหวัด ตลอดไป พร้อมร่วมกิจกรรม คืนป่า คืนชีวิตให้สัตว์ป่า ที่ หน่วยเฉพาะกิจทหารพรานนาวิกโยธิน จันทบุรี

    วันนี้ ( 19 ส.ค.62 ) ที่หน่วยเฉพาะกิจทหารพรานนาวิกโยธิน ค่ายเทวาพิทักษ์ อำเภอโป่งน้ำร้อน จังหวัดจันทบุรี พลเอก สุรัตน์ วรรักษ์ เลขานุการมูลนิธิอนุรักษ์ป่ารอยต่อ 5 จังหวัด ได้เดินทางมาตรวจเยี่ยมให้กำลังใจเจ้าหน้าที่ และเป็นประธานเปิดโครงการ คืนป่า คืนชีวิตให้สัตว์ป่า เพื่อถวายเป็นพระราชกุศล สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง โดยพลเรือโท รณรงค์ สิทธินันทน์ ผู้บัญชาการป้องกันชายแดนจันทบุรีและตราด, นายวิทูรัช ศรีนาม ผู้ว่าราชการจังหวัดจันทบุรี นำข้าราชการ ทหาร ตำรวจ เจ้าหน้าที่ป่าไม้ และ ส่วนราชการ ภาคเอกชนที่เกี่ยวข้อง และเยาวชน นักเรียน ให้การต้อนรับ

    โอกาสนี้ราษฎรในพื้นที่และพรานป่าได้ส่งมอบอาวุธปืนและอุปกรณ์การล่าสัตว์ รวมทั้งกล่าวคำปฏิญาณเบื้องหน้าพระบรมฉายาลักษณ์ เพื่อเป็นการยืนยันว่าจะไม่ทำร้ายและล่าสัตว์ป่าในเขตพื้นที่ป่ารอยต่อ 5 จังหวัด ตลอดไป สำหรับอาวุธปืนและอุปกรณ์การล่าสัตว์ป่าในครั้งนี้ที่ราษฎรและพรานป่าในจังหวัดจันทบุรีส่งมอบแก่ทางราชการ ประกอบด้วย ปืนแก็ป 109 กระบอก / ปืนลูกซอง 5 กระบอก / ปืนผูก 6 กระบอก / บ่วงสลิง 50 บ่วง / บ่วงเชือก 300 บ่วง แร้ว 30 อัน ซึ่งจะได้มีการส่งมอบให้เขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าเขาสอยดาว จังหวัดจันทบุรี นำไปจัดนิทรรศการเพื่อสร้างจิตสำนึกให้แก่เยาวชน และ ประชาชนทั่วไปได้ตระหนักถึงโทษของการล่าสัตว์ป่า เพื่อให้ผืนป่ารอยต่อ 5 จังหวัดเป็นป่าปลอดเสียงปืน อย่างแท้จริงตลอดไป

ภาพ/ข่าว จรัล บรรยงคเสนา  ทีมข่าวภูมิภาค
นาย  พรเทพ เขม้นเขตวิทย์ รายงานจากศูนย์ข่าวภาคตะวันออก

สระบุรี​-แม่ค้าตลาดนัดร้องศูนย์ดำรงธรรมจังหวัด กรณี​ อบต.สั่งปิดตลาด

    วันที่ 19 สิงหาคม 2562​ นางกาญจนา​ ชัชวงษ์​ พร้อมตัวแทนผู้ค้าขายตลดนัดต้นแค ตำบลมวกเหล็ก​ อำเภอมวกเหล็กจังหวัดสระบุรีกว่า 150 คนรวมตัวกัน มาร้องศูนย์ดำรงธรรมจังหวัดสระบุรี

     ผู้ว่าราชการจังหวัดสระบุรีจึงมอบให้พันเอกเพิ่มศักดิ์​ ขุนโขลน​ ผู้แทนศูนย์ดำรงธรรมรับเรื่องราวร้องทุกข์และเชิญตัวแทนมาเจรจามีความพอใจ จึงรับหนังสือร้องเรียนเพื่อนำเสนอผู้ว่าราชการจังหวัดสระบุรี จากข้อประเด็นหลักนั้นผู้ค้าขายสินค้าที่นำมาขายจะได้นับความเดือดร้อนไม่มีที่ทำกินเนื่องจากแม่ค้าจะเป็นชาวบ้านในพื้นที่นั้นนำสินค้ามาจำหน่าย​

    จากการลงพื้นที่ปรากฏว่า มีป้ายปิดประกาศขององค์การบริหารส่วนตำบลมวกเหล็ก มีคำสั่งให้ปิดตลาดนัดดังกล่าวโดยหนังสือจากกรมอนามัยที่วินิฉัยว่า ตลาดต้นแคจัดตั้งตลาดไม่ถูกสุขลักษณะและอนามัยตามข้อบังคับตำบลเรื่องตลาดพ.ศ.2541และพรบ.สาธารณสุขพ.ศ.2535 จึงปฏิบัติตามคำสั่งหากไม่ปฎิบัติตามจะถือเป็นขอละเว้นในการปฎิบัติหน้าที่นายกในฐานะผู้บริหาร​ องค์การบริหารส่วนตำบลมวกเหล็ก​ จึงต้องปฏิบัติหน้าที่ชอบด้วยกฏหมายจึงแจ้งให้ผู้ประกอบทราบถึงผลอุทธรณ์ เมื่อวันที่ 8 สิงหาคม ที่ผ่านมาผู้ค้าขายสามารถโต้แย้งคำวินิฉัยอุทธรณ์ ให้ทำการยื่นคำฟ้องเป็นหนังสือยื่นต่อศาลปกครองได้ภายใน 90 วัน

    ทางด้านผู้ประกอบการจะดำเนินการอย่างไรนั้น เจ้าหน้าที่ที่รับเรื่องจะประสานหน่วยงานทางอำเภอ ไกลเกลี่ยประณีประนอมให้ผู้ค้าขายได้ค้าขายต่อไป ส่วนผู้ประกอบการดำเนินตามข้อกฏหมายจะเดินทางไปร้องต่อศาลปกครองในวันที่ 20 สิงหาคมนี้อีกครั้ง

ดำรงค์ ชื่นจินดา/รายงาน

ผู้ว่าราชการจังหวัดสุโขทัย เตือนประชาชน อยู่ติดแม่น้ำยม ให้ติดตามข่าวสารจากทางราชการอย่างใกล้ชิด​

     วันที่ 19 สิงหาคม 2562 ผู้ว่าราชการจังหวัดสุโขทัยประกาศเตือนประชาชนและให้ทุกหน่วยงานเตรียมพร้อมรับมือสถานการณ์น้ำแม่น้ำยมที่กำลังเพิ่มระดับสูงขึ้นเรื่อยๆ หากมีเหตุฉุกเฉิน หน่วยงานรัฐพร้อมรับสถานการณ์และช่วยเหลืออย่างเต็มที่

     ขณะที่อำเภอสวรรคโลก นายสมชาติ ลิมปะพันธุ์ นายกเทศมนตรีเมืองสวรรคโลก คณะผู้บริหาร พนักงานเทศบาล และคนงาน ร่วมถึงประชาชนชาวอำเภอสวรรคโลก เตรียมความพร้อมรับมือสถานการณ์น้ำในแม่น้ำยม โดยการเตรียมเครื่องสูบน้ำ กระสอบทราย เพื่อเตรียมอุดท่อระบายน้ำ ป้องกันน้ำท่วมในเขตเทศบาลเมืองสวรรคโลก

     สถานการณ์น้ำสุโขทัยวันนี้ เวลา 07.00 น.ปตร.หาดสะพานจันทร์ ระดับน้ำด้านหน้า 62.38 ม. ด้านท้าย 56.10 ม. เปิดบาน 1,2,3,4,5 = 0.70 ม. ความลึก 9.88 ม. ปริมาณน้ำผ่าน 317.02 ลบ.ม./วิ ปริมาณน้ำ 14.926 ล้าน ลบ.ม. คิดเป็น 97.56 %ของความจุ

นายพงศ์เทพ สาคร รายงานจากจังหวัดสุโขทัย

น้ำจากแพร่ ไหลไปถึงแม่น้ำยม จ.สุโขทัยแล้ว ให้ประชาชนเฝ้าระวังติดตามการประกาศเตือน !!!

      นายทองเปลว กองจันทร์ รองอธิบดีกรมชลประทาน เปิดเผยว่า ปริมาณน้ำสูงสุดในแม่น้ำยมจากอำเภอเมือง จังหวัดแพร่ ได้ไหลผ่านอำเภอวังชิ้น จังหวัดแพร่ไปแล้ว โดยไม่ส่งผลให้เกิดน้ำท่วมพื้นที่ชุมชนในเขตอำเภอวังชิ้น ยกเว้นพื้นที่ลุ่มต่ำริมแม่น้ำบางแห่งเท่านั้น ซึ่งปริมาณน้ำนี้จะไหลไปถึงอำเภอศรีสัชนาลัย จังหวัดสุโขทัย ในช่วงเวลาประมาณตี 4 ถึง 6 โมงเช้าของวันนี้ (19 ส.ค. 59) ในเกณฑ์สูงสุดประมาณ 1,100 ลูกบาศก์เมตรต่อวินาที ก่อนจะไหลลงสู่ประตูระบายน้ำแม่น้ำยม(บ้านหาดสะพานจันทร์) อำเภอสวรรคโลก จังหวัดสุโขทัยเป็นลำดับต่อไป สำหรับสถานการณ์น้ำ วันที่ 19 สิงหาคม 2562 เวลา07.00 น.ปตร.หาดสะพานจันทร์ ระดับน้ำด้านหน้า 62.38 ม. ด้านท้าย 56.10 ม. เปิดบาน 1,2,3,4,5 = 0.70 ม. ความลึก 9.88 ม. ปริมาณน้ำผ่าน 317.02 ลบ.ม./วิ ปริมาณน้ำ 14.926 ล้าน ลบ.ม. คิดเป็น 97.56 %ของความจุ

     โดยขณะนี้น้ำที่มาจากจังหวัดแพร่ ได้เดินทางมาถึงบริเวณหน้าประตูระบายน้ำแม่น้ำยมแล้ว ทำให้ระดับน้ำในบริเวณดังกล่าวเพิ่มสูงขึ้น แต่ยังไม่ส่งผลกระทบต่อพื้นที่ริมฝั่งแต่อย่างใด ในส่วนของการเตรียมการรับมือกับปริมาณน้ำที่ไหลลงมาจากจังหวัดแพร่ นั้น กรมชลประทาน ได้มีการเตรียมการรับมือก่อนน้ำมาไว้ก่อนล่วงหน้าแล้ว โดยการพร่องน้ำในระบบชลประทานให้ลดต่ำลง เพื่อให้มีพื้นที่รับน้ำและระบายน้ำได้สะดวกมากขึ้น ไม่ว่าจะเป็นการพร่องน้ำบริเวณด้านหน้าประตูระบายน้ำแม่น้ำยมให้ลดต่ำลง เพื่อเพิ่มพื้นที่รองรับน้ำจากตอนบน และการลดน้ำเข้าคลองหกบาท เพื่อให้สามารถรับน้ำและระบายน้ำไปลงแม่น้ำน่านบริเวณด้านเหนือเขื่อนนเรศวร จังหวัดพิษณุโลกได้อย่างสะดวกและรวดเร็วมากขึ้น พร้อมกับควบคุมปริมาณน้ำให้ไหลผ่านประตูระบายน้ำแม่น้ำยม ให้อยู่ในเกณฑ์ประมาณ 550 ลูกบาศก์เมตรต่อวินาที ตามความจุของลำน้ำที่ไหลผ่านตัวเมืองสุโขทัย เพื่อไม่ให้ส่งผลกระทบต่อพื้นที่เศรษฐกิจในเขตตัวเมืองสุโขทัยอีกด้วย

นายพงศ์เทพ สาคร รายงานจากจังหวัดสุโขทัย

หนุ่มสุโขทัยไอเดียเจ๋ง วาดลายติดยางรถยนต์ สร้างรายได้งาม

     นายวรพันธุ์ แสนเขียววงค์ หนุ่มขายประกันชีวิต-ศิษย์เก่าวิจิตรศิลป์ ม.เชียงใหม่ อายุ 49 ปี บ้านเลขที่ 160/5 หมู่ 7 ต.สารจิตร อ.ศรีสัชนาลัย จ.สุโขทัย ต้องพยายามหาเวลาว่างสร้างสรรค์ผลงานศิลปะลงบนกระถางต้นไม้ที่ทำจากยางรถยนต์เก่าให้สวยงามสะดุดตา โดยเฉพาะลวดลายปลาสังคโลก เอกลักษณ์ของสุโขทัย เพื่อส่งให้ลูกค้าที่ออเดอร์เข้ามากันจำนวนมาก

     นายวรพันธุ์เปิดเผยว่า จบการศึกษาปริญญาตรี คณะวิจิตรศิลป์ มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ ปัจจุบันทำงานอยู่บริษัทขายประกันชีวิต แต่เป็นคนชอบวาดรูป และเห็นยางรถยนต์เก่าที่บ้านไม่ได้ใช้ประโยชน์อะไร เลยเกิดไอเดียยามว่างนำมาตัดแต่งเป็นกระถางต้นไม้ แล้ววาดลวดลายต่างๆ ลงไปตามความรู้สึกชอบ พอใจ เพิ่งจะลงมือทำได้ 3 สัปดาห์

     “ตอนแรกจะทำไว้ปลูกผัก ประดับบ้านให้ดูเก๋ไก๋ แต่พอนำรูปไปเผยแพร่ลงในสังคมออนไลน์เฟซบุ๊ก ปรากฏว่ามีคนสนใจเข้ามาสอบถาม และสั่งซื้อจำนวนมาก ทั้งจากสุโขทัย เชียงใหม่ ชลบุรี ก็เลยทำขายให้ โดยมีหลายลวดลาย แต่ที่ได้รับความนิยมมากก็จะเป็นลายปลาสังคโลก ซึ่งเป็นเอกลักษณ์เฉพาะเกือบ 700 ปี ของอาณาจักรสุโขทัย”

     นายวรพันธุ์กล่าวว่า งาน 1 ชิ้นใช้เวลาทำ 2 วันจึงจะเสร็จ และรู้สึกภูมิใจที่มีคนชื่นชอบผลงานเพราะเป็นคนชอบคิด ดัดแปลง ทำสิ่งของให้มีคุณค่า และสร้างสรรค์ด้วยความชอบส่วนตัว ไม่ได้คิดเรื่องเงินก่อน และที่ทำขายนี้ก็ไม่ได้ขายในรูปแบบของกระถางต้นไม้ แต่ขายความคิด ผลงานการวาด และขายเรื่องราวประวัติศาสตร์ที่อยู่บนกระถางยางรถยนต์เก่า ซึ่งมีลูกค้าสนใจจำนวนมาก

นายพงศ์เทพ สาคร รายงายจากจังหวัดสุโขทัย
ภาพจากfacebook:วรพันธ์ วรพันธ์

พ.ต.ท.ข้าราชการบำนาญ เขียนจม.ขออโหสิกรรมทุกคน โรคร้ายรุม ลั่นไกปลิดชีพตัวเอง ภายในบ้าน

ศูนย์ข่าวมุกดาหาร# เกิดเหตุนายตำรวจยศพ.ต.ท.ข้าราชการบำนาญ กับโรคประจำตัวรุมเร้ากลายเป็นโรคซึมเศร้าเขียนจม.ลาตาย ใช้อาวุธปืนยิงขึ้นฟ้า 1 นัด ก่อนจ่อยิงกกหูข้างขวาทะลุ กกหูข้างซ้ายดับคาเกาอี้โยกภายในบ้าน

     เมื่อวัน 18 สิงหาคม 2562 สถานีตํารวจภูธร ต.บ้านค้อ อำเภอ คำชะอี จ.มุกดาหาร ได้รับแจ้งว่ามีการยิงตัวตาย อยู่ที่บ้านเลขที่ 176 ม.11 ต.บ้านค้อ อำเภอคำชะอี จ.มุกดาหาร จึงประสารแพทย์โรงพยาบาลคำชะอีพร้อมเจ้าหน้าที่พิสูจน์หลักฐาน รุดไปที่เกิดเหตุ ตรวจสอบพบร่างชายสวมชุดนอน สีแดงนอนอยู่บนเกาอี้โยกเสียชีวิตอยู่ภายในบ้านตรวจสอบพบบาดแผลเป็นรูกะสุนเข้าที่บริเวณใต้กกหูด้านขวาทะลุใต้กกหูด้านซ้าย ผู้เสียชีวิตคือ พ.ต.ท.ทงศักดิ์ โพิ์โหน่ง (รอง หวาน) อายุ 62 ปี

    ข้าราชการตำรวจบำนาญพบอาวุธปืนพกสั้นขนาด .357 ตกใต้พื้นใกล้กับร่างผู้เสียชีวิต ตรวจสอบอาวุธปืนพบลูกกระสุนเหลืออยู่ในโม้จำนวน 4 นัด ยังพบจดหมายมีคลาบเลือดติดบนจดหมายเขียนด้วยลายมือ หมายเหตุ เป็นโรคร้าย ความดันโลหิตสูง เส้นเลือดในสมองปริงแตกขันแน่นดามหลังข้างซ้ายจนรุมเร้าทรมานสุขภาพอ่อนแรงข้างซ้ายไม่แข็งเหมือนแต่ก่อน มาทํางานให้ครอบครัวไม่ได้ ขออโหสิกรรมและขออําลาทุกคน ลงชื่อทงศักดิ์ ซึ่งผู้เสียชีวิตเมื่อดำรงตำแหน่งเป็นเจ้าของคดีครูจอมทรัพ

     สอบถามญาติผู้เสียชีวิตเล่าว่ากำลังจะออกไปดำนาข้าวไดยินเสียงปืนดังขึ้น 1 นัดอยู่ภายในบ้านก็พากันตกใจ ใครยิงปืนกำลังจะเข้าไปดูก็มีเสียงปืนดังขึ้นอีก 1 นัด ญาติรีบเข้าไปดูก็พบผู้ตายนอนเสียชีวิตจึงรีบโทรแจ้งตำรวจ สอบถามญาติที่ผ่านมา มีปัญหาครอบครัวอะไรไหม ญาติก็บอกไม่มี หนี้สินก็ไม่มี ส่วนตัวผู้เสียชีวิตมีโรคประจำตัวรุมเร้ากลายเป็น โรคซึมเศร้าจึงตัดสินใจปลิดชีพตัวเอง โดยทางญาติไม่ติดใจการตายในครั้งนี้ เจ้าหน้าที่จึงมอบศพให้ญาตินำไปบำเพ็ญกุศลตามประเพณีต่อไป.


ธานินทร์, ฐานิตา, สมเกียรติ, พวงเพรช /ผู้สื่อข่าวมุกดาหาร

เดวิด มุกดาหาร หัวหน้าศูนย์ข่าว สำนักข่าวความมั่นคง มุกดาหาร ราย

เขตพระนคร ! หน่วยงานราชการ ทหาร ตำรวจ กทม. ทำกิจกรรมจิตอาสา “เราทำความ ดี ด้วยหัวใจ” ฝั่งพระนคร ) ถนนพระอาทิตย์ เขตพระนคร.( มีคลิป ​)​…

     วันเสาร์​ที่​ 17 สิงหาคม​ 2562 เวลา 10:00 น. นายสุริยชัย รวิวรรณ “ผู้อำนวยการเขตพระนคร” มอบหมายให้ นายเจษฎา ประภาสะวัต “หัวหน้าฝ่ายเทศกิจ” สั่งการให้ นายคณิต ชุมช่วย “หัวหน้างานตรวจและบังคับการฝ่ายเทศกิจ” นำกำลัง จนท.ฝ่ายเทศกิจ​ฯ จนท.ฝ่ายรักษาฯ (เขตพระนคร) ร่วมกับ จนท.ทหาร จนท.ตำรวจ ร่วมทำกิจกรรม​จิตอาสา “เราทำความดี ด้วยหัวใจ” ทำความสะอาด ฉีดน้ำล้างพื้นผิวถนน และ ทางเดินบนฟุตบาท บริเวณใต้สะพานพระปิ่นเกล้า ( ฝั่งพระนคร ) ถนนพระอาทิตย์ เขตพระนคร กทม.

    ทั้งนี้ กิจกรรมจิตอาสาพระราชทานดังกล่าว พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว มหาวชิราลงกรณ บดินทรเทพยวรางกูร ทรงได้พระราชทานโครงการจิตอาสาพระราชทาน ตามแนวพระราชดำริ “เราทำความ ดี ด้วยหัวใจ” ด้วยทรงมุ่งหวังให้พสกนิกรทุกหมู่เหล่ามีความปรองดอง สามัคคี ร่วมมือร่วมใจ ประกอบกิจกรรมสาธารณะ เพื่อประโยชน์สุขของประชาชนและส่วนรวมโดยไม่หวังสิ่งตอบแทน อีกทั้ง เพื่อให้มีความรัก ความผูกพัน ใน 4 สถาบันของชาติ คือ สถาบันชาติ สถาบันศาสนา สถาบันพระมหากษัตริย์ และ ประชาชน

     เบื้องต้นกิจกรรมในโครงการจิตอาสา “เราทำความ ดี ด้วยหัวใจ” ดังกล่าว ทรงได้พระราชทานตามแนวพระราชดำริ ( ศอญ. ) ถือกำเนิดขึ้นเพื่อเป็นศูนย์อำนวยการทำหน้าที่ประสานความร่วมมือทำงานระหว่าง หน่วยงานราชการในพระองค์ หน่วยงานภาครัฐ ภาคเอกชน และ ประชาชน ทุกหมู่เหล่า เพื่อให้มีส่วนร่วมทำงานแก้ไขปัญหาขั้นพื้นฐานของชาติ และ ให้ประชาชนคนในชาติ ในชุมชน ได้มีความสุขอย่างยั่งยืน เพื่อได้สนองปณิธานพระราชทานที่ว่าให้ “รักษา สืบสาน ต่อยอด” เพื่อทำประโยชน์ให้เกิดความสมัครสมานสามัคคี ร่วมมือ ร่วมใจ ทำความดีในหมู่ ประชาชน ข้าราชการ เจ้าหน้าที่รัฐ รวมถึง นักท่องเที่ยวทั้งชาวไทยและชาวต่างชาติ โดยในวันนี้หน่วยงานราชการ ทหาร ตำรวจ กทม. ได้ร่วมกันปรับปรุง​ภูมิ​ทัศน์​ เก็บกวาดขยะยกสิ่งของที่วางกีดขวางทางเดินบนทางเท้าออก และ ใช้น้ำฉีดล้างพื้นผิวถนน โดยกิจกรรมวันนี้เพื่อได้สนองในปณิภานตามแนวทางพระราชดำริในโครงการจิตอาสา “เราทำความ ดี ด้วยหัวใจ” ถวายแด่ พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว มหาวชิราลงกรณ บดินทรเทพยวรางกูร เพื่อแสดงออกซึ่งความรักเทิดทูนจงรักภักดีต่อสถาบันพระมหากษัตริย์อันเป็นสถาบันหลักที่สำคัญของชาติ…

#เพจข่าวสารบ้านเรา_HomeNews3 #สำนักงานเขตพระนคร # ทำกิจกรรมจิตอาสา #บริเวณใต้สะพานพระปิ่นเกล้า #ฝั่งพระนคร #ถนนพระอาทิตย์ #เขตพระนคร ​#เราทำความดีด้วยหัวใจ #ทหาร #ตำรวจ #เทศกิจ #ปรับปรุงภูมิทัศน์ #ทำความสะอาด #สนองปณิธานพระราชทานรักษาสืบสานต่อยอด


ภาพ​/เนื้อ​ข่าว
ธีรพล ปลื้มถนอม​ รายงาน

พะยูนมาเรียม “ทะเลไทย” ต้อง​ “ไร้ขยะ” การแก้ปัญหาต้องครบวงจร เบ็ดเสร็จ ร่วมกัน บนงานวิจัยสร้างสรรค์เชิงรุก วช. ชู 5 ประเด็นหลัก

     วันนี้​ วันอาทิตย์ที่ 18 สิงหาคม 2562 เวลา 13.00 น. ณ ห้องประชุม จอมพลสฤษดิ์ ธนะรัชต์ ชั้น 2 อาคาร วช.1 สำนักงานการวิจัยแห่งชาติ (วช.) : ดร.วิจารย์ สิมาฉายา ปลัดกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม​ พร้อมด้วย ศาสตราจารย์ ดร.สนิท อักษรแก้ว ประธานสภาพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ,ศาสตราจารย์​ ดร. นายแพทย์​ สิริฤกษ์ ทรงศิวิไล ผู้อำนวยการสำนักงานการวิจัยแห่งชาติ,รองศาสตราจารย์ ดร.สัญญา สิริวิทยาปกรณ์ ผู้บริหารจัดการโครงการวิจัย ทะเลไทยไร้ขยะ มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ และดร.ขวัญฤดี โชติชนาทวีวงศ์ ผู้อำนวยการยุทธศาสตร์สิ่งแวดล้อม วช. ร่วมกันแถลงข่าว​ การสูญเสียชีวิตของสัตว์ทะเลจากขยะพลาสติกที่ไม่ควรจะเกิดขึ้น ไม่ว่า​จะเป็น “มาเรียม” พะยูนน้อย เต่า หรือวาฬ แสดงให้เห็นว่า ขยะพลาสติกสร้างผลกระทบต่อการดำรงชีวิตของสัตว์ทะเลและสภาพแวดล้อม ดังนั้นการแก้ปัญหาขยะพลาสติกเป็นเรื่องที่ต้องแก้ไขอย่างครบวงจร  ตรงประเด็นและเบ็ดเสร็จทั้งในเชิงนโยบายและปฏิบัติ บนฐานการวิจัยที่พร้อมใช้งาน และสามารถปรับไปตามสภาพปัญหาและพื้นที่ โดยใช้กลไกการมีส่วนร่วมดำเนินการร่วมกันอย่างต่อเนื่องและจริงใจของทุกภาคส่วน

     ศาสตราจารย์ ดร. นายแพทย์สิริฤกษ์ ทรงศิวิไล ผู้อำนวยการสำนักงานการวิจัยแห่งชาติ กล่าวว่าสำนักงานการวิจัยแห่งชาติ (วช.) เป็นหน่วยงานให้ทุนวิจัยหลักของประเทศและส่งเสริมการทำงานร่วมกันของทุกภาคส่วน จึงเป็นหน่วยงานกลางที่ประสาน เชื่อมโยงทุกภาคส่วนมาทำงานร่วมกันบนฐานงานวิจัยเชิงสร้างสรรค์และปฏิบัติให้เกิดผลเป็นรูปธรรมในการลดปัญหาการตกค้างของขยะพลาสติกในทะเล จากปัญหาขยะพลาสติกที่เกิดขึ้น วช. ได้ชูประเด็นในการแก้ปัญหาดังกล่าวผ่านการวิจัยและพัฒนาซึ่งต้องดำเนินการใน 5 ประเด็นหลักคือ

1.ผู้ผลิตสินค้าที่เกี่ยวข้องกับพลาสติกต้องผลิตสินค้าที่เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม ง่ายต่อการจัดการขยะและการนำกลับไปใช้ใหม่ สามารถตรวจสอบเส้นทางวงจรผลิตภัณฑ์ตั้งแต่การผลิตถึงวาระสุดท้ายของพลาสติก โดยร่วมมือกับภาคเอกชนที่ผลิตเม็ดพลาสติก ในปีนี้มีผลิตภัณฑ์ที่ศึกษาแล้วมากกว่า 15 ผลิตภัณฑ์ รวมถึง บรรจุภัณฑ์ หลอด วัสดุก่อสร้าง วัสดุประกอบอาคาร และเครื่องนุ่งห่ม เป็นต้น

2.ชุมชนในพื้นที่ทุกจังหวัดที่ติดทะเล จะต้องรู้วิธีจัดการขยะพลาสติกได้ด้วยตนเองและเบ็ดเสร็จในพื้นที่ ได้ดำเนินการใน 23 จังหวัดในฝั่งอ่าวไทยและอันดามัน อาทิ ชายหาดบางแสน แสมสาร เกาะหลีเป๊ะ และเกาะภูเก็ต

3.ต้องมีกระบวนการเก็บและจัดการขยะในทะเลอย่างเป็นระบบในทุกพื้นที่ โดยการมีส่วนร่วมและใช้เทคโนโลยีที่เหมาะสมกับบริบทของแต่ละพื้นที่และชุมชน และรู้ตัวเลขขยะพลาสติกในทะเลที่ยังตกค้างอยู่ในพื้นที่ที่สำคัญ โดยมีเป้าหมายลดปริมาณขยะในพื้นที่ได้ไม่น้อยกว่าร้อยละ 10 ภายในปีที่หนึ่ง และเพิ่มขึ้นเป็นไม่น้อยกว่าร้อยละ 50 ในปีถัดไป

4.นำขยะพลาสติกมารีไซเคิลโดยไม่เกิดผลกระทบต่อเนื่องต่อสิ่งแวดล้อม ระบบนิเวศ โดยเฉพาะการตกค้างในสัตว์ทะเลและสิ่งมีชีวิต​

5.ลดการตกค้างของไมโครพลาสติกที่ตกค้างในทะเลและสิ่งมีชีวิตบนฐานจากการวิจัยที่สามารถเทียบมาตรฐานกับนานาชาติได้

     โดย 5 ประเด็นดังกล่าวได้บรรจุไว้ในโครงการ ทะเลไทยไร้ขยะ โดยมี รองศาสตราจารย์ ดร.สัญญา สิริวิทยาปกรณ์ สังกัดมหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ เป็นผู้บริหารจัดการโครงการวิจัย ซึ่งได้เริ่มการวิจัยมาได้ระยะเวลาหนึ่งแล้ว ภายใต้โครงการวิจัยท้าทายไทยที่เน้นการทำงานร่วมกับทุกภาคส่วนทั้งภาครัฐ เอกชน และชุมชนในพื้นที่ มีการประยุกต์องค์ความรู้จากงานวิจัยไปใช้แก้ปัญหาจริงอย่างครบวงจรและยั่งยืน

ทั้งนี้ วช.​ เป็นผู้กำหนดหัวข้อวิจัยและให้การสนับสนุนทุนวิจัย ซึ่งมีแผนงานในภาพรวมประกอบด้วย

1.การจัดการพลาสติกอย่างครบวงจรตั้งแต่การผลิตในระดับต้นน้ำถึงปลายน้ำ โดยได้ทำงานร่วมกับผู้ผลิตในภาคเอกชนในการวางระบบติดตามผลิตภัณฑ์ตั้งแต่การผลิตเม็ดพลาสติกจนถึงปลายทาง เพื่อแก้ไขปัญหาการผลิตผลิตภัณฑ์ การนำไปใช้ และการกำจัดอย่างไม่ถูกต้อง เพื่อกำจัดปัญหาขยะที่ทิ้งสู่ทะเลจากบนบกในระยะยาวและเป็นการกำจัดปัญหาขยะทะเลจากต้นทาง

2.องค์ความรู้เพื่อขับเคลื่อนผลิตภัณฑ์พลาสติกรีไซเคิลเข้าสู่ระบบเศรษฐกิจในรูปแบบต่างๆ ที่มีอยู่ในปัจจุบัน โดยไม่ก่อให้เกิดผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมในระยะยาวตามมาในภายหลัง โดยการทำงานร่วมกับผู้ผลิตและภาคประชาสังคมเพื่อให้เกิดนวัตกรรมเชิงเทคโนโลยีและเชิงสังคม รวมถึง การสร้างผลิตภัณฑ์จากขยะพลาสติก และรีไซเคิลพลาสติกที่ การกำหนดมาตรฐานของผลิตภัณฑ์ที่มีส่วนผสมของขยะพลาสติกหรือผลิตภัณฑ์พลาสติกรีไซเคิลเพื่อลดผลกระทบสิ่งแวดล้อมจากการนำมาใช้งานและกำจัด การสร้างเครือข่ายภาคประชาสังคมในพื้นที่เพื่อร่วมกันผลักดันนโยบายและสร้างความตระหนักรวมทั้งเป็นส่วนหนึ่งของระบบเศรษฐกิจแบบหมุนเวียน (Circular Economy) เพื่อให้เกิดการมีส่วนร่วมในการแก้ปัญหาผ่านระบบเศรษฐกิจอย่างยั่งยืนของทุกภาคส่วนที่เกี่ยวข้อง

3.การวิจัยเพื่อจัดการขยะทะเลตกค้างที่มีขนาดใหญ่จนถึงไมโครพลาสติก โดยการทำงานร่วมกับ ภาคประชาสังคมในพื้นที่และหน่วยงานระดับท้องถิ่นเพื่อลดและป้องกันปัญหาขยะตกค้างอย่างยั่งยืน โดยใช้นวัตกรรมเชิงเทคโนโลยีและเชิงสังคม รวมถึงการสร้างเครือข่าย “นักรักทะเลไทย” เพื่อให้เกิดการมีส่วนร่วมผ่านสื่อหลากหลายรวมถึงสื่อสังคมออนไลน์และกิจกรรมต่าง ๆ การนำเทคโนโลยี Internet of Things (IoT) เพื่อช่วยในการเก็บรวบรวมขยะตกค้าง การกำหนดมาตรฐานการตรวจวิเคราะห์ไมโครพลาสติก เป็นต้น เพื่อลดผลกระทบของขยะพลาสติกตกค้างในทะเลในระยะยาวอย่างยั่งยืน​ “ด้วยงานวิจัยและนวัตกรรม สามารถลดการสูญเสียชีวิตของสัตว์ทะเลจากขยะพลาสติก และสัตว์ทะเลจะได้รับการป้องกันจากอันตรายและผลกระทบจากขยะทะเลในที่สุด”

     ดังนั้นเพื่อเป็นการสร้างความร่วมมือและตระหนักถึงปัญหาดังกล่าวในทุกภาคส่วน วช. จึงจัดการแถลงข่าว เรื่อง “พะยูนมาเรียม” “ทะเลไทย” ต้อง “ไร้ขยะ” ที่ได้ร่วมกันงานขึ้นในครั้งนี้

สุรเชษฐ​ ศิลา​นนท์​ รายงาน​

ชลบุรี-ทัพเรือสเปนเยือนและร่วมฝึกกับทัพเรือไทย

     ในวันนี้ 18 ส.ค.62 พลเรือโท ชุมศักดิ์ นาควิจิตร ผู้บัญชาการฐานทัพเรือสัตหีบ มอบหมายให้ พลเรือตรี สุทิน หลายเจริญ ผู้อำนวยการท่าเรือสัตหีบ ฐานทัพเรือสัตหีบ ให้การต้อนรับ Commander Antonio Gonzalez del Tanago de la Lastra ผู้บังคับการเรือ MENDEZ NUNEZ (F-104) และกำลังพลประจำเรือ กองทัพเรือสเปน เนื่องในโอกาสเดินทางเข้าเยือนประเทศไทย เพื่อเข้าร่วมฝึกผสม ระหว่างกองทัพเรือสเปนกับกองทัพเรือไทย และรับการส่งกำลังบำรุง ณ ท่าเรือแหลมฉบัง การท่าเรือแห่งประเทศไทย ตำบลทุ่งสุขลา อำเภอศรีราชา จังหวัดชลบุรี

ภาพ/ข่าว นิราช ทิพย์ศรี /นันทพล ทิพย์ศรี อ.สัตหีบ จ.ชลบุรี 0909535645
นายพรเทพ เขม้นเขตวิทย์ รายงานจากศูนย์ข่าวภาคตะวันออก

ปทุมธานี-มูลนิธิธรรมกายถวายมหาสังฆทาน 50 วัด ทั่วประเทศกัมพูชา

     เมื่อวันที่ 17 สิงหาคม พระเดชพระคุณพระวิเทศธรรมาภรณ์ ประธานมูลนิธิธรรมกาย ต.คลองสอง อ.คลองหลวง จ.ปทุมธานี พร้อมด้วยพระมหาสุรัตน์ อคฺครตโน นำคณะศิษยานุศิษย์จากวัดพระธรรมกายประกอบพิธีถวายพระบรมสารีริกธาตุ,เทียนพรรษา และจตุปัจจัยไทยธรรมเป็นสังฆทานแด่คณะสงฆ์ 50 วัด ในประเทศกัมพูชา

     โดยได้รับความเมตตาจาก สมเด็จพระมหาสุเมธาธิบดี กิตติบัณทิต นน แงด สังฆนายกฝ่ายมหานิกายแห่งประเทศกัมพูชา เป็นประธานสงฆ์ พร้อมด้วยเจ้าคณะพระสังฆาธิการในจังหวัดพนมเปญ และจังหวัดใกล้เคียงกว่า 50 วัด

     การถวายมหาสังฆทานในครั้งนี้ เป็นความตั้งใจของวัดพระธรรมกายและมูลนิธิธรรมกายที่จะถวายกำลังใจให้แด่คณะสงฆ์ทั้ง 50 วัด ที่ได้อยู่รักษาพื้นที่ สืบทอดอายุพระพุทธศาสนาอยู่ในภูมิภาคต่างๆของกัมพูชา

CR. ภาพ-ข่าว พี่อนันต์ ปทุมธานี